<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50949</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2019 20:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2019 20:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พระราชวังหลวงพระบางและบาร์ฮังกาเรียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วิถีการนอนกลางวัน หรือเซียสตา (Siesta) ของชาวละติน ที่นอกจากจะถือปฏิบัติกันในละตินยุโรปและลามไปถึงละตินอเมริกาแล้วก็ยังคงตกค้างอยู่ในอดีตประเทศอาณานิคมของละตินยุโรปกระทั่งทุกวันนี้ เพราะไม่มีใครต้องการยกเลิก หากมีการทำประชามติรับรองว่าผ่านเกิน 90 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งในทางการแพทย์ก็ยืนยันแล้วว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายหลายประการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อดีตประเทศอาณานิคมชาติละติน (กลุ่มชาติละตินหลักๆ ประกอบด้วย ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน และโปรตุเกส) ใกล้ๆ บ้านเราอย่างลาวและเวียดนามยังคงมีธรรมเนียมการพักเที่ยงยาวๆ กันอยู่เพื่อให้พลเมืองได้กินมื้อเที่ยงต่อด้วยการงีบหลับ ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวต้องปิดกลางวันประมาณ 2 ชั่วโมง (ยกเว้นศูนย์เก็บกู้ระเบิดแห่งหลวงพระบาง หรือ UXO Visitor Centre ที่ผมเพิ่งเดินออกมา)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
หอพิพิธภัณฑ์พระราชวังหลวงพระบาง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากพลาดการเข้าเยี่ยมชมเมื่อวานนี้ เพราะเผลอไปนำวิถีเซียสตามาใช้กับตัวเองจนไปตื่นเอาบ่ายแก่ ผมก็หมายมั่นว่ายังไงเสียวันนี้ต้องเข้าหอพิพิธภัณฑ์พระราชวังให้ได้ พรุ่งนี้คงต้องลาหลวงพระบางไปเมืองหนองเขียวเสียที เสร็จมื้อเที่ยงไม่ห่างจากศูนย์ UXO ผมก็เดินฝ่าแดดร้อนราว 1 กิโลเมตร ไปยังเขตเมืองเก่าหลวงพระบาง แต่ยังไม่ถึงเวลาพิพิธภัณฑ์เปิดรอบบ่าย 13.30 น. จึงแวะ Joma Bakery Cafe ใกล้ๆ สี่แยกที่ทำการไปรษณีย์หลวงพระบาง ดื่มกาแฟแก้วที่ 2 ของวัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คาเฟ่ชื่อเดียวกันนี้มีอยู่อย่างน้อย 2 แห่งในหลวงพระบาง พายฟักทองคงเป็นเบเกอรี่ขึ้นชื่อ เพราะเป็นเมนูแนะนำอยู่ในแผ่นพับตั้งโต๊ะ แต่ผมดื่มแค่เอสเปรซโซ่ช็อตเดียว ราคาแก้วละ 14,000 กีบ หรือประมาณ 50 บาท หากเพิ่มเป็นดับเบิลช็อตราคาไม่ได้ดับเบิลตาม แต่จ่ายเพียง 17,000 กีบ นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินเข้า-ออกร้านนี้ไม่ขาดระยะ โต๊ะชั้นล่างเต็มก็ขึ้นไปชั้น 2&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมรอจนได้เวลาก็ออกเดินไปหอพิพิธภัณฑ์พระราชวัง ซื้อตั๋วหน้าประตู 30,000 กีบ หรือประมาณ 110 บาท แล้วเดินไปทางซ้ายมือ ผ่านรูปปั้นขนาดใหญ่ของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ไปยังโรงละครพะลักพะลาม (พระลักษณ์-พระราม) เพื่อฝากกล้องถ่ายรูปในล็อกเกอร์ตามกฎของพิพิธภัณฑ์ เจ้าหน้าที่ในนี้ไม่ค่อยสนใจว่าใครจะทำอะไร คงเพราะเซียสตามาไม่เต็มอิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้นเดินผ่านสระน้ำและลานหญ้าไปยังหอพิพิธภัณฑ์หรือหอคำ ซึ่งในอดีตก็คือพระราชวังหลวงพระบาง เป็นอาคารชั้นเดียว แต่ยกพื้นสูง ตัวอาคารเป็นคอนกรีตแบบโคโลเนียล หลังคาเป็นแบบล้านช้าง บริเวณหน้าประตูปูหินอ่อนจากอิตาลี สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2477 ในสมัยเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ และสิ้นสุดการเป็นบรมมหาราชวังลงในยุคเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา เท่ากับมีสถานะเป็นวังหลวงอยู่เพียง 2 รัชกาล เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองมาสู่ระบอบคอมมิวนิสต์ พระราชวังก็กลายเป็นพิพิธภัณฑ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้เข้าเยี่ยมชมต้องถอดรองเท้าวางไว้บนชั้นวางข้างๆ ประตู ส่วนใครที่สวมหมวกก็ต้องถอดออกเสียก่อน แล้วเดินอ้อมทางซ้ายไปผ่านเจ้าหน้าที่ให้ตอกรูลงบนตั๋ว นึกว่าจะหมดขั้นตอนแล้ว แต่ยังต้องผ่านการสแกนบาร์โค้ดในตั๋วอีกชั้นหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ห้องฟังธรรมของเจ้ามหาชีวิตคือห้องแรก มีพระพุทธรูปจำนวนหนึ่ง รวมถึงธรรมาสน์ของพระสังฆราช ด้านหลังเป็นท้องพระโรง แต่ยังเดินเข้าไปไม่ได้ ทางเดินบังคับให้ไปทางขวามือแล้วจึงวนซ้ายต่อไปเรื่อยๆ ห้องโถงใหญ่ที่เลี้ยวไปเจอคือห้องรับรองราชอาคันตุกะ ตามผนังมีภาพเขียนขึ้นไปจนถึงเพดาน แสดงกิจกรรม วิถีชีวิต การจ่ายตลาด วัฒนธรรมประเพณีของคนลาว รวมถึงรูปขบวนเจ้ามหาชีวิตเสด็จไปสรงน้ำพระที่วัดเชียงทองและวัดใหม่สุวันนะพูมาราม เป็นภาพเขียนแนวอิมเพรสชั่นนิสต์ เขียนโดยจิตรกรชาวฝรั่งเศส มีไอเดียเก๋ไก๋เป็นอย่างยิ่ง ออกแบบให้แสงที่ส่องเข้ามาในตอนเช้าตกต้องผนังฝั่งที่แสดงวิถีชีวิตในช่วงเช้า แสงที่เข้ามากระทบผนังในช่วงเย็นก็แสดงวิถีชีวิตตอนเย็น นอกจากนี้ยังมีรูปปั้นครึ่งพระองค์ของเจ้ามหาชีวิตลาว 4 พระองค์ และภาพรามเกียรติ์ปิดทองเคลือบเงาจากศิลปินลาว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
&amp;nbsp;สระน้ำภายในพระราชวังหลวงพระบาง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้นเป็นท้องพระโรง เป็นห้องที่มีขนาดใหญ่สุด มีบัลลังก์หรือราชอาสน์ เครื่องราชกกุธภัณฑ์ ผนังและเพดานพื้นเป็นสีแดง ประดับด้วยกระเบื้องโมเสครูปต่างๆ ทั้งการเสด็จบนหลังช้างของพระมหากษัตริย์ วิถีชีวิต ประเพณีของชาวลาว ภาพแข่งเรือก็มี นอกจากนี้ยังประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดเล็กจำนวนมาก ส่วนใหญ่ระบุไว้ว่านำมาจากวัดที่ถูกทำลาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ออกจากท้องพระโรงวนซ้ายไปจะพบภาพมหาเวสสันดรชาดก พร้อมคำบรรยาย เว้นระยะห่างแต่ละภาพ จนครบ 16 ภาพ เมื่อเดินวนจนสุดพื้นที่ส่วนพระองค์ที่อยู่ทางซีกหลังของพระราชวัง อันประกอบไปด้วยห้องประทับ ห้องบรรทมของพระราชินี ห้องบรรทมของเจ้ามหาชีวิต ซึ่งเตียงสูงกว่าปกติ เก้าอี้ก็สูงกว่าปกติ เพราะเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา กษัตริย์พระองค์สุดท้ายของลาวมีพระวรกายสูงใหญ่ จากนั้นเป็นห้องบรรทมของพระโอรส-พระธิดา แต่ได้กลายเป็นห้องเก็บเครื่องดนตรี เครื่องแต่งกายนางแก้วและเครื่องเล่นแผ่นเสียงโบราณ ตั้งแต่พระราชวังถูกเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์เมื่อปี ค.ศ.1976&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนที่ติดผนังทางด้านขวามือตั้งเรียงกันไปคือ ศิลาจารึกจำนวนหลายหลัก เก่าแก่สุดระบุคริสต์ศตวรรษที่ 7 จารึกเป็นภาษาลาวโบราณ และยังมีส่วนแสดงภูษาอาภรณ์ เครื่องประดับ เหรียญตราต่างๆ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถัดจากห้องเสวยก็มาถึงห้องรับรองราชอาคันตุกะของพระนางคำผูย พระราชินีองค์สุดท้ายของลาว มีภาพเขียนขนาดใหญ่ของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา พระนางคำผูย และเจ้าฟ้าชายวงศ์สว่าง เขียนโดย &amp;ldquo;อิลยา กลาซูนอฟ&amp;rdquo; ศิลปินใหญ่ชาวรัสเซีย ผมได้ยินไกด์ชาวลาวพูดภาษาอังกฤษกับลูกทัวร์ของเขา (ทัวร์เดี่ยว) ว่าภาพเขียนเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนามีความคล้ายภาพเขียนโมนาลิซาของดาวินชี นั่นคือพระเนตรจะมองมาที่ผู้ชมไม่ว่าจะขยับไปทางไหน และที่พิเศษมากคือปลายพระบาทข้างซ้ายก็จะชี้มาที่ผู้ชมไม่ว่าจะเดินไปทางไหนเช่นกัน ผมแอบฟังแล้วลองขยับไปทางซ้ายก็เห็นว่าปลายพระบาทขยับตามมาจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ห้องสุดท้ายก่อนจะวนออกสู่ประตูทางเข้าเป็นห้องเก็บของที่ระลึกจากผู้นำต่างชาติหลายประเทศ รวมถึงไทย ผมมาอ่านข้อมูลในอินเทอร์เน็ตภายหลังทราบว่ามีการแบ่งสิ่งของเหล่านี้เป็นกลุ่มประเทศสังคมนิยมและกลุ่มประเทศประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านหลังของหอพิพิธภัณฑ์มีอาคารเก็บราชพาหนะ เดินเข้าไปดูมี Sea Horse 35, Lincoln Continental 2 คัน, Edsel, Jeep, Citroen, โมเดลของราชรถ นอกจากนี้ก็มีราชรถอยู่ด้านนอก 2 องค์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมเดินกลับไปยังหอพระลักษณ์พระรามเพื่อรับกล้องถ่ายรูปคืน แล้วเดินไปยังหอพระบาง ซึ่งอยู่ทางด้านขวามือของประตูใหญ่ ภายในประดิษฐานพระบาง พระพุทธรูปทองคำปางห้ามสมุทร พระคู่บ้านคู่เมืองหลวงพระบาง และเป็นที่มาของชื่อเมืองหลวงพระบาง จากก่อนหน้านั้นชื่อเมืองเชียงทอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
&amp;nbsp;หอพระบาง ประดิษฐานพระบาง พระคู่บ้านคู่เมืองหลวงพระบาง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตำนานมีว่าสร้างขึ้นในอินเดียเมื่อเกือบ 2,000 ปีก่อน ไปประดิษฐานอยู่ที่ศรีลังหา และมาสู่การครอบครองของอาณาจักรขอม ก่อนจะถวายให้เจ้าฟ้างุ้มกษัตริย์องค์แรกของล้านช้าง ผู้มีมเหสีเป็นพระญาติกับกษัตริย์ขอม เพื่อให้ล้านช้างได้ชื่อว่าเป็นชาติที่นับถือพุทธศาสนา ราชอาณาจักรสยามเคยได้นำมาไว้ที่กรุงเทพฯ แต่ก็ต้องมอบกลับคืนแก่ลาวด้วยอาถรรพ์บางอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใกล้จะ 4 โมงเย็นแล้ว ตอนที่ผมเดินออกมาจากพิพิธภัณฑ์ แต่ก็ยังแวะดื่มกาแฟแก้วที่ 3 ของวันที่ร้าน Indigo Caf&amp;eacute; เพราะว่าตั้งใจจะกลับที่พักไปเขียนคอลัมน์ส่งกองบรรณาธิการไทยโพสต์ ลาเต้ร้อนเป็นกาแฟที่อ่อนฤทธิ์ลงไปหน่อย เพราะมีนมมาแบ่งเบา เหมาะกับการดื่มต่อจากแก้วก่อนหน้าที่เว้นระยะไม่นาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทว่าเมื่อกลับไปถึงที่พักโปรแกรมเวิร์ดในคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กกลับมีปัญหา ต้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนที่กรุงเทพฯ ผู้ชำนาญด้านไอที เขาส่งลิงค์มาให้ พอคลิกเข้าไปก็จะปรากฏหมายเลขเครื่อง ถ่ายรูปส่งไลน์กลับไปให้ เขาก็จัดการแก้ไขปัญหาจากทางไกลที่เรียกว่า &amp;ldquo;รีโมต&amp;rdquo; เคอร์เซอร์วิ่งไปวิ่งมาบนจอที่หลวงพระบางจากการควบคุมสั่งการอยู่ที่กรุงเทพฯ ผมรู้สึกว่าอยู่ในโลกล้ำยุคเหมือนหนังไซไฟ ทั้งที่ในแวดวงคนใช้คอมพิวเตอร์ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม เพื่อนของผมได้เวลาเลิกงานและขอเวลาไปทำต่อที่บ้าน ขับรถประมาณ 45 นาที และกว่าจะแก้ปัญหาเสร็จก็ปาเข้าไปทุ่มครึ่ง นอกจากปรากฏอาการหิวแล้ว อาการขี้เกียจชัดเจนกว่า ตัดสินใจว่ายกยอดไปเขียนวันพรุ่งนี้ทันทีที่ถึงเมืองหนอกเขียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังกินไก่เกาหลีและมันทอดตรงตลาดใกล้ 4 แยกที่ทำการไปรษณีย์แล้วก็ล้วงเงินหยวนออกมาแลกเป็นเงินกีบเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับคืนนี้ ด้วยเกรงจะมีคนหาว่าคนไทยไม่รักษาคำพูด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
&amp;nbsp;เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ทอดพระเนตรไปทางหอพระบาง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; Icon Klub ตั้งอยู่ตรงตีนเขาทางขึ้นพูสีฝั่งตะวันออก ใกล้ๆ สี่แยกที่ถนนสีสะหว่างวงส่งไม้ต่อให้กับถนนสักกะลิน เจ้าของร้านจำผมได้ทั้งที่ไม่เคยใช้บริการ วานนี้ผมบอกเธอว่าลงจากพระธาตุจอมสีแล้วจะแวะมาดื่ม แต่ผมผิดสัญญา เพราะร่างกายล้าเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลูกค้ายังไม่มีแม้แต่คนเดียวตอนที่ผมเดินเข้าร้าน เจ๊ฮังกาเรียน (ลิซ่า) ถามว่าจะดื่มอะไร ผมถามหาซิงเกิลมอลต์ เธอตอบว่ามี Talisker ผมจึงสั่งทันที และนี่คือวิสกี้แก้วแรกนับตั้งแต่ออกจากเมืองไทย เจ้าซิงเกิลมอลต์จากเกาะสกายในสกอตแลนด์ตัวนี้นุ่มละมุนและมีกลิ่นถ่านหินเลนหรือ &amp;ldquo;พีท&amp;rdquo; กำลังดี เป็นหนึ่งในซิงเกิลมอลต์ที่ผมชอบที่สุด ลิซ่าเสิร์ฟพร้อมช็อกโกแลตเค้กชิ้นเล็ก ผมเพิ่งทราบว่า Talisker ต้องกินคู่กับช็อกโกแลตเค้ก ซึ่งเข้ากันได้ดีอย่างเหลือเชื่อ แต่คำหลังๆ เริ่มเลี่ยน สุดท้ายหมดแต่วิสกี้ เค้กเหลือ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลองหยิบเมนูมาเปิดดูเครื่องดื่มตัวอื่น ก็เห็นราคา Talisker ระบุ 90,000 กีบ หรือประมาณ 350 บาท ถือว่าไม่เบาเหมือนกัน หันไปมองบนชั้นวางขวดเครื่องดื่ม เห็นซิงเกิลมอลต์อีกตัวคือ Auchentoshan แต่ผมขอเปลี่ยนสายไปเป็นเบอร์เบิน เพราะลิซ่าโฆษณาว่านอกจากค็อกเทลแล้วอีกอย่างที่เธอเชี่ยวชาญคือเบอร์เบิน ผมสั่ง Woodford Reserve มาดื่มต่อ แล้วถามลิซ่าว่าไม่ดื่มหรือ? เธอตอบว่ากำลังจะวิ่งมาราธอนในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ช่วงนี้จึงงดดื่ม แต่เมื่อคุยกันไปได้สักพัก ผมยกแก้วขึ้นพูดกับเธอว่า &amp;ldquo;เอเกเชเกเดร&amp;rdquo; ซึ่งเป็นภาษาฮังกาเรียน หมายถึง Cheers เธอก็อดใจไม่ไหว รินบางอย่างลงแก้วแล้วยื่นมาชนกับผม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลิซ่าพบรักกับหนุ่มลาวเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนในกรุงบูดาเปสต์ เธอตามแฟนหนุ่มมายังหลวงพระบาง มีลูกสาวด้วยกัน 1 คน ก่อนจะแยกทางกันในอีกไม่กี่ปีต่อมา หมดรักกับหนุ่มลาว แต่หลงรักหลวงพระบางแทน เธออยู่ยาวจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ กลับไปเยี่ยมฮังการีปีละ 2 ครั้ง ขณะนี้ลูกสาวของเธอกำลังเรียนมหาวิทยาลัยที่กรุงบูดาเปสต์ โดยก่อนนี้ในระดับประถมเรียนในหลวงพระบาง และมัธยมเรียนที่เวียงจันทน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เธอเริ่มวิ่งเมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านมา ตอนที่อายุเลยเลข 4 มาแล้ว เป็นการวิ่งเพื่อสุขภาพก่อนจะขยับมาเป็นเรื่องจริงจัง นั่นคือการเข้าร่วมในมินิมาราธอน และกำลังจะวิ่งฮาล์ฟมาราธอน 21 กิโลเมตร บนถนนในหลวงพระบางแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;การวิ่งมาราธอนทำให้ฉันรู้ศักยภาพของร่างกายว่ามีมากกว่าที่เคยคิด และสามารถขยายลิมิตมันออกไปได้&amp;rdquo; ลิซ่าพิสูจน์มาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บทสนทนาข้ามเคาน์เตอร์บาร์ของเราลื่นไหลอยู่อีกเป็นชั่วโมง กว่าจะมีลูกค้าคนที่ 2 เดินเข้ามา.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50949</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่องเที่ยว, พระราชวังหลวงพระบางและบาร์ฮังกาเรียน, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, หลวงพระบาง, เบื้องหน้าที่ปรากฎ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50416</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มรดกร้อยปีจากสหรัฐ แด่ สปป.ลาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลวงพระบางได้รับการบรรจุเป็นเมืองมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกเมื่อปี ค.ศ.1995 ด้วยความโดดเด่นในการอนุรักษ์อาคารลักษณะโคโลเนียลที่กลมกลืนกันเป็นอย่างดีกับบ้านไม้โบราณ การรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมให้คงอยู่ต่อเนื่องยาวนาน กระทั่งปัจจุบันวิถีปฏิบัติทางศาสนาอย่างหนึ่งที่ขึ้นชื่อและมากเสน่ห์คือการตักบาตรข้าวเหนียว นอกจากชาวบ้านที่ตื่นเช้าตักบาตรกันเป็นกิจวัตรแล้ว นักท่องเที่ยวที่มาเยือนหลวงพระบางก็มักจะถือโอกาสร่วมปฏิบัติเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเองด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
วิถีแห่งหลวงพระบาง ตักบาตรข้าวเหนียวและนักท่องเที่ยวจากเอเชียตะวันออก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันนี้ผมตื่นเช้ากว่าปกติด้วยเสียงนาฬิกาปลุก ไม่ได้ตั้งใจจะใส่บาตรอย่างคนอื่นเขา ขอแค่เห็นภาพประทับใจดังว่าด้วยตาสักครั้ง ริมถนนใกล้ๆ โรงแรม เยื้องๆ กับวัดโพนไซ ชาวหลวงพระบางกลุ่มหนึ่งและคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวไทยร่วมอยู่ด้วยนั่งรอพระสงฆ์กันอยู่ ผมออกเดินผ่านพวกเขาไปตั้งใจจะไปดูตรงหน้าที่ทำการไปรษณีย์ใกล้ๆ สี่แยกใหญ่ ปรากฏว่าพระสงฆ์กำลังย่ำเท้าเรียงแถวมาจากทิศทางนั้น คงรับบาตรมาก่อนแล้ว และกำลังจะรับบาตรชาวบ้านที่นั่งรอกันอยู่ มีกลุ่มนักท่องเที่ยวเดินมาด้วย ทั้งนำหน้าและตามหลัง ผมวิ่งกลับไปตั้งหลักหน้าวัดโพนไซ ใกล้ๆ ปากทางเข้าตลาดสดยามเช้า เพื่อถ่ายรูปจากมุมที่ไม่รบกวนใคร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทันทีที่พระผ่อนความเร็ว เปิดฝาบาตรรับข้าวเหนียวร้อนๆ จากชาวพุทธผู้เลื่อมใส นักท่องเที่ยวกลุ่มนั้นก็ผ่อนความเร็วลงด้วย ฝรั่งบางคนใช้กล้องชนิดดีถ่ายพระและชาวบ้าน นักท่องเที่ยวจากเอเชียตะวันออกสามสี่คนเข้าไปยืนหลังแนวพระสงฆ์ในระยะประชิดเพื่อให้เพื่อนฝูงที่มาด้วยกันถ่ายรูปพวกตนกับพระ แต่ไม่ทันที่จะสลับกันจนครบคน หมู่สงฆ์ก็เดินข้ามถนนเข้าวัดโพนไซไปเสียก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พระบิณฑบาตรรับข้าวเหนียวไปมาก แต่ใช่ว่าจะฉันแต่ข้าวเหนียว โดยวางเฉยต่อกับข้าว ชาวบ้านจะนำสำรับไปถวายถึงวัดเมื่อพวกเขาได้ยินเสียงกลองส่งสัญญาณออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
ตลาดเช้าหน้าวัดโพนไซ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่นานมานี้มีการออกกฎห้ามตักบาตรด้วยขนมต่างประเทศ ก่อนหน้านี้คงมีนักท่องเที่ยวหวังดี อยากให้พระได้ฉันของอร่อยก็เลยนำอาหารพวกเบเกอรี่ถวายพระเป็นมื้อเช้า นึกภาพดูก็คงจะวุ่นวายและขัดเขินกันอยู่ไม่น้อย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมเดินออกไปบริเวณสี่แยกอีกครั้งก็ไม่เห็นวี่แววว่าจะมีพระบิณฑบาตรอีก จะเดินไปวัดเชียงทองใกล้จุดบรรจบแม่น้ำคานและแม่น้ำโขงก็คงไม่ทันการณ์ ยังไม่ถึง 6 โมงเช้าด้วยซ้ำ การตักบาตรแห่งวันก็จบลงแล้ว ผมกลับไปนอนต่อจนเกือบ 8 โมง ตื่นมากินอาหารเช้าของโรงแรมแล้วก็เรียกจัมโบ้ไป UXO LAO Visitor Centre&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โชเฟอร์เรียกราคาซาวพันกีบตามสูตร ผมต่อเหลือสิบพันกีบ หรือประมาณ 40 บาท เพราะระยะทางแค่ 1 กิโลเมตรเท่านั้น คนขับบอกให้ขึ้นรถก่อนผมพูดจบด้วยซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; UXO ย่อมาจาก Unexploded Ordnance หมายถึงระเบิดที่ยังไม่ระเบิด หลังสงครามเวียดนามสิ้นสุด แผ่นดินลาวอุดมไปด้วยสิ่งนี้ จนปัจจุบันก็ยังไม่ได้ลดน้อยลงไปมากนัก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถานที่แห่งนี้ไม่ได้ถูกเรียกว่าพิพิธภัณฑ์ แต่ใช้คำว่า &amp;ldquo;ศูนย์เยี่ยมชม&amp;rdquo; แทน คงเพราะขนาดไม่ใหญ่โตนัก ส่วนจัดแสดงมีเพียงห้องกว้างๆ ห้องเดียว มีลักษณะเป็นนิทรรศการมากกว่าการจัดแสดงของสะสมในพิพิธภัณฑ์ และมีห้องฉายภาพยนตร์อีก 1 ห้อง แต่เมื่อพิจารณาจากสิ่งที่นำเสนอแล้วกลับรู้สึกหนักอึ้งในจิตใจมากกว่าพิพิธภัณฑ์สงครามทั่วๆ ไปเสียอีก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
ศูนย์จัดแสดงและการเรียนรู้ UXO ระเบิดที่ยังไม่ระเบิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศูนย์แห่งนี้พิเศษกว่าสถานที่เยี่ยมชมอื่นๆ ในหลวงพระบางตรงที่ไม่มีการปิดพักเที่ยงและไม่มีการเก็บค่าเข้าชม แต่ให้ผู้มาเยือนบริจาคลงกล่องตามกำลังศรัทธา ซึ่งผมเชื่อว่าจะได้รับเงินสนับสนุนมากกว่าการตั้งราคาค่าตั๋วที่พิพิธภัณฑ์และวัดดังบางแห่งในหลวงพระบางเก็บอยู่ที่ 30,000 กีบ ผมถามเจ้าหน้าที่สาวหน้าประตูว่ารับบริจาคเป็นเงินไทยหรือไม่&amp;nbsp; เธอบอกว่าไม่มีปัญหา คงเพราะค่าเงินไทยของเราตอนนี้แข็งดีเหลือเกิน ใครๆ ก็อยากถือครอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศูนย์ UXO LAO แห่งนี้เปิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ.2009 ทว่าภารกิจเก็บกู้ระเบิดนั้นเริ่มมาก่อนหลายปีแล้ว พวกเขาเป็นองค์กรที่ได้รับการสนับสนุนจากหลายประเทศ ได้จัดหาเครื่องไม้เครื่องมือ ออกเก็บกู้ระเบิด ให้ความรู้และฝึกให้ชาวบ้านปลดชนวน รวมถึงทำลายระเบิดด้วยตัวเอง อีกทั้งคอยให้คำปรึกษาทางด้านเทคนิคและสนับสนุนด้านต่างๆ แก่รัฐบาล สปป.ลาว เพื่อเป็นผู้นำในการรณรงค์ให้โลกนี้ปราศจากการใช้ระเบิดแบบที่เรียกว่า Cluster Munitions หรือระเบิดดาวกระจาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลาวเป็นรัฐในอารักขาหรืออาณานิคมของฝรั่งเศสตั้งแต่ปี ค.ศ.1893-1949 เมื่อฝรั่งเศสถอนออกไป ลาวได้วางตัวเป็นกลางในสงครามฝรั่งเศสอินโดจีน ซึ่งจบลงในปี ค.ศ.1954 คราวนี้ฝรั่งเศสถอนออกไปจากทั้งภูมิภาค สหรัฐอเมริกาเข้ามาแทนที่ในสงครามครั้งใหม่อุดมการณ์ประชาธิปไตย-คอมมิวนิสต์ ในชื่อสงครามอินโดจีนครั้งที่ 2 หรือสงครามเวียดนาม ระหว่างปี ค.ศ.1964-1973 ลาวมีส่วนในสงครามครั้งนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รวมถึงได้มีสงครามภายในระหว่างกลุ่มนิยมระบอบกษัตริย์ พวกสายกลาง และ &amp;ldquo;ปะเทดลาว&amp;rdquo; ซึ่งเป็นฝ่ายคอมมิวนิสต์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
ส่วนหนึ่งของที่ระลึกจากอเมริกาฝากไว้แด่ลาว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สหรัฐนั้นช่วยทิ้งระเบิดและสนับสนุนอาวุธให้กับฝ่ายอำนาจเก่าในสงครามที่เรียกกันว่า &amp;ldquo;สงครามลับ&amp;rdquo; ส่วนฝ่ายเวียดนามเหนือช่วยเหลือฝ่ายคอมมิวนิสต์ลาว นอกจากนี้ลาวอยู่ในเส้นทางลำเลียงยุทธปัจจัยของเวียดนามเหนือไปยังกองกำลังเวียดกงในเวียดนามใต้ที่เรียกว่า &amp;ldquo;เส้นทางโฮจิมินห์&amp;rdquo; (Ho Chi Minh Trail) จึงทำให้กองทัพสหรัฐทิ้งระเบิดใส่ไม่ขาดสาย และแม้ว่าในที่สุดฝ่ายคอมมิวนิสต์ลาวมีชัย ปกครองประเทศในชื่อใหม่ว่า สปป.ลาว ตั้งแต่ปี ค.ศ.1975&amp;nbsp; ฝ่ายสหรัฐถอนออกไปตั้งแต่ปี ค.ศ.1973 แต่รอยแผลจากสงคราม โดยเฉพาะระเบิดปูพรมที่มากมายเหลือคณานับ ยังส่งผลมาจนถึงทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระหว่างปี ค.ศ.1964-1973 สหรัฐได้ทิ้งระเบิดลงบนแผ่นดินลาวมากกว่า 2 ล้านตัน จากเที่ยวบินประมาณ 580,000 เที่ยว หาค่าออกมาได้ว่าในระหว่าง 9 ปีดังกล่าว พวกเขาทิ้งระเบิดทุกๆ 8 นาที ไม่หยุดหย่อนตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้ลาวกลายเป็นประเทศที่ถูกทิ้งระเบิดมากที่สุดในประวัติศาสตร์โลกเมื่อเทียบต่อจำนวนประชากร และเป็นจำนวนที่มากกว่าการทิ้งระเบิดทั้งหมดในสงครามโลกครั้งที่ 2&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ราวๆ 1 ใน 3 ของระเบิดที่ทิ้งลงสู่แผ่นดินลาวไม่มีการระเบิดในขณะนั้น ทำให้เมื่อสงครามจบลงไปแล้วระเบิดที่ไม่ระเบิดเหล่านี้ได้เกิดการทำงานขึ้นเมื่อมีผู้ไปเหยียบหรือใช้อุปกรณ์การเกษตรขุดไปโดนเข้า ทำให้ผู้คนมากกว่า 2 หมื่นรายเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
ภายในศูนย์ UXO LAO VISITOR CENTRE&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีตัวเลขข้อมูลที่อ่านแล้วรู้สึกเจ็บและจุกไปตามๆ กัน ได้แก่ ระเบิดดาวกระจายถูกทิ้งลงแผ่นดินลาวมากกว่า 270 ล้านลูกในระหว่างสงครามเวียดนาม มากกว่าที่ใช้ในอิรักเมื่อปี ค.ศ.1991, 1998 และ 2006 รวมกันถึง 210 ล้านลูก และในจำนวน 270 ล้านลูก มีประมาณ 80 ล้านลูกไม่ระเบิด ผ่านไปกว่า 40 ปี ระเบิดเหล่านั้นถูกเก็บกู้ทำลายไปเพียง 1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น และมากกว่าครึ่งหนึ่งของเหยื่อระเบิดดาวกระจายของทั้งโลกเกิดขึ้นที่ลาว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตัวเลขนี้ยิ่งต้องสะดุ้ง นั่นคือสหรัฐได้สนับสนุนเงินทุน 4.9 ล้านเหรียญฯ ต่อปีในภารกิจเก็บกู้ระเบิดในลาวระหว่างปี ค.ศ.1993-2016 ขณะที่ตอนพวกเขาทิ้งระเบิดนั้นได้ใช้งบประมาณไปถึง 13.3 ล้านเหรียญฯ ต่อวัน ตลอด 9 ปีในการทิ้งระเบิด เท่ากับว่าพวกเขาใช้เงินสนับสนุนการเก็บกู้ตลอด 24 รวมกัน เท่ากับการทิ้งระเบิดใส่ลาวแค่ 10 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระหว่างปี ค.ศ.2008-2017 มีชาวลาวเสียชีวิตจากระเบิดที่ตกค้างจากสงครามเวียดนาม 1 คนทุกๆ 2 สัปดาห์ ส่วนมากมาจากระเบิดดาวกระจาย ซึ่งระเบิดดาวกระจายก็คือระเบิดลูกเล็กๆ ที่อยู่ในตัวบรรจุขนาดใหญ่ เมื่อถูกทิ้งลงสู่พื้นหรือยิงจากปืนใหญ่ก็จะแตกออกกลางอากาศ ลูกระเบิดเหล่านี้ในลาวเรียกว่า &amp;ldquo;บอมบี้&amp;rdquo; คงมาจากคำว่า &amp;ldquo;บอมบ์&amp;rdquo; ผสมกับ &amp;ldquo;เบบี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
รูปลักษณ์ของ Cluster Munitions หรือระเบิดดาวกระจาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในการทิ้งครั้งหนึ่งสามารถกินพื้นที่หวังผลได้เท่ากับสนามฟุตบอล 2-3 สนาม ผู้ที่อยู่ในรัศมีก็จะโดนระเบิด อาจตายหรือบาดเจ็บ โดยตัวลูกบอมบี้เองแต่ละลูกมีรัศมีทำลายได้ถึง 30 เมตร ระเบิดดาวกระจายที่สหรัฐใช้ในลาวส่วนใหญ่คือ BLU-26 มีตัวบอมบี้อยู่ 680 ลูก นอกจากนี้ยังมีตัวอื่นๆ อีก โดยสามารถใส่ตัวบอมบี้ได้ระหว่าง 30-4,800 ลูก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
รอยแผลสงคราม ทุกๆ 2 สัปดาห์จะมีคนเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บจากระเบิดใน สปป.ลาว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากข้อมูลที่มีอยู่ ต้องใช้เวลาอีกราว 100 ปีในการกำจัดบอมบี้ให้หมดไป นี่ยังไม่นับรวมระเบิดประเภทอื่นด้วย ทั้งนี้ สปป.ลาว เป็นหัวหอกในการผลักดันให้ทั่วโลกแบนการใช้ระเบิดดาวกระจาย ซึ่งยังคงไม่สำเร็จตามเป้าหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในการสำรวจทั่วประเทศระหว่างปี ค.ศ.1996-1997 พบว่ามีถึง 15 จาก 17 จังหวัดใน สปป.ลาวที่ได้รับผลกระทบจาก UXO และหมู่บ้านทั่วประเทศมีการรายงานว่าพบระเบิดตกค้างที่ยังไม่ระเบิดเหล่านี้ถึง 25 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากระเบิดที่ได้กล่าวถึงไป ลาวยังโดนอาวุธอื่นๆ&amp;nbsp; อีกมากมาย รวมถึงยาปราบวัชพืช ยาทำให้ใบ้ไม้ร่วง ฝนเหลือง ทุกวันนี้หลายพื้นที่ของ สปป.ลาวไม่สามารถทำการเพาะปลูกได้ หรือมีสารเคมีปนเปื้อนในแหล่งที่มาของอาหารและน้ำ เด็กๆ เกิดมาพร้อมภาวะไม่สมบูรณ์ของร่างกาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
นิทรรศการแสดงวิธีการเก็บกู้ระเบิดตกค้างจากสงครามเวีดยนาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สงครามและสิ่งที่หลงเหลือหลังสงครามครั้งนั้นมีส่วนสำคัญทำให้ความยากจนในลาวยังคงอยู่ เรื่องที่น่าเศร้ามากก็คือเพื่อหลีกหนีจากภาวะยากจนข้นแค้น หลายครอบครัวต้องหาเลี้ยงชีพด้วยระเบิดที่ตกค้างเหล่านี้ด้วยการหาซื้อเครื่องตรวจหาโลหะอย่างง่าย ราคาตัวละประมาณ 12 เหรียญฯ มาตรวจหาเศษซากระเบิด เมื่อได้มาแล้วก็นำไปทำอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ เช่น ช้อน ซ่อม มีด ของประดับ แล้วนำไปขายให้นักท่องเที่ยว หรือนำโลหะจากระเบิดที่พบไปขายต่อให้กับพ่อค้าที่รับซื้อ เพราะระเบิดเหล่านี้จำนวนมากทำด้วยเหล็กกล้าคุณภาพสูงและทองแดง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมเดินดูส่วนที่เป็นนิทรรศการเสร็จก็เข้าห้องไปดูภาพยนตร์ซึ่งฉายวนอยู่ทั้งวัน เป็นสารคดีเกี่ยวกับการทิ้งระเบิดแบบสุ่มๆ ปูพรมของสหรัฐ เรื่องต่อมาเป็นเรื่องของเหยื่อระเบิดที่ยังมีชีวิตอยู่ เล่าเรื่องโดยย้อนเวลาไปตอนเกิดเหตุซึ่งต้องใช้นักแสดงแทน มีคนที่สูญเสียแขน ตาบอด และสตรีที่โตขึ้นมาโดยไม่มีผู้ชายมาจีบเพราะแขนคดงอ จากนั้นเป็นเรื่องของการเก็บกู้ การให้ความรู้ในการปฏิบัติตนเมื่อเจอระเบิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ออกจากศูนย์ UXO ในเวลาเที่ยง อากาศร้อนด้วยแสงแดดจ้าไร้เมฆบัง ผมนึกถึงข้อมูลที่ว่าต้องใช้เวลาอีกถึงราว 100 ปีกว่าจะเก็บกู้ทำลายระเบิดตกค้างในแผ่นดินลาวได้หมด จากนั้นก็นึกถึงภาพการใส่บาตรพระเมื่อเช้าตรู่ที่ผ่านมา.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50416</URL_LINK>
                <HASHTAG>มรดกร้อยปีจากสหรัฐ แด่ สปป.ลาว, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, สปป.ลาว, หลวงพระบาง, เบื้องหน้าที่ปรากฎ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49908</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วัดวาอาราม สายน้ำ และภูเขา  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ไม่เห็นดวงแต่ยังให้แสง จึงยังคงเห็นน้ำโขงเลี้ยวหลบหายเข้าไปในหลืบเขา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; หลวงพระบางเมื่อกลางเดือนตุลาคม อากาศโดยรวมถือว่าดีอย่างที่ใครๆ ใฝ่หา ยกเว้นว่าต้องเดินฝ่าแดดเวลาเที่ยง ผิวเนียนผุดผ่องของท่านก็จะคล้ำหมองเอาได้ง่ายๆ หากไม่ป้องกันด้วยครีมชนิดดี ขนาดตัวผมเองที่ทนได้มาหลายปีแดดก็ยังเกือบไหม้เกรียมยามที่ต้องย้ายที่พักจากแคมคานไปแคมโขงด้วยระยะทางการเดินแค่กิโลเมตรนิดๆ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พักแห่งใหม่ชื่อ Mekong Moon Inn อนุญาตให้เข้าพักได้ก่อน แต่ต้องออกมาเช็กอินจ่ายเงินตอนบ่ายโมงที่เคาน์เตอร์ของ Mekong Moon Boutique ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆ กัน พนักงานต้อนรับพูดภาษาอังกฤษ ทำให้แปลกใจว่าเหตุใดถึงไม่เว่าลาว ได้รับคำตอบว่าเป็นคนเวียดนาม ผมสงสัยว่าเจ้าของโรงแรมอาจไม่ใช่คนลาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอถึงเวลาจ่ายเงินผมก็ต้องแปลกใจอีก ตอนที่จองกับเว็บไซต์เอเยนซีนั้นคิดเงินเป็นดอลลาร์สหรัฐ เมื่อจะจ่ายเงินโรงแรมก็จะคูณออกมาเป็นเงินกีบ บนเคาน์เตอร์เช็กอินเขียนระบุไว้ว่า 1 เหรียญ = 9,500 กีบ ตามร้านแลกเงินที่มีทั่วหลวงพระบางนั้น 1 เหรียญจะแลกได้ประมาณ 8,900 กีบ ผมยิ่งสงสัยเข้าไปอีกว่าเจ้าของคงไม่ใช่คนลาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โชคดีที่ราคาที่พักโดยรวมของหลวงพระบางนั้นถือว่ายังถูกอยู่มากเมื่อเทียบกับเมืองท่องเที่ยวในละแวกเดียวกันนี้ และผมก็เป็นประเภทพวกแบกเป้งบจำกัด จองมาในราคาคืนละ 11 เหรียญฯ จำนวน 2 คืน จึงโดนกินเปล่าส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนไปแค่ประมาณ 50 บาท หากในช่วงไฮซีซั่นที่คาดว่าค่าห้องพักจะสูงขึ้น และสำหรับแขกที่พักหลายวัน ส่วนต่างเหรียญฯ ละ 600 กีบนี้ก็จะเป็นจำนวนเงินไม่น้อย คำนวณออกมาแล้วมากไปกว่าความเป็นจริง 6.7 เปอร์เซ็นต์ และสำหรับเจ้าของโรงแรมที่มี 2 ตึกในชื่อคล้ายๆ กันก็จะฟันแค่ส่วนต่างตรงนี้ไปเดือนละหลายหมื่นบาทถึงหลักแสน นี่จึงอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงได้ตั้งค่าห้องไว้ต่ำกว่าชาวบ้าน ผมยังไม่เชื่อว่ากลวิธีนี้จะเป็นเล่ห์คนลาว &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มื้อเที่ยงวันนี้ผมขี้เกียจเดินหา จึงปลงใจให้กับร้านข้างๆ โรงแรม สั่งผัดเห็ดหูหนูใส่เนื้อหมูกับข้าวเปล่า พนักงานสาวเดินเข้าไปในครัวแล้วกลับออกมาบอกว่าเนื้อหมูหมด เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นได้ไหม ผมจึงเปลี่ยนเป็นเนื้อไก่ มานึกออกทีหลังว่าน่าจะเป็นวิธีเลี่ยงการอธิบายถึงปัญหาไวรัสหมู เรียกเต็มๆ ว่าโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรที่กำลังระบาดและหวาดกลัวกันอยู่ ร้านอื่นๆ ก็มีลีลาการปฏิเสธคล้ายๆ กัน ยกเว้นแม่ครัวผู้เคร่งธรรมะในเมืองหนองเขียวที่หมายถัดไปของผม แกพูดออกมาตรงๆ ว่า &amp;ldquo;หมูมีพยาธิ บ่ได้ขายโดนแล้ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(แมกไม้และอาคารบ้านเรือนบนถนนแคมโขง เมืองหลวงพระบาง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; กินอิ่มแล้วผมก็กลับไปงีบในที่พักใหม่ แต่อาจจะนอนนานไปหน่อย พอเดินไปยังพิพิธภัณฑ์หลวงพระบางบนถนนศรีสว่างวงศ์ที่อยู่ห่างกันไม่กี่ร้อยเมตรก็ถูกปฏิเสธการจำหน่ายตั๋ว ป้าประจำออฟฟิศหลังประตูทางเข้าบอกว่าพิพิธภัณฑ์ปิด 16.30 น. เวลานี้ 15.45 น. เดินดูยังไงก็ไม่ทัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมมาทราบวันต่อมาว่า เวลาไม่ถึงชั่วโมง ต่อให้เข้าไปดูทันก็ดูไม่ครบ ถึงครบก็ไม่รู้เรื่อง เปลี่ยนแผนเดินยาวไปวัดเชียงทองบนถนนแคมโขง ใกล้ๆ จุดบรรจบของแม่น้ำคานและแม่น้ำโขง ค่าเข้าเยี่ยมชม 20,000 กีบ หรือประมาณ 80 บาท เด็กฝรั่งพูดภาษาฝรั่งเศส 2 คนนั่งเล่นอยู่ในพระอุโบสถ พ่อแม่ก็อยู่กันคนละมุมเหมือนว่าเป็นที่หลบแดดคลายร้อน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดเชียงทองนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2102 - พ.ศ.2103 ในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช เวลานั้นหลวงพระบางยังคงมีชื่อว่าเมืองเชียงทอง สิมหรือพระอุโบสถของวัดเป็นศิลปะล้านช้างที่มีความคล้ายคลึงกับศิลปะล้านนาหลายประการ ส่วนสิมที่รายรอบนั้นคาดว่าสร้างขึ้นภายหลัง มีอายุในราวพุทธศตวรรษที่ 23 และหลังจากนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(สิมหรือพระอุโบสถวัดเชียงทอง เมืองหลวงพระบาง ถ่ายจากด้านหลังเพราะอีกฝั่งย้อนแสงพระอาทิตย์ยามเย็น)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ไม่มีเอกสารพิมพ์แจกนักท่องเที่ยว ผมจึงขออนุญาตลอกข้อมูลของวัดเชียงทองมาจากเว็บไซต์ &amp;ldquo;หลวงพระบางดอทเน็ต&amp;rdquo; เพราะเห็นว่าบรรยายได้ครบถ้วนดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;...&amp;ldquo;สิม&amp;rdquo; แม้ขนาดจะดูไม่ใหญ่โต แต่ก็แสดงถึงสถาปัตยกรรมทางศาสนาแบบหลวงพระบางแท้ๆ ด้วยหลังคาพระอุโบสถที่แอ่นโค้งซ้อนกันอยู่ 3 ชั้น ลดหลั่นเกือบจรดฐานจนแลดูค่อนข้างเตี้ย ส่วนกลางของหลังคามีเครื่องยอดสีทอง ซึ่งชาวลาวจะเรียกว่า &amp;ldquo;ช่อฟ้า&amp;rdquo; ประกอบด้วย 17 ช่อ อันมีความหมายว่าเป็นสิมที่พระมหากษัตริย์ทรงสร้างขึ้น ส่วนสิมที่คนสามัญสร้างจะมีช่อฟ้าเพียง 1-7 ช่อเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(พระองค์หลวง พระประธานในสิมวัดเชียงทอง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เชื่อกันว่าบริเวณช่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ตรงกลางช่อฟ้าเคยเป็นที่เก็บของมีค่า ปัจจุบันเหลือเพียงช่องว่างเปล่าๆ ถัดมาที่ส่วนของหน้าบันมี &amp;ldquo;โหง่&amp;rdquo; รูปร่างคล้ายเศียรนาค เป็นส่วนประดับตามคติธรรมทางพุทธศาสนา เมื่อเดินต่อมาที่ประตูพระอุโบสถจะสะดุดกับลวดลายแกะสลักอันสวยงามเช่นเดียวกับที่หน้าต่าง ผนังภายในก็สวยงามด้วยลวดลายปิดทองฉลุบนพื้นรักสีดำ เล่าเรื่องพุทธประวัติ พระสุธน-มโนราห์ ทศชาติชาดกและภาพนิทานพื้นบ้าน ลึกเข้าไปคือพระประธาน ซึ่งมีชื่อว่า &amp;ldquo;พระองค์หลวง&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นอกจากวัดเชียงทองจะมีพระอุโบสถที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบล้านช้างแล้ว การตกแต่งลวดลายตามผนังภายในก็สวยงามไม่แพ้กัน อย่างบริเวณผนังด้านหลังของพระอุโบสถก็มีการตบแต่งด้วยการนำกระจกสีมาตัดต่อกันเป็นรูปต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ ด้านข้างก็ติดเป็นรูปสัตว์ในวรรณคดี ยามบ่ายที่แสงแดดส่องสะท้อนลงมาดูงดงาม &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถัดมาบริเวณด้านข้างและด้านหลังของพระอุโบสถเป็นที่ตั้งของวิหารเล็กๆ 2 หลัง จุดเด่นของวิหารด้านหน้าคือที่ผนังด้านนอกแต่ละหลังตกแต่งด้วยกระจกสีตัดเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำมาต่อกันเป็นรูปร่างต่างๆ เล่าเป็นนิทานพื้นบ้านลงบนผนังสีชมพู ดูสวยงามน่ารักตามแบบฉบับชาวหลวงพระบาง วิหารหลังเล็กด้านข้างพระอุโบสถที่มีชื่อว่า &amp;ldquo;วิหารแดง&amp;rdquo; ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางไสยาสน์ที่งดงามด้วยพระหัตถ์ที่รองรับพระเศียรไว้อย่างสง่างามและอ่อนช้อย พระพุทธรูปนี้เคยนำไปจัดแสดงที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในปี พ.ศ.2474 และไปประดิษฐานอยู่ที่นครเวียงจันทน์หลายสิบปี ก่อนนำกลับมายังหลวงพระบางในปี พ.ศ.2507&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ส่วนวิหารด้านหลังพระอุโบสถคือ &amp;ldquo;หอพระม่าน&amp;rdquo; ภายในประดิษฐาน &amp;ldquo;พระม่าน&amp;rdquo; ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับ &amp;quot;พระบาง&amp;quot; จนหลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นองค์เดียวกัน ในช่วงวันบุญขึ้นปีใหม่ของลาว (ช่วงวันสงกรานต์) จะมีการอัญเชิญ &amp;ldquo;พระม่าน&amp;rdquo; ลงมาเพื่อให้ประชาชนได้สรงน้ำและกราบไหว้ เรื่องราวภายในผนังด้านหลังวิหารนี้เป็นภาพประดับกระจกสีเล่าเรื่องวิถีชีวิตของผู้คน สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2493 เพื่อเฉลิมฉลองที่โลกก้าวสู่ยุคกึ่งพุทธกาล ด้านหลังหอพระม่านเป็นที่ตั้งของพระธาตุศรีสว่างวงศ์ ซึ่งเป็นที่เก็บอัฐิของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(โรงเมี้ยนโกศ ภายในวัดเชียงทอง เมืองหลวงพระบาง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;...ส่วนด้านหน้าพระอุโบสถเป็นที่ตั้งของหอกลองมีลวดลายลงรักปิดทองสวยงามบนเสา นอกจากนั้นในบริเวณวัดเชียงทองเมื่อท่านเดินเข้าไปทางด้านถนนโพธิสารราช ด้านขวามือจะต้องสะดุดตากับอาคารทรงโบราณมีลวดลายแกะสลักทาสีทองอร่ามขนาดใหญ่ ซึ่งคนลาวเรียกว่า &amp;ldquo;โรงเมี้ยนโกศ&amp;rdquo; หรือเป็นโรงเก็บพระโกศ, พระราชรถ, ราชยานของเจ้าชีวิตศรีสว่างวัฒนา ซึ่งสิ้นพระชนม์เมื่อปี พ.ศ.2502 และได้สร้างโรงเมี้ยนโกศแห่งนี้ขึ้นในปีพ.ศ.2505
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;...นอกจากนี้ภายในวัดเชียงทองยังมีเขตสังฆาวาส ประกอบด้วยกุฏิ, สถูปเจดีย์ ดังเช่นวัดทั่วๆ ไปและยังมีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(สะพานไม้ไผ่ในภาพจำตรงจุดบรรจบแม่น้ำคานและแม่น้ำโขง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผมใช้เวลาเพียงชั่วโมงนิดๆ ก็เดินทั่ววัด รวมถึงได้เข้าไปถ่ายรูปในโรงเมี้ยนโกศ ให้ความรู้สึกน่าขนลุกยังไงไม่รู้ ก่อนจะเดินออกจากวัดไปทางถนนสักรินทร์ เลี้ยวซ้ายไปไม่ไกลก็ถึงจุดบรรจบของสองแควเมืองหลวงพระบาง บริเวณทางเดินลงริมน้ำมีสวนสวยจัดแต่งไว้ร่มรื่นน่านั่งพักผ่อน ตรงปากน้ำคานเจ้าสะพานไม้ไผ่สำหรับข้ามฝั่งยังคงอยู่แต่ดูเหมือนว่าทรุดโทรมลงไปกว่าที่เคยเห็นในภาพถ่ายและภาพยนตร์ คงจะยังใช้การได้อยู่ แต่ไม่รู้ว่านอกจากคนท้องถิ่นแล้วจะมีนักท่องเที่ยวกล้าข้ามหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; มองลุงคนหนึ่งพายเรือมากู้อวนหรืออุปกรณ์อะไรบางอย่างที่ดักปลาไว้ได้ครู่เดียว ผมก็เดินยาวกลับไปยังถนนศักรินทร์จนถึงจุดที่เชื่อมกับถนนศรีสว่างวงศ์ เลี้ยวซ้ายที่สี่แยกโดยแกล้งไม่หันไปมองร้าน Mini House ตรงหัวมุม เพราะกลัวใจจะต้องหวั่นไหวให้กับชั่วโมงสุขสันต์ เบียร์ลาวขวดละ 10,000 กีบ แต่ก่อนจะถึงทางขึ้นภูสีก็สะดุดตาร้านเยื้องกับ &amp;nbsp;Mini House มีชื่อว่า ICON KLUB ยืนจ้องอยู่แป๊บเดียวสตรีฝรั่งในร้านก็ชักชวนให้เข้าไป เธอเป็นเจ้าของเพิ่งจะเข้ามาเปิดร้าน สนทนากันสั้นๆ ทราบว่าเป็นชาวฮังกาเรียน อาศัยในหลวงพระบางมาได้ 20 ปีแล้ว ผมบอกเธอว่าร้านน่าสนใจมาก ขึ้นไปไหว้พระธาตุก่อนแล้วจะกลับลงมาเสวนาต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถัดจากร้าน ICON KLUB นี้ไปไม่กี่เมตรก็ถึงทางขึ้นภูสี ผ่านวัดศรีพุทธบาทก่อนแล้วก็จะพบกับทางขึ้นที่ชันขึ้นเรื่อยๆ มีจุดให้พักเหนื่อยตามรายทางหลายจุด นอกจากวิวแม่น้ำคานและเมืองหลวงพระบางทางทิศใต้แล้วก็ยังมีรอยพระพุทธบาทและพระพุทธรูปหลายปางให้ชม ก่อนจะถึงจุดขายตั๋วขึ้นไปสักการะพระธาตุจอมสีคนละ 20,000 กีบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระอาทิตย์ตกดินไปแล้วตอนที่ผมขึ้นไปถึงวัดจอมสีบนยอดภูสีที่ประดิษฐานของพระธาตุจอมสี ชื่อนี้มีที่มาเล่ากันว่าในสมัยก่อนชื่อ &amp;ldquo;ภูสรวง&amp;rdquo; แต่เมื่อมีฤๅษีขึ้นไปพำนักก็เลยเรียกกันใหม่ว่า &amp;ldquo;ภูฤๅษี&amp;rdquo; และกลายเป็น &amp;ldquo;ภูสี&amp;rdquo; ในที่สุด สำหรับวัดพระธาตุจอมสีนี้ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2337 สมัยพระเจ้าอนุรุท บนความสูงจากพื้นราบราวๆ 100 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(พระธาตุเจดีย์ วัดจอมสี บนยอดภูสี เมืองหลวงพระบาง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นักท่องเที่ยวรวมตัวกันบนลานพระธาตุเจดีย์ฝั่งทิศตะวันตก มองไปทางภูเขาที่พระอาทิตย์เพิ่งลาหลบลงด้านหลัง สายน้ำโขงที่ไหลผ่านตัวเมืองหลวงพระบางไปแล้วก็เลี้ยวโค้งไปตามรูปทรงของภูเขาอยู่ตรงทิศนั้นเช่นกัน ประกายสุริยาส่องสะท้อนออกมาให้เห็นเป็นแสงสุดท้ายของวัน แสงนั้นคล้ายจะเป็นสีทองเช่นเดียวกับสีของพระธาตุเจดีย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จุดที่มีก้อนหินใหญ่ยื่นออกไปนอกเขตล้อมรั้วทางทิศตะวันตกเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมของคนพร้อมกับวิว ใครไม่มีเพื่อนมาด้วยหากไม่อยากถ่ายแบบเซลฟี่ก็ขอให้คนแปลกหน้าช่วยถ่ายให้แล้วเสนอถ่ายคืนแลกเปลี่ยนกัน มีคนรอคิวถ่ายรูปตรงจุดนี้จำนวนมาก และที่มากกว่าใครก็คือคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(จุดถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกยอดนิยมประจำเมืองหลวงพระบาง แต่ส่วนมากจะได้ภาพคนมากกว่าพระอาทิตย์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พวกเด็กวัยรุ่นน่าจะเป็นนักศึกษาถือสมุดคอยหาฝรั่งคุย คงเป็นการบ้านวิชาภาษาอังกฤษ เพราะในสมุดจดนั้นเหมือนจะมีคำถามที่ได้เตรียมไว้แล้ว ฝรั่งบางคนไม่ค่อยไว้ใจ คุยแบบขอไปทีด้วยเห็นว่าเป็นเด็กเจ้าถิ่น แต่พอคุยๆ ไปสักพักก็เห็นว่าเด็กเหล่านี้ไร้พิษภัย ไม่ได้เล่าเรื่องราวชีวิตอันแสนรันทดเหมือนเด็กเขมรหรือเด็กอินเดียเพื่อเป้าหมายสูงสุดคือการไถตังค์ฝรั่งอั้งม้อ บรรดาฝรั่งก็สบายใจในการพูดคุยด้วย มีเรื่องน่าสังเกตที่น่าสงสัยอยู่บ้างก็แค่เด็กพวกนี้มีแต่ผู้ชาย และพวกเขาก็เลือกคุยกับฝรั่งสาวๆ เป็นส่วนใหญ่ แต่มาคิดดูอีกที มันแปลกตรงไหนกันเล่า? &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผมเข้าไปกราบพระในวิหารใกล้ๆ พระธาตุเจดีย์แล้วก็เดินลงทางทิศเหนือ บันไดฝั่งนี้ดีกว่าฝั่งวัดศรีพุทธบาท (ทางทิศตะวันออก) อยู่มาก แต่ไม่มีหลอดไฟให้แสงสว่าง ใครลงมาช้าหลังฟ้ามืดก็มีโอกาสสะดุดหัวทิ่มกลิ้งลงไปกองถึงตีนเขาก่อนเพื่อนฝูงเอาได้ง่ายๆ ฝั่งทางขึ้นบันไดชั้นดีแต่ไม่มีไฟนี้เรียกว่าทางขึ้นภูสีฝั่งวัดป่ารวก ลงมาถึงก็จะเจอกับตลาดมืดหรือตลาดถนนคนเดินกลางคืนบนถนนศรีสว่างวงศ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เท้าที่ระบมจากการเดินหลายกิโลเมตรในช่วงแค่ไม่กี่ชั่วโมง ทำให้ต้องผิดสัญญากับเจ๊ฮังกาเรียนไปก่อน อย่างน้อยก็คืนนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49908</URL_LINK>
                <HASHTAG>Mekong Moon Inn, วัดเชียงทอง, หลวงพระบาง, เบื้องหน้าที่ปรากฎ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191109/image_big_5dc6c99c43850.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49388</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หลวงพระบางค่อนข้างเหงา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(เหล่านาวาในมหานทีแม่โขง ณ หลวงพระบาง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; บริเวณริมแม่น้ำโขง หรือที่คนลาวเรียก &amp;ldquo;แคมโขง&amp;rdquo; ช่วงที่ไหลผ่านตัวเมืองหลวงพระบางนั้นตลิ่งลาดชัน อยู่สูงจากแม่น้ำเป็นสิบเมตร ร้านอาหาร-เครื่องดื่มจึงนิยมทำเป็นลานระเบียง หรือ &amp;ldquo;เทอร์เรซ&amp;rdquo; ยื่นออกไป บางร้านมีบันไดสำหรับเดินลงไปใกล้ๆ น้ำอีกหน่อย ให้ลูกค้านั่งกินดื่ม มองแม่น้ำโขงเบื้องล่าง เรือน้อย-ใหญ่ลอยลำไปมา ภูเขาตั้งฉากกับสายน้ำอยู่ฝั่งตรงข้าม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ริมถนนแคมโขง เมืองหลวงพระบาง อาคารสไตล์โคโลเนียลอยู่ร่วมกับบ้านไม้โบราณอย่างไม่ขัดเขินแปลกแยก)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ริมแม่น้ำโขงไม่มีการสร้างตึก มีเพียงเพิงหรือร้านอาหารที่เปิดโล่งเพื่อไม่ให้บังทัศนียภาพ อาคารสไตล์โคโลเนียลฝรั่งเศสและอาคารไม้โบราณเรียงแถวอวดกันอยู่หลังถนนแคมโขง บ้างเป็นร้านค้า บ้างเป็นโรงแรม ร้านอาหาร และไม่น้อยที่โรงแรมและร้านอาหารจะเป็นเจ้าของพื้นที่ตรงข้ามอีกฝั่งของถนน บริกรอาจต้องถือจานอาหารข้ามถนนจากฝั่งตึกไปเสิร์ฟลูกค้าที่นั่งรอรับประทานอยู่บนลานระเบียงริมแม่น้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(รถสามล้อไฟฟ้ามีใช้แล้วที่ สปป.ลาว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; บนบาทวิถีมีโต๊ะตั้งขายทัวร์ล่องไปเที่ยวถ้ำติ่งที่ปากน้ำอู แพ็กเกจนั่งเรือดินเนอร์ คนขับสองแถวและจัมโบ้คอยชักชวนให้ไปเที่ยวน้ำตกตาดกวางสี แต่ไม่ว่าจะเสนอขายสิ่งใดในหลวงพระบางแห่งนี้ ผมไม่เห็นการตื๊อลูกค้าให้น่ารำคาญ แม้แต่ในตอนกลางคืนยามที่เราเดินไปบนถนนเปลี่ยวๆ แล้วมีคนกล่าวกับเราว่า &amp;ldquo;อ้ายๆ เที่ยวสาวบ่&amp;rdquo; ก็ไม่ได้เสนอขายเชิงรุกหรือคุกคามใดๆ แต่ถ้าเป็นเวียดนามเพื่อนบ้านของ สปป.ลาวนั้นอาจต้องถึงขั้นเดินตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ่ายๆ หลังคืนลอยกระทงหลวงพระบาง (แรม 1 ค่ำ เดือน 11) ผมเดินออกจากที่พักริมแม่น้ำคานไปยังริมแม่น้ำโขง แม่น้ำคนละสายอาจเข้าใจว่าน่าจะไกลกัน ในความจริงแล้วห่างออกไปเพียงกิโลเมตรนิดๆ เลือกได้ร้านชื่อ &amp;ldquo;วิวแคมโขง&amp;rdquo; ดูเงียบและวิวงาม เดินตรงไปถามวัยรุ่นชายหญิงในเคาน์เตอร์เล็กๆ ของร้าน มี &amp;ldquo;กาแฟสดบ่&amp;rdquo; แล้วก็หันไปเห็นเครื่องทำกาแฟขนาดจิ๋วแต่จะเดินออกก็น่าเกลียด สั่งเอสเปรซโซ่แล้วไปนั่งรอ กาแฟที่เสิร์ฟรสชาติกลับออกมาดีเกินคาด ตอนหลังผมหายแปลกใจเพราะร้านนี้เป็นร้านของที่พักในชื่อเดียวกันหลังถนนแคมโขง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากผมแล้วในร้านไม่มีลูกค้าคนอื่นเลย เห็นแมวท้องแก่ตัวหนึ่งเดินมาเลียบๆ เคียงๆ จึงขอเมนูมาสั่งไก่ทอดตะไคร้ รอหลายนาทีเหมือนกันกว่าจะมาเสิร์ฟจนหวั่นว่าเจ้าเหมียวลายเหลืองดำจะเดินหนีไปเสียก่อน บริกรหนุ่มวางจานไก่ตะไคร้ลงแล้วตอบคำถามผมว่า &amp;ldquo;มันเป็นแมวที่นี่&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไก่ทอดตะไคร้ 4 ชิ้นยังร้อนอยู่จึงยังไม่ถึงเวลาแมว ผมหยิบมาชิมชิ้นหนึ่ง อร่อยมาก กุ๊กนำเนื้อไก่สับปรุงรสยัดเข้าไปในก้านตะไคร้ที่ถูกทุบจนแตกเป็นหลายซี่แล้วนำไปทอด เวลากินหากขี้เกียจไช้มีดกับซ่อมก็ใช้มือหยิบก้านตะไคร้เข้าปากกัดไก่กินได้เลย ผมกินหมด 3 ชิ้นจึงถึงเวลาของแมวท้องแก่ที่ยังแวะไปเวียนมา แกะเนื้อไก่ออกแล้วเสิร์ฟลงบนพื้น นังเหมียวดมๆ แล้วเดินจากไป คงไม่ใช่ของชอบ แมวร้านอาหารมักเป็นอย่างนี้ พวกมันอาจคิดว่าเดี๋ยวก็มีคนสั่งปลาให้กิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลุงฝรั่งคนหนึ่งเดินเข้าร้านมา นั่งท้าแดดที่โต๊ะริมลานระเบียง ขอเมนูแล้วสั่งอาหาร ผมนั่งเสียดายไก่ตะไคร้อยู่อีกครู่ก็ลุกออกไปเดินบนถนนแคมโขงต่อ สุดท้ายเหออกจากฝั่ง เข้าถนนเส้นหนึ่งเขียนชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า Kitsalat หัวมุมมีร้านกาแฟชื่อ &amp;ldquo;ประชานิยม&amp;rdquo; แนวๆ กาแฟโบราณ เปิดขายตั้งแต่ตีสี่ เข้าใจว่าสายๆ ก็ปิด มีโจ๊ก ปาท่องโก๋ เป็นอาหารเช้าที่ลูกค้านิยมพอๆ กับกาแฟ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ตลาดมืดหรือตลาดกลางคืนหลวงพระบางช่วงนี้ไม่คึกคัก)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ถึงสี่แยกที่ถนน Kitsalat ตัดกับถนนจุดสิ้นสุดของถนนเจ้าฟ้างุ้มทางขวามือและจุดเริ่มต้นของถนนศรีสว่างวงศ์ทางซ้ายมือ ผมเลี้ยวซ้ายผ่านศูนย์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยวตรงหัวมุม และจากจุดเริ่มต้นของถนนศรีสว่างวงศ์นี้ไปอีกราวสามร้อยเมตรจะกลายเป็นถนนคนเดินในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า เรียกว่า &amp;ldquo;ตลาดมืด&amp;rdquo; หรือตลาดขายของกลางคืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมข้ามถนนไปอีกฝั่ง มีลานกว้าง ดูเหมือนว่าเวทีการแสดงบางอย่างจะเพิ่งถูกรื้อออกไป อาจเป็นเวทีการแสดงที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลลอยกระทงหลวงพระบาง ขณะนี้ตั้งโต๊ะเก้าอี้อยู่จำนวนหนึ่ง ด้านหลังของลานเป็นแถวร้านอาหารขนาดเล็กเรียงกันอยู่หก-เจ็ดคูหา แต่ละคูหาเล็กแคบ ลูกค้าที่ซื้ออาหารก็จะนำไปนั่งกินบนโต๊ะเก้าอี้ที่จัดไว้ ด้านหลังของแถวร้านอาหารคือพูสี ภูเขาลูกเล็กๆ กลางเมืองหลวงพระบางที่ตั้งของวัดพระธาตุพูสี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลุงฝรั่งคนที่เป็นลูกค้าคนเดียวของร้านวิวแคมโขงต่อจากผมเดินมาทักเป็นภาษาอังกฤษ &amp;ldquo;ผมจำคุณได้จากร้านริมแม่น้ำ&amp;rdquo; จากนั้นแกก็แนะนำอะไรต่อมิอะไรอีกหลายอย่างเกี่ยวกับเมืองหลวงพระบางในฐานะขาประจำของเมืองมรดกโลกแห่งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แกบินมาจากลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา เมื่อไม่กี่วันก่อน แวะที่เซี่ยงไฮ้และคุนหมิงก่อนจะต่อมาลงเครื่องที่หลวงพระบาง ครั้งล่าสุดที่มาเยือนหลวงพระบางก็คือช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา คะเนอายุแล้วน่าจะอยู่ในช่วง 70 ปี บวกลบไม่มาก สงครามอินโดจีนครั้งที่ 2 จบลงไปได้ราวๆ 45 ปี เป็นไปได้ไหมว่าในช่วงอายุ 20 กว่าๆ แกเคยบิน B-52 ขึ้นจากฐานทัพในเมืองไทยมาทิ้งระเบิดใส่แผ่นดินลาว แกมาชาร์จพลังตามที่บอกผม หรือมารำลึกความหลังอะไรหรือเปล่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนขอตัวเดินออกมา ลุงฝรั่งบอกว่าคงได้เจอกันอีกเพราะหลวงพระบางเล็กนิดเดียว ผมตั้งใจจะเดินไปให้สุดถนนเส้นนี้เพื่อดูตะวันตกดินตรงจุดที่แม่น้ำคานไหลไปบรรจบกับแม่น้ำโขง แถวๆ วัดเชียงทอง วัดสำคัญและเป็นชื่อเดิมของเมืองหลวงพระบาง โดยที่ยังไม่รู้ว่าจะเห็นพระอาทิตย์ตกดินจากบริเวณนั้นหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดินไปได้ราวครึ่งทาง จุดที่ถนนศรีสว่างวงศ์เชื่อมต่อเป็นเส้นตรงกับถนนสักรินทร์ มีถนนตัดผ่านหน้าเพื่อเชื่อมระหว่างแม่น้ำโขงและแม่น้ำคานเป็นสี่แยก ตรงมุมขวาบนของสี่แยกนี้มีร้านชื่อ Mini House บนกระดาษดำหน้าร้านเขียนไว้ว่า Happy Hours 4 โมงเย็น-2 ทุ่ม เบียร์ลาวขวดใหญ่ 10,000 กีบ หรือไม่ถึง 40 บาท ทำให้ผมเดินเข้าร้านไปโดยไม่รู้ตัว เด็กหนุ่มออกมาต้อนรับ ชี้แจงที่หน้าตู้แช่ว่าเบียร์ขวดใหญ่สิบพันกีบ ขวดเล็กก็สิบพันกีบ ลาวดำสิบสองพันกีบ ลาวโกลด์สิบห้าพันกีบ (ล้วนเป็นขวดเล็ก) ผมสั่งลาวดำไปอย่างมึนๆ เป็นรายการที่ไม่ได้อยู่ในช่วงชั่วโมงสุขสันต์ พร้อมกับเฟรนช์ฟรายด์ แต่เบียร์หมดขวดแล้วกับแกล้มก็ยังไม่มาจึงต้องสั่งลาวธรรมดามาอีก 1 ขวดเล็ก กว่าจะหมดทั้งเบียร์และเฟรนช์ฟรายด์ฟ้ามืดพอดี อดไปดูพระอาทิตย์ตก ตัดสินใจเดินกลับเส้นทางเดิมไปดูสภาวะเศรษฐกิจหลวงพระบางในย่านตลาดมืดแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ตลาดมืดหลวงพระบาง ทอดยาวราว 300 เมตรจากหน้าวัดใหม่สุวรรณภูมารามไปจนถึงหน้าศูนย์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ตั้งแต่หน้าวัดใหม่สุวรรณภูมารามไปจนถึงหน้าศูนย์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยวที่ได้เอ่ยถึงไปก่อนหน้านี้คือพื้นที่ของตลาดมืด เริ่มด้วยซุ้มขายน้ำผลไม้ปั่นหลายสิบร้าน ชนิดผลไม้ล้วนคล้ายคลึงกัน ปอกหั่นเรียบร้อยแล้วอยู่ในแก้วพลาสติก ผมชี้ไปที่แบบผสม ราคา 10,000 กีบ หวังแทนที่แอลกอฮอล์ด้วยวิตามินจากผลไม้ แต่ไม่รู้จะช่วยได้สักแค่ไหน นักโภชนาการบอกว่าแอลกอฮอล์เป็นอุปสรรคของร่างกายในการดูดซึมวิตามิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เท่านั้นไม่พอ ข้างทางมีบุฟเฟต์อาหารมังสวิรัติ 15,000 กีบอิ่มไม่อั้นในหนึ่งทีตัก ผักลวก ผักผัด ถั่ว เต้าหู้ ข้าวสวย ข้าวผัด หมี่ผัด อยู่ในถาดกระบะจำนวนนับยี่สิบ พ่อค้ายื่นจานให้ ผมรู้กติกาทันที ตักข้าวผัดแล้วราดด้วยกับข้าวสาม-สี่อย่าง ถามเขาว่าจ่ายเงินตอนนี้เลยหรือเปล่า พ่อค้าตอบว่า &amp;ldquo;กินก่อนกะได้&amp;rdquo; จึงเดินไปนั่งกินบนโต๊ะยาวๆ เตี้ยๆ รสชาติถือว่าสอบผ่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ่ายเงินค่าข้าวค่าน้ำแล้วเดินเข้าพื้นที่ช็อปปิ้ง พ่อค้าแม่ค้านำข้าวของมาวางขายบนพื้น แต่เป็นแบกะดินแบบดูดี ปูผ้าสวยงามเป็นระเบียบ กางเต็นท์หลังเล็กๆ สีแดงและสีน้ำเงินต่อกัน คงตั้งใจให้ออกมาดูคล้ายธงชาติ สปป.ลาว คลุมถนนทั้ง 2 เลน มีช่องทางให้คนเดิน 2 ช่อง สินค้ามีเสื้อผ้าทั้งแบบพื้นบ้านและสมัยใหม่ เครื่องประดับ งานศิลปะ งานฝีมือ ของที่ระลึกทั่วไป ที่สะดุดตามากสุดคือพวงกุญแจ กำไล แหวน และเครื่องประดับชิ้นเล็กๆ สีเงิน ที่วางเคียงกับสินค้าคือป้ายเขียนด้วยภาษาอังกฤษ ขออนุญาตแปลเป็นภาษาไทยดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ร้านนี้ขอมอบความหมายใหม่ให้กับระเบิด)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เครื่องประดับเหล่านี้คือระเบิด เราทำเครื่องประดับ ไม่ทำสงคราม สินค้าเหล่านี้ทำจากอะลูมิเนียมที่ทิ้งลงบนผืนแผ่นดินของเราระหว่างสงครามลับๆ (ในสงครามอินโดจีนครั้งที่ 2 หรือสงครามเวียดนาม) ระหว่างปี ค.ศ.1964-1975 หลังสงครามมีคนสอนเราให้ทำอะไรบางอย่างกับระเบิดเหล่านี้ที่เพิ่งทำร้ายเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราประดิษฐ์ช้อน แหวน ตะเกียบ กำไล สร้อยข้อมือ ที่เปิดขวด และอีกหลายอย่างจากระเบิด เราได้เปลี่ยนระเบิดให้เป็นเครื่องประดับที่สวยงาม เราได้นำความหมายใหม่มาให้กับระเบิดเพื่อมันได้ช่วยชีวิตและพยุงปากท้องของพวกเรา ขอขอบคุณมากๆ สำหรับการสนับสนุน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากที่เดินๆ ดู ผมเห็นร้านขายความหมายใหม่ของระเบิดในตลาดมืดหลวงพระบางอยู่เป็นสิบร้าน หากชาวฝรั่งเศสและอเมริกันที่ยังไม่ตายและเคยมีส่วนร่วมในการทิ้งระเบิดคร่าชีวิตชาวลาวผู้รักชาติเดินมาเห็นเข้า หากไม่ช่วยซื้อเศษซากระเบิดนำกลับไปรำลึก ก็น่าจะช่วยหลั่งน้ำตาสำนึกบาปสักหยดสองหยด เรื่องนี้ผมขออนุญาตขยายความในตอนหน้า หลังจากได้ไปชมพิพิธภัณฑ์ระเบิด (ที่ไม่ระเบิด) อยู่ใกล้ๆ ใจกลางหลวงพระบาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม จากการที่ได้มาเดินตลาดมืดที่ขึ้นชื่อนักหนา กลับพบว่าเงียบเหงาเซาซบอย่างไม่น่าเชื่อ เช่นเดียวกับร้านอาหารทั่วไปบนถนนศรีสว่างวงศ์อันดูงามสง่าน่านั่ง ด้วยล้วนตั้งอยู่ในอาคารเก่าสไตล์โคโลเนียล ลูกค้าที่พอเห็นอยู่บ้างก็คือชาวจีน และที่ได้ยินเสียงก็คือคนไทย ขอยืนยันว่าเงียบกว่าถนนข้าวสารบ้านเราในช่วงเวลาเดียวกันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เมื่อผมเดินเลี้ยวขวาเข้าไปในซอยตลาดอาหารกลางคืน ในแผนที่กูเกิลใช้คำว่า Night Market - Street food นักท่องเที่ยวเข้ามาฝากท้องในนี้เต็มไปหมด บุฟเฟต์อาหารมังสวิรัติแบบเดียวกับที่ผมเพิ่งดินเนอร์ไปนั้นราคาสูงขึ้นอีก 5,000 กีบ จำพวกปิ้งย่างนั้นมีมากสุด ก๋วยเตี๋ยว ข้าวหมูทอด ข้าวมันไก่ อาหารตามสั่ง นักท่องเที่ยวฝรั่งและจีนชี้สั่งได้ง่ายๆ ตามภาพในเมนู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(สตรีทฟู้ดหลวงพระบาง ถูกจัดระเบียบไปอยู่ในซอย (อย่างเป็นระเบียบ))&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; มองในภาพรวมก็กล่าวได้ว่านักท่องเที่ยวพอมี และในเวลานี้ยังไม่ไฮซีซั่นดีนัก เพียงแต่ว่านักท่องเที่ยวใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง หรือตามภาษาที่เด็กทำงานร้านอาหารในโรงแรมบ้านเราพูดกันก็คือ &amp;ldquo;แขกมี แต่แขกไม่กิน&amp;rdquo; นั่นก็คือแขกไม่กินอาหารโรงแรม แต่ไปกินสตรีทฟู้ดหรือร้านอาหารตามสั่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งานนี้นอกจากของกิน ผมเองก็ยังไม่ได้ซื้อข้าวของจากหลวงพระบางแม้แต่ชิ้นเดียว ทั้งกลัวน้ำหนักที่จะแบกบนหลังไหล่ อีกทั้งต้องคุมวินัยเรื่องงบเดินทางที่จุดหมายต่างๆ ยังเหลืออีกมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของทั้งทริป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(เฮือนพักเก๋ๆ บนถนนกิ่งกิสราช)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันนี้ตัดใจไม่เข้าบาร์เป็นวันที่สองติดต่อกัน เดินกลับที่พักโดยผ่านถนนเจ้ากิ่งกิสราช ถนนเส้นนี้ยิ่งเงียบกว่าถนนศรีสว่างวงศ์ ผมเข้าไปเปิดเมนูที่ตั้งไว้หน้าร้านอาหารร้านหนึ่ง หนุ่มน้อยเดินเข้ามาพูดคุย หลุดประโยคหนึ่งออกมา &amp;ldquo;วันนี้ร้านเฮายังบ่มีลูกค้าสักคนเลยอ้าย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เขาก็ไม่ได้คะยั้นคะยอให้นั่ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49388</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลาดมืด, ถนนกิ่งกิสราช, หลวงพระบาง, เบื้องหน้าที่ปรากฎ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191102/image_big_5dbd825802c6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48905</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/10/2019 19:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2019 19:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลอยกระทงที่หลวงพระบาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รถโดยสารเส้นทางน่าน-หลวงพระบาง ให้บริการวันละเที่ยวเท่านั้น เช่นเดียวกับขาออกจากหลวงพระบางมายังน่าน ใช้รถไทยและรถลาวสลับกัน หากรถออกจากน่านเป็นรถไทย รถที่ออกจากหลวงพระบางก็เป็นรถลาว มีคนบอกให้จำง่ายๆ ว่ารถที่ออกจากน่านในวันคู่คือรถไทย ส่วนวันคี่คือรถลาว มินิบัสของ บขส.ไทยนั้นมี 21 ที่นั่ง ส่วนของลาวเป็นรถตู้ใหญ่ จุได้ 15 คน เท่ากับว่ามีการเคลื่อนย้ายคนระหว่างประเทศด้วยรถโดยสารผ่านเส้นทางนี้ไม่เกินวันละ 36 ราย (รวมคนขับแล้ว)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
ขบวนเรือไฟในงานลอยกระทงเมืองหลวงพระบาง บนถนนศรีสว่างวงศ์ มุ่งหน้าแม่น้ำโขง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอกสารแผ่นพับเขียนไว้ว่า ระยะทาง 373 กิโลเมตร รถวิ่ง 8 ชั่วโมง 30 นาที แต่ความจริงนั้นใช้เวลาวิ่งประมาณ 10 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ของไทยที่ผมพูดคุยด้วยเมื่อวานก็ให้ข้อมูลแบบไม่โอ้อวดว่า 10 ชั่วโมง เป็นที่น่าเสียดายว่าเส้นทางใหม่ซึ่งเพิ่งสร้างเสร็จและเปิดใช้งานแล้ว จากเมืองหงสา แขวงไชยบุรี ถึงเมืองจอมเพ็ด แขวงหลวงพระบาง ยังไม่เปิดให้สัมปทานเส้นทางรถโดยสาร ไม่เช่นนั้นจะย่นระยะเวลาเดินทางลงไปได้อีกราว 3 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนที่มินิบัสของ บขส. ออกจากน่านและมาถึงสถานีขนส่งอำเภอทุ่งช้างนั้นมีผู้โดยสารมาประมาณครึ่งคัน เพิ่มผมเข้าไปอีกคนก็ยังถือว่าโล่งมาก โดยเฉพาะด้านหลังไม่ค่อยมีคนนั่ง จึงไม่เกรงใจวางกระเป๋าเดินทางบนเบาะเสียเลย ผมยิ่งดีใจที่กระจกรถโล่งกว้างและใส เพราะการได้มองออกไปเห็นวิวแบบสบายๆ จะทำให้เมารถได้ยากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
ด่านพรมแดนห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รถค่อยๆ ไต่ขึ้นเขาจากอำเภอทุ่งช้างไปยังอำเภอเฉลิมพระเกียรติ บนภูเขาหลายลูกเต็มไปด้วยไร่ข้าวโพด ทำให้นึกถึงศิลปินแห่งชาติของเราท่านหนึ่งขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ ทั้งที่ข้าวโพดเหล่านั้นอาจไม่ใช่พันธุ์ตองแปดที่น้าแกร้องเพลงโฆษณาก็เป็นได้ ส่วนยาฆ่าวัชพืชที่ใช้ก็อาจจะไม่ใช่สารพิษ 3 ชนิดที่น้าแกแต่งเพลงร้องอ้อนวอนไปยังนายกฯ ว่า &amp;ldquo;...เอาไงดีล่ะพี่ตู่&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เวลา 10.45 น. มินิบัสของเราก็มาถึงด่านพรมแดนห้วยโก๋น ผู้โดยสารต้องลงจากรถไปให้เจ้าหน้าที่ปั๊มตราออกนอกราชอาณาจักรไทยพร้อมจ่ายเงินคนละ 10 บาท ไม่แน่ใจว่าชาวลาวและฝรั่งคนหนึ่งที่มาด้วยกันต้องจ่ายด้วยหรือไม่ จากนั้นก็ขึ้นรถคันเดิม วิ่งไปได้แค่สอง-สามร้อยเมตรก็ถึงด่านน้ำเงินของ สปป.ลาว ได้ตราอนุญาตให้พำนักได้ 30 วันแล้วก็จ่ายเงินกับเจ้าหน้าที่ซึ่งนั่งแยกโต๊ะออกไปคนละ 25 บาท ในตั๋วเขียนว่า Tourism Fund = 1 USD จะเรียกค่ามาท่องเที่ยวก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หนุ่มฝรั่งไม่รู้ว่าต้องใช้วีซ่าเข้า สปป.ลาว ที่เรียกว่า Visa on Arrival จึงต้องกรอกเอกสาร ผมเดินเข้าไปถามว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า เขากำลังหารูปที่พอดีขนาดกับช่องว่างติดรูปมุมขวาบนของแบบฟอร์ม ผมบอกว่ารูปที่มีนั่นแหละ ยื่นให้เจ้าหน้าที่ไปเลย ไม่จำเป็นต้องขนาดเป๊ะๆ หรอกมั้ง แล้วผมก็เดินไปรอที่รถพร้อมผู้โดยสารชาวไทยและชาวลาว สักพักเขาก็เดินตามมาขึ้นรถ บอกว่าเรื่องรูปขนาดใหญ่ไปไม่มีปัญหา ผมถามว่าต้องจ่ายค่าวีซ่าเท่าไหร่ เขาตอบ 35 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
ทุ่งนาปะทะโรงไฟฟ้า บ้างก็ว่าอยู่ร่วมกันได้ดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนนี้เขาไม่ทราบว่าชาวอเมริกันต้องใช้วีซ่าเข้า สปป.ลาว คงนึกว่าหนังสือเดินทางของสหรัฐจะพาเขาไปที่ไหนก็ได้ตามศักดิ์และสิทธิ์ของพาสปอร์ตที่อยู่อันดับต้นๆ ของโลก ระหว่างที่รถจอดแวะกินมื้อเที่ยงที่ตัวเมืองหงสา แขวงไชยบุรี ผมเห็นเขานั่งคนเดียวจึงเข้าไปนั่งด้วย สอบถามได้ความว่าเป็นครูสอนภาษาอังกฤษอยู่ที่โรงเรียนในตัวเมืองน่านได้ 2 ปีแล้ว เขากินก๋วยเตี๋ยวหมู ผมกินก๋วยเตี๋ยวไก่ น้ำคนละขวด ผมเดินไปขอจ่ายค่าอาหารเป็นเงินไทย แม่ค้าบอกคนละ 60 บาท ผมจ่ายให้ครูฝรั่งด้วย กลับมาที่โต๊ะเขาแสงอาการงงๆ พูดขึ้นว่า &amp;ldquo;คุณเพิ่งจ่ายค่าอาหารให้ผมไปนะนั่น&amp;rdquo; แต่ก็ไม่ได้ยื่นเงินมาให้ ผมบอกว่า &amp;ldquo;ไม่เป็นไร&amp;rdquo; รู้สึกดีใจมากที่ได้เลี้ยงข้าวชาวอเมริกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังกลับไปขึ้นรถ คนขับมือสองที่นั่งมาด้วยกันก็ขึ้นทำหน้าที่หลังพวงมาลัยแทนเพื่อให้คนแรกได้พัก นี่แสดงว่า บขส.ได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ตามที่ผมทราบมาโชเฟอร์รถโดยสารจะขับรวดเดียวเกิน 4 ชั่วโมงไม่ได้ ต้องพักครึ่งชั่วโมงถึงจะสามารถขับต่อ หากพักไม่ถึงกำหนดก็ต้องเปลี่ยนคนขับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตั้งแต่ออกจากด่านน้ำเงิน ภูมิประเทศของฝั่งลาวก็เป็นภูเขาเช่นเดียวกับฝั่งไทย มีบ้างเหมือนกันที่ปลูกข้าวโพด และหากมีที่ราบแม้เพียงเล็กน้อยก็จะปลูกข้าว ทำให้ภาพสีเหลืองทอง สีเขียวอ่อน ตัดกับฉากหลังที่เป็นภูเขาสีเขียวเข้มมองแล้วสบายตาน่าประทับใจ เสียอย่างเดียวที่ถนนหนทางบางช่วงยังเป็นหลุมเป็นบ่อ อีกทั้งเล็กแคบ ส่วนลาดเอียงที่ถูกถากออกเป็นไหล่เขาให้รถวิ่งมีหลายช่วงเป็นดินแดง ไม่ค่อยจะมีต้นไม้ต้นหญ้าปกคลุม นึกแล้วเสียวไส้อยู่เหมือนกันหากว่าฝนตกหนักแล้วน้ำชะเอาดินโคลนถล่มลงมา ยังดีที่เห็นมีรางน้ำแคบๆ ทำจากปูนซีเมนต์แทรกอยู่บนพื้นที่ลาดชันรองรับน้ำที่ไหลลงมาจากด้านบนสู่ร่องขอบถนน ส่วนฝั่งไทยนั้นอย่างน้อยยังมีหญ้าแฝกช่วยยึดหน้าดินเอาไว้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
สามเณรก็คือนักศึกษา ไม่มีปัญหาถ้าต้องปั่นจักรยาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนรถวิ่งผ่านหุบเขาที่ตั้งของโรงไฟฟ้าหงสานั้น แม้รวมเอาควันที่พวยพุ่งออกมาจากเตาด้วยก็ยังถือว่าเป็นทัศนียภาพค่อนข้างสวยงาม ส่วนที่เป็นพื้นราบมีนาข้าวกว้าง บางแปลงกำลังมีการลงแขกเกี่ยวข้าว ในเขตชุมชนมีการปลูกบ้านทรงทันสมัย ส่วนใหญ่ใช้แปลนแบบเดียวกัน ผู้อยู่อาศัยคงมีหลักมีฐานมั่นคงพอสมควร ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนนี้ (ใช้ถ่านหินลิกไนต์) ผลิตออกมาขายให้กับ กฟผ.ของไทยเป็นหลัก ผู้ลงทุนก็เป็นเอกชนไทย มีรัฐวิสาหกิจของลาวร่วมหุ้นแค่ 20 เปอร์เซ็นต์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รถวิ่งมาถึงเมืองไชยบุรี โชเฟอร์แวะปั๊มเพื่อให้ผู้โดยสารเข้าห้องน้ำ ตอนขึ้นรถและกำลังจะออกเดินทางต่อ ผมต้องตะโกนบอกโชเฟอร์ว่าฝรั่งยังไม่มา รอกันอยู่อีกนานก็ยังไร้วี่แวว เขาอยู่ในห้องน้ำหรือปาร์ตี้งานแต่งที่บ้านฝั่งตรงข้ามกันแน่ ผมอาสาไปสืบบริเวณห้องน้ำ ฝรั่งอยู่ในนั้น แว่วเสียงออกมาว่าท้องมีปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมกลับมาขึ้นรถแล้วบอกโชเฟอร์ว่าให้รออีกหน่อย อีกครู่ฝรั่งก็ออกจากห้องน้ำ ถือกระเป๋าเสื้อผ้าออกมาด้วย และที่สะดุดตาก็คือกางเกงไม่ใช่ตัวเดิม ทำให้ผมรู้ที่มาของกลิ่นไม่พึงประสงค์ในรถก่อนหน้านี้ นึกแล้วว่าทำไมเขาต้องลุกไปนั่งห่างผู้โดยสารคนอื่นๆ ที่ตอนนี้เหลืออยู่เพียง 5 คนเท่านั้น คนลาวทั้งหมดพากันลงที่เมืองหงสา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รถผ่านสะพานท่าเดื่อ ข้ามแม่น้ำโขง สิ้นสุดพื้นที่แขวงไชยบุรีเข้าสู่พื้นที่แขวงหลวงพระบาง เริ่มเห็นสวนยางพาราและสวนกล้วยแซมอยู่กับป่าเต็งรัง ตรงพื้นราบในหุบเขาก็จะเป็นที่นา แบบขั้นบันไดก็มี แต่ไม่ถึงกับอลังการอย่างซาปาของเวียดนาม รถเข้าสู่เมืองหลวงพระบาง ถึงสถานีขนส่งเวลา 17.50 น. หย่อน 10 ชั่วโมงไปแค่ 10 นาที&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
ข้าวสุกก็เป็นสุขลุกมาเกี่ยวด้วยเคียวคม แดดฝนปนสายลมจึงอุดมเป็นชีวี (ฮั่นแน่!)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จัมโบ้หรือตุ๊กๆ ลาว แต่มีลักษณะคล้ายสกายแล็บในภาคอีสานบ้านเรามากกว่า บรรดาโชเฟอร์รู้ดีว่าจะมีรถโดยสารเข้ามาเวลาใด พวกเขากรูกันมาตั้งแต่มินิบัสจอดยังไม่สนิท คนหนึ่งเข้ามาคุยกับผม เรียกราคาซาวพัน หรือ 20,000 กีบ หากจะจ่ายเป็นเงินไทยก็ 80 บาท สำหรับปลายทางสีสมพอนเกสต์เฮาส์ ห่างออกไป 2.5 กิโลเมตร ผมต่อเหลือ 60 บาท เขาก็ยินดี แต่ขอหาผู้โดยสารเพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฝรั่งอุจจาระแตกจะไปเส้นทางเดียวกับผมจึงขึ้นคันเดียวกัน เขาฟังภาษาไทย-ลาวที่ผมสื่อสารกับโชเฟอร์พอเข้าใจ ควักเงินออกมาจ่าย 120 บาท แล้วพูดว่า &amp;ldquo;คุณได้จ่ายค่าข้าวให้ผมไปแล้ว&amp;rdquo; ยังไงชาวอเมริกันก็ไม่ทิ้งสไตล์อเมริกันแชร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรารออยู่อีกหลายนาทีจัมโบ้ก็ยังไม่ออก เพราะโชเฟอร์ยังหาผู้โดยสารเพิ่ม ทราบมาว่าต้องได้อย่างน้อย 5 คน สุดท้ายเขาถ่ายเราทั้ง 2 คนให้ไปขึ้นอีกคัน มีครอบครัวพ่อแม่และลูก 2 คนจากจังหวัดน่านอยู่บนนั้น พวกเขาจ่ายค่ารถคนละ 50 บาท รวมถึงเด็กหญิงอายุราวๆ 8-9 ขวบทั้ง 2 ก็ต้องจ่ายเท่าผู้ใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พี่ผู้หญิงให้ข้อมูลกับผมว่า คืนนี้แรม 1 ค่ำ เดือน 11 หลวงพระบางมีงานลอยกระทง พวกเขาลอยก่อนเมืองไทย 1 เดือน บางแห่งก็ลอยคืนวันออกพรรษา ขณะที่บ้านเรามีประเพณีตักบาตรเทโว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
เมื่อยามมินิบัสข้ามแม่น้ำโขงบนสะพานท่าเดื่อ จากแขวงไชยบุรีสู่แขวงหลวงพระบาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จัมโบ้วิ่งมาได้ไม่เท่าไหร่ ฝ่ายโชเฟอร์บอกว่าถึงแล้ว ผมลงไปอย่างงงๆ เพราะรู้สึกว่าระยะทางยังไม่ถึงครึ่งของ 2.5 กิโลเมตรด้วยซ้ำ พอถามคนแถวนั้นก็พบว่ามีเกสต์เฮาส์อยู่ใกล้ๆ ชื่อสีสมบัด ไม่รู้คนขับมักง่ายหรือจำคลาดเคลื่อนจากสีสมพอนเป็นสีสมบัดกันแน่ ผมต้องโบกจัมโบ้คันใหม่ คราวนี้ก็ยังเรียกซาวพันราคามาตรฐาน ผมต่อเหลือ 40 บาท เขาก็บอกว่าขึ้นโลด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช็กอินที่สีสมบัดเกสต์เฮาส์ ลักษณะเป็นบ้านไม้ทรงโบราณ แต่ไม้ดูใหม่ ตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำคาน ห่างจากจุดที่บรรจบกับแม่น้ำโขงราว 2 กิโลเมตร จากนั้นเดินกลับออกไปยังถนนเจ้าชมพูเพื่อจะตามขบวนชาวหลวงพระบางไปยังริมโขง ส่วนมากมีกระทงในมือ ที่ยังไม่มีก็หาซื้อริมบาทวิถี พ่อค้าแม่ค้าวางขายกันเกลื่อนไม่กี่สิบเมตรต่อ 1 เจ้า ส่วนบนถนนต้องหลีกทางให้กับขบวนมอเตอร์ไซค์ที่มุ่งหน้าริมโขงเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;คนไทยหรือเปล่า&amp;rdquo; มีเสียงทักออกมาจากร้านอาหารขณะผมกำลังเดินปนไปกับชาวหลวงพระบาง คงดูออกเพราะในมือผมไม่มีกระทงหรือว่าใบหน้าบ่งบอกว่าเป็นไทยแท้แต่โบราณ หันไปทางต้นเสียง ชายคนหนึ่งอายุราวๆ 50 ปี นั่งอยู่ในร้านอาหารบนโต๊ะติดบาทวิถี ดื่มเบียร์ลาวอยู่คนเดียว แต่กับแกล้มหลายอย่าง เป็นไปได้ว่ามีสมาชิกไปเข้าห้องน้ำ ผมไม่ได้สังเกตว่ามีแก้ววางอยู่กี่แก้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พี่คนนี้บอกข่าววงคาราบาวจะเล่นคอนเสิร์ตคืนนี้ที่ร้านวัยหวาน หรือบางคนรู้จักในชื่อฮาร์ทบีท แกเป็นคนติดต่อคาราบาวมาด้วยตัวเอง &amp;ldquo;ร้านนี้ถามใครก็รู้จัก น้องไปดูเขาลอยกระทงก่อนแล้วค่อยตามไปนะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมขอบคุณแล้วไหว้ลา นึกในใจว่าของเขาแรงจริงๆ แค่คิดถึงอยู่ไม่กี่ชั่วโมงก่อนก็มาอยู่เมืองเดียวกันเสียแล้ว แต่ก็รู้สึกว่าถ้าได้ดูคาราบาวยามอยู่ต่างบ้านต่างเมืองคงเข้าทีไปอีกแบบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
ขบวนโคมไฟบนถนนศรีสว่างวงศ์ เมืองหลวงพระบาง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อเดินเข้าถนนกิ่งกิสราช ผ่านภูเขาเล็กๆ ชื่อพูสี เลี้ยวขวาไปได้ไม่ไกลนักผมก็เลิกตามขบวน ตัดเข้าซอยที่เชื่อมกับถนนศรีสว่างวงศ์ พอถึงถนนศรีสว่างวงศ์ก็พบกับกลุ่มคนแน่นบาทวิถีทั้ง 2 ฝั่ง บนถนนเว้นไว้ให้กับขบวนแห่เรือไฟรูปพญานาคขนาดใหญ่ แต่ดูแล้วมีน้ำหนักเบา แต่งลวดลายแสงสีให้สว่างไสว กลุ่มนำถือพานดอกไม้ หรือฟ้อนรำตามเสียงดนตรี บางขบวนเล่นดนตรีสด เดินเล่นแบบวงดุริยางค์ บางขบวนเปิดเครื่องเสียง มีคนเข็นลำโพง คนในขบวนที่ตามเรือไฟล้วนถือกระทงใบตองปักธูปเทียนหรือไม่ก็ประทีบโคมไฟ แต่ละขบวนคงจะเป็นตัวแทนหมู่บ้านและโรงเรียน มีจำนวนหลายสิบขบวนหรืออาจจะเกือบร้อย เข้าใจว่ามีการประกวดแข่งขันด้วย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; งานบุญไต้โคมไฟและไหลเรือไฟของหลวงพระบางนี้เป็นภาพที่ทำให้ผมนึกถึงประเพณีลากเรือพระ หรือชักพระทางภาคใต้ของไทยที่จัดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน ล้วนเป็นสัญลักษณ์รำลึกการรับเสด็จและแห่แหนพระพุทธองค์หลังเสด็จกลับลงมาจากการโปรดพุทธมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ในวันออกพรรษาปีหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
หนึ่งในเรือไฟงานลอยกระทงหลวงพระบาง เมื่อคืนแรม 1 ค่ำเดือน 11 ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมรู้สึกหิวมาได้สักพักแล้ว เจอซุ้มแลกเงินก็เข้าไปดูอัตราแลกเปลี่ยน เห็นว่ารับได้ก็ใช้ดอลลาร์สหรัฐแลกเป็นเงินกีบ แล้วเดินเข้าร้านอาหารทันที ระหว่างรอเสิร์ฟก็ดูขบวนแห่เรือไฟไปเพลินๆ พร้อมเบียร์ลาวที่ราคาในเมนูขึ้นไปอยู่ที่ 18,000 กีบ แต่ยังถูกกว่าบ้านเราหลายช่วงตัว ถามบริกรหนุ่มว่าร้านวัยหวานอยู่ทิศทางใด เพราะหาในแผนที่กูเกิลไม่เจอ เขาอธิบายว่าต้องนั่งจัมโบ้ออกไปนอกเมือง เลยตัดสินใจง่ายขึ้นว่าขอกลับไปชมคาราบาวที่เมืองไทยจะดีกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กินมื้อค่ำเสร็จผมเดินเข้าซอยลัดไปออกถนนแคมโขงที่อยู่ขนานกับถนนศรีสว่างวงศ์&amp;nbsp; เห็นกระทงกำลังลอยในแม่น้ำบูชารอยพระพุทธบาทใต้บาดาล บรรดาเรือไฟที่อยู่ในขบวนแห่เมื่อสักครู่ก็เป็นเรือลอยน้ำได้จริง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้ลำโขงสว่างไสวงดงาม แข่งกับแสงจันทร์แจ่มจ้าที่เพิ่งเต็มดวงเมื่อคืนวาน.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48905</URL_LINK>
                <HASHTAG>ททท., ลอยกระทง, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, สปป.ลาว, หลวงพระบาง, เบื้องหน้าที่ปรากฎ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48414</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2019 19:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2019 19:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรื่องเล่ารายทาง กทม.-หลวงพระบาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รถไฟขบวน 107 จากหัวลำโพงเข้าเทียบชานชาลาที่ 1 สถานีเด่นชัย จังหวัดแพร่ เวลา 05.35 น. ช้ากว่ากำหนด 20 นาที แต่นั่นก็เพราะเจ้าม้าเหล็กออกจากต้นทางช้าไปในเวลาเท่าๆ กัน จึงถือว่ามันยังรักษาเวลาในการวิ่งได้ดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเดินทางรอบนี้มีเมืองเป้าหมายตามแผนการคร่าวๆ คือ กทม. - น่าน - หลวงพระบาง - หนองเขียว - เดียนเบียนฟู - ซาปา - คุนหมิง - ฉ่งชิ่ง - กุ้ยหยาง - กุ้ยหลิน - หนานหนิง - ไฮฟอง - ฮานอย - นิญบิ่ญ - วิญ - ฮาติ่ญ - ด่งฮา - สะหวันนะเขต - ปากเซ - อุบลราชธานี - กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;
รถสองแถวสายน่าน-ปัว แม้ใครไม่สโลว์ไลฟ์ก็ต้องทำใจให้ไม่รีบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าไม่นับไทยดูไปก็คล้ายกับว่าตั้งใจจะมาทัวร์ประเทศคอมมิวนิสต์ ทั้งหมดจะเดินทางโดยยานพาหนะล้อเหล็ก ล้อยาง และอาจจะมีทางน้ำผสมบ้าง ที่เลี่ยงทางอากาศก็เพื่อแก้ตัวจากทริปก่อนหน้านี้ ซึ่งผมตั้งใจจะออกจากเวียดนามกลางที่เมืองด่งฮาโดยรถบัสเพื่อเข้าสู่ลาวแล้วกลับเมืองไทยตามเส้นทางตอนท้ายๆ ที่จะเหมือนกับการเดินทางเที่ยวนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมได้โทรศัพท์ไปยังกรมอาเซียนเพื่อสอบถามข้อมูลกรณีเจ้าหน้าที่ (คนไทย) ประจำเคาน์เตอร์เช็กอินสายการบินต้นทุนต่ำของเวียดนามเจ้าหนึ่งอ้างว่า ไม่สามารถออกบอร์ดิงพาสให้กับผู้โดยสารสายการบินต้นทุนต่ำได้ หากไม่มีตั๋วหรือเอกสารยืนยันที่จะออกจากเวียดนามตามกำหนดฟรีวีซ่า ซึ่งเป็นข้อตกลงในกลุ่มชาติอาเซียน โดยคนไทยสามารถท่องเที่ยวในเวียดนามได้เป็นเวลา 30 วัน (หรือไม่ก็ต้องขอวีซ่าจากสถานทูตเวียดนามเสียก่อน) ทำให้ผมต้องซื้อตั๋วเครื่องบินกลับก่อนเช็กอิน (บินไปดานัง)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่ประจำเคาน์เตอร์เช็กอินคนเดิมระบุว่า เป็นข้อกำหนดที่ใช้กับทุกประเทศในกลุ่มชาติอาเซียน หากบินเข้าประเทศใดต้องมีตั๋วออกจากประเทศนั้นไปแสดงตอนเช็กอินเสมอ ทว่าเจ้าหน้าที่กรมอาเซียนที่รับสายปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง แล้วแนะนำให้ผมโทร.ไปตรวจสอบกับสถานทูตเวียดนามประจำประเทศไทยโดยตรง แต่เมื่อได้ทราบความจริงว่าไม่ได้เป็นกฎร่วมของกลุ่มประเทศอาเซียน ผมก็พอแค่นั้น ยังคงเป็นไปได้ที่เวียดนามมีระเบียบนี้อยู่จริง ปริศนายังคงอยู่ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;
อีกหนึ่งตัวเลือกในการเดินทางจากน่านสู่ปัว แต่เมล์ส้มไปถึงตำบลปอน อำเภอทุ่งช้างเลยทีเดียว เกือบๆ ชายแดนไทย-ลาว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากสถานีเด่นชัยมีรถสองแถวให้บริการเข้าไปยังตัวเมืองแพร่ ผมอาศัยปลั๊กและไฟฟ้าของสถานีรถไฟเด่นชัยชาร์จแบตโทรศัพท์อยู่จนฟ้าสว่าง ทำให้รถสองแถวคันที่ผมนั่งไปมีผู้โดยสารร่วมทางไปด้วยอีกแค่ 1 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หญิงสาวคนนี้มาจากกรุงเทพฯ โดยสารรถไฟเที่ยวเดียวกับผม มีเพียงกระเป๋าคล้ายย่ามสำหรับใส่เสื้อผ้า และอีกใบใส่ขาตั้งกล้องและอุปกรณ์บางอย่าง ออกไปทางอินดี้ มีบุคลิกคล้ายๆ เด็กทำค่ายอาสาฯ เข้าใจว่าเธอรอให้ฟ้าสว่างเพื่อที่จะถ่ายรูปด้านหน้าของสถานีรถไฟ ผมเห็นเธอใช้ขาตั้งกล้องอย่างจริงจังกับรูปนี้ เมื่อทราบว่าเธอกำลังจะเดินทางไปดอยเสมอดาว จังหวัดน่าน ก็เลยยิงคำถามว่า &amp;ldquo;เป็นนักเขียนใช่หรือไม่?&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมสันนิษฐานไม่ผิด แต่ไม่คิดว่าเธอจะเป็นนักเขียนระดับออกหนังสือมาแล้วสาม-สี่เล่ม จำพวกเดินทางท่องเที่ยวและข้อคิดในการใช้ชีวิตของสาววัยที่เพิ่งจบมหาลัยไม่นาน ผมขอโทษที่ไม่รู้จักเมื่อเธอบอกนามปากกา แก้ต่างให้กับความไม่รู้ไปเสียว่า &amp;ldquo;ช่วงหลังไม่ค่อยได้เข้าร้านหนังสือ&amp;rdquo; อย่างไรก็ตาม อีกสันนิษฐานหนึ่งของผมก็ยังไม่ผิด เธอมีงานประจำทำอยู่ด้วย แน่นอนว่าข้อนี้ทายง่ายกว่าข้อแรก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีผู้โดยสารขึ้นมาอีก 4 คนระหว่างทาง ทั้งหมดลงพร้อมกันที่สถานีขนส่งผู้โดยสารเทศบาลเมืองแพร่ จ่ายค่าโดยสาร 50 บาทแล้วเดินไปดูที่ช่องขายตั๋วของวินทัวร์ รถบัสที่จะเดินทางไปยังจังหวัดน่านยังไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำเคาน์เตอร์ ป้ายด้านบนระบุว่า รถเที่ยวแรกออก 11 โมง ตอนนี้ยังไม่ถึง 7 โมงครึ่งด้วยซ้ำ หันไปเห็นเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ขนาดใหญ่โต เจ้าหน้าที่มาทำงานตั้งแต่เช้าให้ข้อมูลว่าเวลานี้ไปน่านด้วยรถตู้สะดวกที่สุด&amp;nbsp; แต่อาจต้องรออีกราวๆ ครึ่งชั่วโมง ผมได้ตั๋วมาในราคา 94 บาท กินมื้อเช้า ใช้บริการห้องน้ำที่สะอาดสะอ้านดีกว่ามาตรฐานของสถานีขนส่งทั่วไป แล้วรถตู้ก็ออกเดินทางก่อนเวลาในตั๋ว 07.50 น. นิดหน่อย เพราะผู้โดยสารเต็มพิกัดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อคืนในรถไฟชั้นสองเตียงบนหลับยากเต็มที เช้านี้ผมจึงไม่ดื่มกาแฟ เพราะตั้งใจจะหลับในรถตู้ แต่แล้วก็มีเด็กชายวัยประมาณ 5 ขวบมานั่งข้างๆ แนะนำตัวอย่างน่ารักน่าเอ็นดูว่า &amp;ldquo;สวัสดีครับ ผมชื่อ...พี่ชื่ออะไรครับ?&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;
นั่งรถสองแถวผ่านใจกลางเมืองน่าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แทนที่จะเรียกลุง เขาเรียกผมว่า &amp;ldquo;พี่&amp;rdquo; แม่ของเด็กน้อยอยู่แถวถัดไปด้านหลัง เธอนั่งติดหน้าต่างทางด้านซ้ายมือ อายุไม่เกิน 20 ปีอย่างแน่นอน คะเนให้ชัดลงไป น่าจะอยู่ในช่วง 17-18 เท่านั้น เด็กคนนี้ช่างน่าให้รางวัล ประเทศชาติของเราในอนาคตจะต้องโชติช่วงชัชวาลยิ่งกว่าค้นพบน้ำมันในอ่าวไทยอย่างแน่นอนหากยังมีเด็กวิสัยทัศน์เยี่ยมเช่นนี้ ว่าแล้วเด็กน้อยบนเบาะกลางก็เอาหัวลงนอนบนขาของผมที่นั่งริมหน้าต่างด้านขวา ขาชี้ไปทางด้านหนุ่มใส่หน้ากากอนามัยริมหน้าต่างทางซ้าย ผมยิ้มยินดีเข้าไปอีกที่เด็กน้อยให้ความไว้ใจนอนหนุนตัก การเดินทางเที่ยวนี้เริ่มต้นได้ดีเหลือเกิน เด็กน้อยจะหลับ ผมก็จะหลับ เป็นภาพฝันอันงดงามในรถตู้แพร่-น่าน เมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังภาพฝันนั้นผ่านไปไม่ถึง 5 วินาที เด็กน้อยขยับตัว พลิกหัวพลิกหาง เอาเท้าชี้ขึ้นไปบนเบาะส่วนที่ควรจะวางศีรษะ สลับกับเขี่ยขาหนุ่มหน้ากากอนามัย ในปากของเด็กน้อยเคี้ยวหมากฝรั่ง เขามักจะคายใส่มือแล้วใช้มืออีกข้างจับเล่นย้ายไปมา เอาเข้าปากใหม่ แล้วเช็ดมือกับกางเกงของผม เบื่อนอนชี้ขาบนเก้าอี้เด็กน้อยก็ลุกไปเกาะเบาะข้างหน้าที่สาวนักเขียนนั่งอยู่ เพลินขึ้นมาก็จับผมเธอเล่น รวมถึงเอื้อมไปแตะบ่าคนทางด้านซ้ายและขวา บางทีก็ลงไปกลิ้งเล่นบริเวณพื้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เด็กชายขยับเคลื่อนไหวไม่หยุดหย่อนตรงพื้นที่หรรษาแคบๆ ของเขา แต่ส่วนมากแล้วก็ข้องแวะอยู่กับตัวผม เขาไม่หยุดนิ่งเกิน 3 วินาที เหมือนว่าเคลื่อนไหวไปแบบธรรมชาติ โดยไม่รู้ตัว บางทีเขาอาจเป็นเด็กสมาธิสั้น แต่จะจริงหรือ ผมไม่มีความรู้พอที่จะอ่านบุคลิกลักษณะของเด็กสมาธิสั้นออก ทว่ามีจุดน่าสังเกตอย่างหนึ่งคือ หลังจากทักทายแนะนำตัวอย่างน่าเอ็นดูแล้วเขาก็ไม่พูดออกมาเลยอีกแม้แต่ประโยคเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมหันไปที่แม่รุ่นเยาว์ของเด็กชาย บอกเธอว่า &amp;ldquo;แลกที่นั่งกันไหม จะได้ดูลูก&amp;rdquo; เธอหันไปมองสามีที่นั่งเบาะหลังสุดเหมือนเชิงถามว่าเอาไงกับข้อเสนอ เบาะหลังสุดนี้นั่งได้ 2 คน ลูกชายอีกคนนอนหลับอยู่กับพ่อ ผมเอี้ยวไปมองฝ่ายพ่อได้ไม่ถนัด เพราะเขานั่งริมหน้าต่างฝั่งขวาเหมือนกันกับผม จึงบอกไม่ได้ว่าเขารุ่นราวคราวใด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;
อาคารไม้สักทองทั้งหลังของธนาคารกสิกรไทย สาขาปัว อีกแลนด์มาร์คใหม่อำเภอปัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่มีเสียงตอบจากคุณพ่อ คุณแม่ก็หันกลับไปมองภาพนอกหน้าต่างตามเดิมของเธอต่อไป ใครจะรู้ว่าบางทีนอกหน้าต่างนั้นอาจปรากฏภาพเธอใช้ชีวิตวัยเยาว์อยู่ในสถานศึกษา หรือกำลังหัวเราะครื้นเครงอยู่กับเพื่อนหนุ่มสาววัยเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;นั่งดีๆ สิลูก&amp;rdquo; คือประโยคที่นานๆ ครั้งจะออกมาจากปากของเธอ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อเด็กชายอีกคนตื่นขึ้นก็เดินมาหาพี่ชาย ทั้งคู่ใส่เสื้อเหมือนกันเป๊ะ แต่คนละขนาด คนน้องไม่พูดออกมาเป็นคำ แต่ร้องโหยหวนเป็นเสียงสูงแสบเสียดแก้วหูตอนที่ไม่พอใจพี่ชาย กลับไปนอนต่อ แล้วออกมาร้องโหยหวนอีกสอง-สามรอบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากสถานีขนส่งแพร่ถึงสถานีขนส่งเวียงสา ระยะทาง 135 กิโลเมตร รถใช้เวลาวิ่งเกือบ 2 ชั่วโมง ผมไม่มีจังหวะแม้แต่จะหลับตา พอครอบครัวนี้ลงจากรถ โชเฟอร์หนุ่มเข้ามาพูดกับผมว่า &amp;ldquo;สุดๆ เลย บ่ได้หลับได้นอนเลยเนาะ&amp;rdquo; แสดงว่าเขามองดูความเป็นไปผ่านกระจกมองหลังอยู่ตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระยะทางที่เหลืออีก 25 กิโลเมตร ผมหลับตลอดทาง และต้องตื่นขึ้นอย่างไม่เต็มใจที่สถานีขนส่งจังหวัดน่าน ลงรถตู้แล้วเดินเข้าไปถามเรื่องรถบัสจากน่านไปหลวงพระบาง ได้รับคำตอบว่ามีวันละเที่ยว (เช่นเดียวกับรถบัส หลวงพระบาง-น่าน) ขึ้นได้ 2 จุดคือที่นี่เวลา 8 โมงตรง และที่สถานีขนส่งอำเภอทุ่งช้างประมาณ 9 โมงนิดๆ ผมตั้งใจจะเดินทางวันมะรืน เจ้าหน้าที่บอกว่าค่อยมาซื้อก็ได้ ไม่จำเป็นต้องซื้อล่วงหน้า รถไม่เต็มแน่นอน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;
ยามเย็นหน้าตลาดสดเทศบาลตำบลปัว แหล่งดินเนอร์ง่ายๆ สบายกระเป๋า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จุดหมายต่อไปของผมในวันนี้คือ อำเภอปัว อยู่ห่างออกไป 60 กิโลเมตร มีรถบัสสีส้มและสองแถวสีฟ้าให้เลือกใช้บริการ ผมอยากนั่งรถบัสสีส้ม แต่ดันออกทีหลังรถสองแถวไปตั้งเกือบชั่วโมง ค่าโดยสารสองแถวแค่ 50 บาท ใช้เวลาวิ่งเกือบ 2 ชั่วโมง ก็ถึงตลาดอำเภอปัว มีธนาคารกสิกรไทยสาขาปัว อาคารไม้สักทองทั้งหลังของคุณบัณฑูร ล่ำซำ ตั้งโดดเด่นที่สุดในย่านนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้นเดินไปยังคิวรถสองแถวอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ก่อนถึงที่ว่าการอำเภอปัว มีรถสองแถวจอดอยู่สาม-สี่คัน แต่ไม่มีรถที่ขึ้นไปยังอุทยานตามคิว ที่เห็นอยู่ล้วนเป็นรถที่ต้องเหมาทั้งสิ้น คันหนึ่งให้คำตอบว่ารถโดยสารประจำทางอาจจะไม่มีแล้ว ทั้งที่ยังเป็นเวลาเที่ยงวัน ระยะทางขึ้นดอยภูคาแค่ 25 กิโลเมตรเท่านั้น ใช้เวลาวิ่งไม่ถึง 1 ชั่วโมง ผมเชื่อว่าในช่วงหยุดยาวต่อเนื่องสาม-สี่วันนี้ ทำให้บรรดารถสองแถวหันมารับผู้โดยสารเป็นหมู่คณะหรือแบบเหมาแทนเพื่อความคุ้มค่ากว่าเคย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมโทร.สอบถามกับทางอุทยานว่ามีที่พักว่างหรือไม่ ก็ได้รับคำตอบว่าเต็ม ยกเว้นนำเต็นท์ขึ้นไปกางเอง ผมขอถามเพิ่มว่าบ้านน้ำดั้นที่อยู่ใกล้อุทยานแห่งชาติดอยภูคามีที่พักให้บริการบ้างหรือไม่ ความจริงนี่คือสถานที่ปลายทางแท้จริงของวันนี้ ผมเคยมาออกค่ายอาสาฯ เมื่อเกือบ 20 ปีก่อน ช่วงปลายของการเรียนมหาวิทยาลัย จากนั้นก็เคยมาเยี่ยมหมู่บ้านแห่งนี้ก่อนจะเริ่มทำงาน เจ้าหน้าที่ปลายสายตอบว่าในหมู่บ้านไม่มีที่พัก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนแรกผมตั้งใจว่าจะพักที่อุทยานแล้วค่อยไปเดินเล่นที่หมู่บ้าน เผื่อฟลุกว่าจะมีใครจำได้ หากไม่มีใครจำได้ เย็นๆ ก็เดินกลับอุทยาน เมื่อไม่มีที่พักก็เลยไม่จำเป็นต้องถามราคารถเหมา หากขึ้นไปแล้วรถต้องคอยให้เรารีบกลับก็จะรู้สึกกดดัน จึงต้องขอกลับมาใหม่รอบหน้า โดยยังไม่รู้ว่าอีกเมื่อไหร่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;
มินิบัสเส้นทางน่าน-หลวงพระบาง ระยะทาง 373 กิโลเมตร ใช้เวลาวิ่งประมาณ 10 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมกินมื้อเที่ยงแล้วหาที่พักในตัวอำเภอ ฝนตกลงมาพอดีจึงหลับได้ยาวหลายชั่วโมง ตื่นมาก็ออกไปหามื้อค่ำหน้าตลาดสดเทศบาลตำบล เมื่อเกือบ 20 ปีก่อนเคยมีสวนอาหาร หรือเรียกง่ายๆ ว่าร้านเหล้าอยู่ 1 ร้าน แต่ปีนี้ไม่เห็นมีเลยสักร้าน ตัดสินใจกลับที่พักแล้วนอนหลับลงได้อย่างไม่ยากเย็นนัก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตื่นเช้าวันต่อมาก็รีบอาบน้ำ เช็กเอาต์ คืนกุญแจเดินไปยังจุดขึ้นรถเมล์ไปอำเภอทุ่งช้าง ผมโทร.หาเจ้าหน้าที่ประจำฝ่ายเดินรถน่าน-หลวงพระบางตั้งแต่เมื่อวาน เพื่อจะขอให้จอดรับที่อำเภอปัว ได้ความว่าไม่สามารถจอดรับผู้โดยสารระหว่างทาง เพราะมีระเบียบห้าม อีกทั้งต้องใช้พาสปอร์ตในการซื้อตั๋วและกรอกข้อมูล ลุงมอเตอร์ไซค์รับจ้างบอกว่ารถตู้ที่ไปทุ่งช้างเพิ่งจะผ่านไป รถบัสสีส้มจะมาประมาณ 10 โมง (น่าจะเป็นคันที่มาจากสถานีขนส่งน่าน) โอกาสเดียวคือรอรถตู้คันถัดไป คาดว่าจะมาตอน 8 โมงนิดๆ ลุงให้ข้อมูลผมแล้วก็มีผู้โดยสารมาเรียกใช้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใกล้ๆ กัน ป้าคนหนึ่งในชุดวินมอเตอร์ไซค์กวาดขยะอยู่หน้าบ้านบอกว่าใจเย็นๆ นั่งรอก่อน แกถามไถ่ถึงจุดหมายปลายทาง สุดท้ายแกเสนอว่าจะเหมาให้ไปส่งที่สถานีขนส่งทุ่งช้างก็ได้ ผมถามราคา แกตอบ 200 บาท ผมบอกว่าจะขอรอรถตู้จนถึง 8 โมงครึ่ง หากรถตู้ยังไม่มาก็จะไปกับป้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนที่ลุงกลับมาจากส่งผู้โดยสาร ป้าก็ยังไม่มีใครเรียกไปไหน เวลา 08.20 น. ผมตัดสินใจถือกระเป๋าไปหาป้า แกเอาใบเล็กยัดไว้ตรงคอมอเตอร์ไซค์ ผมสะพายใบใหญ่ขึ้นหลัง สองล้อเคลื่อนหน้าออกไปอย่างช้าๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทิวทัศน์ข้างทางเป็นทุ่งนาและมีภูเขาเป็นฉากหลังทั้งสองฝั่ง หมอกยังลอยอ้อยอิ่งอยู่ด้านบน ลมเช้าเย็นสบาย แดดก็ยังไม่มี แม้ป้าจะขับค่อนข้างช้า แต่ก็หาใครแซงแกได้ยากเต็มที คงเพราะว่ายังไม่มีใครมุ่งหน้าไปยังทิศทางอำเภอเฉลิมพระเกียรติหรือด่านชายแดนห้วยโก๋นในเวลานี้ เมื่อไม่มีรถแซงก็แปลว่ารถบัสน่าน-หลวงพระบางยังมาไม่ถึง ความหวังยังเต็มเปี่ยม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผ่านอำเภอช้างกลาง เข้าสู่อำเภอทุ่งช้าง ป้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่า บขส.ทุ่งช้างอยู่ตรงไหน ผมบอกว่าไปถึงปั๊มน้ำมันบางจากแล้วน่าจะเห็น และในที่สุดเราก็มาถึง และถึงก่อนรถบัส ป้าขอขึ้นค่ารถเป็น 250 บาท เพราะระยะทางไกลกว่าที่คิดไว้ (ประมาณ 25 กิโลเมตร) ผมก็ยินดี อย่างน้อยป้าพามาทันเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จุดจอดรถโดยสารอยู่ด้านในของปั๊มน้ำมัน ส่วนสำนักงานขนส่งอยู่ริมถนนเลยไปประมาณ 30 เมตร ผมได้ตั๋วมาแล้ว น่าน-หลวงพระบาง ราคา 660 บาท เข้าร้านกาแฟติดกับปั๊มแล้วถามหาอาหารเช้า พี่สาวเจ้าของร้านบอกว่าไม่ได้ขาย ยืมมอเตอร์ไซค์แกไปซื้อที่เซเว่นก็ได้ พอดีผมเห็นขนมบิสกิตสอดไส้และนมในตู้แช่ของร้านก็เลยบอกว่าเจออาหารเช้าแล้ว สั่งอเมริกาโน่ร้อนมาไม่ทันจะได้ดื่มรถบัสก็วิ่งเข้ามา พี่สาวเจ้าของร้านรีบเทกาแฟใส่แก้วกระดาษ แถมบิสกิตให้ 4 ชิ้น บรรจุในถุงหูหิ้วเสร็จสรรพ เพราะเธอเห็นว่าผมมีกระเป๋าสะพายถึง 2 ใบคงถือยาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขึ้นรถแล้วย้อนกลับมาคิดดู หากผมไม่เลือกใช้บริการป้าวินในเวลาขณะนั้น ก็จะไม่ทันขึ้นรถบัสเที่ยวนี้อย่างแน่นอน.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48414</URL_LINK>
                <HASHTAG>น่าน, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, หลวงพระบาง, เบื้องหน้าที่ปรากฎ, เรื่องเล่ารายทาง กทม.-หลวงพระบาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38945</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2019 16:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2019 16:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยศึกษา &quot;หลวงพระบาง &quot; บทเรียนจัดการ&quot;เมืองมรดกโลก&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; 
พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเมืองหลวงพระบางและหอพระแก้ว&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองหลวงพระบาง &amp;nbsp;สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว ) หนึ่งในเมืองได้รับการยกย่องเป็นเมืองมรดกโลก จากยูเนสโก &amp;nbsp; ตั้งอยู่ใจกลางพื้นที่ภูเขา ส่วนตัวเมืองสร้างอยู่บนพื้นที่ระหว่างแม่น้ำโขงและแม่น้ำคาน ในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงของลาว &amp;nbsp;มีตำนานการก่อตั้งเมือง &amp;nbsp;ในสมัยยุคอยู่ภายใต้อาณานิคมของฝรั่งเศส &amp;nbsp;รูปแบบเมือง สถาปัตยกรรม กลิ่นอายฝรั่งเศสจึงซ้อนทับอยู่อย่างกลมกลืนกับรูปแบบล้านช้างดั้งเดิม &amp;nbsp;ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งพุทธสถานที่ประณีตที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีการตกแต่งอย่างอลังการ &amp;nbsp;ทั้งประติมากรรม ภาพสลักจิตรกรรม ปิดทอง และงานเครื่องเรือนต่างๆ รวมถึงประชาชนที่ยังคงยึดการปฏิบัติขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิมในชีวิตประจำวันเป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอย่างจำเพาะเจาะจงในโบราณสถาน ธรรมชาติ เมื่อปี2538 &amp;nbsp;และยังได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองที่ได้รับการปกปักรักษาที่ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบัน หลวงพระบาง ยังไม่มีร้านเซเว่น อีเลฟเว่น หรือตึกสูงเกิดขึ้น &amp;nbsp; แม้จะมีนักลงทุนจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาตั้งหลักปักฐานทำธุรกิจในหลวงพระบาง และพยายามยื่นข้อเสนอกับทางการลาว ให้มีการลงทุนพัฒนาเมืองในด้านต่างๆมากมาย &amp;nbsp;แต่ข้อเสนอเหล่านั้นกลับได้รับการปฎิเสธ &amp;nbsp; อีกทั้งนักธุรกิจที่เข้ามาลงทุน ยังต้องปฎิบัติตามกฎหมาย ที่ตราขึ้นเพื่อคุ้มครองเมืองมรดกโลกอย่างเคร่งครัดอีกด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลวงพระบาง จึงเป็นต้นแบบของเมืองมรดกโลก ที่สามารถรักษาลักษณะดั้งเดิมของเมืองไว้ได้อย่างดี ทั้งในแง่ของวัตถุ สถานที่ &amp;nbsp;โบราณสถาน &amp;nbsp;สภาพโดยรวมของเมือง และที่จับต้องไม่ได้คือวัฒนธรรมประเพณี &amp;nbsp; ที่ยังสามารถรักษาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น การมาเยือนหลวงพระบางเมื่อ 30ปีที่แล้ว กับเวลานี้ จึงแทบไม่พบความแตกต่างที่ผิดหู ผิดตาไปจากเดิม แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในฐานะที่ประเทศไทย มีเมืองมรดกโลก 3แห่ง &amp;nbsp;ได้แก่ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัย และแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง &amp;nbsp;ทางกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.)นำโดย นายวีระ &amp;nbsp;โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(รมว.) จึงได้เดินทางไปเยือนสปป.ลาว เพื่อศึกษาดูงานการรักษาเมืองมรดกโลก ของหลวงพระบาง &amp;nbsp;โดยกรมมรดกโลก ประจำแขวงหลวงพระบาง และนายสุลิทิบ หน่อคุนผน หัวหน้าแผนกวัฒนธรรมและท่องเที่ยว แขวงหลวงพระบาง &amp;nbsp;ให้การต้อนรับ &amp;nbsp;นอกจากนี้คณะฝ่ายไทยยังมีนายเกียรติคุณ ชาติประเสริฐ เอกอัครราชทูตไทย &amp;nbsp;ณ นครหลวงเวียงจันทน์ นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ร่วมในคณะการเยี่ยมชมเมืองมรดกโลกและศึกษาวิธีการบริหารจัดการเมืองมรดกโลกของลาว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตักบาตรข้าวเหนียวตอนเช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระ &amp;nbsp;โรจน์พจนรัตน์ รมว.วธ &amp;nbsp;กล่าวว่า สปป.ลาว ถือว่าเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่สำคัญ อีกทั้งยังมีรากทางวัฒนธรรมที่ใกล้เคียงกับไทยมากที่สุด อย่าง ภาษา ประวัติศาสตร์ ประเพณีวัฒนธรรม หรือในทางการท่องเที่ยว การค้า การเดินทางไปมาหาสู่กันที่ง่ายและสะดวกที่มีสะพานเชื่อมไทย-ลาว ถึง 4 สะพาน 50 ด่าน รัฐบาลทุกยุคสมัยก็ให้ความสำคัญกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างยิ่ง ซึ่งลาวนับว่าได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกแล้ว 2 แห่ง ได้แก่ &amp;nbsp;ปราสาทหินวัดพู ที่จำปาสัก และหลวงพระบาง นอกจากนี้ ยังมี ทุ่งไหหิน ที่กำลังจะได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกอีกด้วย นับเป็น 3 แห่ง เท่ากับประเทศไทย ทำให้เห็นว่าลาวเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมที่โดดเด่น มีเอกลักษณ์ และดูแลรักษาเป็นอย่างดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วธ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;บทเรียนในการมาเยือนหลวงพระบางในครั้งนี้ก็ทำให้ได้ประโยชน์ในด้านการจัดการบริหาร และการพัฒนาแบบค่อยเป็นค่อยไป และประชาชนมีส่วนร่วม &amp;nbsp; ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าศึกษา &amp;nbsp; นอกจากนี้ไทยเองก็จะมีการเสนอเมืองให้ขึ้นมรดกโลกหลายแห่ง &amp;nbsp;ทั้งเมืองเชียงใหม่, พระบรมธาตุนครศรีธรรมราช, พระธาตุพนม, อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท เป็นเมืองมรดกโลก ซึ่งอยู่ในขั้นการดำเนินการบัญชีเบื้องต้น &amp;nbsp;และที่กำลังจะเสนอคือ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ และอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ที่ต้องทำรายละเอียดเพิ่มเติมให้สมบูรณ์ &amp;nbsp;การศึกษาแนวทางจัดการ เพื่อรักษาเมืองมรดกโลกจึงเป็นเรื่องสำคัญ &amp;nbsp; &amp;quot;รมว.วธ.กล่าวและว่า &amp;nbsp;อีกทั้งในปีหน้าในวาระครบรอบความสัมพันธ์ 70 ปี ไทย-ลาวก็คาดว่าจะมีความร่วมมือ ในเรื่องของการปฏิสังขรณ์วัดป่ารวก ที่สร้างโดยรัชกาล 5 เพราะถือเป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมผสมผสานแบบไทยและล้านช้าง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุลิทิบ หน่อคุนผน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุลิทิบ หน่อคุนผน หัวหน้าแผนกแถลงข่าว วัฒนธรรมและท่องเที่ยว แขวงหลวงพระบาง กล่าวว่า ในอดีตที่เมืองหลวงพระบางเคยเป็นเมืองหลวงของลาว จึงทำให้ที่นี้มีวัดเก่าแก่ อาคารโบราณที่มีสถาปัตยกรรมระหว่างฝรั่งเศสและล้านช้างผสมผสานอยู่ ซึ่งถือว่าเป็นวัฒนธรรมที่เป็นวัตถุสำคัญ อีกส่วนหนึ่งก็คือวัฒนธรรมที่ไม่ใช่วัตถุ อย่างประเพณีที่คนลาวสืบสานกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน อย่างการตักบาตรข้าวเหนียว การนุ่งซิ่น และด้วยภูมิประเทศที่มีภูเขาโอบล้อม มีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เป็นจุดผ่านระหว่างแม่น้ำโขงและแม่น้ำคาน &amp;nbsp;ทำให้ที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลก แต่ถึงอย่างนั้นการพัฒนาก็จะไม่ให้สิ่งที่มีอยู่สูญหายไป หรือผิดแปลกไปจากที่เป็นอยู่ เพื่อให้คงความดั้งเดิมไว้ให้มากที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุลิทิบ กล่าวเพิ่มว่า ในส่วนไหนที่ไม่ได้รับการพัฒนาก็จะเข้าไปปรับปรุงให้ดีขึ้น นอกจากนี้จะเห็นว่ามีคนต่างถิ่นที่มีทั้งเข้ามาเที่ยว มาลงทุน หรืออยู่อาศัยเยอะขึ้น ดังนั้น สิ่งปลูกสร้างที่ผุดขึ้นก็จะมีการควบคุมดูแลให้กลมกลืนกับพื้นที่ จะสังเกตเห็นได้จากหลังคาบ้านทุกหลังที่เป็นทรงแบบลาวดั้งเดิม &amp;nbsp;หรือตึกอาคารก็จะกำหนดไม่ให้สูงจนเกินไป ในส่วนของการจราจรก็จะมีการอธิบายกฎระเบียบเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ซึ่งถือว่าเป็นโชคดีด้วยที่ประชาชนเข้าใจและสามารถปรับตัว มีส่วนร่วมในการช่วยกันดูแลรักษา อนุรักษ์สิ่งที่มีค่าเหล่านี้เอาไว้ และคาดว่าในอนาคตก็จะมีความร่วมมือกับไทยทางด้านวัฒนธรรมเหมือนที่ผ่านๆ ที่เราได้มีการติดต่อร่วมมือกันอยู่เสมอ การที่ไทยมาเยือนลาวครั้งนี้ก็นับว่าเป็นการย้ำถึงสัมพันธไมตรีอันดีที่มีต่อกันมาอย่างยาวนาน และแน่นเฟ้นมากยิ่งขึ้น&amp;rdquo; หัวหน้าแผนกแถลงข่าว กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแสงทอง ลือยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแสงทอง ลือยาว รองหัวหน้าโครงการมรดกโลก แสดงความเห็นเพิ่มเติมว่า วัดที่มีการประดับประดาโดดเด่นด้วยศิลปะล้านช้าง มีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นทั้งในแบบฝรั่งเศสผสม กับลาวหรือในแบบของไทยผสมผสานกับลาวเป็นสิ่งเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมที่สำคัญ เมื่อได้ขึ้นเป็นเมืองมรดกโลกรัฐบาลได้มีการบริหารจัดการโดยได้แต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะ &amp;nbsp;คณะกรรมการมรดกโลกในระดับชาติ และระดับท้องถิ่น และมีการสร้างกฎหมาย กฎระเบียบที่ได้กำหนดขึ้น ในการเข้ามาดูแลขอบเขตของมรดกโลก ในการดูแลและอนุรักษ์ อาทิ เขตการก่อสร้างที่อยู่อาศัย หรือโครงการต่างๆ เขตป่า เขตวัด ฯลฯ และในส่วนของการเข้ามาทำธุรกิจที่ต้องเป็นไปตามกฎหมายกำหนด และการบูรณปฏิสังขรณ์วัดต่างๆ การคุ้มครองแหล่งน้ำ ในส่วนของคนท้องถิ่นขายบ้าน หรือ ขายบ้านไปเป็นที่เช่า เพื่อคนท้องถิ่นอื่นย้ายเข้ามาก็ต้องให้เขาได้เรียนรู้วัฒนธรรม และทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวเรื่องการห้ามถ่ายรูป หรือการถ่ายรูปในชุดที่สุภาพเหมาะสม &amp;nbsp;นอกจากนี่ยังมีในส่วนที่ต้องทำเพิ่มเติมคือ การเก็บข้อมูล และเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ และการแลกเปลี่ยนทางวิชาการกับประเทศอื่นๆ คาดหวังว่าจะส่งเสริมหลวงพระบางเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวด้านวัฒนธรรมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บรรยากาศในบรรยายความเป็นมาเมืองมรดกโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศึกษาดูแผนผังเมืองหลวงพระบาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โอกาสนี้คณะจากไทย ยังได้เยี่ยมชมเมืองมรดก ที่สำคัญอย่าง พระราชวังหลวงพระบาง ที่ได้บูรณะเป็น พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเมืองหลวงพระบางและหอพระแก้ว เป็นการออกแบบโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศส ทำให้เห็นว่ามีการผสมผสานระหว่างศิลปะฝรั่งเศสและลาว ด้านในประกอบด้วย ห้องฟังธรรม &amp;nbsp;ห้องรับแขกของพระมเหสี &amp;nbsp;ห้องท้องพระโรง ที่ใช้ทำพีธีราชาภิเษก จึงมีเครื่องที่ใช้ประกอบพระราชพิธีจัดแสดงให้เห็น อาทิ พระราชอาสน์ พระมหาพิชัยมงกุฎ ฯลฯ ภายในห้องติดประดับด้วยกระจกโมเสดหลากสี ซึ่งเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนาเตรียมห้องนี้ไว้ทำพิธีราชาภิเษก แต่เกิดการเปลี่ยนแปลงปกครองเสียก่อน ในบริเวณเดียวกันยังเป็น หอพระบาง ภายในหอพระนี้เองเป็นที่ประดิษฐาน พระบาง องค์จริง ซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของที่นี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เยี่ยมชมวังเจ้าเพชรราช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วังเพชรราช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หอพระบาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัดเชียงทอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาที่ วัดเชียงทอง ที่กล่าวได้ว่าสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ในบรรดาวัดวาอารามทั้งหมด ยกให้วัดเชียงทองเป็นวัดที่สำคัญและสวยงามที่สุด ด้วยลักษณะที่โดดเด่นของพระอุโบสถ ภาษาลาวเรียกว่า สิม มีหลังคาพระอุโบสถมีหลังคาแอ่นโค้ง ลาดต่ำลงมาซ้อนกันอยู่สามชั้น ศิลปะชั้นเลิศแห่งหลวงพระบาง ประตูพระอุโบสถแกะสลักสวยงามเช่นเดียวกับหน้าต่างภายในพระอุโบสถมีภาพสวยงามที่ผนัง ส่วนใหญ่เป็นภาพพุทธประวัติเรื่องพระสุธน &amp;ndash; มโนราห์ และเรื่องพระเจ้าสิบชาติมีลักษณะลวดลายปิดทองฉลุบนพื้นรักสีดำ มีพระองค์หลวง วิหารน้อย วิหารพระม่าน พระธาตุศรีสว่างวงศ์ โรงเมี้ยนโกศ หรือโรงเก็บราชรถพระโกศของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา ที่งดงามสมพระเกียรติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;


	
		
			ภายในอุโบสถวัดป่ารวก
		
	


&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดป่ารวก ที่มีความทรุดโทรมไปตามกาลเวลา วัดนี้สร้างโดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เพราะมีรูปทรงลักษณะคล้ายกับโบสถ์ของไทยแต่ก็มีการผสมผสานศิลปะของลาวอยู่ด้วย &amp;nbsp;ใกล้ที่พักเราก็มีโอกาสได้ชมวังเจ้าเพชรราช หรือวังเชียงแก้ว อุปราชองค์สุดท้ายของหลวงพระบาง ที่นี้มีอายุประมาณ 80 ปี วังของพระองค์มีขนาดกลางๆ แต่ถูกจัดเป็นสัดส่วน มี 2 ชั้น ในสไตล์ฝรั่งเศสผสมลาว ได้จัดแสดงห้องต่างๆที่ทรงใช้จริง มุมที่สวยคงเป็นห้องทำงานที่เมื่อเปิดหน้าต่างก็จะเห็นวิวของแม่น้ำโขง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดวิชุนราช หรือวัดพระธาตุหมากโม ที่เรียกอย่างนั้นเพราะมีเจดีย์รูปทรงคล้ายกับดอกบัว หรือบางคนกล่าวว่าคล้ายกับแตงโม แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของอาณาจักรสิงหล เป็นเจดีย์แห่งเดียวในประเทศลาวที่สร้างรูปทรงดังแบบนี้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถนนสีสะหว่างวง ตึกอาคารสไตล์โคโลเนียล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38945</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงวัฒนธรรม, การจัดการเมืองมรดกโลก, นายวีระ โรจน์พจนรัตน์, สปป.ลาว, หลวงพระบาง, เมืองมรดกโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190619/image_big_5d09fc3f40605.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
