<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100255</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>องค์ดำรุกที่สปก. ทร.ห้ามร่วมพิธี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;หลวงปู่องค์ดำ&amp;rdquo; ล่องหนหลังหลายหน่วยงานตรวจสอบหนัก ผงะ! เจอจีวร ตาลปัตร อุปกรณ์ทำเครื่องรางของขลังและสักยันต์เกลื่อนกระท่อมป่าหลังที่พักสงฆ์ ด้าน ผญบ.ยันไม่ได้ทำให้เสื่อมศรัทธาเพราะสอนให้ลูกศิษย์เป็นคนดี จนท.ชี้สำนักปฏิบัติธรรมอยู่ในที่เขต สปก. แต่ยังไม่ได้จัดสรรให้ใคร และยังไม่เข้าข่ายความผิดทางสงฆ์ ทร.เต้น! ห้ามกำลังพลใส่เครื่องแบบร่วมพิธีกรรมนอกศาสนาหวั่นทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความคืบหน้ากรณีที่ชายอ้างตัวเป็นหลวงปู่พุทธะเทพสุริยะจักรวาล หรือ &amp;quot;หลวงปู่องค์ดำ&amp;quot; ที่นุ่งห่มผ้าคล้ายจีวรเหมือนพระ แต่เป็นสีดำ อยู่ที่สำนักปฏิบัติธรรมหรือที่พักสงฆ์หินเพิง ตั้งอยู่บริเวณป่าท้ายหมู่บ้านเขาย้อยพัฒนา ม.16 ต.โคกมะม่วง อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ หลังจากมีหญิงสาวชาวจังหวัดชัยภูมิ เข้าแจ้งความในพื้นที่ชัยภูมิว่า มารดาซึ่งมีอาชีพเป็นครูหนีมาอยู่ที่สำนักปฏิบัติธรรมดังกล่าว เกรงว่าแม่จะถูกหลอก เพราะเงินเดือนแม่เกือบ 1 แสนบาทไม่เหลือ ถึงขั้นสร้างสำนักไว้หลังบ้านที่ จ.ชัยภูมิ ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อช่วงเย็นวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังที่พักสงฆ์หรือสำนักปฏิบัติธรรมหินเพิง อ.ปะคำ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงกับหลวงปู่องค์ดำอีกครั้ง แต่ไม่พบปู่องค์ดำ มีเพียงลูกศิษย์คนที่ดูแลสำนักปฏิบัติธรรมและป้าที่อ้างว่าเป็นเจ้าของที่ดินที่เสียภาษี ภ.บ.ท.5 บริเวณดังกล่าวประมาณ 12 ไร่ และได้มอบถวายที่ดินให้สร้างที่พักสงฆ์ดังกล่าวเท่านั้น ลูกศิษย์คนสนิทบอกเพียงว่าหลวงปู่บอกว่าจะไปธุดงค์ในป่า จากนั้นก็ไม่มีใครเห็นหลวงปู่อีก ไม่มีใครรู้ว่าหลวงปู่จะกลับมาตอนไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายบุญมี กลมมารี ผู้ใหญ่บ้าน ได้เดินทางมายังสำนักปฏิบัติธรรมหินเพิง บอกว่า ตนไม่รู้ว่าหลวงปู่องค์ดำหายไปไหน แต่จากการสอบถามลูกศิษย์บอกว่าท่านไปธุดงค์ในป่า แต่ไม่รู้ว่ากลับมาตอนไหน จากนั้นได้พาผู้สื่อข่าวไปเดินดูที่บริเวณที่พักหรือกุฏิของหลวงปู่องค์ดำ ไม่เห็นหลวงปู่ จากนั้นจึงพาเดินไปดูที่บริเวณกระท่อมในป่าด้านหลังที่พักสงฆ์ ไม่เห็นมีใคร แต่ในกระท่อมดังกล่าวมีเต็นท์อยู่ 1 หลัง ในเต็นท์จะมีขวดน้ำเปล่า น้ำหวาน และผ้าสำหรับห่ม แต่พอตรวจสอบโดยรอบต้องผงะ เมื่อเจอจีวรพระ ตาลปัตร อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับทำเครื่องรางของขลังและสักยันต์ ซ่อนตามจุดต่างๆ ในกระท่อม ไม่ทราบว่าเป็นของใคร เพราะหลวงปู่องค์ดำปฏิเสธตลอดว่าไม่ใช่พระ แต่เป็นตัวแทนขององค์เทพสุริยะจักรวาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ผู้ใหญ่บ้านบอกว่า หลวงปู่องค์ดำได้มาอยู่ที่สำนักปฏิบัติดังกล่าวได้ประมาณ 3 ปีกว่าแล้ว แต่ตนเพิ่งรู้จักได้ประมาณปีเศษ เพราะมีลูกศิษย์ชักชวนมา จนเกิดความศรัทธา ส่วนกระแสข่าวที่เกิดขึ้น ไม่ได้ทำให้ตนเองเสื่อมความศรัทธาจากหลวงปู่องค์ดำ เพราะเท่าที่ตนได้เห็นหลวงปู่ก็สอนลูกศิษย์ให้เป็นคนดี ทำในสิ่งที่ดี ไม่เคยเห็นรับเงินหรือขอบริจาคจากใคร ส่วนที่ดินที่สร้างที่พักสงฆ์หินเพิงดังกล่าวเป็นที่ของชาวบ้านคนหนึ่งในหมู่บ้าน ที่ได้รับจัดสรรและมีการเสียภาษี ภ.บ.ท.5 หรือภาษีดอกหญ้าให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ มอบถวายให้ก่อสร้างที่พักสงฆ์ ไม่ได้บุกรุกพื้นที่ป่าสงวน หากมีหลักฐานว่าหลวงปู่องค์ดำกระทำผิด ทั้งเรื่องการหลวงลวงหรือที่ดินที่กำลังถูกตรวจว่ากันไปตามหลักฐาน ซึ่งท่านก็เคยบอกว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน นายเดชสกล อาดัม นายอำเภอปะคำ จ.บุรีรัมย์ ได้มอบหมายให้ จ.อ.มนตรี สุระวิโรจน์ ปลัดอำเภอปะคำ นำคณะเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด รองเจ้าคณะอำเภอปะคำ เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ บร.1 (ปะคำ), หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ บร.7 (โนนดินแดง) และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปะคำ ลงพื้นที่ตรวจสอบที่สำนักปฏิบัติธรรมหินเพิง ตามที่ได้รับร้องเรียนแล้ว&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นพบว่า เดิมเป็นป่าสงวนดงใหญ่ ต่อมาสภาพป่าเสื่อมโทรม จึงได้มีการออกพระราชกฤษฎีกาให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของสำนักงานปฏิรูปที่ดิน หรือ (สปก.) จ.บุรีรัมย์ แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นทาง สปก.ยังไม่ได้มีการจัดสรร หรือออกเอกสารสิทธิให้ราษฎรรายใดถือครองทำกิน เนื่องจากสภาพพื้นที่ไม่เอื้อต่อการทำการเกษตร หลังจากตรวจสอบแล้วก็จะได้รวบรวมข้อมูลรายงานผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับขั้น ส่วนทาง สปก.จะพิจารณาดำเนินการออกให้ราษฎรทำกิน หรือจะส่งมอบพื้นที่คืนให้กับกรมป่าไม้หรือไม่อย่างไรนั้น ก็อยู่ระหว่างการประสานข้อมูลและแนวทางปฏิบัติของทั้ง 2 หน่วยงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่อ้างว่าตัวเองเป็นหลวงปู่พุทธะเทพสุริยะจักรวาล ในส่วนของพื้นที่ยังไม่มีผู้เสียหายเข้าไปร้องเรียน หรือแจ้งความร้องทุกข์ว่าถูกหลอกลวง หรือได้รับความเสียหาย ที่ประชาชนมากราบไหว้ก็ขึ้นอยู่กับความเชื่อความศรัทธาของแต่ละบุคคล แต่ในทางสงฆ์ยังไม่สามารถเอาผิดได้ ซึ่งขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบก็ไม่พบหลวงปู่องค์ดำ สำหรับกรณีที่พบจีวรพระ ตาลปัตร อุปกรณ์สำหรับสักยันต์หรือทำเครื่องรางของขลังในกระท่อมในป่าหลังสำนักดังกล่าวนั้น ก็ต้องมีการตรวจสอบอีกครั้งว่าเป็นของใคร และเข้าข่ายการกระทำผิดหรือไม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พลเรือเอกเชษฐา ใจเปี่ยม โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ตามที่ได้ปรากฏข่าวว่ามีข้าราชการกองทัพเรือหลายนายแต่งเครื่องแบบสีขาว เข้าร่วมพิธีทางความเชื่อของหลวงปู่พุทธะเทพสุริยะจักรวาล ขอชี้แจงว่า รูปภาพเหตุการณ์ที่ปรากฏ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 21 ม.ค.2564 ที่ผ่านมา โดยเป็นการจัดพิธีบวงสรวงรูปหล่อองค์จักรพรรดิพุทธะเทพสุริยะจักรวาล และพิธีอัญเชิญธงชาติไทยขึ้นสู่ยอดเสาสูง ณ ดินแดนปฏิบัติธรรมพุทธะธรรมชาติ ดงพญาเย็น จ.นครราชสีมา มีวัตถุประสงค์เพื่อเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเพื่อสร้างความสามัคคีของประชาชนในพื้นที่ สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มข้าราชการและหลวงปู่นั้นเป็นกลุ่มเพื่อนที่มีจิตกุศลเกี่ยวกับการทำบุญ (สายบุญ) ซึ่งมักจะเชิญชวนไปทำบุญด้วยกันเสมอๆ การเข้าร่วมพิธีในครั้งนี้ เป็นการชักชวนจากเพื่อนในกลุ่มเพื่อนที่มีจิตศรัทธาแรงกล้าต่อหลวงปู่ จึงได้ชักชวนเพื่อนๆ เข้าร่วมพิธี โดยมีข้าราชการกองทัพเรือนายหนึ่งได้รู้จักกับหลวงปู่เจ้าสำนักคนนี้เมื่อปี 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดได้ชี้แจงทำความเข้าใจและสั่งการให้ยุติกิจกรรมทั้งปวง และไม่ไปข้องเกี่ยวกับสำนักปฏิบัติธรรมแห่งนี้อีกต่อไป เพราะจะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงทั้งแก่ตนเองและกองทัพ นอกจากนี้ กองทัพเรือได้ให้หน่วยต่างๆ ชี้แจงกำลังพลให้เข้าใจ โดยให้ยึดตามหลักคำสอนของศาสนาที่ตนนับถือ แต่หากมีความนับถือเป็นการส่วนตัว ขอให้อย่าได้นำภาพลักษณ์ของกองทัพเข้าไปมีส่วนร่วม? โดยเฉพาะการแต่งกายและการแสดงออกในที่สาธารณะหรือสื่อสังคมออนไลน์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100255</URL_LINK>
                <HASHTAG>รุกที่ สปก., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หลวงปู่องค์ดำ, เครื่องรางของขลัง, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210421/image_big_608025cd763aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100132</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2026 20:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งสอบที่ดินสำนักหลวงปู่องค์ดำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทสจ.บุรีรัมย์ส่ง จนท.หน่วยป้องกันรักษาป่าเข้าตรวจสอบที่ดินสำนักปฏิบัติธรรม &amp;ldquo;หลวงปู่องค์ดำ&amp;rdquo; ชี้ถ้าบุกรุกสร้างในที่ป่าสงวนฯ หรือไม่ได้ขอใช้พื้นที่ถูกต้องตามขั้นตอน เอาผิดตาม กม.แน่ เจ้าตัวล่องหน ด้านพระมหาไพรวัลย์ดึงสติอย่าหลงเชื่อมหาโจร ทำตัวเหนือโลก อวดอ้างอิทธิฤทธิ์ เป็นเห็บหมัดเกาะศาสนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความคืบหน้ากรณีที่ชายอ้างตัวเป็นหลวงปู่พุทธะเทพสุริยะจักรวาล หรือหลวงปู่องค์ดำ ที่นุ่งห่มผ้าคล้ายจีวรเหมือนพระแต่เป็นสีดำ อยู่ที่สำนักปฏิบัติธรรมหินเพิง ตั้งอยู่บนบริเวณป่าท้ายหมู่บ้านเขาย้อยพัฒนา ม.16 ต.โคกมะม่วง อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งหลังจากมีหญิงสาวชาวจังหวัดชัยภูมิได้เข้าแจ้งความในพื้นที่ชัยภูมิว่า มารดาซึ่งมีอาชีพเป็นข้าราชการครูหนีมาอยู่ที่สำนักปฏิบัติธรรมดังกล่าว เกรงว่าแม่จะถูกหลอกเพราะเงินเดือนแม่เกือบ 1 แสนบาทไม่เหลือ ถึงขั้นสร้างสำนักไว้หลังบ้านที่ จ.ชัยภูมิ ด้วย จนนำไปสู่การตรวจสอบว่า หลวงปู่พุทธะ หรือหลวงปู่องค์ดำตามที่ลูกศิษย์หรือชาวบ้านที่ศรัทธาเรียก เชื่อมโยงกับลัทธิใดหรือมีพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องเหมาะสมตามที่ถูกกล่าวหาจริงหรือไม่ และพื้นที่ที่ตั้งสำนักปฏิบัติธรรมหรือที่พักสงฆ์ดังกล่าวถูกต้องหรือไม่นั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 20 เม.ย. นายสุรชัย แสงศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.บุรีรัมย์ ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ บร.1 (ปะคำ) ลงพื้นที่ไปตรวจสอบบริเวณสำนักปฏิบัติธรรมหรือที่พักสงฆ์ของหลวงปู่พุทธะ หรือหลวงปู่องค์ดำ ว่าตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติหรือไม่ เพราะจากข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าไม่ได้อยู่ในพื้นที่ของ ส.ป.ก. ดังนั้นต้องตรวจสอบให้ชัดเจนว่าเป็นพื้นที่ประเภทใด แต่หากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติจริง และไม่มีการขออนุญาตใช้พื้นที่อย่างถูกต้องตามขั้นตอน ต้องแจ้งความเอาผิดตามกฎหมายเพราะถือเป็นการบุกรุกป่าสงวนฯ ส่วนสิ่งปลูกสร้างที่สร้างในบริเวณดังกล่าวโดยไม่ถูกต้อง ต้องทำการรื้อทำลายตามกระบวนการ อย่างไรก็ตาม ขอเวลาตรวจสอบรายละเอียดให้ชัดเจนอีกครั้งเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศสำนักปฏิบัติธรรมหลวงปู่พุทธะเทพสุริยะจักรวาลเป็นไปอย่างเงียบเหงา ไม่มีลูกศิษย์เข้ามากราบไหว้เหมือนปกติ ส่วนบุคคลที่อ้างตัวเป็นหลวงปู่พุทธะนั้นเข้าไปธุดงค์ในป่าตั้งแต่เช้ามืดวันที่ 20 เม.ย. และยังไม่กลับออกมาที่สำนักสงฆ์แต่อย่างใด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเพจเฟซบุ๊ก พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ พระภิกษุชื่อดังแห่งวัดสร้อยทอง ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความเตือนว่า #โปรดระวังพวกมหาโจร จากปรากฏการณ์ที่มีผู้วิเศษผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดอย่างที่พวกโยมได้เห็นกันแล้ว อาตมาอยากจะเตือนและขอร้องให้ช่วยกันจับตาดูคนพวกนี้ด้วยนะ คนพวกนี้ไม่เพียงแต่ทำตัวเป็นพวกเหนือโลก อวดอ้างอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ร้อยแปดพันเก้า (ที่ฮิตสุดคือรักษาโรคได้โดยไม่ต้องใช้ยา) แต่คนพวกนี้ยังมีลักษณะเป็นมหาโจรในพระศาสนาด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนพวกนี้มักจะขโมยธรรม ขโมยความเลื่อมใสศรัทธาที่ชาวบ้านมีต่อพระพุทธเจ้า ต่อพระศาสนา หรือแม้แต่ต่อพระอริยสงฆ์อย่างหน้าด้านๆ บ้างอ้างเป็นองค์หลวงปู่เกจิกลับชาติมาเกิด บ้างอ้างว่าเป็นพระโพธิสัตว์ลงมาจุติเพื่อช่วยมนุษย์ บ้างอ้างว่าได้บรรลุธรรมสิ้นกิเลสแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระมหาไพรวัลย์ระบุอีกว่า อาตมาอยากให้ช่วยกันสังเกตนะ คนพวกนี้แรกเริ่มมักใช้ความเชื่อของพระพุทธศาสนาทำให้คนศรัทธาหรือหลงเข้าใจผิด เช่น ทำตัวเหมือนคนเคร่งครัดในการปฏิบัติ ใส่ชุดมอซอ นุ่งผ้าสีเข้ม กินแปลก ทำตัวแก่ ไม่ใส่รองเท้า มีท่าทางเป็นเอกลักษณ์ จีบมือจีบปาก จากนั้นชวนให้ชาวบ้านมาร่วมปฏิบัติธรรมถือศีลนุ่งขาวห่มขาวอยู่สำนักกับตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนพวกนี้แรกเริ่มจะพูดธรรมพูดวินัยที่พระพุทธเจ้าประกาศสั่งสอน แต่หลังจากนั้นเมื่อเริ่มมีคนหลงศรัทธาแล้ว คนพวกนี้จะประกาศว่าสิ่งที่ตนเองสอนเป็นธรรมะของตนเอง เป็นสิ่งที่ตนเองค้นพบ และตรัสรู้ใหม่ ซึ่งไม่จำเป็นต้องถูกต้อง หรือแม้แต่ตรงตามหลักศีลธรรมอะไรหลังจากที่มีคนศรัทธาแล้ว คนพวกนี้จะเริ่มสร้างตำนาน พูดถึงเรื่องเล่าและปาฏิหาริย์ต่างๆ ของตนเอง (ถ้าไม่พูดเองก็ให้ศิษย์ใกล้ชิดเป็นคนพูด) สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ สามารถรักษาคนป่วยให้หายเป็นอัศจรรย์ อย่างนี้เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนพวกนี้ไม่เพียงขโมยธรรมในพระศาสนาเท่านั้น แต่ยังขโมยความเป็นศาสดาด้วย และอาตมาเห็นว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ชาวพุทธอย่างพวกเราไม่ควรนิ่งดูดายนะ อย่าปล่อยมหาโจรพวกนี้เกาะพระศาสนาเหมือนเห็บหมัด และใช้พระศาสนาในการหลอกลวงผู้คนเพื่อสร้างลัทธิของตัวเอง.&lt;/p&gt;
lazywin888
1ufabet
mk8
betflik168
w69th
wings789
pg133
m88
sawan789
we88</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100132</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจสอบที่ดินสำนักปฏิบัติธรรม, ป่าสงวน, สำนักปฏิบัติธรรม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หลวงปู่องค์ดำ, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210420/image_big_607ecd01bec64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
