<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83971</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/11/2020 11:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/11/2020 11:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุก60ปีปรับ6ล้าน&#039;อ้อย ปัญญาทิพย์&#039; ลวงลงทุนหุ้นแบงก์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ย. 63 - ที่ห้องพิจารณา 813 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีฉ้อโกงหุ้นธนาคาร หมายเลขดำ อ. 2160/2562 ที่พนักงานอัยการคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 1 เป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.จุฑารัตน์ ปัญญาทิพย์ เป็นจำเลย ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 ฐานฉ้อโกงประชาชน, พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และพระราชบัญญัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีระหว่างวันที่ 27 ก.พ. &amp;ndash; 21 เม.ย. 2559 ต่อเนื่องกัน จำเลยมีเจตนาทุจริตกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชนด้วยการเผยแพร่ข้อความในเฟซบุ๊ก กลุ่มตลาดนัดประมูลทองคำแท้และสินค้าทุกประเภท by อ้อย ปัญญาทิพย์ ชักชวนให้สมาชิกและประชาชนที่สนใจเข้าร่วมลงทุนซื้อหุ้นของธนาคารพาณิชย์ต่างๆ กับจำเลย โดยเสนอจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนเป็นเงินปันผลในอัตราสูงตามเงื่อนไขการลงทุน ทำให้มีผู้เสียหาย 12 รายหลงเชื่อ นำเงินจำนวนมากมาลงทุนกับจำเลย โดยผู้เสียหายได้รับเงินคืนเพียงบางส่วน เหตุเกิดที่เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ และที่อื่นเกี่ยวพันกัน ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพระหว่างการพิจารณา และได้รับการประกันตัว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (16 พ.ย.) น.ส.จุฑารัตน์ จำเลยเดินทางมาศาลฟังคำพิพากษา ศาลพิเคราะห์แล้ว พยานโจทก์ไม่เคยรู้จักหรือมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยมาก่อน เบิกความเป็นลำดับขั้นตอน เชื่อว่าเบิกความไปตามความจริง จำเลยให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยโฆษณาต่อประชาชนตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ในการกู้ยืมจะจ่ายผลตอบแทนในอัตราที่สูงกว่าสถาบันการเงินจะพึงจ่ายได้ โดยที่จำเลยรู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าจะนำเงินจากผู้ให้กู้ยืมรายนั้นหรือรายอื่นมาจ่ายหมุนเวียนให้แก่ผู้ให้กู้ยืมเงิน และรู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าไม่สามารถประกอบกิจการใดๆ โดยชอบด้วยกฎหมายที่จะให้ผลประโยชน์ตอบแทนเพียงพอที่จะนำมาจ่ายในอัตรานั้นได้ พยานโจทก์ฟังได้มั่นคงปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 343 วรรคแรก, พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน มาตรา 4 ประกอบมาตรา 12 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (1) วรรคหนึ่ง ให้ลงโทษฐานกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนซึ่งเป็นบทหนักสุด จำคุกกระทงละ 5 ปี ปรับ 5 แสนบาท รวม 12 กระทง เป็นจำคุก 60 ปี ปรับ 6 ล้านบาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 30 ปี ปรับ 3 ล้านบาท แต่โทษจำคุกแต่ละกระทงมีอัตราโทษอย่างสูงจำคุกเกิน 3 ปีแต่ไม่เกิน 10 ปี คงให้จำคุกจำเลยมีกำหนด 20 ปี ตาม ป.อาญา มาตรา 91(2) ให้จำเลยคืนเงินแก่ผู้เสียหาย 12 ราย พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันฟ้อง โดยมูลค่าความเสียหายของผู้เสียหายทั้ง 12 ราย เป็นเงินต้นรวมแล้วกว่า 2 ล้านบาท.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83971</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุก60ปี, ศาลอาญา, หลอกลงทุนหุ้นแบงก์, อ้อย ปัญญาทิพย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191218/image_big_5df9b219c7c49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
