<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80665</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาอีกลูกโซนร้อน ฝนหนักถึง19ต.ค. ตรังประกาศ2อำเภอภัยพิบัติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พายุมาอีกลูก อุตุฯ ประกาศเตือนทวีความรุนแรงจากดีเปรสชันเป็นพายุโซนร้อน เคลื่อนเข้าเวียดนาม ขณะที่ร่องมรสุมก็มีกำลังแรง ส่งผลกระทบฝนตกหนักถึงหนักมากตั้งแต่อีสาน กลาง ตะวันออก ใต้ ตรังประกาศเขตภัยพิบัติแล้ว 2 อำเภอ ประกาศปิดการท่องเที่ยวหมู่เกาะสิมิลันหลังทะเลคลื่นลมแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเรื่อง &amp;quot;พายุดีเปรสชัน (ระดับ 2) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 16-19 ต.ค.2563)&amp;quot; ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2563&amp;nbsp; ความว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง (พายุระดับ 1) ด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุดีเปรสชัน (ระดับ 2) และได้เคลื่อนลงทะเลจีนใต้ตอนกลาง เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้ (15 ต.ค.63) หรือมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 14.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 120.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนืออย่างช้าๆ คาดว่าจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน (ระดับ 3) และมีแนวโน้มจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 17-18 ต.ค.63 โดยจะทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง กับมีลมแรง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อนึ่ง ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออก ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยยังคงมีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และบริเวณอ่าวไทยตอนบนคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกและภาคตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดการเดินเรือในระยะนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช้าวันพฤหัสบดี ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 22 นำโดย ร.อ.อานุภาพ ศรีลาชัย เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เทศบาลนครอุบลราชธานี ช่วยขนย้ายข้าวของ เครื่องใช้ไฟฟ้าออกจากบ้านเรือนที่เริ่มมีน้ำไหลเข้าท่วมบริเวณพื้นบ้านสูงประมาณ 20-30 เซนติเมตร ขึ้นไปอยู่บนจุดอพยพที่สวนสาธารณะห้วยม่วง ซึ่งเทศบาลนำเต็นท์มากางให้ใช้พักอาศัยชั่วคราว หลังลำน้ำมูลน้อยสูงขึ้นและไหลเข้าท่วมบ้านเรือนของชุมชนที่อยู่ต่ำที่สุดแล้วจำนวน 7 หลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นครราชสีมา สถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ ต.พลับพลา อ.โชคชัย บ้านเรือนราษฎร วัด โรงเรียน ไร่นา ระดับน้ำสูงประมาณ 20 เซนติเมตร โดยเฉพาะโรงเรียนบ้านกอกวิทยา นายธงชัย โอฬารพัฒนะชัย นายอำเภอโชคชัย ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบหลังจากมวลน้ำจากลำน้ำสำลาย ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของลำน้ำลำพระเพลิง เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่โดยรอบโรงเรียนตั้งแต่เมื่อพุธที่ผ่านมา ทางคณะครูและผู้นำชุมชนพากันนำกระสอบทรายกั้นน้ำไม่ให้ไหลเข้าสู่อาคารเรียนและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด พร้อมกับช่วยกันยกสื่อการเรียนการสอนและสิ่งของภายในอาคารขึ้นที่สูง และต้องประกาศหยุดเรียนไปจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ ซึ่งคาดว่าจะเป็นวันจันทร์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตรัง ขณะนี้มีพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมจำนวน 8 อำเภอ 27 ตำบล 3 เทศบาล 3 ชุมชน 83 หมู่บ้านกว่า 1,000 ครัวเรือน โดยนายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผวจ.ตรัง กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ฝนหยุดตกเป็นช่วงๆ จึงได้สั่งเจ้าหน้าที่ออกสำรวจฟื้นฟูความเสียหาย และประกาศเขตภัยพิบัติใน 2 อำเภอ คือ อ.เมือง และ อ.สิเกา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พังงา นายทัศเนศวร์ เพชรคง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน เปิดเผยว่า ทางอุทยานฯ ได้ออกประกาศด่วน เรื่องปิดการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันเป็นการชั่วคราว เนื่องจากได้รับรายงานจากหน่วยงานในสังกัดดูแลพื้นที่ท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน บริเวณเกาะเมียง หรือเกาะ 4 ว่า ขณะนี้สภาพภูมิอากาศผันแปร พบมีคลื่นลมแรง ความสูงของคลื่น 1-2 เมตร และได้ตรวจสอบประสานงานกลุ่มเรือประมงตามเส้นทางเดินเรือในพื้นที่ท่องเที่ยวบริเวณเกาะ พบว่าคลื่นมีความสูง 2-3 เมตร สุ่มเสี่ยงต่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกอบกับได้นำข้อเท็จจริงหารือกลุ่มตัวแทนผู้ประกอบการนำท่องเที่ยวแล้ว มีความเห็นสอดคล้องกันให้อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันออกประกาศปิดการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันเป็นการชั่วคราว จึงมีประกาศปิดการท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไป และจะได้ติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด หากสถานการณ์ดังกล่าวกลับสู่ภาวะปกติจะได้ประกาศเปิดการท่องเที่ยวตามปกติต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ท่าเรือบ้านทับละมุ ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา มีนักท่องเที่ยวรวมจำนวนกว่า 500 คน ที่จองท่องเที่ยวในวันที่ 15 ต.ค. ซึ่งเป็นวันแรกของการเปิดการท่องเที่ยวในพื้นที่หมู่เกาะสิมิลัน ต่างก็รู้สึกผิดหวังเมื่อทราบข่าวการปิดอุทยานฯ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80665</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดีเปรสชัน, ตรังประกาศเขตภัยพิบัติ, ปิดการท่องเที่ยว, ฝนตกหนัก, พายุ, หมู่เกาะสิมิลัน, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201015/image_big_5f88425a09a4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48486</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2019 08:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2019 08:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลุกจิตสำนึกรักษ์ทะเล กลุ่มเงือกน้อยดำน้ำเก็บขยะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;21 ตุลาคม 62 - ที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน อ.คุระบุรี จ.พังงา น.ส.อศิรวาท ชูโชติ หรือ ครูปิ่น เงือกสาวครูสอนดำน้ำชาวจังหวัดพังงา นำกลุ่มเงือกตัวน้อยๆเข้าร่วมกิจกรรม Part of the Ocean เก็บขยะเกาะสิมิลัน หลังจากกรมอุทยานฯได้เปิดเกาะรับการท่องเที่ยวเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยได้ร่วมกันเก็บขยะบริเวณชายหาด ก่อนจะเปลี่ยนเป็นชุดเงือกน้อยที่มีสีสันสวยงามดำน้ำลงไปเก็บขยะใต้ทะเล ซึ่งมีครูสอนดำน้ำร่วมรักษาความปลอดภัยและคอยสนับสนุนการทำกิจกรรม ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่เข้ามาเที่ยวชมความสวยงามของหมู่เกาะสิมิลัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครูปิ่น ระบุว่า &amp;nbsp;กิจกรรมนี้เป็นการช่วยรณรงค์ในการแก้ปัญหาขยะทะเล ทั้งขยะใต้ทะเลและขยะชายหาด ซึ่งปัญหาขยะทะเลเป็นเรื่องที่ทุกๆคนจะต้องมีส่วนในร่วมแก้ไข หลังจากมีการวิจัยพบว่าประเทศไทยทิ้งขยะลงทะเลเป็นอันดับที่ 5 ของโลก &amp;nbsp;โดยเฉพาะขยะพลาสติกนั้น เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สัตว์ทะเลหายากเสียชีวิตลงเป็นจำนวนมาก เมื่อมันหลงผิดคิดว่าเป็นอาหาร จนเกิดการกลืนกินเข้าไปสะสมอยู่ในระบบทางเดินอาหาร นอกจากนั้นยังรวมถึงการติดเศษซากอวนจากการทำประมงจนตาย ซึ่งขยะทะเลส่วนใหญ่เกิดจากน้ำมือของมนุษย์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็น ถุงพลาสติก ขวด ภาชนะใส่อาหาร และวัสดุสำหรับบรรจุหีบห่อ รวมทั้งผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ประเภทสายรัด แผ่นพลาสติก และ เครื่องมือประมง ทั้งนี้การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุน จาก อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน Aquadive Mermaid Academy Thailand สถาบันสอนดำน้ำ SSI &amp;nbsp;และ เลิฟ อันดามัน ทัวร์. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48486</URL_LINK>
                <HASHTAG>พังงา, หมู่เกาะสิมิลัน, เก็บขยะทะเล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191021/image_big_5dad059b259da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26310</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2019 16:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2019 16:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮือฮา!ฝูงวาฬเพชฌฆาตดำโผล่โชว์ตัวที่หมู่เกาะสิมิลัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ม.ค.62 - นายกิตติพงษ์ พรหมแก้ว ไกด์นำเที่ยวของบริษัท ว้าว อันดามัน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ขณะนำที่นักท่องเที่ยวเดินทางไปชมความงามของธรรมชาติของท้องทะเลที่หมู่เกาะสิมิลัน อ.คุระบุรี จ.พังงา ระหว่างทางพบได้เห็นฝูงวาฬนับสิบตัว แหวกว่ายอยู่ใกล้เรือ ทำให้นักท่องเที่ยวตื่นตาและดีใจมากที่ได้เห็น โดยกัปตันเรือเบาเครื่องและปล่อยให้นักท่องเที่ยวเก็บภาพความประทับใจกันอย่างสนุกสนาน ก่อนที่ฝูงวาฬจะว่ายน้ำหายไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นได้ส่งภาพไปให้นักวิชาการทางทะเลตรวจสอบ พบว่าเป็น วาฬเพชฌฆาตดำ False killer whale &amp;nbsp;ซึ่งจะกินปลาและปลาหมึกเป็นอาหาร อาศัยอยู่บริเวณน้ำลึก สามารถพบเห็นได้ทั้งอ่าวไทย และทะเลอันดามัน โดยวาฬเพชฌฆาตดำเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เมื่อโตเต็มที่จะมีความยาว 5-6 เมตร และจัดเป็นสัตว์ป่าสงวนและคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรวมสิน มานะจงประเสริฐ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน เปิดเผยว่า จากการที่ทะเลอันดามันมีความสมบูรณ์ ทำให้บรรดาสัตว์ทะเลหายากเข้ามาหากินอยู่เสมอ จึงขอแนะนักท่องเที่ยวเมื่อพบวาฬ หรือสัตว์ทะเลหายากอื่นๆ ว่า ไม่ควรให้อาหารโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้สัตว์มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและนิเวศวิทยา สร้างพฤติกรรมเรียนรู้ผิดๆ อาจได้รับอาหารที่มีการปนเปื้อนจนทำให้สัตว์เจ็บป่วยทรมาน รวมทั้งไม่ควรจับหรือสัมผัส เพราะอาจมีการติดเชื้อโรคที่ติดต่อจากคนสู่สัตว์ได้ นอกจากนี้ ทุกคนจะต้องไม่ทิ้งขยะลงทะเล เพราะสัตว์อาจกินเข้าไปจนเกิดอันตรายถึงชีวิตได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26310</URL_LINK>
                <HASHTAG>False killer whale, กิตติพงษ์ พรหมแก้ว, รวมสิน มานะจงประเสริฐ, วาฬเพชฌฆาตดำ, หมู่เกาะสิมิลัน, อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190111/image_big_5c3860695c1a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25840</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2019 08:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2019 08:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พังงา-ประกาศปิดชั่วคราวเกาะสิมิลัน-สุรินทร์ ในวันที่ 6 ม.ค.อีก 1 วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ม.ค.2562 &amp;nbsp;เมื่อช่วงค่ำของวานนี้ &amp;nbsp;นายรวมสิน มานะจงประเสริฐ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน เปิดเผยว่า ด้วยทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศเรื่องพายุโซนร้อน &amp;ldquo;ปาบึก&amp;rdquo;ที่ลดกำลังกลายเป็นดีเปรสชั่นพัดผ่านจังหวัดพังงาลงสู่ทะเลอันดามันที่อำเภอท้ายเหมือง และกลายเป็นหย่อมอากาศต่ำในมหาสมุทรอินเดีย ขณะนี้พบว่าบริเวณอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน อ.คุระบุรี จ.พังงา ก็มีคลื่นลมค่อนข้างแรง ทางอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ได้พิจารณาแล้วว่าเพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวและอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ จึงขอปิดการท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน เป็นการชั่วคราวต่ออีก 1 วัน ในวันที่ 6 มกราคม 2562 &amp;nbsp;โดยได้ประกาศห้ามบริษัททัวร์นำเที่ยวต่างๆรวมทั้งเรือท่องเที่ยวลงทะเลอย่างเด็ดขาดจนกว่าสภาพอากาศจะดีขึ้น เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายพุธทพจน์ คูประสิทธิ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์อำเภอคุระบุรีจังหวัดพังงา กล่าวว่า เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สินทางอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์จึงแจ้งปิดการท่องเที่ยว ทางทะเลเป็นการชั่วคราวเพิ่มอีก 1 วัน ในวันที่ 6 มกราคม 2562 และหากมีการเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ทราบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดนายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เปิดเผยว่า กรมอุตินิยมวิทยาได้ออกประกาศสถานการณ์พายุดีเปรสชั่น ปาบึก(PABUK) บริเวณทะเลอันดามัน ได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมอากาศต่ำ และมีแนวโน้มจะอ่อนกำลังลงอีก จนสลายตัวไปตามลำดับ กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงา พิจารณาสถานการณ์ได้กลับสู่ปกติแล้ว จึงขอประกาศยกเลิกการห้ามเรือทุกชนิดออกจากชายฝั่งทุกอำเภอที่ติดทะเลอันดามัน ตั้งแต่เวลา 01.00 น.วันที่ 6 มกราคม 2562 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25840</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิดชั่วคราว 1 วัน, พายุโซนร้อน “ปาบึก”, หมู่เกาะสิมิลัน, อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190106/image_big_5c315886adf0f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6952</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สปีดโบ๊ตบึ้มสนั่น! เผา2ลำสูญ12ล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไฟไหม้เรือสปีดโบ๊ต 2 ลำวอดเสียหาย 12 ล้าน กัปตันกับพวกบาดเจ็บ 3 คน สาเหตุจากเรือลำหนึ่งรับนักท่องเที่ยวจีนไปหมู่เกาะสิมิลัน เครื่องยนต์เกิดขัดข้องต้องกลับมาซ่อมที่ท่าเรือ อยู่ๆ เกิดระเบิดไฟท่วมลามไปยังเรืออีกลำ โชคดีไม่มีนักท่องเที่ยว เจ้าท่าเร่งตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 เมษายนนี้ ร.ต.อ.จรัญ ศรีรักษ์ พนักงานสอบสวนเวร สภ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ได้รับแจ้งเหตุมีเรือสปีดโบ๊ตไฟไหม้ ที่บริเวณท่าเทียบเรือบ้านทับละมุ ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.กฤตภาส เดชอินทรศร ผกก.สภ.ท้ายเหมือง, พล.ร.ต.นันทพล มาลารัตน์ ผบ.ฐานทัพเรือพังงา, นายณชพงศ ประนิตย์ ผอ.เจ้าท่าสาขาพังงา พร้อมด้วยนายสายัน กิจมะโน หัวหน้าสำนักงาน ปภ.พังงา, นายสุพงษวินัย ชูยก นายอำเภอท้ายเหมือง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชุดดับเพลิงเทศบาลตำบลลำแก่น ชุดดับเพลิงเทศบาลตำบลคึกคัก เข้าฉีดน้ำดับเพลิงเรือสปีดโบ๊ต ดามารีน และเรือดามารีน 1 จำนวน 2 ลำ ที่ถูกไฟไหม้ทั้งลำบริเวณท่าเทียบเรือดามารีน ป.ดวงทวีพร 1 บ้านทับละมุ หมู่ 4 ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา จนสามารถควบคุมเพลิงได้ในเวลาต่อมา รวมระยะเวลาในการดับเพลิงประมาณ 2 ชั่วโมง พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 ราย คือ นายรัฐพงศ์ เครือจันทร์ อายุ 40 ปี กัปตันเรือดามารีน ถูกไฟไหม้ตามร่างกาย มีบาดแผลฉกรรจ์ นำส่ง รพ.วชิระภูเก็ต ส่วน ด.ช.อภิรักษ์ แดงคุณ อายุ 12 ปี ผู้อยู่ในเหตุการณ์ และแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา ไม่ทราบชื่อและอายุ ถูกนำส่ง รพ.ตะกั่วป่า แพทย์ทำการรักษาจนอาการปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณชพงศ ประนิตย์ ผอ.เจ้าท่าสาขาพังงา กล่าวว่า เบื้องต้นพบว่าเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาเรือสปีดโบ๊ต ดามารีน ได้ออกเรือบรรทุกนักท่องเที่ยวชาวจีนไปหมู่เกาะสิมิลัน แต่เกิดเครื่องยนต์ขัดข้องระหว่างทาง จึงได้วิทยุให้เรือสปีดโบ๊ตอีกลำมารับนักท่องเที่ยวส่งต่อไปยังหมู่เกาะสิมิลัน ขณะที่เรือดามารีน ขนาด 3 เครื่องยนต์ เข้าเทียบท่าเรือที่เกิดเหตุเพื่อทำการซ่อมเครื่องยนต์ ขณะที่ซ่อมเครื่องยนต์อยู่มีเสียงดังระเบิดขึ้นบริเวณเครื่องยนต์ จากนั้นไฟลุกท่วมตัวเรือและลามไปยังเรือ ดามารีน 1 ขนาด 3 เครื่องยนต์ ที่จอดเทียบอยู่อีกลำ ความเสียหายประเมินเบื้องต้นประมาณ 12 ล้านบาท โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีนักท่องเที่ยวอยู่ภายในเรือ จากนี้ทางผู้เชี่ยวชาญกรมเจ้าท่าพร้อมดำเนินการตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริง หากเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุก็ดำเนินการไป แต่หากเกิดจากความประมาทของผู้ใด ทางเจ้าท่าจะดำเนินการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด อีกทั้งทางกรมเจ้าท่าเตรียมดำเนินการตรวจสอบเรือสปีดโบ๊ตทุกลำเพื่อดูใบอนุญาต เครื่องยนต์ และความพร้อมตามที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6952</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.พังงา, นักท่องเที่ยว, นายณชพงศ ประนิตย์, บาดเจ็บ, ร.ต.อ.จรัญ ศรีรักษ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมู่เกาะสิมิลัน, เครื่องยนต์ขัดข้อง, เรือสปีดโบ๊ต, เสียหาย 12 ล้าน, ไฟไหม้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180411/image_big_5ace1145b0211.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
