<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88022</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/12/2020 08:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/12/2020 08:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ของขวัญปีใหม่! มอเตอร์เวย์เปิดขึ้นฟรี 2 เส้นทาง รวม 6 วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ธ.ค.63 - นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีรับทราบกระทรวงคมนาคมมอบของขวัญปีใหม่ 2564 ยกเว้นค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนต์บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 และทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 ในช่วงเทศกาลปีใหม่ของปี พ.ศ. 2564 ยกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมตั้งแต่เวลา 00.01 นาฬิกา ของวันที่ 30 ธันวาคม 2563 ถึงเวลา 24.00 นาฬิกา ของวันที่ 4 มกราคม 2564 เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่จะเดินทางในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวปลายปีนี้ คาดว่าจะมีพี่น้องประชาชนเดินทางใช้รถใช้ถนนเป็นจำนวนมากส่งท้ายปีเก่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น เพื่ออำนวยความสะดวกในการสัญจรให้แก่ประชาชนที่จะเดินทางออกและเข้ากรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยเฉพาะบริเวณหน้าด่านเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางที่คาดว่าจะมีปัญหาจราจรติดขัดยาวหลายกิโลเมตร เนื่องจากประชาชนรอชำระค่าธรรมเนียมผ่านทางการใช้ยานยนตร์บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 และทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร (ถนนกาญจนาภิเษก) ตอนบางปะอิน &amp;ndash; บางพลี และตอนพระประแดง &amp;ndash; บางแค ช่วงพระประแดง &amp;ndash; ต่างระดับบางขุนเทียน ซึ่งการยกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางในช่วงเวลาดังกล่าวจะมีส่วนช่วยสนับสนุนทำให้การจราจรมีความคล่องตัว แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ลดภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์สภาวะเศรษฐกิจถดถอยจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือ Covid -19 ด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88022</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคมนาคม, ของขวัญปีใหม่, งดเก็บค่าทางด่วน, หยุดยาวปีใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200916/image_big_5f6228788cd57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87916</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ตร.8หมื่นรับปีใหม่ คุมจร.-สกัดโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ระดมตำรวจ 8 หมื่นนายดูแลการจราจรทั่วประเทศช่วงหยุดยาวปีใหม่ 29 ธ.ค.-4 ม.ค. ห้ามรถบรรทุกตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไปวิ่งบนทางหลวง 7 สาย ตั้งจุดตรวจรวมทั้งความมั่นคง เมาขับและสกัดโควิด เตือนขายเหล้าให้เยาวชน-ถูกจับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ่ายวันที่ 24 ธันวาคมนี้ ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. กำกับดูแลศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2564 สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ประชุมสั่งการให้ตำรวจทั่วประเทศ เตรียมพร้อมปฏิบัติในการอำนวยความสะดวกการจราจรเพื่อลดอุบัติเหตุ จำนวนกว่า 80,000 นาย ช่วงหยุดยาว ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2563-4 มกราคม 2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์เผยว่า แม้มีโควิด-19 แต่ก็เชื่อว่ายังมีผู้เดินทางกลับภูมิลำเนาจำนวนมากเช่นเดิม ซึ่งคาดการณ์ว่าช่วงวันที่ 30-31 ธันวาคม จะมีการเดินทางออกจากกรุงเทพฯ หนาแน่น เนื่องจากเป็นช่วงการทำงานวันสุดท้าย และจะกลับมาหนาแน่นอีกครั้งในช่วงวันที่ 3 มกราคม 2564 หลังวันหยุดยาว ทั้งนี้ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจในการทำงานด้านการลดอุบัติเหตุทางถนนในปีนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. จะมอบโล่รางวัลแก่หน่วยงานที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นด้านการลดอุบัติเหตุบนท้องถนน และจังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตในช่วงเทศกาลปีใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนโยบายด้านการจราจรในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2564 ของ ตร.มีจุดเน้น ดังนี้ 1.การอำนวยความสะดวกและจัดการจราจรในช่วงที่มีประชาชนออกเดินทางจำนวนมาก ได้จัดเตรียมความพร้อมด้านกำลังพล อุปกรณ์เครื่องมือ และระบบการสื่อสารเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจร มีการตั้งจุดบริการตามเส้นทางหลัก เส้นทางรอง และทางเลี่ยง รวมถึงการจัดการจราจรบริเวณทางร่วมทางแยก และหน้าสถานีบริการน้ำมัน หรือจุดแวะพักรถที่มีผู้เข้าใช้บริการเป็นจำนวนมาก เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อการจราจรบนเส้นทางหลัก โดยมีศูนย์ควบคุมสั่งการจราจรอยู่ที่กองบังคับการตำรวจทางหลวง สายด่วนหมายเลข 1193 หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชันไลน์ @highway1193 และในพื้นที่ กทม. สอบถามได้ที่ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) สายด่วนหมายเลข 1197 เกี่ยวกับเส้นทาง รับแจ้งอุบัติเหตุ และประชาสัมพันธ์เส้นทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านการอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับการใช้รถและถนนสำหรับประชาชน มีดังนี้ 1.1 ออกข้อบังคับหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรทั่วราชอาณาจักร ว่าด้วยการกำหนดห้ามรถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไป เดินในถนนบางสาย ระหว่าง 30 ธันวาคม 2563-4 มกราคม 2564 เส้นทางห้ามวิ่ง 7 เส้นทาง ระยะทางรวม 99 กม. ได้แก่ 1.มิตรภาพ : ต.ทับกวาง จ.สระบุรี กม.15-35 ระยะทาง 20 กม. 2.พหลโยธิน : ช่วง ต.หนองยาว จ.สระบุรี กม.99-106 ระยะทาง 7 กม. 3.เลี่ยงเมืองสระบุรีฝั่งตะวันตก : ต.ปากข้าวสาร จ.สระบุรี กม. 0-9 ระยะทาง 9 กม. 4.พหลโยธิน : กลางแดด-นครสวรรค์ตก จ.นครสวรรค์ กม.332-347 ระยะทาง 15 กม. 5.รังสิโยทัย : ปากน้ำโพ-บางม่วง จ.นครสวรรค์ กม. 0-7 ระยะทาง 7 กม. 6.กบินทร์บุรี-ปักธงชัย : กบินทร์ฯ-นาดี กม.165-195 ระยะทาง 30 กม. และ 7.บุรีรัมย์-อรัญประเทศ : ตาพระยา-โนนแดง กม.70-81 ระยะทาง 11 กม. ในกรณีรถบรรทุกบางประเภทที่มีความจำเป็นต้องเดินรถในถนนดังกล่าวข้างต้น สามารถขออนุญาตหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรจังหวัดนั้นๆ เป็นกรณีไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.2 ออกข้อบังคับหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรทั่วราชอาณาจักร ว่าด้วยการกำหนดช่อง หรือแนวทางเดินรถขึ้นและล่องในถนนบางสาย (ขาขึ้น 14 จุด ระหว่าง 28 ธันวาคม 2563-31 ธันวาคม 2564 และขาล่อง 17 จุด ระหว่าง 1-4 มกราคม 2564 ใช้เป็นช่องทางพิเศษเพื่อระบายรถช่วงที่หนาแน่นให้คล่องตัว (Reversible Lane) 1.3 มีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้คืนพื้นผิวจราจรที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างซ่อมแซม เพื่อลดการจราจรติดขัดสะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.การบังคับใช้กฎหมาย โดยบังคับใช้กฎหมายจราจร 10 ข้อหาหลัก และ พ.ร.บ.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 อย่างจริงจัง และใช้มาตรการเพื่อป้องกันก่อนเกิดเหตุหรือก่อนการกระทำผิด โดยเพิ่มชุดเคลื่อนที่เร็วให้มากที่สุดในแต่ละพื้นที่ร่วมกับอาสาสมัครด่านชุมชน และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ในการจัดทำบัญชีกลุ่มเสี่ยงของผู้ที่มีแนวโน้มกระทำผิด โดยเฉพาะเมาแล้วขับ และใช้มาตรการตักเตือนก่อนกระทำผิด ผ่านกลไกภาคีเครือข่ายในพื้นที่หรือด่านชุมชน หากพบยังฝ่าฝืน เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการตามกฎหมาย มีการบังคับใช้กฎหมายเรื่องเมาแล้วขับที่จุดตรวจความมั่นคง หรือจุดตรวจควบคุมโรคระบาด โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจุดตรวจทุกนาย ต้องมีกล้องบันทึกภาพเคลื่อนไหวแบบดิจิตอลชนิดติดตัวหรือชนิดอื่นเพื่อความโปร่งใส ตรวจสอบได้ในการปฏิบัติงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า สถานการณ์ปีนี้มีการระบาดของเชื้อโควิด-19 ก็จะมีการปรับด่านตรวจให้มีความครอบคลุมทั้งจุดตรวจความมั่นคง จุดตรวจแอลกอฮอล์ และจุดตรวจควบคุมโรคระบาดโควิด-19 ให้เป็นจุดเดียวกัน โดยจะให้เป็นไปตามมาตรฐานของสาธารณสุข โดยเฉพาะการตรวจวัดแอลกอฮอล์ที่จะมีการปรับรูปแบบการวัดเพื่อลดความเสี่ยงของการแพร่เชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีเกิดอุบัติเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่ทุกราย มีการสอบสวนขยายผล กรณีเด็กหรือเยาวชนดื่มสุราแล้วมาขับรถ จะขยายผลดำเนินคดีกับผู้ขายสุรา ตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฯ และสอบสวนขยายผลดำเนินคดีกับบุคคลที่ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอม ให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือบุคคลที่จำหน่ายหรือให้สุราแก่เด็กตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 และบังคับใช้กฎหมายการห้ามจำหน่ายสุราในเวลาห้าม และห้ามดื่ม-ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่กฎหมายกำหนด และห้ามขายให้บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 25 ธ.ค.นี้ เวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะเดินทางไปเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ครั้งที่ 12/2563 ณ ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 ตร. โดยมีวาระการประชุม 5 วาระ สำหรับวาระน่าสนใจ คือ การเลื่อนเงินเดือนประจำปี 2563 ครั้งที่ 2 ครึ่งปีหลัง (1ต.ค.63) แก่ข้าราชการตำรวจผู้รับเงินเดือนในระดับ ส.6 และการรับรองการนับระยะเวลาการปฏิบัติงานเป็นทวีคูณ (กรณีมีเหตุสงสัย) ให้กับข้าราชการตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์เตรียมมอบของขวัญปีใหม่ 2564 ให้แก่ประชาชน ผ่านสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 6 ชิ้น ประกอบด้วย โครงการฝากบ้าน 4.0, การตั้งด่านโปร่งใส, การชำระค่าปรับออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน, การนัดหมายแจ้งความออนไลน์, เรื่องหนี้สินตำรวจ เพราะหากตำรวจอยู่ดีมีสุขก็จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน และสุดท้ายจะมอบองค์ความรู้ป้องกันภัยอาชญากรรมให้แก่ประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังเตรียมเปิดตัว &amp;quot;ตำรวจหนุ่มหล่อสาวสวย&amp;rdquo; เพื่อทำหน้าที่สื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ เจเนอเรชันใหม่ (คล้ายเน็ตไอดอลตำรวจ) ซึ่งมีความสามารถ มีคุณสมบัติเฉพาะตัวหลายด้าน สามารถเข้าถึงคนรุ่นใหม่เฉพาะกลุ่ม เช่น เป็นนักเทควันโดทีมชาติ, เป็นนักเรียนทุนแลกเปลี่ยน ก็จะมาเล่าหรือแชร์ประสบการณ์เรื่องชีวิตต่างแดนให้กลุ่มคนที่สนใจ ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นแนวคิดของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. โดยรายละเอียดต่างๆ จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 ธ.ค.63.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87916</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดูแลการจราจรทั่วประเทศ, ดูแลการจราจรทั่วประเทศช่วงหยุดยาวปีใหม่, สกัดโควิด, หยุดยาวปีใหม่, เมาขับและสกัดโควิด, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201224/image_big_5fe48d02200d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84048</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/11/2020 21:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชงต่อฉุกเฉินคุมโควิดถึง15มค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศบค.ชุดเล็กชงต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินยาว 45 วันคร่อมหยุดยาวปีใหม่ เหตุประชาชนเคลื่อนย้ายจำนวนมาก เบรกลดกักตัวเหลือ 10 วัน รอพ้นเดือน ม.ค.ไปก่อน หวั่นกิจกรรมเยอะทำโควิดระบาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน มีการประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019&amp;nbsp; (โควิด-19) หรือ ศบค.ชุดเล็ก ที่มี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) เป็นประธาน&amp;nbsp; โดยที่ประชุมเห็นชอบให้มีการขยายระยะเวลาการบังคับใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่จะครบกำหนดในวันที่ 30 พ.ย.นี้ออกไปอีก 45 วัน&amp;nbsp; จนถึงวันที่ 15 ม.ค.64 เพื่อใช้เป็นกลไกในการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งจะเสนอต่อที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค.ชุดใหญ่ในวันที่ 18 พ.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันไม่ได้ต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อเป็นเครื่องมือทางการเมือง ส่วนเหตุผลที่มีการขยายระยะเวลาการบังคับ พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปถึง 45 วัน ทั้งที่ผ่านมาจะขยายครั้งละ 30 วันนั้น เหตุผลหลักคือ ต้องการประกาศให้ครอบคลุมช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งจะมีการเคลื่อนย้ายของประชากรจำนวนมาก ที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาและเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวปีใหม่ หากขยายระยะเวลาบังคับใช้ 30 วัน จะทำให้ต้องมาประชุมเพื่อพิจารณาขยายอีกครั้งในกลางเดือน ธ.ค.ซึ่งงานในช่วงนั้นค่อนข้างแน่น จึงประกาศขยายระยะเวลาบังคับใช้ 45 วันไปเลยในคราวเดียว&amp;quot; แหล่งข่าวจากที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเน้นย้ำเรื่องการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ในบริเวณตะเข็บชายแดน ให้มีความเข้มงวดมากขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะช่องทางธรรมชาติ เนื่องจากจะมีแรงงานต่างด้าวจำนวนมากที่ต้องการเดินทางเข้าออกในช่วงเทศกาลหยุดยาวปีใหม่ โดยให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในฐานะ ศบค.จังหวัดประสานดูแลให้เข้มงวดมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม แม้การขยายระยะเวลาการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินจะมีเหตุผลเรื่องของการใช้เป็นกลไกในการป้องกันโควิด-19 โดยไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง แต่ที่ประชุมมีความเป็นห่วงเรื่องการชุมนุมทางการเมืองที่เป็นการรวมตัวกันของคนจำนวนมาก อยากให้มีมาตรการป้องกันโควิด-19 ให้เข้มงวดมากขึ้น จึงขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปประสานในเรื่องนี้ รวมถึงเรื่องของการสวมหน้ากาก การตะโกน อยากให้มีความระมัดระวังมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องการพิจารณาลดระยะเวลาการกักตัวจาก 14 วันเหลือ 10 วันนั้น ที่ประชุมหารือกันแล้วเห็นว่ายังต้องคงมาตรการกักตัวเวลาเดิม เนื่องจากว่าในช่วงปลายปียังมีกิจกรรมหลายอย่าง เช่น การเลือกตั้งท้องถิ่นในเดือน ธ.ค. การท่องเที่ยวในช่วงปีใหม่ และการแข่งขันกีฬาแบดมินตันระดับนานาชาติ 3 ทัวร์นาเมนต์ในช่วงเดือน ม.ค.64 ดังนั้นเพื่อไม่ให้โปรแกรมที่วางไว้สะดุดและอยากให้คนไทยได้ท่องเที่ยวช่วงปีใหม่อย่างปลอดภัย จึงขอให้ชะลอข้อเสนอดังกล่าวไว้และรอให้พ้นเดือน ม.ค.ไปก่อน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ในวันที่ 18 พ.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามจะเห็นว่าในหลายประเทศ เช่นในสหรัฐอเมริกา, มาเลเซีย และเมียนมา เมื่อจบการเลือกตั้งยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 สูงขึ้น ดังนั้นหลายกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นต้องเฝ้าระวังอย่างรอบคอบ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ฝากให้ดูความสมดุลระหว่างการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสและเรื่องเศรษฐกิจด้วย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีแพทย์บางคนเป็นห่วงหากลดวันกักตัวผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ จะเกิดความเสี่ยงติดเชื้อรายใหม่ในประเทศเพิ่มขึ้น 10 เท่า หรือพบผู้ป่วยรายใหม่เฉลี่ยวันละ 700 คน ว่า เป็นเพียงการคาดการณ์ตัวเลขเท่านั้น เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ให้ถามคนทำงานจริงๆ มากกว่า ทั้งนี้ทุกอย่างอยู่ระหว่างการพิจารณาวางแผนของ สธ. จะทำอะไรต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนอยู่แล้ว มีการคิดอยู่ตลอดเวลาว่าจะทำอย่างไรเพื่อออกมาตรการที่ดีและสมดุลที่สุดระหว่างสุขภาพและเศรษฐกิจของประเทศ ไม่ใช่ว่าจะไม่ยอมให้มีคนติดเชื้อในประเทศเลย แต่เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ ถ้ามีคนติดเชื้อบ้างแต่เรารักษาได้ มียา เวชภัณฑ์ที่เพียงพอ พร้อมรับมือ มีทีมแพทย์ที่พร้อมเข้าไปควบคุม ป้องกันโรคไม่ให้เกิดการระบาดในวงกว้าง นี่เป็นหลักการของคนทำงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์ข้อมูล COVID-19 รายงานสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ประจำวันว่า มีผู้ป่วยรายใหม่ 1&amp;nbsp; ราย เป็นชายสัญชาติญี่ปุ่น เดินทางมาจากต่างประเทศและได้เข้าพักสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ ทำให้มีผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,875 ราย หายป่วยแล้ว 3,721 ราย เสียชีวิตสะสม 60 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี?และ รมว.การต่างประเทศ กล่าวถึงการประชุมสุดยอดอาเซียน?และประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้องผ่านการสื่อสารระบบทางไกล?ที่ผ่านมาว่า มีผู้นำหลายประเทศ?ได้รับการชื่นชมและได้รับการเลือกตั้งใหม่ เพราะความสามารถและประสิทธิภาพในการจัดการสถานการณ์โควิด-19?เช่น? ประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งหลายคนแปลกใจว่าทำไมรัฐบาลไทยไม่ได้รับการยกย่อง ตนได้อธิบายไปว่าคนไทยไม่เหมือนคนที่อื่น เนื่องจากคนในประเทศอื่นรับรู้ว่าผลงานคืออะไร ผลที่ตกอยู่กับประชาชนได้รับอะไร และในช่วงนี้ประชาชนคนไทยมองอีกมุม มองว่าเป็นเรื่องการช่วงชิงอำนาจ ไม่มีอย่างอื่น? อย่างไรก็ตาม? ที่ประชุมอาเซียนครั้งนี้ไม่ได้แตะเรื่องการเมืองภายในของประเทศไทย? แต่ต่างชาติเองรู้ว่ามีการออกมาเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84048</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ประชาชนเคลื่อนย้ายจำนวนมาก, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หยุดยาวปีใหม่, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201116/image_big_5fb289b17f962.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
