<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14819</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2018 19:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2018 23:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธ.ออมสินคืนเงิน สกสค.แล้ว 2 พันล้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกันระหว่างสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และธนาคารออมสินเกี่ยวกับข้อตกลงความร่วมมือการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูในโครงการสวัสดิการเงินกู้การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ตั้งแต่โครงการ 2-7 รวมกว่า 475,000 บัญชี มูลหนี้กว่า 400,000 ล้านบาท ว่า ที่ประชุมได้การพิจารณากรณี ธ.ออมสิน ได้ดำเนินการถอนเงินออกจากบัญชีโครงการ ช.พ.ค.ตั้งแต่โครงการที่ 2-7 ตามข้อตกลงเก่านั้น &amp;nbsp;ขณะนี้ ทาง ธ.ออมสินได้นำเงินที่ผู้กู้หนี้ได้มาชำระตามขั้นตอนถูกต้องมาคืนแล้วจำนวน 2,000 กว่าล้านบาท จากค่าบริหารจัดการกองทุนโครงการเงินกู้ ช.พ.ค.ที่ทางธนาคารออมสินได้หักจากบัญชีสำนักงาน สกสค.ไปกว่า 10,000 ล้านบาท &amp;nbsp;ส่วนเงินที่เหลือทางธนาคารออมสินจะนำมาทยอยคืนตามที่มีผู้กู้หนี้มาชำระคืน และยังมีการหารือกรณีผู้กู้กองทุน ช.พ.ค.ที่เป็นหนี้วิกฤตหรือผู้กู้หนี้ที่ค้างชำระเกิน 3 งวด ประมาณ 4,000 คน ที่ขณะนี้ทาง ธ.ออมสินได้ดำเนินการฟ้องร้องแล้ว ตอนนี้มีลูกหนี้กลุ่มดังกล่าวติดต่อมาขอประนีประนอม และปรับโครงสร้างหนี้แล้วประมาณ 1,500 คน ส่วนที่เหลือทาง ธ.ออมสินได้เปิดโอกาสให้สามารถมาประนีประนอม ปรับโครงสร้างหนี้ได้อีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; ที่ประชุมยังได้หารือกรณีการชดใช้เงินกองทุนเงิน ช.พ.ค. เป็นเงินที่ต้องชดใช้เงินคืนให้แก่ ธ.ออมสินในกรณีที่ผู้กู้เสียชีวิต ทำให้เกิดข้อซักถามว่า ทำไมต้องชดใช้เงินคืนให้แก่ทางธนาคารออมสิน แทนที่ลูกหลานจะได้รับเงินดังกล่าวนั้น เรื่องนี้ทางธนาคารมีความประสงค์มานานแล้ว และพร้อมที่จะให้เปลี่ยนหลักทรัพย์ค้ำประกันเป็นหลักทรัพย์ประกันอย่างอื่น ไม่จำเป็นต้องใช้เงินกองทุน ช.พ.ค. &amp;nbsp;ในกรณีผู้ที่มีความประสงค์ต้องการจะเปลี่ยน นอกจากนี้ยังมีการหารือเรื่องการทำประกันชีวิตของผู้กู้เงินในโครงการดังกล่าว จะมีครูบางส่วนทำประกันชีวิตครบตามสัญญาแล้ว ทาง ธ.ออมสิน จะหาบริษัทประกันอื่นๆ ที่ดีและถูกที่สุดเพื่อเป็นข้อเสนอช่วยเหลือผู้กู้ ซึ่งผู้กู้สามารถเลือกได้ตามความต้องการ&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายชาติชาย พยุหนาวิชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า การฟ้องร้องผู้กู้วิกฤตประมาณ 4,000 ราย เป็นหนี้กว่า 3,800 ล้าน &amp;nbsp;แต่ขณะนี้มีครูที่สามารถมาชำระหนี้และปิดบัญชีได้ จำนวน 178 คน อีกส่วนได้เข้ามาประนีประนอม และปรับโครงสร้างหนี้ จนสามารถกลายเป็นผู้กู้หนี้ปกติ ประมาณ 1,375 คน &amp;nbsp;รวมแล้วขณะนี้มีผู้กู้ที่ไม่ได้ถือว่าอยู่ในกระบวนการฟ้องร้อง ประมาณ &amp;nbsp;1,553 คน &amp;nbsp;ทั้งนี้ ส่วนผู้กู้หนี้ที่เหลือประมาณ 2,000 กว่าคนนั้น ทาง ธ.ออมสินยังเปิดให้ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ &amp;nbsp;อยากเชิญชวนให้ทุกคนเข้าร่วมตามกระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ของธนาคารจะได้ไม่ต้องถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย &amp;nbsp;รวมถึงผู้ที่เป็นหนี้ปกติ หากมีปัญหาในการผ่อนชำระหนี้สามารถมาขอประนีประนอมหนี้ ปรับโครงสร้างได้เช่นเดียวกัน ส่วนกรณีการเปลี่ยนหลักประกันการกู้เงิน ช.พ.ค.นั้น ทางธนาคารได้ดำเนินการให้สามารถปรับเปลี่ยนหลักประกันได้ตลอดเวลา ตั้งแต่วันที่ &amp;nbsp;7 พ.ค.2561 ผู้กู้หนี้ ช.พ.ค. สามารถดำเนินการได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14819</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคารออมสิน, นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์, ผู้กู้กองทุน ช.พ.ค., สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา, หลักประกันเงินกู้ ช.พ.ค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180806/image_big_5b68315912ad3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
