<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99385</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2021 18:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2021 18:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หลวงตาบุญชื่น&#039; เดินเท้าแสวงบุญถึงพิษณุโลกแล้ว ชาวบ้านแห่ถวายน้ำวันปีใหม่ไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 เม.ย.64 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ที่ริมถนนหลวง บริเวณถนนตั้งแต่เขาคอม้า-ตำบลป่าแดง อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก หลวงตาบุญชื่น ปัญญาวุฒิโท ที่เดินแสวงบุญจาริกด้วยเท้าเปล่า ไปกลับจากภาคเหนือตอนบน ถึง ภาคเหนือตอนล่าง เขต อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก แล้ววันนี้ ชาวบ้านตั้งแต่เขาคอม้า จนถึงตำบลป่าแดง ได้ออกมาถวายน้ำ เพราะหลวงตาไม่รับปัจจัย ซึ่งเป็นช่วงวันปีใหม่ไทย พอดีเพื่อความเป็นสิริมงคล ทั้งผู้สูงอายุ ผู้ใหญ่ วัยทำงาน และกลุ่มหนุ่มสาว รวมถึงเด็กๆ ต่างนำน้ำ นำดอกไม้ พวงมาลัย มาตั้งไว้ริมถนน เพื่อมาถวายหลวงตาบุญชื่น ปัญญาวุฑโท ซึ่งเป็นพระธุดงค์สายป่า วัย 72 ปี ที่เดินเท้าเปล่ามาจาก จ.นครพนม ตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2563 โดยเดินขึ้นมายังภาคเหนือตอนบน ทาง จ.น่าน เชียงราย พะเยา ลำปาง อุตรดิตถ์ ซึ่งวันนี้ได้เข้าสู่พื้นที่ อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก แล้ว โดยท่านเดินจากวัดศรีปทุมทอง ม.10 ตำบลคันโช้ง อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก ตั้งแต่เช้า เพื่อในช่วงค่ำวันนี้จะพักจำวัด&amp;nbsp;ที่วัดห้วยเหิน ตำบลป่าแดง อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลวงตาบุญชื่น ได้ตั้งมั่นปฏิบัติธรรมกรรมฐาน แสวงบุญจาริกธรรม ตามรอยพระเกจิชื่อดังสาย หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต โดยท่านเดินเท้าเปล่าจาก จ.นครพนม ขึ้นมายังภาคเหนือตอนบน แล้วจะกลับไปยังภาคอีสาน จ.นครพนม รวมระยะทางกว่า 2,000 กิโลเมตร ด้วยความมุ่งมั่นของหลวงปู่บุญชื่น จึงทำให้ผู้ที่เลื่อมใส ศรัทธา ได้นำน้ำเปล่า มารอถวายตามริมถนน ซึ่งหลวงตา ก็จะให้พร และเดินไปเรื่อยๆ โดยทางคณะศิษยานุศิษย์ที่ติดตามหลวงตาจะเก็บเพียงน้ำไว้ให้คณะผู้ติดตามดื่มเท่านั้น ในส่วนที่เหลือทั้งหมดจะได้แบ่งแยกแจกจ่ายไปตามวัด และโรงเรียนต่าง ๆ ในพื้นที่ รวมถึงให้ผู้ที่ตกทุกข์ได้ยาก หรือมีฐานะยากจน นำไปดื่มกิน เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่สาธุชน และผู้คนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยวันนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย และ อสม. คอยประชาสัมพันธ์เรื่องของการทิ้งระยะห่าง การสวมแมสตลอดเวลาในการใส่บาตรเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากพุทธศาสนิกชนเป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลวงตาบุญชื่น เดิมเป็นชาวบ้านเสาเล้า ตำบลโพนสวรรค์ อำเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม เคยเป็นทหารเกณฑ์ และเคยผ่านสงครามเวียดนาม ประมาณปี 2512 สังกัดพลกองพันปืนใหญ่ จังหวัดอุดรธานี และเคยผ่านการฝึกรบพิเศษ ก่อนปลดประจำการ พร้อมเหรียญทหารผ่านศึก ในอดีตเคยแต่งงานมีลูกทั้งหมด 4 คน หลังสร้างครอบครัว ก็ได้ขอมาอุปสมบท และศึกษาหลักธรรมตามคำสอนของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต จนแตกฉานในพระธรรม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99385</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพิษณุโลก, หลวงตาชื่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210413/image_big_60757ca8928b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87335</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2020 13:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2020 13:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อริยสงฆ์เท้าเปล่า &#039;หลวงตาชื่น&#039; ธุดงค์ถึงที่พักในป่าช้าประจำหมู่บ้าน สาธุชนรอกราบเนืองแน่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ธ.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้าเกี่ยวกับพลังศรัทธาหลวงตาบุญชื่น&amp;nbsp;ปัญญาวุฒิโท&amp;nbsp;พระธุดงค์สายป่า อายุ&amp;nbsp;72&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ที่ได้เดินธุดงค์เท้าเปล่ามาตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา โดยครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2563 หลังออกพรรษาท่านได้ออกจากที่พักสงฆ์บ้านเสาเล้าใหญ่ หมู่ 2 ต.โพนสวรรค์ อ.โพนสวรรค์จ.นครพนม ซึ่งเป็นป่าช้าประจำหมู่บ้าน ธุดงค์วัตรตามเส้นทางจังหวัดสกลนคร,&amp;nbsp;กาฬสินธุ์,&amp;nbsp;ขอนแก่น,&amp;nbsp;ชัยภูมิ,&amp;nbsp;นครราชสีมา,&amp;nbsp;ปราจีนบุรี ส่วนขากลับจะเดินธุดงค์ไปทางจังหวัดสระแก้ว,&amp;nbsp;บุรีรัมย์,&amp;nbsp;สุรินทร์,&amp;nbsp;ศรีสะเกษ,&amp;nbsp;อุบลราชธานี,&amp;nbsp;อำนาจเจริญ,&amp;nbsp;มุกดาหาร,&amp;nbsp;สกลนคร และนครพนม รวมระยะทางกว่า 1,000 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด หลวงตาชื่นท่านได้เดินกลับสู่ที่พักสงฆ์ป่าช้าท้ายหมู่บ้านเสาเล้าใหญ่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีสภาพเท้าทั้งสองข้างเป็นแผลไหม้จากความร้อนของถนนแอสฟัลต์ลาดยางมะตอย แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับหลวงตา ยังคงใช้ความเพียรธุดงค์ต่อเนื่อง ค่ำไหนก็จะนอนตามป่า ทุ่งนา หรือวัด ตามความเหมาะสม ส่วนปัจจัยที่มีญาติโยมศรัทธาถวายตลอดเส้นทางท่านจะไม่รับ จะรับเฉพาะน้ำดื่มเท่านั้น หากมากเกินความต้องการจะนำไปบริจาคตามสถานที่สำคัญต่างๆ เพื่อประโยชน์ส่วนรวม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลวงตาบุญชื่น&amp;nbsp;ปัญญาวุฒิโท&amp;nbsp; หรือที่สาธุชนเรียกนามท่านจนติดปากว่า หลวงตาชื่น เคยเปิดเผยถึงเส้นทางชีวิตว่า&amp;nbsp;เกิดที่บ้านเสาเล้า ต.โพนสวรรค์ อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม(ภายหลังยกฐานะให้เป็นอำเภอโพนสวรรค์ เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2535) &amp;nbsp;สมัยเป็นหนุ่มได้รับใช้ชาติเป็นทหารเกณฑ์ โดยประมาณปี 2512 ได้รับคัดเลือกไปสู้รบในยุคสงครามเวียดนาม สังกัดกองพันปืนใหญ่ จ.อุดรธานี หลังปลดประจำการได้เหรียญทหารผ่านศึก ก็ได้มาแต่งงานกับนางตาล อุ่นเพียรโสม ปัจจุบันอายุ 67 ปี&amp;nbsp; มีลูกทั้งหมด 4 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากบุตรทั้งหมดสร้างครอบครัวหมดแล้ว จึงขอครอบครัวลาบวช เพราะต้องการหาสัจธรรมเพื่อความสงบในชีวิต อีกทั้งชอบศึกษาหลักธรรมคำสอนของหลวงปู่มั่น และปี 2552&amp;nbsp;จึงเข้าอุปสมบทตัดทางโลกเข้าสู่ทางธรรม&amp;nbsp;จากนั้นได้แสวงบุญเป็นพระสายป่านิกายธรรมยุตเดินธุดงค์ไปหลายที่ ไม่ขอขึ้นรถ ไม่ต้องช่วยขนสัมภาระ ขอรับถวายเพียงน้ำเปล่า และไม่กลัวว่าจะเจ็บป่วย เนื่องจากสละทุกอย่างแม้สังขาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยปีแรก พ.ศ.2559&amp;nbsp;เดินธุดงค์มุ่งหน้าสู่จังหวัดเชียงราย จากนั้นทุกปีหลังออกพรรษาท่านจะเดินธุดงค์วัตรต่อเนื่องถึงปัจจุบัน พร้อมได้สั่งลูกหลานไว้ว่า ตายที่ไหนก็เผาที่นั่น โดยหลวงตาชื่นจุดเด่นของท่านอีกอย่างคือไม่รับปัจจัย กิจของสงฆ์จะ มีแค่ บิณฑบาตโปรดสัตว์ ทำวัตรเช้า-เย็น สวดมนต์ เจริญภาวนา และศึกษาธรรมมะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อาตมามาถึงวันนี้ชีวิตไม่ได้กังวล เพราะสละทุกอย่างแล้ว ปล่อยให้เป็นไปตามสังขาร ตราบใดเดินไหวยังจะแสวงบุญทุกปี&amp;rdquo; หลวงตาชื่น กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87335</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครพนม, พระธุดงค์, หลวงตาชื่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201219/image_big_5fdda3adcb59a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
