<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83176</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/11/2020 15:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/11/2020 15:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ได้ฤกษ์เททองหล่อรูปเหมือนหลวงพ่อคูณองค์ใหญ่ที่สุดในโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ย.63- ที่วัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;ประธานที่ปรึกษาโครงการสร้างรูปเหมือนหลวงพ่อคูณปริสุทโธ(องค์ใหญ่ที่สุดในโลก) เป็นประธานในพิธีเททองหล่อสร้างรูปเหมือนหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ&amp;nbsp;ของแท้ที่วัดบ้านไร่ ขนาดหน้าตัก 19 เมตร ขนาดความสูง 27 เมตร หล่อด้วยเนื้อทองเหลือง ในท่านั่งยองๆถือไม้เคาะหัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีศิลปินปฏิมากรรม-สถาปัตยกรรมขั้นครูออกแบบร่วมจารึกประวัติศาสตร์ในการสร้าง ทั้งนี้พระเทพวิสุทธิเมธีรองเจ้าคณะภาค 11 วัดเทพธิดาราม กรุงเทพฯเป็นประธานฝ่ายสงฆ์และพระภาวนาประชานารถ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด &amp;nbsp;และคณะสงฆ์ จำนวน 199 รูปร่วมในพิธีเททองหล่อด้วย &amp;nbsp;และนายอภัย จันทนจุลกะ อดีตปลักระทรวงมหาดไทย , นายกรกต ธำรงวงศ์สวัสดิ์; รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และนายไพฑูรย์ มหาชื่นใจ นายอำเภอด่านขุนทด พร้อมด้วยญาติโยมศิษยานุศิษย์ พี่น้องประชาชนสวมชุดขาวร่วมงานจำนวนมาก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวัจน์ กล่าวว่า วัดบ้านไร่มีสิ่งปลูกสร้างที่สำคัญมากมาย อาทิ วิหารเทพวิทยาคม พิพิธภัณฑ์หลวงพ่อคูณ อีกทั้งวัตถุมงคลต่างๆมากมาย และหลวงพ่อคูณได้บริจาคสร้างสาธารณกุศลมากมายทั้งโรงเรียน โรงพยาบาลและอื่นๆทั้งในและต่างประเทศเป็นมูลค่ามากกว่า 4 พันล้านบาท และในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเสด็จบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ณ วัดบ้านไร่แห่งนี้ วัดบ้านไร่ได้พัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนาที่น่าสนใจยิ่ง ซึ่งจะสานต่อนโยบายไทยเที่ยวไทยของภาครัฐที่สำคัญทางวัดบ้านไร่ได้จัดสร้างวัตถุมงคลหลวงพ่อคูณรุ่นพิเศษพระผงกายทิพย์(รุ่นรวยทั้งแผ่นดิน)โดยใช้มวลสารเส้นผมและจีวรหลวงพ่อคูณเป็นส่วนประกอบสำคัญเพื่อให้สาธุชนได้บูชา&amp;nbsp;ได้คิดถึงคำสอนของหลวงพ่อคูณที่มีมากมายซึ่งจะขึ้นอยู่กับแรงศรัทธาของลูกศิษย์ที่มีอยู่ทั่วประเทศและแทบจะทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวัจน์ กล่าวต่อว่า สำหรับการจัดสร้างรูปเหมือนของหลวงพ่อคูณในท่านั่งยองๆถือไม้เคาะหัวองค์ใหญ่ที่สุดในโลกนี้ถือเป็นเอกลักษณ์ของหลวงพ่อที่บรรดาลูกศิษย์และสาธุชนจำกันได้ดี ซึ่งจะเป็นอนุสรณ์สถานเพื่อเป็นเกียรติประวัติเชิดชูคุณงามความดีให้กับพระเทพวิทยาคมหรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่เพื่อให้พุทธศาสนิกชนและประชาชนทั่วไปเคารพกราบไหว้สักการะบูชาตราบนานเท่านาน โดยจะใช้งบประมาณในการก่อสร้างประมาณ 300 ล้านบาท ใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างประมาณ 3 ปี .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83176</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ, วัดบ้านไร่, หลวงพ่อคูณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201108/image_big_5fa7a77d7a060.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27976</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2019 13:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2019 13:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนแห่กราบหน้าเตาเผาสรีรสังขาร &#039;หลวงพ่อคูณ&#039; มข.เตรียมสร้างอนุสรณ์ครอบพื้นที่ฌาปนสถาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ม.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ฌาปนสถานชั่วคราว วัดหนองแวงพระอารามหลวง ภายในเกาะกลางน้ำ ด้านหลังพุทธมณฑลอีสาน ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น สถานที่ใช้ในการถวายเพลิงสรีรสังขารพระเทพวิทยาคม หรือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ถึงแม้ว่าพิธีถวายเพลิงนั้นจะแล้วเสร็จไปเมื่อวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา แต่จนถึงขณะนี้ยังคงมีพุทธศาสนิกชน คณะศิษยานุศิษย์ รวมไปถึงผู้ที่ให้การเคารพเลื่อมใสศรัทธาในหลวงพ่อคูณ ที่ต่างเดินทางเข้ามาชมเตาเผาสรีรสังขารอย่างต่อเนื่อง โดยที่เจ้าหน้าที่สารวัตรทหาร และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ยังคงวางกำลังเข้มตามจุดต่างๆโดยรอบฌาปนสถานฯและโดยรอบเตาเผา รวมทั้งการนำแผงเหล็กมากั้นไว้ เพื่อห้ามไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาภายในบริเวณด้านบนโดยเด็ดขาด เนื่องจากเจ้าหน้าที่ยังคงต้องเก็บกวาดพื้นที่และเก็บรายละเอียดต่างๆในภาพรวม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดี มข. กล่าวว่า ขณะนี้การสร้างศาลาครอบเตาเผาสรีรัสงขารนั้นแล้วเสร็จ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มาเก็บกวาดพื้นที่และตรวจสอบความเสียหายจากการเผานกหัสดีลิงค์เทินบุษบกโดยรอบเขาพระสุเมรุ และการเก็บกวาดเถ้านกหัสดีลิงค์ฯ โดยคณะทำงานมีมติร่วมกันในการนำเถ้านกหัสดีลิงคืไปลอยเถ้าที่แม่น้ำโขง จ.หนองคาย อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนี้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้ช่วยกันเก็บเถ้านกฯใส่ผ้าขาวมัดปากถุงเรียบร้อยแล้ว ขณะที่การดำเนินการตามพินัยกรรมของหลวงพ่อคูณที่ระบุเอาไว้ว่าทั้งเถ้าอังคารและเถ้าอัฐิให้ลอยน้ำโขงทั้งหมดโดยห้ามเก็บไว้ทุกชิ้น มข.ก็ได้ดำเนินการแล้วเสร็จตามพินัยกรรมทั้งหมดเช่นกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ยังคงมีสาธุชนจากทั่วทุกสารทิศพากันมาชม และกราบไว้เตาเผาสรีรัสงขารของหลวงพ่อคูณ เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยทุกคนต่างพากันถอดรองเท้าเข้ากราบที่หน้าทางขึ้นฌาปนสถานฯ เพื่อสักการะระลึกถึงหลวงพ่อคูณ แสดงความอาลัย นอกจากนี้บางส่วนยังได้นั่งสมาธิอธิฐานจิตภาวนาส่งหลวงพ่อคูณสู่นิพพานบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ อย่างไรก็ตามตลอดทั้งวันของวันนี้ เจ้าหน้าที่จะทำการเก็บเต็นท์ทั้งหมดที่นำมาตั้งรองรับสาธุชนที่หลั่งไหลมาร่วมงานพิธีดังกล่าวในช่วงที่ผ่านมา โดยภายหลังจากการเก็บกวาดพื้นที่เสร็จทั้งหมด ก็จะเริ่มเข้าสู่การสร้างอนุสรณ์สถานครอบพื้นที่ฌาปนสถานฯ ตามที่ มข.ได้กำหนดแผนการดำเนินการเอาไว้ ทั้งนี้ในวันที่ 5 ก.พ. จะมีการเปิดเผยรายละเอียดลำดับขั้นตอนของการดำเนินงานในภาพรวมของงานพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่และครูใหญ่หลวงพ่อคูณ ให้กับประชาชนได้รับทราบอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27976</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดขอนแก่น, ณาปนสถานชั่วคราว, นกหัสดีลิงค์เทินบุษบก, วัดหนองแวงพระอารามหลวง, สรีรสังขารครูใหญ่หลวงพ่อคูณ, หลวงพ่อคูณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190131/image_big_5c528e525f71d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27861</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2019 11:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2019 11:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าคุณธงชัยนำพยาน15คนเก็บเถ้าอัฐิ&#039;หลวงพ่อคูณ&#039; มวลกระดูกสมบูรณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ม.ค. 62 - &amp;nbsp;ที่ฌาปนสถานชั่วคราววัดหนองแวงพระอารามหลวง ภายในเกาะกลางน้ำ ด้านหลังพุทธมณฑลอีสาน ริมถนนเลี่ยงเมืองสายขอนแก่น-กาฬสินธุ์ ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น &amp;nbsp;ซึ่งมหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข. ร่วมกับวัดหนองแวงพระอารามหลวง ใช้เป็นสถานที่ถวายเพลิงพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ &amp;nbsp;ปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา &amp;nbsp;เมื่อเวลา 06.30 น. พระพรหมมังคลาจารย์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 8 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวรวิหาร &amp;nbsp;พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น , รศ.นพ. ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มข.,นางคำมั่น วงศ์กาญจนรัตน์ น้องสาวของหลวงพ่อคูณ &amp;nbsp;พร้อมพยานรวม 15 คน ร่วมประกอบพิธีเก็บเถ้าอังคารและเถ้าอัฐิของหลวงพ่อคูณ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเริ่มจากการร่วมกันประกอบพิธีทางศาสนา การตัดเหล็กเพื่อเปิดเตาเผาหลวงพ่อคูณ ก่อนที่คณะทำงานจะทำการเก็บเถ้าอัฐิหลวงพ่อคูณ บรรจุหีบสแตนเลส ตามลำดับขั้นตอน จากนั้นประกอบพิธีประพรมน้ำอบและโปรยดอกไม้ ก่อนที่ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกทั้ง 4 ทำการล็อคกุญแจอย่างแน่นหนา จำนวน 4 ด้าน โดยผู้ที่ล็อกและถือกุญแจสำคัญดังกล่าวนี้นั้น ประกอบด้วย นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าฯขอนแก่น, รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มข. ,นายฉัตรชัย อุ่นเจริญ นายอำเภอเมืองขอนแก่น และนายไพฑูรย์ มหาชื่นใจ นายอำเภอด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ซึ่งเมื่อทำการล็อกกุญแจเสร็จก็ได้ทำการพันหีบบรรจุอัฐิหลวงพ่อคูณด้วยจีวรพระสงฆ์ จากนั้นคณะได้วางดอกไม้ที่หน้าโลงก่อนจะทำพิธีตามประเพณี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.นพ.ชาญชัย กล่าวว่า คณะทำงานไม่นำกระดูกมาเรียงเหมือนคนทั่วไป &amp;nbsp;ซึ่งเมื่อขั้นตอนต่างๆ แล้วเสร็จ ได้นำหีบสแตนเลสที่บรรจุเถ้าอัฐิของหลวงพ่อคูณขึ้นรถ เพื่อเคลื่อนขบวนเดินทางออกจากฌาปนสถานฯ ไปยังหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง หรือ นรข. ที่ &amp;nbsp;จ.หนองคาย ทันที ด้วยขบวนรถ 50 คัน ขณะที่เตาเผาสรีรสังขารหลวงพ่อคูณนั้น คณะทำงานได้ทำการเชื่อมเหล็กปิดตายเตาเผาหลวงพ่อคูณอย่างมิดชิดแน่นหนา เพื่อไม่ให้ใครสามารถเปิดได้อีก &amp;nbsp;และในช่วงบ่ายของวันนี้จะมีการทำศาลามาคลอบเตาเผาเอาไว้ &amp;nbsp;ก่อนจะมีการสร้างอนุสรณ์สถานครอบทับพื้นที่ฌาปนสถานฯทั้งหมดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การเก็บเถ้าอังคารและเถ้าอัฐิหลวงพ่อคูณภายหลังจากการประกอบพิธีถวายเพลิงเสร็จสิ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา วันนี้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมทั้งพยานในการเก็บอัฐิทั้ง 15 คน ได้ร่วมกันประกอบพิธีสงฆ์ โดยมีเจ้าคุณธงชัย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และมีคุณยายคำมั่น น้องสาวของหลวงพ่อคูณอยู่ร่วมในการเก็บเถ้าอังคาร และเถ้าอัฐิตลอดเวลา ทั้งนี้มวลกระดูกของหลวงพ่อมีลักษณะสีขาว เป็นรูปร่างครบถ้วนสมบูรณ์ ส่วนศีรษะ ส่วนสะโพก ส่วนแขน และขา ครบถ้วนสมบูรณ์ เนื่องจากเผาด้วยไม้จิกที่เป็นไม้มงคล และเป็นไม้ร้อนทำให้การเผาไหม้มีไฟที่รุนแรง กระดูกจึงยังคงรูปร่างครบถ้วนสมบูรณ์&amp;quot; รศ.นพ.ชาญชัย ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกำหนดการต่อจากคือการประกอบพิธีถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ ที่ จ.หนองคาย ในขณะที่เมื่อขบวนเถ้าอัฐิ เดินทางไปถึงก็จะเข้าสู่ขั้นตอนของการลอยอังคารลงสู่แม่น้ำโขงที่บริเวณพระธาตุกลางน้ำ ที่วัดหล้าหนอง &amp;nbsp;จ.หนองคาย และเมื่อเสร็จพิธีดังกล่าว คณะก็จะเดินทางกลับมาที่ จ.ขอนแก่นทันที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27861</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, ลอยอังคารแม่น้ำโขง, หลวงพ่อคูณ, เก็บเถ้าอัฐิ, เจ้าคุณธงชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190130/image_big_5c512825717c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27844</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2019 10:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2019 10:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัศจรรย์ควันเตาเผา&#039;หลวงพ่อคูณ&#039;หมุนวนเป็นเกลียวก่อนพุ่งขึ้นฟ้า! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ม.ค. 62 - เมื่อเวลา 01.00 น. ที่ฌาปนสถานชั่วคราว วัดหนองแวงพระอารามหลวง ภายในเกาะกลางน้ำ ด้านหลังพุทธมณฑลอีสาน ริมถนน เลี่ยงเมือง สายขอนแก่น-กาฬสินธุ์ ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น &amp;nbsp;ซึ่งเป็นสถานที่ประกอบพิธีถวายเพลิงครูใหญ่พระเทพวิทยาคมหรือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา โดยได้มีการดำเนินการมาตั้งแต่เวลา 22.15 น. ของคืนวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา ด้วยการเผานกหัสดีลิงค์เทินบุษบกเพื่อส่งดวงวิญญาณหลวงพ่อคูณขึ้นสู่สรวงสวรรค์ &amp;nbsp;โดยเปลวเพลิงได้เผาไหม้กระทั่งทุกสิ่งทุกอย่างจนหมดสิ้น เหลือเพียงเตาเผาสรีรสังขารหลวงพ่อคูณที่ยังคงลุกไหม้อยู่ ท่ามกลางสาธุชนที่เลื่อมใสศรัทธาในหลวงพ่อคูณที่ยังคงปักหลักชมการเผาไหม้พร้อมกันพนมมือไหว้ บางคนก็มีการสวดมนต์ อธิษฐานขอพรให้หลวงพ่อคูณไปสู่สรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะที่ผู้สื่อข่าวถ่ายภาพเตาเผาของหลวงพ่อคูณอยู่นั้น ได้สังเกตเห็นควันที่อยู่หน้าเตาเผาหลวงพ่อคูณหมุนวนอยู่หน้าเตา ก่อนจะหมุนวนเป็นเกลียวพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าและเลือนหายไป สร้างความฮือฮาให้กับผู้สื่อข่าว และสาธุชนที่ปักหลักดูการเผาสรีรสังขารหลวงพ่อคูณอย่างมาก ซึ่งเมื่อทุกคนเห็นสิ่งอัศจรรย์ดังกล่าวเกิดขึ้นก็ต่างพากันพนมมือไหว้พร้อมกับกล่าวคำว่า สาธุ และมีหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายภาพเอาไว้ บางคนถ่ายไม่ทันก็อุทานขึ้นมาว่า อย่างน้อยก็เห็นกับตาถึงจะหยิบโทรศัพท์มาถ่ายไม่ทัน ทั้งนี้ส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นดวงวิญญาณของหลวงพ่อคูณที่มาบอกสาธุชนว่ากำลังขึ้นสู่สรวงสวรรค์แล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27844</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, ฌาปนสถานชั่วคราว, วัดหนองแวง, สาธุชน, หลวงพ่อคูณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190130/image_big_5c5113e2b7f5e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27801</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2019 20:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2019 20:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ&#039; ปราชญ์แห่งที่ราบสูง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในสมัยที่พระเทพวิทยาคม (หลวงพอคูณ ปริสุทฺโธ) พระเกจิอาจารยผู้เป็นที่เคารพศรัทธาของคนทั้งประเทศเปนเจาอาวาสวัดบานไร ทําใหเปนที่รูจักของคนทั่วไปเพราะทานเปนพระที่เปยมดวยเมตตา &amp;nbsp;เขาถึงชาวบานทุกระดับชั้น ดวยวิธีการสั่งสอนอบรมที่เขาใจไดงาย ทําใหวัดบานไร ตําบลกุดพิมาน &amp;nbsp;อําเภอดานขุนทด จังหวัดนครราชสีมา ไดรับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบรมวงศานุวงศหลายพระองค ในการเสด็จพระราชดําเนินมาทรงบําเพ็ญพระราชกรณียกิจ และเสด็จพระราชดําเนินมาทรงนมัสการหลวงพอคูณตามวาระโอกาสตางๆ ดังเชนครั้งที่วัดบานไรไดสรางพระอุโบสถหลังใหม และจะไดบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไวที่บุษบกเหนือพระอุโบสถนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในครั้งนั้นพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ไดเสด็จพระราชดําเนินมาทรงประกอบพิธีบรรจุและอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นประดิษฐาน ณ บุษบกเหนือพระอุโบสถ วัดบานไร ณ วันพุธที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๓๘ และไดเสด็จพระราชดําเนินไปทรงเยี่ยมพสกนิกรที่มาเฝาฯ รับเสด็จอยูจนพลบคํ่า ยังความปลาบปลื้มแกปวงพสกนิกรเปนอยางยิ่ง และกอนเสด็จพระราชดําเนินกลับ พระองคได้ทรงประนมพระหัตถนมัสการลาหลวงพอคูณซึ่งตามเสด็จอยูโดยตลอด หลวงพอคูณไดรวบพระหัตถของพระองคไวแนน พรอมทั้งกําหนดจิตและอธิษฐานในใจถวายพระพรวา สุคโต สุคโต สุคโต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาติกำเนิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คูณ ฉัตรพลกรัง (หลวงพอคูณ) เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๔ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๖๖ ตรงกับแรม ๑๐ คํ่า เดือน ๑๐ ปกุน ที่บานไร หมูที่ ๖ ตําบลกุดพิมาน อําเภอดานขุนทด จังหวัดนครราชสีมา เปนบุตรชายคนโตของนายบุญ และนางขาว ฉัตรพลกรัง ซึ่งประกอบอาชีพเกษตรกรเปนครอบครัวชาวนา มีน้องสาวรวมบิดามารดาสองคน คือ นางคํามั่น วงษกาญจนรัตน และนางทองหลอ เพ็ญจันทร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชีวิตวัยเด็ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โยมแมเสียชีวิตตั้งแตหลวงพออายุได ๑๑ ขวบ โยมพอไดนําไปฝากเปนศิษยวัดบานไรเพื่อใหเรียนหนังสือกับพระสงฆ อาจารยเชื่อม วิธโร พระอาจารยฉาย และพระอาจารยหลี พระอาจารยที่วัดทั้งสามทานตั้งใจสอนอยางจริงจัง ทั้งวิชาภาษาไทย ภาษาขอม ทั้งยังสอนวิชาคาถาอาคมเพื่อปองกันภัยอันตรายตางๆ ใหดวย ทําใหหลวงพอตั้งใจเรียนจนไดมีความรูมาตั้งแตบัดนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชีวิตวัยรุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวัย ๑๖ ป หลวงพอไดออกจากวัดบานไรไปอยูในความอุปการะของนาชายและนาสะใภ หลวงพออยากเปนนักแสดงเพลงโคราช หรือที่เรียกวาหมอเพลง ตามความนิยมของหนุมสาวโคราชสมัยนั้น จึงไดเดินทางดวยเทา ๕ วัน ๕ คืน พรอมคนในหมูบานจํานวนหนึ่งไปยังบานมะระ ตําบลดอนชมพู อําเภอโนนสูง ฝากตัวเปนลูกศิษยครูสน ไดความรูและบทเพลงเกี้ยวพาราสีจากครูมาหนึ่งบท จากนั้นไดตัดสินใจลาครูกลับบาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลวงพออยากคบนักเลงดูบาง นักเลงสมัยนั้นเปนที่เกรงขาม ไดรับการยอมรับและยกยองวาเป็นผูยิ่งใหญ จึงไดลองคบกับนักเลงโตตามหมูบาน นักเลงเหลานั้นนอกจากจะทําตัวเกะกะระรานผูอื่นแลว &amp;nbsp;ยังลักขโมยสัตวเลี้ยงอยางวัวควายไปฆาชําแหละเนื้อมาแบงปนกันอีกดวย แตเดชะบุญที่หลวงพอมีจิตสํานึกที่ดีงาม สามารถแยกแยะความดีความเลวได จึงไมไดถลําตัวและรักษาตนใหรอดพนจากวัยอันตรายไดอยางปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชีวิตชาวนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นาชายและนาสะใภมีอาชีพทํานา เปนอาชีพที่ตองใชแรงกายเปนหลัก หลวงพอไดชวยนาทั้งสอง
ทํางานตามกําลังความสามารถโดยตลอด จนวันหนึ่งรางกายที่ปวดระบมไปทั้งตัวจนสุดที่จะทนได จึงได
ทอดกายนอนพาดบนคันนาเปนเวลานาน ไดยินนาสะใภพูดวา &amp;quot;ถาไมไหวก็ไปบวชเสียไป&amp;quot; หลวงพอจึง
ตอบไปวา &amp;quot;นาคอยดูเดอ หากฉันไดบวชแลว ขอรับรองวาฉันจะไมยอมซึกเปนอันขาด จะบวชจนตายเลยแหละ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุปสมบท บวชเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่ออายุได ๒๑ ป ไดอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดถนนหักใหญ ตําบลกุดพิมาน อําเภอดานขุนทด จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันศุกรที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๘๗ (บางตําราระบุวา ๒๔๘๖) เดือน ๖ ปวอก พระครูวิจารยติกิจ อดีตเจาคณะอําเภอดานขุนทดเปนพระอุปชฌาย์ พระอาจารยสุข วัดโคกรักษ เปนกรรมวาจาจารย พระอุปชฌาย (พระครูวิจารยติกิจ) ใหฉายาวา ปริสุทฺโธ หลวงพอไดศึกษาพระธรรมวินัยจากหลวงพอคง พุทธฺสโร และเปนศิษยหลวงพอแดงที่มีชื่อเสียงดานวิปสสนากัมมัฏฐาน ซึ่งหลวงพอไดตั้งใจฝกปฏิบัติเปนอยางดีและสมํ่าเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นทานไดฝากตัวเปนศิษยหลวงพอแดงวัดบานหนองโพธิ์ ตําบลสํานักตะครอ อําเภอดานขุนทด ซึ่งเปนพระนักปฏิบัติดานคันถธุระและวิปสสนาธุระอยางเครงครัด และเปนพระเกจิอาจารยที่เรืองวิทยาคมเปนที่เลื่อมใสศรัทธาทั่วไป หลวงพอคูณไดตั้งใจรํ่าเรียนพระธรรมวินัยและปรนนิบัติรับใชหลวงพอแดงมานาน จนหลวงพอแดงไดนําทานไปฝากตัวเปนศิษยหลวงพอคง พุทธสโร ซึ่งเปนสหายที่มักแลกเปลี่ยนธรรมะและวิชาอาคมตางๆ กันอยูเสมอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลวงพอคูณจึงไดเรียนวิชาทั้งทางธรรมและทางไสยศาสตร เปนการสอนพระธรรมคูกับการปฏิบัติพระกัมมัฏฐาน เนนการมีสติ ระลึกรูพิจารณาอารมณตางๆ ที่มากระทบและใหเกิดการรูเทาทันในอารมณนั้น และสอนพระกัมมัฏฐานโดยใชหมวดอนุสติ ดวยการกําหนดความตายเปนอารมณ (มรณสติ) เพื่อใหเกิดการรูเทาทัน ไมหลงในอารมณ รูป รส กลิ่น เสียง ไมประมาทในความโลภ โกรธ หลง จนมีความรูชํานาญในการปฏิบัติธรรมเปนอย่างดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลวงพอคงจึงแนะใหหลวงพอคูณออกธุดงคจาริกไปตามปาเขาเพื่อฝกปฏิบัติธรรมขั้นสูงตอไป หลวงพอคูณไดเดินธุดงคจากเขตจังหวัดนครราชสีมาและไกลออกไปเรื่อยๆ จนถึงปาลึกในประเทศกัมพูชาและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อทําความเพียรใหหลุดพนจากกิเกส ตัณหาและอุปาทานทั้งปวง กอนจะกลับวัดบานไร่ในปี พ.ศ.๒๔๙๕ และไดเริ่มบูรณะพัฒนาวัดบานไร จากการชวนชาวบานชวยกันตัดไมมาสรางอุโบสถในป พ.ศ.๒๔๙๖ (ซึ่งตอมาไดรื้อสรางใหม ไดสําเร็จในป พ.ศ. ๒๕๓๘) หลังจากนั้นหลวงพอคูณไดมีสวนสําคัญในการขุดสระนํ้า สรางกุฏิสงฆ ศาลาการเปรียญในวัดบานไร และไดบริจาคทุนทรัพยในการสรางโรงพยาบาล โรงเรียนอีกหลายแหง รวมทั้งการบริจาคปจจัยชวยเหลือดานสาธารณกุศลและมูลนิธิตางๆ อยูเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แตเดิมหลวงพอตั้งใจจะบวชเพียง ๓ พรรษา แตภาพความยากลําบากในอดีตของตนเองและผูคนในบานเกิด ทําใหตองครุนคิดอยูตลอดเวลาวา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทําอยางไรจะชวยคนเหลานั้นใหพนทุกขได&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อันตัวกูก็ตํ่าตอยนอยคาอยางนี้ ถาซึกออกไปจะทําประโยชนอะไรใหคนในแผนดิน ลําพังการเลี่ยงตัวเองก็จะเอาตัวไมรอด แตการบวชเรียนถือศีลอยูหากมีความรู มีคุณธรรม อาจจะช่วยเหลือเกื้อกูลพวกเขาใหพนวิบากกรรมไดมากกวา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลวงพอจึงไดตัดสินใจอยางแนวแนวาจะอุทิศกายถวายชีวิตบวชเพื่อพระพุทธศาสนาตลอดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปราชญ์แห่งที่ราบสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่ทําใหหลวงพอคูณเปนที่เลื่อมใสศรัทธาของคนทั่วไป เริ่มจากการสรางวัตถุมงคล ซึ่งตามประวัติที่ท่านไดเรียนวิชาคาถาอาคมจากพระอาจารยหลายๆ ทาน จนมีความชํานาญแกกลา และไดสรางวัตถุมงคลรุนแรกตั้งแตสมัยเมื่อบวชไดเจ็ดพรรษา เริ่มจากตะกรุดโทน ตะกรุดทองคํา เพื่อฝงใตทองแขน ณ วัดบานไร ในราวป พ.ศ.๒๔๙๓ ซึ่งทานกลาวเสมอวา &amp;quot;ใครขอกุก็ให ไมเลือกยากดีมีจน&amp;quot; ปจจุบันพระเครื่องหลวงพอคูณเปนที่นิยมของนักสะสมอยางมาก ทั้งความแกกลาในวิชาอาคมและความแตกฉานในพุทธศาสนา ทําใหหลวงพอคูณไดรับฉายาวา ปราชญแหงที่ราบสูง และแมทาทีการแสดงออกที่ตรงไปตรงมา พูดภาษาพื้นบานโคราช ใชคํามึงกู แตทุกคนตางทราบดีวาหลวงพอคูณเปนผูมีจิตเมตตาเปนอยางยิ่ง ทุกๆ ครั้งที่ทานแสดงออกทานจะมีจิตที่แจมใส หมดสิ้นกิเลสอยางแทจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนถึงป พ.ศ.๒๕๑๒ หลวงพอคูณไดไปจําพรรษาที่วัดสระแกว จังหวัดนครราชสีมา เพื่อความสะดวกในการรักษาอาการอาพาธ หลังจากนั้นหลวงพอไดเมตตาเดินทางไปจําพรรษาในหลายจังหวัดทั่วทุกภูมิภาคใหประชาชนทั่วประเทศไดมีโอกาสสรางบุญสรางกุศลอีกดวย กอนที่หลวงพอจะเดินทางกลับวัดบานไรอีกครั้งในป พ.ศ.๒๕๓๘ และจําพรรษาที่วัดบานไรจวบจนมรณภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมตตาจิตอันยิ่งใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใครขอรองใหหลวงพอชวยทําอะไร ถาทําไดทานก็เมตตาทําใหทุกคน หลวงพอพูดวา &amp;ldquo;มันมาขอรองกูใหกูทําโนนทํานี่ ใหกูเหยียบ กูก็เหยียบใหมัน จั๊กกูจะคัดใจมันไปทําไมมันจะไดสบายใจ.....&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แมแตวัตถุมงคลหลายประเภท ซึ่งหลวงพอเองไมไดมีเจตนาที่จะสนับสนุนในเรื่องนี้ แตถาหากทําแลวประชาชนอยูดีมีสุข หลวงพอก็ไมขัดใจใคร ดังนั้นบอยครั้งที่ไดเห็นภาพหลวงพอฝงตะกรุด เคาะหัว &amp;nbsp;เปากระหมอม เหยียบโฉนดที่ดิน เจิมรถยนต เจิมอาคารบานเรือน และอีกมากมายที่หลวงพอเมตตาทําให (เพื่อความสุขความสบายใจของผูมาขอ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คนเรา เมื่อมีเมตตาใหกับผูอื่น ผูอื่นเขาก็จะใหความเมตตาตอบสนองตอเรา ถาเราโกรธเขา เขาก็จะโกรธเราตอบเชนกัน ความเมตตานี่แหละคืออาวุธ ที่จะปกปองตัวเราเองใหไปไดตลอดรอดฝง เปนอาวุธที่ใครๆ จะนําเอาไปใชก็ได จัดวาเปนของดีนักแล&amp;rdquo;.
--------------
ข้อมูล: มหาวิทยาลัยขอนแก่น, https://drive.google.com/file/d/1NwgtOTzq1MPB5_Oh7mlZH1rMK8HdZ5sR/view&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27801</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาลครั้งหนึ่ง, พระเทพวิทยาคม, หลวงพ่อคูณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190129/image_big_5c504f2f375d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27773</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2019 13:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2019 13:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่าฯขอนแก่น วอนสาธุชนให้เกียรติอัฐิธาตุ &#039;หลวงพ่อคูณ&#039; อย่าตักอังคารในแม่น้ำโขง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ม.ค.62 - ที่ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น หนือ มข. สถานที่ใช้ในการประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่และครูใหญ่พระเทพวิทยาคม เป็นกรณีพิเศษ ประจำปี 2561 ยังคงมีพุทธศาสนิกชน คณะศิษยานุศิษย์ รวมไปถึงผู้ที่ให้การเคารพเลื่อมใสศรัทธาในครูใหญ่หลวงพ่อคูณ รวมไปถึงคนในครอบครัวของครูใหญ่ทั้ง 647 ร่าง ยังคงทยอยเดินทางมาวางดอกไม้จันทน์ และกราบลาสรีรสังขารครูใหญ่หลวงพ่อคูณ ซึ่งในวันนี้ มข.ได้เปิดอนุญาตให้วางดอกไม้จันทน์ไปจนถึงเวลา 12.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่กำหนดการในงานพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่และครูใหญ่หลวงพ่อคูณเริ่มตั้งแต่เวลา 06.30 น.พระภิกษุ สามเณร พร้อมทั้งญาติครูใหญ่ทั้ง 647 ร่างพร้อมกันที่ศูนย์ประชุมฯ เวลา 07.00 น. ถวายภัตราหารเช้า ,เวลา 08.45 น. แสดงพระธรรมเทศนา 1 กัณฑ์ พระพรหมมังคลาจารย์ (ธงชัย ธัมมธโช) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม เวลา 09.20 น.พิธีสวดมาติกาบังสุกุล และ เวลา 10.30 น.ถวายภัตราหารเพล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า ในการดำเนินงานตามขั้นตอนต่างๆนั้น มข.ได้ประสานการทำงานร่วมกันทางจังหวัดและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้งานพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่และครูใหญ่หลวงพ่อคูณนั้นเป็นไปตามลำดับขั้นตอนและขนบธรรมเนียมอีสาน ทั้งนี้หากผิดพลาดหรือขาดตกบกพร่องประการใด ในนามของจังหวัดต้องขออภัยมา ณ ที่นี่ เพราะในการรองรับคนจำนวนมากนั้นต้องมีข้อผิดพลาดในบางเรื่อง แต่ทั้งนี้ในภาพรวมทุกคนและทุกฝ่ายนั้นได้ตั้งใจทำงานเพื่อให้งานออกมาสัมฤทธิ์ผลที่สุด ดังนั้นจึงขอให้สาธุชนที่เดินทางมาร่วมงานที่ณาปนสถานชั่วคราวฯนั้นใจเย็น ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และที่สำคัญคือการได้ปฎิบัติตามพินัยกรรมของหลวงพ่อคูณ อย่างเคร่งครัดที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หลังการถวายเพลิงที่ฌาปนสถานฯเสร็จสิ้น ซึ่งน่าจะเป็นช่วงเวลา 05.00 น. วันที่ 30 ม.ค. อัฐิธาตุของครูใหญ่หลวงพ่อคูณจะไหลลงสู่โลงสแตนเลสที่อยู่ด้านล่างสุดของเตาเผาทั้งหมด โดยมีบุคคลสำคัญ 4 คน ทำหน้าที่ล็อคกุญแจเพื่อนำโลงดังกล่าวไปลอยอังคารที่ จ.หนองคาย ขณะนี้ 4 คนที่ทำหน้าที่สำคัญนี้ยังไม่เปิดเผยรายชื่อ แต่ผมเองนับเป็นเกียรติสูงสุดของครอบครัวจังตระกุล ที่ได้เป็น 1 ใน 5 ของผู้แทนสาธุชนทั่วทั้งโลกที่ได้จุดไฟถวายเพลิงแด่หลวงพ่อในเวลา 22.15 น. ตามขนบอีสานที่ มข. นั้นกำหนด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผวจ.ขอนแ่กน กล่าวต่อว่า หลังจากการนำโลงสแตนเลสที่บรรจุอัฐิธาตุของครูใหญ่หลวงพ่อคูณ จากฌาปนสถานฯ ไปยัง จ.หนองคายแล้วเป็นหน้าที่ของ จ.หนองคาย ในการที่จะนำอัฐิธาตุของท่านไปลอยอังคาร ซึ่งขั้นตอนการดำเนินงานต่างๆนั้น มข.ได้ประสานการทำงานร่วมกันในทุกฝ่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้วทั้งหมด และในช่วงของการนำอัฐิธาตุลงเรือของกองทัพเรือเพื่อไปลอยอังคารลงสู่แม่น้ำโขงตามพินัยกรรม&amp;nbsp;ตนเองนั้นเป็น 1 ในบุคคลที่จะต้องลงเรือลำเดียวกับหลวงพ่อ ซึ่งถือเป็นบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ที่จะได้ถวายงานท่านจนถึงวาระสุดท้าย และเมื่อได้ลอยอังคารท่านลงสู่แม่น้ำโขงบริเวณพระธาตุกลางน้ำแล้ว&amp;nbsp;คณะฯ จะเดินทางกลับทันที ส่วนการกันพื้นที่ในน่านน้ำของแม่น้ำโขงนั้นเป็นหน้าที่ของ จ.หนองคาย ในการบริหารจัดการพื้นที่ร่วมกับกองทัพเรือ ตชด.และตำรวจน้ำ ซึ่งหวังว่าจะไม่มีสาธุชนทั้งจากฝั่งไทยและประเทศเพื่อนบ้านพยายามที่จะเข้ามาแย่งตักน้ำ หรือตักอังคาร หรือข้าวตอกดอกไม้หลังเสร็จสิ้นพิธีการ เพราะนอกจากจะเกิดอันตรายแล้ว ยังคงจะเป็นการเคารพครูใหญ่หลวงพ่อคูณ ที่ท่านได้สั่งเสียไว้ในพินัยกรรมและเชื่อมั่นว่าทุกคนจะให้ความเคารพและให้เกียรติหลวงพ่อคูณ พระเกจิอาจารย์ชื่อดังที่มีลูกศิษย์ลูกหารักและเคารพอยู่ทั่วทั้งโลก เพื่อให้ท่านนั้นได้ลอยอังคารลงสู่แม่น้ำโขงตามที่ท่านได้สั่งเสียไว้ในพินัยกรรม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27773</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูใหญ่หลวงพ่อคูณ, นายสมศักดิ์  จังตระกุล, ผู้ว่าฯขอนแก่น, พิธีพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อคูณ, พินัยกรรมหลวงพ่อคูณ, หลวงพ่อคูณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190129/image_big_5c4ff84813268.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27759</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2019 10:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2019 10:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่าฯขอนแก่นวอนสาธุชน2ฝั่งโขงอย่าล่องเรือแย่งตัก&#039;อังคาร&#039;หลวงพ่อคูณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ม.ค.62-ที่ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น หนือ มข. สถานที่ที่ มข.ใช้ในการประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่และครูใหญ่พระเทพวิทยาคม เป็นกรณีพิเศษ ประจำปี 2561 ยังคงมีพุทธศาสนิกชน คณะศิษยานุศิษย์ รวมไปถึงผู้ที่ให้การเคารพเลื่อมใสศรัทธาในครูใหญ่หลวงพ่อคูณ รวมไปถึงคนในครอบครัวของครูใหญ่ทั้ง 647 ร่าง ยังคงทยอยเดินทางมาวางดอกไม้จันทน์ และกราบลาสรีระสังขารครูใหญ่หลวงพ่อคูณ ซึ่งในวันนี้ มข.ได้เปิดอนุญาตให้วางดอกไม้จันทน์ไปจนถึงเวลา 12.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่กำหนดการในงานพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่และครูใหญ่หลวงพ่อคูณ ในวันนี้นั้น เริ่มตั้งแต่เวลา 06.30 น.พระภิกษุ สามเณร พร้อมทั้งญาติครูใหญ่ทั้ง 647 ร่างพร้อมกันที่ศูนย์ประชุมฯ เวลา 07.00 น. ถวายภัตราหารเช้า,เวลา 08.45 น. แสดงพระธรรมเทศนา 1 กัณฑ์ พระพรหมมังคลาจารย์ (ธงชัย &amp;nbsp;ธัมมธโช) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม เวลา 09.20 น.พิธีสวดมาติกาบังสุกุล และ เวลา 10.30 น.ถวายภัตราหารเพล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ &amp;nbsp;จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า ในการดำเนินงานตามขั้นตอนต่างๆนั้น มข.ได้ประสานการทำงานร่วมกันทางจังหวัดและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้งานพระรชทานเพลิงศพครูใหญ่และครูใหญ่หลวงพ่อคูณนั้นเป็นไปตามลำดับขั้นตอนและขนบอีสาน ทั้งนี้หากผิดพลาดหรือขาดตกบกพร่องประการใด ในนามของจังหวัดต้องขออภัยมา ณ ที่นี่ เพราะในการรองรับคนจำนวนมากนั้นต้องมีข้อผิดพลาดในบางเรื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ทั้งนี้ในภาพรวมทุกคนและทุกฝ่ายนั้นได้ตั้งใจทำงานเพื่อให้งานออกมานั้นสัมฤทธิ์ผลที่สุด ดังนั้นจึงขอให้สาธุชนที่เดินทางมาร่วมในงานครั้งนี้ ที่วันนี้เป็นวันสำคัญคืองานพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่,ครูใหญ่หลวงพ่อคูณ รวมทั้งการถวายเพลิงครูใหญ่หลวงพ่อคูณ ที่ณาปนสถานชั่วคราวฯ นั้นใจเย็น ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และที่สำคัญคือการได้ปฎิบัติตามพินัยกรรมของหลวงพ่อคูณ อย่างเคร่งครัดที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หลังการถวายเพลิงที่ฌาปนสถานฯเสร็จสิ้น ซึ่งน่าจะเป็นช่วงเวลา 05.00 น. วันที่ 30 ม.ค. อัฐิธาตุของครูใหญ่หลวงพ่อคูณจะไหลลงสู่โลงแสตนเลส ที่อยู่ด้านล่างสุดของเตาเผาทั้งหมด โดยมีบุคคลสำคัญ 4 คน ทำหน้าที่ล็อคกุญแจเพื่อนำโลงดังกล่าวไปลอยอังคารที่ จ.หนองคาย ซึ่งขณะนี้ 4 คนที่ทำหน้าที่ที่สำคัญนี้ยังไม่เปิดเผยรายชื่อ แต่ผมเองนับเป็นเกียรติสูงสุดของครอบครัวจังตระกุล ที่ได้เป็น 1 ใน 5 ของผู้แทนสาธุชนทั่วทั้งโลก ที่ได้จุดไฟถวายเพลิงแด่หลวงพ่อ ในเวลา 22.15 น. ตามขนบอีสานที่ มข. นั้นกำหนด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผวจ.ขอนแก่น กล่าวต่อว่า หลังจากการนำโลงแสตนเลสที่บรรจุอัฐิธาตุของครูใหญ่หลวงพ่อคูณ จาก ฌาปนสถานฯ ไปยัง จ.หนองคายแล้วนั้น เป็นหน้าที่ของ จ.หนองคาย ในการที่จะนำอัฐธิธาตุของท่านไปลอยอังคาร ซึ่งขั้นตอนการดำเนินงานต่างๆนั้น มข.ได้ประสานการทำงานร่วมกันในทุกฝ่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้วทั้งหมด และในช่วงของการนำอัฐิธาตุลงเรือของกองทัพเรือเพื่อไปลอยอังคารลงสู่แม่น้ำโขงตามพินัยกรรมนั้น ตนเองนั้นเป็น 1 ในบุคคลที่จะต้องลงเรือลำเดียวกันกับหลวงพ่อ ซึ่งถือเป็นบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ที่จะได้ถวายงานท่านจนถึงวาระสุดท้าย และเมื่อได้ลอยอังคารท่านลงสู่แม่น้ำโขงบริเวณพระธาตุกลางน้ำแล้วนั้น คณะฯ จะเดินทางกลับทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการกันพื้นที่ในน่านน้ำของแม่น้ำโขงนั้นเป็นหน้าที่ของ จ.หนองคาย ในการบริหารจัดการพื้นที่ร่วมกับกองทัพเรือ ตชด.และตำรวจน้ำ ซึ่งหวังว่าจะไม่มีสาธชุนทั้งจากฝั่งไทย และประเทศเพื่อนบ้านนั้นพยายามที่จะเข้ามาแย่งตักน้ำ หรือตักอังคาร หรือข้าวตรอกดอกไม้หลังเสร็จสิ้นพิธีการ เพราะนอกจากจะเกิดอันตรายแล้ว ยังคงจะเป็นการเคารพครูใหญ่หลวงพ่อคูณ ที่ท่านได้สั่งเสียไว้ในพินัยกรรมและเชื่อมั่นว่าทุกคจะให้ความเคารพและให้เกียรติหลวงพ่อคูณ พระเกจิอาจารย์ชื่อดังที่มีลูกศิษย์ลูกหารักและเคราพอยู่ทั่วทั้งโลก เพื่อให้ท่านนั้นได้ลอยอังคารลงสู่แม่น้ำโขง ตามที่ท่านได้สั่งเสียไว้ในพินัยกรรม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27759</URL_LINK>
                <HASHTAG>พิธีพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่และครูใหญ่พระเทพวิทยาคม, ม.ขอนแก่น, ลอยอังคารแม่น้ำโขง, หลวงพ่อคูณ, หลองคาย, แย่งตักอังคารในแม่น้ำโขง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190129/image_big_5c4fc889c697d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
