<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89954</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2021 19:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2021 19:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชาวเลอันดามัน&#039; อ่วมเจอพิษโควิดไร้นักท่องเที่ยว เข้าไม่ถึงเยียวยา วอนรัฐผ่อนปรนจับปลาแลกข้าว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ม.ค.64 - นายวิทวัส เทพสง ผู้ประสานงานเครือข่ายชาวเลอันดามัน เปิดเผยว่า ชุมชนชาวเลมอแกนหมู่เกาะสุรินทร์ อ.คุระบุรี จ.พังงา กำลังเดือดร้อนอย่างหนักจากสถานการณ์โควิด-19 เนื่องจากอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ประกาศปิดการท่องเที่ยว ทำให้ชาวบ้านขาดรายได้จากการขายของที่ระลึก ที่ถือเป็นรายได้หลักในระยะหลัง ส่วนชาวบ้านที่ออกไปทำงานข้างนอกก็ถูกเลิกจ้าง ทำให้ต้องกลับมาอยู่บ้านในสภาพตกงาน ขณะที่การหาปลาที่เคยเป็นอาชีพหลัก ตอนนี้ชาวบ้านไม่สามารถจับปลาขายได้ เพราะอุทยานฯ อนุญาตให้จับปลาเพื่อกินในครัวเรือนเท่านั้น ทำให้ชาวบ้านบางคนต้องเสี่ยงตายออกไปดำน้ำจับปลาในทะเลลึก ซึ่งต้องเสี่ยงกับโรคน้ำหนีบอันตรายอาจพิการหรือเสียชีวิต จึงต้องการให้อุทยานฯ ผ่อนปรนให้สามารถจับปลาขายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ชาวบ้านยังไม่ฟื้นจากเหตุไฟไหม้ใหญ่เมื่อปีก่อน พวกเขาต้องสร้างบ้านใหม่ทั้งชุมชน เจอสถานการณ์โควิดครั้งแรก แทบไม่มีนักท่องเที่ยว ออกไปจับปลามาขายก็ไม่ได้ อุทยานฯส่งเสริมให้ชาวบ้านทำสร้อยที่ระลึกขายนักท่องเที่ยว ลงทุนไปรายละ 5,000- 10,000 บาท จำนวน 87 ราย เป็นเงินมากกว่า 5 แสนบาท พอมาเจอโควิดรอบสองก็ไม่มีนักท่องเที่ยวอีก ต้องขาดทุนทั้งหมด ความเดือดร้อนเร่งด่วนตอนนี้คือ นมผงเด็ก กับข้าวสาร ที่ต้องช่วยชาวบ้านก่อน&amp;rdquo; นายวิทวัส กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิทวัส กล่าวต่อว่า ตอนนี้เครือข่ายชาวเลอันดามันกำลังทำโครงการข้าวแลกปลา เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนจากสถานการณ์โควิด-19 รอบสอง แต่ชาวเลเกาะสุรินทร์ไม่สามารถหาปลามาร่วมแลกได้ จึงเตรียมนำสร้อยที่ระลึก เรือกาบางจำลอง ออกมาขายหรือร่วมโครงการแลกข้าวสารให้ชาวบ้านแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก่อน เพราะคิดว่าต้องอยู่ในสถานการณ์นี้ในระยะยาว นอกจากนี้ชาวบ้านที่มีบัตรประชาชน 170 ราย อาจจะไม่ได้รับเงินเยียวยารอบ 2 จากรัฐบาล จำนวน 7,000 บาท เพราะในรอบแรกก็ไม่ได้รับการเยียวยา เนื่องจากไม่ได้รับข่าวสารและไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตบนเกาะ ดังนั้นอยากให้รัฐบาลพิจารณาเงินเยียวยากรณีพิเศษสำหรับกลุ่มชาวเลเกาะสุรินทร์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89954</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าวแลกปลา, จังหวัดพังงา, หมู่เกาะสุรินทร์, เครือข่ายชาวเลอันดามัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210115/image_big_6001889e55970.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34809</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2019 17:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2019 17:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มอแกนอึดอัดนักท่องเที่ยวใส่บิกินี่ นักวิชาการ-กสม.แนะกำหนดกติกาเข้าชมหมู่บ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เม.ย.62 -&amp;nbsp;ที่หมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา คณะสื่อมวลชนราว 20 คน พร้อมด้วยกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นางนฤมล อรุโณทัย นักวิชาการจากสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะของศูนย์มานุษวิทยาสิรินธร คณะกรรมการชาวเล เครือข่ายชาวเล มูลนิธิชุมชนไท ได้ร่วมกันลงพื้นที่หมู่บ้านมอแกน หมู่เกาะสุรินทร์ เมื่อวันที่ 28-29 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวมอแกนร่วมกันให้ข้อมูลว่า ขณะนี้เรือที่ถูกไฟไหม้ไปพร้อมกับบ้านจำนวน 32 ลำยังไม่มีใครให้ความช่วยเหลือ ซึ่งในช่วงหน้ามรสุมที่พวกตนไม่มีรายได้จากการท่องเที่ยวก็มักใช้เรือออกหาปลา แต่ปีนี้ไม่มีเรือ ทั้งนี้ปัจจุบันยังต้องอยู่กันอย่างแออัด บางครอบครัวอยู่กันถึง 8 คน โดยเฉพาะบ้านที่มีครอบครัวใหม่ก็ต้องอยู่รวมกับพ่อแม่เหมือนเดิมเพราะไม่สามารถขยายพื้นที่ออกไปได้ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีการเสนอให้มีการขยับขยายชุมชนไปอีกด้านหนึ่งของชายหาดอ่าวบอน แต่ได้รับการปฎิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรื่องนักท่องเที่ยวแต่งชุดบิกินี่หรือชุดว่ายน้ำเดินขึ้นมาเที่ยวหมู่บ้านจริงๆแล้วพวกเราก็รู้สึกอึดอัด เพราะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อเยาวชน แต่เราก็ไม่รู้จะห้ามอย่างไร หากไกด์หรือธุรกิจนำเที่ยวบอกกับนักท่องเที่ยวให้เคารพและให้เกียรติพวกเราหน่อยก็เป็นเรื่องดีและสามารถแก้ปัญหาได้&amp;rdquo;ชาวมอแกน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่พบว่าที่หมู่เกาะสุรินทร์ มีปัญหาสถานะบุคคล จำนวน 193 คน ได้นำข้อมูลเดิมที่เคยสำรวจเมื่อปี 2559 และการลงพื้นที่ครั้งนี้ได้หาพยานรู้เห็นการเกิด ตามมาตรา 23 และมาตรา 7 ทวิ ได้พบหมอตำแยที่ทำคลอด และนายอำเภอตะกั่วป่าได้ส่งปลัดฝ่ายทะเบียนมา พบว่าน่าจะเป็นไปได้ที่ใช้พยานรู้เห็นการเกิด และอาจจะสามารถยื่นคำร้องขอลงรายการสัญชาติไทยได้เลย และยังพบว่ามีชาวมอแกนอีกกลุ่มที่ไม่เคยได้รับสำรวจเลย เป็นกลุ่มคนไร้รัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางเตือนใจ กล่าวว่า เห็นได้ชัดว่าการท่องเที่ยวเป็นแบบไม่มีส่วนร่วม นักท่องเที่ยวขึ้นเกาะมา ใครอยากมาเดินดูบ้านชาวมอแกนก็ดูได้ตามสบาย ปัญหาคือทำอย่างไรจะกำหนดกติกาการเข้าชุมชนสำหรับนักท่องเที่ยว กลุ่มชาติพันธุ์มอแกนมีวิถีชีวิตไม่มีพรมแดนรัฐชาติ อาจต้องประสานไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนพม่าเพื่อจัดการร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ผู้แทนจากศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร กล่าวว่าที่นี่เป็นพื้นที่ห่างไกล การที่เจ้าหน้าที่อำเภอมาสำรวจ ก็มีค่าใช้จ่ายแพง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูมรสุม เด็กส่วนมากเกิดโดยการทำคลอดของหมอตำแย แล้วเมื่อหมดฤดูมรสุมจึงไปแจ้งเกิดที่อำเภอ ซึ่งหากมีการทำข้อมูลบุคคลที่ตกหล่น กรมการปกครองจะส่งเจ้าหน้าที่มาช่วย กรณีแบบนี้ที่อำเภอตะกั่วป่า จะนำไปสู่การแก้ปัญหาชาวมอแกนไร้สัญชาติ และจะทำข้อเสนอต่อกรมการปกครอง เพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่พื้นที่อื่น อาทิ เกาะเหลาเหลียง และ เกาะพยาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนฤมล กล่าวว่า มอแกนเป็นกลุ่มที่โยกย้ายถิ่นไปมา อาจต้องมีสิทธิอีกแบบ เราไม่สามารถปิดกั้นการเดินทางข้ามพรมแดนได้เพราะพวกเขาอยู่กันมานาน ต้องดูว่าการอพยพในปัจจุบันเป็นเพราะปัจจัยอะไร เพราะปัญหาเศรษฐกิจหรือไม่ ที่นี่เป็นอุทยานแห่งชาติ การท่องเที่ยวเป็นใหญ่ จริงๆควรมีการพูดคุยหารือเรื่องปัญหาต่างๆ และทางออกร่วมกับอุทยาน ธุรกิจท่องเที่ยวและชุมชนว่าจะทำอย่างไรให้ชาวบ้านมอแกนมีศักดิ์ศรี ชาวมอแกนอยู่อย่างสบายๆ แต่อะไรๆเปลี่ยนไปมากมาย ในชุมชนไม่มีผู้นำชัดเจน เป็นสังคมเท่าเทียมกัน ทุกวันนี้ชุมชนมอแกนเป็นฝ่ายตั้งรับ การที่เขาต้องการอะไรในปัจจุบันต้องวิเคราะห์ให้ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34809</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการสิทธิมนุษยชน, จังหวัดพังงา, ชาวมอแกน, นางเตือนใจ ดีเทศน์, หมู่เกาะสุรินทร์, ไฟไหม้หมู่บ้านชาวมอแกน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190430/image_big_5cc81e4aa0aec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31345</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2019 18:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2019 18:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝีมือทหารพัฒนา! เนรมิตบ้านใหม่ชาวมอแกน 61 หลังคืบหน้า 90%  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มี.ค.62 - พล.ต.อนุสรรค์ คุ้มอักษร ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาภาค 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย&amp;nbsp;พร้อมด้วย พ.อ.ศราวุธ&amp;nbsp;จันทร์พุ่ม รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาภาค 4 และคณะลงพื้นที่หมู่บ้านชาวมอแกนบริเวณอ่าวบอนใหญ่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์&amp;nbsp;เพื่อตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 45 และ หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 46 สำนักงานพัฒนาภาค 4 ในการก่อสร้างบ้านหลังใหม่ให้ชาวมอแกนที่ถูกเพลิงไหม้จำนวน 61 หลัง เมื่อคืนวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยมี พ.อ.สมศักดิ์ บุญชรัตน์ เสนาธิการกองอำนวยการร่วมฟื้นฟูอัคคีภัยหมู่บ้านมอแกน มณฑลทหารบกที่ 45 ร่วมให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การดำเนินการสร้างบ้านหลังใหม่เป็นการบูรณาการร่วมกับทหารบก ทหารเรือ กองทัพไทยและจังหวัดพังงา ขณะนี้ผลการปฏิบัติงานดำเนินการโดยรวมคืบหน้าไปแล้วคิดเป็นร้อยละ 90 คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคมอย่างแน่นอน และ พล.ต.อนุสรรค์ คุ้มอักษร ได้มอบนโยบายการปฏิบัติงานและเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยในการปฏิบัติงานของกำลังพลได้มอบเงินและเครื่องดื่มเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานในครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31345</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพังงา, ฟื้นฟูอัคคีภัยหมู่บ้านมอแกน, สร้างบ้านมอแกน, หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา, หมู่เกาะสุรินทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190314/image_big_5c8a3a23414a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28832</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2019 16:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2019 16:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศมส.ห่วงวิถีดั้งเดิม&quot;ชาวมอแกน&quot;สูญหาย หลังไฟไหม้ครั้งใหญ่ &quot;บ้านเรือนผูก&quot; อาจไม่มีให้เห็นอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจาก Touronthai.com&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11ก.พ.62-นายพีรพน พิสณุพงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) &amp;nbsp;(ศมส.) &amp;nbsp;กล่าวว่า จากกรณีชาวมอแกนประสบอัคคีภัยบนเกาะสุรินทร์ บ้านเรือนถูกเพลิงไหม้เสียหาย 61 หลัง จากทั้งหมด 81 หลัง ชาวมอแกนได้รับความเดือดร้อนมีหน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการเยียวยาความสูญเสียทั้งทางกายภาพและทางจิตใจอยู่แล้ว &amp;nbsp;ในส่วนของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร(องค์การมหาชน) มีแผนจะลงพื้นที่เกาะสุรินทร์เพื่อศึกษาและสำรวจเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าวมีผลกระทบต่อวิถีชีวิตและวัฒนธรรมชาวมอแกนอย่างไรบ้าง &amp;nbsp;และหลังจากไฟไหม้เมื่อเกิดการเยียวยาปลูกสร้างบ้านเรือนใหม่ &amp;nbsp; จะเตรียมพร้อมเก็บข้อมูลสิ่งที่เป็นของแท้ดั้งเดิมของชุมชนมอแกนที่มีอยู่ ก่อนที่จะสูญหายหรือเปลี่ยนแปลงไป โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมเก็บข้อมูล ก่อนส่งให้นักวิชาการสังเคราะห์ และเผยแพร่ นี่คือ ฐานข้อมูลมอแกนที่สำคัญในอนาคต แสดงไทม์ไลน์เล่าก่อนและหลังเหตุเพลิงไหม้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot; บ้านเรือนชาวมอแกนปลูกติดต่อกัน ตัวบ้านทำจากวัสดุธรรมชาติ เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี การฟื้นฟูส่วนใหญ่จะป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้อีก &amp;nbsp;ฉะนั้น วิถีชีวิตที่เคยปลูกบ้านหลังคาชนกันอาจจะไม่มีอีกแล้ว จะต้องมีช่องว่าง อาจใช้วัสดุใหม่ &amp;nbsp;นี่คือ ตัวอย่างที่ ศมส. จะต้องเก็บข้อมูล&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผอ.ศมส.บอกอีกล่า ยังทราบอีกว่าชาวมอแกนเสนอให้ปลูกบ้านใหม่ขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ จะส่งผลเปลี่ยนแปลงวิถีเดิมหรือไม่ &amp;nbsp;ก็ต้องไปตรวจสอบดู เพราะต้องยอมรับว่า วัฒนธรรมมีพลวัตร &amp;nbsp;จะไปหยุดหรือห้ามความต้องการไม่ได้ แต่สามารถเก็บข้อมูลพื้นฐานได้ &amp;nbsp;ย้อนไปสมัยเกิดสึนามิ &amp;nbsp;เป็นภัยพิบัติครั้งนั้น ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของกลุ่มชาติพันธุ์ชาวมอแกนมาแล้วครั้งหนึ่ง &amp;nbsp;ไฟไหม้ก็เป็นภัยพิบัติที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงอีกรูปแบบ กับขาวมอแกน หมู่เกาะสุรินทร์ &amp;nbsp;การเก็บข้อมูลหลังภัยพิบัติ จะเป็นต้นแบบให้กับชุมชนอื่นๆ หากต้องสบภัยเดียวกันต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ชาวมอแกนบนเกาะสุรินทร์ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งเครือข่ายของ ศมส. &amp;nbsp;ถ้าเข้าไปสร้างความเข้าใจจะทำให้หวนกลับมาใช้ชีวิตแบบเดิมในสภาพแวดล้อมใหม่ จากการฟื้นฟูเยียวยาหลังไฟไหม้ &amp;nbsp;กระบวนการนี้จะทำกับผู้นำชุมชน ชาวบ้าน กรมอุทยานแห่งชาติฯ และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ &amp;nbsp;สิ่งที่น่าเป็นห่วง ถ้าชาวมอแกนหวาดระแวงจะเกิดไฟไหม้อีก ต้องการเปลี่ยนจากเรือนเครื่องผูกเป็นเรือนเครื่องสับ สร้างจากไม้จริง ใช้งานถาวร &amp;nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดไฟไหม้ซ้ำ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมครั้งใหญ่ &amp;nbsp;ทั้งข้อมูลและความคิดเห็นของชาวมอแกนจะเก็บรวบรวมไว้ในบิ๊กดาต้า เป็นข้อมูลสาธารณะทุกหน่วยงานนำไปใช้ประโยชน์ได้ &amp;nbsp;&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28832</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวมอแกน, นายพีรพน พิสณุพงศ์ ผอ. ศมส., หมู่เกาะสุรินทร์, ห่วงหลังไฟไหม้บ้านเรือนมอแกนเปลี่ยน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190211/image_big_5c6134e034ceb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28273</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2019 12:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2019 12:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งครัวพระราชทานช่วยชาวเลบ้านไฟไหม้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.พ.62- นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมด้วย ผบ.ฐานทัพเรือพังงา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพังงา ประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา และกองกำลัง รส. ออกเดินทางไปหมู่เกาะสุรินทร์เพื่อบูรณาการการบรรเทาทุกข์ผู้ประสบอัคคีภัย โดยผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาและคณะ ได้สำรวจพื้นที่ประสบอัคคีภัยพร้อมนำอาหารและน้ำดื่มเยี่ยมปลอบขวัญผู้ประสบภัย สำหรับการดำเนินการช่วยเหลือด้าน อาหาร น้ำดื่ม เสื้อผ้า ยารักษาโรคในส่วนเพิ่มเติมจะทะยอยตามมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความเสียหายมีบ้านเรือนถูกเพลิงไหม้ 59 หลัง จากจำนวนทั้งสิ้น &amp;nbsp;80 หลัง ผู้ประสบภัย 295คน มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 1ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต &amp;nbsp;ทั้งนี้ จะได้ร่วมกับอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ตั้งครัวพระราชทานสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯให้ทันมื้อกลางวันนี้ และในตอนบ่ายจะได้มอบถุงยังชีพพระราชทานแก่ผู้ประสบภัย จากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เมื่อช่วงเวลา 20.00 น.ของคืนวันที่ 3 ก.พ.ได้เกิดไฟไหม้ชุมชนมอแกน หมู่เกาะสุรินทร์ โดยสาเหตุเกิดจากอุบัติเหตุนำเรือซ่อมใต้ถุนบ้าน ก่อนเกิดสปาร์คไฟติดบ้านด้วยลมแรง จึงเกิดการลุกลามไปบ้านอื่นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากทำด้วยไม้ หลังคามุงจาก ประกอบกับกระแสลมแรง โดยเจ้าหน้าที่ทหารเรือ และชาวมอแกน ช่วยกันขนของหนีเท่าที่ได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28273</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.พังงา, ผู้ว่าฯพังงา, หมู่เกาะสุรินทร์, ไฟไหม้ชาวเลมอแกน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190204/image_big_5c57c8e4ca8ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2664</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/02/2018 12:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2018 11:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อ.ธรณ์&#039;เผยกรมอุทยานฯสั่งสอบด่วน! สาวถ่ายภาพนั่งทับปะการังอ่าวแม่ยาย หมู่เกาะสุรินทร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อว่า Jirapong Jeewarongkakul โพสต์ข้อความว่า &amp;ldquo;ในขณะที่กระแสพรานเศรษฐีลักลอบล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ากำลังร้อนแรง อุทยานแห่งชาติทางทะเลอย่างหมู่เกาะสุรินทร์ก็มีปัญหาการลักลอบเข้าไปท่องเที่ยวในอ่าวแม่ยาย อ่าวที่มีการประกาศปิดเพื่อฟื้นฟูสภาพแนวปะการังที่เสื่อมโทรมหลังเหตุการณ์ปะการังฟอกขาว แถมนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ยังทำกิจกรรมที่รบกวนแนวปะการังดังภาพ อย่าโชว์โง่ด้วยการบอกว่านั่งบนหิน ไม่ใช่ปะการัง เพียงแต่คุณไม่รู้ว่ามันคือปะการัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ต่างจากกรณีล่าสัตว์คือ ครั้งนี้ผู้ต้องหาไม่ได้ถูกจับกุมโดยเจ้าหน้าที่ แต่เป็นการถ่ายรูปประจานตัวเองของกลุ่มนักท่องเที่ยวเองแม้มีบางคนเข้าไปตักเตือนในโพสต์ก็มิได้รู้สึกรู้สาอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชื่อเสียงเรียงนามปรากฏชัดเจนตามภาพ (แต่ขอปิดไว้ในนี้ก่อน) กรมอุทยานฯควรตามให้เจอ แล้วดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งให้เขาสำนึกให้ได้นะครับ ควรดำเนินการอย่าให้น้อยหน้ากรณีเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ฯ...ปะการังกับเสือดำก็เป็นสัตว์คุ้มครองเหมือนกันและเป็นการกระทำผิดในเขตพื้นที่คุ้มครองเหมือนกัน จะติดตามฟังข่าว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น รศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านทะเลไทย โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัวระบุว่า &amp;ldquo;สำหรับเรื่องสาวโพสต์ท่า กรมอุทยานฯทราบเรื่องแล้ว และผอ.สำนักอุทยานสั่งให้มีการตรวจสอบโดยด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พื้นที่อ่าวแม่ยาย เดิมทีเป็นบริเวณที่มีดงปะการังมากมายที่สุดแห่งหนึ่งของไทย แต่ได้รับผลกระทบจากปะการังฟอกขาว จึงถูกปิดมาตั้งแต่ปี 2538 การปิดไม่ให้มีการท่องเที่ยว ช่วยให้ตัวอ่อนปะการังสามารถลงเกาะและเจริญเติบโตได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม อ่าวแม่ยายเป็นอ่าวที่มีลักษณะภูมิประเทศแบบปิด มีธาตุอาหารสะสมมาก จึงเกิดกรณีสาหร่ายเห็ดหูหนูคลุมแนวปะการังเกือบทั้งหมด เป็นเวลานานหลายปี เมื่อมีการปิดต่อเนื่อง ธรรมชาติเริ่มฟื้นตัว สาหร่ายหายไปจากบางพื้นที่ ตัวอ่อนปะการังเริ่มลงเกาะใหม่ แต่ต้องเผชิญกับปะการังฟอกขาวอีกครั้งในปี 2553 จึงหายไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เคราะห์ดีที่การปิดยังทำต่อ ตัวอ่อนปะการังรุ่นใหม่เริ่มลงสู่พื้นที่ และมีข้อมูลจากการสำรวจว่าเริ่มฟื้นตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หากเราเข้าไปในพื้นที่ปิด กระทำการใดๆ อาจส่งผลกระทบที่คาดไม่ถึงต่อปะการัง และต่อการฟื้นตัวอันยาวนานของปะการังที่อ่าวแม่ยาย ในพื้นที่นี้จึงไม่อนุญาตให้มีการทำกิจกรรมใดๆ เพื่อประโยชน์ของทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ อยากจะบอกว่า หากเป็นแนวปะการังขนาดใหญ่ ไม่มีหินครับ มีแต่ปะการังตาย ซึ่งจะเป็นฐานให้สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่ตาอาจมองไม่เห็นลงเกาะ รวมถึงตัวอ่อนน้อยๆ ของปะการัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเหยียบ นั่ง หรือโพสต์ท่าใดๆ ในแนวปะการัง จึงเป็นการรบกวนทั้งนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเชื่อว่าในโลกนี้ยังมีสถานที่ให้โพสต์ท่าอีกมากมาย โดยไม่ต้องฝ่าฝืนกฎระเบียบหรืออาจทำร้ายเพื่อนตัวน้อยๆ ใต้ทะเลของเราครับ #ดูแลป่าดูแลทะเลต้องช่วยกันครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้โพสต์เฟซบุ๊คดังกล่าวเป็นกลุ่มนักดำน้ำใต้ทะเลและยังเปิดรับสมัครสาวพริตตี้ นางแบบเพื่อถ่ายภาพใต้น้ำอีกด้วย ล่าสุดได้ลบภาพและข้อความดังกล่าวออกจากเฟซบุ๊คแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2664</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์, หมู่เกาะสุรินทร์, แนวปะการัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180208/image_big_5a7bd60912afa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
