<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84051</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ฎีกายืนคุก50ปี ‘จุฑามาศ’ทุจริต ลูกสาวโดน40ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ปิดฉากคดีรับสินบนจัดเทศกาลหนังนานาชาติ &amp;quot;ศาลฎีกา&amp;quot; พิพากษายืนจำคุก &amp;quot;จุฑามาศ&amp;quot; อดีตผู้ว่าฯ ททท. 66 ปี แต่รวมโทษตาม กม.ให้จำคุกสูงสุดเป็นเวลา 50 ปี &amp;quot;ลูกสาว&amp;quot; สนับสนุนการกระทำผิดโดนไป 40 ปี เหตุหลักฐานมัดแน่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง วันที่ 16 พ.ย. ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อท.46/2559 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนางจุฑามาศ ศิริวรรณ อายุ 73 ปี อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ น.ส.จิตติโสภา ศิริวรรณ อายุ&amp;nbsp; 46 ปี บุตรสาว เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานเป็นพนักงาน เรียก รับ หรือยอมรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใดสำหรับตนเอง หรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อการกระทำอย่างใดในหน้าที่ ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่, เป็นพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหาย หรือปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, เป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ กระทำการใดๆ โดยมุ่งหมายไม่ให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมเพื่อเอื้อแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิตามสัญญาแก่หน่วยของรัฐ และเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การของหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 6, 11 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาหน่วยงานของรัฐ&amp;nbsp; (ฮั้วประมูล) พ.ศ.2542 มาตรา 12 จากกรณีรับเงินตอบแทนสามีภรรยาชาวสหรัฐอเมริกา นักธุรกิจภาพยนตร์ เพื่อให้ได้สิทธิ์ในการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ ปี 2002-2007 (หรือปี&amp;nbsp; พ.ศ.2545-2550) มูลค่ากว่า 60 ล้านบาท อัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2558 ซึ่งจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาวันที่ 29 มี.ค.60 เห็นว่า พฤติการณ์ของนางจุฑามาศเป็นการปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ อันเป็นความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (ฮั้วประมูล) พ.ศ.2542 มาตรา 12 และผิดฐานเรียกรับทรัพย์สินฯ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 6, 12 ให้จำคุกนางจุฑามาศ จำเลยที่ 1 รวม 11&amp;nbsp; กระทง กระทงละ 6 ปี เป็นจำคุกทั้งสิ้น 66 ปี แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงตามกฎหมายแล้ว ให้จำคุกสูงสุดเป็นเวลา 50 ปี และจำคุก น.ส.จิตติโสภา จำเลยที่ 2 รวม 11 กระทงเช่นกัน กระทงละ 4 ปี โดยจำคุกทั้งสิ้น 44 ปี ให้ริบเงินกระทำผิด 1,822,494 เหรียญสหรัฐฯ และดอกผลที่เกิดขึ้นให้ตกเป็นของแผ่นดินด้วย โดยเงินนั้นเป็นทรัพย์ที่ฝากอยู่ในธนาคารต่างประเทศ ศาลจึงได้กำหนดมูลค่าทรัพย์ที่สั่งริบนั้น เป็นมูลค่าทั้งสิ้น 62,724,776 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2562 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุก น.ส.จิตติโสภา รวม 10 กระทง กระทงละ 4 ปี รวมจำคุกทั้งสิ้น 40 ปี ส่วนนางจุฑามาศคงจำคุกตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น 11 กระทง กระทงละ 6 ปี จำคุกทั้งสิ้น 66 ปี แต่เมื่อรวมโทษตามกฎหมายแล้ว ให้จำคุกสูงสุดเป็นเวลา 50 ปี และให้ยกคำสั่งริบทรัพย์ของศาลชั้นต้นที่ให้ริบเงินที่เป็นการกระทำผิด ซึ่งเป็นเงินในบัญชีต่างประเทศกว่า 1.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ด้วย เนื่องจากเป็นการวินิจฉัยเกินคำขอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลได้เบิกตัวนางจุฑามาศและ น.ส.จิตติโสภา ซึ่งถูกคุมขังอยู่ในทัณฑสถานหญิงกลางโดยไม่ได้รับการประกันตัวมาศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นศาลฎีกาตรวจสำนวนปรึกษาหารือกันแล้ว จากการไต่สวนพยานรับฟังได้ว่า นางจุฑามาศเริ่มดำเนินการจัดเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ และโครงการอื่นๆ อย่างเป็นลำดับขั้นตอน ให้เจ้าหน้าที่ของ ททท.ประสานงานกับผู้เชี่ยวชาญของบริษัทในกลุ่มธุรกิจกรีน เตรียมจัดตั้งบริษัทใหม่&amp;nbsp; แก้ไขเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ของบริษัทให้มีคุณสมบัติที่จะเป็นผู้รับจ้างตรงตามที่คณะกรรมการจัดจ้างของ ททท.ต้องการ จนนำไปสู่การเข้าทำสัญญาของบริษัทในกลุ่มธุรกิจกรีนกับ ททท.โดยการอนุมัติของนางจุฑามาศด้วยวิธีตกลงราคาและวิธีพิเศษ มุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม และยังเป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ที่นางจุฑามาศฎีกาว่าอนุมัติทุกโครงการด้วยความสุจริตรับฟังไม่ได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คำพิพากษาศาลฎีกายังระบุถึงรายละเอียดเส้นทางการเงินเชื่อมโยงระหว่างนางจุฑามาศกับบริษัทในกลุ่มธุรกิจกรีน รวมถึงอีเมลและโทรสารที่ติดต่อเจรจาเรื่องผลประโยชน์ คือเงินที่โอนเข้าบัญชี น.ส.จิตติโสภา รับฟังได้ว่านางจุฑามาศเรียกรับเงินเป็นค่าตอบแทนในการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ น.ส.จิตติโสภาเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิดหรือไม่ น.ส.จิตติโสภาต่อสู้ว่ารับจ้างทำวิจัยและโครงการนั้น ไม่มีหลักฐานหรือการรับรองใดๆ จากหน่วยงานหรือองค์กรภายนอกที่จะทำให้มีน้ำหนักเชื่อได้ว่ามีการทำวิจัยและโครงการต่างๆ ตามที่นำสืบมา มีลักษณะใช้การทำวิจัยและโครงการเป็นข้ออ้าง เพื่อรับเงินบริษัทในกลุ่มธุรกิจกรีนโอนเข้าบัญชีเงินฝาก จึงเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิดของนางจุฑามาศ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84051</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีรับสินบนจัดเทศกาลหนังนานาชาติ, จุฑามาศ ศิริวรรณ, ททท., พิพากษายืนจำคุก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หลักฐานมัดแน่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201116/image_big_5fb28a28353e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
