<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97953</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซูจีโผล่แข็งแรง USถอนจนท.ทูต ญี่ปุ่นตัดช่วยพม่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เมียนมานองเลือดต่อเนื่อง เหยื่อทหารดับพุ่งกว่า 500 ศพ ขณะที่อองซาน ซูจี โผล่สุขภาพแข็งแรง ด้านแม่ทัพภาค 3 เผย จนท.ช่วยเหลือเหยื่อสู้รบบาดเจ็บเต็มที่ตามหลักมนุษยธรรม เพื่อไทย-ก้าวไกลจับมือประณามรัฐบาลไทย ชี้ล้มเหลวทางการทูตนโยบายต่างประเทศ เขย่าชักศึกเข้าบ้าน เอียงกระเท่เร่ข้างทหารพม่าฆ่า ปชช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ สถานการณ์ความไม่สงบในเมียนมา จากการรายงานของรอยเตอร์อ้างข้อมูลของสมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง (เอเอพีพี) ว่ามีพลเรือนเมียนมาเสียชีวิตจากการปราบปรามในหลายเมือง เมื่อวันอังคารอีก 8 คน ส่วนยอดรวมถึงวันพุธมีพลเรือนเสียชีวิตแล้วไม่ต่ำกว่า 521 คน สื่อท้องถิ่นเผยว่า เมื่อคืนวันอังคารชาวเมียนมาได้ประท้วงด้วยการจุดเทียนในหลายเมืองเพื่อท้าทายคำสั่งเคอร์ฟิว และมีการเดินขบวนตอนเช้ามืดวันพุธในอย่างน้อย 1 สถานที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันการสู้รบระหว่างกองทัพเมียนมากับกองกำลังเคเอ็นยู (กองทัพแห่งชาติกะเหรี่ยง) ในรัฐกะเหรี่ยงติดชายแดนไทย และเคไอเอ (กองทัพอิสรภาพกะฉิ่น) ในภาคเหนือยังดำเนินต่อ มีรายงานจากกะฉิ่นนิวส์กรุ๊ปด้วยว่า กองกำลังเคไอเอโจมตีโรงพักแห่งหนึ่งในรัฐกะฉิ่นเมื่อเวลา 03.00 น. วันพุธตามเวลาท้องถิ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า การโจมตีทางอากาศที่รัฐกะเหรี่ยงติดต่อกันเป็นวันที่ 4 ทำให้ชาวบ้านทิ้งถิ่นฐานแล้ว 7,000 คน โดยเคเอ็นยู ซึ่งบุกโจมตียึดฐานที่มั่นของทหารจนกองทัพตอบโต้ด้วยการถล่มทางอากาศ กล่าวเมื่อวันอังคารว่าพวกเขากำลังเตรียมรับการรุกโจมตีครั้งใหญ่ของฝ่ายรัฐบาล พวกเขายังเรียกร้องประชาคมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะไทย ช่วยเหลือชาวกะเหรี่ยงที่หนีการถล่มของกองทัพ และขอให้ประเทศทั้งหลายตัดความสัมพันธ์กับรัฐบาลทหารเพื่อหยุดความรุนแรงต่อพลเรือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนชาวกะเหรี่ยงรายหนึ่งบอกกับเอเอฟพีว่า ทางการไทยผลักดันชาวกะเหรี่ยงกลับไปและยังขัดขวางไม่ให้เจ้าหน้าที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยของสหประชาชาติเข้าพื้นที่ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอ คเยา ปอว์ เลขาธิการองค์กรสตรีกะเหรี่ยง กล่าวหาทางการไทยด้วยว่า พูดอย่างหนึ่ง แต่ในพื้นที่กลับทำอีกอย่างหนึ่ง &amp;quot;ใครจะสมัครใจกลับไปหลบซ่อนอยู่ในป่าและใต้โขดหิน&amp;quot; เธอกล่าวกับเอเอฟพี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง ทางการเมียนมาได้เชิญหนึ่งในทีมทนายความของนางอองซาน ซูจี ไปยังสถานีตำรวจแห่งหนึ่งในกรุงเนปยีดอเมื่อวันพุธ เพื่อให้ประชุมทางวิดีโอกับนางซูจี เอเอฟพีอ้างคำกล่าวของมิน มิน โซ ทนายความผู้นี้ว่า จากภาพที่ปรากฏในวิดีโอ นางซูจีมีสภาพร่างกายภายนอกแข็งแรงดี ทีมทนายความยังได้เปิดเผยในแถลงการณ์ด้วยว่า การประชุมระหว่างทนายความกับนางซูจีนั้น ฝั่งทนายมีตำรวจหลายนายอยู่ด้วย และฝั่งนางซูจีก็มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหลายคนควบคุมอยู่ ซึ่งนางซูจีได้ตั้งคำถามว่าเป็นเรื่องที่ถูกกฎหมายหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ในเมียนมาทำให้กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐมีคำสั่งอพยพเจ้าหน้าที่ทางการทูตที่ไม่มีกิจจำเป็นและครอบครัวเดินทางออกจากเมียนมาแล้วเมื่อวันอังคาร โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่า กระทรวงตัดสินใจออกคำสั่งให้เดินทางออกจากเมียนมา เพราะความปลอดภัยและสวัสดิภาพของบุคลากรของรัฐบาลสหรัฐและผู้ที่อยู่ในความอุปการะของพวกเขา รวมไปถึงพลเมืองสหรัฐที่เป็นเอกชน คือสิ่งที่กระทรวงให้ความสำคัญสูงสุด กระทรวงจะทบทวนคำสั่งนี้เมื่อครบ 30 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามข้อมูลของสมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง (เอเอพีพี) ที่เป็นองค์กรสังเกตการณ์ในเมียนมา ระบุว่า การปราบปรามนองเลือดทั่วเมียนมามีพลเรือนโดนฆ่าตายมากกว่า 520 คนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรุงโตเกียวของญี่ปุ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โทชิมิตสึ โมเตกิ ชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎรว่า รัฐบาลญี่ปุ่นจะระงับความช่วยเหลือแก่เมียนมา ซึ่งจะเป็นการส่งสารที่ &amp;quot;ชัดเจน&amp;quot; ต่อเมียนมา เนื่องจากญี่ปุ่นคือประเทศผู้ให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจรายใหญ่ที่สุดแก่เมียนมา โดยสื่อของญี่ปุ่นกล่าวด้วยว่า การระงับความช่วยเหลือส่งผลต่อโครงการความช่วยเหลือใหม่ๆ เท่านั้น ไม่ใช่โครงการที่มีอยู่เดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา หลังมีผู้บาดเจ็บทะลักข้ามชายแดนเข้ามา ว่ากระทรวงยืนยันในการรักษาตามหลักมนุษยธรรม พร้อมถือโอกาสตรวจโควิดให้ผู้บาดเจ็บด้วย เพราะเป็นการคัดกรองป้องกันบุคลากรที่ให้การรักษาดูแล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ท.อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ แม่ทัพภาคที่ 3 เปิดเผยว่า ทางกองทัพภาคที่ 3 โดยกรมทหารพรานที่ 36 ได้ให้การช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ กรณีมีผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา (ผภ.สม.) ได้รับบาดเจ็บจำนวน 7 ราย เพื่อให้เป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชน ทั้งหมดได้มารักษาพยาบาลเบื้องต้น โดยได้เดินทางข้ามมาเพื่อขอเข้ารักษาในสถานพยาบาลของฝั่งไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.อภิเชษฐ์กล่าวต่อว่า กองร้อยทหารพรานที่ 3606 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 ฐานแม่สามแลบ ได้คอยอำนวยความสะดวก โดยมีรถพยาบาลของโรงพยาบาลสบเมย จำนวน 6 คัน มารอรับและส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลอำเภอสบเมย จำนวน 5 ราย, โรงพยาบาลแม่สะเรียง จำนวน 1 ราย และโรงพยาบาลศรีสังวาลย์ จำนวน 1 ราย ทั้งนี้ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ไทยทุกคน ทั้งทหารพราน และหมอ พยาบาล ที่ให้ความช่วยเหลือพี่น้องกะเหรี่ยงที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบ เจ้าหน้าที่ทุกท่านปฏิบัติหน้าที่อย่างกระตือรือร้นเพื่อช่วยเหลือคนเจ็บ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า การที่รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ แสดงท่าทียอมรับการรัฐประหารโดยกองทัพเมียนมาอย่างเปิดเผย นอกจากจะเป็นการทรยศปณิธานที่จะได้มาซึ่งประชาธิปไตยของชาวเมียนมาแล้วนั้น ยังบั่นทอนสถานะของประเทศไทยในประชาคมระหว่างประเทศอีกด้วย ทำให้บทบาทผู้นำในภูมิภาค รวมถึงความน่าเชื่อถือในระดับสากลของไทยยิ่งถดถอยอย่างมาก พรรคก้าวไกลขอประณามรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่สนับสนุนความรุนแรง และกองทัพที่เข่นฆ่าประชาชน ท่าทีของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ต่อเรื่องการรัฐประหารในเมียนมาจึงถือเป็นความล้มเหลวทางการทูตและนโยบายด้านการต่างประเทศของไทยโดยสิ้นเชิง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิธาแนะ พล.อ.ประยุทธ์ 3 ข้อถึงเรื่องที่ต้องเร่งทำอย่างเร็วที่สุด คือ 1.ร้องขอให้บรูไน ในฐานะประธานอาเซียน จัดการประชุมสุดยอดอาเซียนสมัยพิเศษโดยเร็วที่สุด ตามที่ประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซียได้ร้องขอ 2.ติดตามดูแลความเป็นอยู่ของคนไทยที่ยังต้องอาศัยในเมียนมาอย่างใกล้ชิด และพร้อมนำออกจากประเทศเมื่อได้รับการร้องขอ 3.ประสานกับมิตรประเทศเพื่อช่วยเหลือผู้หนีภัยการสู้รบและการประหัตประหารในเมียนมาตามหลักมนุษยธรรม โดยไม่ผลักดันกลับประเทศ และในการเข้าไปช่วยเหลือผู้อพยพต้องเปิดให้ภาคประชาสังคมของไทยและนานาชาติเข้าตรวจสอบได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์กำลังชักศึกเข้าบ้าน เอาประเทศไทยเป็นเดิมพัน ไม่สนใจว่าชาวโลกจะรู้สึกอย่างไร รัฐบาลไม่ควรเอาความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างผู้นำไทยและผู้นำรัฐประหารเมียนมา มาสร้างความหวาดระแวงให้กับประชาชนไทย รัฐบาลควรวางตัวเป็นกลางในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ควรไปเข้าข้างรัฐบาลทหารเมียนมาจนออกนอกหน้า การที่ประชาชนชาวเมียนมาลุกขึ้นมาต่อต้านการรัฐประหารครั้งนี้ เพราะคนเมียนมาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ถ้าไม่สู้ก็อยู่อย่างไทย เป็นคำพูดที่เจ็บปวดมาก เพราะเขารู้ว่าระบบประชาธิปไตยแบบไทยๆ ไม่ช่วยให้ประเทศดีขึ้น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97953</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม, นโยบายต่างประเทศ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หลักมนุษยธรรม, อองซาน ซูจี, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_60647c359ae3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96941</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โต้ภาพขนเสบียง ชายแดนเมียนมา ซื้อตรงจากพ่อค้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; แจงภาพขนเสบียงชายแดนเมียนมาช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม เป็นการซื้อตรงจากพ่อค้า อย่าเอามาพาดพิงว่าสนับสนุนรัฐประหาร ย้ำยึดกฎบัตรอาเซียนไม่ก้าวก่ายกิจการภายในกัน โฆษก ทบ.โต้เฟกนิวส์ ยืนยันการค้าด่านชายแดนดำเนินการได้ตามปกติของกรอบกฎหมาย กองทัพไม่เกี่ยวข้องแต่เน้นคัดกรองโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 22 มีนาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ชายแดนจากปัญหาความไม่สงบในเมียนมาว่า วันนี้ก็มีคนเอาภาพการลำเลียงเสบียงตามชายแดนออกมาซึ่งเป็นคนละเคสกัน เราต้องย้อนกลับไปดูเมื่อหลายสิบปีก่อน มีทั้งฐานทหาร มีประชาชนชาวเมียนมาไปอยู่บนพื้นที่เส้นเขตแดนบนพื้นที่สูง ก็มีกลไกการเจรจาพูดคุยกันให้ขยับลงมาข้างล่างทั้งหมดรวมถึงประชาชน เพราะการสัญจรไปมาในฝั่งตรงข้ามมันเป็นไปได้ยาก ส่วนใหญ่เขาจะข้ามมาซื้อของฝั่งไทย เราก็ตกลงว่าให้ลงมากันทั้งหมด และเมื่อเขายืนยัน เราก็ให้ทหารเข้าไปช่วยตามหลักมนุษยธรรมและเป็นเรื่องความมั่นคงด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พื้นที่มันไม่ชัดเจน แต่เราก็ไม่อยากให้เขาขึ้นที่สูงของเรา และเข้ามาซื้อของในตลาดของเรา และเป็นการสั่งซื้อโดยตรงจากพ่อค้าก็แค่นั้นเอง อย่าให้เป็นเรื่องราวกันต่อไป มันคนละกรณีกัน อย่าเอามาพาดพิงมาเกี่ยวข้องว่าเราสนับสนุนอะไร มันคนละเรื่องกัน&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าได้มีการขอความช่วยเหลือจากฝ่ายไทยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่ายังไม่มี เป็นเรื่องภายในของเขา คงไม่มาปรึกษาเรา ซึ่งมีกฎบัตรของอาเซียนกำหนดไว้ว่าขึ้นอยู่กับประเทศสมาชิก ไม่ยุ่งเกี่ยวกับกิจการภายในซึ่งกันและกัน&amp;nbsp; แต่อะไรที่เป็นความห่วงใยจากต่างประเทศเราก็เตือนไปโดยมติของอาเซียนอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามปัญหามันไม่เหมือนกัน เขาต้องมีกระบวนการบริหารของเขาเองว่าทำอย่างไรจะปลอดภัย สงบเรียบร้อย ตนคิดว่าเขาก็ต้องการอย่างนั้นอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า จุดผ่านแดนถาวร จุดผ่านแดนชั่วคราว หรือด่านชายแดนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ในปัจจุบันยังคงเปิดให้มีการผ่านเข้าออกภายใต้มาตรการควบคุมป้องกันโรคโควิด-19 และเป็นไปตามกฎระเบียบในการข้ามแดนของบุคคล สินค้าและสิ่งของ โดยมีส่วนราชการในพื้นที่ปฏิบัติงานร่วมกันทั้ง ตำรวจ ฝ่ายปกครองจังหวัด เจ้าหน้าที่ศุลกากร เจ้าหน้าที่สาธารณสุข เป็นต้น โดยในการขนส่งสินค้าข้ามแดนต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ศุลกากร 2560 เป็นหลัก และพิจารณาร่วมกับกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องในการอนุญาตสินค้าบางประเภท&amp;nbsp; เช่น พ.ร.บ.กักพืช กระทรวงเกษตรฯ, การนำเข้าสินค้า-ส่งออก กระทรวงพาณิชย์ เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สันติพงศ์กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการในพื้นที่ชายแดนสามารถดำเนินการค้าขาย ขนส่งสินค้าข้ามแดนได้ตามระเบียบและกฎหมายตามความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งได้ดำเนินการอยู่ตามปกติ โดยเฉพาะสินค้าที่เป็นเครื่องอุปโภคบริโภคและจำเป็นต่อการดำรงชีวิต ทั้งนี้ต้องไม่เป็นสิ่งของต้องห้ามตามกฎหมาย หรือยุทธภัณฑ์ที่อยู่ในการควบคุม สำหรับการค้าขายสินค้าเครื่องอุปโภคบริโภคในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมาในขณะนี้นั้น เป็นเรื่องของผู้ประกอบการโดยตรง เป็นการค้าชายแดนตามปกติ กองทัพไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือไปดำเนินในเรื่องเหล่านี้ และเจ้าหน้าที่ไม่ได้ปิดกั้นการค้าขายชายแดน หากดำเนินการในกรอบของกฎหมายและเป็นไปตามขั้นตอนของศุลกากรตามที่กล่าวมาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ประชาชนตามแนวชายแดน รวมถึงการค้าขายของผู้ประกอบการที่มีการส่งสินค้าตามช่องทางต่างๆ ก็ยังคงต้องผ่านการตรวจสอบและกำกับดูแลจากทหารเมียนมาตามระเบียบปฏิบัติของทางการเมียนมาตามปกติเช่นกัน ปัจจุบัน กองกำลังชายแดนยังคงไว้ซึ่งภารกิจปกป้องอธิปไตย สร้างความมั่นคงปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน สกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมายต่างๆ รวมถึงการลักลอบเข้าเมืองโดยไม่ผ่านการคัดกรองโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ทบ.กล่าวว่า อีกประการหนึ่งที่สำคัญก็คือ การอำนวยความสะดวกการดำเนินการค้าขายตามแนวจุดผ่านแดน จุดผ่อนปรนทางการค้า ช่วยตรวจสอบคัดกรองสิ่งต่างๆ โดยเฉพาะสิ่งผิดกฎหมายไม่ให้มีการผ่านเข้าออก หรือลักลอบขนส่งสินค้าข้ามแดนโดยไม่ผ่านการตรวจสอบตามกระบวนการศุลกากร โดยเฉพาะตามช่องทางธรรมชาติ ควบคู่ไปกับการติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พร้อมดูแลสร้างความปลอดภัยให้ประชาชนในทุกสถานการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อนของประเทศเพื่อนบ้าน การนำเสนอข่าวสารด้วยความระมัดระวัง ไม่กระทบเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และไม่เป็นการก้าวล่วงกิจการภายในของประเทศอื่น เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องคำนึงถึงและให้ความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าข้อมูลนั้นไม่ตรงกับความเป็นจริง เพราะอาจจะสร้างผลกระทบในทางลบต่อผลประโยชน์ของประเทศหรือประชาชนชาวไทยได้ สิ่งที่ทุกฝ่ายควรร่วมมือกันในขณะนี้คือ สร้างความรักความสามัคคี สร้างการรับรู้ในข่าวสารที่ถูกต้อง เพื่อให้ทุกเรื่องเดินหน้าไปด้วยความเรียบร้อย บ้านเมืองสงบสุข ช่วยกันดูแลคนไทยและประเทศไทยให้ผ่านพ้นวิกฤติโควิด-19 ได้อย่างปลอดภัย&amp;quot; โฆษก ทบ.กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96941</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎบัตรอาเซียน, การค้าด่านชายแดน, ชายแดนเมียนมา, ช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หลักมนุษยธรรม, ไม่ก้าวก่ายกิจการภายใน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210322/image_big_6058b5a20d0c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
