<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55823</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำบุญครบ1ปี&#039;หลวงพ่อคูณ&#039; พุทธศาสนิกชนร่วมบำเพ็ญกุศล-วันพระราชทานเพลิงสรีระสังขาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พุทธศาสนิกชนไทย-เทศร่วมบำเพ็ญกุศลถวายครูใหญ่หลวงพ่อคูณ ในโอกาสครบรอบ 1 ปีแห่งการพระราชทานเพลิงสรีระสังขาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 29 มกราคม 2563 ที่อนุสรณ์สถานพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณด้านหลังพุทธมณฑลอีสาน ถนนเลี่ยงเมือง บ้านเต่านอ ตำบลศิลา อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ผศ.นพ.ธเนศ รังสีขจี รักษาการรองคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข. นำพุทธศาสนิกชนชาวขอนแก่นและประเทศใกล้เคียง รวมถึงผู้ที่ให้การเคารพเลื่อมใสศรัทธาในหลวงพ่อคูณ ร่วมประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทานถวายแด่ครูใหญ่หลวงพ่อคูณ เนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปีแห่งการพระราชทานเพลิงสรีระสังขาร โดยมีพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์จำนวน 10 รูป เจริญพระพุทธมนต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.นพ.ธเนศ รังษีขจี รักษาการรองคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มข. กล่าวว่า ได้ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลแด่หลวงพ่อคูณอย่างเรียบง่าย มีการทำบุญเลี้ยงเพลพระ จากนั้นจะมีการมอบทุนจำนวน 97 ทุน ให้กับนักเรียนจากโรงเรียนในพื้นที่ จากนั้นเป็นพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีสมทบทุนสร้างอนุสรณ์สถานพระเทพวิทยาคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในพิธีบำเพ็ญกุศลครั้งนี้สืบเนื่องจากว่าหลวงพ่อคูณเป็นที่เคารพของคณะศิษยานุศิษย์โดยทั่วไป ในทุกวันสำคัญของหลวงพ่อจึงได้ร่วมกันประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลเพื่อแสดงออกถึงความรัก ความเลื่อมใสศรัทธา และความกตัญญูรู้คุณแด่หลวงพ่อที่มีต่อพระพุทธศาสนาในด้านต่างๆ&amp;quot; ผศ.นพ.ธเนศกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55823</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผศ.นพ.ธเนศ รังษีขจี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200129/image_big_5e3186c5555c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28493</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศิลปะแสดงธรรม&quot;หลวงพ่อคูณ&quot; สะท้อนความศรัทธาผู้สูงอายุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะต้องการจัดแสดงรูปวาด &amp;ldquo;หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ&amp;rdquo; ที่จัดแสดง ณ วัดบ้านไร่ จ.นครราชาสีมา เพื่อให้คนที่ไปวางดอกไม้จันทน์ได้ชื่นชม และถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก ก่อนงานพระราชทานเพลิงศพแล้ว งานนี้ อ.หงษ์จร เสน่ห์งามเจริญ ศิลปินอิสระ จึงได้มีแนวคิดนำภาพวาดจากศิลปินชื่อดังจากทั่วสารทิศ และกลุ่มนักเรียน รวมถึงครูอาจารย์ จาก จ.นครราชสีมา ที่ได้ร่วมถ่ายทอดภาพความรัก และความศรัทธาที่มีต่อ &amp;ldquo;พระเทพวิทยาคม&amp;rdquo; ลงบนภาพเขียนสีอะครีลิกกว่า 100 ภาพ เพื่อมาจัดแสดงโชว์ให้กับคนทั่วไป และโดยเฉพาะผู้สูงวัยหลัก 5 หลัก 6 ที่รักและผูกพันต่อ &amp;ldquo;หลวงพ่อคูณ&amp;rdquo; เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ มาอย่างยาวนาน ได้ร่วมเข้าชมนิทรรศการดังกล่าวฟรี ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เขตปทุมวัน ระหว่างวันที่ 19-24 มี.ค.2562 นี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(อ.หงษ์จร เสน่ห์งามเจริญ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; งานนี้ อ.หงษ์จร ศิลปะอิสระโต้โผไอเดียดังกล่าว มาบอกเล่าถึงการที่ผู้สูงอายุชวนลูกหลานเพื่อไปชมนิทรรศการแห่งศรัทธาดังกล่าวว่า เหตุผลที่ผมจัดนิทรรศการดังกล่าวขึ้นมาก็เพราะว่าต้องการให้ผู้สูงอายุและผู้ที่รักเคารพและศรัทธาในคำสอนของ &amp;ldquo;หลวงพ่อคูณ&amp;rdquo; ที่ไม่ได้ไปร่วมงานพระราชทานเพลิงศพ ได้มาร่วมชมนิทรรศการรูปเขียนจากศิลปินชื่อดัง อาทิ อ.อลงกรณ์ หล่อวัฒนา, อ.สนิท มณีรัตน์ อดีต ผอ.รร.ปากช่อง ที่เป็นผู้ก่อหอศิลป์ปากช่อง ตลอดจนนักเรียนจากหอศิลป์ปากช่อง นักเรียนจาก รร.วัดบ้านไร่ นักเรียนจาก รร.ปากช่อง และครูอาจารย์สอนศิลปะจาก รร.ด่านขุนทด รวมถึงที่ยังไม่ได้เอ่ยชื่อ ซึ่งรูปเขียนดังกล่าวได้จัดแสดงขึ้นที่วัดบ้านไร่ ในช่วงวันที่ 22-29 มกราคม 62 เพื่อให้ประชาชนที่มาวางดอกไม้จันทน์ได้ชม และถ่ายรูปภาพวาด สะท้อนความศรัทธา &amp;ldquo;พระเทพวิทยาคม&amp;rdquo; เป็นครั้งสุดท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;พูดได้ว่านิทรรศการที่จะขึ้นเป็นการต่อยอดนำผลงานภาพเขียนมาให้คนทั่วไปและผู้สูงอายุที่ศรัทธา &amp;ldquo;หลวงพ่อคูณ&amp;rdquo; ซึ่งอยู่ กทม.และไม่ได้ไปร่วมงานพระราชทานเพลิงได้รับชมกันฟรี ทั้งนี้ ภาพเขียนสีอะครีลิกดังกล่าวใช้เวลาในการสร้างสรรค์จากศิลปะรุ่นใหญ่และรุ่นเล็ก ซึ่งเป็นนักเรียนจากโรงเรียนใน จ.นครราชสีมา ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงชั้นมัธยม ภายในระยะเวลา 8 วัน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม-13 มกราคม 62 ในการปักผืนผ้าและเขียนรูปขึ้น ณ วัดบ้านไร่ นอกจากนี้ก็มีกลุ่มศิลปินจากต่างจังหวัดส่งภาพวาดหลวงพ่อคูณมาร่วมสมทบ กระทั่งช่วงวันที่ 21 มกราคม ได้ทำการติดตั้งภาพเขียน ส่วนวันที่ 22 มกราคม-29 มกราคม จึงเปิดให้ประชาชนเข้าเยี่ยมชม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ นิทรรศการที่จะนำมาโชว์ที่หอศิลปวัฒนธรรม กทม. เขตปทุมวัน ระหว่าง 19-24 มีนาคม 62 นี้ ใช้ชื่อนิทรรศการว่า &amp;ldquo;ศิลปะแสดงธรรม&amp;rdquo; ซึ่งเนื้อหาของภาพวาดล้วนสอดแทรกธรรมะของหลวงพ่อคูณ และแน่นอนว่าผู้สูงอายุที่ผูกพันและศรัทธาท่านที่ได้มาเยี่ยมชมนิทรรศการนี้ ก็จะได้ธรรมะจากพระเทพวิทยาคม อย่างคำสอนของท่านที่ว่า &amp;ldquo;มนุษย์ทุกคนต้องปล่อยวาง และไม่โลภ ไม่อยากได้ ไม่อิจฉาคน โดยเฉพาะเมื่อความเป็นมนุษย์มาถึงวัยชราแล้ว สุดท้ายก็ต้องตายอย่างสงบ&amp;rdquo; หรือแม้แต่การที่ &amp;ldquo;หลวงพ่อคูณ&amp;rdquo; ได้สละร่างเมื่อมรณภาพแล้ว โดยการอุทิศร่างให้กับโรงพยาบาล ใช้เป็นอาจารย์ใหญ่ กระทั่งสู่การพระราชทานเพลิงศพ และนำอัฐิไปลอยอังคาร ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้ผู้ใดนำอัฐิของท่านไปสร้างประโยชน์ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่คนสูงวัยจะได้รับ หรือแม้แต่คนรุ่นลูกหลานที่ไปชม ก็ได้รับแง่คิดจากคติธรรมของท่านเช่นกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับภาพเขียนกว่า 100 รูปดังกล่าว ที่จะนำมาจัดแสดงอีกครั้ง เกิดจากความร่วมแรงร่วมใจจากศิลปินรุ่นใหญ่และรุ่นเล็กที่เกริ่นไว้ข้างต้น ซึ่งไม่ได้ใช้งบประมาณจำนวนมาก แต่ล้วนมาจากความรักและศรัทธาที่มีต่อ &amp;ldquo;หลวงพ่อคูณ&amp;rdquo; รวมถึงยังเป็นการสอนเรื่องความสามัคคี และการแสดงออกซึ่งความเคารพแด่พระผู้ปฏิบัติดีและปฏิบัติชอบให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ และขนาดของรูปเขียนอะครีลิกดังกล่าวมีขนาดอยู่ที่ 90x1 เมตร 20 เซนติเมตร ซึ่งถือเป็นไซส์ขนาดใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;รูปเขียนที่ผมคิดว่าเป็นไฮไลต์ที่ผู้สูงอายุหลายคนซึ่งบางครั้งมีความทุกข์ใจจากการคิดมากในเรื่องต่างๆ คือรูปที่ &amp;ldquo;หลวงพ่อคูณนั่งขำ อยู่ท่ามกลางหมู่มารที่รายล้อม&amp;rdquo; ตรงนี้ทำให้รู้เลยว่าเวลาที่เราเจอเรื่องราวอะไรแย่ๆ ถ้าได้เห็นรูปดังกล่าวก็จะหัวเราะและมองข้ามเรื่องทุกข์ใจไป ประกอบกับเมื่ออายุมากขึ้น ผู้สูงอายุจะอยู่บ้านเพียงลำพัง เพราะลูกหลานต้องออกไปทำงานนอกบ้าน ทำให้ห่างเหินกับครอบครัว นิทรรศการนี้จึงถือเป็นโอกาสอันดี ที่จะทำให้ผู้สูงอายุซึ่งผูกพันและศรัทธากับหลวงพ่อคูณมาอย่างยาวนาน ได้เกิดความปีติ และอิ่มใจที่ได้เข้าชมนิทรรศการศิลปะดังกล่าว และผู้สูงวัยที่เข้าร่วมก็สามารถร่วมบริจาคเงินตามศรัทธา ตรงนี้ก็ถือว่าได้ทำบุญกุศลร่วมกัน ส่วนรูปเขียนภายหลังจากจัดแสดงที่หอศิลปวัฒนธรรม กทม.แล้ว ก็จะนำไปตั้งโชว์ ณ วิหารเทพ ซึ่งตั้งอยู่ในวัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา ต่อไปครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กิจกรรมดีๆ ที่ช่วยให้คนหลัก 5 หลัก 6 ได้เสพงานศิลปะสอดแทรกธรรมะจาก &amp;ldquo;พระเทพวิทยาคม&amp;rdquo; พระผู้ซึ่งปฏิบัติดีปฏิบัติชอบกันแล้ว...งานนี้ลูกหลานคนไหนจะติดสอยห้อยตามไปด้วยกันก็ดีต่อใจไม่น้อย ว่าไหมค่ะ...&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28493</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ, อ.หงษ์จร เสน่ห์งามเจริญ, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190206/image_big_5c5adcf3bbcf0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28024</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชาชนนำอัฐิลอยแม่น้ำโขงตามพ่อคูณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เก็บเถ้านักหัสดีลิงค์ นำไปลอยกลางน้ำโขงจุดลอยอังคารหลวงพ่อคูณ ประชาชนยังคงเดินทางไปไหว้ฌาปนสถานชั่วคราวเพื่อรำลึกถึงเทพอีสาน ขณะที่บางส่วนนำอัฐิของคนในครอบครัวไปลอยด้วยเพื่อความเป็นสิริมงคล เจ้าคณะตำบลลูกศิษย์หลวงพ่อ มอบพระปิดตารุ่นคูณลาภ พร้อมเหรียญรุ่นพินัยกรรมให้แก่คณะทำงานของ มข.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงแม้จะมีพิธีพระราชทานเพลิงสรีระสังขารพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ที่ฌาปนสถานชั่วคราว วัดหนองแวงพระอารามหลวง ภายในเกาะกลางน้ำ ด้านหลังพุทธมณฑลอีสาน จ.ขอนแก่น ไปแล้วเมื่อวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา รวมทั้งพิธีลอยอังคารที่กลางลำน้ำโขง จ.หนองคาย เมื่อวันที่ 30 ม.ค. แต่เมื่อวันที่ 31 ม.ค.นี้ ที่ฌาปนสถานชั่วคราว ตั้งแต่เช้า ยังมีผู้ที่ศรัทธาในหลวงพ่อคูณเดินทางไปดูเตาเผาสรีระสังขารอย่างต่อเนื่อง โดยทุกคนต่างพากันถอดรองเท้าเข้ากราบที่หน้าทางขึ้นฌาปนสถาน เพื่อระลึกถึงหลวงพ่อคูณ นอกจากนี้ บางส่วนยังได้นั่งสมาธิอธิษฐานจิตภาวนาส่งหลวงพ่อคูณสู่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบริเวณฌาปนสถานชั่วคราว มหาวิทยาลัยขอนแก่นเตรียมที่จะสร้างอนุสรณ์สถานรำลึกถึงหลวงพ่อคูณ นอกจากนี้ ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์นี้ มข.จะเปิดเผยรายละเอียดลำดับขั้นตอนการดำเนินงานพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่และครูใหญ่หลวงพ่อคูณให้ประชาชนได้รับทราบโดยละเอียด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดี มข. กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่เก็บกวาดเถ้านกหัสดีลิงค์ ก่อนจะห่อด้วยผ้าขาวนำไปลอยเถ้าที่แม่น้ำโขง จ.หนองคาย ในจุดที่ลอยอังคารหลวงพ่อคูณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ มข. พระครูคชสารวรานุสิฐ เจ้าอาวาสวัดหนองหัวช้างชัยรังสี เจ้าคณะตำบลด่านนอก อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ได้มอบพระปิดตา รุ่น &amp;ldquo;คูณลาภ&amp;rdquo; ซึ่งพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ได้ตำผสมมวลสารด้วยตนเองในการสร้างวัตถุมงคล เมื่อปี 2517, เหรียญที่ระลึกพิธีถวายเพลิงสรีระธาตุขันธ์ หลวงพ่อคูณ ที่วัดบ้านไร่ได้จัดทำขึ้นเมื่อปี 2562 หรือที่เรียกว่ารุ่นพินัยกรรม รวมไปถึงเงินขวัญถุงและภาพหลวงพ่อคูณ ให้กับ รศ.ดร.นิยม วงศ์พงษ์คำ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มข. เป็นการตอบแทนคณะทำงานในงานพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อคูณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.ดร.นิยมกล่าวว่า สิ่งที่ภูมิใจมากคือการสร้างนกหัสดีลิงค์เทินบุษบก ซึ่งคุณยายคำมั่น วงศ์กาญจนรัตน์ อายุ 94 ปี น้องสาวหลวงพ่อคูณ ถึงกับกอดตนในวันเก็บเถ้าอัฐิหลวงพ่อคูณ พร้อมบอกว่า ขอบใจหลายๆ เด้อ ที่ทำให้หลวงพ่อ ทำให้กับคนโคราช&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ชื่อของ มข.ได้ปักหมุดในความเป็นมหาวิทยาลัยที่คงไว้ซึ่งขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมอีสานได้อย่างลงตัว ครบถ้วนและสมบูรณ์แบบที่สุด และที่สำคัญคือผมเองไม่อายที่จะบอกว่าเป็นคนอีสาน และเชื่อว่าคนอีสานทุกคนจะภาคภูมิใจกับการที่หลวงพ่อคูณท่านได้สร้างวิทยาทานให้กับคนทั่วทั้งโลกได้รับทราบถึงขนบอีสาน ในการถวายเพลิงพระชั้นผู้ใหญ่ นกหัสดีลิงค์ หรือนกตะใครลิง ในภาษาอีสานเดิมอาจจะไม่มีใครรู้จัก แต่วันนี้ขนบอีสาน ศาสตร์อีสานและวัฒนธรรมอีสานได้กลับมาเป็นที่รู้จักและคนทั้งโลกให้ความสนใจ ต้องการที่จะเรียนรู้ในขนบดังกล่าวอีกครั้ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดหนองคาย หลังพิธีลอยอังคารหลวงพ่อคูณ ในแม่น้ำโขง บริเวณพระธาตุกลางน้ำ รุ่งขึ้นได้มีประชาชนจากทั่วประเทศเดินทางมาสักการะองค์พระธาตุกลางน้ำ และนำเถ้าอัฐิญาติพี่น้องมาลอยอังคาร ตามรอยหลวงพ่อคูณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางมณีรัตน์ ยงขามป้อม ชาวอำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ บอกว่า อยากมาตั้งแต่เมื่อวานนี้ (30 ม.ค.) แต่เห็นว่าคนเยอะ เลยมาวันนี้ มาไหว้และขอพรพระธาตุกลางน้ำ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28024</URL_LINK>
                <HASHTAG>หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190131/image_big_5c52fb60e396d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27823</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2019 22:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พุทธศาสนิกชน น้อมส่ง&#039;พ่อคูณ&#039; สู่สรวงสวรรค์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พุทธศาสนิกชน-ศิษยานุศิษย์นับแสนอาลัยร่วมส่ง &amp;quot;หลวงพ่อคูณ&amp;quot; ครั้งสุดท้าย เปล่งเสียง &amp;quot;สาธุ&amp;quot; ดังตลอดเส้นทางเคลื่อนสรีรสังขารจาก มข.ถึงเมรุลอย ทัพนางสีดาฆ่านกหัสดีลิงค์ส่งดวงวิญญาณสู่สรวงสวรรค์ นายกฯ ทอดผ้ามหาบังสุกุล ประกอบพิธีขอขมาก่อนถวายเพลิงในเวลา 22.15 น. &amp;quot;พระองค์โสมฯ&amp;quot; ประทานดอกไม้จันทน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) สถานที่ที่ใช้ในการประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่และครูใหญ่พระเทพวิทยาคม เป็นกรณีพิเศษ ประจำปี 2561 เมื่อวันที่ 29 มกราคม พิธีพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่พระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เริ่มตั้งแต่เวลา 07.00 น. ถวายภัตตาหารเช้า เวลา 08.45 น. พระพรหมมังคลาจารย์ (ธงชัย ธัมมฺธโช) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 8 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร แสดงพระธรรมเทศนา 1 กัณฑ์ จากนั้นสาธุชนจากทั่วทั้งโลกได้ร่วมถวายจตุปัจจัยไทยทาน และถวายผ้าไตร ที่ มข.ได้กำหนดการทอดถวายรวม 40 ชุด ท่ามกลางพุทธศาสนิกชน คณะศิษยานุศิษย์ รวมไปถึงผู้ที่ให้การเคารพเลื่อมใสศรัทธาหลวงพ่อคูณจากทั่วทั้งโลก ได้เดินทางมาร่วมฟังสวดพระอภิธรรม สวดมาติกาบังสุกุล ถวายภัตตาหารเพล วางดอกไม้จันทน์ และกราบลาสรีรสังขารครูใหญ่หลวงพ่อคูณ จนล้นห้องประชุม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คุณยายคำมั่น วงกาญจนรัตน์ &amp;nbsp;น้องสาวของครูใหญ่หลวงพ่อคูณ รวมทั้งคุณตาซ่อน ฉัตรพลกรัง น้องชายของครูใหญ่หลวงพ่อคูณ พร้อมคนในครอบครัว เดินทางมาร่วมพิธีการดังกล่าวตั้งแต่เช้า โดยคุณยายคำมั่นกล่าวว่า เห็นบรรยากาศที่ประชาชนจำนวนมากมาร่วมส่งหลวงพ่อ รู้สึกปลื้ม และดีใจที่ทุกคนมาร่วมต่อบุญบารมีให้กับหลวงพ่อ ซึ่งเชื่อว่าด้วยศรัทธาบุญของทุกคนจะส่งหลวงพ่อสู่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า มข.ได้ประสานการทำงานร่วมกับจังหวัดและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้งานพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่และครูใหญ่หลวงพ่อคูณนั้นเป็นไปตามลำดับขั้นตอนและขนบอีสาน ซึ่งตั้งใจทำงานเพื่อให้งานออกมาสัมฤทธิผลที่สุด ทั้งนี้ หากผิดพลาดหรือขาดตกบกพร่องประการใด ในนามของจังหวัดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ และขอให้สาธุชนที่เดินทางมาร่วมงานนั้นใจเย็น ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และที่สำคัญคือการได้ปฏิบัติตามพินัยกรรมของหลวงพ่อคูณอย่างเคร่งครัดที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลังการถวายเพลิงที่ฌาปนสถานฯ เสร็จสิ้น ซึ่งน่าจะเป็นช่วงเวลา 05.00 น. วันที่ 30 ม.ค. อัฐิธาตุของครูใหญ่หลวงพ่อคูณจะไหลลงสู่โลงสเตนเลส ที่อยู่ด้านล่างสุดของเตาเผาทั้งหมด โดยมีบุคคลสำคัญ 4 คน ทำหน้าที่ล็อกกุญแจเพื่อนำโลงดังกล่าวไปลอยอังคารที่ จ.หนองคาย ส่วนตัวผมเองนับเป็นเกียรติสูงสุดของครอบครัวจังตระกุล ที่ได้เป็น 1 ใน 5 ของผู้แทนสาธุชนทั่วทั้งโลก ที่ได้จุดไฟถวายเพลิงแด่หลวงพ่อ ในเวลา 22.15 น. ตามขนบอีสานที่ มข.นั้นกำหนด&amp;quot; นายสมศักดิ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ ขอนแก่นกล่าวว่า หลังจากนำโลงสเตนเลสที่บรรจุอัฐิธาตุของครูใหญ่หลวงพ่อคูณจากฌาปนสถานฯ ไปยัง จ.หนองคายแล้วนั้น เป็นหน้าที่ของ จ.หนองคายในการที่จะนำอัฐิธาตุของท่านไปลอยอังคาร และในช่วงของการนำอัฐิธาตุลงเรือของกองทัพเรือเพื่อไปลอยอังคารลงสู่แม่น้ำโขงตามพินัยกรรมนั้น ตนเองนั้นเป็นหนึ่งในบุคคลที่จะต้องลงเรือลำเดียวกันกับหลวงพ่อ ซึ่งถือเป็นบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ที่จะได้ถวายงานท่านจนถึงวาระสุดท้าย และเมื่อได้ลอยอังคารท่านลงสู่แม่น้ำโขงบริเวณพระธาตุกลางน้ำแล้วนั้น คณะจะเดินทางกลับทันที ส่วนการกันพื้นที่ในน่านน้ำของแม่น้ำโขงนั้นเป็นหน้าที่ของ จ.หนองคาย ร่วมกับกองทัพเรือ ตำรวจตะเวนชายแดน และตำรวจน้ำ ซึ่งหวังว่าจะไม่มีสาธชุนทั้งจากฝั่งไทยและประเทศเพื่อนบ้านพยายามที่จะเข้ามาแย่งตักน้ำหรือตักอังคาร หรือข้าวตอกดอกไม้หลังเสร็จสิ้นพิธีการ เพราะนอกจากจะเกิดอันตรายแล้ว ยังจะเป็นการเคารพครูใหญ่หลวงพ่อคูณ เพื่อให้ท่านนั้นได้ลอยอังคารลงสู่แม่น้ำโขง ตามที่ท่านได้สั่งเสียไว้ในพินัยกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เวลา 11.30 น. นายกำปั่น ข่อยนอก หรือ &amp;nbsp;กำปั่น บ้านแท่น ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (เพลงโคราช) นำคณะขับร้องเพลงโคราช ร่วมขับร้องบทเพลงโคราช บริเวณด้านหน้าสรีรสังขารครูใหญ่หลวงพ่อคูณ โดยเป็นบทเพลงที่หลวงพ่อคูณชอบฟังและร้องอยู่เป็นประจำ และบทเพลงที่คณะได้แต่งขึ้นเพื่อถวายความอาลัยด้วยเนื้อเพลงที่สะท้อนถึงความเป็นตัวตนของหลวงพ่อคูณที่เป็นคนที่รูปร่างหน้าตาไม่ดี แพ้อำนาจเงิน พร้อมกับสอดแทรกคติธรรมคำสอนว่า &amp;ldquo;เงินเป็นทาสกู กูจะไม่ยอมเป็นทาสเงิน&amp;rdquo; นอกจากนี้ยังร้องเพลงสรรเสริญคุณงามความดีของหลวงพ่อคูณ รวมถึงร้องเพลงชื่นชมชาวโคราช ชาวขอนแก่น และนักศึกษาคณะแพทย์ศาสตร์ มข. ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนมารับฟังจำนวนมาก
พระองค์โสมฯ ประทานดอกไม้จันทน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เวลา 14.00 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.ต.มิตรอนันต์ จันทร์โสภา เป็นผู้แทนพระองค์ นำดอกไม้จันทน์ประทานวางหน้าสรีรสังขารครูใหญ่หลวงพ่อคูณ ก่อนที่ผู้ว่าฯ ขอนแก่นเป็นประธานในการประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่ และครูใหญ่หลวงพ่อคูณ เป็นกรณีพิเศษ ประจำปี 2561 โดยมีพุทธศาสนิกชน คณะศิษยานุศิษย์ รวมไปถึงผู้ให้การเคารพเลื่อมใสศรัทธาในครูใหญ่หลวงพ่อคูณ และคนในครอบครัวครูใหญ่ทั้ง 647 ร่าง เข้าร่วมในพิธีดังกล่าวจนล้นห้องประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับขั้นตอนประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ เริ่มจากประธานนักศึกษาอ่านคำไว้อาลัยครูใหญ่ ก่อนที่ รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มข. อ่านหมายรับสั่ง จากนั้น รศ.ดร.กิตติชัย &amp;nbsp;ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และผู้ว่าฯ ขอนแก่นจะทำการทอดผ้าบังสุกุล และประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากการประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพแล้วเสร็จ คณะทำงานได้ดำเนินการตามขั้นตอนของการเคลื่อนสรีรสังขารครูใหญ่หลวงพ่อคูณ จากศูนย์ประชุมฯไปยังฌาปนสถานฯ โดยกำลังทหารจากมณฑลทหารบกที่ 23 (มทบ.23) ยกโลงไม้จันทน์หอมที่บรรจุสรีรสังขารของครูใหญ่หลวงพ่อคูณขึ้นรถเทพพนมหมายเลขทะเบียน 4 น 1777 กทม. ที่มีการประดับตกแต่งด้วยบุษบกอย่างสวยงาม จากนั้นได้เข้าสู่ขั้นตอนของการจัดรูปขบวน เริ่มจากรถนำขบวนของตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น 1 คัน รถนำขบวนของตำรวจทางหลวง 2 คัน ตามด้วยรถขนเครื่องอัฐบริขาร ตาลปัตรพัดยศ และเครื่องไทยธรรม ต่อด้วยรถบรรจุสรีรสังขาร รถพระภิกษุสงฆ์ และรถผู้บริหาร มข.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยระหว่างสองข้างทาง ตั้งแต่ลงจากเวทีมาจนถึงรถที่จัดเตรียมไว้นั้น มีสาธุชนจำนวนมากต่างพากันนั่งลงกับพื้นเพื่อก้มกราบครูใหญ่หลวงพ่อคูณและเปล่งเสียงสาธุตลอดเวลา ทั้งนี้ เมื่อขบวนพร้อม เจ้าพนักงานประจำรถบรรจุสรีรสังขารหลวงพ่อคูณได้บีบแตร 3 ครั้ง เพื่อส่งสัญญาณการเคลื่อนขบวน ขณะที่ รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มข., นายสมศักดิ์ ผู้ว่าฯ ขอนแก่น และ พล.ต.สมชาย ครภาฉาย ผู้บัญชาการ มทบ.23 ที่นั่งไปกับรถบรรจุสรีรสังขารของหลวงพ่อคูณ ทำการโปรยทานด้วยดอกคูณบุญ เพื่อเป็นการบอกกล่าวและเปิดทางให้กับครูใหญ่หลวงพ่อคูณตามความเชื่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในช่วงของการเคลื่อนสรีรัสงขารครูใหญ่หลวงพ่อคูณ จากศูนย์ประชุมไปยังฌาปนสถานฯ ระยะทาง 16 กิโลเมตรนั้น ตลอดทั้ง 2 ข้างทางต่างมีสาธุชนมารอกราบและร่วมส่งดวงวิญญาณครูใหญ่หลวงพ่อคูณเต็มสองฟากถนน หลายคนได้วิ่งเข้ามาแย่งกันเก็บเหรียญคูณบุญ ที่ มข.โปรยทานตลอดทางรวมกว่า 30,000 เหรียญฯ ขณะที่บางคนได้โยนกระเป๋าเงิน, ผ้าห่ม, ผ้าเช็ดหน้า, กระเป๋าเดินทาง, หมวกกันน็อก หรือแม้กระทั่งเสื้อแจ็กเกตที่ตนเองสวมใส่เข้าไปใต้ท้องรถเคลื่อนสรีรสังขารครูใหญ่หลวงพ่อคูณเพื่อความเป็นสิริมงคลตามความเชื่อ โดยเมื่อขบวนรถผ่าน เจ้าของต่างได้พากันไปเก็บกลับคืนพร้อมยกมือสาธุท่วมหัวเพื่อความเป็นมงคลให้กับตนเองและครอบครัว
นายกฯ ทอดผ้ามหาบังสุกุล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 15.00 น. ขบวนอัญเชิญสรีรสังขารครูใหญ่หลวงพ่อคูณได้เคลื่อนมาถึงฌาปนสถานชั่วคราววัดหนองแวงพระอารามหลวง ภายในเกาะกลางน้ำ ด้านหลังพุทธมณฑลอีสาน ต.ศิลา อ.เมืองฯ จ.ขอนแก่น โดย รศ.ดร.นิยม วงษ์พงศ์คำ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มข. นำทีมช่างนกหัสดีลิงค์เทินบุษบกบนยอดเขาพระสุเมรุ รวมทั้งทีมช่างศิลป์จิตอาสา กระทำพิธีรับขบวนสรีรสังขารครูใหญ่หลวงพ่อคูณ จากนั้น นายสมศักดิ์ &amp;nbsp;พร้อมด้วย รศ.นพ.ชาญชัย และ พล.ต.สมชาย ในฐานะประธานฝ่ายฆราวาส ช่วยกันยกโลงไม้จันทน์หอมที่บรรจุสรีรสังขารครูใหญ่หลวงพ่อคูณลงจากรถ ก่อนตั้งขบวน โดยเริ่มจากขบวนตาลปัตรพัดยศ เครื่องอัฐบริขารและผ้าไตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีพระธรรมวิสุทธาจารย์ เจ้าอาวาสวัดหนองแวงพระอารามหลวง พร้อมด้วยพระพรหมมังคลาจารย์ ในฐานะประธานฝ่ายสงฆ์ นำพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ ร่วมในการจูงขบวนและสวดบริกรรมคาถา ตามลำดับขั้นตอน โดยขบวนได้ขึ้นตรงบริเวณด้านหน้าประตูทางเข้าซึ่งตรงกับส่วนของหัวนกฯ ก่อนที่จะเลี้ยวขวา ขึ้นสะพานพญานาคและวนขวารอบนกหัสดีลิงค์เทินบุษบก 1 รอบ ก่อนที่โลงบรรจุสรีรสังขารครูใหญ่หลวงพ่อคูณจะเข้าไปในฐานตัวนกตรงปีกด้านขวาและบรรจุเข้าไปในเตาเผาทันที โดยมีคณบดีคณะแพทยศาสตร์คอยกำกับควบคุมและทำการล็อกกุญแจอย่างแน่นหนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 18.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการประกอบพิธีทอดผ้ามหาบังสุกุล ในการถวายเพลิงสรีรสังขารพระเทพวิทยาคม โดยหลังจากพิธีทอดผ้ามหาบังสุกุลแล้วเสร็จ ได้มีพิธีการฆ่านกหัสดีลิงค์เทินบุษบกบนยอดเขาพระสุเมรุ ตามขนบธรรมเนียมประเพณีโบราณอีสาน โดยเชื่อว่านกหัสดีลิงค์สามารถนำดวงวิญญาณของผู้ตายไปสู่สวรรค์ได้ ทั้งนี้ เมื่อนางสีดาใช้ธนูยิงเข้าที่ลำตัวของนกหัสดีลิงค์และอาญา 4 และแม่ทัพช่วยกันใช้หอกแทงนกจนตาย ได้มีอุจจาระออกมาเป็นผลไม้มงคลให้นางสีดานำกลับไปที่เมืองตัวเองที่อุบลราชธานี โดยพิธีดังกล่าวใช้เวลาประมาณ 20 นาที ซึ่งผลไม้ที่ออกมาทางด้านหลังนั้นจะอุปมาเป็นอุจจาระของนกหัสดีลิงค์ ถือว่าเป็นของมงคลที่ทางครูบาอาจารย์ได้หลงเหลือไว้ให้ชิ้นสุดท้าย และของมงคลเหล่านี้จะสงวนเก็บไว้ภายในอนุสรณ์สถานพร้อมอัฐบริขารต่างๆ ของหลวงพ่อคูณต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เป็นการรำสํสการ บูรพาจารย์พระเทพวิทยาคม โดยนักศึกษาของคณะศิลปกรรมศาสตร์ มข. จำนวน 99 คน และพิธีขอขมาครูใหญ่หลวงพ่อคูณ ด้วยเครื่องสักการะ 25 ชุด โดยผู้ขอขมาคนแรกคือ นายณรงค์ชัย อัครเศรณี นายกสภามหาวิทยาลัยขอนแก่น ตามด้วย รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดี มข. และ รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร มข. จากนั้นผู้บริหารยืนเรียงเป็นวงกลมรอบนกหัสดีลิงค์ โดยมีพระครูสีลสาราภรณ์ และพระอาจารย์จารย์รูธรรมยอดแก้ว ดำเนินพิธีขอขมา โดยมีนักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ และนักศึกษาศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพ ก้มกราบสรีรสังขารพร้อมผู้บริหารทั้งหมดเป็นอันเสร็จพิธี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างพิธี สาธุชนจำนวนมากได้ฝ่าด่านเจ้าหน้าที่เข้าไปภายในงานเพื่อต้องการเห็นพิธีใกล้ๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่สามารถปิดกั้นแรงศรัทธาได้ จึงปล่อยให้เข้าไป และคอยดูแลความเรียบร้อย ก่อนที่จะเชิญคนที่เข้ามาให้ออกจากพื้นที่ เพื่อเตรียมประกอบพิธีถวายเพลิงสรีรสังขารครูใหญ่พระเทพวิทยาคม ในเวลา 22.15 น. ตามกำหนดการต่อไป.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27823</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำมั่น วงกาญจนรัตน์, สมศักดิ์ จังตระกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190129/image_big_5c50690b58bd5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27585</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กราบลาสรีรสังขาร ‘พระจก’เห็น‘พ่อคูณ’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ประชาชนยังไปวางดอกไม้จันทน์และกราบลาสรีรสังขารครูใหญ่หลวงพ่อคูณกันอย่างเนืองแน่นตลอดทั้งวัน ขณะที่มิจฉาชีพก็ชุกไม่แพ้กัน อธิการบดี มข.เผยมีพ่อค้า-แม่ค้าลักลอบนำเสื้อผ้าหลอกขาย อ้างต้องใส่ชุดขาวเท่านั้นจึงจะร่วมงาน &amp;nbsp; ยันประชาชนแต่งกายแบบใดก็ได้ ส่งเจ้าหน้าที่ผลักดันให้พ้นรั้วมหาวิทยาลัยแล้ว &amp;quot;พระจก&amp;quot; บุตรบุญธรรมหลวงพ่อคูณเผยเห็นหลวงพ่อในวิมาน 8 เหลี่ยมสีขาวทั้งหลัง ในมือถือยาเส้นและมีกระโถนตั้งอยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น &amp;nbsp;หรือ มข. ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับการจัดงานพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่และครูใหญ่พระเทพวิทยาคม &amp;nbsp;หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เป็นกรณีพิเศษ มีการประกอบพิธีสวดพระพุทธมนต์ประจำวัน โดยมีพระราชปริยัติโสภณ เจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น ในฐานะประธานฝ่ายสงฆ์ เป็นประธาน มีพุทธศาสนิกชน คณะศิษยานุศิษย์ รวมไปถึงผู้ที่ให้การเคารพเลื่อมใสศรัทธาในครูใหญ่หลวงพ่อคูณและคนในครอบครัวของครูใหญ่ทั้ง 647 ร่าง เข้าร่วมในการประกอบพิธีสวดพระพุทธมนต์ โดยมีพระพิธีธรรม 10 รูป จากวัดหนองกุง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น สวดพระพุทธมนต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในการสวดพระพุทธมนต์ประจำวันนั้น พุทธศาสนิกชนจากทั่วโลกได้เดินทางมาร่วมประกอบพิธีจนล้นห้องประชุม ซึ่งในช่วงพิธีการนั้น ทุกคนต่างพากันนั่งลงกับพื้นห้องประชุมและบันไดทุกขั้น เนื่องจากที่นั่งที่จัดเตรียมไว้นั้นเต็มทุกที่นั่ง และเมื่อการประกอบพิธีสวดพระพุทธมนต์แล้วเสร็จ ได้เข้าสู่การถวายภัตตาหารเพลพระพิธีธรรมและพระสงฆ์ที่มาร่วมในการสวดพระพุทธมนต์ดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงของการถวายภัตตาหารเพลนั้น ได้เกิดปรากฏการณ์ไฟดับทั้งศูนย์ประชุมโดยไม่ทราบสาเหตุ เรียกเสียงฮือฮาจากสาธุชนที่มาวางดอกไม้จันทน์และกราบลาสรีรสังขารครูใหญ่หลวงพ่อคูณอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการวางดอกไม้จันทน์และกราบลาสรีรสังขารครูใหญ่หลวงพ่อคูณแต่อย่างใด โดยทุกคนต่างยกมือสาธุและเดินเรียงแถวเข้าวางดอกไม้จันทน์และกราบลาสรีรสังขารครูใหญ่หลวงพ่อคูณ ตามเส้นทางที่ มข.กำหนด และนั่งรอในการร่วมสวดพระอภิธรรม ตามรอบที่ มข.กำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดี มข. กล่าวว่า มข.ได้เร่งประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อมวลชนและเสียงตามสาย ทั้งที่ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์ฯ และที่ ฌาปนสถานชั่วคราวฯ เพื่อแจ้งเตือนกรณีที่มีผู้ไม่หวังดีออกอุบายหลอกลวงประชาชนมาในรูปแบบของพ่อค้า-แม่ค้าที่ลักลอบนำเสื้อผ้าเข้ามาวางขายอยู่ภายในรั้ว มข. และโดยรอบศูนย์ประชุม โดยผู้ไม่หวังดีเหล่านี้จะหลอกประชาชนและศิษยานุศิษย์ที่มาร่วมงานว่า มข.ได้กำหนดให้แต่งกายด้วยชุดขาว-ดำเท่านั้น&amp;nbsp;
แก๊งหลอกลวงขายเสื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อกลุ่มคนดังกล่าวกล่าวอ้างโดยเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งการกระทำดังกล่าวกลุ่มไม่หวังดีต้องการจำหน่ายเสื้อ-ผ้าเท่านั้น ทั้งนี้ ผมยืนยันว่าทุกคนที่เดินทางมานั้น สามารถแต่งกายแบบใดก็ได้ โดยทาง มข.ไม่ได้บังคับ แต่ขอให้แต่งกายให้สุภาพ เหมาะสมกับงานพิธีพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่และครูใหญ่หลวงพ่อคูณ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.ดร.กิตติชัยกล่าวต่ออีกว่า กองอำนวยการร่วม มข., ตำรวจ, ทหารและฝ่ายปกครอง ได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจและผลักดันกลุ่มพ่อค้า-แม่ค้าที่ลักลอบเข้ามาตั้งจำหน่ายสินค้าภายในรั้วมหาวิทยาลัย โดยให้ออกไปขายด้านนอกรั้วทั้งหมด ซึ่งหากยังคงฝ่าฝืนและมีการตรวจพบ ก็จะทำการผลักดันให้ออกไปทันที &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มข. เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค. มีประชาชนเข้ามาชมนกหัสดีลิงค์เทินบุษบกบนยอดเขาพระสุเมรุ ที่ฌาปนสถานชั่วคราวฯ เป็นจำนวนมาก เฉลี่ยแล้วหลายหมื่นคนต่อวัน ซึ่งหลายๆ คนประสบปัญหาในเรื่องของห้องน้ำ เนื่องจากมีเพียง 10 ห้องและอยู่ไกล ทั้งนี้ เดิมตามแผนในวันที่ 29 ม.ค. จะมีห้องสุขาชั่วคราวจำนวนมาก แต่เนื่องจากมีประชาชนเดินทางเข้ามาจำนวนมาก จึงได้มีการปรับแผน โดยได้นำรถสุขาเข้าไปใกล้กับฌาปนสถานอีกจำนวน 31 ห้อง และสุขาชั่วคราวที่ทำเอาไว้อีก 20 ห้อง ซึ่งจะเสร็จภายในวันนี้ โดยจะตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเมรุชั่วคราว เพื่ออำนวยความสะดวกของเหล่าสาธุชนที่เดินทางมาเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และสำหรับสุขาที่อยู่รอบองค์พระพุทธรูปภายในพุทธมณฑลอีสาน จะมีอยู่ 30 ห้อง ที่ทิศตะวันออกขององค์พระพุทธรูป และฝั่งทิศตะวันตกอีกจำนวน 12 ห้อง ทั้งนี้ มข.ได้ทำป้ายบอกทางไปสุขาอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีสุขาที่อยู่รอบองค์พระพุทธรูปอีก 40 ห้อง คอยรองรับสาธุชนในภาพรวมทั้งหมดแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.นพ.ชาญชัยกล่าวต่ออีกว่า มข.ยังได้เตรียมทีมอาสาสมัครฝ่ายการแพทย์และพยาบาลอีกกว่า 200 คน ประจำจุดที่มีประชาชนอยู่เป็นจำนวนมาก เพื่อคอยดูแลสุขภาพ เพราะภายในพุทธมณฑลอีสานและที่ฌาปนสถานชั่วคราวฯ มีสาธุชนเป็นจำนวนมากและที่สำคัญคือสภาพอากาศร้อนจัด จึงเสี่ยงต่อการให้สาธุชนนั้นมีอาการหน้ามืดเป็นลมได้ ซึ่งอาสาสมัครแพทย์และพยาบาลจะเข้าไปให้การช่วยเหลือทันที อีกทั้งสาธุชนก็ยังคงสามารถเรียกขอความช่วยเหลือได้โดยตลอดอีกด้วย&amp;nbsp;
รองรับได้ 6.5 หมื่นคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม สำหรับที่นั่งของสาธุชนที่จะเข้าร่วมในงานดังกล่าว ได้มีการตั้งเต็นท์อยู่บริเวณองค์พระพุทธรูป ซึ่งสามารถจุคนได้ 65,000 คน และมีการเสริมเก้าอี้อีกจำนวนหนึ่ง และในบริเวณฌาปนสถานชั่วคราวฯ ได้มีผู้ใจบุญบริจาคเต็นท์มาช่วยอีกเป็นจำนวนมาก หลังจากที่ มข.ได้ทำการประชาสัมพันธ์ออกไป แต่ถึงอย่างไรเต็นท์ที่ทางเจ้าหน้าที่จัดเตรียมไว้อาจจะไม่พอ จึงอยากจะขอให้ประชาชนที่เดินทางมาพกร่ม-หมวก รวมทั้งเสื่อและที่รองนั่ง และที่สำคัญคือน้ำดื่ม เพราะอากาศร้อน ที่จะสามารถช่วยแบ่งเบา อุณหภูมิในร่างกายไม่ร้อนจนเกิดอาการหน้ามืดและเป็นลมได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับขบวนเรือที่จะใช้ในการลอยอังคารครูใหญ่หลวงพ่อคูณนั้น จากการประชุมร่วมกันทุกฝ่ายรอบสุดท้ายได้ข้อสรุปในการกำหนดจุดที่จะลงเรือ, &amp;nbsp;จุดที่จะล่องเรือ และจุดที่จะลอยอังคาร ไว้ทั้งหมดแล้ว นอกจากนี้ก็มีการกำหนดแผนการจราจรในด้านต่างๆ ซึ่งทุกอย่างก็ได้ดำเนินการเป็นไปตามแผนงานอย่างราบรื่น ได้รับความร่วมมือจากทาง จ.หนองคาย เป็นอย่างดี ซึ่งก็ไม่น่าจะมีปัญหาใดๆ เกิดขึ้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.นพ.ชาญชัยกล่าวว่า วันที่ 30 ม.ค. ภายหลังจากเสร็จสิ้นพิธีถวายเพลิงครูใหญ่หลวงพ่อคูณแล้วเสร็จในเวลา 06.00 น. ทางเจ้าหน้าที่จะทำการเปิดเตา เพื่อนำโลงสเตนเลสซึ่งอยู่ชั้นล่างสุดของเตา ซึ่งมีการล็อกกุญแจอย่างแน่นหนา มาทำการห่อด้วยจีวรพระและถวายดอกไม้ จากนั้นจะมีพิธีทางศาสนาตามประเพณี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นในเวลาประมาณ 07.00 น. ขบวนรถจะเดินทางออกจากฌาปนสถานชั่วคราวฯ ไป จ.หนองคาย ทันทีเพื่อลอยอังคารตามพินัยกรรมที่ได้ระบุไว้ โดยจะไม่มีการนำกระดูกมาวาง เพราะกล่องสเตนเลสสำหรับการใส่อัฐิของครูใหญ่หลวงพ่อคูณนั้นทำการล็อกกุญแจทันทีหลังการถวายเพลิงเสร็จสิ้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในช่วงเช้า พระชาคริสต์ อภิปาโล (ลิ้มชูวงษ์) หรือพระจก อายุ 26 ปี และพระธีทัต ญาณวโร (ลิ้มชูวงษ์) หรือพระทา อายุ 24 ปี สองพี่น้อง ซึ่งเป็นบุตรบุญธรรมของหลวงพ่อคูณ ที่เมตตารับไว้ในอุปการะได้เดินทางมากราบหลวงพ่อคูณ หลังอุปสมบทในโครงการเข้าโครงบรรพชาอุปสมบทเพื่ออุทิศถวายแด่หลวงพ่อคูณ 100 รูป&amp;nbsp;
เห็นวิมาน 8 เหลี่ยม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พระทั้ง 2 รูปเล่าถึงความผูกพันกับหลวงพ่อคูณ โดยพระจกเล่าว่า แม่อาตมาไม่มีลูก เนื่องจากมีปัญหาเกี่ยวกับรังไข่ภายในมดลูก แม่อาตมาไปหาหมอทำกิฟต์หมดเงินไปมากมายก็ไม่สำเร็จ จึงเดินทางไปขอลูกกับหลวงพ่อคูณ ซึ่งท่านบอกกับแม่อาตมาว่าจะให้ลูกเป็นชาย 2 คน แต่จะต้องไปทำศิวลึงค์ที่วัดโพธิ์ตามพิธีกรรม จากนั้นไม่นานแม่อาตมาก็ตั้งครรภ์เกิดอาตมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ท่านตั้งชื่อให้ว่า &amp;ldquo;จก&amp;rdquo; หมายความว่า &amp;ldquo;ล้วง&amp;rdquo; มาจากขั้นตอนในพิธีกรรม ถัดมาอีก 2 ปี แม่ก็ตั้งครรภ์ และคลอดพระธีทัต ชื่อ &amp;ldquo;ทา&amp;rdquo; เป็นไปตามที่หลวงพ่อคูณได้บอกไว้ เท่าที่จำความได้ อาตมาจะคลุกคลีกับท่านในวัยเด็กเสียมาก และเรียกว่าพ่อแต่ไหนแต่ไรแล้ว พอเลิกเรียนทุกวันก็จะไปหาหลวงพ่อที่วัด ไปเล่นไปดูแลท่านตลอด หลวงพ่อใจดีมาก เวลาดื้อเวลาซน หลวงพ่อจะคอยสั่งสอน ตักเตือนในแบบของท่าน บอกให้ตอบแทนคุณบิดามารดา ผู้มีพระคุณ และสอนให้ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย ไม่ต้องยึดติด ซึ่งอาตมาก็ยึดถือมาใช้ในการดำเนินชีวิต&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระจกยังเล่าว่า เมื่อโตขึ้นมาได้เรียนชั้นมัธยม จนเข้ามหาวิทยาลัยก็ไม่ค่อยได้มีเวลากลับไปพบหาหลวงพ่อ แต่เมื่อหลวงพ่อคูณอาพาธหนัก ก็เข้าไปดูแล พาเดินกายภาพ ป้อนข้าวป้อนน้ำ กระทั่งเมื่อถึงเวลาที่ท่านได้ลงบันทึกพินัยกรรมไว้ ในเย็นวันเดียวกันท่านก็อาพาธ อาตมาก็เข้าไปพูดคุย และท่านก็บอกว่า &amp;ldquo;ถ้ากูตาย มึงบวชให้กูหน่อยได้ไหม 3 วัน&amp;rdquo; ตอนนั้นพวกอาตมาก็ยังเล็ก ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ แต่เพราะท่านเป็นทั้งพ่อและพระที่คนให้ความเคารพนับถือ ดีมีเมตตา มีหรือที่จะไม่ทำให้ อาตมากับพระทาก็ตอบตกลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลังหลวงพ่อคูณละสังขารไปแล้ว พระจกบำเพ็ญเพียรเข้าศีลตลอด ระยะเวลา 3 ปี ได้พบเห็นท่านอยู่ตลอด ก็พาอาตมาไปดูอยู่ที่ไหน เห็นเป็นวิมาน 8 เหลี่ยมสีขาวทั้งหลัง มีท่านนั่งอยู่รูปเดียว ท่ามกลางวิหาร ในมือถือยาเส้นและมีกระโถนตั้งอยู่ และได้พาไปรู้จักผู้หลักผู้ใหญ่เป็นปกติเหมือนตอนที่ยังมีชีวิตอยู่&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระจกเผยว่า นอกจากหลักธรรมคำสอนสั่งที่ท่านให้ไว้ ก็จะมอบเครื่องรางของขลังไว้ด้วยบ้าง และท่านก็จะบอกว่า &amp;lsquo;กูให้มึง กูให้มึง&amp;rsquo; สำหรับอาตมา แค่เป็นลูกบุญธรรมของท่านเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพระทากล่าว่า หลวงพ่อเป็นพระที่มีเมตตา เป็นผู้ให้อย่างหาที่สุดมิได้ และเป็นพ่อที่คอยสั่งสอน ดูแลลูก ทั้งอาตมาและหลวงพี่ชาคริสต์จึงได้เข้าโครงบรรพชาอุปสมบทเพื่ออุทิศถวายแด่หลวงพ่อคูณ 100 รูป โดยคณะสงฆ์ จ.ขอนแก่น รับผิดชอบ 50 รูป คณะสงฆ์ จ.นครราชสีมา รับผิดชอบ 50 รูป เพื่อต้องการตอบแทนบุญคุณของท่านที่ทำให้อาตมาเกิดมา
วัดบ้านไร่แทบแตก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรรยากาศที่มณฑลพิธีวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา นายพยุง พวงขุนทด อายุ 50 ปี กรรมการวัดบ้านไร่ เปิดเผยว่า ตั้งแต่เวลา 04.00 น. ศิษยานุศิษย์จากทั่วทุกสารทิศพากันหลั่งไหลเดินทางมาเพื่อจะวางดอกไม้จันทน์ถวายสักการะสรีระหุ่นขี้ผึ้งจำลองพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ที่บรรจุประดิษฐานอยู่ในโลงแก้วตั้งอยู่บนศาลาการเปรียญภายใต้พระอุโบสถวัดบ้านไร่ ซึ่งตั้งแต่ช่วงเช้ามาจนถึงขณะนี้ คาดว่าประชาชนที่มานั้นรวมประมาณ 6 หมื่นคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายข้าวโพด พึขุนทด อายุ 54 ปี เจ้าหน้าที่ที่ให้บริการยืนแจกรูปภาพหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ซึ่งด้านหลังเป็นคำคม 10 ประการ ของหลวงพ่อคูณ รุ่น &amp;ldquo;กูให้มึงรวย&amp;rdquo; กันเลย เผยว่า ตนเองยืนแจกรูปภาพหลวงพ่อคูณแก่ประชาชนและศิษยานุศิษย์ที่มาเฉพาะ 4 ชม.วันนี้หมดไปทั้งสิ้น 3 หมื่นใบแล้ว ขณะที่นายบุญโรม ปวงขุนทด ผู้ที่ให้บริการดอกไม้จันทน์ ได้เผยว่าตั้งแต่วันที่ 22 ม.ค.62 ที่วัดบ้านไร่จัดให้มีพิธีการวางดอกไม้จันทน์ที่วัดบ้านไร่นั้น หมดดอกไม้จันทน์ไปวันละประมาณ 10,000-20,000 ช่อ แต่วันนี้เนื่องจากเป็นวันหยุด พบว่ามีประชาชนเดินทางมาปริมาณเพิ่มมากขึ้นกว่า 3 เท่า คาดว่าน่าจะประมาณถึง 6 หมื่นคน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาช่วงบ่าย ทางคณะกรรมการวัดบ้านไร่พร้อมด้วยศิษยานุศิษย์ได้จัดให้มีพิธีเคลื่อนย้ายโลงแก้วที่บรรจุสรีระหุ่นขี้ผึ้งหลวงพ่อคูณจำลองที่เคยตั้งให้ประชาชนสักการบูชาวางดอกไม้จันทน์อยู่ภายในศาลาการเปรียญใต้พระอุโบสถวัดบ้านไร่ โดยมีพระสมศักดิ์และพระสงฆ์ที่อุปสมบทถวายหลวงพ่อคูณ จำนวนกว่า 100 รูปทำพิธีกราบขอขมาร่างสรีระหุ่นขี้ผึ้งหลวงพ่อคูณ มีนายไพฑูรย์ มหาชื่นใจ นายอำเภอด่านขุนทด, นายจำลอง ครุฑขุนทด อดีต รมต.กระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงประชาชน ร่วมกันแบกโลงแก้วเดินแห่ไปยังวิหารเทพวิทยาคมวนรอบและเดินแห่มายังสถานที่ตั้งเมรุลอยที่ตั้งอยู่ด้านข้างศาลาการเปรียญพระอุโบสถวัดบ้านไร่ เพื่อให้ประชาชนศิษยานุศิษย์ที่หลั่งไหลเดินทางมาเพื่อกราบสักการะวางดอกไม้จันทน์ได้ร่วมกราบอนุโมทนาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะมีพิธีฌาปนกิจสรีระร่างหุ่นขี้ผึ้งจำลองไปพร้อมกับพิธีพระราชทานเพลิงหลวงพ่อคูณ พร้อมกับพิธีใหญ่ที่มณฑลพิธี จ.ขอนแก่น ในวันที่ 29 ม.ค.ที่จะถึงนี้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27585</URL_LINK>
                <HASHTAG>วางดอกไม้จันทน์, สรีรสังขารครูใหญ่หลวงพ่อคูณ, หนังสือพิมพ์, หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190126/image_big_5c4c6fc597e1a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27440</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจกเหรียญพ่อคูณ ผู้ไปงานวัดบ้านไร่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตรองนายกฯ สุวัจน์ ร่วมกับแอ๊ด คาราบาว เป็นเจ้าภาพเลี้ยงพระเพลงานศพหลวงพ่อคูณที่ขอนแก่น ศิลปินดังเผยยึดถือคำสั่งสอนของอริยสงฆ์ผู้นี้มาตลอด โดยเฉพาะความไม่ประมาท ด้านวัดบ้านไร่เตรียมแจกเหรียญพ่อคูณ รุ่น &amp;quot;พินัยกรรม&amp;quot; ให้แก่ทุกคนที่ไปร่วมงานพระราชทานเพลิงวันที่ 29 ม.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น(มข.) สถานที่จัดงานพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่และครูใหญ่พระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เป็นกรณีพิเศษ ประจำปีการศึกษา 2561 เมื่อวันที่ 24 มกราคมนี้ ยังคงมีศิษยานุศิษย์และผู้ที่เคารพเลื่อมใสศรัทธาในหลวงพ่อคูณ เดินทางมาฟังพระสวดพระพุทธมนต์ ถวายภัตตาหารเพล วางดอกไม้จันทน์ และกราบลาครูใหญ่หลวงพ่อคูณ อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการสวดพระพุทธมนต์เมื่อเวลา 10.00 น. และการถวายภัตตาหารเพล เวลา 11.00 น. นายสุวัจน์ ลิปตภัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และนายยืนยง โอภาสกุล หรือแอ๊ด คาราบาว ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพ โดยนายยืนยงกล่าวว่า ตนเองเป็นลูกศิษย์คนหนึ่งของหลวงพ่อคูณ เคารพนับถือหลวงพ่อคูณเป็นอย่างมาก เนื่องจากท่านเป็นพระที่มีความเมตตา กรุณาสูงมาก ท่านทำอะไรให้สังคมมาตลอด ทั้งเป็นคนมักน้อยถือเป็นแบบอย่างของพระอริยะ ที่สำคัญหลวงพ่อคูณท่านเป็นคนเข้าหาง่าย คบง่าย ถึงแม้ว่าท่านจะไม่สบาย ท่านก็ยังให้ลูกศิษย์ลูกหาเข้าพบโดยมิได้รังเกียจ ทั้งๆ ที่อาจจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คำสั่งสอนของท่านที่ผมได้ยึดถือมาโดยตลอดนั้นคือ อย่าประมาท ซึ่งหลวงพ่อคูณจะพูดตลอดว่า ไปไหนมาไหนอย่าประมาทเด้อลูกหลานเอ้ย ซึ่งผมฟังดูแล้วเป็นคำง่ายๆ แต่ถ้าใครยึดถือ นำไปปฏิบัติ ก็จะมีแต่ความปลอดภัย มีความเจริญ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ฌาปนสถานชั่วคราว วัดหนองแวง พระอารามหลวง ภายในเกาะกลางน้ำ หลังพุทธมณฑลอีสาน จ.ขอนแก่น ประชาชนจากจังหวัดต่างๆ พากันไปชมเมรุลอยนกหัสดีลิงค์เทินบุษบกอย่างเนืองแน่น นอกจากนี้ยังมีครูจากโรงเรียนต่างๆ พานักเรียนไปเที่ยวชมเพื่อซึมซับวัฒนธรรมอีสานด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านบรรยากาศโรงทาน ผู้มีจิตศรัทธาจากหลายจังหวัดเดินทางไกลมาตั้งโรงทานกันตั้งแต่เช้า โดยมีผู้แสดงความจำนงออกโรงทานทุกวันตลอดงาน 70-80 โรงทาน เฉลี่ยแต่ละวันมีผู้ออกโรงทานวันละกว่า 300 ราย ทั้งนี้ ทางมหาวิทยาลัยขอนแก่นขอความร่วมมือผู้ออกโรงทานหลีกเลี่ยงการใช้โฟมเป็นภาชนะ โดยให้ใช้วัสดุที่เป็นธรรมชาติ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากประชาชนเป็นอย่างดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานอุปถัมภ์และที่ปรึกษาคณะกรรมการวัดบ้านไร่ ในฐานะลูกศิษย์เอกพระเทพวิทยาคม หลวงพ่อคูณ กล่าวว่า ทางวัดบ้านไร่ได้จัดพิธีสำคัญมีศิษยานุศิษย์ญาติโยมประชาชนจากทั่วสารทิศแน่นขนัดวัดเลยทีเดียว เนื่องจากที่วัดมีการสวดพระอภิธรรมในแต่ละวัน ซึ่งในวันที่ 28 ม.ค.นี้ ตนและพรรคชาติพัฒนา กรรมการบริหารพรรคจะเป็นประธานสวดพระอภิธรรม และวันที่ 29 ม.ค.2562 วันพระราชทานเพลิงหลวงพ่อคูณ ตนจะเป็นประธานประกอบพิธีพร้อมกับศิษยานุศิษย์ ญาติโยม พี่น้องประชาชนที่ไม่สามารถไปร่วมพิธีที่ จ.ขอนแก่นได้ และทางวัดจะได้มอบเหรียญที่ระลึกพระเทพวิทยาคม หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ รุ่นพินัยกรรม ให้กับศิษยานุศิษย์ ญาติโยม ประชาชนด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ขณะนี้ตามแผงพระต่างๆ ในนครราชสีมามีความคึกคักอย่างมาก โดยเฉพาะที่ย่านดังสนามพระเครื่อง บริเวณโรงแรมเมืองทอง หลังอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา ซึ่งเป็นพื้นที่มีแผงพระอยู่กว่า 200 แผง มากที่สุดของจังหวัด ได้มีบรรดาเซียนพระจากทั้งในจังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดอื่นๆ เดินทางมาแสวงหาเช่าบูชาวัตถุมงคลของหลวงพ่อคูณ ทำให้แผงพระที่เคยเงียบเหงาจากเศรษฐกิจไม่ค่อยดีก่อนหน้านั้น วันนี้กลับมามีความคึกคักอีกครั้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27440</URL_LINK>
                <HASHTAG>สุวัจน์ ลิปตพัลลภ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190124/image_big_5c49ba824af09.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27355</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวโคราชกว่าพันเข้ากราบสังขารพ่อคูณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระสงฆ์ 272 รูป นำประชาชนชาวโคราชกว่าพันคนนั่งรถบัสไปกราบสรีระสังขารหลวงพ่อคูณที่ขอนแก่น ขณะที่จิตอาสาร่วมทำดอกไม้จันทน์ให้ครบล้านดอก มั่นใจทันงานพระราชทานเพลิง ที่หนองคาย ทหารเรือตรวจความพร้อมขบวนเรือนำเถ้าอัฐิโปรยลงแม่น้ำโขง ด้านรถไฟเพิ่มขบวนรถสายอีสานวันละ 14 ขบวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิธีบำเพ็ญกุศลสรีระสังขารพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ที่ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ตั้งแต่เช้าวันที่ 23 มกราคมนี้ ผู้คนยังคงทยอยไปเคารพศพหลวงพ่อคูณกันอย่างคับคั่ง โดยเข้าไปกราบและวางดิอกไม้จันทน์ บรรยากาศโดยทั่วไปเป็นไปอย่างเรียบร้อย สงบและสำรวม โดยมี้เจ้าหน้าที่ มข., กำลังทหาร, ตำรวจ, ฝ่ายปกครอง และนักศึกษาจิตอาสา คอยอำนวยความสะดวกและกำกับการดำเนินงานในด้านต่างๆ ให้เป็นไปตามขั้นตอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในช่วงบ่าย พระครูศรีปริยัติพิธาน โพนขุนทด เจ้าคณะอำเภอด่านขุนทด จ.นครราชสีมา พร้อมพระสงฆ์จำนวน 272 รูป และคณะศิษยานุศิษย์ของหลวงพ่อคูณ รวมกว่า &amp;nbsp;1,000 คน เดินทางด้วยรถบัสโดยสารจาก อ.ด่านขุนทด จำนวน 23 คัน มาร่วมพิธีสวดอภิธรรมครูใหญ่และครูใหญ่หลวงพ่อคูณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระครูศรีปริยัติพิธานกล่าวว่า พระสงฆ์จำนวน 272 รูป พร้อมคณะศิษยานุศิษย์หลวงพ่อคูณ พร้อมใจกันมากราบสักการะสรีระสังขารหลวงพ่อคูณเป็นครั้งสุดท้าย เพราะหลังจากนี้คงไม่มีโอกาสได้มาอีก นอกจากนี้ ที่วัดบ้านไร่ก็มีพิธีบำเพ็ญกุศลถวายหลวงพ่อคูณเช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของการจัดทำดอกไม้จันทน์ ยังมีประชาชนจิตอาสา นักศึกษาและเจ้าหน้าที่ของ มข.ร่วมกันทำอย่างต่อเนื่องที่ศูนย์ประชุมกาญจนาภิเษก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.ดร.เสาวมาศ คุณล้าน เถื่อนนาดี คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มข. กล่าวว่า ในงานพิธีพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่และครูใหญ่หลวงพ่อคูณ ในระหว่างวันที่ 21-30 ม.ค.2562 นั้น มข.ได้เตรียมดอกไม้จันทน์ไว้ 1,000,000 ดอก ซึ่งเป็นความร่วมมือจากประชาชนจิตอาสา คณาจารย์ และนักศึกษา มข.ที่ได้ร่วมกันทำ ซึ่งในขณะนี้ทำแล้วเสร็จ 800,000 ดอก ในจำนวนนี้ได้แบ่งไปประดับที่ฌาปนสถาน จำนวน 200,000 ดอก และภายหลังจากเคลื่อนสรีระสังขารหลวงพ่อคูณมาที่ศูนย์ประชุมฯ ได้มีประชาชนเข้ามากราบลาร่างครูใหญ่และครูใหญ่หลวงพ่อคูณ พร้อมทั้งวางดอกไม้จันทน์ไปแล้วหลายหมื่นคน หลายคนร่วมเป็นจิตอาสาทำดอกไม้จันทน์เพื่อใช้ในพิธีพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่ด้วย ซึ่งดอกไม้จันทน์ที่ประชาชนนำมาวางนี้จะถูกขนไปยังเมรุลอยนกหัสดีลิงค์ ฌาปนสถาน เพื่อใช้ในพิธีพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่หลวงพ่อคูณ ในวันที่ 29 ม.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานจากจังหวัดนครราชสีมาว่า ที่วัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด ได้จัดพิธีบำเพ็ญกุศลหลวงพ่อคูณ คู่ขนานไปกับจังหวัดขอนแก่น โดยตลอดทั้งวันมีพุทธศาสนิกชนเดินทางมาร่วมพิธี และคาดว่าจะเดินทางมาต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 29 มกราคม ที่จะมีพิธีเผาหุ่นขี้ผึ้งขนาดเท่าสรีระจริงของหลวงพ่อคูณ ณ เมรุจำลอง 9 ชั้น หลังอุโบสถติดกับสระน้ำวัดบ้านไร่ ซึ่งขณะนี้ได้มีการจัดเตรียมไว้พร้อมทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่จังหวัดหนองคาย ทหารหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง ตรวจความพร้อมเรือที่จะใช้ในพิธีลอยอังคารและเถ้าอัฐิหลวงพ่อคูณ ในวันที่ 30 มกราคม โดยมีการความสะอาดแพเรือ ตรวจความพร้อม ติดธงใหม่ให้สมเกียรติ หลังจากนี้เทศบาลเมืองหนองคายจะทำทางลงเรือจากบันไดขั้นสุดท้ายไปถึงแพเรือให้มีความสะดวกมากขึ้น ขณะที่ในวันที่ 28 มกราคมจะซ้อมขบวนเรือที่เข้าร่วมพิธี 12 ลำ ส่วนเรือหลักที่ใช้นำกล่องบรรจุเถ้าอัฐิหลวงพ่อคูณ จะเป็นเรือ &amp;ldquo;ล.169&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;เรือลาดตระเวน 169&amp;rdquo; ซึ่งรูปขบวนเรือในพิธีนั้น หลังเจ้าหน้าที่เชิญกล่องบรรจุเถ้าอัฐิลงเรือหลัก จะเคลื่อนขบวนทวนน้ำโขงไปสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ระยะทาง 5 กิโลเมตร จากนั้นจะกลับขบวนเรือล่องไปตามน้ำโขง มุ่งหน้าไปพระธาตุกลางน้ำ เมื่อเรือหลักถึงพระธาตุกลางน้ำ จะวน 3 รอบก่อนโปรยเถ้าอัฐิ คาดว่าจะใช้เวลาประกอบพิธีประมาณ 1 ชั่วโมง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านการรถไฟแห่งประเทศไทยแจ้งว่า ได้จัดขบวนรถสายอีสานเพิ่มวันละ 14 ขบวน ช่วงวันที่ 23-29 ม.ค.นี้ เพื่ออำนวยความสะดวกรองรับการเดินทางของศิษยานุศิษย์ พุทธศาสนิกชน และประชาชนผู้มีจิตเลื่อมใสศรัทธาที่จะเดินทางเข้าร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม และพิธีพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อคูณที่จังหวัดขอนแก่นอย่างเต็มที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ที่สนใจเดินทางโดยรถไฟ เพื่อเข้าร่วมในพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม และพิธีพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อคูณที่ขอนแก่น สามารถตรวจสอบหรือสอบถามรายละเอียดจองตั๋วโดยสารก่อนเดินทางได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ Call Center 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27355</URL_LINK>
                <HASHTAG>หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190123/image_big_5c486c8564a75.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
