<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109363</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 17:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 17:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.เปิดข้อมูลบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อโควิดหลังเข้ารับการฉีดวัคซีน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค.2564 ที่กระทรวงสาธารณสุข ในการแถลงสถานการณ์โควิด-19 นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค(คร.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าวัคซีน บูสเตอร์ โดส ว่า ต้องขอแสดงความเสียใจกับพยาบาลที่เสียชีวิตเมื่อ 10 ก.ค.นี้ หลังจากติดโควิด-19 ซึ่งปฏิบัติงานที่ รพ.เอกชนแห่งหนึ่ง ถือว่าเป็นความเสียสละ ในการปฏิบัติงานด้วยความทุ่มเท จนติดโควิด แต่ได้อยู่ในการดูแลรักษาพยาบาลของทีมแพทย์ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.จนถึง 10 ก.ค.2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีดังกล่าวอยู่ในความสนใจของบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนในเรื่องวัคซีนป้องกันโควิด ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า คุณพยาบาลได้รับการฉีดวัคซีน เข็มที่ 1 เมื่อเดือนเม.ย. และฉีดเข็มที่ 2 ช่วงเดือนพ.ค. แต่ด้วยการปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วยโควิดอย่างต่อเนื่อง เมื่อช่วงเดือนมิ.ย.ก็มีโอกาสได้รับเชื้อจากการปฏิบัติงาน ประกอบกับมีปัจจัยเสี่ยงในเรื่องภาวะอ้วน ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดความรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โสภณ กล่าวอีกว่า ข้อมูลเบื้องต้นจากกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค(คร.) กรณีบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อและประวัติการรับวัคซีน ตั้งแต่ 1 เม.ย.-10 ก.ค.2564 มีเป้าหมายการฉีดวัคซีนให้บุคลากรทางการแพทย์ประมาณ 700,000 คน โดย 97%ได้รับวัคซีนแล้ว มีตัวเลขติดเชื้อ 880 ราย 54%เป็นพยาบาลและผู้ช่วยพยาบาล อายุ 20-29ปีมากที่สุด และรองลงอายุ 30-39ปี ในจำนวนผู้ติดเชื้อ พบไม่มีประวัติรับวัคซีน 173 ราย หรือคิดเป็น 19.7% และเสียชีวิต 7 ราย จำนวนนี้มี 5 รายไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด และมี 2 รายได้รับวัคซีน แบ่งเป็น 1 รายได้รับวัคซีนซิโนแวค 1 เข็ม เนื่องจากวันเริ่มป่วยเป็นช่วงหลังจากฉีดวัคซีนซิโนแวคเข็มที่ 2 เพียงวันเดียว ซึ่งปกติภูมิคุ้มกันจะขึ้นเมื่อฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 แล้ว 14 วัน และมี 1 รายที่ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว คือ น้องพยาบาลรายดังกล่าวข้างต้น
หากพิจารณาดูอัตราการติดเชื้อผู้ได้รับวัคซีน มีโอกาสป่วยและเสียชีวิตน้อยกว่าคนไม่ได้รับวัคซีนซึ่งพิจารณาจากบุคลากรทางการแพทย์ติดโควิด-19และประวัติการรับวัคซีน โดยบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับวัคซีน ซิโนแวค 1 โดส จำนวน 22,062 คน ติดเชื้อ 68 ราย คิดเป็น 308ต่อ 1 แสนราย ไม่มีอาการ/อาการน้อย 67 ราย เสียชีวิต 1 ราย &amp;nbsp;รับครบ 2 โดส จำนวน 677,348 คน ติดเชื้อ 618 ราย คิดเป็น 91 ต่อ 1 แสนราย ไม่มีอาการ/อาการน้อย 597 ราย อาการปานกลาง 19 ราย อาการรุนแรงต้องใช้high flow 1 ราย เสียชีวิต 1 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
และฉีดแอสตร้าเซนเนก้า 1 โดส จำนวน 66,913 คน ติดเชื้อ 45 ราย คิดเป็น 67ต่อ1 แสนราย ไม่มีอาการ/อาการน้อย 43 ราย อาการปานกลาง 1 ราย อาการรุนแรงต้องใช้high flow 1 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 1 ราย ไม่มีเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.โสภณ กล่าวว่า ประเด็นการได้รับวัคซีนโควิด 2 เข็มเพียงพอหรือไม่นั้น ล่าสุดได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการวิชาการภายใต้ พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 เมื่อวันที่ 9 ก.ค.2564 ซึ่งจากการพิจารณาทั้งอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งด้านภูมิคุ้มกันวิทยา ไวรัสวิทยา และโรคติดเชื้อ มีความเห็นต้องกันว่า การฉีดวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม มีข้อมูลสนับสนุนว่า ภูมิคุ้มกันจะลดลงหลังฉีดวัคซีนไประยะหนึ่ง จึงเป็นที่มาต้องมีการฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็ม 3 สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าที่มีความเสี่ยง ซึ่งมีหน้าที่ดูแลผู้ป่วยโควิด โดยการฉีดกระตุ้นจะฉีดด้วยวัคซีนแตกต่างจากชนิดแรก อาจเป็นไวรัลแวกเตอร์ หรือแอสตร้าเซนเนก้า หรือชนิด mRNA ซึ่งอนาคตจะได้รับวัคซีนจากการบริจาค คือ ไฟเซอร์ ซึ่งข้อเสนอจากคณะกรรมการวิชาการ จะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติในวันที่ 12 ก.ค.2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109363</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยอดบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อโควิด, หลังฉีดวัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210620/image_big_60cf2f0807396.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106628</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2021 22:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>120วันเปิดประเทศ บิ๊กตู่ลั่นยอมเสี่ยงเพื่อความอยู่รอดปชช.สั่งทุกจว.เตรียมพร้อม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; แถลงตั้งเป้าเปิดประเทศภายใน 120 วัน หลังฉีดวัคซีนได้ตามแผนเดือนละ 10 ล้านโดส ยอมรับรู้ว่าเสี่ยง แต่เพื่อความอยู่รอดของ ปชช.และประเทศเดินได้ &amp;quot;ศบค.&amp;quot; เผยติดเชื้อรายใหม่ 2,331 ราย เสียชีวิต 40 รายคลัสเตอร์โรงงานกระจาย 27 จว. จี้ภูเก็ตจัดทำแผนรับภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ก่อนชงชุดใหญ่ 18 มี.ค.นี้ &amp;quot;อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์&amp;quot; ระบุไม่เกิน 2-3 เดือน โควิดสายพันธุ์อินเดียระบาดในไทยแทนอังกฤษ เร่งศึกษาเทียบภูมิคุ้มกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. เวลา 18.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ตอนหนึ่งว่า การเดินหน้าแผนฉีดวัคซีนให้กับพี่น้องประชาชนมีความคืบหน้ามาอย่างต่อเนื่อง วันนี้ผมอยากจะอัปเดตให้ทุกท่านทราบถึงโรดแมปที่เรากำลังจะเดินหน้าต่อไป เพื่อเริ่มการพลิกฟื้นจากวิกฤติโควิด-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ในช่วง 1 เดือนกว่าที่ผ่านมานี้ การที่ผมในฐานะนายกรัฐมนตรีสามารถสั่งการโดยตรงได้ โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยบูรณาการ การทำงาน และช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในการทำงานใหญ่ ด้วยวิธีการทำงานแบบนี้ช่วยให้เราเดินหน้าตัดสินใจเรื่องต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว และช่วยขจัดปัญหาบางอย่าง การเดินหน้าตามแผนฉีดวัคซีนนี้เราจะสามารถฉีดวัคซีนให้ประชาชนได้โดยเฉลี่ย ประมาณเดือนละกว่า 10 ล้านโดส หากวัคซีนส่งมาเพียงพอในแต่ละเดือน และประมาณต้นเดือน ต.ค.จะมีประชาชนที่ได้รับการฉีดวัคซีนอย่างน้อยเข็มแรกแล้วจำนวน 50 ล้านคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องมองไปในอนาคตที่ไกลขึ้นอีก คือการเปิดประเทศและรับนักท่องเที่ยวเข้าประเทศไทยอีกครั้ง นี่คือหนทางสำคัญหนทางหนึ่งที่จะช่วยบรรเทาความทุกข์ยากเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ไม่สามารถทำมาหากินกันได้มาเป็นระยะเวลานาน วันนี้ผมขอแจ้งให้ทุกท่านทราบว่า ผมตั้งเป้าเอาไว้ว่าประเทศไทยจะต้องเปิดประเทศทั้งประเทศให้ได้ภายใน 120 วันนับจากวันนี้ ส่วนเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญๆ หากพร้อมได้เร็วกว่าก็ควรทยอยเปิดให้ได้เร็วกว่านั้น นักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนครบโดสเรียบร้อยแล้วควรเดินทางเข้าประเทศไทยได้โดยไม่ต้องกักตัว และไม่ต้องมีเงื่อนไขข้อห้ามที่สร้างความยากลำบาก รวมทั้งคนไทยที่เดินทางไปต่างประเทศหากเป็นคนที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วก็ควรที่จะสามารถเดินทางกลับเข้าประเทศของตัวเองได้โดยไม่ต้องกักตัวเช่นเดียวกัน ในส่วนของสถานที่ทำงาน และธุรกิจร้านค้าต่างๆ ควรต้องกลับมาเปิดทำการได้ การเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศควรทำได้ โดยไม่มีข้อห้ามหรือข้อบังคับแบบเหมารวมทั้งจังหวัด ที่จะสร้างความยากลำบากอีก ยกเว้นหากมีสถานการณ์ร้ายแรงใหม่เกิดขึ้นหรือมีความจำเป็นจริงๆ ก็ให้พิจารณาเป็นกรณีไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมขอให้ทุกหน่วยงานภาครัฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เริ่มเตรียมการ และเตรียมตัวทุกอย่างให้พร้อม เพื่อที่จะสามารถเปิดให้มีการทำมาหากินของประชาชนได้อีกครั้งตามกรอบเวลาที่ผมได้กล่าวไป ซึ่งนั่นหมายความว่าจะต้องดำเนินการ เรื่องการฉีดวัคซีนให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย เพื่อเดินหน้าไปสู่เป้าหมายเปิดประเทศภายใน 120 วัน เราจะเริ่มนำร่องที่จังหวัดภูเก็ต ที่เตรียมผ่อนคลายบางมาตรการ และเปิดรับนักท่องเที่ยวเข้ามาแบบแซนด์บ็อกซ์ ผมได้เร่งรัด ให้นำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาและอนุมัติในช่วงสัปดาห์หน้า เพื่อจะได้เดินหน้าทำให้เกิดขึ้นจริงตามแผน เป็นการเตรียมการเพื่อเปิดประเทศในระยะต่อไป ผมรู้ดีว่าการตัดสินใจของผมวันนี้มาพร้อมกับความเสี่ยง เพราะเมื่อเราเปิดประเทศไม่ว่าเราจะเตรียมการป้องกันขนาดไหนก็ตาม ก็ยังมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะทำให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นบ้าง แต่เมื่อเราประเมินสถานการณ์ และคิดถึงความอยู่รอดในการทำมาหากินของพี่น้องประชาชน ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องยอมรับความเสี่ยงร่วมกันบ้าง เราได้ประเมินอย่างรอบคอบแล้วว่าอยู่ในระดับที่พอจะรับได้&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว&amp;nbsp;
120 วันเดินหน้าเปิด ปท.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ย้อนกลับไปเมื่อตอนที่เริ่มเกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศไทย ภารกิจหลักในตอนนั้นคือพยายามรักษาชีวิตของพี่น้องคนไทยไม่ให้เกิดการสูญเสียชีวิต จนถึงวันนี้เราทำสำเร็จ ทำให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ปลอดภัยที่สุดในโลก นอกจากนั้นอีกหนึ่งปัญหาที่เราหลีกเลี่ยงได้สำเร็จก็คือหลีกเลี่ยงการทำลายระบบสาธารณสุขของเรา ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นคงจะส่งผลให้มีผู้เสียจากชีวิตจากโรคภัยอื่นๆ เพิ่มขึ้นด้วย จากการที่ไม่สามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล หรือไม่มีหมอ ไม่มีพยาบาลมาดูแล เพราะทุกคนยุ่งอยู่กับการรักษาผู้ป่วยโควิดกันหมด ขณะนี้ภารกิจต่อไปต้องทำให้ทุกคนสามารถกลับมาทำมาหากินกันได้ปกติอีกครั้ง โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เพื่อที่เราจะสามารถเดินหน้าไปสู่เป้าหมายการเปิดประเทศภายใน 120 วันให้ได้ ผมจะพยายามทำทุกทาง เพื่อให้เราได้รับส่งมอบวัคซีนตามกำหนดการ แม้ในความเป็นจริงเราจะเห็นตัวอย่างได้จากในหลายประเทศว่าการส่งมอบวัคซีนจากผู้ผลิตรายต่างๆ อาจจะไม่เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ ทั้งเรื่องล่าช้า หรือไม่ครบจำนวนตามที่ตกลง แต่ประเทศไทยเราต้องบริหารจัดการตรงจุดนี้ให้ดีในระยะสั้น นโยบายสำคัญของผมคือ อย่างน้อยที่สุดประชาชนทุกคนควรต้องได้รับการฉีดวัคซีนเข็มแรกโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และในระยะยาวการจัดการกับโควิด-19 คือ การมีฐานการผลิตวัคซีนโควิด-19 ตั้งอยู่ในประเทศของเราเอง ซึ่งจะช่วยให้เราทุกคนสามารถเข้าถึงวัคซีนได้ในระยะยาวต่อไปตราบเท่าที่เราต้องการ&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ปรยุทธ์กล่าวว่า ในการเดินหน้าต่อจากนี้เป็นต้นไปเราอาจจะต้องเจอกับความท้าทายครั้งใหม่ๆ และความท้าทายที่อาจจะเกิดขึ้น เมื่อเราเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว ต้องขอชื่นชมบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขทุกท่าน อสม. เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ที่แม้ว่าทุกท่านจะเหน็ดเหนื่อยกันมาอย่างยาวนาน แต่ก็ยังนึกถึงว่า พี่น้องคนไทยยากลำบากกันมากขนาดไหน และเราล้วนต้องการร่วมมือกันทุกวิถีทาง เพื่อช่วยลดความเดือดร้อนในการทำมาหากินให้กับพี่น้องคนไทยด้วยกัน แม้จะมีความเสี่ยงอยู่บ้าง แต่ก็เป็นหนทางที่ดีสำหรับประเทศไทย การปูพรมฉีดวัคซีนทั่วประเทศให้ได้ครบตามเป้าหมายภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน เป็นภารกิจสำคัญครั้งประวัติศาสตร์ และเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน บางอย่างอาจจะไม่เป็นไปตามแผน หรือบางอย่างอาจจะต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้เหมาะสม ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และมีความไม่แน่นอน ขอให้ทุกคนเปิดใจว่าภารกิจใหญ่ขนาดนี้ ที่ต้องเร่งให้เร็วที่สุดและต้องเข้าถึงทุกคน ทุกพื้นที่ ครอบคลุมทั้งประเทศ อาจจะมีความผิดพลาด หรือมีความไม่สะดวกอยู่บ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงท้าย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่และบุคลากรต่างๆ ที่เหนื่อยกันมากว่าปีครึ่งแล้ว และยังคงทำหน้าที่ต่อไปอย่างเต็มที่และเต็มใจ อย่างที่ทุกคนคงจะได้สัมผัสด้วยตัวเองแล้วเมื่อไปรับการฉีดวัคซีน เจ้าหน้าที่และบุคลากรทุกคนไม่ใช่เพียงแค่มาทำหน้าที่ให้เสร็จๆ ไปเท่านั้น แต่เราสัมผัสได้ทั้งจากท่าทาง คำพูด และการกระทำ ว่าทุกคนมาทำหน้าที่ด้วยหัวใจ และด้วยความปรารถนาดี ที่ต้องการปกป้องชีวิตของพี่น้องคนไทยด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์โควิด-19 ว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,331 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 2,276 ราย จากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,814 ราย ค้นหาเชิงรุกในชุมชน 462 ราย เรือนจำและที่ต้องขัง 26 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 29 ราย จำนวนนี้เป็นผู้เดินทางจากช่องทางธรรมชาติกัมพูชา 12 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 204,595 ราย ผู้หายป่วยเพิ่ม 4,947 ราย ยอดรวมหายป่วยแล้ว 167,665 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 35,405 ราย อาการหนัก 1,306 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 364 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 40 ราย เป็นชาย 24 ราย หญิง 16 ราย โดยผู้เสียชีวิตอายุน้อยที่สุด 34 ปี อยู่ใน กทม. 20 ราย นครปฐม 5 ราย พระนครศรีอยุธยา 4 ราย ชลบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ จังหวัดละ 2 ราย เพชรบุรี ราชบุรี นครสวรรค์ พัทลุง สุราษฎร์ธานี จังหวัดละ 1 ราย ทำให้ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตสะสม 1,525 ราย&amp;nbsp;
ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์เข้า ศบค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวว่า สำหรับ 5 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดคือ กทม. 807 ราย นนทบุรี 204 ราย สมุทรปราการ 161 ราย ชลบุรี 108 ราย สมุทรสาคร 101 ราย มีคลัสเตอร์ใหม่ในหลายพื้นที่คือ จ.นนทบุรี บริษัทกระจกและอลูมิเนียม อ.ไทรน้อย มีผู้ติดเชื้อ 19 ราย บริษัทอลูมิเนียม อ.บางบัวทอง ผู้ติดเชื้อ 6 ราย, จ.สมุทรปราการ มี 3 คลัสเตอร์ คือ บริษัทไม้แขวนเสื้อพลาสติก อ.พระประแดง 26 ราย บริษัทผลิตผ้า อ.เมืองสมุทรปราการ 8 ราย บริษัทผลิตซอสปรุงรส อ.เมืองสมุทรปราการ 8 ราย, จ.สมุทรสาคร โรงงานอาหารแช่แข็ง อ.เมืองสมุทรสาคร 23 ราย, จ.ปทุมธานี บริษัทนำเข้าเครื่องจักร อ.ลาดหลุมแก้ว 78 ราย, จ.พระนครศรีอยุธยา โรงงานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อ.อุทัย 7 ราย ซึ่งตรงนี้ยังไม่รวมบริษัทผลิตสื่อ ที่มีข่าวการติดเชื้อ เนื่องจากอยู่ระหว่างการสอบสวนโรค จากข้อมูลพบว่ามีการเริ่มติดเชื้อตั้งแต่ปลายเดือน พ.ค. ฝ่ายข่าว และสัปดาห์ที่ 2-3 ของเดือน พ.ค.มีการติดเชื้อในฝ่ายรายการและฝ่ายสถานี โดยวันที่ 5 มิ.ย. มีการติดเชื้อในกลุ่มของพิธีกร ช่างทำผม โดยรายละเอียดต่างๆ เหล่านี้จะมีการนำมาเปิดเผยภายใน 1-2 วันนี้ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการติดเชื้อเป็นคลัสเตอร์ในกลุ่มโรงงานตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.-16 มิ.ย. มีไปแล้ว 27 จังหวัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยโฆษก ศบค. กล่าวว่า ในที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กมีการหารือเรื่องที่น่าสนใจคือ การนำเสนอโปรแกรมภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานำเสนอเรื่องการเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับวัคซีนแล้ว ถือได้ว่าภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์จะเป็นโครงการนำร่องที่พยายามทำให้ประสบความสำเร็จเพื่อถือเป็นต้นแบบหรือเป็นโมเดลสำหรับพื้นที่จังหวัดอื่น โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอว่านอกจากภูเก็ตแล้วจะมีกลุ่มจังหวัดอื่นๆ ที่กำลังพิจารณาอยู่ด้วย เช่น กลุ่มเกาะ ได้แก่ สมุย พีพี พังงา หรือในส่วนที่เป็นผืนแผ่นดิน ยกตัวอย่างเช่น จังหวัดกระบี่ พังงา ชลบุรี กรุงเทพฯ ชะอำ หัวหิน บุรีรัมย์ เชียงใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในส่วนภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์นั้น มีการนำเสนอหลักการเปิดโครงการรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ได้รับวัคซีนครบก่อนการเดินทางอย่างน้อย 14 วัน และเฉพาะที่มีประเทศความเสี่ยงต่ำหรือปานกลาง ตามเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรคได้ประกาศ ซึ่งศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.) ได้พิจารณาและเห็นชอบแล้ว ครม.รับทราบเป็นมติแล้ว และเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้มีการนำเสนอและหารือกับคณะกรรมการโรคติดต่อกระทรวงสาธารณสุข คณะกรรมการวิชาการ ที่ประกอบไปด้วย อาจารย์แพทย์ จากหลากหลายวิชาชีพ ซึ่งทางจังหวัดภูเก็ตรายงานว่ามีการเตรียมความพร้อมตั้งแต่ก่อนเดินทาง มีการตรวจสอบข้อมูลว่านักท่องเที่ยวต่างชาตินั้นมีข้อมูลการได้รับวัคซีนแล้วจริงหรือไม่ มีเอกสารยืนยันครบถ้วนถูกต้องหรือไม่ มีการจองโรงแรมที่พักที่ผ่านมาตรฐานสากล SHA+ ไม่ใช่ว่าจะเข้าพักที่ไหนก็ได้ จะต้องมีการเตรียมการและมีการจองมาก่อนล่วงหน้า เนื่องจากสถานที่เหล่านี้จะมีการเปิดรับบริการนักท่องเที่ยวได้โดยผ่านหลักเกณฑ์ของกรมอนามัย และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ถือเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก ในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ ก็จะมีการออกหนังสือรับรองเพื่อยืนยันเรื่องการฉีดวัคซีนก่อนที่จะออกเป็นใบอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศได้&amp;quot; ผู้ช่วยโฆษก ศบค.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวว่า กรมควบคุมโรค และที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กมีการให้ข้อคิดและข้อเสนอแนะจำนวนมาก โดยผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตได้มารับปากด้วยตัวเองว่า ถึงแม้โครงการดังกล่าวมีการวางแผนบูรณาการร่วมกันทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชนมีการทำประชามติกันมาหลายครั้งเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ต ก็ได้ย้ำให้เกิดความมั่นใจว่าประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ตจะต้องปลอดภัย และประชาชนไทยทั้งประเทศก็ต้องปลอดภัยด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การนำเสนอเบื้องต้นที่ ศบค.ชุดเล็กนี้จะมีการนำข้อเสนอแนะจากที่ประชุมไปปรับแก้ไขและพัฒนาให้มีจุดอ่อนน้อยที่สุดเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ในวันศุกร์ที่ 18 มิ.ย.นี้ หากมีรายละเอียดเพิ่มเติมหรือที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่มีความเห็นอย่างไรในวันที่ 18 มิ.ย.นี้ คงจะได้รายงานผลสรุปให้ฟังอีกครั้ง&amp;quot; พญ.อภิสมัยกล่าว
สธ.จับตาสายพันธุ์อินเดีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมด้วย นพ.บัลลังก์ อุปพงษ์ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แถลงถึงการกลายพันธุ์เชื้อไวรัสโควิดว่า จากการระบาดของสายพันธุ์เบตายังพบอยู่ใน จ.นราธิวาส และกระจายแค่ 3 อำเภอเท่านั้น ส่วนสายพันธุ์เดลตา พบว่ามีการระบาดใน กทม.มากที่สุดถึง 404 คน ส่วนการระบาดในต่างจังหวัดรวม 19 จังหวัด พบว่ามีความเชื่อมโยงกับคลัสเตอร์ใน กทม. อาทิ แคมป์คนงานก่อสร้างหลักสี่ และยังพบว่าล่าสุดจากการตรวจหาสายพันธุ์ในผู้ป่วย พบว่ามีผู้ป่วยนับ 10 คน ติดเชื้อสายพันธุ์เดลตา (อินเดีย) รักษาอยู่ รพ.กลางกรุง 3-4 แห่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากการติดตามสถานการณ์สายพันธุ์โควิด คาดว่าภายในไม่เกิน 2-3 เดือน สายพันธุ์เดลตา (อินเดีย)จะเข้ามาแทนที่สายพันธุ์อัลฟา(อังกฤษ) เนื่องจากการแพร่ระบาดที่เร็วกว่าถึงร้อยละ 40&amp;quot; นพ.ศุภกิจกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กล่าวว่า กรมวิทย์เตรียมศึกษาวิจัยเรื่องประสิทธิภาพของวัคซีนที่ได้รับผลมีสายพันธุ์หรือไม่ โดยใช้อาสาสมัคร 200 คน เป็นการเก็บเลือดแล้วมาเพาะกับเชื้อไวรัส ดูภูมิคุ้มกัน พบว่าในส่วนของสายพันธุ์ดั้งเดิม (จีน) เมื่อร่างกายรับวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม พบว่าเกิดภูมิคุ้มกันได้ 100% แต่เมื่อตรวจสอบกับไวรัสสายพันธุ์อัลฟา พบว่ามีภูมิขึ้น 50-60% แต่ในส่วนของสายพันธุ์เดลตา (อินเดีย) และเบตา (แอฟริกาใต้) ยังอยู่ระหว่างการทดสอบดูภูมิคุ้มกันเช่นเดียวกับการติดตามระดับภูมิคุ้มในวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเมื่อรับไปแล้ว 1 เข็ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.สมุทรปราการ สถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 พบผู้ติดเชื้อใหม่จำนวน 161 ราย เป็นผู้ป่วยในพื้นที่จำนวน 119 ราย โรงพยาบาลเอกชนรับมารักษาต่อในสมุทรปราการ จำนวน 42 ราย เสียชีวิต 2 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ชลบุรี พบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ 108 ราย มาจากการระบาดเป็นคลัสเตอร์ในสถานประกอบการ 8 แห่ง และตลาด 3 แห่ง แคมป์คนงานก่อสร้าง 3 แห่ง และชุมชน 1 แห่ง รวมยอดผู้ป่วยสะสม 5,569 ราย รักษาอยู่ 877 ราย รักษาหาย 4,658 ราย เสียชีวิต 34 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ปัตตานี พบผู้ติดเชื้อมากถึง 81 คน มาจากกลุ่มที่รอผลตรวจ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพนักงานโรงงานปลากระป๋องรอยัลฟู้ด และโรงงานแพอรุณ ทั้ง 2 โรงงานนี้จังหวัดปัตตานีจะต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังมีพนักงานอีกหลายร้อยคนที่อยู่ระหว่างรอผลตรวจ อีกทั้งอยู่ระหว่างตรวจเชื้อ โดยพนักงานทุกคนจะต้องถูกกักตัวภายในโรงงาน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106628</URL_LINK>
                <HASHTAG>120วันเปิดประเทศ, ความอยู่รอดของ ปชช., ผยติดเชื้อรายใหม่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หลังฉีดวัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210616/image_big_60ca09f950334.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106180</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2021 08:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2021 08:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอยง&#039;แนะหลังฉีดวัคซีนไม่ต้องตรวจหาภูมิต้านทาน ชี้ไม่มีความจำเป็น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย. 2564 ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า โควิด 19 &amp;nbsp;วัคซีน การตรวจหาภูมิต้านทานหลังฉีดวัคซีน ไม่มีความจำเป็น&amp;nbsp;
มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ตรวจหาภูมิต้านทานหลังฉีดวัคซีน กันมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้ว ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องตรวจหาภูมิต้านทาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีการตรวจหาภูมิต้านทานกันมาก แต่ละห้องปฏิบัติการ น้ำยาที่ใช้ตรวจ หลากหลายชนิดกันมาก ยังไม่มีมาตรฐานกลาง เปรียบเทียบกันไม่ได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน่วยที่ใช้วัดก็แตกต่างกัน เช่นเป็น &amp;nbsp;AU (Arbitrary Unit) ตามพจนานุกรม Arbitrary แปลว่า โดยพลการ หรือตามอำเภอใจ หน่วยเป็นยูนิตก็มี ยังไม่มีมาตรฐานกลางขององค์การอนามัยโลกที่เข้ามาปรับ หน่วยเป็นเปอร์เซ็นต์ก็มี เป็นตัวเลขการทำให้เจือจางก็มี เช่น 1:20, 1:40, 1:80&amp;hellip;. &amp;nbsp;และยังมีการใช้วิธีการตรวจแบบรวดเร็วอีก โดยการหยดเลือดแล้วดูแถบสี ซึ่งความถูกต้องต่ำมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแปรผลจะมีการสับสนเป็นอย่างยิ่ง ถ้าถือแค่ว่าตรวจพบหรือไม่พบ จะพบว่าเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ตรวจพบ ถ้าทำวิธีที่ไว แล้วเมื่อพบก็บอกไม่ได้ว่าระดับเท่าไหร่ที่จะป้องกันโรคได้ และยิ่งเปรียบเทียบต่างห้องปฏิบัติการ ต่างวิธีจะเห็นว่าตัวเลขแตกต่างกันมาก ทำให้เกิดการสับสนมากในขณะนี้ จึงเป็นช่องทางในการแสวงหาผลประโยชน์ ในการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ประเทศไทยจะต้องสูญเสียเงินทอง ออกต่างประเทศอีกเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อตรวจแล้ว ก็ไม่ได้ทำอะไรเพิ่มเติม ไม่ได้ใช้ตัวเลขดังกล่าวมาตัดสินใจ ในการป้องกันหรือการให้วัคซีนเพิ่มแต่อย่างใด เพียงแต่สร้างความสบายใจหรือไม่สบายใจเกิดขึ้น และเสียเงินทองโดยใช่เหตุ ยิ่งในยามขณะนี้ เราจะต้องประหยัดการใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็น เพื่อต่อสู้กับโรคร้าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การตรวจดังกล่าวขอให้อยู่ในงานวิจัยเท่านั้น เพราะผู้ที่ทำวิจัยจะมีความรู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ และมีวัตถุประสงค์ที่จะตรวจวัดเพื่ออะไร ให้ได้ภาพรวมออกมา สู่สังคมจะดีกว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปตรวจหาภูมิต้านทานแต่อย่างใด
#หมอยง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106180</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจหาภูมิต้านทาน, นพ.ยง ภู่วรวรรณ, หมอยง, หลังฉีดวัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608f3e3a02f5b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
