<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119526</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2021 15:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2021 15:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ ห่วงการใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะกำชับ ศธ. ต้องพัฒนาครูให้พร้อม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 ต.ค.64-นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในที่ประชุมพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สอบถามถึง เรื่อง การปรับปรุงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้เป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ซึ่งได้นำร่องการใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา จำนวน 265 โรงเรียนใน 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ กาญจนบุรี ศรีสะเกษ ระยอง สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส โดยนายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วงใย ว่า เมื่อมีการปรับปรุงหลักสูตรใหม่แล้ว ก็ต้องการให้กระบวนการนำไปใช้มีประสิทธิภาพ อีกทั้งในส่วนของครู จะต้องมีการพัฒนาพร้อมรับกับการสอนตามหลักสูตรใหม่ด้วย ซึ่งนายกฯ ขอให้ ศธ.ดำเนินการสร้างความเข้าใจให้แก่ครูอย่างดี เนื่องจากครูเป็นหัวใจสำคัญของการจัดการเรียนการสอน เพราะจะต้องนำหลักสูตรมาถ่ายทอดสู่ผู้เรียน ให้ผู้เรียนได้เข้าถึงการเรียนรู้ตามหลักสูตรฐานสมรรถนะ ทั้งนี้ตนได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไปจัดทำแผนพัฒนาครูตามหลักสูตรใหม่แล้ว เนื่องจากจะมีการขยายผลไปยังโรงเรียนคุณภาพประจำตำบล และโรงเรียนอื่นๆ ต่อไป ดังนั้นจะต้องเตรียมแผนพัฒนาครูรองรับไว้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;quot;ส่วนการฉีดวัคซีน Pfizer ให้กับนักเรียนที่มีอายุระหว่าง 12-17 ปีนั้น ขณะนี้ข้อมูลได้ทยอยแจ้งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และได้ดำเนินการฉีดวัคซีนให้กับนักเรียนไปแล้วกว่า 700,000 คน ซึ่งจากที่ตรวจสอบกำหนดการดำเนินการของแต่ละจังหวัด คาดว่าจะเป็นไปตามแผนเป้าหมายที่เราวางไว้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ศธ.ได้เตรียมแผนรองรับไว้สำหรับนักเรียนในรอบตกหล่นด้วย โดยยืนยันว่าวัคซีนมีอย่างเพียงพอ ดังนั้นหากนักเรียนคนไหนพร้อมจะฉีดวัคซีนแล้วสามารถแจ้งความประสงค์ที่โรงเรียนได้ สำหรับการตรวจ ATK ในการระหว่างการเปิดเรียนนั้น ขณะนี้เรากำลังประสานกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ว่าจะมีการดำเนินการอย่างไรบ้าง ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าอาจจะไม่ได้มีการตรวจ ATK ทุกโรงเรียน แต่อาจอยู่ในรูปแบบการสุ่มตรวจมากกว่า หรืออาจตรวจเฉพาะในบางพื้นที่ที่มีความเสี่ยงที่ยังมีการระบาดหนักอยู่เท่านั้น&amp;quot;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119526</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตรีนุช เทียนทอง, #นายกรัฐมนตรี, หลักสูตรสมรรถนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211012/image_big_61654949c3d20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119406</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2021 16:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2021 14:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;เปลี่ยนผ่านการศึกษา&#039; ศธ.kickoff ใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะ8 จังหวัด 265  รร. ชั้น ป.1-ป.3  เริ่ม 1พ.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11ต.ค.64- ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) - นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาจัดทำและพัฒนา(ร่าง)หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.....(หลักสูตรฐานสมรรถนะ) ได้เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการนำร่องการใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา และ เปิดตัวเว็บไซต์ cbethailand.com (Competency - based Education) ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตรฐานสมรรถนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนางสาวตรีนุช กล่าวตอนหนึ่งในการเป็นประธานเปิดโครงการนำร่องฯ ว่า ตนได้เข้ามารับหน้าที่เป็น รมว.ศธ.และได้แถลง 12 นโยบายด้านการจัดการศึกษา และ 7 วาระเร่งด่วน (Quick Win) ของ ศธ.ซึ่งเรื่องการปรับปรุงหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ให้ทันสมัย สู่การเรียนรู้ฐานสมรรถนะ เพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21 และเหมาะสมกับบริบทของสังคมไทยครอบคลุมการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัยไปจนถึงระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับยุทธศาสตร์ชาติ และแผนการปฏิรูปประเทศ (Big ROCK) ด้านการศึกษาการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นอีกก้าวหนึ่งในการปฏิรูปการศึกษา ที่มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และปฏิรูประบบการศึกษา ให้มีประสิทธิภาพ สามารถรองรับความหลากหลายของการจัดการศึกษาและตอบโจทย์การพัฒนาของโลกอนาคต โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้เรียนทุกกลุ่มวัยได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน มีทักษะที่จำเป็นของโลกอนาคต สามารถแก้ปัญหา ปรับตัว สื่อสาร และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิผล มีวินัย มีนิสัยใฝ่เรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต และเป็นพลเมืองที่รู้สิทธิและหน้าที่ มีความรับผิดชอบ มีจิตสาธารณะ มีความรักความภาคภูมิใจในความเป็นไทย และรู้คุณค่าของประวัติศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การเปิดโครงการนำร่องการใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา จำนวน 265 โรงเรียน ใน 8 จังหวัด ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมด้านหลักสูตรการศึกษาที่ยืดหยุ่น ตอบสนองต่อความถนัดและความสนใจของผู้เรียนรายบุคคล ซึ่งจะนำไปสู่แผนการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ได้รับการพัฒนาศักยภาพในการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning และแผนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป ซึ่งดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงการในวันนี้จะมีส่วนช่วยเปลี่ยนผ่านการศึกษาแบบเดิม ไปสู่การพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน เปลี่ยน &amp;lsquo;ห้องเรียน&amp;rsquo; เป็น &amp;lsquo;ห้องเรียนรู้&amp;rsquo; ที่ผู้เรียนเข้าใจ ทำเป็น เห็นผลลัพธ์ และเด็กทุกคนมีโอกาสในการค้นพบเป้าหมายของตนเอง นำไปสู่ความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป &amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว
&amp;nbsp;
ด้านนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า จากสถานการณ์ของโลกในศตวรรษที่ 21 วิทยาการต่างๆ มีความเจริญก้าวหน้าและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมทั้งแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา(ฉบับปรับปรุง) ที่กำหนดให้กิจกรรมปฏิรูปที่ 2 การพัฒนาการจัดการเรียนการสอนสู่การเรียนรู้ฐานสมรรถนะ ซึ่งมีเป้าหมายให้ผู้เรียนทุกระดับเป็นผู้มีความรู้ ทักษะ และใฝ่เรียนรู้ มีทักษะในการดำรงชีวิตในโลกยุคใหม่ รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคมและโลก เป็นพลเมืองที่ตื่นรู้ มีความรับผิดชอบ และมีจิต สาธารณะ โดย สพฐ.ได้แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อพัฒนา (ร่าง) กรอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้เป็นหลักสูตรฐานสมรรถณะ มาตั้งแต่ปี 2562 ต่อมา รมว.ศธ. ตรีนุช เทียนทอง ได้กำหนดให้หลักสูตรฐานสมรรถนะ เป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วน มีการแต่งตั้ งคณะกรรมการอำนวยการจัดทำและพัฒนาฯหลักสูตรฐานสมรรถนะ และเปิดรับฟังความคิดเห็น โดยจัดเวทีระดมสมอง 12 ครั้งเวที ซึ่งจัดไปแล้วจำนวน 5 ครั้ง โดยแต่ละครั้งมีผู้ที่สนใจเข้าร่วมมากกว่า 11,000 คน และจัดเก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบสอบถาม โดยเปิดรับความคิดเห็นผ่านช่องทางสื่อโซเชียลมีเดียของ ศธ. และเว็ปไซต์หลักสูตรฐานสมรรถนะ เว็บไซต์ https://cbethailand.com &amp;nbsp;
&amp;nbsp;
&amp;ldquo; การทดลองใช้หลักสูตรในโรงเรียนนำร่องที่เข้าร่วมโครงการวิจัยในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจำนวน 265 โรงเรียน จาก 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ กาญจนบุรี ศรีสะเกษ ระยอง สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ในครั้งนี้ประกอบด้วย โรงเรียนในสังกัด สพฐ.จำนวน 226 โรงเรียน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) จำนวน 17 โรงเรียน และ สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)จำนวน 22 โรงเรียน โดยทั้ง 265 โรงเรียนเริ่มใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะในช่วงชั้นที่ 1 ป.1-ป.3 ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 วันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ &amp;ldquo;ดร.อัมพร กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119406</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตรีนุช เทียนทอง, หลักสูตรสมรรถนะ, เปลี่ยนผ่านการศึกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211011/image_big_6163e3a5d9b27.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116059</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 17:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 17:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมินเสียงค้าน&#039;ตรีนุช&#039;เดินหน้านำร่องหลักสูตรสมรรถนะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เตรียมเดินหน้านำร่องใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ฐานสมรรถนะ) ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในเดือน ก.ย.นี้ แต่มีกระแสคัดค้านจากหลายภาคส่วนถึงความไม่พร้อมของแต่ละสถานศึกษา และเรียกร้องอยากให้มีการชะลอการนำร่องใช้หลักสูตรดังกล่าวออกไปก่อนนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เบื้องต้นทราบว่าการดำเนินการนำร่องทดลองใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะดังกล่าวยังคงเป็นไปตามกำหนดการเดิม แต่ตนจะหารือกับคณะกรรมการจัดทำและพัฒนา (ร่าง) หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ฐานสมรรถนะ) อีกครั้งว่าจะเมื่อมีเสียงคัดค้านถึงความพร้อม เราควรจะเลื่อนการนำร่องใช้หลักสูตรนี้ไปก่อนหรือไม่ เพราะโดยหลักการที่ตนเคยมอบไว้ก็คือ โรงเรียนที่จะเข้าร่วมนำร่องใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะจะต้องเข้าร่วมด้วยความสมัครใจ เพราะทราบดีว่าในสถานการณ์ที่ไม่ปกติมีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ตนก็ไม่อยากไปเพิ่มภาระให้กับผู้บริหารสถานศึกษา และครู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานจาก สพฐ.ว่ามีโรงเรียนที่สมัครใจจะเข้าร่วมนำร่องใช้หลักสูตรแกนกลางจำนวนกี่แห่ง แต่เท่าที่ทราบตั้งแต่ต้นมีมากกว่า 100 แห่ง โดยเฉพาะโรงเรียนในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ซึ่งดิฉันได้เน้นย้ำตลอดว่าการนำร่องทดลองใช้หลักสูตรจะต้องเป็นไปด้วยความสมัครใจ และห้ามไปบังคับเด็ดขาด &amp;nbsp;เพราะเข้าใจถึงสถานการณ์ในปัจจุบันที่ไม่ต้องการเพิ่มภาระให้กับครู&amp;rdquo; รมว.ศธ. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116059</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตรีนุช เทียนทอง, หลักสูตรสมรรถนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612c984be7b0f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114322</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2021 08:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2021 08:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ครูเหน่ง&#039; เตรียมถก คกก.พัฒนาร่างหลักสูตรฯ หวังขยับนำร่องใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะออกไปก่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24ส.ค.64- นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงการปรับปรุงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 เป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ ว่า ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้วางแผนนำหลักสูตรฐานสมรรถนะไปใช้ในกรอบเวลา 3 ปี คือ ปีการศึกษา 2565 ศธ.เริ่มใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะ สำหรับระดับประถมศึกษา ในโรงเรียนที่มีความพร้อม ปีการศึกษา 2566 หลักสูตรฐานสมรรถนะระดับมัธยมศึกษา ในโรงเรียนที่มีความพร้อมและทุกโรงเรียนในระดับประถมศึกษา และปีการศึกษา 2567 ใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะในโรงเรียนทุกโรง ดังนั้นในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ได้รับรายงานจากคณะกรรมการจัดทำและพัฒนาร่างหลักหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 (หลักสูตรฐานสมรรถนะ) ว่า จากเดิมที่มีการนำร่องในโรงเรียนทุกแห่ง แต่เพื่อไม่ให้เป็นภาระเพิ่มสำหรับครูจึงได้ปรับการทดลองหลักสูตรใหม่นำร่องเฉพาะช่วงชั้นแทน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับเสียงสะท้อนจากกลุ่มครูที่ยังไม่มีความพร้อมในการเตรียมแผนงานนำร่องการใช้หลักสูตรใหม่ ดิฉันพร้อมยินดีรับฟัง และเข้าใจการเตรียมแผนงานของครูเป็นอย่างดี เนื่องจากครูจะต้องรับผิดชอบการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์โควิด-19 จึงทำให้ครูต้องทำหน้าที่อย่างหนักหลายด้าน ดังนั้นจะมีการขยับแผนทดลองใช้หลักสูตรดังกล่าวในเดือนกันยายนนี้ออกไปก่อนได้หรือไม่นั้น ดิฉันจะขอหารือกับคณะกรรมการจัดทำและพัฒนาร่างหลักสูตรฯ อีกครั้ง ส่วนประเด็นการปรับปรุงหลักสูตรฐานสมรรถนะในครั้งนี้อาจส่งผลให้สำนักพิมพ์ใดได้รับประโยชน์หรือไม่นั้น ดิฉันคิดว่าไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น แต่จะนำไปทุกประเด็นที่ได้รับเสียงสะท้อนและร้องเรียนมาไปหารือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการจัดทำหลักสูตรใหม่&amp;rdquo; รมว.ศธ. กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114322</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตรีนุช เทียนทอง, หลักสูตรสมรรถนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210705/image_big_60e2d9423c335.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113184</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2021 17:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2021 17:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ตรีนุช&#039; ชะลอใช้&#039;หลักสูตรฐานสมรรถนะ&#039;อย่างเต็มระบบ  ใช้วิธีแบ่งระยะทดลองนำร่องออกเป็น3ปี (2565-67) </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13ส.ค.64- นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้กำหนดแผนปฏิบัติการปรับปรุงหลักสูตรแกนกลางการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 เป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ ซึ่งในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 หรือ โควิด-19 ที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องขณะนี้ ตนมีความห่วงใยนักเรียนและครู จึงได้หารือกับคณะกรรมการอำนวยการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน และเห็นควรปรับแผนปฏิบัติการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อไม่ให้เป็นภาระเพิ่มสำหรับครู โดยยังคงเดินหน้าปฏิรูปหลักสูตร ให้การศึกษาพัฒนาเด็กไทยให้มีความรู้ เจตคติและทักษะให้ทำงานเป็น ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับสังคมได้ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวตรีนุช กล่าวต่อว่า แผนปฏิบัติการที่ได้ปรับปรุงใหม่มีสาระสำคัญ ดังนี้ ประการแรก วางแผนนำหลักสูตรฐานสมรรถนะไปใช้ในกรอบเวลา 3 ปี คือ ปีการศึกษา 2565 ศธ.เริ่มใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะ สำหรับระดับประถมศึกษา ในโรงเรียนที่มีความพร้อม ปีการศึกษา 2566 หลักสูตรฐานสมรรถนะระดับมัธยมศึกษา ในโรงเรียนที่มีความพร้อมและทุกโรงเรียนในระดับประถมศึกษา และปีการศึกษา 2567 ใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะในโรงเรียนทุกโรง ประการที่สอง ปรับปรุงสมรรถนะโดยพิจารณาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของเด็กไทยในโลกปัจจุบัน จากเดิมมีสมรรถนะ 5 ด้าน ปรับเป็นมีสมรรถนะ 6 ด้าน ประกอบด้วย 1.การจัดการตนเองอย่างมีสุขภาวะ 2.การคิดขั้นสูงและการเรียนรู้ 3.การสื่อสารด้วยภาษา 4.การจัดการและการทำงานเป็นทีม 5.การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง และ 6.การอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืน โดยเน้นมิติด้านคุณธรรม จริยธรรม รวมถึงคุณค่าของประวัติศาสตร์และความเป็นไทยมากขึ้น ซึ่งการเพิ่มสมรรถนะ &amp;ldquo;การอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืน&amp;rdquo; เพื่อให้เด็กไทยมีสมรรถนะทั้งด้านวิทยาศาสตร์ รู้เท่าทันเทคโนโลยีดิจิทัล และอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; หลักสูตรฐานสมรรถนะใหม่นี้แตกต่างจากเดิมในสาระสำคัญ เช่น ช่วงชั้นประถมศึกษาตอนต้น หรือ ชั้น ป.1-ป.3 เวลาเรียนลดลง ลดจาก 1,000 ชั่วโมงเป็น 800 ชั่วโมง ปลดล็อกด้านตัวชี้วัด เด็กเรียน 7 สาระการเรียนรู้ แทน 6 สาระการเรียนรู้ เป็นต้นทั้งนี้ คณะกรรมการอำนวยการปรับปรุงหลักสูตรฯ จะนำแผนที่ปรับเปลี่ยนใหม่ดังกล่าว เสนอต่อคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ในวันที่ 13 สิงหาคมนี้ คาดว่าจะจัดให้นำร่องทดลองใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะในเขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ได้ประมาณวันที่ 1 กันยายน 2564 โดยจะทยอยเผยแพร่คู่มือ หลักสูตร ที่มีตัวอย่างสถานการณ์และกิจกรรมการเรียนรู้ที่ปรับใช้ในพื้นที่และในรูปแบบการสอนออนไลน์ได้&amp;rdquo;รมว.ศธ. กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113184</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตรีนุช เทียนทอง, #โควิด19, หลักสูตรสมรรถนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210805/image_big_610bb8c55d892.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102538</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2021 16:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2021 16:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สุภัทร&quot; คาด ก.ย.นี้ เห็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ &#039;เลิกทีท่องจำ &#039;แต่ทว่า... ไม่ทันปีการศึกษา65 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11พ.ค.64- นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) กล่าวว่า ตามที่นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) มี 7 นโยบายเร่งด่วนในการดำเนินการขับเคลื่อนให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมภายใน 5 เดือนนั้น ซึ่งมีการยกเรื่องการปรับปรุงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 ให้เป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะอยู่ในนโยบายเร่งด่วนด้วย โดยขณะนี้ ศธ. อยู่ระหว่างการวางแนวทางการปรับปรุงทั้งระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งจะมีการตั้งคณะกรรมการจัดทำและพัฒนาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ หลักสูตรฐานสมรรถนะ เพื่อจัดทำองค์ประกอบและสาระสำคัญหลัก 5 ด้าน คือ สมรรถนะการจัดการตนเอง การสื่อสาร การรวมพลัง การทำงานเป็นทีม การคิดขั้นสูง และการเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง โดยจะเป็นการบูรณการใน 8 กลุ่มสาระวิชาการเรียนรู้หลัก นอกจากนี้ในหลักสูตรฐานสมรรถนะจะออกแบบกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนได้ลงมือทำ และการตั้งโจทย์ให้ผู้เรียนแก้ปัญหา รวมถึงผู้เรียนจะต้องประยุกต์ความรู้ที่เรียนไปใช้ในชีวิตประจำวันได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปลัดศธ. กล่าวอีกว่า คาดว่าในเดือนกันยายนนี้ ศธ.จะปรับปรุงองค์ประกอบต่างๆ และสาระสำคัญของหลักสูตรให้มีความสมบูรณ์จากนั้นจึงจะเป็นร่างหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.... (หลักสูตรฐานสมรรถนะ) ซึ่งแน่นอนว่าในปีการศึกษา 2565 คงไม่สามารถประกาศใช้หลักสูตรใหม่ได้ทัน แต่จะเป็นการนำร่องในโรงเรียนบางแห่งที่มีความพร้อมก่อน เพราะเมื่อเราจัดทำหลักสูตรใหม่เสร็จสิ้นแล้วจะต้องมีการอบรมและพัฒนาพัฒนาครูตามไปด้วย เพื่อให้ครูปรับวิธีการเรียนการสอนในห้องเรียนเชื่อมโยงกับหลักสูตรใหม่&amp;nbsp;
&amp;quot;ดังนั้นต่อจากนี้ไปการเรียนการสอนในห้องเรียนและโรงเรียนจะต้องเปลี่ยนรูปแบบการสอนใหม่ ที่ไม่ใช่ให้เด็กมานั่งท่องจำอีกต่อไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อมั่นว่าครูผู้สอนทุกคนพร้อมปรับตัวและเรียนรู้เทคนิคการสอนใหม่ๆ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนที่มีคุณภาพอย่างแน่นอน &amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102538</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ศธ., สุภัทร จำปาทอง, หลักสูตรสมรรถนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210511/image_big_609a52ab379cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
