<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101484</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2021 12:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2021 12:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศวส.ชี้ มาตรการ ห้ามขายน้ำเมา-ปิดผับ บาร์ หยุดโควิด-19 ระบาดได้ เผยช่วงนี้คนดื่มลดลง 50%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พฤษภาคม นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ รักษาการผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ แพร่เชื้อ และทำลายระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้ต่อสู้กับเชื้อโควิด-19 ยากกว่าคนที่ไม่ดื่มแล้ว &amp;nbsp;เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วย สร้างภาระทางสุขภาพในระบบบริการสาธารณสุขและบุคลากรทางการแพทย์ &amp;nbsp;จากการศึกษาผลการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นในสถานการณ์โควิด-19 พบปัญหาที่เกิดขึ้นจากฤทธิ์น้ำเมา 4 ปัจจัย ได้แก่ 1.ข้อมูลวิชาการจำนวนมากชี้ชัดว่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ส่งผลกระทบต่อความรุนแรง การทำร้ายร่างกาย และการทารุณกรรมเด็ก 2.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นตัวเร่งและเสริมความรุนแรงในชีวิตคู่ 3.การดื่มที่มาจากความเครียดจะส่งผลต่อสุขภาพจิต ทำให้กระทบกับหน้าที่การงานและปัญหาการเงิน และ 4. นโยบายปิดเมืองหลายประเทศทั่วโลก พบว่า การดื่มที่บ้านทำให้ผู้ปกครองดูแลบุตรหลานได้น้อยลง &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เสี่ยงต่อการบาดเจ็บ ล้มตาย เช่น อุบัติเหตุบนท้องถนน การพลัดตกหกล้ม การจมน้ำ และยังส่งผลกระทบทางสังคมมากมาย เช่น ทำให้เกิดการทะเลาะวิวาทในที่สาธารณะ และสร้างปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ขณะที่โควิด-19 ระลอกนี้ พบพฤติกรรมเสี่ยงที่เพิ่มวงจรการระบาดคือ การดื่มในสถานบันเทิงและงานรื่นเริง จึงอยากย้ำให้ทุกคน หยุดดื่ม หยุดเชื้อ เพื่อช่วยบุคลากรทางการแพทย์และประเทศไทย ให้มีศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยที่จำเป็นได้มากขึ้น&amp;rdquo; นางสาวรุ่งอรุณ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.ดร.พญ.สาวิตรี อัษณางค์กรชัย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) กล่าวว่า การระบาดของโควิด-19 เมื่อปี 2563 ศวส. ได้สนับสนุนทุนวิจัยให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ศึกษาผลกระทบของการแพร่ระบาดต่อสถานการณ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทยด้วยการสัมภาษณ์ ผู้ประกอบการ พนักงานในสถานบันเทิง ร้านอาหาร และผู้ค้าขาย จำนวน 640 ราย พบว่า การที่รัฐบาลได้ประกาศใช้มาตรการปิดเมือง และออกมาตรการห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2563 ในช่วงเวลาดังกล่าว พบว่า ประชาชน 50% หยุดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และดื่มลดลงอีก 30-40% สะท้อนว่ามาตรการควบคุมโควิด-19 ด้วยการห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สั่งปิดสถานบันเทิง และงดพฤติกรรมเสี่ยงในงานรื่นเริง มีผลทำให้ตัดวงจรระบาดของโควิด-19 ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แม้มาตรการห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปิดสถานบันเทิง จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่จากผลงานวิจัยพบว่า มีผู้ประกอบการจำนวนมากพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ปรับรูปแบบการให้บริการในร้าน ด้วยการเปลี่ยนไปขายสินค้าชนิดอื่นและเปลี่ยนช่วงเวลาขายให้เหมาะสม ทำให้หลายธุรกิจไปต่อได้ เมื่อมีการวางแผนรับมือที่มีประสิทธิภาพ&amp;rdquo; ศ.ดร.พญ.สาวิตรี กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101484</URL_LINK>
                <HASHTAG>รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), หยุดโควิด, ห้ามขายน้ำเมา-ปิดผับ บาร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210502/image_big_608e3ac2f3776.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61775</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2020 11:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2020 11:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอวรงค์&#039; ชี้ &#039;น้ำเมา&#039; ต้นเหตุคนรวมตัวเสี่ยงแพร่เชื้อโรค เสนอรัฐใช้ยาแรงห้ามขาย-ไม่ให้จับกลุ่มหลังเลิกงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 เม.ย.63 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ไหนๆจะใช้ยาแรง โดยปกติมีการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ในช่วงเวลา 11.00&amp;ndash;14.00 น. และ 17.00&amp;ndash;24.00 น และพบว่าตัวเลขนักดื่มตั้งแต่อายุ 15 ปีขึ้นไปมีไม่น้อยกว่า 17 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเมื่อจะใช้ยาแรง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รัฐบาลกล้าไหมครับ ที่จะเพิ่มยาแรงอีกหนึ่งขนาน และน่าจะได้ผลสูงมาก คือห้ามขายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในช่วงแพร่ระบาดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะสาเหตุของการรวมตัวกัน และมีความเสี่ยงต่อการระบาดในช่วงนี้ เหลือเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่เป็นเหตุให้รวมตัวกันคือแอลกอฮอล์ เพราะช่วงเวลาเย็นหลังเลิกงาน ตามซอกซอย ใกล้ร้านสะดวกซื้อ จะเห็นการรวมกลุ่มนั่งดื่มแอลกอฮอล์ และมีความเสี่ยงสูงมากของการแพร่ระบาด ที่สำคัญจะช่วยลดปัญหาช่วงสงกรานต์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยู่ที่รัฐบาลจะกล้าใช้ยาแรงตัวนี้ไหม
#หยุดแอลกอฮอล์หยุดรวมกลุ่มหยุดโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61775</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, หยุดแอลกอฮอล์, หยุดโควิด, ห้ามขายเหล้า, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200402/image_big_5e856262ed1c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
