<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>19423</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2018 00:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2018 08:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>EGAT Academy โดย กฟผ. เปิดอบรมหลักสูตรใหม่ “เทคโนโลยีโรงไฟฟ้าและการบำรุงรักษา&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:9.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:9.0pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;EGAT Academy โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดให้บุคคลภายนอกสมัครเข้ารับการอบรม &amp;ldquo;เทคโนโลยีโรงไฟฟ้าและการบำรุงรักษา (Power Plant Technology and Maintenance)&amp;rdquo; เพื่อสร้างความรู้เกี่ยวกับการออกแบบและเทคโนโลยีโรงไฟฟ้า การใช้งานและบำรุงรักษาอุปกรณ์โรงไฟฟ้าอย่างเหมาะสม พร้อมทั้งการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมรวมถึงการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าต้นแบบ ของ กฟผ. ให้กับบุคคลภายนอกเพื่อเป็นการแบ่งปันความรู้ ความเชี่ยวชาญในด้านการผลิตไฟฟ้าของ กฟผ. ออกไปสาธารณชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.75pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.75pt; text-align:justify&quot;&gt;หัวข้อการอบรมหลักสูตรระบบป้องกันอุปกรณ์โรงไฟฟ้า&lt;/p&gt;


	1. Power Plant Control and Technology
	2. Gas Turbine Control Process &amp;amp; Tuning
	3. Substation and Transmission Design and Maintenance
	4. Power Boiler Life Management and Improvement
	5. Transformer and Circuit Breaker Testing and Maintenance
	6. Condition Monitoring Electrical Equipment and Switchyard
	7. Environmental Control for Power Plant


&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.75pt&quot;&gt;ระยะเวลาการรับสมัคร : 5 - 31 ตุลาคม 2561&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.75pt&quot;&gt;ระยะเวลาฝึกอบรม : วันที่ 7 &amp;ndash; 9 พฤศจิกายน 2561 เวลา 8.30 &amp;ndash; 16.30 น.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.75pt&quot;&gt;สถานที่ : สำนักงานกลาง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.75pt&quot;&gt;การนับชั่วโมง CPD : 31.5 PDU&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.75pt&quot;&gt;สนใจสมัครเข้าร่วมการอบรม และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณอัญชลี มั่งพล โทร. 092-580-0067&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.75pt&quot;&gt;และ คุณปรัชญา แก้วแหวน โทร. 063-652-5449 หรือ egatacademy@egat.co.th&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.75pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.75pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.75pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19423</URL_LINK>
                <HASHTAG>EGAT Academy, กฟผ., การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, รับสมัคร, หลักสูตรใหม่, อบรม, เทคโนโลยีโรงไฟฟ้า, โรงไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181008/image_big_5bbb8ca58ee03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7906</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2018 12:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2018 12:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เชื่อสร้างบัณฑิต-อาชีวะพันธุ์ใหม่ดันปฎิรูปการศึกษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หมออุดม&amp;rdquo; เชื่อ &amp;quot;โครงการสร้างบัณฑิต- อาชีวะ&amp;quot;พันธุ์ใหม่ เป็นการปฏิรูปเรื่องการศึกษาไปในตัว เหตุจะต้องมีการปรับกระบวนการเรียนการสอน หลักสูตร และสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนและภาคอุตสาหกรรมอย่างจริงจัง เตรียมของบฯ กลาง ปี 61 ในส่วนของอาชีวะ 119 ล้านบาท และอุดมศึกษา 1,277 ล้านบาท เผย มีมหา&amp;rsquo;ลัย เข้าร่วม 20 แห่ง 235 หลักสูตร&amp;nbsp; วิทยาลัยอาชีวะเข้าร่วม 27 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) กล่าวว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ให้การอนุมัติโครงการสร้างบัณฑิตและอาชีวะพันธุ์ใหม่ ศธ. ได้เห็นความสำคัญในการที่จะตอบสนองนโยบายประเทศไทย 4.0 อย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการวางแผนผลิตคนในสาขาต่างๆ เช่น ช่างอุตสาหกรรม ช่างเทคนิค วิศวกร เป็นต้น โครงการนี้จะตอบโจทย์ใหญ่ๆ ของประเทศอยู่ 3 เรื่อง คือ 1.จะเป็นการตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติและนโยบายประเทศไทย 4.0 ,&amp;nbsp; 2.เป็นการตอบโจทย์เรื่องความขาดแคลนแรงงานด้านต่างๆ และ 3.ตอบโจทย์ภาคเอกชน และภาคอุตสาหกรรม ซึ่งที่ผ่านมาเราก็ได้รับเสียงสะท้อนที่สำคัญว่าบัณฑิตหรือนักศึกษาอาชีวะที่จบการศึกษาไปแล้ว ไม่สามารถทำงานได้ทันที ต้องมีการฝึกการทำงานเพิ่มอีก 1-2 ปี ดังนั้นโครงการนี้จะเป็นการสร้างบัณฑิตที่มีทั้งองค์ความรู้ มีสมรรถนะ และทักษะที่ตอบโจทย์ภาคเอกชนและตอบโจทย์ตลาดแรงงานได้จริง และโครงการนี้ยังได้รับความสนใจจากบริษัทต่างๆ ที่จะมาร่วมใน โครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับค่าใช้จ่ายในส่วนของอาชีวศึกษา จะมีค่าใช้ที่รัฐบาลสนับสนุน จำนวน 35,000 บาทต่อคนต่อหลักสูตร ส่วนระดับอุดมศึกษา หลักสูตรระยะสั้น มีค่าใช้จ่าย 60,000 บาทต่อคน ส่วนหลักสูตรระดับปริญญา โครงการ 5 ปี 120,000-150,000 ต่อคนต่อปี โดยเบื้องต้นจะของบประมาณกลางปี 2561 เพื่อที่จะให้เริ่มโครงการได้ในส่วนของอาชีวศึกษา 119 ล้านบาท และอุดมศึกษา 1,277 ล้านบาท ส่วนปีหน้าและปีต่อไป ตนได้หารือกับสำนักงบประมาณว่าจะไม่มีการขอกรอบงบประมาณเพิ่ม ด้วยการลดจำนวนหลักสูตรไม่ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติให้ลดจำนวนลง เพื่อนำงบประมาณมาใช้ในส่วนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จุดประสงค์ใหญ่อีกประการหนึ่งของโครงการนี้ คือ การปฏิรูปเรื่องการศึกษาไปในตัว ด้วยการเปลี่ยนรูปแบบการจัดการศึกษาของทั้งระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา เพราะว่าการที่เราจะสามารถทำให้เกิดบัณฑิตอาชีวะพันธุ์ใหม่ได้ จะต้องมีการปรับกระบวนการเรียนการสอน หลักสูตร และสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนและภาคอุตสาหกรรมอย่างจริงจัง อีกทั้งโครงการนี้ยังกำหนดให้มีการเรียนในสถานที่จริง อย่างน้อยร้อยละ 50 ของเวลาเรียนทั้งหมด อีกทั้งยังต้องมีอาจารย์ไปกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะทำงานได้จริงด้วย และหลักสูตรจะต้องเป็นมาตรฐานสากล ทั้งนี้ในส่วนของภาคเอกชนโครงการนี้กำหนดให้ร่วมตั้งแต่การออกแบบหลักสูตร กำหนดกระบวนการเรียนการสอน และการประเมินผล รวมถึงส่งคนมาเป็นอาจารย์พิเศษด้วย ซึ่งก่อนที่จะเสนอ ครม.พิจารณา ศธ.ได้ดำเนินการเชิญภาคเอกชนกว่า 20 แห่ง มาร่วมให้ข้อเสนอแนะกับโครงการนี้ด้วย&amp;rdquo;รมช.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.อุดม กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ในส่วนโครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่มีมหาวิทยาลัยที่ผ่านการคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการ จำนวน 20 มหาวิทยาลัย 235 หลักสูตร โดยหลักสูตรจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ หลักสูตรระยะสั้นที่ใช้เวลาอบรม 6 เดือน - 1 ปี ใช้ในการพัฒนากำลังคนที่ทำงานอยู่แล้วให้มีทักษะและสมรรถนะสูงขึ้น ซึ่งวางเป้าหมายไว้ว่าในระยะเวลา 3 ปี จะสามารถผลิตกำลังคนได้ จำนวน 51,995 คน และในส่วนที่สอง คือ หลักสูตรระดับปริญญา โครงการ 5 ปี เมื่อจบโครงการจะสามารถผลิตบัณฑิตได้ จำนวน 56,078 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับอาชีวะพันธุ์ใหม่ มีวิทยาลัยที่เข้าร่วม 22 วิทยาลัย ในกลุ่ม 5 อุตสาหกรรมหลัก และจะมีในส่วนของสมาร์มฟาร์มมิ่ง อีก 5 วิทยาลัย รวมเป็น 27 วิทยาลัย ซึ่งจะสามารถผลิตกำลังคนได้ 8,500 คน ในระยะเวลา 5 ปี สาเหตุที่ผลิตได้น้อย เพราะได้ตั้งข้อกำหนดเกณฑ์มาตรฐานไว้สูงมาก เช่น หลักสูตรที่เป็นมาตรฐานสากล เป็นต้น จึงทำให้มีวิทยาลัยที่เข้าเกณฑ์เพียง 27 แห่ง ส่วนวิทยาลัยที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ ศธ. จะลงไปช่วยพัฒนาให้มีความเข้มแข็ง เพื่อที่จะเตรียมความพร้อมเข้าร่วมโครงการในระยะต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7906</URL_LINK>
                <HASHTAG>#บัณฑิต, #ปฎิรูปการศึกษา, นพ.อุดม คชินทร, หลักสูตรใหม่, อาชีวะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180305/image_big_5a9d284c6d4d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
