<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113011</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2021 20:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.-ปริมณฑลน่าห่วง ซื้อไฟเซอร์เพิ่ม10ล.โดส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศบค.แถลงยอดติดเชื้อใหม่ 21,038 ราย เสียชีวิต 207 ราย &amp;nbsp;หายป่วยเพิ่ม 22,012 ราย &amp;quot;กทม.&amp;quot; พุ่ง 4,525 ราย เร่งฉีดวัคซีนกลุ่มเสี่ยง 29 จว.สีแดงเข้ม &amp;quot;สธ.&amp;quot; ระบุโควิดกรุงเทพฯ และปริมณฑลยังน่าห่วง หลังตรวจเชิงรุกทั้งคอนโดฯ-ชุมชนแออัดเจออื้อ ส่วนใหญ่อาการอยู่ระดับสีเขียว รองลงมาเป็นสีเหลือง &amp;quot;หมอหนู&amp;quot; เผยไทยสั่งซื้อไฟเซอร์เพิ่มอีก 10 ล้านโดส รวม 30 ล้านโดส ส่งภายในปีนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 ส.ค. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โควิด-19 (ศบค.) แถลงสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อใหม่ 21,038 ราย ติดเชื้อในประเทศ 20,846 ราย มาจากการเฝ้าระวังและระบบบริการ 16,464 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 4,382 ราย มาจากเรือนจำและสถานที่ต้องขัง 173 ราย เป็นผู้ที่เดินทางจากต่างประเทศ 19 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม &amp;nbsp;816,989 ราย หายป่วยเพิ่ม 22,012 ราย หายป่วยสะสม 600,152 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 210,042 ราย อาการหนัก &amp;nbsp;5,407 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 1,094 ราย เสียชีวิตเพิ่มเติม &amp;nbsp;207 ราย เป็นชาย 112 ราย หญิง 95 ราย พบเสียชีวิตมากที่สุดอยู่ในกรุงเทพฯ 60 ราย จำนวนนี้เป็นการเสียชีวิตที่บ้าน 2 ราย อยู่ในกรุงเทพฯ และนครศรีธรรมราช ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 6,795 &amp;nbsp;ราย การฉีดวัคซีนวันที่ 10 ส.ค.มีการฉีดเพิ่มเติม 546,844 โดส ทำให้มียอดสะสมการฉีด 17,299,537 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพฯ &amp;nbsp;4,525 ราย สมุทรสาคร 1,683 ราย สมุทรปราการ 1,388 ราย &amp;nbsp;ชลบุรี 1,368 ราย นนทบุรี 691 ราย พระนครศรีอยุธยา 580 &amp;nbsp;ราย ปทุมธานี 512 ราย ฉะเชิงเทรา 467 ราย อุบลราชธานี 420 &amp;nbsp;ราย และราชบุรี 399 ราย ขณะที่คลัสเตอร์ใหม่ในต่างจังหวัด คือ จ.สมุทรสาคร บริษัทปิโตรเลียม อ.เมืองสมุทรสาคร 19 ราย จ.ราชบุรี &amp;nbsp;บริษัทอาหารสำเร็จรูป อ.เมืองราชบุรี 32 ราย จ.ปราจีนบุรี บริษัท เครื่องดื่ม อ.บ้านสร้าง 26 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า มีการสอบถามกันเข้ามาว่าผู้ที่ติดเชื้อตรวจแบบ ATK จะนำไปรวมกับยอดผู้ติดเชื้อรายวันหรือไม่ ขอชี้แจงว่าทั่วประเทศวันที่ 11 ส.ค. มียอดผู้ติดเชื้อตรวจแบบ ATK จำนวน 2,081 &amp;nbsp;ราย ซึ่งเข้าสู่การรักษาแล้ว การยืนยันเคสยังอยู่ที่ 21,038 ราย แต่ทุกคนจะเข้าสู่กระบวนการรักษา เนื่องจากตัวเลขของ ATK ยังไม่ได้วินิจฉัยว่าเป็นโควิด ซึ่งหลายประเทศดำเนินการเช่นนี้ โดยคนกลุ่มนี้เหมือนเป็นไข้หวัดใหญ่ ที่ต้องไปตรวจสอบอีกครั้งหรือไม่ว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ชนิดใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าเราไปดูจำนวนผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อายุเกิน 60 ปี และมีกลุ่มโรคเรื้อรัง เราจึงตั้งเป้าหมายการฉีดวัคซีนให้คนกลุ่มนี้ให้ได้ร้อยละ 50-60 โดยกระทรวงสาธารณสุขได้ให้ข้อมูลการฉีดวัคซีนในพื้นที่ 29 จังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวด โดยในส่วนของกลุ่มอายุเกิน 60 ปี มีเพียงกรุงเทพฯ จังหวัดเดียวได้มากถึงร้อยละ 90 และมี 17 จังหวัดฉีดได้ ระหว่างร้อยละ 31-70 อาทิ จ.นครปฐม, จ.นนทบุรี และ จ.ชลบุรี และมีถึง 11 จังหวัดที่ฉีดน้อยกว่า หรือเท่ากับร้อยละ 30 อาทิ จ.กาญจนบุรี, &amp;nbsp;จ.นครราชสีมา ส่วนกลุ่ม 7 โรคเรื้อรังที่ได้รับวัคซีน &amp;nbsp;ในพื้นที่ทั่วประเทศ มีเพียง 4 จังหวัดที่ได้รับวัคซีนเกินร้อยละ 50 คือ จ.นนทบุรี, จ. ระนอง, จ.ปทุมธานี และ จ.สมุทรสาคร มี 19 จังหวัดได้รับวัคซีนร้อยละ 26-50 อาทิ กรุงเทพฯ, จ.เชียงใหม่, จ.สมุทรสาคร และมีถึง 54 &amp;nbsp;จังหวัดที่ได้รับวัคซีนน้อยกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 25 อาทิ จ.ขอนแก่น, จ.อุบลราชธานี ดังนั้นเราจึงเร่งรัดการฉีดในจังหวัดมีการฉีดต่ำอยู่&amp;quot; นพ.ทวีศิลป์กล่าว&amp;nbsp;
กทม.-ปริมณฑลน่าห่วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ศบค.กล่าวถึงกรณียังมีผู้เสียชีวิตที่บ้านว่า พล.อ.ณัฐพล &amp;nbsp;นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในฐานะ ผอ.ศปก.ศบค.เป็นห่วงและสอบถามหน่วยงานเกี่ยวข้องจะช่วยลดภาพดังกล่าวได้อย่างไร ทั้งการฉีดวัคซีน การรักษาให้ได้โดยเร็ว รวมทั้งการช่วยเหลือต่างๆ โดยให้เพิ่มช่องทางติดต่อรักษาหากประชาชนต้องการความช่วยเหลือ เพื่อให้เข้าสู่ระบบการรักษาโดยเร็วสามารถติดต่อได้ทางโทรศัพท์สายด่วน 1330 ของ สปสช. และมีช่องทางสายด่วนโควิด &amp;nbsp;50 เขต เพื่อให้นำผู้ป่วยโควิดในกรุงเทพฯ เข้าสู่ระบบการรักษาพยาบาลโดยเร็ว พร้อมกับขอบคุณสื่อมวลชนที่สะท้อนภาพว่ายังมีช่องว่างที่เราต้องเข้าไปเติมเต็ม โดยทีมงานของกรุงเทพฯ กระทรวงสาธารณสุข หน่วยงานภาครัฐและเอกชน จะช่วยกันเพื่อให้ปัญหานี้คลี่คลายและเบาบางลงไป โดยเราจะสู้ไปด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) &amp;nbsp;กล่าวถึงผลการปฏิบัติงานของทีมปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาโควิด-19 เชิงรุก (CCRT) สธ. และทีมภูมิภาคในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล &amp;nbsp;ครั้งที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 4-10 ส.ค.ว่า ประชาชนรับการตรวจ ATK รวม &amp;nbsp;145,566 คน พบผลบวก 16,186 ราย คิดเป็น 11.1% ซึ่งการตรวจครั้งที่ &amp;nbsp;3 เป็นการตรวจชุมชนที่หลากหลายกว่าทั้งในคอนโดมิเนียม ที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;ชุมชนแออัดทั้งที่ขึ้นทะเบียนและไม่ขึ้นทะเบียนหลายร้อยชุมชน จึงสะท้อนว่าอัตราการติดเชื้อใน กทม.และปริมณฑลยังน่าเป็นห่วงและต้องติดตาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ยงยศกล่าวว่า จากการประเมินอาการผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่อยู่ในระดับสีเขียว 11,216 คน คิดเป็น 69.3% ระดับสีเหลือง 4,639 คน คิดเป็น 28.7% และผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงระดับสีแดง 331 คน คิดเป็น 2% &amp;nbsp;สะท้อนว่ามีผู้ป่วยจำนวนมากที่ยังตกค้างอยู่ในชุมชน และยังเข้าไม่ถึงการตรวจเพื่อวินิจฉัยตัวเองว่าติดเชื้อหรือไม่ จึงต้องได้รับการค้นหาและให้การรักษาโดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การดำเนินการครั้งนี้ทำให้เห็นว่าสถานการณ์การระบาดในพื้นที่นี้ยังมีความน่าเป็นห่วง ความร่วมมือดังกล่าวทำให้ความหวังในการควบคุมสถานการณ์การระบาดในพื้นที่เป็นไปได้จริงมากยิ่งขึ้น แนวคิด &amp;nbsp;CCRT ยังคงมีต่อไป แต่การระดมกำลังจากภูมิภาคมาช่วยกันเช่นนี้จะมีอีกหรือไม่จะมีการพิจารณากันอีกครั้ง ซึ่งหากมีปฏิบัติการเช่นนี้ในอีก 2 &amp;nbsp;สัปดาห์ข้างหน้า การควบคุมโรค การทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาเข้าถึงยา จะช่วยลดอัตราการเข้า รพ. อัตราการเปลี่ยนสีผู้ป่วย และลดการเสียชีวิต ซึ่งปฏิบัติการนี้ไม่ยุ่งยาก แค่มีคนมาลงมือทำ เรานำ ATK ยา และวัคซีน ไปหาชาวบ้านในจุดที่ออกมาหาเราไม่ได้ ไปให้ถึงชุมชนตามซอกหลืบต่างๆ ใน กทม.ที่เป็นจุดรวมของผู้คนที่ยังเข้าไม่ถึงระบบบริการ &amp;nbsp;ปฏิบัติการ CCRT จำเป็นต้องมีเพื่อให้คน กทม.ปลอดภัย&amp;quot; รองปลัด สธ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดจุดคัดกรองผู้ป่วยโควิด-19 และโรงพยาบาลสนามครบวงจร ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ภายใต้โครงการลมหายใจเดียวกัน ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์เชื่อมสัญญาณจากตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ไปยังพื้นที่จัดงานบริษัทกลุ่ม ปตท. &amp;nbsp;โดยมีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน &amp;nbsp;พร้อมผู้บริหารบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม สำหรับผู้ป่วยจำนวน 120 เตียง บริเวณพื้นที่โล่งของโรงพยาบาลปิยะเวท ได้จัดทำเป็นห้องรักษาความดันลบแยกรายผู้ป่วย มีการติดตั้งถังออกซิเจนเหลวขนาด 10,000 ลิตร พร้อมห้องฉุกเฉินพร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
ซื้อไฟเซอร์เพิ่ม 10 ล้านโดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข กลุ่มแพทย์พยาบาลเพื่อมวลชน นักศึกษา &amp;nbsp;ประชาชน บุคลากรสาธารณสุข และ นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย (พท.) เดินทางมายื่นหนังสือต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สธ. เพื่อสอบถามการกระจายวัคซีนไฟเซอร์ไปยังบุคลากรทางการแพทย์และยาฟาวิพิราเวียร์ โดยนายอนุทินลงมารับหนังสือด้วยตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินยืนยันว่า การจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ทำอย่างโปร่งใส ไม่มีการฉีดให้วีไอพีแน่นอน ไทยอาจจะได้รับไฟเซอร์ 32.5 ล้าน จากที่ดีลไว้ 20 ล้านโดสที่จะมาไตรมาส 4 ของปีนี้ จะได้เพิ่มอีก 10 ล้านโดส และรวมยอดบริจาคที่ผ่านมา และที่จะบริจาคเพิ่มอีก 3.25 ล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. เสริมว่า ในส่วนยาฟาวิพิราเวียร์เพียงพอ โดยมีการสั่งซื้อจากต่างประเทศเดิมที่สั่งซื้อ 40 ล้านเม็ด ในราคาเม็ดละ 40-50 บาท แต่เนื่องจากค่าเงินอ่อนลง ทำให้สามารถจัดซื้อเพิ่มได้มากถึง 80 ล้านเม็ด คาดว่าในเดือน ส.ค.-ก.ย.จะมียาอย่างเพียงพอ โดยขณะนี้ยาทยอยส่งมา 2-3 วัน/ครั้ง และขณะนี้ อภ.มีการเดินหน้าผลิตยาฟาวิพิราเวียร์แล้ว โดยต้นทุนการผลิตถูกลงเหลือเม็ดละ &amp;nbsp;17 บาทเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายอนุทินให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ข้อมูลล่าสุดได้รับทราบว่า สหรัฐอเมริกาจะบริจาควัคซีนให้ประเทศไทยเพิ่มเติมอีก 1 ล้านโดส คาดว่าน่าจะเป็นวัคซีนไฟเซอร์ ซึ่งเป็นส่วนที่เพิ่มเติมจากที่ได้บริจาคมาแล้ว 1.5 ล้านโดส ขณะที่แผนการจัดหาวัคซีนของประเทศไทย สำหรับปี 2564 เราได้สั่งซื้อวัคซีนไฟเซอร์แล้วจำนวน 20 ล้านโดส โดยล่าสุดบริษัทผู้ผลิตได้แจ้งว่าจะมีการจัดสรรโควตาเพิ่มให้อีก 10 &amp;nbsp;ล้านโดสในปีนี้ ซึ่งจะรวมเป็น 30 ล้านภายในไตรมาส 4 ของปีนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กล่าวว่า ภาพรวมประเทศไทยฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 อยู่ที่ 16 ล้านคน ในจำนวนนี้แบ่งเป็นวัคซีนซิโนแวค 7 ล้านคน วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 8 &amp;nbsp;ล้านคน วัคซีนซิโนฟาร์ม 1 ล้านคน และวัคซีนไฟเซอร์ 3.7 หมื่นคน &amp;nbsp;ในส่วนเข็มที่ 2 ได้รับวัคซีนอยู่ที่ 4.6 ล้านคน ในจำนวนนี้แบ่งเป็นวัคซีนซิโนแวค 3.4 ล้านคน วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 8 แสนคน &amp;nbsp;วัคซีนซิโนฟาร์ม 4.3 แสนคน และวัคซีนไฟเซอร์ 1.5 หมื่นคน ส่วนเข็มที่ 3 ได้รับวัคซีนอยู่ที่ 3.2 แสนคน แบ่งเป็นวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 1.8 แสนคน และไฟเซอร์ 1.3 แสนคน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113011</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ศบค.แถลงยอดติดเชื้อใหม่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หลังตรวจเชิงรุกทั้งคอนโดฯ, เร่งฉีดวัคซีนกลุ่มเสี่ยง 29 จว.สีแดงเข้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210811/image_big_6113cf9edd535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
