<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55632</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2020 20:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2020 09:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตามรอยเท้า &quot;หลวงปู่มั่น&quot; จารึกไว้ในล้านนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัดเจดีย์หลวง วรวิหาร จ.เชียงใหม่ วัดหนึ่งเดียวที่หลวงปู่มั่นเคยเป็นเจ้าอาวาส &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์สำคัญเกี่ยวกับพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต พระอาจารย์สายวิปัสสนากรรมฐานที่คนไทยเคารพนับถือ ในถ้อยธรรมคำสอนของหลวงปู่ ส่องทางธรรมให้พุทธศาสนิกชนเจริญดำเนินรอยตาม ตลอดจนทุกสถานที่ที่หลวงปู่มั่นจาริกธุดงค์ไป เคยอยู่อาศัย จำพรรษา และบรรลุธรรม จะได้รับการเผยแพร่ตลอดทั้งปี เพื่อให้ประชาชนรับทราบข้อมูล เกี่ยวกับหลวงปู่มั่นมากขึ้น หลังจากที่ยูเนสโกประกาศยกย่องหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต เป็นบุคคลสำคัญของโลก สาขาสันติภาพ ปี 2563-2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลวงปู่มั่นเป็น &amp;quot;พระป่า&amp;quot; เป็นพระแท้ผู้ไม่เคยอยู่ติดวัดหรือกุฏิ แต่ออกเดินธุดงค์ไปตามป่าเขาทั่วภาคเหนือและอีสาน ออกเผยแผ่พระธรรมให้กับคนทั่วไป ด้วยเหตุนี้ดินแดนล้านนาจึงเป็นพื้นที่ที่จะบอกเล่าเรื่องราวของหลวงปู่มั่นได้อย่างดี เนื่องจากท่านเป็นพระมหาเถระรุ่นบุกเบิกที่ได้เดินทางขึ้นมาเผยแพร่วัตรปฏิบัติคณะธรรมยุติกนิกาย และในธุดงควัตรปฏิบัติแบบพระป่ากรรมฐาน ณ วัดเจดีย์หลวง จ.เชียงใหม่ เป็นวัดหนึ่งเดียวที่หลวงปู่มั่นเคยเป็นเจ้าอาวาสตั้งแต่ได้อุปสมบทจนกระทั่งละขันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
กฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัด วธ. ประธานพิธีบำเพ็ญกุศล 150 ปี ชาตกาล &amp;quot;หลวงปู่มั่น&amp;quot;&amp;nbsp;

&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวาระครบ 150 ปีชาตกาล หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ตรงกับวันที่ 20 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา ถือเป็นโอกาสมหามงคล กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร พร้อมด้วยคณะสงฆ์ และศรัทธาประชาชน จัดงานฉลองถวายหลวงปู่มั่นด้วยพิธีบำเพ็ญกุศล 150 ปีชาตกาล นิมนต์พระเถระสายกรรมฐานจากวัดต่างๆ ในเชียงใหม่จำนวน 150 รูป มาร่วม โดยมีนายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธาน พร้อมทั้งอาราธนาอัฐิธาตุและฟันกรามหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ประดิษฐานหน้ารูปเหมือนหลวงปู่มั่นในบุษบก ณ มณฑลพิธีลานพระธาตุเจดีย์หลวง เพื่อให้พระภิกษุ สามเณร ประชาชนได้กราบไหว้สักการะ ที่สำคัญมีพิธีเจริญสมาธิภาวนาสู่สันติภาพ 15 นาทีพร้อมกันทั่วไทย ทั่วโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังงานฉลอง ทางวัดเจดีย์หลวงยังเปิดให้พุทธศาสนิกชนได้ตามรอยหลวงปู่มั่นผ่านการศึกษาหลักธรรม และนิทรรศการคุณงามความดี รวมถึงจัดพิมพ์หนังสือ &amp;quot;จารึกไว้ในล้านนา&amp;quot; เป็นครั้งแรก โดยรวบรวมเรื่องราวการเดินทางจาริกของหลวงปู่มั่นยังพื้นที่ต่างๆ ในภาคเหนือ ตลอดจนปฏิปทาและหลักคำสอนร่วมเผยแพร่เกียรติคุณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระเถระสายกรรมฐานจากวัดต่างๆ ในเชียงใหม่ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศล 150 ปีชาตกาล &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระครูโสภณกวีวัฒน์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวง รักษาการเจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวง กล่าวว่า หลวงปู่มั่นเคยพำนักอยู่วัดเจดีย์หลวงช่วงปี 2472-2473 ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดในปี 2475 แม้หลวงปู่จะเป็นเจ้าอาวาส แต่กุฏิที่พักเป็นเพียงกุฏิไม้ที่เรียบง่าย มีคำเทศน์สอนที่ทำให้คนทุกรุ่นสามารถเข้าถึงได้อย่างง่ายๆ นำไปใช้ในการดำเนินชีวิตได้ทันที ในช่วงที่พำนักอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ หลวงปู่ได้ทำประโยชน์ เผยแผ่พระพุทธศาสนาในสายพระธุดงคกรรมฐานด้วยปฏิปทาที่เรียบง่าย จนเป็นที่ศรัทธาอย่างมาก มักจะออกธุดงค์ไปพำนักยังพื้นที่ห่างไกล ตามถ้ำและป่าเขา ด้วยห่วงใยชีวิตคนในชนบท นำความสงบร่มเย็นสู่พื้นที่ จนเป็นที่ศรัทธาของชาวเขาเผ่าต่างๆ รวมถึงศิษยานุศิษย์ทุกชนชั้นจำนวนมากทั่วทุกภูมิภาค และทั่วโลก แนวทางธรรมของหลวงปู่ ถ้านำไปปฏิบัติจะพบสันติภาพอย่างแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เป็นที่ประจักษ์ว่า 57 ปี หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ตลอดการบรรพชาได้ธุดงคกรรมฐานลำพังตามบ้านป่าเขาสูง ตามถ้ำในภาคเหนือและภาคอีสาน พระสงฆ์และผู้คนเลื่อมใสในวัตรปฏิบัติ ธรรมที่ท่านแสดงออกเป็นธรรมชั้นสูง ซึมซับคำสอนสืบทอดกันมา พระสงฆ์เหล่านั้นต่างเจริญงอกงามในธรรม หลวงปู่เป็นแบบอย่างอันดีด้านการไม่ยึดติดที่อยู่อาศัย การธุดงควัตรปฏิบัติเป็นเครื่องทำลายกิเลส ท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวงอยู่ปีเดียวก็ลาออก บอกยศถาบรรดาศักดิ์ไม่เหมาะกับหลวงปู่ เพราะเป็นผู้รักสงบ ท่านทิ้งสมณศักดิ์ไว้ที่วัดเจดีย์หลวง แล้วออกธุดงค์ทั่วภาคเหนือ มุ่งปฏิบัติธรรมและบรรลุเป็นพระอรหันต์ที่วัดถ้ำดอกคำ อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ยามเจ็บไข้อาพาธเป็นไข้ป่ามาลาเรีย ใช้การเดินจงกรมรักษาจนหาย ก่อนจะกลับอีสานปี 2485 และมรณภาพปี 2492&amp;quot; พระครูโสภณกวีวัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระครูโสภณกวีวัฒน์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวง น้อมรำลึกพระคุณหลวงปู่มั่น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยเจ้าอาวาสกล่าวด้วยว่า หลวงปู่สอนน้อย แต่ผู้ฟังเข้าใจง่าย มีอานิสงส์ยิ่งใหญ่ ฟังธรรมไม่ได้บรรลุพระอรหันต์ แต่บรรลุเป็นกัลยาณชน ไม่หลงเดินทางผิด หลวงปู่ฟื้นฟูวัดร้างและสำนักสงฆ์แบบกระท่อมกลายเป็นวัด เงาและรอยเท้าบนเส้นทางที่หลวงปู่เคยไปในแผ่นดินล้านนา ทำให้เกิดการศึกษาและเผยแผ่พระธรรมคำสอนอยู่จนทุกวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เชียงใหม่ วัดป่าดาราภิรมย์ ตั้งอยู่ อ.แม่ริม ปัจจุบันวัดนี้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวอย่างดี วัดแห่งนี้มีความสัมพันธ์กับหลวงปู่มั่นเช่นกัน เป็นหนึ่งในวัดที่องค์ท่านก่อตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระครูปลัดธนาคาร ธนากโร เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่-ลำพูน-แม่ฮ่องสอน วัดป่าดาราภิรมย์ มาร่วมพิธีบำเพ็ญกุศล 150 ปีชาตกาลครั้งนี้ กล่าวว่า วัดป่าดาราภิรมย์จัดงานเฉลิมฉลองถวายหลวงปู่มั่นตลอดทั้งปี โดยมีนิทรรศการแสดงชีวประวัติทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ตั้งรูปเหมือนหลวงปู่และอัฐิธาตุให้ประชาชนได้สักการะที่วิหารแก้ว ย้อนไปหลวงปู่ได้ธุดงค์จากวัดเจดีย์หลวงมาวัดป่าดาราภิรมย์ สมัยนั้นเป็นป่าช้าร้างติดกับสวนเจ้าสบาย พระตำหนักดาราภิรมย์ของเจ้าดารารัศมี พระราชชายาใน ร.5 หลวงปู่ปักกลดใต้ต้นไม้นาน 8 เดือน บำเพ็ญกรรมฐาน และมีพระสงฆ์ลูกศิษย์ได้เข้ามาบำเพ็ญกรรมฐานที่นี่ เช่น หลวงปู่แหวน เมื่อชาวบ้านเห็น เกิดศรัทธาร่วมกันสร้างเสนาสนะถวาย ต่อมาทายาทของเจ้าดารารัศมีถวายที่ดินซึ่งอยู่ในเขตพระตำหนักให้แก่วัดด้วยศรัทธาจนกลายเป็นวัดทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต พระอาจารย์สายวิปัสสนากรรมฐาน บุคคลสำคัญของโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วัตรปฏิบัติที่ทางวัดยังถือปฏิบัติ คือ ทำวัตรเช้า วัตรเย็น เดินจงกรม จนได้เวลาบิณฑบาต ฉันในบาตร มีการเจริญจิตภาวนา และสอนจิตภาวนา เน้นพระบวชใหม่ต้องศึกษาเรียนรู้พระธรรมวินัยเป็นหลัก เพื่อให้กาย วาจา ใจ เป็นหลัก ขณะนี้วัดมีแนวคิดจะสร้างกุฏิหลวงปู่มั่นบริเวณที่ท่านเคยปักกลด เพื่อเป็นการบันทึกเหตุการณ์สำคัญของหลวงปู่มั่น บุคคลสำคัญของโลก ประชาชนสามารถมาตามรอยได้&amp;quot; พระครูปลัดธนาคาร ธนากโร กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในปีนี้ การเฉลิมฉลองหลวงปู่มั่น บุคคลสำคัญของโลกยังไม่หมด นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมได้ให้ความสำคัญกับการเผยแพร่ชีวประวัติ ผลงานของพระอาจารย์มั่น และจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองตลอดปี เพื่อให้ประชาชนโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่หันมาสนใจศึกษาแนวทางที่ท่านได้นำทางไว้ และจุดประกายทางปัญญาสู่สังคม หนึ่งในกิจกรรมใหญ่ เส้นทางท่องเที่ยววัฒนธรรมตามรอยหลวงปู่มั่น โดยบูรณาการขับเคลื่อนร่วมกับจังหวัด วัด และภาคีเครือข่าย อย่างที่ จ.เชียงใหม่ มี 13 วัดที่เกี่ยวข้อง อาทิ วัดเจดีย์หลวง, วัดป่าดาราภิรมย์, วัดสันติธรรม, วัดโรงธรรมสามัคคี, วัดถ้ำดอกคำ, วัดป่าอาจารย์มั่น, วัดพระธาตุดอยนะโม ฯลฯ แต่ละวัดมีร่องรอยการปฏิบัติธรรมขององค์ท่านให้ทุกคนน้อมรำลึกพระคุณอันยิ่งใหญ่ นอกจากนี้ยังมอบนโนบายให้สำนักวัฒนธรรมจังหวัดค้นหาวัดและสถานที่ที่ผูกพันกับพระอาจารย์มั่น เพื่อนำมาสู่การเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่โดยพร้อมเพรียงกัน. &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55632</URL_LINK>
                <HASHTAG>150ปีชาตกาลพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต, กฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัด วธ., วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร, หลวงปู่มั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200127/image_big_5e2ebad0ea58d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54552</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2020 18:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2020 18:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลื่อมใส! หลวงตาอดีตทหารผ่านศึก ธุดงค์เท้าเปล่าไม่รับปัจจัย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แห่กราบหลวงตาชื่น พระธุดงค์วัยชรา เดินเท้าเปล่าไม่รับปัจจัย เผยชีวิตเคยเป็นทหารผ่านศึก ก่อนสละทางโลกมุ่งจาริกตามรอยหลวงปู่มั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ม.ค.63 - ที่พักสงฆ์ชั่วคราว ท้ายหมู่บ้านเสาเล้าใหญ่ หมู่ 2 ตำบลโพนสวรรค์ อำเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม โดยมีญาติโยม ประชาชน นักท่องเที่ยวสายบุญ เดินทางมากราบไหว้ สนทนาธรรมกับหลวงตาบุญชื่น ปัญญาวุฒิโท หรือหลวงตาชื่น พระธุดงค์สายธรรมยุต วัย 71 ปี พื้นเพเป็นชาวบ้านเสาเล้า ต.โพนสวรรค์ ซึ่งสละทางโลกหันหน้าเข้าสู่ทางธรรม เพื่อหาความสงบในชีวิต ด้วยการเข้าอุปสมบท และปฏิบัติธรรมจาริกธุดงค์มานานกว่า 10 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่งเป็นข่าวโด่งดังทางโซเชียล เนื่องจากมีญาติโยมพบเห็นขณะกำลังเดินธุดงค์จากจังหวัดเชียงรายถึงนครพนม รวมระยะทางไกลกว่า 1,000 กิโลเมตร ระหว่างทางมีญาติโยมจอดรถแวะนิมนต์ขึ้นรถ พร้อมทั้งถวายปัจจัย แต่ท่านไม่ยอมขึ้นรถและรับปัจจัย รับถวายเพียงน้ำดื่มเท่านั้น และหลังย่ำเท้าเปล่ามาถึงบ้านเกิดก็ไปจำพรรษาที่พักสงฆ์อยู่ในป่าช้า จึงมีญาติโยมหลายคนทราบข่าวได้แวะกราบไหว้ พร้อมระบุว่าได้ปฏิบัติธรรมกรรมฐาน แสวงบุญจาริกธรรมตามรอยพระเกจิชื่อดังคือหลวงปู่มั่น ภูริฑัตโต พระอาจารย์ใหญ่สายป่า จึงไม่ขอรับปัจจัย ทำให้ผู้พบเห็นเกิดความศรัทธาในความตั้งมั่นและความเพียรพยายาม ของหลวงตาชื่น ทั้งที่มีอายุมากถึง 71 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลวงตาชื่นเล่าให้ฟังว่า หลังออกพรรษาได้ เดินธุดงค์จากที่พักสงฆ์บ้านเกิด ไปยัง อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อแสวงบุญปฏิบัติธรรมบำเพ็ญเพียร ใช้ระยะเวลาเดินทางจาก จังหวัดนครพนมไปถึงจุดหมายปลายทางประมาณ 40 วัน จากนั้นเดินทางกลับโดยใช้เวลาประมาณ 35 วัน ช่วงระหว่างการเดินทางทั้งไปและกลับ จะพักตามป่าเขาทุ่งนา ไม่นอนวัด ทำให้สายบุญที่ทราบข่าวเกิดความศรัทธา และเดินทางมากราบไหว้สนทนาธรรมไม่ขาดสาย ส่วนการทำบุญระหว่างหลวงตาชื่นธุดงค์ จะไม่รับปัจจัยและสิ่งของเครื่องใช้อย่างอื่น นอกจากน้ำเปล่าเพียงอย่างเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หลวงตาบุญชื่น ปัญญาวุฒิโท เข้าอุปสมบทเมื่อปี 2552 จากนั้นได้แสวงบุญเป็นพระสายป่าธรรมยุตเดินธุดงค์ไปหลายที่ จะจำวัดตามป่าเขา ก่อนนี้ไปจำพรรษาในถ้ำเตียง สิริขันธ์ บนเทือกเขาภูพาน จ.สกลนคร ยาวต่อเนื่องถึง 4 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลวงตาชื่น กล่าวอีกว่าตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา ได้ตั้งมั่นจาริกธรรม เดินธุดงค์ไปภาคเหนือพร้อมกับคณะพระสงฆ์หลายวัด เมื่อจาริกกลับจังหวัดนครพนม มีญาติโยมนิมนต์ขึ้นรถเพราะสงสารเห็นว่าอายุมากแล้ว แต่ตนต้องการบำเพ็ญเพียร แสวงบุญธุดงค์ตามรอยหลวงปู่มั่น จึงไม่ขอขึ้นรถ และไม่ต้องช่วยขนสัมภาระ ขอรับถวายเพียงน้ำเปล่า และไม่กลัวว่าจะเจ็บป่วย เนื่องจากสละทุกอย่างแม้สังขาร เพราะต้องการเข้าถึงสัจธรรม สำคัญที่สุดกิจของสงฆ์จะต้องไม่ขาด เช่นบิณฑบาตโปรดสัตว์ &amp;nbsp;ทำวัดเช้า-เย็น สวดมนต์เจริญภาวนาและศึกษาธรรมมะ หากญาติโยมที่ต้องการสนทนาธรรมก็ยินดี และจะจำวัดที่พักสงฆ์ ถึงสิ้นเดือนมกราคม ก่อนจะจาริกธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆเพื่อบำเพ็ญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับครอบครัวหลวงตาชื่น พบกับนางตาล อุ่นเทียมโสม อายุ 66 ปี และลูกสาวคนโตคือ นางบานเย็น บุพศิริ อายุ 46 ปี ทั้งสองได้เปิดเผยว่าหลวงตาในช่วงวัยหนุ่มเป็นคนขยัน มุมานะ อดทน ตรากตรำทำงานเพื่อครอบ ครัวมาตลอด และชอบทำบุญเป็นชีวิตจิตใจ เคยบอกครอบครัวว่าถึงวัย 60 ปี หรือหลังจากลูกทุกคนมีครอบครัวเป็นฝั่งเป็นฝาจะขอลาบวชใช้ชีวิตทางธรรมสละทางโลก กระทั่งปี 2552 ได้ลาครอบครัวไปบวช ซึ่งทุกคนไม่ขัดข้อง ขออนุโมทนาบุญกับหลวงตาชื่น เพราะเป็นความตั้งใจ ถึงแม้ห่วงด้านสุขภาพ แต่เป็นสิ่งที่หลวงตาชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตลอดการบวชกว่า 10 ปี ท่านจะไม่จำวัดอยู่กับที่ จะไปจาริกธุดงค์ทั่วประเทศตามพระอาจารย์ ที่รู้จัก ไม่มีโทรศัพท์มือถือติดต่อกลับมา เพราะหลวงตาบอกกับครอบครัวว่า ถ้ายังมีชีวิตอยู่จะเห็นกลับมา หากทราบข่าวเสียชีวิตหรือเจ็บป่วยค่อยไปดูแล กรณีเจ็บป่วยตายในป่า ขอให้เป็นไปตามธรรมชาติ จะเกิดอะไรขึ้นต้องรับได้หมด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งล่าสุดทางครอบครัวดีใจมาก และอนุโมทนาบุญกับหลวงตาชื่น หลังเห็นข่าวในโซเชียลว่าพบหลวงตากำลังธุดงค์เท้าเปล่ากลับบ้านเกิด ยอมรับดีใจจนน้ำตาไหล สำคัญที่สุดคืออานิสงส์ผลบุญที่หลวงตาแสวงบุญไว้ จะส่งผลให้ลูกหลาน มีความร่มเย็นเป็นสุข ทุกคนขออนุโมทนาบุญ ซึ่งหลวงตาขอจำวัดในป่าช้าท้ายหมู่บ้าน และไม่กลัวถ้าวันที่หลวงตาจากไปจะมาถึง &amp;nbsp;เพราะหลวงตาบอกทุกคนว่าขอตายในผ้าเหลือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54552</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระธุดงค์วัยชรา, พระธุดงค์สายธรรมยุต, หลวงตาบุญชื่น, หลวงปู่มั่น, อดีตทหารผ่านศึก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200114/image_big_5e1da8068b4d2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6651</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2018 18:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2018 18:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หลวงปู่ท่อน&#039;ละสังขารอย่างสงบแล้ว-สิริอายุ 89 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;7 เม.ย.61 - เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;ร่วมสร้างวัดกับหลวงปู่ท่อน&amp;quot; เปิดเผยว่า &amp;quot;..องค์หลวงปู่ท่อน ญาณธโร ละสังขารอย่างสงบแล้วเย็นวันนี้ ตรงกับวันเสาร์ที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๑ ณ รพ.วิชัยยุทธ สิริอายุ ๘๙ ปี&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มหาเถเร ปะมาเทนะ ทวาระตะเยนะ กะตัง สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต
มหาเถเร ปะมาเทนะ ทวาระตะเยนะ กะตัง สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต
มหาเถเร ปะมาเทนะ ทวาระตะเยนะ กะตัง สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรรม ใดที่ข้าฯได้เคยประมาทพลาดพลั้งล่วงเกินต่อองค์หลวงปู่ทั้ง กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ทั้งที่ระลึกได้ก็ดี ระลึกไม่ได้ก็ดี ขอองค์หลวงปู่ได้โปรดเมตตาประทานงดโทษให้แก่ข้าฯนับจากนี้เป็นต้นไปเทอญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้าฯขอกราบนมัสการน้อมส่งองค์พระหลวงปู่เข้าสู่อนุปาทิเสสนิพพานตามแนวทางคำสอนแห่งองค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธรรมใดที่องค์พระหลวงปู่รู้แจ้งประจักษ์ใจแล้ว ขอให้ข้าฯได้มีส่วนแห่งการรู้แจ้งประจักษ์ในธรรมนั้นด้วยเช่นกันเทอญ..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ หลวงปู่ท่อน ญาณธโร ชื่อเดิมว่า ท่อน ประเสริฐพงศ์ เกิดเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2471 ณ บ้านหินขาว ต.สาวะถี อำเภอเมืองขอนแก่น ตรงกับวันพฤหัสบดี ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีมะโรง บิดา-มารดาชื่อ นายแจ่ม และนางทา ประเสริฐพงศ์ มีพี่น้องร่วมกันทั้งหมด 19 คน ท่านบุตรคนที่ 6&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลวงปู่ท่อน อุปสมบทมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2491 ณ วัดศรีจันทร์ อ.เมือง จ.ขอนแก่น โดยมีพระเทพบัณฑิต (มหาอินทร์ ถิรเสวี สินโพธิ์ ป.ธ.5) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระพิศาลสารคุณ วัดศรีจันทร์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูคัมภีรนิเทศเป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระมหาสุพจน์ อุตฺตโม เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ภายหลังการบวช ท่านได้เดินทางมาศึกษาวิปัสสนากรรมฐานกับหลวงปู่คำดี ปภาโส ณ วัดป่าชัยวัน โดยหลวงปู่คำดีเป็นอาจารย์กัมมัฏฐาน คอยสอนให้ทำภาวนา นั่งสมาธิกัมมัฏฐาน เน้นเรื่องสติ สมาธิ และปัญญา ระยะเวลาผ่านไปนานพอสมควร ท่านได้ช่วยครูบาอาจารย์แบ่งเบาภาระในการสอนคนที่จะมาบวช ด้วยการสอนขานนาค เป็นต้น ครั้นถึงช่วงออกพรรษา ได้เป็นหัวหน้าออกเดินธุดงค์เข้าป่าเป็นกิจวัตรและได้ช่วยหลวงปู่คำดีสร้างวัดถ้ำผาปู่ จวบจนหลวงปู่คำดีมรณภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้งหนึ่งท่านได้มีโอกาสพบหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต บูรพาจารย์สายพระป่า และได้รับโอวาทอันทรงคุณค่าอย่างหาที่เปรียบมิได้จากหลวงปู่มั่น &amp;ldquo;ให้เร่งทำความเพียร มิให้ประมาท ชีวิตนี้อยู่ได้ไม่นานก็ต้องตาย&amp;rdquo; หลวงปู่ท่อน ยังได้มีโอกาสไปกราบเยี่ยมครูบาอาจารย์หลายท่าน อาทิ หลวงปู่ชอบ ฐานสโม, หลวงปู่หลุย จันทสาโร, หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี, หลวงพ่อมหาปิ่น ชลิโต เป็นต้น.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6651</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่อน ประเสริฐพงศ์, บูรพาจารย์สายพระป่า, ละสังขาร, หลวงปู่ท่อน ญาณธโร, หลวงปู่มั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180407/image_big_5ac8a4bc6e1ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
