<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116759</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2021 10:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2021 10:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘นิพิฏฐ์’ชี้ชัดส.ส.ที่ศาลฎีกาสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่รับเงินเดือนไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย.2564 - นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) &amp;nbsp;โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;ส.ส.ที่ถูกศาลสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ยังรับเงินเดือนหรือไม่?&amp;rdquo; มีเนื้อหาว่า มีผู้ถามมาเยอะว่า ส.ส.ที่ศาลฎีกาสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ยังรับเงินเดือน หรือ สิทธิอื่นๆอันเกิดจากการเป็นส.ส.อยู่อีกหรือไม่ ขอตอบว่า ไม่ได้รับครับ เพราะสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเขาจะสั่งระงับรอผลคำพิพากษาของศาลฎีกา เพราะหากจ่ายไปแล้วต่อมาหากศาลพิพากษาว่าผิด ก็ต้องเรียกเงินคืนทั้งหมด เกรงว่าบางท่านจะไม่คืน ทำให้รัฐเสียหาย แต่หากปรากฏว่า ต่อมา ศาลฎีกาพิพากษาว่าไม่ผิด สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจะจ่ายเงินเดือน/ค่าตอบแทนย้อนหลังให้จนถึงวันที่ศาลสั่งให้หยุดการปฏิบัติหน้าที่ (รธน.มาตรา 235)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมต้องตอบให้หายข้องใจ เพราะตอนผมขอให้พรรคภูมิใจไทยแสดงความรับผิดชอบ ให้ ส.ส.ลาออก เพื่อให้มีการเลือกตั้งซ่อม ให้คนพัทลุงได้มี ส.ส.ทำหน้าที่ในสภาเหมือนจังหวัดอื่น &amp;nbsp;มีบางท่านออกมาโต้แย้งว่า แม้หยุดการปฏิบัติหน้าที่ก็ยังทำงานได้อยู่ อันนี้ก็มีส่วนจริง เช่น ยังออกไปซื้อกาแฟที่ปากซอย หรือออกไปซื้อสบู่ ยาสีฟัน ที่ร้านสะดวกซื้อข้างบ้านได้ อันนี้ ทำได้ตามจริง เหมือนที่บางท่านขึ้นเฟสชี้แจง สิทธิเหล่านี้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเขาไม่ห้ามครับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116759</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, ปชป., พรรคประชาธิปัตย์, หยุดปฏิบัติหน้าที่, อดีต ส.ส.พัทลุง, เฟซบุ๊ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210915/image_big_6141676bc05b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114206</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2021 10:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2021 10:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนิกานต์&#039;ลั่นพร้อมพิสูจน์ตัวเองคดีเสียบบัตร ฉะปปช.ด่วนตัดสินไม่เป็นธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ส.ค. 64 - น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร เขตบางซื่อ-ดุสิต พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่ศาลฎีกามีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่จากคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดกรณีเสียบบัตรแทนกัน ว่า การชี้มูลของ ป.ป.ช. ไม่เป็นธรรม ไม่ได้ค้นหาหลักฐาน และไม่ได้ให้โอกาสชี้แจง ด่วนตัดสิน ทั้งๆ ที่ข้อมูลหลักฐานต้องสืบค้น ไม่ใช่เป็นการรวบรัดและรีบชี้มูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในวันที่ 8 สิงหาคม 2562 สองปีที่แล้ว เป็นวันที่มีการใช้เครื่องลงคะแนนจริงเป็นครั้งแรก บรรยากาศเต็มไปด้วยความโกลาหล มีการประท้วงเรื่องระบบการลงคะแนนมีปัญหาตลอดครึ่งเช้า และมีงานเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ต้องออกไปปฏิบัติหน้าที่ทันที โดยไม่ได้ดึงบัตรออกจากเครื่อง ตอนนั้นเป็นเหตุการณ์ 2 ปีที่แล้ว น่าจะกังวลเพราะเครื่องมีปัญหา ก็เลยคิดว่ารีบไปรีบกลับ และต้องกลับมาลงมติต่อ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ป.ป.ช.ชี้มูล โดยไม่สืบค้นหลักฐานว่าใครเป็นคนกด และก็ไม่เคยฝากบัตรและไม่เคยยินยอมให้ใครนำบัตรไปใช้กดแทน พร้อมพิสูจน์ตัวเองตามกระบวนการ&amp;rdquo; น.ส.ธณิกานต์ กล่าวยืนยัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114206</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนิกานต์ พรพงษาโรจน์, ป.ป.ช., ศาลฎีกา, ส.ส.พปชร., หยุดปฏิบัติหน้าที่, เสียบบัตรแทนกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210823/image_big_61230fc89c44f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113734</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 19:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 14:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลฎีกาสั่ง &#039;ธณิกานต์&#039; ส.ส.พปชร. หยุดปฏิบัติหน้าที่ หลัง ปปช.ยื่นร้องฝ่าฝืนจริยธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา ศาลฎีกาได้มีคำสั่งคดีหมายเลขดำที่ คมจ. 2/2564 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นร้อง น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ เรื่องการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง (ชั้นรับคำร้อง) ในคดีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดมาตรฐานจริยธรรมฯ อย่างร้ายแรง จากการเสียบบัตรแทนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกามีคำพิพากษาหรือคำสั่งว่าผู้คัดค้านฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงให้ผู้คัดค้านหยุดปฏิบัติหน้าที่นับ แต่วันที่ศาลฎีการับคำร้องจนกว่าจะมีคำพิพากษาให้ผู้คัดค้านพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันหยุดปฏิบัติหน้าที่เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้คัดค้านและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดเวลาไม่เกิน 10 ปีตามรัฐธรรมนูญ 60 มาตรา 235 พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 87 และมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระรวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 ข้อ 6-8,11,17 และ 27&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่าคำร้องของผู้ร้องบรรยายพฤติการณ์ที่กล่าวหาพร้อมทั้งชี้ช่องพยานหลักฐานชัดเจนเพียงพอที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาไต่สวนข้อเท็จจริงต่อไปได้และผู้ร้องดำเนินการตามระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง พ.ศ. 2561 ครบถ้วนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลฎีกาจึงมีคำสั่งให้รับคำร้องของผู้ร้องส่วนที่ผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งให้ผู้คัดค้านไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่นั้นเห็นว่ากรณีตามคำร้องของผู้คัดค้านยังไม่มีเหตุผลเพียงพอสมควรที่จะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นโดยให้ผู้คัดค้านปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจึงให้ยกคำร้องผู้คัดค้านย่อมต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำพิพากษาตามรัฐธรรมนูญ 60 มาตรา 235 วรรคสาม นัดพิจารณาครั้งแรกหรือไต่สวนพยานผู้ร้องในวันที่ 11 พ.ย.64 เวลา 9.30 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113734</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์, ปปช., ศาลฎีกา, ส.ส.พลังประชารัฐ, หยุดปฏิบัติหน้าที่, เสียบบัตรแทนกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210818/image_big_611cb3fb3ef63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98715</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุก8เดือน‘ปารีณา’คดีหมิ่น‘ช่อ’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ศาลสั่งคุก 8 เดือน ปรับ 6 หมื่น &amp;quot;ปารีณา&amp;quot; โพสต์หมิ่น &amp;quot;ช่อ&amp;quot; ลงใต้เอี่ยวบึ้มกรุง รอลงอาญา 2 ปี &amp;ldquo;ธรรมนัส&amp;rdquo; ลุ้น 5 พ.ค.นี้ ศาล รธน.นัดชี้ชะตาสถานะ รมต.-ส.ส. ปมต้องคำพิพากษาคดีค้ายาออสเตรเลีย ศาลรับคำร้อง กกต.สั่ง 5 ส.ส.กปปส.หยุดปฏิบัติหน้าที่ อุทธรณ์จำคุก ส.ส.ขอนแก่นเพื่อไทยย้าย ผอ.โรงเรียนมิชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2564 ที่ห้องพิจารณา 806 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.2043/2562 ที่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช หรือช่อ กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า อดีต ส.ส.และอดีตโฆษกพรรคอนาคตใหม่ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 กรณีเมื่อวันที่ 4 ส.ค.2562 จำเลยได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว กล่าวหาใส่ร้ายทำนองว่า น.ส.พรรณิการ์ โจทก์ และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (ขณะนั้น) มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับเหตุระเบิดในหลายพื้นที่กรุงเทพมหานคร และ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งล้วนเป็นข้อความอันเป็นเท็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์และจำเลยนำสืบแล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยประการแรกว่า จำเลยเป็นผู้ใช้งานบัญชีเฟซบุ๊กที่โจทก์ฟ้องคดีนี้หรือไม่ โดยจำเลยปฏิเสธว่าบัญชีดังกล่าวเป็นเฟซบุ๊กปลอม ภายหลังจากที่โจทก์ฟ้องจำเลยคดีนี้ เห็นว่าพยานโจทก์เบิกความยืนยันสอดคล้องกันว่า ก่อนเกิดเหตุคดีนี้จำเลยเคยถ่ายทอดสดโดยปรากฏใบหน้าจำเลยผ่านบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นคดีนี้ อีกทั้งพยานโจทก์ซึ่งเป็นสื่อมวลชนเบิกความว่า ภายหลังเกิดเหตุโจทก์แถลงข่าวเกี่ยวกับคดีนี้ จำเลยก็มีได้ปฏิเสธว่าบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวมิใช่เฟซบุ๊กของจำเลยแต่อย่างใด เพียงแต่ออกมาปฏิเสธภายหลังเมื่อโจทก์ฟ้องเป็นคดีนี้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีปัญหาต้องวินิจฉัยต่อไปว่า จำเลยกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามฟ้องหรือไม่ เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยเป็นผู้ใช้งานบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ &amp;quot;ปารีณา ไกรคุปต์&amp;quot; นั้น เห็นว่า การที่จำเลยโพสต์ข้อความดังกล่าวประกอบกับรูปภาพของโจทก์และรูปภาพของผู้ต้องสงสัยในการก่อเหตุวางระเบิดในกรุงเทพฯ ย่อมทำให้บุคคลทั่วไปที่ได้อ่านข้อความและดูรูปภาพประกอบกันแล้ว เข้าใจได้ทันทีว่าโจทก์มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ต้องสงสัยในเหตุการณ์วางระเบิดในกรุงเทพมหานคร โจทก์เป็นผู้จ้างวานให้มีการวางระเบิด ถือเป็นการใส่ความโจทก์ว่าเป็นคนไม่ดีต่อบุคคลที่สาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะเกิดเหตุ โจทก์ดำรงตำแหน่ง ส.ส.ฝ่ายค้าน ส่วนจำเลยดำรงตำแหน่ง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่จำเลยใส่ความโจทก์ดังที่กล่าว เพื่อมุ่งประสงค์ให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง และภายหลังเผยแพร่ข้อความดังกล่าวแล้ว จำเลยก็ไม่ได้วิเคราะห์หรืออธิบายข้อเท็จจริงในเฟซบุ๊กของจำเลยให้ประชาชนได้ทราบว่าโจทก์เกี่ยวข้องกับผู้ต้องสงสัยในเหตุการณ์วางระเบิดอย่างไร จึงมิใช่การแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ติชมด้วยความชอบธรรม การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท เมื่อจำเลยโพสต์ข้อความและรูปภาพดังกล่าวผ่านบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กของจำเลย โดยตั้งค่าการเข้าถึงแบบสาธารณะ ย่อมทำให้ประชาชนหรือบุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงได้โพสต์ดังกล่าวได้อย่างไม่จำกัด เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า โพสต์ดังกล่าวมีผู้กดถูกใจ 498 ครั้ง กดแชร์โพสต์ถึง 263 ครั้ง จึงถือได้ว่าเป็นการกระจายข่าวสู่สาธารณชนในลักษณะแพร่หลายแล้ว การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 ประกอบมาตรา 326 จำคุก 1 ปี ปรับ 100,000 บาท ทางนำสืบจำเลยให้การเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 8 เดือน ปรับ 66,666 บาท ไม่ปรากฏว่า จำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาภายหลังฟังคำพิพากษา น.ส.ปารีณา จำเลย จ่ายเงินค่าปรับ จำนวน 66,666 บาทต่อศาลเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงเดินทางกลับทันทีโดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการอภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยในคดีที่ประธานรัฐสภาส่งความเห็นของ ส.ส. 51 คน ขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคหนึ่ง และมาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่าสมาชิกภาพ ส.ส.ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (10) และความเป็นรัฐมนตรีของ ร.อ.ธรรมนัสสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 17 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (6) และมาตรา 98 (10) หรือไม่ จากกรณีเคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายอันถึงที่สุดว่าได้กระทำความผิดในความผิดฐานเป็นผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือผู้ค้าซึ่งยาเสพติด แม้จะเป็นคำพิพากษาของศาลต่างประเทศ ซึ่งศาลได้ให้ ร.อ.ธรรมนัสได้ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา รวมทั้งมีหนังสือเรียกเอกสารหลักฐานจากคู่กรณีและกระทรวงการต่างประเทศแล้ว โดยจากการอภิปราย ศาลเห็นว่าคดีเป็นปัญหาข้อกฎหมาย และมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะวินิจฉัยได้ จึงยุติการไต่สวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง และกำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ ลงมติ และอ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟังในวันพุธที่ 5 พ.ค. เวลา 15.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลรัฐธรรมนูญยังมีคำสั่งรับคำร้องกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคสี่ ว่าสมาชิกภาพ ส.ส.ของนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีต รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ อดีต รมว.ศึกษาธิการ และนายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา อดีต รมช.คมนาคม, นายอิสสระ สมชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายชุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (4) (6) จากเหตุต้องคำพิพากษาศาลอาญาจำคุกในคดีชุมนุม กปปส.ปี 2557 ไว้พิจารณาวินิจฉัย และแจ้งให้ กกต.ทราบ พร้อมส่งสำเนาคำร้องให้ผู้ถูกร้องทั้ง 5 ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหากต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง นอกจากนี้ยังมีคำสั่งให้บุคคลทั้ง 5 คนหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคสอง จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย และแจ้งให้ กกต. และประธานสภาผู้แทนราษฎรทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับวินิจฉัยในประเด็นที่ กกต.ขอให้วินิจฉัยว่า กรณีดังกล่าวเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายพุทธิพงษ์ นายณัฏฐพล และนายถาวร สิ้นสุดลงเฉพาะตัวหรือไม่ โดยเมื่อวันที่ 22 มี.ค. มีพระบรมราชโองการประกาศให้ทั้ง 3 คนพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 จ.ขอนแก่น ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีหมายเลขดำที่ อท.5/2562 คดีหมายเลขแดงที่ 24/2563 ระหว่างนายมีศิลป์ ชินภักดี โจทก์ กับนายกิตติ บุญเชิด จำเลยที่ 1 กับพวก รวม 11 คน โดยมีนายบัลลังก์ อรรณนพพร ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย เป็นจำเลยที่ 4 ปฏิบัติหน้าที่กรรมการประเมินศักยภาพผู้ขอย้าย/กรรมการกลั่นกรองการย้าย และ อ.ก.ค.ศ. สพม.25 ขอนแก่น โดยมิชอบ กรณีโจทก์ยื่นคำร้องขอย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน เมื่อปี 2558&amp;nbsp; ซึ่งศาลพิพากษาจำคุก 1 ปี 6 เดือน นายกิตติ บุญเชิด กับพวก รวมถึงนายบัลลังก์ โดยไม่รอลงอาญา.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98715</URL_LINK>
                <HASHTAG>รอลงอาญา 2 ปี, ส.ส.กปปส., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หยุดปฏิบัติหน้าที่, โพสต์หมิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606dc83aad58b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97314</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุกรุกป่าพ่นพิษ ศาลสั่ง‘ปารีณา’ หยุดปฏิบัติหน้าที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ศาลฎีการับคำร้อง ป.ป.ช. คดี &amp;quot;ปารีณา ไกรคุปต์&amp;quot; รุกป่าสงวนฯ ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำพิพากษา ด้าน &amp;quot;ปารีณา&amp;quot; น้อมรับคำสั่งศาล ยันพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แกนนำ พปชร.เชื่อ ส.ส.ปารีณากำลังใจดี&amp;nbsp; มั่นใจหายไป 1 เสียงไม่กระทบการทำงานในสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลฎีกา สนามหลวง วันที่ 25 มีนาคม ศาลอ่านคำสั่งในคดี คมจ.1/2564 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กรณีถูกดำเนินคดีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนในจังหวัดราชบุรี อันเป็นการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวและส่วนรวม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ ป.ป.ช.ผู้ร้องมาศาล น.ส.ปารีณาผู้คัดค้านไม่มาศาล ได้ยื่นคำร้องขอให้ไต่สวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมก่อนมีคำสั่ง และขอให้เลื่อนการมีคำสั่งในวันนี้ออกไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ในชั้นนี้เป็นการพิจารณาว่าจะรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยหรือไม่ กรณีไม่มีเหตุต้องไต่สวนข้อเท็จจริงและเลื่อนฟังคำสั่งออกไปก่อนตามคำร้องของผู้คัดค้าน ส่วนที่ผู้คัดค้านยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 24 มี.ค.2564 โต้แย้งว่า ป.ป.ช.ไต่สวนโดยไม่ชอบ การกระทำของผู้คัดค้านไม่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง และตามคำร้องฉบับลงวันที่ 25 มี.ค. ว่าผู้คัดค้านได้ส่งมอบที่ดินคืนให้แก่สำนักงานการปฏิรูปที่ดิน ผู้คัดค้านจึงมิได้เป็นผู้กระทำความผิดนั้น เป็นปัญหาที่ต้องว่ากล่าวกันในชั้นพิจารณา อ่านคำสั่งให้ผู้ร้องทราบแล้ว นัดพิจารณาครั้งแรกหรือไต่สวนพยานผู้ร้อง ในวันที่ 30 เม.ย.2564 เวลา 09.30 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ผู้คัดค้านยื่นคำร้องว่า หากศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้อง เนื่องจากผู้คัดค้านไม่สามารถให้คุณหรือโทษแก่บุคคลใดๆ และไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงหรือดำเนินการใดๆ เพื่อให้ข้อเท็จจริงคดีนี้เปลี่ยนแปลงไป ขอให้ผู้คัดค้านยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ตามคำร้องฉบับลงวันที่ 23 มี.ค.2564 นั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คำร้องของผู้คัดค้านยังไม่มีเหตุเพียงพอให้ศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น หรือมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ตามที่ผู้คัดค้านร้องขอ ให้ยกคำร้อง เนื่องจากศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยแล้ว และมิได้มีคำสั่งเป็นอย่างอื่น รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 235 วรรคสาม บัญญัติให้ผู้คัดค้านหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำพิพากษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงให้มีหนังสือแจ้งคำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ หมายส่งสำเนาคำร้องและคำสั่งให้ผู้คัดค้านทราบ ให้ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านภายใน 14 วัน นับแต่วันรับคำร้อง และมีหนังสือขอให้ศาลที่ผู้คัดค้านมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำนาจศาล ดำเนินการจัดส่งแทนการส่งหมาย ถ้าไม่มีผู้รับหรือไม่สามารถทำได้ ให้ปิดหมายและให้มีผลใช้ได้ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.ปารีณาเปิดเผยภายหลังศาลฎีกามีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ว่า ขอน้อมรับคำสั่งศาล และพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และมั่นใจในระบบกระบวนการยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ น.ส.ปารีณาได้ลงรูปภาพตนเองบนเฟซบุ๊ก โดยไม่มีการโพสต์ข้อความใดๆ ประกอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องดังกล่าวว่า &amp;quot;ทราบแล้ว&amp;quot; เมื่อถามว่ากรณีดังกล่าวจะกระทบกับรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวว่า เป็นเรื่องของศาล ตนไม่ขอก้าวล่วง ผู้สื่อข่าวถามว่าได้ให้กำลังใจ น.ส.ปารีณาอย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่เป็นไรหรอก เขากำลังใจดีอยู่แล้ว เมื่อถามว่าเสียงพรรค พปชร.หายไปหนึ่งเสียง จะกระทบการทำงานหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ถามอะไรก็ไม่รู้ เป็นเรื่องของตน สื่อไม่เกี่ยว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาธิการพรรค พปชร. กล่าวว่า ขณะนี้ในพรรคยังไม่มีการพูดคุยกัน ซึ่งหากเป็นจริง ตนคิดว่าต้องรอดูเหตุการณ์ว่าจะเป็นอย่างไรในส่วนนี้ แต่ส่วนตัวก็รู้สึกผิดหวังไปกับ น.ส.ปารีณาที่ต้องโดนตัดสิทธิ์
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมในฐานะเลขาธิการพรรค ก็เป็นห่วงเป็นกังวล ในฐานะที่ทำงานร่วมกันมา ซึ่ง น.ส.ปารีณาก็เป็นสมาชิกของเราคนหนึ่ง เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้เราก็ต้องรู้สึกผิดหวังเป็นธรรมดา แต่สิ่งหนึ่งในส่วนของพรรคก็ต้องมีการดำเนินกิจกรรมหลายๆ อย่าง โดยต้องมาดูว่าเราจะสามารถคิดอ่านอย่างไรต่อไป ซึ่งก็ต้องเป็นภาพรวมของพรรค โดยต้องมีการหารือในที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคอีกครั้งหนึ่ง แต่สำหรับผมในฐานะที่เป็นเลขาธิการพรรค ก็ต้องรู้สึกเสียใจกับ น.ส.ปารีณา&amp;quot; นายอนุชากล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การที่เสียงของรัฐบาลขาดไปหนึ่งเสียง จะทำให้มีผลกระทบอะไรในการทำงานสภาหรือไม่ นายอนุชากล่าวว่า ไม่มีหรอก เพราะเราก็เพิ่งผ่านการเลือกตั้งมา เสียงที่เรามีอยู่ตอนนี้ค่อนข้างที่จะมีความมั่นคง ซึ่งเรื่องของเสียงไม่สำคัญเท่ากับการเสียเพื่อนไปคนหนึ่งที่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ เท่านั้นเอง เรื่องเสียงในสภาไม่ใช่ประเด็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช้าวันเดียวกัน ที่สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารกรุงเทพใต้ ขณะที่ น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์ พร้อมพวกผู้ต้องหาแกนนำและแนวร่วมกลุ่มราษฎร เดินทางมารายงานตัวตามที่อัยการนัดฟังคำสั่งคดีชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมนี ภายหลังทราบข่าว น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ถูกศาลฎีกาสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ มวลชนต่างพากันดีใจด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97314</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป.ป.ช., ปารีณา ไกรคุปต์, ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง, รุกป่าสงวน, ศาลฎีการับคำร้อง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หยุดปฏิบัติหน้าที่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210325/image_big_605c96f9025ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97257</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2021 14:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2021 14:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปารีณา&#039; เคลื่อนไหวแล้ว! หลังศาลสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มี.ค.64 - ภายหลัง ศาลฎีการับคำร้องคดี นางสาว ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนใน จ.ราชบุรี และมีคำสั่งให้หยุดการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด นางสาวปารีณา ได้ลงรูปภาพตนเองบนเฟซบุ๊ก โดยไม่มีการโพสต์ข้อความใดๆประกอบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97257</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปารีณา ไกรคุปต์, หยุดปฏิบัติหน้าที่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210325/image_big_605c36d44c0b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39508</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2019 12:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2019 12:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปิยบุตร&#039;หวังคดี41ส.ส.ศาลใช้มาตรฐานเดียวกับธนาธร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มิ.ย. 62 - ที่บริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อและเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาเรื่องที่พรรคอนาคตใหม่ส่งให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งเรื่องให้วินิจฉัย 41 ส.ส. ถือครองหุ้นสื่อ ขาดคุณสมบัติการเป็นส.ส. ว่า พรรคจะติดตามและคาดหวังมาตรฐานของกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทยที่เท่าเทียมกัน ซึ่งมีบรรทัดฐานมาแล้ว 2 เรื่อง คือการพิจารณาเรื่องการถือหุ้น ว่าใครถือหุ้นอย่างไร ให้ดูจากบริคณห์สนธิเป็นหลัก ซึ่งศาลฎีกาวางแนวเอาไว้แล้ว ไม่ได้ดูเรื่องการประกอบกิจการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องการปฏิบัติหน้าที่นั้น ในกรณีของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ถูกให้หยุดปฏิบัติหน้าที่มาแล้ว โดยให้เหตุผลว่าหากให้ประชุมไปจะเกิดความเสียหายได้ และอาจจะมีปัญหาในข้อกฎหมายต่างๆ ตามมา ดังนั้นกรณีของ 41 ส.ส.น่าจะไม่แตกต่างกัน และในชั้นนี้เป็นการรับคำร้องเท่านั้น ยังไม่ได้ชี้ขาดว่าถูกหรือผิด ซึ่งส.ส.ทุกคนมีสิทธิแก้ต่างต่อศาลรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกับนายธนาธร อย่างไรก็ตาม ทางพรรคก็เคารพดุลยพินิจของศาล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39508</URL_LINK>
                <HASHTAG>41ส.ส.ถือหุ้นสื่อ, ธนาธร, ปิยบุตร, ศาลรธน., หยุดปฏิบัติหน้าที่, อนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190626/image_big_5d1306f1a78fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
