<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48399</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2019 13:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2019 13:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่งปรับ &#039;ป้ามหาภัย&#039; 3,000 บาท ไม่มีเงินส่งกักขัง 6 วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค.62 - ที่ศาลแขวงพระนครเหนือ พนักงานอัยการคดีศาลเเขวงได้นำตัว น.ส.ยุพาพร พันธัง อายุ 53 ปี หรือที่ชาวเน็ตตั้งฉายา &amp;ldquo;ป้ามหาภัย&amp;rdquo; ซึ่งหลอกคนว่าถูกกรีดกระเป๋าทรัพย์สินหาย ทำให้คนสงสารมอบเงินให้ หากใครไม่ให้ก็จะถูกด่า ไปยื่นฟ้องด้วยวาจาต่อศาล เป็นจำเลยในความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้า หลังมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความว่าถูกด่าทอทำให้อับอายขายหน้า หลัง น.ส.ยุพาพร เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลพิเคราะห์พฤติการณ์ตามข้อกล่าวหา ประกอบกับไต่สวนจำเลยตามคำให้การแล้ว พิพากษาปรับเป็นเงิน 3,000 บาท หากไม่ชำระให้กักขังเเทนค่าปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ยุพาพร จำเลยไม่มีเงินชำระค่าปรับและไม่สามารถติดต่อญาติได้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงคุมตัว น.ส.ยุพาพร ไปกักขังที่ทัณฑสถานหญิงกลาง&amp;nbsp; แทนการชำระค่าปรับ สำหรับอัตรากักขังเเทนค่าปรับคิดเป็นวันละ 500 บาทเท่ากับว่า น.ส.ยุพาพร ต้องถูกกักขังเป็นเวลา 6 วัน นับตั้งแต่ที่มีคำพิพากษา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48399</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต้มตุ๋น, ป้ามหาภัย, ยุพาพร พันธัง, หลอกหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191019/image_big_5daab24f15ea6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>165</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2017 08:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2017 08:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับแก๊งคอลเซ็นเตอร์อินโดฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์รายใหญ่ รวบหัวหน้าชาวอินโดนีเซียพร้อม 2 สมุนชาวไทย ตำรวจประสาน ปปง.ยึดทรัพย์กว่า 120 ล้าน พบอ้างตัวเป็นดีเอสไอโทร.หลอกเหยื่อพัวพันองค์กรอาชญากรรม ให้โอนเงินเข้าบัญชีที่ระบุไว้เพื่อตรวจสอบ เร่งตรวจสอบบัญชีธนาคารอีกกว่า 4 แสนบัญชี สงสัยเป็นของแก๊งต้มตุ๋นทำนองนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 4 ธันวาคมนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (ทท.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แถลงการจับกุมนายทอมมี่ วู, นายจิรวัฒน์ กล่อมบาง และนายจิรพัฒน์ คณารุจินานนท์ เครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หลอกลวงผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชี พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือ, คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก, สมุดบัญชีธนาคารจำนวน 77 บัญชี, ซิมการ์ดโทรศัพท์ และบัตรเครดิต รวมกว่า 100 รายการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.จักรทิพย์เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดซึ่งก่อเหตุในพื้นที่ สน.หัวหมาก กระทั่งได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหา 7 ราย จับกุมได้ 3 ราย คือนายทอมมี่ วู สัญชาติอินโดนีเซีย หัวหน้าแก๊ง โดยจับกุมได้ที่บ้านพักแห่งหนึ่งย่านรามอินทรา ส่วนนายจิรวัฒน์ และนายจิรพัฒน์ จับกุมได้ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ขณะที่อีก 4 รายอยู่ระหว่างหลบหนี เบื้องต้นแจ้งข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น พร้อมประสาน ปปง.ตรวจสอบและอายัดธุรกรรมทางการเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบ.ตร.กล่าวว่า นายทอมมี่มีพฤติการณ์ชักชวนคนไทย 7-8 คน ก่อเหตุในลักษณะขบวนการคอลเซ็นเตอร์ โทรศัพท์หลอกลวงผู้เสียหาย โดยใช้ประเทศฟิลิปปินส์และประเทศใกล้เคียงเป็นฐานในการกระทำความผิด โทรศัพท์กลับมาหลอกผู้เสียหายในประเทศไทย แอบอ้างตัวเป็นพนักงานไปรษณีย์ หรือเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และตำรวจ โดยอ้างอุบายว่าผู้เสียหายมีประวัติเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรม และต้องถูกดำเนินคดี ยึดอายัดทรัพย์สิน จากนั้นล่อลวงให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารที่คนร้ายแก๊งนี้เปิดไว้ อ้างว่าเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ โดยพบเส้นทางบัญชีธนาคารในชื่อของนายจิรวัฒน์ และนายจิรพัฒน์ มีการนำเงินไปซื้อเงินสกุลดิจิตอล หรือบิทคอยส์ เพื่อโอนต่อไปให้นายทอมมี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า การปฏิบัติการกวาดล้างครั้งนี้ได้ประสาน ปปง.ร่วมกันตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายทั้งสิ้น 10 จุด ตรวจยึดและอายัดทรัพย์สินของผู้กระทำความผิดและผู้ร่วมขบวนการ เป็นบัญชีธนาคารกว่า 77 บัญชี จำนวนเงิน 77 ล้านบาท รถยนต์ 6 คัน และอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จำนวน 2 แห่ง รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้ในครั้งนี้ 120 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายพีระพัฒน์ อิงพงศ์พันธ์ ผู้อำนวยการกองคดี 1 ปปง. กล่าวว่า ปปง.เตรียมคืนเงินที่อายัดจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้แก่ผู้เสียหาย 4 ราย เหตุเกิดขึ้นในพื้นที่ สภ.จอหอ สภ.เมืองสงขลา สน.ปทุมวัน และ สน.คลองตัน วงเงินประมาณ 2 ล้านบาท โดยหนึ่งในผู้เสียหายเป็นครูสอนภาษาชาวญี่ปุ่น ซึ่งผู้เสียหายได้โทร.มาที่สายด่วน ปปง. 1710 ทำให้เจ้าหน้าที่อายัดบัญชีจากคนร้ายได้ทัน แต่ก็อายัดคืนได้ไม่หมด เนื่องจากคนร้ายได้ถอนเงินออกไปอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทาง ปปง.กำลังจับตาบัญชีธนาคารต้องสงสัยทั่วประเทศที่อาจเข้าข่ายเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มีประมาณ 400,000 บัญชีทั่วประเทศ เนื่องจากพบพฤติการณ์การถอน การโอน การเปิดบัญชีอย่างน่าสงสัย ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบต่อไป&amp;quot; นายพีระพัฒน์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่างทอง นางสมใจ มีมงคล อายุ 41 ปี เข้าแจ้งความ ร.ต.อ.มานิตย์ นาคไพบูลย์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง ว่าได้รับโทรศัพท์จากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่มีข้อมูลว่าตัวเธอถูกศาลออกหมายจับ ขอให้โทร.กลับตามหมายเลขที่ให้ไว้ เมื่อนางสมใจโทร.ไปก็ได้รับคำสั่งให้บอกชื่อ นามสกุล และหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน ก่อนจะแจ้งว่านางสมใจถูกดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงเงินกู้ของธนาคารกรุงไทย และศาลได้ออกหมายจับแล้ว จึงให้นางสมใจโอนเงินเข้าบัญชีเพื่อเคลียร์ยอดเงินที่กู้มา แต่ระหว่างที่คุยกันนั้น นางสมใจรู้สึกผิดสังเกต จึงรีบวางสายและให้สามีพามาแจ้งความไว้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจระบุว่า ก่อนหน้านี้มีหญิงสาววัย 58 ปี ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกให้โอนเงินจำนวน 8 แสนบาท และได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองอ่างทอง อยู่ระหว่างติดตามคนร้าย และคาดว่าน่าจะมีอีกหลายรายที่ถูกหลอก แต่ยังไม่กล้าแจ้งความ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/165</URL_LINK>
                <HASHTAG>หลอกหลวง, อาชญากรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://tpn-data.s3-ap-southeast-1.amazonaws.com/uploads/photos/mid/20171205/5a25fd63b9204.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
