<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112024</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2021 09:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2021 09:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตรึงชายแดน!จับพม่าหนีภัยโควิดเข้าไทยได้ทุกวัน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ส.ค.64- ที่บริเวณแม่น้ำเมยชายแดนไทย เมียนมา หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 แม่สอด( ฉก.ร.4 ) ออกลาดตระเวนตามแนวชายแดน เพื่อสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมือง โดยเฝ้าตรวจในพื้นที่ บ้านท่าอาจ หมู่ .3 ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก และได้ตรวจพบกลุ่มบุคคลสัญชาติเมียนมา ได้ลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย จำนวน 4 คน เป็นชาย .1 คน, และหญิง.3 คน พร้อมผู้ติดตาม จำนวน 2 คน (เป็นเด็ก)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบไม่พบเอกสารหลักฐาน ในการเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักร หน่วยจึงได้ควบคุมตัว ไปตรวจหาเชื้อ ไวรัส Covid-19 ที่โรงพยาบาลสนามฯ ณ.จุดตั้ง สนามกีฬานานาชาติเทศบาลนครแม่สอด (สนามกีฬา 5 อำเภอชายแดน) และทำการกักตัวตามมาตรการเฝ้าระวังกาแพร่ระบาดของ Covid-19 จากนั้นจะได้ส่งตัวทั้งหมด ให้กับ พนักงานสอบสวน สภ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อดำเนินคดีและขั้นตอนอื่นๆตามกฎหมายต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานจ่าวแจ้งว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ได้มีชาวไทยที่ไปทำงานฝั่งเมียนมา และชาวเมียนมาลักลอบข้ามแม่น้ำเมย หนีภัยเชื้อร้าย โควิด-19 เข้ามาฝั่งไทย ซึ่ง เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจสามารถจับกุมได้ทุกวัน.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112024</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชายแดนพม่า, หลบหนีเข้าเมือง, แม่สอด, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210803/image_big_6108a634dbcc3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108584</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2021 16:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2021 16:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผบช.สตม.&#039;สั่งทุกด่านคุมเข้มชายแดนใต้สกัดคนหลบหนีเข้าเมือง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ค.64- พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจแนวชายแดนใน อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส ซึ่งมีช่องทางส่วนใหญ่เป็นช่องทางธรรมชาติที่คนต่างด้าวและชาวไทยใช้ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร และฝ่ายปกครองในพื้นที่ ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จากชายแดนประเทศมาเลเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.สมพงษ์ กล่าวว่า ผบ.ตร.เน้นย้ำให้กวดขันเกี่ยวกับการหลบหนีเข้าเมือง โดยก่อนหน้านี้บริเวณ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นช่องทางที่คนไทยที่ทำงานในประเทศมาเลเซียลักลอบหนีกลับเข้าประเทศ โดยไม่ผ่านช่องทางปกติ เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เพราะเพื่อนบ้านเรามีสถิติติดเชื้อค่อนข้างสูง จากการประชุมและตรวจสอบร่วมกับ พล.ต.ต.พิชญ์วุฒิ สงวนสมบัติศิริ ผบก.ภ.จว.ปัตตานี และ พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ ผบก.ภ.จว.ยะลา ทราบว่าสถานการณ์การลักลอบเข้าเมืองลดน้อยลง เพราะตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้มงวดมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเพราะด้านพรหมแดนเปิดให้คนไทยข้ามแดนได้สามวันต่อสัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ คณะของพล.ต.ท.สมพงษ์ ได้ลงพื้นที่ตรวจชายแดนช่องทางธรรมชาติ อ.เบตง จ.ยะลา และ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส และด่านผ่านแดนจุดต่างๆที่เชื่อมกับประเทศมาเลเซีย โดยมีการกำชับให้แต่ละพื้นที่เฝ้าระวังการหลบหนีเข้าแดนโดยผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด โดยกำชับให้ตำรวจ ตม. ปฏิบัติตามนโยบายปฏิบัติราชการ รวม 5 มาตรการ คือ 1.ดำเนินมาตรการเร่งด่วนเพื่อสกัดกั้นการระบาดในพื้นที่เป้าหมายและสกัดกั้นการเคลื่อนย้ายกลุ่มเสี่ยง บังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มเสี่ยงต่อการแพร่โรค ต้องบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ 2.การลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายให้เพิ่มความเข้มข้นในการสกัดกั้นและปราบปรามจับกุมคนต่างด้าว ขยายผลอย่างต่อเนื่อง 3.กำชับให้เพิ่มความเข้มในการใช้กฎหมาย กรณีคนต่างด้าวสัญชาติจีน ให้ตรวจสอบก่อนและหลังอนุญาตว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่ 4.การกักตัวคนต่างด้าวให้ดำเนินการตามมาตรการเมื่อรับตัวผู้ต้องกักต้องมีการคัดกรอง และ 5.สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิดสายพันธ์ใหม่ ให้มีมาตรการมนการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาด ในส่วนของเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม.ในฐานะโฆษก สตม. และพ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รอง ผบก.ตม.1 ในฐานะรองโฆษก สตม. แจ้งว่า สตม.ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108584</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจด่านชายแดนใต้, ผบช.สตม., หลบหนีเข้าเมือง, แรงงานต่างด้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210704/image_big_60e179c1801c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103837</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดแอฟริกาใต้เข้าไทย ถล่มคลัสเตอร์นราธิวาส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศบค.เผยพบผู้ติดเชื้อใหม่ 3,052 ราย ตายเพิ่ม 24 ราย &amp;ldquo;ตชด.&amp;rdquo; จัดพื้นที่พักกลุ่มหลบหนีเข้าเมืองไม่ให้เข้าชั้นใน ขณะที่ กทม.ยังพบผู้ป่วยเกินพันคน ทัณฑสถานแจง มีผู้ต้องขังติดเชื้อรายใหม่จำนวน 523 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 22 พฤษภาคม 2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3,052 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 2,406 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,924 ราย จากการค้นหาเชิงรุก 482 ราย อยู่ในเรือนจำ 605 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 41 ราย ทำให้มีผู้ป่วยยืนยันสะสม 126,118 ราย ผู้ป่วยหายเพิ่ม 2,900 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยอดผู้หายป่วยสะสม 82,404 ราย อยู่ระหว่างรักษา 42,955 ราย อาการหนัก 1,216 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 409 ราย ผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 24 ราย เป็นชาย 12 ราย หญิง 12 ราย อยู่ใน กทม. 13 ราย สมุทรปราการ 3 ราย เชียงใหม่และราชบุรี 2 ราย นนทบุรี สุราษฎร์ธานี ยโสธร นครนายก จังหวัดละ 1 ราย ส่วนใหญ่เป็นความดันโลหิตสูง เบาหวาน และเป็นหญิงตั้งครรภ์ 1 ราย ทำให้มียอดเสียชีวิตสะสม 759 ราย ขณะที่ในสถานการณ์โลกมีผู้ติดเชื้อสะสม 166,467,940 ราย เสียชีวิตสะสม 3,457,619 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สำหรับผู้เดินทางจากต่างประเทศที่ติดเชื้อโควิดวันนี้มีจากกัมพูชาถึง 35 ราย เป็นผู้เดินทางเข้าด่านพรมแดนอย่างถูกกฎหมาย เราจะดูแลอย่างดี แต่ช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีการรายงานคนลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายถึง 191 คน จากเมียนมา 65 คน ลาว 19 คน กัมพูชา 64 คน แม้เราจะขอให้เข้าทางช่องทางถูกต้องแต่ไม่รู้ว่าข้อมูลเหล่านี้จะไปถึงคนที่จะลักลอบเข้ามาหรือไม่ ขอให้มั่นใจฝ่ายความมั่นคงจะทำงานอย่างเต็มที่ แต่ก็มีคำถามเกิดขึ้นว่า นอกจากผู้ที่สามารถจับกุมได้แล้วมีผู้ที่ไม่สามารถจับกุมได้หรือไม่ ซึ่งเป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบ แต่เราจะพยายามกวาดล้างจับกุมให้ได้ โดยบุคคลเหล่านี้จะมีการวางระบบไม่ให้เข้ามาในพื้นที่ชั้นใน โดยกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) มีการจัดตั้งสถานที่กักกันรูปแบบเฉพาะองค์กรแล้ว 5 จุด คือที่จังหวัดกาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และตาก 3 จุด หลังจากนี้จะมีการเปิดเพิ่มหลายแห่งทั่วประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ศบค.เผยว่า สำหรับจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มเติมมากที่สุด 5 จังหวัดแรกคือ กทม. 1,191 ราย เพชรบุรี 437 ราย นนทบุรี 99 ราย สมุทรปราการ 94 และชลบุรี 71 ราย โดยการระบาดที่พบในจังหวัดที่มีผู้ป่วยสูงขึ้นนั้น ใน จ.เพชรบุรีมีการระบาดในโรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ชลบุรีระบาดในโรงงานผลิตสายไฟและตลาดใหม่ ขณะที่วันเดียวกันนี้มีถึง 20 จังหวัดที่ไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม ประกอบด้วย นครสวรรค์ พิษณุโลก ลำพูน ลำปาง เพชรบูรณ์ ตราด สุโขทัย กาฬสิน พะเยา สิงห์บุรี เลย อุตรดิตถ์ แพร่ ชัยนาท หนองคาย พังงา แม่ฮ่องสอน อำนาจเจริญ หนองบัวลำภูและมุกดาหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่การระบาดในพื้นที่ กทม.นั้นจะเห็นว่ากราฟยังขึ้นสูงอยู่ เราอยู่ในสภาวะที่ยังไม่น่าไว้วางใจ จะเป็นสายพันธุ์ใหม่หรือเก่า แต่การติดเชื้อที่แพร่กระจายโดยเร็วประชาชนต้องตื่นตัวแต่ไม่ตื่นตระหนก เพื่อควบคุมการติดเชื้อ ทุกท่านต้องช่วยกัน เราอยู่ในสังคมเดียวกัน โดยเฉพาะ กทม.ที่มีความแออัด จึงไม่แปลกที่จะเห็นกราฟเช่นนี้ และหากดูเป็นจำนวนคลัสเตอร์ ขณะนี้มีคลัสเตอร์ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการควบคุมโรค 30 คลัสเตอร์ ดูทิศทางยังทะแยงขึ้น โดยคลัสเตอร์ใหม่วันนี้คือแคมป์คนงานทั้งสิ้น กระจายในเขตคลองเตย ห้วยขวาง บางคอแหลม ปทุมวัน และบางรัก จึงมอบหมายให้ กทม.บูรณาการข้อมูลเหล่านี้อย่างละเอียดขณะที่จำนวนเขตที่มีคลัสเตอร์เหล่านี้ก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน อยู่ที่ 24 เขต ประมาณครึ่งหนึ่งของ กทม. เขตที่เหลือที่ไม่ใช่การติดเชื้อเป็นกลุ่มใหญ่ก็ขอให้ระมัดระวัง
พบใหม่ 6 คลัสเตอร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อไปว่า และขณะนี้ยังมีการคิดถึงการนำส่งผู้ติดเชื้อไปยังโรงพยาบาลต่างๆ โดยแบ่งพื้นที่ กทม.ออกเป็น 6 โซน คือ โรงพยาบาลที่ดูแล กทม.โซนเหนือ จะเป็นโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช โซนตะวันออก โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี โซนใต้ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โซนธนบุรีใต้ โรงพยาบาลวชิรพยาบาล ธนบุรีเหนือ โรงพยาบาลศิริราช และ กทม.กลาง โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และโรงพยาบาลราชวิถี กันไว้สำหรับผู้ป่วยสีเหลือง สีแดง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการค้นหาเชิงรุกในชุมชนเมื่อวันที่ 20 พ.ค. ตัวเลขที่น่าสนใจคือพื้นที่ตลาดบางกะปิ ที่ตรวจหาเชื้อ 845 คน พบเชื้อ 137 คน คิดเป็น 16.21 เปอร์เซ็นต์ จึงขอให้คนที่อยู่โดยรอบตลาดให้ความร่วมมือทีมสอบสวนโรค และต้องสวมหน้ากากตลอดเวลา ส่วนคลัสเตอร์ที่ต้องมีการเฝ้าระวังมีทั้งหมด 28 แห่ง แบ่งเป็นกลุ่มเฝ้าระวังสูงสุด 20 คลัสเตอร์ กลุ่มเฝ้าระวัง 2 คลัสเตอร์ และที่พบใหม่ 6 คลัสเตอร์ ส่วนใหญ่เป็นแคมป์คนงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการระบาดในกลุ่มแรงงานต่างด้าว มีการตรวจหาเชื้อในกลุ่มคนเหล่านี้มากน้อยแค่ไหน นพ.ทวีศิลป์ตอบว่า แรงงานต่างด้าวมีทั้งที่เข้ามาอย่างถูกต้องและไม่ถูกต้อง นโยบายของนายกรัฐมนตรีมีมาตั้งแต่ก่อนการระบาดระลอก 3 ว่า ทุกคนที่อยู่ในประเทศไทยต้องได้รับการตรวจและดูแลเหมือนกันทั้งหมด จึงขอให้ทั้งประชาชนคนไทย แรงงานต่างด้าวที่ถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมาย หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงถ้าต้องการตรวจหาเชื้อให้เดินไปที่หน่วยตรวจหาเชื้อใกล้ท่าน เขาจะดูแลให้ ผู้ประกอบการเองก็ต้องรับผิดชอบคนงานที่พวกท่านนำพามา ถ้าแบ่งเบาภาระการตรวจตรงนี้ได้ก็ขอขอบคุณ แต่ถ้าไม่ได้ก็แจ้ง รัฐจะดูแล ส่วนภาครัฐเองก็ไม่ต้องกังวลในเรื่องของงบประมาณ เพราะนายกฯ ได้จัดสรรในส่วนนี้ไว้ให้แล้ว ยืนยัน 100 เปอร์เซ็นต์ของคนที่อยู่ในประเทศไทยต้องได้รับการดูแลอย่างดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยความคืบหน้าสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถานว่า มีผู้ต้องขังติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 523 คน รักษาหายแล้ว 218 คน รวมผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างการรักษา 14,348 คน&amp;nbsp; ซึ่งขณะนี้เรือนจำและทัณฑสถานที่พบผู้ติดเชื้อมีทั้งหมด 12 แห่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันมีผู้ต้องขังที่ได้รับการตรวจเชื้อแล้ว จำนวน 37,288 คน มีเรือนจำที่ตรวจครบ 100 เปอร์เซ็นต์เพิ่มอีก 1 แห่ง คือ เรือนจำกลางฉะเชิงเทรา ส่วนเรือนจำอื่นๆ ที่ตรวจครบแล้ว ยังมีการตรวจหาเชื้อซ้ำทุก 7 วันในกลุ่มที่ยังไม่พบเชื้อ รวมถึงการตรวจหาเชื้อในผู้ต้องขังเรือนจำอื่นๆ และผู้ต้องขังเข้าใหม่ทุกรายจนกว่าสถานการณ์จะปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอายุตม์กล่าวเสริมว่า นอกจากนี้กรมราชทัณฑ์ได้มอบหมายให้ศูนย์ CARE ประจำเรือนจำและทัณฑสถานทุกแห่ง รับผิดชอบในการประสานงานรวบรวมข้อมูลของผู้ต้องขังที่ติดเชื้อ และแจ้งให้ญาติผู้ต้องขังทราบเป็นการเฉพาะราย พร้อมทั้งแจ้งความคืบหน้าการรักษาและอาการป่วยของผู้ต้องขังให้ญาติทราบผ่านทางโทรศัพท์ หรือช่องทางการสื่อสารอื่นใดที่ได้แจ้งไว้ เพื่อบรรเทาความห่วงใยของญาติผู้ต้องขัง ทั้งนี้การดำเนินการทุกขั้นตอนจะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ต้องขังก่อนเสมอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิจัยจากหลายสถาบันทั้งไทยและต่างประเทศ ซึ่งรวมตัวในนามกลุ่ม COVID-19 Network Investigations หรือ CONI เพื่อหยุดยั้งการระบาดของโควิด-19 ด้วยข้อมูลระดับจีโนม ที่ได้รับการประสานจากกระทรวงสาธารณสุขให้ร่วมสืบสวนโรคจากคลัสเตอร์ในอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งได้รับข้อมูลว่าอาจเป็นคลัสเตอร์ติดเชื้อต่อเนื่องในประเทศไทยจากผู้ลักลอบเข้าเมือง ล่าสุดได้รายงานผลการตรวจสอบพบว่า เป็นสายพันธุ์แอฟริกาใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขได้จัดเก็บชุดตัวอย่างกลุ่มนี้ ก่อนส่งต่อให้ CONI ถอดรหัสพันธุกรรม เมื่อวันที่ 17 พ.ค. ซึ่งผลการถอดรหัสพันธุกรรมระดับจีโนมพบว่าเป็นเชื้อสายตระกูล B.1.351 หรือสายพันธุ์แอฟริกาใต้ และได้ส่งข้อมูลทั้งหมดให้หน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุขในระดับภูมิภาคและระดับชาติแล้ว เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการสื่อสารกับประชาชนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่ม CONI ระบุด้วยว่า เชื้อสายตระกูล B.1.351 มีการกลายพันธุ์ในตำแหน่งที่คาดว่ามีผลกระทบต่อการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันมนุษย์ต่อไวรัส และลดประสิทธิภาพการทำงานของวัคซีน แต่ไม่ได้หมายความว่าวัคซีนจะใช้ไม่ได้ เพียงแต่ต้องเพิ่มอัตราส่วนผู้ได้รับวัคซีนให้สูงขึ้นเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103837</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, จัดพื้นที่พักกลุ่มหลบหนีเข้าเมือง, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ทัณฑสถาน, ผู้ติดเชื้อใหม่, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หลบหนีเข้าเมือง, โควิด, โควิด 19, โควิด-19, โควิดแอฟริกาใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210522/image_big_60a857d073510.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76614</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2020 07:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2020 07:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทหารฉก.ทัพพญาเสือตรวจเข้มลักลอบเข้าเมือง193 กม. แนวชายแดนราชบุรี-เพชรบุรี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย.2563 พันเอกวินิจ สว่างเนตร ผบ.29/ผบ.ฉก.ทับพญาเสือ พล.ร.9 กาญจนบุรี เปิดเผยว่า &amp;nbsp;ตามข้อสั่งการของ พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก และ พลโท ธรรมนูญ วิถี ผู้บัญชาการ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 ให้กองกำลังป้องกันชายแดน &amp;nbsp;เข้มงวดการสกัดกั้น การลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ตลอดแนวชายแดน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พลตรี ฐกัด หลอดศิริ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรสีห์ ได้สั่งการและมอบหมายให้ พันเอก วินิจ &amp;nbsp;สว่างเนตร &amp;nbsp;ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจทัพพระยาเสือ ให้มีการการลาดตระเวน เฝ้าตรวจตามช่องทางธรรมชาติ และพื้นที่เสี่ยงตลอดแนวชายแดนระยะทาง 193 กิโลเมตร โดยเฉพาะช่องทางที่มีชุมชน หรือหมู่บ้านอาศัย อยู่ใกล้แนวชายแดน สำหรับพื้นที่ติดแนวชายแดน &amp;nbsp;ให้ตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด ทั้งแบบประจำที่ และจุดตรวจจุดสกัด แบบไม่ประจำที่ และเปิดยุทธการปิดล้อม ตรวจค้นหมู่บ้านเป้าหมาย ที่เป็นพื้นที่เสี่ยง เพื่อป้องกันการลักลอบ หลบหนีเข้าเมืองฯ &amp;nbsp;ที่คาดว่าผู้กระทำผิดจะใช้เป็นพื้นที่พักรอคอย ของแรงงานต่างด้าวฯ &amp;nbsp;ก่อนจะลักลอบเข้าสู่พื้นที่ตอนใน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมทั้งบูรนาการร่วมกับ จังหวัดราชบุรี, จังหวัดเพชรบุรี, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด, อำเภอ, สาธารณสุข และสถานีตำรวจภูธร ในพื้นที่ จัดให้มีการประชุม เพื่อกำหนดแนวทางการป้องกัน การกระทำผิดกฎหมาย พร้อมทั้งได้ขอความร่วมมือจาก กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในทุกหมูบ้าน และจิตอาสาในพื้นที่ ได้แจ้งเบาะแส กลุ่มบุคคลแปลกหน้า ที่เข้ามาในพื้นที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ในการสกัดกั้นการลักลอบหลบหนีเข้าเมือง ให้กับเจ้าหน้าที่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังประสานผู้ประกอบการ และสถานประกอบการในพื้นที่ตอนใน ให้เล็งเห็นถึงมหันต์ภัย ของโรคระบาดโควิด &amp;ndash; 19 หากให้ที่ทำงานและที่พักพิง กับกลุ่มบุคคลเหล่านี้ จะเกิดผลกระทบเสียหายอย่างมาก ต่อประเทศชาติ และคนไทย ดังนั้นทุกฝ่ายต้องร่วมมือร่วมใจกัน ในการเป็นหูเป็นตา ป้องกันและเฝ้าระวัง แรงงานข้ามชาติดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76614</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหารฉก.ทัพพญาเสือ, ลาดตระเวน, หลบหนีเข้าเมือง, แรงงานต่างด้าว, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200906/image_big_5f54296d01787.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76352</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2020 09:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2020 09:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนจีนทะลักเข้าแม่สอดไม่หยุด จนท.จับได้ต่อเนื่อง คาดหนีโรคโควิดระบาดในเมียนมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย.63 - พ.อ.ประสาน เห็นประเสริฐ ผู้บังคับการหน่วนเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 แม่สอด&amp;nbsp;พ.ต.อ.ภูเบศ แสงอร่าม&amp;nbsp;ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแม่สอด จ.ตาก กองร้อยเครื่องยิงหนัก หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แม่สอด (ฉก.ร.4)&amp;nbsp;ร้อย.ค.หนัก ฉก.ร.4&amp;nbsp;หมวดระวังป้องกัน ฉก.ร.4&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สอด&amp;nbsp;ประจำจุดตรวจ 402&amp;nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจร่วมฝ่ายความมั่นคง บ้านห้วยหินฝน ถนนสายตาก-แม่สอด หมู่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;บ้านห้วยหินฝน ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก ร่วมกับตำรวจตระเวนชายแดน และ จนท.ปกครอง อ.แม่สอด ร่วมกันตรวจสอบรถตู้โดยสาร สีขาว ทะเบียน สระแก้ว โดยมี นายรุณ&amp;nbsp;เป็นผู้ขับ และ นายยุทธนั่งโดยสารร่วมมาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบ พบ ผู้ต้องสงสัยเป็นชาวจีน จำนวน 6&amp;nbsp;คน โดยพบว่าเอกสารการเดินทางและเอกสารการเข้าเมืองไม่ถูกต้อง&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา นายรุณและนายยุทธได้กระทำการซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยการใดๆให้คนต่างด้าว หลบหนีเข้าเมืองมาโดยผิดกฎหมายหรือพ้นจากการจับกุม และแจ้งข้อหากับชาวจีนทั้ง 6&amp;nbsp;คน ว่า เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต,&amp;nbsp;ฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดตาก และได้นำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.แม่สอด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่า จากการที่มีข่าวการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส&amp;nbsp;COVID 19&amp;nbsp;ในสหภาพเมียนมา ทำให้ขณะนี้ มีชาวจีนที่อาศัยอยู๋ในจังหวัดเมียวดี ลักลอบเดินทางข้ามแม่น้ำเมยเข้ามาฝั่งไทยแบบผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย มีการตรวจค้น ตั้งด่านตรวจจุดสกัด จับกุมได้ทุกวัน วันละหลายรอบ โดยเจ้าหน้าที่ไทยได้เพิ่มความเข้มงวด เพื่อป้องกันการเดินทางทะลักมาฝั่งไทย โดยผิดกฎหมายและเอกสารการเดินทางไม่ถูกต้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76352</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดตาก, สภ.แม่สอด, หลบหนีเข้าเมือง, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200903/image_big_5f504dc373207.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48727</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/10/2019 21:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/10/2019 21:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผงะ อังกฤษพบ 39 ศพในรถบรรทุกตู้สินค้าจากบัลแกเรีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตำรวจอังกฤษพบ 39 ศพในตู้คอนเทนเนอร์ของรถบรรทุกในนิคมอุตสาหกรรมใกล้กรุงลอนดอนเมื่อวันพุธ คาดเป็นคนหลบหนีเข้าเมืองจากบัลแกเรีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจนิติวิทยาศาสตร์อังกฤษตรวจสอบที่เกิดเหตุใกล้กับรถบรรทุกที่เชื่อว่ามาจากบัลแกเรีย ภายในตู้สินค้าพบศพ 39 ศพ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตำรวจมณฑลเอสเซกส์ของอังกฤษเปิดเผยว่า พบผู้เสียชีวิตในตู้คอนเทนเนอร์ของรถบรรทุกที่จอดในนิคมอุตสาหกรรมวอเตอร์เกลด เมืองเกลย์ ทางตะวันออกของกรุงลอนดอน โดยได้รับแจ้งจากเหตุจากรถพยาบาลก่อนเวลา 01.40 น.วันพุธตามเวลาท้องถิ่น ภายหลังตำรวจเข้าตรวจสอบก็พบว่าทุกคนเสียชีวิตแล้ว โดยเป็นผู้ใหญ่ 38 คนและวัยรุ่น 1 คน คนขับรถบรรทุกชายวัย 25 ปีจากไอร์แลนด์เหนือถูกจับกุมในฐานะผู้ต้องสงสัยฆ่าคนตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอนดรูว์ แมริเนอร์ ผู้กำกับการตำรวจเอสเซกส์ แถลงว่า เป็นเหตุน่าสลดใจที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ตำรวจกำลังสอบสวนสาเหตุการเสียชีวิตของคนเหล่านี้ และพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล แต่อาจต้องใช้เวลานาน คาดว่ารถบรรทุกคันนี้มาจากบัลแกเรีย และเข้าสหราชอาณาจักรเมื่อวันเสาร์ทางเรือเฟอร์รี ขึ้นฝั่งที่ท่าเรือเมืองโฮลีเฮด เกาะแองเกิลซีย์ ปลายสุดทางตะวันตกเฉียงเหนือของเวลส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษ กล่าวว่า ตกตะลึงกับข่าวน่าเศร้าสลดที่เอสเซกส์ กระทรวงมหาดไทยจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับตำรวจเอสเซกส์เพื่อสืบสวนสาเหตุการเสียชีวิตครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ริชาร์ด เบอร์เนตต์ ซีอีโอสมาคมโรดฮอลเลจ ที่เป็นตัวแทนคนขับรถบรรทุกในสหราชอาณาจักร แสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต และว่า สิ่งที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงอันตรายของแก๊งลักลอบนำผู้อพยพเข้าประเทศโดยใช้รถบรรทุก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อปี 2557 เจ้าหน้าที่ท่าเรือเมืองทิลเบอร์รีติดกับเมืองเกลย์ได้ยินเสียงกรีดร้องและเสียงทุบภายในตู้คอนเทนเนอร์ที่ส่งทางเรือมาจากเบลเยียม ในตู้พบชาวอัฟกัน 34 คนอยู่ในภาวะขาดน้ำ, อุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติและขาดอากาศและมีผู้เสียชีวิต 1 ราย เดือนมิถุนายนปี 2543 พบผู้อพยพชาวจีนเสียชีวิต 58 รายในรถบรรทุกที่เมืองโดเวอร์ คนขับรถชาวดัตช์โดนโทษจำคุกในความผิดฆ่าคนตายโดยประมาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48727</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัลแกเรีย, ศพในตู้คอนเทนเนอร์, หลบหนีเข้าเมือง, อังกฤษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191023/image_big_5db059ab8d83f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
