<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119404</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2021 14:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2021 14:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นศ.พังงาเส้นเลือดอุดตันเฉียบพลันโดนตัดขา! หลังฉีดวัคซีนเข็ม2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค. 64 - นายจำรัส ขนาดผล ผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนพังงา พร้อมด้วยอาจารย์ในวิทยาลัยลงพื้นที่พบกับนางห้าเหลี้ย กองแก้ว อายุ 85 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8/1 ม.1 บ้านท่าด่าน ต.เกาะปันหยี อ.เมืองพังงา หลังจากพบว่า น.ส.เกตน์สิรี กองแก้ว อายุ 20 ปี นักศึกษาสาขาวิชาการปกครองท้องถิ่นของวิทยาลัยชุมชนพังงา ซึ่งเป็นหลานสาว ประสบปัญหาเจ็บป่วยหลังจากไปฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า เข็มที่ 2 แบบไขว้ จากหน่วยฉีดวัคซีนอำเภอเมืองพังงา จนโรงพยาบาลพังงาต้องส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ และล่าสุดทางคณะแพทย์ได้วินิจฉัยว่าเป็นโรคหลอดเลือดแดง 2 ข้างอุดตันฉับพลัน จนต้องตัดขาข้างซ้ายเหนือหัวเข่าไป 1 ข้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำให้ญาติๆ และหลายคนต่างเชื่อว่าสาเหตุน่าจะมาจากผลข้างเคียงของการฉีดวัคซีนเข็ม 2 แอสตร้าฯ แบบไขว้ อย่างแน่นอน และอยากร้องขอให้ทางราชการเข้าช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวเป็นการด่วน เนื่องจาก น.ส.เกตน์สิรี เป็นลูกกำพร้า พ่อเสียชีวิตตั้งแต่เด็กๆ แล้วแม่ก็ทิ้งไป อาศัยอยู่กับย่าเพียง 2 คน มีฐานะยากจนเปิดร้านขายของเล็กๆ ในหมู่บ้าน ซึ่งทางย่าก็ไม่เรียกร้องอะไรบอกว่าแล้วแต่ทางราชการจะช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอนุพงษ์ ธรรมรงค์ อายุ 25 ปี เพื่อนนักศึกษา ที่บ้านอยู่ใกล้เคียงกัน เล่าว่า หลังจาก น.ส.เกตน์สิรี ไปฉีดวัคซีนเข็ม 2 แอสตร้าฯ แบบไขว้ เมื่อวันที่13 ส.ค.ที่ผ่านมา จากหน่วยฉีดวัคซีนอำเภอเมืองพังงา หลังจากนั้น 3 วันก็มีอาการไข้ แน่นหน้าอก ผ่านไปอีก 2 วัน จึงไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลพังงา แพทย์บอกว่าไม่มีอะไร มีอาการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ และนัดอีกเจ็ดวันเพื่อตรวจซ้ำ แต่ไม่ทันถึงวันนัด ก็เกิดอาการปวดขาข้างซ้ายปวดมากแบบจับขาไม่ได้เลย จึงรีบไปโรงพยาบาลพังงา ทางโรงพยาบาลพังงาส่งตัวไปเอ็กซเรย์เส้นเลือดที่โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี แพทย์แจ้งว่ามีเส้นเลือดอุดตัน และได้ทำการผ่าตัดด่วนและพบว่ามีเนื้อตายต้องส่งตัวไปที่ผ่าตัดอีกครั้งที่โรงพยาบาลกระบี่ เมื่อกลับมาอาการไม่ดีขึ้น จึงได้ส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ และล่าสุดก็ถูกตัดขาข้างซ้ายเหนือเข่าไป 1 ข้าง ซึ่งทางญาติๆต่างก็เชื่อว่าเป็นผลจากการฉีดวัคซีนแน่นอน เพราะ น.ส.เกตน์สิรีไม่เคยมีโรคประจำตัวมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ณัฐรดา ธรรมรักษ์ อาจารย์ที่ปรึกษา เปิดเผยว่า วันแรกที่ทราบข่าวว่านักศึกษาจะถูกตัดขา ก็ได้คุยกับคณะแพทย์ว่าถ้าไม่ตัดได้ไหม ทางแพทย์บอกว่าขาได้ตายไปครึ่งหนึ่งแล้วยังไงก็ต้องตัด จึงให้เขาตัดสินใจ ซึ่งน้องก็ตัดสินใจให้ตัดขาตั้งแต่เหนือเข่าลงไป ตอนนี้ก็โทรคุยกับเขาทุกวันแผลที่ขาเริ่มแห้ง ต้องเข้าห้องผ่าตัดเล็กล้างแผลดูดเลือดที่คั่งอยู่ออกทุกวัน น้องเขาจะเจ็บทุกวัน โดยแพทย์ได้ให้ยาสลายลิ่มเลือดทุกวันเพราะเกรงว่าขาอีกข้างหนึ่งจะมีปัญหาด้วย ด้านสภาพจิตใจของน้องเกตน์สิรีเข้มแข็งมาก เพราะเขาคิดถึงย่า อยากกลับมาดูแลย่า ก็ได้ให้กำลังใจให้เขาสู้ เพราะยังไงเรามีคนที่จะต้องกลับมาดูแลก้คือย่า ซึ่งเขาก็สู้มากบอกว่าอยากจะกลับมาพักฟื้นที่โรงพยาบาลพังงา จากการที่ได้คุยกับคณะแพทย์โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ก่อนจะผ่าตัดขา ทางแพทย์ก็บอกว่าอาจจะผลข้างเคียงจากการรับวัคซีนได้ด้วยเช่นเดียวกัน แต่ไม่แน่ใจว่าทำไมทางโรงพยาบาลพังงาได้วิเคราะห์ว่าลิ่มเลือดเกิดจากโรคประจำตัว สำหรับน้องเกตน์สิรีนั้น เป็นนักศึกษาที่มีความประพฤติดี ตั้งไจเรียน มีความมุ่งมั่นเข้าเรียนตลอด ส่งงานครบทุกครั้ง นับเป็นเรื่องเศร้าอย่างมากที่น้องต้องมาเสียขาในอายุ 20ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจำรัส ขนาดผล กล่าวว่า เบื้องต้นพบว่า นส.เกตน์สิรี กองแก้ว เป็นกำลังหลักของครอบครัว ทางอาจารย์วิทยาลัยและเพื่อนนักศึกษาได้ร่วมกันบริจาคเงินช่วยเหลือได้ก้อนหนึ่ง ให้การช่วยเหลือในค่าใช้จ่าย และซื้อโทรศัพท์ส่งไปให้ จะได้ติดต่อกับย่าและอาจารย์ที่ปรึกษาทุกวัน เนื่องจากเขาต้องไปรักษาตัวอยู่คนเดียวในโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ไม่ต้องพึ่งโทรศัพท์ของพยาบาล หากเงินก้อนนี้หมดลงก็จะใช้เงินกองทุนสวนปาล์มของวิทยาลัยฯเข้ามาช่วยได้อีกระดับหนึ่ง จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือในเรื่องค่าใช้จ่าย เรื่องขาเทียม และเยียวยาในการสูญเสีย จะเป็นพระคุณอย่างมากเลย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119404</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดไขว้, พังงา, วัคซีน, หลอดเลือดอุดตัน, แอสตร้าฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211011/image_big_6163e066b479f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110817</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 11:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 11:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กรมวิทย์ฯเผยคนไทยมีภาวะ &#039;VITT&#039; หลังได้รับวัคซีนเพียง 1 รายใน 5 ล้านคน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23ก.ค.64-นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า จากการที่มีรายงานพบผู้เกิดภาวะเกล็ดเลือดต่ำร่วมกับหลอดเลือดอุดตัน หรือภาวะ VITT หลังการได้รับวัคซีนโควิด 19 ชนิด Viral vector vaccine เช่น AstraZeneca และ Johnson &amp;amp; Johnson/Janssen ในต่างประเทศ อาจทำให้ประชาชนเป็นกังวล ไม่กล้าฉีดวัคซีนชนิดนี้นั้น เบื้องต้นขอให้ข้อมูลว่า ตั้งแต่เริ่มฉีดวัคซีนจนถึงวันที่ 11 กรกฎาคม 2564 มีการฉีดวัคซีน AstraZeneca ในคนไทยไปแล้ว 5,360,745 โดส และมีผู้ป่วยยืนยันอาการ VITT โดยคณะผู้เชี่ยวชาญเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ภายหลังการได้รับวัคซีน จำนวน 1 ราย เป็นเพศหญิง อายุ 26 ปี มีโรคประจำตัว คือ ไมเกรน มาด้วยอาการปวดศีรษะมากขึ้นกว่าเดิม ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ พบว่า มีค่าเกล็ดเลือดต่ำ ค่า D-dimer สูง และ Anti PF4/heparin antibody เป็นบวก อย่างไรก็ตามเมื่อได้รับการรักษาด้วยยา intravenous immunoglobulin (IVIG) แล้ว ก็มีอาการดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ภาวะ VITT ในประเทศไทยมีอุบัติการณ์น้อยกว่าต่างประเทศมาก คือ 1 : 5,000,000 ในขณะที่ต่างประเทศมีอุบัติการณ์ประมาณ 1 : 125,000 &amp;ndash; 1 : 1,000,000 ซึ่งถือว่ามากกว่าประเทศไทยถึง 5-40 เท่า แม้จะเป็นภาวะที่อาจเกิดอาการรุนแรง แต่หากได้รับการตรวจวินิจฉัยที่รวดเร็วก็จะสามารถรักษาได้อย่างทันท่วงที ซึ่งปัจจุบันโรงพยาบาลทั่วประเทศไทยสามารถตรวจเกล็ดเลือดได้ทุกแห่ง และมีห้องปฏิบัติการอย่างน้อย 78 แห่งที่มีความพร้อมในการตรวจ D-dimer หากแพทย์ พบว่า มีค่าเกล็ดเลือดต่ำ และ D-dimer สูง จะส่งตัวอย่างเลือด เพื่อยืนยันอีกครั้ง ด้วยวิธีที่เรียกว่า Anti PF4/heparin antibody และ Platelet activation assay ตามแนวทางของสมาคมโลหิตวิทยาแห่งประเทศไทนโดยทั้งหมดนี้อยู่ในชุดสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&amp;rdquo; นพ.ศุภกิจ&amp;nbsp; กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นพ.ศุภกิจ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในเดือนกรกฎาคม 2564 จะมีการปรับสูตรวัคซีน ทำให้มีผู้ที่ได้รับวัคซีน AstraZeneca มากขึ้น หากผู้ได้รับวัคซีนคนใดมีอาการบ่งชี้ว่า อาจจะมีหลอดเลือดอุดตัน เช่น ปวดศีรษะรุนแรง ปวดท้องไม่ทราบสาเหตุ ปวดหลังรุนแรง ขาบวม เหนื่อยหอบ แน่นหน้าอก ตามัว เห็นภาพซ้อน หลังได้รับวัคซีนภายใน 30 วัน ให้รีบปรึกษาแพทย์ที่โรงพยาบาล&amp;nbsp; หากผลการตรวจเบื้องต้นเข้ากับภาวะ VITT แพทย์จะพิจารณารักษาทันที ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนไม่ต้องกังวล ประเทศไทยมีความพร้อมในการตรวจและรักษาภาวะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110817</URL_LINK>
                <HASHTAG>การฉีดวัคซีนโควิด-19, นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์, ภาวะ VITT, หลอดเลือดอุดตัน, เกล็ดเลือดต่ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210723/image_big_60fa450f7e04a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107342</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2021 11:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2021 11:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมวิทย์ฯชี้หลอดเลือดอุดตันหลังฉีดวัคซีนโอกาส1ในล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มิ.ย.2564 &amp;ndash; นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงกรณีมีข่าวการเกิดหลอดเลือดอุดตัน (ภาวะ VITT) หลังการได้รับวัคซีนโควิด-19 ในต่างประเทศเผยแพร่ตามสื่อต่าง ๆ &amp;nbsp;อาจทำให้ประชาชนรู้สึกวิตกกังวล &amp;nbsp;ไม่กล้าฉีดวัคซีนนั้น ว่าภาวะ VITT หรือที่มีชื่อเต็ม ๆ ว่า Vaccine-induced immune thrombotic thrombocytopenia เป็นภาวะเกล็ดเลือดต่ำที่มีอาการหลอดเลือดอุดตันร่วมด้วย &amp;nbsp;เกิดภายหลังได้รับวัคซีน &amp;nbsp;โดยเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับวัคซีนโควิด-19 ชนิด Viral vector vaccine เช่น AstraZeneca และ Johnson &amp;amp; Johnson/Janssen &amp;nbsp; แม้จะเป็นภาวะที่อาจเกิดอาการรุนแรง &amp;nbsp;แต่อุบัติการณ์การเกิดภาวะไม่พึงประสงค์จากวัคซีนดังกล่าวคาดการณ์ว่าน่าจะต่ำมากคืออยู่ระหว่าง 1:125,000 &amp;ndash; 1:1,000,000 &amp;nbsp;โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอายุต่ำกว่า 60 ปี &amp;nbsp;และส่วนมากเป็นเพศหญิง &amp;nbsp;ผู้ป่วยจะแสดงอาการหลังได้รับวัคซีนประมาณ 4 - 30 วัน &amp;nbsp;โดยจะมีอาการบ่งชี้ว่าอาจมีหลอดเลือดอุดตัน เช่น ปวดศีรษะรุนแรง ปวดท้องไม่ทราบสาเหตุ หรือปวดหลังรุนแรง ขาบวม เหนื่อยหอบ แน่นหน้าอก เป็นต้น &amp;nbsp;โดยจะพบร่วมกับภาวะเกล็ดเลือดต่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ศุภกิจกล่าวเพิ่มเติมว่า หากผู้ได้รับวัคซีนคนใดมีอาการบ่งชี้ว่าอาจมีหลอดเลือดอุดตันหลังได้รับวัคซีนภายใน 30 วันให้รีบปรึกษาแพทย์ทันที &amp;nbsp;หากแพทย์ตรวจพบว่ามีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ &amp;nbsp;ร่วมกับค่า D-dimer ที่ผิดปกติในผู้ป่วยหลอดเลือดอุดตัน &amp;nbsp;จะพิจารณาให้การรักษาผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว &amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันมีห้องปฏิบัติการอย่างน้อย 81 แห่งทั่วประเทศที่มีความพร้อมในการตรวจวินิจฉัย โดยแพทย์จะส่งตัวอย่างเลือดเพื่อยืนยันอีกครั้งด้วยวิธีที่เรียกว่า Anti PF4/heparin antibody และ Platelet activation assay ตามแนวทางของสมาคมโลหิตวิทยาแห่งประเทศไทย &amp;nbsp;ทั้งหมดนี้อยู่ในชุดสิทธิประโยชน์ในระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ &amp;nbsp;ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนไม่ต้องกังวล &amp;nbsp;และขอเชิญชวนให้ทุกคนไปรับการฉีดวัคซีนตามที่ได้นัดหมายไว้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107342</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์, ภาวะ VITT, วัคซีน, หลอดเลือดอุดตัน, อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210622/image_big_60d1b7b8115cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20954</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภัยเงียบจากความปวดเมื่อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ใครที่คิดว่าอาการปวดเมื่อยเป็นเรื่องปกติของคนอายุมากล่ะก็ ลองสำรวจสักหน่อยนะคะว่า อาการปวดเมื่อยตามเนื้อปวดตัวที่เกิดขึ้นแบบเป็นๆ หายๆ นั้น อาจเกิดจากระบบไหลเวียนโลหิตที่ทำงานผิดปกติ ซึ่งมีสาเหตุเพราะเม็ดเลือดหรือน้ำเลือดน้อยเกินไป เลือดข้นหนืดมากเกินไป หรือมีสารพิษตกค้างอยู่ในร่างกาย หากปล่อยไว้นานจะส่งผลให้หลอดเลือดทั่วร่างกายเกิดอาการตีบตัน เป็นเหตุที่ทำให้เกิดโรคร้ายอื่นๆ ตามมา อย่างเช่น โรคหัวใจ หลอดเลือดอุดตัน และมะเร็งตับ ตามมาได้ วิธีบรรเทาอาการเบื้องต้นสามารถทำได้โดยการทานเนื้อสัตว์ที่เป็นโปรตีนสะอาด เช่น เนื้อปลาและหมู ใช้เครื่องเทศที่มีฤทธิ์ร้อนเป็นเครื่องปรุง เพื่อให้เลือดหมุนเวียนได้ดียิ่งขึ้นค่ะ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20954</URL_LINK>
                <HASHTAG>มะเร็งตับ, หลอดเลือดอุดตัน, เล็กๆน้อยๆ, โรคหัวใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a3767e7341e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
