<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>60217</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2020 22:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2020 22:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไบเดน&#039;ชนะถล่มทลายอีก3รัฐ เก็บแต้มทิ้งห่าง&#039;แซนเดอร์ส&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน กวาดชัยชนะด้วยคะแนนถล่มทลายเหนือ ส.ว.เบอร์นี แซนเดอร์ส ในการเลือกตั้งขั้นต้น 3 รัฐของพรรคเดโมแครตเมื่อวันอังคาร โกยจำนวนคณะผู้เลือกตั้งทิ้งห่าง ส่วนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ขึ้นแท่นนอมินีของรีพับลิกันแบบไม่ต้องลุ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวอเมริกันลงคะแนนเลือกตั้งขั้นต้นที่รัฐฟลอริดาเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2563 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ 17 มีนาคม พรรคเดโมแครตจัดการลงคะแนนเลือกตั้งขั้นต้นในอีก 3 มลรัฐ ได้แก่ ฟลอริดา, อิลลินอยส์ และแอริโซนา เพื่อหยั่งเสียงหาตัวแทนพรรคลงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐแข่งกับทรัมป์ในเดือนพฤศจิกายนปีนี้ โดยการชิงชัยของพรรคเหลือคู่ต่อสู้เพียง 2 ราย คือ อดีตรองประธานาธิบดีไบเดน วัย 77 ปีที่ยึดแนวทางสายกลาง กับ ส.ว.เวอร์มอนต์วัย 78 ปีผู้ประกาศตนเป็นนักสังคมนิยมประชาธิปไตย หลังจากผู้สมัครรายอื่นพากันถอนตัวในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาแล้วพร้อมใจกันหนุนหลังไบเดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตรองประธานาธิบดีในสมัยของประธานาธิบดีบารัค โอบามา รายนี้แทบจะหมดอนาคตในการหยั่งเสียงช่วงแรกๆ เมื่อ 1 เดือนก่อน ที่เขาทำผลงานได้ไม่น่าประทับใจ จนกระทั่งมาถึงการหยั่งเสียงที่รัฐเซาท์แคโรไลนาเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ที่ไบเดนชนะอันดับหนึ่งเป็นครั้งแรก และทำผลงานได้อีกอย่างต่อเนื่องมาถึงวันอังคารที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐฟลอริดา ที่มีจำนวนคณะผู้เลือกตั้งมากที่สุดถึง 219 คน ไบเดนได้คะแนนสนับสนุนถึง 62% ในขณะที่แซนเดอร์สได้คะแนนแค่ 23% ส่วนผลคะแนนของรัฐอิลลินอยส์ที่ผ่านไปแล้ว 89% ไบเดนก็มีคะแนนนำแซนเดอร์สอยู่ถึง 23% ขณะที่รัฐแอริโซนาซึ่งปิดการลงคะแนนช้าที่สุด ไบเดนก็กำลังจะเก็บชัยชนะเป็นรัฐที่ 19 ของเขาในการหยั่งเสียง 24 มลรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดิมรัฐโอไฮโอก็มีกำหนดหยั่งเสียงในวันเดียวกันนี้ แต่ไมค์ เดอไวน์ ผู้ว่าการรัฐจากพรรครีพับลิกัน สั่งให้เลื่อนการเลือกตั้งขั้นต้นของพรรคเดโมแครตในรัฐนี้ออกไปเป็นเดือนมิถุนายน เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ถูกประกาศเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขและขอให้ประชาชนอยู่กับบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนแถลงทางโทรทัศน์จากบ้านของเขาในรัฐเดลาแวร์ว่า คณะของเขามีค่ำคืนที่ยอดเยี่ยม พวกเขาเข้าใกล้การได้รับเสนอชื่อเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดี และกำลังสร้างพันธมิตรในวงกว้างที่จำเป็นต่อชัยชนะในเดือนพฤศจิกายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดวิด แอ็กเซลร็อด นักวิเคราะห์การเมืองที่เคยเป็นหัวหน้านักวางยุทธศาสตร์หาเสียงของโอบามา สรุปว่า แซนเดอร์สอยู่ในสภาพป่วยปางตายแล้ว ไม่เคยมีผู้สมัครของเดโมแครตคนใดกลับมาได้ในสถานการณ์ที่ตามหลังห่างเช่นนี้ การชิงชัยจบลงแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามการรวบรวมข้อมูลของนิวยอร์กไทมส์ ถึงวันอังคารที่ผ่านมา ไบเดนมีคณะผู้แทนลงคะแนนแล้ว 1,147 ราย ขณะที่แซนเดอร์สมี 861 ราย ผู้สมัครจะต้องได้คะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 1,991 รายเพื่อเสนอชื่อเป็นตัวแทนพรรคในที่ประชุมใหญ่พรรคเดือนกรกฎาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร แมริแลนด์เป็นมลรัฐล่าสุดที่ประกาศเลื่อนการเลือกตั้งขั้นต้นของพรรคเดโมแครตออกไป จากวันที่ 28 เมษายน ไปเป็นวันที่ 2 มิถุนายน เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ระบาด ก่อนหน้านี้รัฐเคนทักกีและลุยเซียนา ก็เพิ่งเลื่อนการเลือกตั้งขั้นต้นไปเป็นเดือนมิถุนายน และรัฐจอร์เจียเลื่อนการหยั่งเสียงสัปดาห์หน้าไปเป็นเดือนพฤษภาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประธานาธิบดีทรัมป์เป็นว่าที่ตัวแทนของรีพับลิกันลงสมัครรับเลือกตั้งสมัยที่ 2 อย่างไม่มีข้อกังขาแน่นอนแล้ว โดยรีพับลิกันจัดการเลือกตั้งขั้นต้นที่รัฐฟลอริดาและอิลลินอยส์ในวันอังคารเช่นกัน รอนนา แม็กแดเนียล ประธานพรรครีพับลิกัน ทวีตแสดงความยินดีกับประธานาธิบดีทรัมป์ว่าเขาคือว่าที่นอมินีของพรรคอย่างเป็นทางการแล้วจากชัยชนะใน 2 รัฐนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60217</URL_LINK>
                <HASHTAG>หยั่งเสียงพรรคเดโมแครต, เบอร์นี แซนเดอร์ส, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200318/image_big_5e723bd588d4e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60098</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2020 22:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2020 21:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไบเดน&#039;ชนะหยั่งเสียงวอชิงตัน รอลุ้นอีก3รัฐวันอังคาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ราศีจับขึ้นเรื่อยๆ อดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน ชนะการลงคะแนนหยั่งเสียงแบบไพรมารี เหนือ ส.ว.เบอร์นี แซนเดอร์ส ที่มลรัฐวอชิงตันเมื่อวันจันทร์ และยังรอลุ้นชัยชนะเพิ่มในอีก 3 รัฐที่กำหนดลงคะแนนในวันอังคาร โดยรัฐโอไฮโอขอเลื่อนเพราะสถานการณ์ไวรัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน (ซ้าย) และ ส.ว.เบอร์นี แซนเดอร์ส ยกศอกชนกันแทนการจับมือทักทาย ก่อนการโต้อภิปรายที่วอชิงตัน ดี.ซี.เมื่อวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภายหลังการนับคะแนนใกล้ครบถ้วนเมื่อคืนวันจันทร์ สถานีโทรทัศน์เอ็นบีซีและหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ประกาศว่า ไบเดนเบียดเอาชนะแซนเดอร์สไปได้ โดยอดีตรองประธานาธิบดีได้คะแนน 37.9% ส่วน ส.ส.เวอร์มอนต์คู่แข่งในตำแหน่งแคนดิเดตของพรรคเดโมแครต ได้คะแนน 36.4%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชัยชนะหยั่งเสียงรัฐล่าสุดของไบเดนเป็นข่าวดีล่วงหน้าการหยั่งเสียงในมลรัฐแอริโซนา, ฟลอริดา และอิลลินอยส์วันอังคารนี้ อย่างไรก็ดี ยังคงมีความสับสนในหมู่ชาวอเมริกันหลายล้านคนใน 3 มลรัฐนี้ว่าการลงคะแนนเบื้องต้นจะดำเนินต่อได้หรือไม่ เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่คร่าชีวิตคนป่วยในประเทศแล้วมากกว่า 80 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ การหยั่งเสียงที่รัฐโอไฮโอในวันอังคารถูกเลื่อนไปก่อนแล้ว ขณะที่รัฐเคนทักกี, จอร์เจีย และลุยเซียนา ที่จะจัดหยั่งเสียงในเดือนพฤษภาคมหรือมิถุนายนก็ประกาศเลื่อนไปแล้วเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การหยั่งเสียงในวันอังคารจะเป็นช่วงเวลาชี้วัดว่า ส.ว.แซนเดอร์สยังอยู่ในเส้นทางขับเคี่ยวกับไบเดนหรือไม่ เขาอาจถูกบีบให้ถอนตัว หากไม่สามารถพลิกกลับมาชนะได้ ไบเดนวัย 77 ปี มีคะแนนนำห่างในโพลของทั้ง 3 รัฐนี้ โดยเฉพาะที่รัฐฟลอริดา ซึ่งมีจำนวนคณะผู้เลือกตั้งมากสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายต้องเปลี่ยนจากการจัดชุมนุมปราศรัยเป็นการหาเสียงทางออนไลน์ แต่การไม่สามารถออกไปปราศรัยหาเสียงกับผู้มีสิทธิ์โดยตรงน่าจะส่งผลเสียต่อแซนเดอร์สมากกว่า ส.ว.ฝ่ายซ้ายรายนี้มักดึงดูดฝูงชนมาฟังการปราศรัยได้จำนวนมากมาโดยตลอด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60098</URL_LINK>
                <HASHTAG>มลรัฐวอชิงตัน, หยั่งเสียงพรรคเดโมแครต, เบอร์นี แซนเดอร์ส, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200317/image_big_5e70e434a2071.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59503</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2020 21:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2020 21:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาแรง &#039;ไบเดน&#039;เดินหน้าโกยชัยชนะหยั่งเสียงเดโมแครต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐ โกยคะแนนคณะผู้แทนเลือกตั้งทิ้งห่าง ส.ว.เบอร์นีย์ แซนเดอร์ส หลังกวาดชัยชนะในการหยั่งเสียงเพิ่มอีกอย่างน้อย 4 รัฐเมื่อวันอังคาร รวมถึงรัฐมิชิแกนที่เป็นสมรภูมิสำคัญ พร้อมกล่อมฝ่ายสนับสนุนคู่แข่ง เดโมแครตต้องร่วมมือกันจึงจะโค่นประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชัยชนะของอดีตรองประธานาธิบดีไบเดน วัย 77 ปี ที่กระแสยังแรงต่อเนื่องจากการหยั่งเสียงพร้อมกัน 14 รัฐ วันซูเปอร์ทิวส์เดย์เมื่อสัปดาห์ก่อน กำลังเพิ่มแรงกดดันต่อ ส.ว.แซนเดอร์ส วัย 78 ปี ว่าเส้นทางการต่อสู้ของเขาจะจบเร็วกว่าที่คิดหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การหยั่งเสียงของพรรคเดโมแครต เมื่อวันอังคารที่ 10 มีนาคม 2563 จัดพร้อมกัน 6 มลรัฐ โดยผลการนับคะแนนที่ค่อนข้างแน่นอน รวมถึงเอ็กซิตโพลบ่งชี้ว่า ไบเดนชนะที่รัฐมิชิแกน, มิสซูรี, มิสซิสซิปปี และไอดาโอ ขณะที่อีก 2 รัฐ ได้แก่ วอชิงตันและนอร์ทดาโกตานั้น ผลคะแนนยังไม่เด็ดขาด แต่แซนเดอร์สมีคะแนนนำอยู่เล็กน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอ็กซิตโพลของเอดิสันรีเสิร์ชเผยว่า ชัยชนะของไบเดนใน 4 มลรัฐนั้น ได้จากเสียงสนับสนุนของกลุ่มประชากรที่หลากหลาย ทั้งสตรี, คนแอฟริกันอเมริกัน, ผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี และผู้ที่ไม่มีใบปริญญา, คนสูงวัย, สมาชิกสหภาพแรงงาน และอื่นๆ แต่ไม่รวมถึงพวกเสรีนิยมจัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความพ่ายแพ้มีนัยสำคัญต่อแซนเดอร์สคือที่รัฐมิชิแกน รัฐอุตสาหกรรมในเขตมิดเวสต์ ซึ่ง ส.ว.เวอร์มอนต์ผู้นี้เคยเอาชนะนางฮิลลารี คลินตัน ได้ในการหยั่งเสียงเมื่อปี 2559 และเป็นสมรภูมิสำคัญในการเลือกตั้งประธานาธิบดีเดือนพฤศจิกายน รายงานรอยเตอร์กล่าวว่า ผลการนับคะแนนที่ผ่านไป 91% ไบเดนได้คะแนนสนับสนุน 53% นำห่างแซนเดอร์สที่ได้ 37% ส่วนที่รัฐมิสซูรีและมิสซิสซิปปีนั้น ไบเดนยังมีคะแนนทิ้งห่างที่ 60% และ 81% ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์เคยชนะที่รัฐมิชิแกนแห่งนี้อย่างฉิวเฉียดและเหนือความคาดหมายเมื่อปี 2559 บวกกับชัยชนะที่รัฐเพนซิลเวเนียและวิสคอนซิน ทำให้เขาเอาชนะนางคลินตันและก้าวเข้าสู่ทำเนียบขาวได้สำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แซนเดอร์ส ซึ่งกลับรัฐเวอร์มอนต์ถิ่นของเขาเมื่อคืนวันอังคาร ยังไม่แสดงความเห็นต่อความพ่ายแพ้ครั้งนี้ ในขณะที่ไบเดนทอดไมตรีไปยังผู้สนับสนุนของแซนเดอร์สว่า พวกเรามีเป้าหมายเดียวกัน และด้วยการร่วมมือกัน พวกเราจะโค่นล้มโดนัลด์ ทรัมป์ ลงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอ็กซิตโพลพบว่า ผู้ใช้สิทธิ์เมื่อวันอังคารกล่าวกันว่า พวกเขาไว้วางใจไบเดนว่าจะสามารถรับมือวิกฤติครั้งใหญ่ได้ดีกว่าแซนเดอร์ส ที่ผลต่าง 2 ต่อ 1 ส่งสัญญาณว่าการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของไวรัสโคโรนาในสหรัฐช่วยเพิ่มความนิยมในตัวอดีตรองประธานาธิบดีผู้นี้ในฐานะผู้ที่เคยมีประสบการณ์และมีความมั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความวิตกต่อการแพร่ระบาดทำให้ผู้สมัครทั้งสองยกเลิกแผนการชุมนุมปราศรัยหาเสียงเมื่อคืนวันอังคาร ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ขอให้หลีกเลี่ยงการชุมนุมของคนจำนวนมากภายในสถานที่ปิด นอกจากนี้ฝ่ายไบเดนยังยกเลิกการหาเสียงวันพฤหัสบดีที่ฟลอริดา ซึ่งเป็น 1 ใน 4 รัฐที่จะหยั่งเสียงสัปดาห์หน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากฟลอริดาแล้ว รัฐใหญ่ที่จะหยั่งเสียงด้วยคือ โอไฮโอและจอร์เจีย ซึ่งไบเดนมีภาษีดีกว่าแซนเดอร์สทั้งหมด เมื่อถึงสิ้นเดือนมีนาคม การหยั่งเสียงของเดโมแครตจะมีคะแนนของคณะผู้เลือกตั้งให้ช่วงชิงกันราว 2 ใน 3 ของเกือบ 4,000 คะแนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากนับคะแนนจากคณะผู้เลือกตั้งถึงเช้าวันพุธ ถึงขณะนี้ไบเดนมีคะแนนนำแซนเดอร์สแล้วที่ 762 คะแนน ต่อ 619 คะแนน โดยไบเดนโกยคะแนนได้อย่างเป็นกอบเป็นกำเมื่อวันอังคารที่แล้วที่เขาชนะได้ถึง 10 รัฐจาก 14 รัฐ ผู้ที่จะได้เป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตลงชิงชัยกับทรัมป์จะต้องได้คะแนนจากคณะผู้เลือกตั้ง 1,991 คะแนนเป็นอย่างน้อยในการประชุมใหญ่ของพรรคเดือนกรกฎาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากคะแนนที่เริ่มทิ้งห่างแล้ว ไบเดนยังได้การสนับสนุนจากคู่แข่งของเขาหลายรายที่ถอนตัวไปแล้ว ทั้งแอนดรูว์ หยาง, พีต บูติเจิจ, เอมี โคลบูชาร์ และคามาลา แฮร์ริส..&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59503</URL_LINK>
                <HASHTAG>หยั่งเสียงพรรคเดโมแครต, เบอร์นีย์ แซนเดอร์ส, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200311/image_big_5e68f4b16b9ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58993</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2020 21:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2020 21:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บลูมเบิร์ก&#039;ถอนตัว หันหนุน&#039;ไบเดน&#039;สู้&#039;ทรัมป์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ไมเคิล บลูมเบิร์ก มหาเศรษฐีเจ้าพ่อสื่อ ประกาศถอนตัวจากการสมัครเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตลงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐแล้วเมื่อวันพุธ โดยตัดสินใจสนับสนุนโจ ไบเดน แทน ภายหลังไม่ชนะรัฐใดเลยในการหยั่งเสียงซูเปอร์ทิวส์เดย์ทั้งที่ทุ่มเงินโฆษณาหาเสียงมากกว่า 500 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไมค์ บลูมเบิร์ก กล่าวกับผู้สนับสนุนและทีมงานหาเสียงเมื่อวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม กล่าวว่า บลูมเบิร์ก อดีตนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กวัย 78 ปี เพิ่งเข้าสู่สนามแข่งขันการหยั่งเสียงของพรรคเดโมแครตได้เพียง 3 เดือน โดยไม่ได้เข้าร่วมการหยั่งเสียง 4 รัฐแรก และเทเดิมพันกับการหยั่งเสียงพร้อมกัน 14 รัฐของพรรคเดโมแครตในวันซูเปอร์ทิวส์เดย์ อังคารที่ผ่านมา แต่ผลคะแนนที่ออกมาปรากฏว่าเขาไม่สามารถชนะรัฐใดเลย ทำให้เขาตัดสินใจถอนตัวเมื่อวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สามเดือนที่แล้ว ผมเข้าสู่สนามแข่งขันประธานาธิบดีเพื่อโค่นโดนัลด์ ทรัมป์ วันนี้ผมกำลังออกจากการแข่งขันด้วยเหตุผลเดียวกัน คือเพื่อโค่นโดนัลด์ ทรัมป์ เพราะสำหรับผมชัดเจนแล้วว่าการแข่งต่อไปจะยิ่งทำให้การบรรลุเป้าหมายนี้ยากยิ่งขึ้น&amp;quot; บลูมเบิร์กกล่าวในแถลงการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อภิมหาเศรษฐีผู้นี้ใช้เงินไปมากกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนใหญ่หมดไปกับการโฆษณาหาเสียง ซึ่งได้ผลกับการหยั่งเสียงที่ดินแดนอเมริกันซามัวในมหาสมุทรแปซิฟิกเพียงแห่งเดียวเท่านั้น แต่กับ 14 มลรัฐที่ลงคะแนนในวันเดียวกัน อดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน มีแนวโน้มชนะ 10 รัฐ ที่เหลือเป็นของ ส.ว.เบอร์นีย์ แซนเดอร์ส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานีซีบีเอสประเมินว่า บลูมเบิร์ก ซึ่งสมัครเข้าสู่สนามแข่งขันของพรรคเมื่อเดือนพฤศจิกายนด้วยการประกาศตนว่าคือแคนดิเดตคนเดียวที่สามารถเอาชนะทรัมป์ได้ ใช้เงินไปราว 18 ล้านดอลลาร์ต่อผู้แทนลงคะแนนแต่ละคนที่เขาได้คะแนนเสียงมา การจะชนะได้เป็นตัวแทนของพรรคลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีกับทรัมป์ในวันที่ 3 พฤศจิกายน ผู้สมัครต้องได้คะแนนจากคณะผู้เลือกตั้ง 1,991 คนเป็นอย่างน้อย ในการลงคะแนนเลือกตั้งของเดโมแครตในที่ประชุมแห่งชาติของพรรคเดือนกรกฎาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บลูมเบิร์กยังคงปล่อยโฆษณาหาเสียงทางเครือข่ายโทรทัศน์ใหญ่ๆ ของสหรัฐต่อไปภายหลังเขาประกาศถอนตัวแล้ว และประกาศสนับสนุนไบเดน ที่กลับมาเป็นตัวเต็งแทนที่แซนเดอร์ส โดยเขากล่าวว่าไบเดนคือแคนดิเดตที่มีโอกาสมากที่สุดที่จะเอาชนะทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านทรัมป์ทวีตเยาะเย้ยคู่ปรับของเขาทันทีว่า &amp;quot;มินิไมค์ บลูมเบิร์ก เพิ่งถอนตัวจากการแข่งขันลงชิงประธานาธิบดี&amp;quot; มินิไมค์คือคำเรียกที่ทรัมป์ใช้ล้อบลูมเบิร์กที่เป็นคนร่างเล็ก และว่า เขาเคยเตือนบลูมเบิร์กไว้เมื่อนานมาแล้วว่าลงทุนลงแรงไปก็เสียเปล่า และน่าจะประหยัดเงินพันล้านดอลลาร์ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่แท้จริงไว้ได้ แต่ตอนนี้บลูมเบิร์กจะทุ่มเงินช่วยหาเสียงให้โจซึมเซา (ฉายาที่ทรัมป์ตั้งให้ไบเดน) เพื่อรักษาหน้า แต่จะไม่ได้ผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวรอยเตอร์กล่าวว่า ในคำประกาศสนับสนุนไบเดนเป็นประธานาธิบดีนั้น บลูมเบิร์กไม่ได้บอกชัดว่าเขาจะใช้เงินส่วนตัวของเขาช่วยเหลือไบเดนหรือไม่ แต่การที่เขาถอนตัวก็นับว่าเป็นการช่วยเหลืออดีตรองประธานาธิบดีผู้นี้ในตัวอยู่แล้ว เนื่องจากทั้งสองมีฐานความนิยมจากกลุ่มสายกลางของพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ส.ว.แซนเดอร์สวัย 78 ที่ประกาศตัวเป็นนักสังคมนิยมประชาธิปไตยและได้รับความนิยมในกลุ่มคนรุ่นหนุ่มสาว พยายามแบ่งแยกความแตกต่างชัดเจนระหว่างตัวเขากับไบเดน โดยโจมตีไบเดนว่าในอดีตเคยสนับสนุนข้อตกลงการค้าที่ทำลายเขตมิดเวสต์, ลงมติเห็นชอบการทำสงครามอิรักและกฎหมายล้มละลาย แซนเดอร์สกำลังลุ้นว่า ส.ว.เอลิซาเบธ วอร์เรน วัย 70 จะถอนตัวอีกคนหรือไม่ โดยหวังว่าฐานเสียงฝ่ายเสรีนิยมของเธอจะหันมาสนับสนุนเขาด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58993</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกาศถอนตัว, หยั่งเสียงพรรคเดโมแครต, โจ ไบเดน, โดนัลด์ ทรัมป์, ไมเคิล บลูมเบิร์ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200305/image_big_5e6109f8c5148.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58896</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2020 21:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2020 21:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โจ ไบเดน&#039;คัมแบ็ก กวาดชัยหยั่งเสียงซูเปอร์ทิวส์เดย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน กลับเข้าสู่สังเวียนแบบเต็มตัวในฐานะคู่แข่งของ ส.ว.เบอร์นีย์ แซนเดอร์ส ในการหยั่งเสียงของพรรคเดโมแครตเพื่อหาตัวแทนพรรคชิงกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยผลคะแนนวันซูเปอร์ทิวส์เดย์ที่หยั่งเสียงพร้อมกัน 14 รัฐ ชี้ว่าไบเดนกวาดชัยชนะอย่างน้อย 9 รัฐ รวมถึงเทกซัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน พบปะผู้มีสิทธิออกเสียง ที่แคลิฟอร์เนียเมื่อวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 4 มีนาคม 2563 กล่าวว่า ส.ว.แซนเดอร์สวัย 78 ปี ผู้ประกาศตนเป็นนักสังคมนิยมประชาธิปไตย เคยมีคะแนนนำห่างและอยู่บนเส้นทางที่จะกวาดชัยชนะในวันซูเปอร์ทิวส์เดย์ ที่มีจำนวนคณะผู้เลือกตั้งรวมกัน 1 ใน 3 ของคณะผู้เลือกตั้งของพรรคเดโมแครต ที่จะเป็นผู้แทนลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่พรรคเดือนกรกฎาคม แต่ไบเดนวัย 77 ปี กลับทำคะแนนตีตื้นขึ้นมาเรื่อยๆ แม้ในการหยั่งเสียง 3 รัฐแรกเมื่อสัปดาห์ก่อน ดูเหมือนเขาแทบจะหมดอนาคตไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนเพิ่งชนะหยั่งเสียงรัฐเซาท์แคโรไลนาเป็นรัฐแรกเมื่อวันเสาร์ และต่อมา อดีตคู่แข่งทั้งพีต บูติเจิจ และ ส.ว.เอมี โคลบูชาร์ ที่เป็นฝ่ายสายกลาง ก็ประกาศหนุนหลังเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดการณ์ว่า อดีตรองประธานาธิบดีสายกลางรายนี้จะชนะการหยั่งเสียงอย่างน้อย 9 รัฐ หรืออาจถึง 10 รัฐ ได้แก่ รัฐเวอร์จิเนีย, นอร์ทแคโรไลนา, แอละแบมา, โอคลาโฮมา, เทนเนสซี, อาร์คันซอ, แมสซาชูเซตส์ และมินนิโซตา นอกจากนี้ไบเดนยังมีคะแนนนำห่างแซนเดอร์สในรัฐเทกซัส ซึ่งมีจำนวนคณะผู้เลือกตั้งมากเป็นอันดับ 2 ของรัฐที่หยั่งเสียงในวันนี้ รองจากแคลิฟอร์เนียที่แซนเดอร์สได้ไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอ็กซิตโพลเผยว่า แซนเดอร์ส ซึ่งลงสมัครชิงตำแหน่งผู้แทนพรรคเป็นครั้งที่ 3 แล้ว จะชนะที่รัฐเวอร์มอนต์ รัฐบ้านเกิดของเขา และที่โคโลราโดและยูทาห์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ว.แซนเดอร์สปราศรัยฉลองชัยชนะของเขาเมื่อคืนวันอังคาร ด้วยการโจมตีประธานาธิบดีทรัมป์ โดยเรียกทรัมป์ว่าเป็นประธานาธิบดีที่อันตรายที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐ เขายังโจมตีไบเดนเช่นกันว่าเคยลงมติสนับสนุนการรุกรานอิรักและมีมลทินจากการรับเงินบริจาคของพวกอภิมหาเศรษฐี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรากำลังจัดการกับพวกกลุ่มอิทธิพลทางการเมือง คุณไม่สามารถเอาชนะทรัมป์ได้ด้วยการเมืองแบบเก่าๆ&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านไบเดนปราศรัยที่ลอสแองเจลีส บอกว่าผลที่ออกมาพิสูจน์ว่าความพยายามของเขาที่จะดึงการเมืองอเมริกากลับสู่ความเป็นกลาง หลังจากอยู่กับประชานิยมเอียงขวาของทรัมป์มานาน 4 ปี กำลังเดินหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไบเดนคัมแบ็กได้ในครั้งนี้คือฐานเสียงเหนียวแน่นจากกลุ่มแอฟริกันอเมริกัน ที่ช่วยให้เขาคว้าชัยชนะได้ทั้ง 5 รัฐภาคใต้ของสหรัฐ ถึงแม้ว่าเขาจะได้คะแนนจากกลุ่มฮิสปานิกน้อยกว่าแซนเดอร์ส โดยเฉพาะในรัฐแคลิฟอร์เนียที่มีคณะผู้เลือกตั้งถึง 415 คน แต่ชัยชนะในรัฐเทกซัสที่มีคณะผู้เลือกตั้ง 228 คน และมีประชากรที่หลากหลายกว่า บ่งชี้ว่าไบเดนมีศักยภาพในการสร้างฐานเสียงในวงกว้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไมเคิล บลูมเบิร์ก อภิมหาเศรษฐีอดีตนายกเทศมนตรีนิวยอร์ก วัย 78 ปี ที่ลงสังเวียนหยั่งเสียงอย่างเป็นทางการในวันอังคาร และ ส.ว.เอลิซาเบธ วอร์เรน วัย 70 ปี ทำผลงานไม่ดีนัก วอร์เรนแพ้ในรัฐแมสซาชูเซตส์ของเธอเอง ส่วนบลูมเบิร์ก แม้จะทุ่มทุนส่วนตัวหลายร้อยล้านดอลลาร์โฆษณาหาเสียง ก็ยังไม่สามารถชนะได้แม้แต่รัฐเดียว ยกเว้นดินแดนอเมริกันซามัวในมหาสมุทรแปซิฟิก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ผู้ที่จะได้รับเลือกเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตต้องได้คะแนนจากคณะผู้เลือกตั้ง 1,991 คนขึ้นไป การหยั่งเสียงครั้งหน้าคือวันที่ 10 มีนาคม จัดที่รัฐไอดาโฮ, มิชิแกน, มิสซิสซิปปี, มิสซูรี, นอร์ทดาโคตา และรัฐวอชิงตัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58896</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซูเปอร์ทิวส์เดย์, หยั่งเสียงพรรคเดโมแครต, เบอร์นีย์ แซนเดอร์ส, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200304/image_big_5e5fb7a237055.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58796</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2020 21:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2020 21:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> 3อดีตผู้สมัครเดโมแครตเลือกหนุน &#039;ไบเดน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้แรงหนุนสำคัญจากอดีตคู่แข่ง 3 คน ก่อนสู้ศึกหยั่งเสียงวันซูเปอร์ทิวส์เดย์ที่จัดลงคะแนนพร้อมกัน 14 รัฐ โดยอดีตผู้สมัครที่เลือกหนุนเขา รวมถึงพีต บูติเจิจ และเอมี โคลบลูชาร์ ที่น่าจะดึงฐานเสียงสายกลางมาต่อกรกับเบอร์นีย์ แซนเดอร์ส ส.ว.นิยมซ้ายที่โพลชี้ว่ามีคะแนนนำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจ ไบเดน และเอมี โคลบูชาร์&amp;nbsp; บนเวทีปราศรัยที่เมืองดัลลัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันที่ 3 มีนาคม กล่าวว่า การได้เสียงสนับสนุนจากอดีตคู่แข่งพร้อมกันถึง 3 รายเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ช่วยพลิกฟื้นสถานะของโจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดี วัย 77 ปี ที่อาจเป็นความหวังของกลุ่มอิทธิพลทั้งภาคธุรกิจและการเมืองของพรรคเดโมแครต ในการหาผู้สมัครสายกลางมาโค่นล้ม ส.ว.แซนเดอร์ส นักสังคมนิยมประชาธิปไตยที่เป็นตัวเต็ง ในการเป็นผู้แทนของพรรคลงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีกับโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งพรรครีพับลิกัน ในวันที่ 3 พฤศจิกายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประกาศถอนตัวของพีต บูติเจิจ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองเซาท์เบนด์ รัฐอินดีแอนา วัย 38 ปี และ ส.ว.เอมี โคลบูชาร์ จากรัฐมินนิโซตา เดโมแครตก็เหลือผู้สมัคร 5 คน ที่สู้กันในวันอังคารที่ 3 มีนาคม ที่มีการหยั่งเสียงพร้อมกัน 14 รัฐ ด้วยจำนวนคณะผู้เลือกตั้งมากโข โดยบางพื้นที่จะเริ่มการลงคะแนนตั้งแต่เวลา 06.00 น. หรือ 18.00 น. วันเดียวกันของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนเพิ่งชนะการเลือกตั้งขั้นต้นในการหยั่งเสียงรัฐเซาท์แคโรไลนาเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นชัยชนะรัฐแรกของเขา หลังจากทำคะแนนได้ไม่ดีเลยในการหยั่งเสียง 3 รัฐแรก และทำให้เกิดคำถามว่าเขายังดีพอที่จะต่อสู้กับแซนเดอร์ส ที่เสมอกับบูติเจิจในรัฐแรกและชนะขาดลอยอีก 2 รัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ ไบเดนไปขึ้นเวทีปราศรัยที่เมืองดัลลัส รัฐเทกซัส ซึ่งมีคณะผู้เลือกตั้งมากที่สุดรองจากรัฐแคลิฟอร์เนียในการหยั่งเสียงซูเปอร์ทิวส์เดย์ บนเวทีนี้ ส.ว.โคลบูชาร์ขึ้นมาประกาศว่าเธอยุติการหาเสียงแล้ว และขอสนับสนุนให้ไบเดนเป็นประธานาธิบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อจากนั้นไบเดนก็แนะนำเบโต โอรูร์ค อดีตผู้แทนเทกซัสที่ทุ่มเงินหาเสียงในช่วงแรก แต่สุดท้ายก็ถอนตัว นักการเมืองหนุ่มรายนี้ยังได้รับความนิยมในเทกซัส เขากล่าวบนเวทีว่า &amp;quot;เราต้องการคนที่สามารถโค่นโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ และโจ ไบเดน คือบุคคลนั้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า บูติเจิจที่เพิ่งถอนตัวเมื่อวันก่อนก็ประกาศสนับสนุนไบเดิน โดยบอกว่าเขากำลังมองหาประธานาธิบดีที่จะดึงศักยภาพของทุกคนออกมาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการปราศรัยครั้งนี้ ไบเดนกล่าวเตือนผู้มีสิทธิ์ออกเสียงว่าอย่าได้หลงคล้อยตามแซนเดอร์ส ผู้ที่ไม่ได้เสนอสิ่งใดมากไปกว่า &amp;quot;การปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการเมือง&amp;quot; ในอเมริกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านแซนเดอร์สมุ่งเน้นการหาเสียงในหลายมลรัฐใหญ่ รวมถึงแคลิฟอร์เนีย ซึ่งมีจำนวนคณะผู้เลือกตั้งมากที่สุดในการหยั่งเสียงวันอังคาร ระหว่างปราศรัยที่รัฐยูทาห์ ส.ว.เวอร์มอนต์ วัย 78 ปี บอกว่า กำลังมีความพยายามอย่างมโหฬารของกลุ่มอิทธิพลทางการเมืองและธุรกิจ เพื่อหยุดยั้งเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แซนเดอร์ยังมีคะแนนนำอันดับหนึ่งในผลสำรวจระดับประเทศ แต่ไบเดนคาดหวังว่าแรงหนุนส่งล่าสุดจากอดีตคู่แข่งของเขาจะช่วยให้เขาขยับเข้าใกล้แซนเดอร์ได้ แม้จะไม่ถึงขั้นชนะก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองประธานาธิบดียาวนาน 8 ปี ในสมัยของบารัค โอบามา กล่าวว่า การแข่งขันที่กำลังจะมาถึงในครั้งนี้จะแสดงให้เห็นฐานคะแนนที่แข็งแกร่งของเขาที่เป็นกลุ่มคนผิวดำ, ฮิสปานิก, ผู้หญิง และกลุ่มคนที่อาศัยในชานเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บูติเจิจ ซึ่งเป็นเกย์อย่างเปิดเผย ได้คะแนนเสียงจากเป็นคนผิวขาวที่ช่วยให้เขาชนะการหยั่งเสียงในรัฐไอโอวาที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นผิวขาว แต่ในรัฐถัดมาเขาไม่สามารถดึงคะแนนจากกลุ่มคนผิวดำและกลุ่มฮิสปานิกได้ ส่วนโคลบูชาร์ แม้จะทำคะแนนได้ไม่ดีนัก แต่เธอมีฐานเสียงในรัฐมินนิโซตา ที่น่าจะช่วยเทคะแนนให้ไบเดนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนไมเคิล บลูมเบิร์ก อดีตนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก ที่เพิ่งลงสังเวียนหยั่งเสียงครั้งแรกในวันอังคาร ทุ่มเงินส่วนตัวไปแล้ว 500 ล้านดอลลาร์ ในการซื้อโฆษณาหาเสียงทางโทรทัศน์ แต่เขายังมีคะแนนนิยมตามหลังแซนเดอร์สและไบเดน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58796</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซูเปอร์ทิวส์เดย์, หยั่งเสียงพรรคเดโมแครต, เบอร์นีย์ แซนเดอร์ส, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200303/image_big_5e5e5a2787c9c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58690</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2020 21:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2020 21:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถอนตัวอีกคน &#039;บูติเจิจ&#039;ยุติหาเสียงชิงผู้แทนเดโมแครตสู้ศึก ปธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คะแนนแผ่ว พีท บูติเจิจ วัย 38 ปี อดีตนายกเทศมนตรีชายรักชาย ยกธงขาวแล้ว ประกาศถอนตัวจากการหาเสียงเลือกตั้งขั้นต้นเพื่อหยั่งเสียงหาตัวแทนพรรคเดโมแครตลงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐแข่งกับโดนัลด์ ทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พีต บูติเจิจ (ซ้าย) และแชสเตน บูติเจิจ สามีของเขา ขณะประกาศถอนตัวจากการแข่งขันของพรรคเดโมแครต เมื่อวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อดีตทหารผ่านศึกและอดีตนายกเทศมนตรีเมืองเซาท์เบนด์ รัฐอินดีแอนา ผู้เปิดเผยว่าเป็นเกย์ แถลงต่อผู้สนับสนุนที่เมืองเซาท์เบนด์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคมว่า หนทางในการเป็นผู้สมัครพรรคเดโมแครตลงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐของเขาแคบลงและใกล้ที่จะปิดลง ดังนั้น คืนนี้เขาต้องตัดสินใจที่ยากมากในการยุติการหาเสียงเพื่อเป็นผู้สมัครพรรคเดโมแครตลงเลือกตั้งประธานาธิบดี เขาให้สัญญาว่าจะทำทุกสิ่งเท่าที่มีกำลัง เพื่อให้พรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บูติเจิจเป็นผู้สมัครของพรรคเดโมแครตซึ่งเป็นที่จับตามอง หลังจากเขาชนะการหยั่งเสียงแบบคอคัสที่รัฐไอโอวา โดยเฉือนชนะ ส.ว.เบอร์นีย์ แซนเดอร์ส แต่การหยั่งเสียงที่รัฐเนวาดา เขาได้คะแนนเป็นอันดับที่ 3 ส่วนการหยั่งเสียงที่รัฐเซาท์แคโรไลนาเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา คะแนนของเขายิ่งเลวร้ายลงไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐ ที่เป็นผู้ชนะในการหยั่งเสียงแบบไพรมารีที่รัฐเซาท์แคโรไลนาโดยได้ถึง 48% กล่าวชื่นชมบูติเจิจสำหรับการหาเสียงอย่างบุกเบิกของเขา ด้วยความกล้าหาญ, ความเห็นอกเห็นใจ และซื่อสัตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แซนเดอร์ส ซึ่งโพลระบุว่าเขามีคะแนนนำในหลายรัฐในการหยั่งเสียง &amp;quot;ซูเปอร์ทิวส์เดย์&amp;quot; ที่โหวตพร้อมกัน 14 รัฐในวันอังคารนี้ เผยกับสถานีซีบีเอสเมื่อวันอาทิตย์ว่า เขามีโอกาสเป็นผู้ชนะที่รัฐแคลิฟอร์เนีย, เทกซัสและแมสซาชูเซตต์และอีกหลายรัฐ และชื่นชมบูติเจิจที่หาเสียงอย่างแข็งแกร่งและสร้างประวัติศาสตร์ และเชิญชวนผู้สนับสนุนบูติเจจให้มาร่วมกับเขาในการต่อสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงในประเทศนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58690</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกาศถอนตัว, พีต บูติเจิจ, หยั่งเสียงพรรคเดโมแครต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200302/image_big_5e5d1301dda16.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
