<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98109</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2021 14:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2021 14:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ป๋อ-เอ๋’รับทะเลาะกันหนักจนต้องเขียนใบหย่า พร้อมเผยคำพูดลูกที่ทำให้น้ำตาร่วง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ป๋อ-ณัฐวุฒิ สกิดใจ ควงภรรยาคนสวย เอ๋ พรทิพย์ เคลียร์เหตุทะเลาะกันหนักมากจนต้องไปหย่าเพื่อแก้เคล็ด 6 เดือน พร้อมเผยแพลนมีลูกสาวจะเริ่มมีเมื่อไหร่&amp;nbsp; ในรายการ &amp;ldquo;คุยแซ่บSHOW&amp;rdquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้เคยทะเลาะกันตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป๋อ : ตอนนั้นหนัก เป็นช่วงที่ภูดิศขวบสองขวบ คือช่วงนั้นเป็นช่วงที่เราได้กลับมาเป็นตัวเอง และเริ่มเกลียดกัน พูดไม่เข้าหูกัน เหมือนยิ่งพูดก็ยิ่งแย่ ยิ่งเคลียร์ก็ยิ่งไปกันไม่ได้ แล้วเรื่องที่ทะเลาะก็จะคล้ายๆ เรื่องเดิม คือตอนนั้นเราก็คิดว่าอาจจะมีการหย่า เพราะมันดูเหมือนไปไม่ได้ แต่เราก็คิดถึงลูกแหละ ก็เลยคุยกับเอ๋ว่า เอ๋เห็นไหมว่าคนจะเลิกกันตอนลูกขวบหรือ 2 ขวบทั้งนั้นเลยนะ ก็ลองไปไหว้พระก่อน คือเรื่องนี้มันเป็นเรื่องในครอบครัวที่เราไม่เคยพูด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอ๋ : ตอนนั้นก็แยกห้องกันนอน คือเวลาพี่ป๋อเขาอารมณ์ไม่ดี เขาจะขึ้นเร็วและแรง เขาก็เลยไปนอนอีกห้องหนึ่ง ส่วนเอ๋นอนกับลูก เรื่องที่ทะเลาะกันเป็นเรื่องจุกจิก คือเอ๋เป็นคนเลี้ยงลูกเองด้วย เราก็จะเหนื่อย เราก็งอนว่าทำไมเขาไม่เข้าใจเรา &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วไปปรึกษาพระอาจารย์ท่านว่าอย่างไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป๋อ : คือผมก็มีพระอาจารย์ที่นับถืออยู่&amp;nbsp; คือบางครั้งเราไปไหว้พระเราก็สบายใจ แล้วเราก็รู้สึกว่าการได้ถ่ายถอดปัญหาของเรากับคนกลาง คนกลางก็จะช่วยได้ ผมก็เลยไปปรึกษาท่าน ท่านก็บอกว่างั้นก็ไปหย่าสิ อีก 6 เดือนค่อยมาแต่งกันใหม่ ตอนแรกผมก็คิดว่ามันต้องเป็นการแก้เคล็ดเป็นเรื่องไสยศาตร์แน่ๆ ผมเพิ่งมารู้ตอนหลังว่ามันเป็นกุศโลบายของท่าน เพื่อเมื่อถึงเวลาที่เราจะต้องหย่ากันจริงๆ ตอนที่เราเซ็นต์มันเกิดความรู้สึกบางอย่างเหมือนกัน คือตอนนั้นผมรู้สึกกลัวไป กลัวเขาจะมีคนใหม่ กลัวเขาจะชอบชีวิตที่ไม่มีผม เราก็เลยทำข้อตกลงกันว่า หนึ่งคือเอ๋ห้ามมีคนอื่น สองเอ๋ห้ามไปเที่ยวและเปิดโอกาสให้ตัวเองมากเกินไป สามก็ต้องย้อนกลับมาข้อหนึ่งอีกคือเอ๋ต้องรักพี่คนเดียวเท่านั้นนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอ๋ : คือตอนที่ฟังข้อตกลง เอ๋ก็งงมาก เพราะปกติเขาเป็นคนแข็งๆ เขาไม่เคยพูดอะไรแบบนี้เลย แต่ก็รู้สึกว่าดีเหมือนกันเพราะเขาจะได้รู้ว่าผู้หญิงไม่ใช่คนที่จะต้องเป็นฝ่ายยอมอย่างเดียว แต่เอาจริงๆ ก็คือเขาก็รักเรานั่นแหละ ส่วนตอนที่ไปเซ็นต์ใบหย่าเราก็รู้สึกสั่นๆ เหมือนกัน ทั้งๆ ที่เรารู้อยู่แล้วว่าอีก 6 เดือน อย่างไรก็ต้องกลับมาจดทะเบียนกันอีกที ตอนนั้นรู้สึกแป้วๆ ว่าจริงเหรอ แล้วก็คิดต่อว่าถ้าอนาคตเรายังทะเลาะกันเหมือนเราแล้วเราจะกลับมาจดทะเบียนกันอีกไหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนอื่นปรึกษาจิตแพทย์ แต่พี่ป๋อปรึกษาพระ เอ๋ งง บ้างไหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอ๋ : ไม่งง เขาชอบทางศาสนาอยู่แล้ว เขาชอบสวดมนต์ เขาเชื่อว่าศาสนาจะทำให้จิตใจเราดี ซึ่งเอ๋ก็เห็นด้วยที่เขาไปปรึกษาพระอาจารย์ พระอาจารย์น่าจะทำให้พี่ป๋ออ่อนลงได้ ซึ่งตอนนั้นเราเลี้ยงลูกด้วย ซึ่งมันเหนื่อยมาก เอ๋เข้าใจแม่บ้านทุกบ้านเลย คือตอนนั้นนอกจากจะเหนื่อยกายแล้ว เรายังเหนื่อยใจ คือเวลาเขาโมโหเขาจะขุดเอาทุกเรื่องมาพูด และที่สำคัญเอ๋เถียงอย่างไรก็ไม่ชนะเพราะเขาไม่เปิดโอกาสให้เอ๋พูดเลย เอ๋เลยปล่อยให้เขาพูดไป ส่วนเอ๋เงียบ แล้วเอ๋ก็ทน แต่เราเจ็บนะกับสิ่งที่เขาพูด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังเซ็นต์ใบหย่าสถานะการณ์ดีขึ้นไหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป๋อ : ดีขึ้นมาก คือเหมือนท่านให้เราไปสัมผัสกับสถานการณ์จริง ว่าถ้าหย่ากันจริงๆ จะรู้สึกอย่างไร ตอนนั้นเราไม่อยากหย่า เพราะเรารักลูก เราไม่อยากให้พ่อไปทางแม่ไปทาง พอกลับมาเซ็นต์ใหม่เราเลยเลือกที่จะปรับตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วคลั่งเมียนี้ตอนไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป๋อ : ก็ช่วง 6 เดือนที่เซ็นต์ใบหย่านี่แหละ เพราะผมเปลี่ยนอะไรเขาไม่ได้เลย ควบคุมเขาไม่ได้สักอย่าง คือผมก็เริ่มคิดได้ว่าในเมื่อเขาไม่สนใจเรา เราก็สนใจเขาแทน แล้วผมก็เริ่มเปลี่ยนตัวเอง โดยเริ่มจากลงรูปเขาสวยๆ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอ๋ : พอเขาเปลี่ยนเราก็งงและเริ่มกลัวว่าเขาจะเป็นอะไรหรือเปล่า คือจากคนที่ไม่เคยลงรูปเอ๋เลย ไม่เคยถ่ายรูป ไม่เคยขอรูป ไม่อะไรทั้งสิ้น ตอนนี้มีหมด บางทีเอ๋ยังไม่ได้ลงเลย เขาก็เอารูปเราไปลง ช่วง 6 เดือนที่หย่ากันพี่ป๋อเปลี่ยนแทบทุกอย่าง จากเป็นคนที่รักตัวเอง เขาก็ทำให้เราเห็นว่าเขารักเรา จากที่ชอบดูทีวี ชอบดูหนังก็ดูน้อยลง มาช่วยดูลูกมากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่ป๋อเปย์หนักมาก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป๋อ : ผมก็จัดทุกเทศกาล อย่างคริสมาสต์ ปีใหม่ วาเลนไทน์ และยังมีวันเกิดเขาอีก ผมก็จะรวบมัดตึงแล้วจ่ายเช็ค 1 ใบ เป็นหลักล้านแน่นอน แต่ผมขอเอ๋อย่างเดียวว่าจะโพสต์อะไรก็ได้แต่อย่าโพสต์เงิน คือเราไม่อยากให้ใครมองว่าเราไม่ดี คือผมเห็นว่าเขาทำงานหนัก แล้วผมเคยซื้ออะไรให้เขา เขาก็ไม่ชอบก็ให้เป็นเช็คดีกว่า ให้ไปซื้อเอง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอ๋ : เราก็ชอบมาก เรารู้สึกได้เลยว่าเขาใส่ใจเรามากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นว่าตอนนี้คอยตามจิกเมียตลอด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป๋อ : ก่อนหน้านี้ผมเป็นคนไม่หึงเลย เพราะเอ๋เป็นคนไม่เปิดโอกาสให้ใครเลย แต่ช่วงหลังเขาสวยขึ้นมาก&amp;nbsp; บางครั้งเราก็เป็นห่วง บางครั้งก็งี่เง่าบ้าง ผมเชื่อว่าเขารำคาญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอ๋ : คือถ้าเทียบกับแต่ก่อนแบบนี้ก็ดี ดีกว่าที่เขาไม่สนใจเราเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังเซ็นต์ใบแต่งอีกครั้งเป็นอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป๋อ : บรรยากาศก็เริ่มดีขึ้น เพราะ 6 เดือนที่ผ่านมาเราเริ่มไม่ทะเลาะกันแล้ว แล้วเราก็ได้ข้อคิดว่าทุกอย่างมันเกิดขึ้นได้ คนข้างนอกอาจจะมองว่าครอบครัวเราดี ก็ยอมรับว่าบางครั้งมันก็เป็นภาพที่เราสร้างขึ้นมา คนเราคงไม่มีใครลงเรื่องไม่ดีให้คนอื่นเห็นหรอก แต่ทุกคนก็ต้องเจอปัญหาในการใช้ชีวิตทุกครอบครัวต่างมีปัญหาของตัวเอง อยู่ที่ว่าเราจะใช้สติฝ่าฟันไปได้อย่างไร &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอ๋ : เอ๋ว่าส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะลูกด้วย แล้วเราก็คบกันมานาน ที่สำคัญเอ๋คิดว่าการที่เราจะไปเริ่มกับใครใหม่มันไม่ได้หมายความว่ามันจะโอเคแล้วไปได้ตลอดรอดฝั่ง ในเมื่อเรารักกันอยู่แล้วเราก็มาปรับจูนกันดีกว่า แต่เอ๋ขอเขานะ ว่าพี่เอ๋ขอใช้นางสาวได้ไหม แต่เขาไม่ให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นว่าป๋ออยากได้ลูกสาวแต่เอ๋ไม่ยอม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอ๋ : คือตอนแรกเอ๋ก็อยากได้ เพราะเราแพลนกันว่าลูกคนที่สองเราอยากได้ผู้หญิงแต่เขาเป็นผู้ชายเสียก่อน พอเราเลี้ยงไป 2 คนแล้ว คือเราเหนื่อย เราก็เลยรู้สึกว่าถ้ามีอีกคนเราคงไม่ไหว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป๋อ : คือเราอยากมีเพราะเราเล่นกับลูกคนอื่นแล้วรู้สึกน่ารัก เพราะผู้หญิงจะอ้อนพ่อ แล้วตอนนี้เราก็เริ่มผ่านช่วงยากๆ มาแล้ว ลูกๆ เริ่มโตแล้ว เริ่มไม่ตื่นกลางคืนแล้ว เราก็เลยรู้สึกว่าพอแล้วดีกว่า&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นวันเกิด ภูดิศ&amp;nbsp; ซื้อของขวัญให้เป็นเต่า &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอ๋ : ภูดิศเป็นคนชอบปลูกผัก ปลูกต้นไม้ ชอบสัตว์&amp;nbsp; ชอบหมดเลย แล้วเอ๋คิดว่าเต่าเป็นอะไรที่ทนมากและเราไม่ต้องประคบประหงมมาก เราก็เลยซื้อให้เขา ซึ่งเขาก็ดีใจมาก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีลูกชาย 2 คน นิสัยแตกต่างไหม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอ๋ : แตกต่าง อย่างภูดิศจะติสนิดหนึ่ง จะคล้ายพี่ป๋อเลย ส่วนเภาจะเป็นคนอารมณ์ดี ง่ายๆ ถามว่าเขาทะเลาะกันไหมทะเลาะกันประจำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป๋อ : เราเคยเป็นกรรมการห้าม สุดท้ายเขาก็ตีกันต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอ๋ : ล่าสุดเพื่อนเอ๋ไปเรียนจิตวิทยามา เขาก็บอกให้เราลองทำ เวลาเขาตีกันปุ๊บเอ๋จะอยู่ห่างๆ เพราะ เขาทะเลาะกันเพื่อเรียกร้องเรา&amp;nbsp; เข้าไปห้ามเพื่อที่เราจะห้ามใครสักคน คือถ้าเราห้ามพี่ คนน้องก็จะเสียใจ เราก็เลยปล่อยให้เขาตีกันไปก่อน ตีให้จบดูสถานการณ์ว่าเขาจะทำอย่างไร สุดท้ายเขาก็คุยกันเองว่าขอโทษก็ได้ สุดท้ายก็จบด้วยดี เราก็ไม่ต้องเข้าไปยุ่ง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นว่าเคยทำโทษลูกแล้วต้องมานั่งร้องไห้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป๋อ : คือผมจะเป็นคนเอาลูกนอนตลอด และจะมีกระบวนการทำโทษในหลายๆ ระดับ ตั้งแต่เบาไปหาหนัก จริงๆ เราไม่ได้มองเป็นเรื่องสำคัญ คือวันนั้นเหมือนเภาจะหงุดหงิดอะไรสักอย่าง เราก็บอกเขาว่าถ้าเภาเป็นแบบนี้พ่อป๋อจะไม่เอาเภานอนแล้วนะ และถ้าเภายังเป็นแบบนี้พ่อป๋อจะตีเภาแล้วนะ เขาก็เอานมเทลงบนเตียงเลย เราก็ตบไหล่เขาไปที ปรากฎว่า ไหล่เขาเขียวจนเราตกใจเพราะเราไม่เคยทำร้ายเขา แล้วเราทำร้ายเขาซึ่งเป็นลูกเราขนาดนี้ ผมก็เลยให้เอ๋ขึ้นมาดู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอ๋ : วันนั้น เราขึ้นไป ลูกร้องหนักมาก แล้วเขาก็กลัวพี่ป๋อมากด้วย เอ๋เห็นพี่ป๋อสั่นแล้วบอกแต่ว่า เอ๋พี่ขอโทษๆ แล้วเขาก็ร้องไห้ ในความเป็นแม่เราก็เสียใจ แต่เราก็เข้าใจ ว่าบางทีอารมณ์มันจะระงับให้ถึงตรงนั้นค่อนข้างยาก เอ๋บอกพี่ป๋อว่าไม่เป็นไร แต่พี่ป๋อรู้ใช่ไหมว่าลูกเจ็บ&amp;nbsp; เขาก็บอกว่าเขารู้แล้วเขาก็ร้องไห้ แล้วเภาก็บอกพี่ป๋อว่า พ่อป๋อครับไม่เป็นไรเภาไม่เจ็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป๋อ : คือมันยิ่งทำให้เรารู้สึกแย่เพราะเขาไม่โกรธเราเลย พอเราถามเขาว่าโกรธพ่อไหมเขาบอกว่าไม่มีวัน มันก็ยิ่งทำให้เราได้แต่คิดว่าทำไมเราห้ามตัวเองไม่ได้ เราก็ตั้งใจว่าต่อไปเราจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม  aey_pornthip&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98109</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป๋อ ณัฐวุฒิ, ป๋อ-ณัฐวุฒิ สกิดใจ, หย่า, เอ๋ พรทิพย์, เอ๋-พรทิพย์ สกิดใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210402/image_big_6066cb47f24df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76999</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2020 01:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2020 01:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดข้อกฏหมาย เจ้าหนี้ยังมีสิทธิ์ทวงหนี้หน้าบ้าน&#039;ศรราม&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เปิดข้อกฎหมายในรายการเรื่องลับมาก กรณี หนุ่ม-ศรราม เทพพิทักษ์ หย่า ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์ หรือ กนิษฐรินทร์ พัชร​ภักดี​โชติ แต่ยังวางใจไม่ได้ เจ้าหนี้ยังมีสิทธิ์ทวงหนี้หน้าบ้าน ลั่นต้องชดใช้จนกว่าสินสมรสจะหมด&amp;nbsp; ส่วนเรื่องลูก ฝ่ายหญิงเสียเปรียบเต็มประตู เพราะเซ็นยกให้ฝ่ายชายเป็นคนดูแลไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เอกสารตัวอย่างที่คุณหนุ่มเอามาให้คุณติ๊กเซ็น ถ้าสังเกตดูเนื้อหาการหย่าร้าง สาระสำคัญมีอยู่ 2 ข้อ อย่างแรกอำนาจปกครองบุตรจะเป็นของใคร สองทรัพย์สินจะแบ่งกันยังไง คุณหนุ่มกับคุณติ๊กเขาระบุชัดว่าทรัพย์สินไปตกลงกันเอาเอง แต่เรื่องลูกหนุ่มเป็นคนเลี้ยงดูแต่เพียงผู้เดียว น่ากลัวมากนะ ถ้าวันข้างหน้าคุณติ๊กอยากเอาลูกมาเลี้ยง แล้วคุณหนุ่มบอกว่าไม่โอเค จบเลยนะ ถ้าเขาไม่ให้เจอก็เจอลำบาก แต่ตามกฎหมายแม่มีสิทธิ์เจอลูก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม่มีสิทธิ์เจอลูก แต่ผมเป็นผู้ใช้อำนาจปกครอง ผมจะเอาลูกไปอยู่บ้านใครก็ได้ ถ้าไม่อนุญาตแม่ก็ไม่ให้เจอ นี่คือความแตกต่าง โดยปกติการหย่าร้างที่แฟร์ที่สุดต้องให้อำนาจปกครองบุตรเท่ากัน เวลามีเรื่องทะเลาะกันแบบนี้ จะได้ต่างคนต่างอ้างสิทธิ์ในการเลี้ยงดู ถ้าจะพาลูกไปเที่ยว แต่ปรากฎว่าในการหย่ายกให้พ่อคนเดียวแล้ว วันข้างหน้าแม่จะเอาไปเลี้ยงบ้าง แต่พ่อไม่อนุญาตนี่คือจบเลยนะครับ เพราะเขียนเอาไว้แล้ว และถ้าหากจะต้องแก้ไขอำนาจปกครองบุตร เรื่องใหญ่มากๆ นะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องนี้คุณศรรามต้องปรึกษาทนายความมาแล้วแน่นอน เรื่องนี้สำคัญมาก โดยปกติคนเราถ้าหย่ากัน ต้องให้อำนาจปกครองบุตรคู่กัน น้อยรายมากที่แม่ให้พ่อเลี้ยง ปกติผัวให้เมียเลี้ยง แล้วผัวส่งเงินให้ แต่นี่ระบุเลยว่าคุณหนุ่มจ่ายค่าเลี้ยงดูบุตรเอง ภรรยาไม่ต้องจ่าย เหตุผลอาจมองว่าคุณหนุ่มมีการงานมั่นคง อยู่กับพ่อน่าจะมีอนาคตที่ดีกว่า นั่นอาจเป็นเหตุผลส่วนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าเขามาหาลูกไม่ได้หลายครั้งและเขาอยากหาลูกมาก เขาสามารถไปร้องต่อศาลได้ไหมขอให้เปลี่ยนเรื่องกำหนดการดูแลลูก เรื่องนี้ผมว่าทำไม่ได้ ทำได้แค่ขอให้ได้เจอ แต่จะไปเพิกถอนอำนาจปกครองบุตรคุณศรราม หรือให้เมียเป็นปกครองร่วมยากมาก คุณเซ็นไปแล้ว คุณสมัครใจเซ็น การไปเพิกถอนอำนาจปกครองบุตรของพ่อ โดยปกติแล้วพ่อต้องมีพฤิตกรรมชั่วช้า ทำร้ายร่างกายลูก ข่มเหงลูก หรือสำมะเลเทเมา ซึ่งคุณหนุ่มเขาไม่ใช่อย่างนั้นเลย ผู้ชายทั่วไปต่อให้เลิกกันก็ไม่ใช่อย่างนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนเรื่องการหย่าร้องครั้งนี้ เจ้าหนี้มีสิทธิ์มาทวงกับคุณศรรามไหม วันใดก็ตาม เป็นแฟนกันเรายังอ้างได้ว่าไม่รู้แฟนเป็นหนี้อะไรมา แต่เราเป็นคู่สมรสกัน จดทะเบียนกฎหมายรับรองแล้ว จดทะเบียนปุ๊บ กฎหมายบอกเลยว่าเงินที่ได้มาหลังจดทะเบียนถือเป็นสินสมรส หมายถึงผู้ชายกับผู้หญิงมีกรรมสิทธิ์ร่วมกัน แล้วเมื่อเจ้าหนี้ต้องการสินสมรสของฝ่ายเมีย หนุ่มไปหาไปร้องเพลงมาได้เป็นแสนเป็นล้าน เมียมีสิทธิ์ครึ่งนึง เจ้าหนี้ก็มีสิทธิ์มาเอาสินสมรส แม้เมียจะอยู่บ้านเฉยๆ ผัวไปร้องเพลงตามร้านอาหาร ได้เงินมาเป็นล้านก็ตาม เจ้าหนี้เขามีกรรมสิทธิ์ในหนี้สินของเมีย เขาสามารถทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เขาก็ทวงได้ เพราะตอนนี้ตัวทรัพย์สินยังแยกไม่หมดว่ามีอะไรบ้าง แต่ก็ครอบคลุมระหว่างทรัพย์สินระหว่างจดทะเบียนสมรสกันนะครับ ทรัพย์สินเก่ายุ่งไม่ได้ ทรัพย์สินหลังหย่าก็ยุ่งไม่ได้ เป็นภาระที่คุณหนุ่มศรราม ต้องหามาชี้แจง เพราะงั้นอย่าแปลกใจที่เจ้าหนี้ต้องไปเคาะประตูบ้านคุณหนุ่ม ศรราม เขามีสิทธิ์ทวงในส่วนนั้น ซึ่งถ้าเจ้าหนี้ทวง ศรรามจำเป็นต้องชดใช้ จนกว่าหนี้สินหรือทรัพย์สินที่เป็นสินสมรสจะหมดไปแล้ว ถ้าบอกว่าไม่มีเงินแล้วนะ สินสมรสจ่ายหมดแล้วตั้งแต่คบกันมาก็ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรแล้ว แต่คำถามคือเวลาทนายเขาฟ้อง เขาก็ฟ้องทั้งคู่อยู่ดี เพราะเป็นสินสมรส&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @sornram_theappitak&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76999</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์, ติ๊ก-กนิษฐรินทร์ พัชรภักดีโชติ, สินสมรส, หนุ่ม ศรราม, หย่า, เจ้าหนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200910/image_big_5f59219460c93.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44775</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2019 22:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2019 22:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ตุ้ย ธีรภัทร์&#039;ยอมรับหย่าเมีย ปิดฉากชีวิตแต่งงาน 11 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นอีกหนึ่งคู่รักที่มีข่าวเตียงหักมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา สำหรับ ตุ้ย-ธีรภัทร์ สัจกุล กับนางแบบคนดัง แอนนา-นาตาชา เปลี่ยนวิถี ที่มีลูกชายด้วยกันคือน้องไตตั้น และทุกครั้งทั้งคู่ก็จะออกมาปฏิเสธตลอด แต่ล่าสุดเมื่อ 2-3 วันก่อนกลับมีข่าวเตียงหักอีกครั้ง โดยครั้งนี้มีการระบุว่าทั้งคู่หย่าขาดกันไปได้ 4-5 เดือนแล้ว ถือเป็นการปิดฉากชีวิตคู่ที่แต่งงานกันมานานถึง 11 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เรื่องหย่าเป็นความจริงครับ&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้ก็แยกกันอยู่มาสักพักใหญ่แล้ว แต่ที่หย่ากันก็ 4-5 เดือนโดยประมาณ คู่ผมก็คงเหมือนอีกหลายๆ คู่ มันก็คงจะมีทั้งราบรื่นบ้าง มีปัญหาบ้างครับ ก็ใช้คำว่าค่อนข้างจะเป็นช่วงที่จะปรับตัวเข้าหากัน แล้วก็ทำให้มันดีขึ้น แต่ว่าก็คงจะมาถึงจุดที่เราทั้งสองคน เห็นตรงกันแล้วก็ตัดสินใจกันด้วยเหตุและผล ที่จะเปลี่ยนสถานะครับ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งสาเหตุหลักๆ คงจะเป็นเรื่องของทัศนคติแล้วก็เรื่องของมุมมองในการใช้ชีวิตที่อาจจะไม่สอดคล้องกัน ส่วนเรื่องอายุที่ห่างกัน 5 ปี ไม่เกี่ยวครับ ผมไม่เชื่อว่าในมุมของอายุมันจะมีผล แต่ผมเชื่อว่ามันคงเป็นที่ความคิดและมุมมองของชีวิตมากกว่าเรื่องลูกที่ตกลงกันไว้หลักๆ คงจะอยู่ที่แอนนา แต่ว่าก็อยู่ไม่ไกลกันหรอกครับ มือที่สามไม่มีครับ &amp;nbsp;เรื่องสาวๆ ไม่มีครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนที่บอกว่าทัศนคติไม่ตรงกัน มันก็คงจะเป็นระยะๆ นะครับ ผมคิดว่าคงเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่เวลามีความคิดเห็น มุมมองในเรื่องต่างๆ ก็ใช้เวลาปรับตัวในการที่จะดำเนินต่อในราบรื่นที่สุดแต่ในที่สุดก็มาถึงจุดที่เราตัดสินใจตรงกัน ซึ่งวันที่ตัดสินใจแยกทางกันแน่นอนครับ มันก็ต้องเป็นความเสียใจผิดหวังอยู่แล้ว เพราะว่าจุดเริ่มต้นมัน การสร้างครอบครัวมันก็ต้องเกิดจากความตั้งใจที่ดี ความรู้สึกที่ดีๆ ครับ ถ้ามันถึงช่วงหนึ่งของชีวิต ของเส้นทางที่ดำเนินมาแล้วมันไม่สามารถไปต่อได้ ก็ต้องยอมรับความจริง แล้วก็คุยกัน ว่าเราจะตัดสินใจที่จะเปลี่ยนฐานะ เปลี่ยนบทบาท เป็นคุณพ่อและคุณแม่ ที่จะดูแลลูกที่น่ารักต่อไปครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข่าวลือว่าเราเลิกกันเพราะเรื่องธุรกิจ เกี่ยวกับการล้มละลาย หรือการยึดทรัพย์ คือเรื่องธุรกิจมันเป็นปัญหาที่ค่อนข้างละเอียดซับซ้อนนะครับ ถามว่าเกี่ยวกับเลิกไหม ไม่เกี่ยว เป็นเรื่องของคนสองคน เป็นเรื่องของทัศนคติในการใช้ชีวิตที่ไม่สอดคล้องกันมากกว่า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @tuipptitan&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44775</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตุ้ย ธีรภัทร์, นาตาชา เปลี่ยนวิถี, รัก 11 ปี, หย่า, แอนนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190901/image_big_5d6be1b445817.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41663</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2019 23:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2019 23:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อรอนงค์&#039;ปล่อยโฮ! รับแยกกันอยู่กับอดีตสามี 2 ปี ก่อนเซ็นใบหย่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลายเป็นเรื่องที่ทำเอาทุกคนตกใจกันสุดๆ หลังอดีตนางสาวไทย อร-อรอนงค์ ปัญญาวงศ์ ได้ออกมาโพสต์รูปใบหย่า ทั้งๆ ที่เจ้าตัวกับอดีตสามีนั้นครองรักกันมาอย่างยาวนานกว่า 26 ปี แถมยังมีโซ่คล้องใจกันถึง 2 คน โดยล่าสุดทางอรอนงค์ ได้เปิดใจถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ก่อนปล่อยโฮกลางวงสัมภาษณ์ รับปัญหามาจากมือที่สาม และก่อนตัดสินใจเซ็นใบหย่า ได้แยกกันอยู่กับอดีตสามีมานานกว่า 2 ปี แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เรื่องราวของการที่ออกมาบอกว่าหย่า มันมีเรื่องราวมาก่อนหน้านี้แล้ว คือเราก็เริ่มรู้แล้วว่าสามีเรามีใจให้คนอื่น แล้วในความรู้สึกของผู้หญิงคนหนึ่ง ตอนที่เราแต่งงานกัน เราก็ได้บอกกับสังคมว่าเราแต่งงานกับคนนี้นะ แล้วตั้งแต่คบหาดูใจกันมา ก็ใช้ระยะเวลานานพอสมควร เชื่อว่าการที่เราได้รับรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงของสามีของเราเปลี่ยนไป มันมีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง แล้วพอเราได้ทราบสาเหตุแล้ว ได้คุยกันในเบื้องต้นแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนหน้าที่เราจะแต่งงาน เราก็จะบอกกันว่า ถ้าสมมติว่าใครคนใดคนหนึ่งมีการเปลี่ยนแปลง ให้บอกถึงสาเหตุ แล้วบอกว่ามันเกิดอะไรขึ้น เพื่อที่เราจะได้แก้ไขปัญหาได้ตรงจุด แล้วก็จะได้มีความรู้สึกที่ดี หลังจากที่เราอาจจะไม่ได้เดินทางไปด้วยกัน พอเริ่มสักประมาณ 2 ปีเศษๆ เราก็เริ่มรู้ว่ามันมีเหตุการณ์ที่สามีเรามีความเปลี่ยนแปลง อาจจะเวลาโทรศัพท์อาจจะแปลกๆ กลับบ้านดึก จากที่เคยไปไหนมาไหนด้วยกัน มีกินเลี้ยงเราจะไปกับเขาตลอด แต่ว่าพอไประยะหลังๆ พอเริ่มมีความเปลี่ยนแปลงสิ่งเหล่านี้มันก็เริ่มจางหายไป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความรู้สึกเราก็เริ่มรับรู้ได้ เราก็มาคุยให้เวลาว่าเราสามารถปรับจูนให้เหมือนเดิมได้ไหม มันก็มีระยะเวลาเป็นตัวให้เราได้คิดได้พูดคุยกันด้วย แต่อรเชื่อว่าปัญหาที่เกิดขึ้นตอนแรกทำไมถึงไม่แก้ไขให้มันกลับมาเหมือนเดิม ด้วยอาจจะเป็นเพราะเราอาจจะมีข้อบกพร่อง แล้วเราปล่อยผ่านเลยไปคิดว่าเราไม่ได้ไปตามจิกเขา ไม่ได้ไปตามหึงหวงเขามันกลับกลายเป็นว่าเขาสามารถไปได้อย่างสบายไปมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ต้องเลิกกันสาเหตุหลักคือมือที่สาม เพราะว่าจริงๆ ก่อนหน้านี้ได้คุยกันแล้วว่าอรไม่ได้ผิดอะไร แต่ว่าเขามีคนใหม่เข้ามา เมื่อคุยกันไม่มีใจให้กันแล้วก็ไม่สามารถปรับจูนหากันแล้ว&amp;nbsp; เราก็ควรแยกทางกันโดยดี แล้วทุกวันนี้แม้ว่าหลังจากเราเซ็นต์เอกสารใบหย่าอย่างเป็นทางการ ก่อนหน้านี้เราได้แยกกันอยู่ประมาณ 2 ปี แต่ว่า 2 ปีที่ผ่านมายังอยู่บ้านเดียวกันอยู่ เรายังรับผิดชอบความเป็นพ่อและแม่ บางครั้งถ้าอรมีถ่ายละครไม่ได้ไปรับส่งลูก เขาก็จะทำหน้าที่ดูแลไปรับไปส่งลูก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ใช่ว่าเขาไม่ดูแลลูกเลย หน้าที่ของการเป็นพ่อและแม่ไม่สามารถตัดขาดได้ แต่ว่าหน้าที่ของการเป็นสามีภรรยาเมื่อคนใดคนหนึ่งมีความเปลี่ยนแปลงไปแล้วมันก็อาจจะจบสิ้นลงได้ แต่ความเป็นพ่อเป็นแม่ก็ยังคงอยู่ค่ะ อรเองคิดว่าตัวเองก็มีส่วนผิดที่ทำให้สามีเราไปมีบุคคลที่สามได้แต่เราไม่อยากพาดพิงดีกว่า เรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องของคนสองคนเขาคุยกัน ในเมื่ออรตัดสินใจยุติเส้นทางที่เราจะเดินคู่กันไปกับอดีตสามีแล้วก็ควรจะยุติแค่นี้ จากนี้ไปเขาจะมีใคร จะเปิดตัว จะแต่งงานใหม่ก็เป็นเรื่องของอดีตสามี อรชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้นการคบหาดูใจกับผู้ชายคนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ตัดสินใจหย่าตอนนี้ มันอาจจะเป็นช่วงเวลาที่เราให้โอกาส ให้เวลามาพอสมควรแล้วค่ะ ผู้หญิงก็ต้องก้าวต่อไป แล้วอรอยู่ในสังคมเบื้องหน้า เวลาเราไปไหน คนจะถามถึงตอนนี้เป็นยังไงบ้าง สบายดีไหม สามีเป็นยังไงบ้าง เราก็ไม่สามารถจะหน้าชื่นอกตรมได้ เราอยากจะพูดในสิ่งที่เป็นความจริงชัดเจนและถูกต้อง ที่สำคัญเลยไม่ใช่ว่าออกมาประกาศแบบนี้แล้วไม่ถนอมน้ำใจลูกเลย แต่เราได้คุยกับลูกแล้ว ลูกจะ 12 กับ 14 ขวบ เราคุยด้วยเหตุผล พ่อก็ยังทำหน้าที่พ่อ แม่ก็ยังทำหน้าที่แม่อยู่นะ แต่การที่เราไปกันไม่ได้คือการที่พ่อกับแม่จะรักกันในแบบที่ลูกเคยเห็นเมื่อก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่บอกว่ามื่อที่สามเป็นคนใกล้ตัวเขา ไม่ขอพาดพิงดีกว่านะ ก็อาจจะตามนั้น พอรู้คืออาจจะเคยเห็นหน้าเขา แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้ติดตามอะไร ไม่รับรู้เลยว่าตอนนี้เขาจะอยู่ที่ไหนอย่างไร แต่ก็เป็นคนในออฟฟิศเดียวกัน &amp;nbsp;ส่วนสิทธิ์การเลี้ยงลูกอยู่กับอรค่ะ เพราะอรเชื่อว่าในอนาคตหากลูกจะต้องทำอะไรสักอย่าง ทั้งเรื่องของการศึกษาเล่าเรียน การเดินทาง ไปจนถึงการตัดสินใจอย่างเฉียบพลันเกี่ยวกับอนาคตของลูก ซึ่งอรสามารถช่วยดูแลตรงนี้ได้ แต่ไม่ใช่ว่าอรจะไม่ให้เขาทราบเลยนะคะ เพราะอรก็ไม่ได้จะตัดขาดเขาจากลูก เพียงแต่อรสามารถที่จะดำเนินทุกอย่างตามกฎหมายได้ก็เท่านั้นเอง ส่วนตัวเขายังไงสุดท้ายเราก็ต้องคุยกันอยู่แล้ว เพราะเขาคือพ่อของลูก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สภาพจิตใจตอนนี้ ถามว่าเสียใจมันก็เสียใจ แต่ว่าอรเป็นแม่ อรไม่อยากให้ลูกต้องเห็นน้ำตา (ร้องไห้) อรก็จะพยายามทำดีที่สุดเท่าที่ตัวเองสามารถทำได้ และก็คิดว่ากว่ามันจะมาถึงตรงนี้ได้เราก็อดทนมาถึงที่สุดแล้ว &amp;nbsp;จริงๆ อรไม่อยากร้องไห้เลย เพราะไม่อยากให้ลูกเห็น คือเราก็คิดว่ามันมาสุดทางจริงๆ และเราเองก็อยากจะมีชีวิตที่ดี มีคุณภาพทางจิตที่ดีขึ้น ไม่ต้องมาคอยระแวงหรือคอยกังวลเวลาคุยกับใคร กับเวลา 26 ปีที่ผ่านมาที่ใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกัน อรไม่ได้เสียดายเวลา เพราะที่ผ่านมาก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น เราก็มีอะไรที่สวยงามเกิดขึ้น อย่างน้อยๆ มีลูกที่น่ารัก 2 คน แล้วก็มันไม่ใช่แค่วูบเดียวค่ะ เพราะฉะนั้นขอบคุณเขาด้วยซ้ำ ที่ทำให้เรามีลูกที่น่ารัก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม @ornanong_panyawong&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41663</URL_LINK>
                <HASHTAG>นางงาม, นางสาวไทย, มือที่สาม, หย่า, อรอนงค์ ปัญญาวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190722/image_big_5d35e91304783.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41176</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2019 23:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2019 23:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อรอนงค์&#039;โชว์ใบหย่า ปิดฉากรัก 26 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่อเค้าครอบครัวแตกร้าวอีกราย สำหรับอดีตนางสาวไทย ปี 2535 อร-อรอนงค์ ปัญญาวงศ์ ที่ได้โพสต์ภาพเอกสารใบหย่า พร้อมตัดพ้อเป็นนัยๆ ว่า เมื่อมีคนอื่นเข้ามาในชีวิตคู่ จึงทำให้ความสัมพันธ์ของเราต้องจบลง นับจากนี้ไปคงได้แต่ทำหน้าที่พ่อและแม่ ที่ดีของลูกๆ เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เมื่อมีใครคนอื่นเข้ามาในชีวิตคู่ จึงทำให้ความสัมพันธ์ของเราต้องจบลง จำต้องปล่อยเขาไป พร้อมกับปลดปล่อยตัวเราเองเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น นี้คือประสบการณ์ชีวิตอีกหนึ่งรูปแบบที่เข้ามาในชีวิตจริง สัมพันธภาพ ที่ก่อขึ้นเมื่อ 2536 นับจากนี้ไปเราคงได้แต่ทำหน้าที่ พ่อและแม่ ที่ดีของลูกๆ เท่านั้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขอบคุณช่วงเวลาที่ผ่านมา รวม 26 ปี วันเวลาที่เปลี่ยนแปลง แม่จะเข้มแข็งขึ้นค่ะ ขอบพระคุณครอบครัวที่รักและเข้าใจ ขอบพระคุณ ผู้ใหญ่ที่ให้การสนับสนุนกัลยาณมิตรพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ที่คอยเป็นกำลังใจให้ ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป สัญญาว่าจะทำทุกอย่างเพื่อลูกและตัวเองค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @ornanong_panyawong&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41176</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักแสดง, นางงาม, นางสาวไทย, หย่า, อรอนงค์ ปัญญาวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190716/image_big_5d2df53233b2b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33064</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2019 21:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2019 21:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เจฟฟ์ เบโซส&#039; ผู้ก่อตั้งแอมะซอน หย่าเมีย แบ่งสมบัติให้ 1.1 ล้านล้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจฟฟ์ เบโซส ผู้ก่อตั้งบริษัทค้าปลีกออนไลน์ยักษ์ใหญ่ &amp;quot;แอมะซอน&amp;quot; ตกลงแบ่งทรัพย์สินเพื่อหย่าขาดกับแม็กเคนซี ภรรยาที่เคยอยู่กินกันมานาน 25 ปีได้แล้ว โดยฝ่ายหญิงได้หุ้นแอมะซอนมูลค่าเกือบ 36,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1.135 ล้านล้านบาท แต่มอบสิทธิการลงคะแนนให้อดีตสามีซึ่งยังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่สุดผู้เดียวที่ 12% และคงเป็นบุคคลรวยที่สุดในโลกเช่นเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 10 กรกฎาคม 2556 เจฟฟ์ เบโซส และแม็กเคนซี เบโซส / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 5 เมษายน 2562 กล่าวว่า เจฟฟ์ และแม็กเคนซี เบโซส ออกแถลงการณ์ร่วมกันผ่านทวิตเตอร์ของทั้งคู่พร้อมกันเมื่อวันพฤหัสบดี ว่าพวกเขาสามารถเจรจาแบ่งทรัพย์สินกันได้แล้วหลังจากเคยประกาศข่าวเมื่อต้นปีนี้ว่ากำลังแยกทางกัน ทั้งคู่แต่งงานกันเมื่อปี 2536 และมีบุตรด้วยกัน 4 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจฟฟ์ เบโซส วัย 55 ปี เริ่มก่อตั้งบริษัทแอมะซอนที่โรงจอดรถของเขาที่เมืองซีแอตเติลเมื่อปี 2537 โดยแม็กเคนซีเป็นหนึ่งในลูกจ้างชุดก่อตั้งของบริษัท หลังหย่าขาด เจฟฟ์ยังคงถือครองหุ้น 75% จากของเดิมที่ทั้งคู่ถือครองร่วมกันในแอมะซอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนแม็กเคนซีวัย 48 ปีซึ่งปัจจุบันเป็นนักเขียน จะได้หุ้นที่เรียกชำระแล้วของแอมะซอน 4% ตามเอกสารที่ยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งสหรัฐ หากคำนวณจากราคาหุ้นปัจจุบันจะคิดเป็นมูลค่าประมาณ 35,600 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.135 ล้านล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ แม็กเคนซีตกลงยกหุ้นของเธอทั้งหมดในวอชิงตันโพสต์ที่เจฟฟ์ซื้อไว้เมื่อปี 2556 และบริษัทสำรวจอวกาศ บลูออริจิน ที่เจฟฟ์ก่อตั้งเมื่อปี 2543 รวมถึงสิทธิการลงคะแนนของผู้ถือหุ้นแอมะซอนให้แก่อดีตสามีด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลของนิตยสารฟอร์บส์กล่าวว่า ข้อตกลงแบ่งทรัพย์สินหลังการหย่าจะทำให้แม็กเคนซีเป็นผู้หญิงที่รวยเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากฟร็องซัวส์ เบตองกูร์ เมเยอร์ส ทายาทลอรีอัล และอลิซ วอลตัน ทายาทวอลมาร์ท ขณะที่เจฟฟ์จะยังคงครองตำแหน่งบุรุษที่รวยที่สุดในโลกต่อไป ด้วยทรัพย์สินประมาณ 110,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 3.507 ล้านล้านบาท) รวยกว่าบิล เกตส์ ผู้ร่วมก่อตั้งไมโครซอฟท์ และวอร์เรน บัฟเฟตต์ ประธานเบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟอร์บส์ระบุด้วยว่า ปีที่แล้วแอมะซอน ธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ยักษ์ใหญ่ ทำยอดขายได้ถึง 232,800 ล้านดอลลาร์ ซึ่งช่วยให้เจฟฟ์ เบโซส และครอบครัว มีทรัพย์สินเพิ่มเป็น 131,000 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานบีบีซีกล่าวว่า การแบ่งทรัพย์สินครั้งนี้เป็นการแบ่งสมบัติหลังการหย่าที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก ซึ่งมากมายมหาศาลกว่าคู่ของอเล็ก วิลเดนสไตน์ นักค้างานศิลปะ กับโจเซลีน ภรรยา ที่ปัจจุบันเป็นเจ้าของธุรกิจศัลยกรรมเสริมความงาม ที่สร้างสถิติไว้เมื่อปี 2542 ด้วยสมบัติที่ฝ่ายหญิงได้ไป 3,800 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมา เจฟฟ์และแม็กเคนซีไม่เปิดเผยชีวิตส่วนตัวมากนัก แต่หลังจากการประกาศแยกทางเมื่อเดือนมกราคม ชีวิตคู่ของพวกเขาก็ได้รับความสนใจพร้อมกับข่าวลือว่าฝ่ายชายคบชู้ แต่ข้อความที่เจฟฟ์และแม็กเคนซีโพสต์ลงทวิตเตอร์เมื่อวันพฤหัสบดีกล่าวถึงอีกฝ่ายด้วยความชื่นชมและขอบคุณที่ให้กำลังใจและสนับสนุนกันและกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือพิมพ์เนชันแนลเอนไควเรอร์ เคยรายงานว่า เจฟฟ์ เบโซส ลอบมีความสัมพันธ์กับลอเรน ซานเชซ อดีตผู้ประกาศข่าวของสถานีฟอกซ์ และเมื่อสื่อแทบลอยด์ฉบับนี้ขู่ว่าจะเปิดโปงภาพถ่ายของทั้งคู่เพื่อยืนยันข่าว เจฟฟ์ก็ตอบโต้ด้วยการกล่าวหาเนชันแนลเอนไควเรอร์ว่าพยายามแบล็กเมล์เขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนชันแนลเอนไควเรอร์เป็นสื่อในเครือบริษัท อเมริกันมีเดียอินคอร์ปอเรทเทด ของเดวิด เพ็กเกอร์ เพื่อนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้ที่มักโจมตีวอชิงตันโพสต์ของเบโซสว่าเขียนข่าวอคติต่อเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังข่าวแบ่งสมบัติ หุ้นของแอมะซอนในวันพฤหัสบดี ปิดลดลง 0.1% อยู่ที่ 1,818.86 ดอลลาร์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33064</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลอเรน ซานเชซ, หย่า, เจฟฟ์ เบโซส, แบ่งทรัพย์สิน, แม็กเคนซี เบโซส, แอมะซอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190405/image_big_5ca7628778523.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21298</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2018 10:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2018 10:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สำรวจนิยาม’เมีย’ในสายตาป.ป.ช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;04 พ.ย.2561 &amp;ndash; เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ออกประกาศและระเบียบคณะกรรมการ ป.ป.ช.รวดเดียว 6 ฉบับ ซึ่งเนื้อหาหลักคือหลักเกณฑ์การยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของนักการเมือง ข้าราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในประกาศคณะกรรมการ ป.ป.ช.ฉบับหนึ่งมีความน่าสนใจ คือ ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ของผู้ซึ่งอยู่กินกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรสอันถือว่าเป็นคู่สมรส พ.ศ.2561 ที่มีเนื้อหาเพียง 1 หน้า แต่กลับสร้างผลสะเทือนอย่างมาก เพราะได้กำหนดนิยามของคำว่า &amp;ldquo;ภริยา&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;เมีย&amp;rdquo; ซึ่งจะต้องยื่นบัญชีไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนิยามของภริยาตามประกาศคณะกรรมการ ป.ป.ช.นั้นกำหนดอยู่ในข้อ 3 โดยระบุว่า 1.ได้ทำพิธีมงคลสมรสหรือพิธีอื่นใดในทำนองเดียวกันกับเจ้าพนักงานของรัฐ โดยมีบุคคลในครอบครัวหรือบุคคลภายนอกรับทราบว่าเป็นการอยู่กินเป็นสามีภริยากันตามประเพณี 2.เจ้าพนักงานของรัฐแสดงให้ปรากฏว่ามีสถานะเป็นสามีภริยากัน หรือมีพฤติการณ์เป็นที่รับรู้ของสังคมทั่วไปว่ามีสถานะดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึงบุคคลซึ่งจดทะเบียนสมรสกับเจ้าพนักงานของรัฐและต่อมาได้จดทะเบียนหย่าขาดจากกันตามกฎหมาย แต่ยังแสดงให้ปรากฏหรือมีพฤติการณ์ซึ่งเป็นที่รับรู้ของสังคมทั่วไปว่ามีสถานะเป็นสามีหรือภริยากัน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21298</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, จดทะเบียนสมรส, ป.ป.ช., พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ, ภริยา, ระเบียบคณะกรรมการ ป.ป.ช., หย่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180627/image_big_5b33271f09f9d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
