<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97976</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2021 12:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2021 11:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไร้เงา &#039;ฟอร์ด ทัตเทพ&#039; พบอัยการ ส่องโซเชียลเงียบกริบไม่แจงข่าวลือเผ่นหนีต่างแดน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 เม.ย.64 - ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์, น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ หรืออั๋ว, นายชนินทร์ วงษ์ศรี หรือบอล และนายเกียรติชัย ตั้งภรณ์พรรณ หรือบิ๊ก แกนนำและแนวร่วมเครือข่ายผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎร-เยาวชนปลดแอก เดินทางมารายงานตัวอัยการตามที่พนักงานสอบสวน สน.บางโพ นัดส่งตัวพร้อมสำนวนให้อัยการ คดีหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ตาม ป.อาญา ม.112, มั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปก่อความวุ่นวายฯ ม.215 และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ กรณีผู้ต้องหาจัดชุมนุมและปราศรัยในกิจกรรม #ไปสภาไล่ขี้ข้าศักดินา ที่หน้ารัฐสภาเมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้ต้องหายังมี นายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี หรือฟอร์ด แกนนำเยาวชนปลดแอก อีกรายรวมเป็นทั้งหมด 5 คน แต่จนกระทั่งเวลา 11.40 น. ยังไม่พบนายทัตเทพเดินทางมาที่สำนักงานอัยการสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ได้มีกระแสข่าวลือในโซเชียลว่า นายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี แกนนำเยาวชนปลดแอก ได้หลบหนีคดีไปต่างประเทศเมื่อไม่นานมานี้ ในขณะที่เฟซบุ๊กส่วนตัวและทวิตเตอร์ของฟอร์ด ทัตเทพ ไม่ได้ออกมาชี้แจงข่าวลือดังกล่าว รวมทั้งไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆมานานกว่า 1 สัปดาห์แล้ว ส่วน เจมส์ ภาณุมาศ สิงห์พรม แฟนหนุ่ม ฟอร์ด ทัตเทพ และเป็นมือทำกราฟิกเพจเยาวชนปลดแอก ก็ไม่โพสต์เฟซบุ๊กหรือทวิตเตอร์ในช่วงหลังๆเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97976</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี, ฟอร์ด ทัตเทพ, มาตรา 112, หลบหนีคดี, อัยการสูงสุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210401/image_big_60654fc0e612a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97397</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 19:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2021 19:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บอล ชนินทร์&#039; ผู้ต้องหา ม.112 โต้ข่าวลือหนีไปต่างประเทศ โพสต์รูปโชว์ตัวอยู่ มธ.รังสิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มี.ค.64 -&amp;nbsp;จากกรณี พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยถึงกระแสข่าวที่มีแกนนำกลุ่มราษฎรหลบหนีออกนอกประเทศ ว่า กระแสข่าวนั้นเป็นความจริง ตอนนี้ตรวจสอบชัดเจนแล้วพบว่าเป็นผู้ชาย 2 คน ที่ถูกแจ้งข้อหามาตรา 112 แต่ได้ประกันตัวออกมา โดยแกนนำทั้งสองคน เป็นแกนนำผู้ชุมนุมบริเวณหน้ารัฐสภา แยกเกียกกาย เมื่อวันที่ 18-19 พฤศจิกายน 2563 ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีการหลบหนีหลายวันแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด นายชนินทร์ วงษ์ศรี หรือ บอล นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต แกนนำม็อบราษฎร&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีรับบริจาคเงินจัดกิจกรรมการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม และเป็นผู้ต้องหาคดี 112 ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว โดยลงรูปภาพยืนถือป้ายที่มีข้อความว่า &amp;quot;กูอยู่นี่ TU รังฯ 26/03/64&amp;quot; โดยเช็คอินตนเองอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สืบเนื่องจากมีกระแสข่าวลือในสื่อสังคมออนไลน์ว่า นายชนินทร์ วงษ์ศรี ได้หลบคดีออกไปต่างประเทศ จึงทำให้เจ้าตัวต้องออกมาโพสต์เฟซบุ๊กยืนยันว่ายังอยู่ในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97397</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชนินทร์ วงษ์ศรี, บอล ชนินทร์, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต, มาตรา112, หลบหนีคดี, แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605dd44d1de5a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45707</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2019 07:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2019 07:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนเคยคุกแนะ 11 แกนนำนปช.มาติดคุกกันดีกว่า โทษแค่ 4 ปีติดจริงไม่เกิน 2 ปี เดี๋ยวก็ได้ออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ย.62 - นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์ข้อความถึง แกนนำนปช.ที่หนีคำพิพากษาจำคุก 4 ปีคดีล้มประชุมอาเซียนซัมมิท โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวรกรรมมีจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ศาลฎีกาตัดสินจำคุก 4 ปี แกนนำ นปช. ที่บุกล้มงานประชุมอาเซียนซัมมิท เมื่อปี 2552 ทำกันถึงขนาดผู้นำต่างชาติเผ่นหนีแทบไม่ทัน ขายหน้าเขาไปทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำเลย 12 คน มาศาลแค่คนเดียว อีก 11 คน นั่งรอฟังที่ไหนไม่รู้ อย่างนี้เขาเรียกว่า &amp;ldquo;ฟังลับหลัง&amp;rdquo; หากเห็นว่าโทษเบา ก็มอบตัวรับโทษ แต่หากโดนโทษหนัก ก็ต้องหนีตัวใครตัวมัน ส่วนที่เป็น ส.ส. ก็ไม่รอด พ้นสภาพ ส.ส. เดินเข้าคุกทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงหนีไปได้ แต่ก็หาความสุขไม่มี สู้เดินยืดอกรับโทษอย่างลูกผู้ชายดีกว่า เมื่อยืนกราน &amp;ldquo;ทำเพื่อประชาชน&amp;rdquo; ก็ต้องโทษทางอาญาเพื่อประชาชน กล้าเดินหน้าเข้าคุก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังดีกว่าพี่บุญทรงที่ได้เลข 4 นำเหมือนกัน แต่เป็นสองหลัก 48 ปี นี่เลขหลักเดียว แค่ 4 ปีเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามคนที่เคยติดคุก ล้วนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า หลังศาลตัดสิน หูจะอื้อ ตาจะลาย เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์สับกุญแจใส่มือ จูงเดินขึ้นรถเรือนจำไปติดคุกเหมือนคนไร้วิญญาณกันทั้งนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างผมเคยมีประสบการณ์มาแล้วหลายครั้ง ถึงแม้จะรู้ตัวว่าติดแน่ แต่ก็เดินหน้าชื่นอกตรมขมใจเข้าคุกทุกครั้ง ไม่เคยคิดหนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอเชิญชวนให้อีก 11 คน มาติดคุกกันดีกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โทษแค่ 4 ปี ติดจริงคงไม่เกิน 2 ปี เดี๋ยวก็ได้ออกมากอดลูกกอดเมียใช้เงินแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจึงเชื่อว่าคงกำลังตัดใจรำ่ลาลูกเมียกันอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นเดียวกับ &amp;ldquo;ฮีโร่ของมวลมหาประชาชน&amp;rdquo; ที่เคยบอกว่ายอมเป็นกบฏเพื่อชาติ ขอเป็นขี้ข้าประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากวันใดวันหนึ่งที่ไปสุดทาง ศาลฎีกาตัดสิน หวังว่าคงไม่หลบไปฟังลับหลัง กล้ายืนเต็มขาหน้าบัลลังก์ ฟังคำพิพากษาให้หมดเวรหมดกรรมไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45707</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีล้มประชุมอาเซียนซัมมิต, ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์, หลบหนีคดี, อริสมันต์, แกนนำนปช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190518/image_big_5cdfaad315ba1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26495</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2019 14:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2019 11:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทักษิณ&#039;ร่ายยาวประเดิมจัดรายการ&#039;รับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ม.ค.62- นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งหลบหนีคดีอยู่ต่างประเทศ จัดรายการ GOOD MONDAY เรื่อง รับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลก กับดร.ทักษิณ ชินวัตร ผ่านเว็บไซต์ของทักษิณ official ครั้งแรก ระบุว่า สวัสดีครับ พี่น้องที่เคารพรักครับ วันนี้ผมจะมาเริ่มพบปะพูดคุยกับพี่น้องในวันจันทร์ ผ่านเว็บไซต์ของทักษิณ official เพื่อที่จะได้เล่าเรื่องราวที่ไปเที่ยวพบคนนั้นคนนี้ ไปดูงานตรงนั้นตรงนี้ เพื่อที่จะได้เอามาแบ่งประสบการณ์ให้พี่น้องคนไทย เพราะว่าโลกมันเปลี่ยนไปเร็วจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เศรษฐกิจโลกน่าเป็นห่วง...วันนี้จะเริ่มต้นด้วยการที่ผมอวยพรปีใหม่ และแสดงความห่วงใยไปยังพี่น้องคนไทย เมื่อวันที่ 1 ที่ผ่านมา ก็มีหลายเรื่องที่อยากอธิบายต่อ ก็เลยจะขออธิบายว่า สิ่งที่ผมเป็นห่วงอันนึง ก็คือเรื่องเศรษฐกิจในปลายปีนี้ ต่อด้วยต้นปีหน้า คศ.2020 ดูตัวเลขดีนะ 2020 ทุกคนก็หวังว่าจะทำนู่นนี่สำเร็จ แต่บังเอิญว่ามันเป็นวัฎจักรของระบบการเงินโลกที่น่าจะมีปัญหา เศรษฐกิจโลกจะมีปัญหา จะอ่อนแอลง หรือว่าเกิดภาวะวิกฤต ซึ่งจะเป็นแรงกระแทกใหม่ต่อเศรษฐกิจไทย ซึ่งหนีไม่พ้นเพราะว่าเราคือส่วนนึงของโลก เราคงจะหนีภาวะนี้ไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็มีผู้รู้พูดกันว่าอาจจะเริ่มเกิดที่แถวยุโรปตะวันออกก่อน เพราะว่าเศรษฐกิจเขาอ่อนแออยู่แล้ว และธนาคารของประเทศเหล่านี้ก็เป็นธนาคารเล็กๆ อ่อนแอกัน ก็อาจจะมีปัญหากันพอสมควร ทางอเมริกา เศรษฐกิจอเมริกาปีหน้าก็น่าจะอ่อนตัวลงด้วยเช่นกัน ก็เลยเป็นห่วงประเทศไทยเรา วันนี้เรายังไม่ได้ปรับตัว และก็อ่อนแออยู่ด้วย โดยเฉพาะเศรษฐกิจฐานล่างเราอ่อนแอมาก ก็เลยคิดว่าถ้าโดนเที่ยวนี้ เราจะป้องกันกันอย่างไร ก็แสดงความกังวลไว้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ที่สำคัญคือว่า ระบบการเงินโลกก็ดี ระบบเทคโนโลยีก็ดี หรือว่าวิธีการทำมาหากินด้วยโครงสร้างทางธุรกิจแบบใหม่ ๆ ก็ดี มันเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องปรับตัว ถ้าไม่ปรับตัวมันจะลำบาก เพราะว่าความเชื่อมโยงของโลกมีมาก บริษัทระดับโลกก็หากินข้ามชาติมาถึงประเทศไทย บริษัทระดับชาติของประเทศไทยก็หากินข้ามจังหวัดไปจนถึงชนบท เพราะฉะนั้นคนตัวเล็ก ๆ ในชนบทจะเริ่มทำมาหากินลำบากขึ้น คนตัวเล็กๆ ขนาดกลางก็เริ่มเหนื่อยขึ้น เพราะถ้าไม่ใหญ่จริงจะไปรอดยาก นั่นคือมิติที่จะเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะฉะนั้นมันมีทางเดียวคือ ต้องปรับตัวให้คนข้างล่างเนี่ยรวมตัวกันแข็งแรง เหตุการณ์มัน..ถ้าเราคิดถึงเทคโนโลยีเนี่ย ก็จะเปรียบเทียบเหมือนสมัยก่อน IBM เป็นเจ้าโลกทางด้านคอมพิวเตอร์ เมื่อใหญ่มาก ก็แสดงความยิ่งใหญ่หนักเข้าไปอีก ด้วยการที่ทุกอย่างไม่เปิดให้ใครเข้ามาร่วม ตัวเองจะหากินคนเดียว ผลสุดท้ายคนตัวเล็กๆ บริษัทคอมพิวเตอร์เล็กๆ ก็จับมือกัน และใช้ระบบที่เรียกว่า ระบบเปิด รวมตัวกันแข่งกับ IBM จน IMB ทรุดเลย เจอคนตัวเล็กรุมหนักเข้า ต่อยหนักเข้า เพราะฉะนั้นผมเลยคิดว่าประเทศไทยวันนี้ จะทำยังไงถึงจะรวมตัวเล็กๆ ของเรา ไม่ใช่จะเอามารวมกัน แต่ว่าเอาเทคโนโลยีถักร้อยให้รวมกัน ให้บริษัทเล็ก ๆ เหล่านี้แข็งแรงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างเช่นเรื่องของที่ผมเคยคิดไว้เมื่อสมัยก่อน Brand Thailand คิดถึงเรื่องของระบบแอพพลิเคชั่น ที่มันจะทำให้เกิด Sharing Economy หรือเกิดการทำให้เอาสิ่งที่เรามีอยู่มารวมกันเหมือนเป็นบริษัทใหญ่ แต่ไม่ใช่บริษัทใหญ่ แต่เป็นต่างคนต่างทำมาหากิน ต่างคนต่างมีรายได้ แต่ใช้เทคโนโลยีร้อยรวมเข้าหากัน อันนี้จะต้องรีบต้องเกิด ถ้าไม่เกิดก็แข็งแรงสู้เขาไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ให้หุ่นยนต์แย่งงานก็ต้องฉลาดกว่า...อีกเรื่องนึงที่ผมได้พูดถึงไป ก็คือเรื่องตัวเทคโนโลยีที่พูดถึงหุ่นยนต์ หุ่นยนต์เนี่ยเค้าบอกว่าปี 2045 เค้าทำนายไว่ว้าหุ่นยนต์จะมีความฉลาดเท่ากับมนุษย์ ที่มีสมองเท่ากับสมองเฉลี่ยของโลก คือถ้าใครมีสมองต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ก็โง่กว่าหุ่นยนต์ ถ้าใครสมองฉลาดกว่าค่าเฉลี่ยก็จะเก่งกว่าหุ่นยนต์ นี่คือสิ่งที่เค้าทำนายไว้นะครับ เพราะว่าเค้าใส่โปรแกรมเข้าไปทำให้หุ่นยนต์เรียนรู้ได้ตลอดเวลา สามารถเรียนรู้ได้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะฉะนั้นในประเทศที่ไม่เจริญทางเทคโนโลยี ก็จะมองหุ่นยนต์เป็นตัวมาแย่งงานคนทำ แต่ส่วนประเทศที่มีความเจริญทางเทคโนโลยี เค้าก็จะมองว่าหุ่นยนต์มาช่วยทำให้คนสามารถไปทำงานที่สำคัญกว่า งานจำเจซ้ำซ้อน พวกงานประจำเนี่ยก็ให้หุ่นยนต์ทำก็ได้ นี่คือสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะฉะนั้นประเทศไทยเราควรจะต้องฝึกคนให้เป็นนายหุ่นยนต์ อย่ามานั่งรอให้หุ่นยนต์มาไล่เราออกจากงาน นั่นก็คือฝึกการใช้โปรแกรมด้าน AI หรือ artificial intelligence และฝึกการใช้หุ่นยนต์ บังคับหุ่นยนต์ให้ทำงานต่าง ๆ เพราะว่าแม้กระทั่งชาวนาเนี่ย อีกหน่อยหุ่นยนต์ก็จะมาหว่านข้าวเกี่ยวข้าวได้ ตัวนึงก็ไม่แพง เพราะฉะนั้นแล้วชาวนาของเราจะทำไง ก็ต้องฝึกดิ เราอย่าไปหนีมัน ต้องสู้กับมัน นั่นคือหลักของผม คืออย่าไปหนีอะไรเลย สู้กับมันดีกว่า ง่ายกว่า ง่ายกว่าหนีนะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าวันนี้ประเทศไทยต้องเตรียมความพร้อมตรงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความรู้ใหม่ในการรักษาสุขภาพ...อีกเรื่องที่ผมพูดในคำอวยพรของผมตอนปีใหม่เนี่ยก็พูดถึงเรื่องสุขภาพ เทคโนโลยีด้านสุขภาพ ตอนนี้มันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายนะครับ การมารักษาโรคที่อาการมัน..หรือรักษาโรคที่ปลายทางมันเนี่ย หรือที่เราทำๆ กันอยู่ทุกวันนี้ มันล้าสมัย แล้วมันก็สิ้นเปลือง แล้วก็ใช้เวลานาน แล้วก็ไม่ทำให้คนไข้ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โลกข้างหน้าเขาจะใช้ตัว DNA มาเป็นเครื่องมือประกอบ ในการวิเคราะห์ วิจัย เกี่ยวกับสุขภาพมากขึ้น เช่นว่า ยกตัวอย่างเรื่องยา วันก่อนผมไปนั่งคุยกับอาจารย์ที่มาจาก Harvard เขามาทำวิจัยที่ฮ่องกง เขาบอกว่ายาเนี่ย ส่วนใหญ่เวลามันทำการทดลอง เขาเรียกว่า clinical trial หรือทดลองทางคลินิก ทดลองกับมนุษย์ก่อนที่จะออกใช้เนี่ย ปรากฏว่าส่วนใหญ่แล้วเป็นยาทางด้านตะวันตก มันอาจจะใช้ไม่ได้สำหรับคนตะวันออกก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขาก็เลยเริ่มมาเอาข้อมูลเกี่ยวกับคนป่วยทางด้านเมืองจีน โดยเฉพาะจีน ตลาดจีนเป็นตลาดใหญ่ ก็เริ่มจากคิดว่ายาตัวไหนมันใช้ได้กับจีน แล้วต้องผสมส่วนยังไงถึงจะเหมาะกับคนเอเชีย เขาจะเริ่มใช้ยาเนี่ย โดยดูว่า DNA ของคนที่มาจากกลุ่มนี้ คนนี้ เป็นยังไง ถึงจะสามารถยา จนอีกหน่อยเขาเรียกกว่า personalized medicine คือเป็นยาที่เจาะจงเฉพาะคนที่มี DNA ประเภทนี้ ถึงจะกินยาตัวที่ถูกต้อง อะไรอย่างนี้ มันจะเริ่มมากขึ้นๆๆ เพราะฉะนั้น DNA จะเป็นตัวที่มา แหล่งในการถูกใช้งานมากขึ้น เพื่อจะให้ยาเฉพาะเจาะจงสำหรับคน อาหารเฉพาะเจาะจงที่เหมาะกับ DNA ของเรา มันกำลังมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เทโลเมียร์...และอีกตัวที่มันอยู่ในโครโมโซมเรา ในมนุษย์เราเนี่ยมีโครโมโซมอยู่ 23 คู่ ตรงปลายโครโมโซมเนี่ยเขาเรียกว่า &amp;ldquo;เทโลเมียร์&amp;rdquo; เทโลเมียร์ตัวนี้ มันมีความสั้นยาว หดได้ ยืดได้ ตามภาวะสุขภาพเรา เขาบอกว่าคนเกิดใหม่เนี่ย เทโลเมียร์มันจะมีความยาว สมมุติว่า..เอ่อ ผมจำตัวเลขไม่ได้ หมื่นไมครอน หรืออะไรทำนองนี้ แต่ว่าสรุปแล้วก็คือว่า มันมีความยาวสุด แต่พอตายด้วยเชื้อโรคนะไม่ใช่ตายด้วยอุบัติเหตุ ตายเพราะเจ็บป่วยเนี่ย มันจะหดลงเหลือครึ่ง เพราะฉะนั้นเนี่ย ช่วงที่เรามีชีวิตอยู่เนี่ย เขาสามารถวัดความยาวของเทโลเมียร์เนี่ย เพื่อจะบอกว่า อ๋อ สภาวะร่างกายของเราเนี่ยดีหรือไม่ดีอย่างไร เผื่อเราจะได้ปรับวิถีชีวิต การอยู่ การกิน การออกกำลัง เพื่อให้ไอ้เทโลเมียร์ตัวนี้มันกลับมายาว มันก็คือสุขภาพเรากลับมาแข็งแรงขึ้นนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พัฒนาการใช้จุลินทรีย์แทนยา...เพราะฉะนั้นก็การดูแลร่างการเราเนี่ย มัน มันเปลี่ยนไป วิถีทางมันเปลี่ยนไปแม้กระทั่งว่า วันนี้การใช้ยาที่เป็นเคมีเนี่ย จะถูกใช้ลดลงนะครับ เนี่ยผมเพิ่งไปเมืองจีนกลับมา ไปเยี่ยมบริษัท บริษัทนึงทำ Lab ทางด้านยาเนี่ย ก็พบว่าเขาใช้ ไมโครปส์ หรือ เชื้อจุลินทรีย์เนี่ย มาทำยามากขึ้นแล้ว มาทั้งรักษามะเร็ง มาทั้งละลายลิ่มเลือดไม่ให้ข้น เติมเอาวิตามินซีให้เข้ากระดูกมากขึ้น เพื่อให้กระดูกเราแข็งแรง อะไรทำนองนี้นะครับ แล้วคราวต่อไปผมจะมาเล่าเรื่องที่ผมไปเมืองจีน ไปเห็นอะไรมาบ้างนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พัฒนาการใช้ฟิสิกส์แทนยา...แล้วนอกจากนั้น ก็มาพูดถึงเรื่องของฟิสิกส์เนี่ยจะมาแทนยา เขาใช้การรักษาด้วยการใช้เครื่องมือทางฟิสิกส์ แทนที่จะมีการกินยาๆๆ ฉีดยา ตอนนี้จะเริ่มลดไป อย่างเช่น การเจ็บปวด ก็แทนที่จะใช้ยา ก็มาใช้เรื่องของเครื่องมือทำ shock wave ช็อคเวฟ มานวดมาอะไรแทนยามั่ง มันก็จะมีอะไรขึ้นมาหลายอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากวันนี้อาจจะพูดยาวไปละ ก็ขอสรุปว่า ต่อไปสุขภาพมนุษย์จะแข็งแรงขึ้น จะมียุคที่เรียกว่า มี Human Spare Parts ก็คือมีอะไหล่มนุษย์ มนุษย์เราเนี่ยเค้าบอกว่าอะไหล่ทุกชิ้นเนี่ยเปลี่ยนได้หมด ยกเว้นตัวสมอง ตัวหัวใจ ตับ ไต ไส้พุง เปลี่ยนได้หมด เพราะฉะนั้นยุคที่มันกำลังจะเข้ามาวันนี้ ก็คือยุคของการใช้ DNA การใช้ฟิสิกส์แทนยา การเปลี่ยนอะไหล่มนุษย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มนุษย์อายุยืนขึ้น ต้องออกแบบเศรษฐกิจใหม่มารองรับ...เพราะฉะนั้นมนุษย์จะมีอายุยืนยาวขึ้น เมื่อก่อนเราพูด 100 เป็นเรื่องตื่นเต้น ตอนนี้เค้าพูดถึง 120 เพราะฉะนั้นอยู่ยังไงให้มีคุณภาพ อยู่ยังไงไม่ให้เป็นภาระลูกหลาน นั่นคือสิ่งที่เราจะต้องดูแลกันเอง เพราะฉะนั้นสังคมไทยต้องเตรียมสังคมของคนสูงอายุไว้ ต้องปรับตัวอย่างแรงในเรื่องการออกแบบเศรษฐกิจธุรกิจ ออกแบบเศรษฐกิจประเทศ ออกแบบการดูแลผู้คน ออกแบบสวัสดิการของมนุษย์ทั้งหลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ผมก็ขอกราบลาไปแค่นี้ แล้ววันหลัง ถ้าวันจันทร์ไหนผมว่าง ผมจะมาพูดกับพี่น้องสักครั้งนึง อาจจะเป็นจันทร์เว้นจันทร์ หรือว่าบางจันทร์ก็อาจจะติดกันแล้วแต่นะครับ จะพยายามเล่าอะไรให้ฟังให้เป็นความรู้ดีกว่านะครับ เรื่องที่ไม่สร้างสรรค์ก็ไม่ค่อยอยากเสียเวลาพูด เราพูดกันแต่เรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิตพวกเราดีกว่า วันนี้ขอกราบลาแค่นี้ครับ https://www.thaksinofficial.com/good-monday/001-this-is-good-monday/&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26495</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดรายการ, ทักษิณ ชินวัตร, หลบหนีคดี, เว็บไซต์ของทักษิณ official, แม้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190114/image_big_5c3c0bed26c7c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24731</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/12/2018 10:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/12/2018 09:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำไมต้องหนี&#039;หมอวรงค์&#039;ไขปริศนา&#039;กินปูนร้อนท้อง&#039;โยงข้าว14ล้านตัน-มันสำปะหลังอีก4.79ล้านตัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ธ.ค.61 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม &amp;nbsp;เจ้าของฉายา &amp;quot;หมอข้าว&amp;quot; &amp;nbsp;อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์รายการเล่าข่าวเด่น &amp;nbsp;เล่นข่าวดัง ทางBLUESKY Channel ถึงกรณีบุคคลสำคัญของพรรคการเมืองพรรคหนึ่งหลบหนีออกนอกประเทศ &amp;nbsp;หลังมีกระแสข่าวอาจเกี่ยวข้องกับทุจริตการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ &amp;nbsp;ในคดีที่ศาลพิพากษาจำคุกนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 43 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.วรงค์ กล่าวว่าเป็นที่คาดการณ์กันมากกว่า &amp;nbsp;เพราะมันหลุดมาจากเฟซบุ๊กของคุณสุรนันท์ เวชชาชีวะ ที่บอกว่าคุณบุญทรง บอกว่ากูพูดไม่ได้ ประโยคนี้เป็นประโยคที่สังคมตั้งคำถาม และจึงไม่แปลกที่ข่าวหน้าหนังสือพิมพ์บอกว่า กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.)ส่งคนไปสอบปากคำคุณบุญทรงในคุก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;#39;กระทั่งมีกระแสข่าวออกมาว่าจะมีการเปิดเผยข้อเท็จจริงออกมา &amp;nbsp;แต่ข้อเท็จจริงจะเป็นใครนั้นไม่มีใครทราบ แต่เป็นที่คาดการณ์เฉยๆ ก็แสดงว่าบางคนกินปูนร้อนท้อง มีกระแสข่าวออกมาก็เลยถือโอกาสหายตัวไป&amp;quot;นพ.วรงค์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่าแต่วันนี้ไม่มีคนรู้จริงเท่ากับปปช. ทุกอย่างเป็นการวิเคราะห์ เป็นการคาดการณ์ &amp;nbsp;คงต้องรอปปช.แถลงคดีนี้อย่างเป็นทางการ เชื่อว่าคงจะนำไปสู่การขยายผลข้าว 14 ล้านตัน และมันสำปะหลังอีก 4.79 ล้านตัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24731</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ, คดีจีทูจีข้าว, นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, นายบุญทรง เตริยาภิรมย์, หมอข้าว, หลบหนีคดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181127/image_big_5bfca5cf7d24e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
