<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95126</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2021 19:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2021 19:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนเปิดประชุมสภา ดันกฎหมายตัดตอนฝ่ายค้านฮ่องกง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;จีนเปิดประชุมสภาผู้แทนประชาชนประจำปีเมื่อวันศุกร์ จับตายกเครื่องระบบการเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติของฮ่องกงที่จะเปิดช่องให้จีนมีอำนาจวีโตได้ โดยเป็นส่วนหนึ่งของการกำจัดฝ่ายเห็นต่างและรับประกันว่าฮ่องกงจะมีรัฐบาลที่ &amp;quot;รักชาติ&amp;quot; หลังจากเจอการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยครั้งใหญ่เมื่อปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน แถลงเปิดประชุมสภาผู้แทนประชาชนจีน เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2564 (Photo by Kevin Frayer/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่างกฎหมายที่ส่งเข้าสภาผู้แทนประชาชนจีน (เอ็นพีซี) ที่จัดประชุมนาน 1 สัปดาห์เริ่มแต่วันศุกร์ที่ 5 มีนาคมเป็นต้นไป จะอนุญาตให้บรรดาผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีนสามารถตรวจสอบผู้สมัครในฮ่องกงทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หวัง เฉิน โฆษกเอ็นพีซี บอกกับผู้สื่อข่าวว่า กฎหมายฉบับใหม่นี้จะรวมถึง &amp;quot;ระบบตรวจสอบคุณสมบัติ&amp;quot; ที่จะส่งเสริม &amp;quot;การมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างเป็นระเบียบ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีและรอยเตอร์กล่าวว่า ร่างกฎหมายนี้ ซึ่งคาดว่าจะผ่านความเห็นชอบสัปดาห์หน้า จะยิ่งลดจำนวนตัวแทนจากฝ่ายค้านของฮ่องกงลงไปอีก จากเดิมร่อยหรอลงอยู่แล้วเพราะโดนเล่นงานด้วยกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติที่จีนออกมารับมือกับการประท้วงต่อต้านรัฐบาลยืดเยื้อหลายเดือนในฮ่องกงเมื่อปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายฉบับนี้ถูกตีความทันทีว่าเป็นหนึ่งในตะปูตอกฝาโลงขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยของฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเปิดประชุมเอ็นพีซีเกิด 1 วันให้หลังศาลฮ่องกงส่งนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยฮ่องกงหลายสิบราย ซึ่งรวมถึงอดีต ส.ส.หลายราย กลับเข้าเรือนจำระหว่างรอการพิจารณาคดีบ่อนทำลายรัฐภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ สืบเนื่องจากข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้งขั้นต้นเมื่อปีที่แล้ว เพื่อคัดกรองผู้สมัครฝ่ายค้านลงสมัครชิงเก้าอี้ ส.ส. ในส่วนที่มาจากการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิลลี แลม นักวิเคราะห์ด้านจีนจากมหาวิทยาลัยจีนแห่งฮ่องกง กล่าวว่า หากกฎหมายนี้ผ่านความเห็นชอบ ซึ่งเขามั่นใจว่าผ่านแน่ ก็จะปิดเสียงของฝ่ายค้านในฮ่องกงได้ชะงัด และจะเป็นการกำจัดฝ่ายค้านที่ยังหลงเหลืออยู่ได้อย่างเห็นผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นที่คาดหมายกันอย่างกว้างขวางอยู่แล้วว่าจีนจะออกกฎหมายลักษณะนี้หลังจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลปักกิ่งหลายรายกล่าวชิมลางก่อนหน้านี้ว่า มีเพียงพวกที่รักชาติอย่างหนักแน่น ที่จงรักภักดีต่อพรรคคอมมิวนิสต์ เท่านั้นที่ควรได้เกี่ยวข้องในการบริหารฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประชุมประจำปีนี้ นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง ทำหน้าที่แถลงนโยบายในสุนทรพจน์เปิดการประชุม โดยเขากล่าวถึงความสำเร็จของจีนในปีที่ผ่านมา ที่สามารถเอาชนะการแพร่ระบาดของโควิด-19 และประกาศแผนอันทะเยอทะยานของจีนในการฟื้นเศรษฐกิจ, ลดมลภาวะ, ลงทุนด้านนวัตกรรม และปรับปรุงแนวโน้มจำนวนประชากรที่แย่ลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลี่กล่าวว่า รัฐบาลจีนตั้งเป้าการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี 2564 นี้ไว้ที่ &amp;quot;เกินกว่า 6%&amp;quot; โดยเป็นการตั้งเป้าที่คำนึงถึงการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายหลังโรคระบาด ซึ่งแม้ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจจีนโตแค่ 2.3% แต่หลี่คุยว่าจีนเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ชาติเดียวในโลกที่เศรษฐกิจขยายตัวในปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังเปิดเผยว่า งบด้านการทหารของจีนปีนี้จะเพิ่มขึ้น 6.8% เป็น 1.36 ล้านล้านหยวน หรือ 210,000 ล้านดอลลาร์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95126</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีนดันกฎหมาย, ฝ่ายค้านฮ่องกง, สภานิติบัญญัติฮ่องกง, สภาผู้แทนประชาชนจีน, หลี่ เค่อเฉียง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210305/image_big_60421ee498920.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66660</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิษCOVIDจีนงดตั้งเป้าโต บราซิลติดเชื้อทะลุ3แสน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนรับสภาพเศรษฐกิจยุคไวรัสระบาด งดกำหนดเป้าขยายตัวทางเศรษฐกิจประจำปีเป็นครั้งแรก ขณะตัวเลขว่างงานในสหรัฐช่วงล็อกดาวน์ใกล้แตะ 40 ล้านราย &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; สั่งหน่วยงานราชการลดธงครึ่งเสา 3 วันไว้อาลัยเหยื่อโควิด-19 ยอดติดเชื้อของบราซิลทะลุ 3 แสนจ่อแซงรัสเซียขึ้นอันดับ 2 ของโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนเป็นประเทศแรกที่พบการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เมื่อปลายปีที่แล้ว ข้อมูลของทางการจีนถึงวันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2563 จีนมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมทั้งสิ้น 84,081 ราย เสียชีวิตไป 4,638 ราย ส่วนยอดรวมผู้ติดเชื้อทั่วโลกตามการรวบรวมของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์อยู่ที่ 5,125,612 ราย เสียชีวิต 333,382 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า เมื่อวันศุกร์ นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง ของจีน ได้แถลงเปิดการประชุมสภาผู้แทนประชาชนจีน เตือนว่าเศรษฐกิจของจีนเผชิญกับความท้าทายมโหฬารจากผลกระทบของการโรคระบาดนี้ และเนื่องจากยังมีความไม่แน่นอนอย่างมาก รัฐบาลจีนจะไม่กำหนดเป้าหมายการขยายตัวของเศรษฐกิจประจำปี แต่จะให้ความสำคัญเป็นลำดับแรกกับการสร้างความมั่นคงด้านการจ้างงานและรับประกันมาตรฐานการดำรงชีวิตของประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรุงวอชิงตัน เมื่อวันพฤหัสบดี กระทรวงแรงงานของสหรัฐเปิดเผยตัวเลขชาวอเมริกันว่างงานที่ยื่นขอรับสวัสดิการคนว่างงานในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาว่ามีเพิ่มอีก 2.43 ล้านคน ซึ่งทำให้ตัวเลขคนอเมริกันว่างงานนับแต่มลรัฐทั่วสหรัฐใช้มาตรการล็อกดาวน์ เพิ่มเป็น 38.6 ล้านคนแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่หวังจะชนะการเลือกตั้งสมัยที่ 2 ในเดือนพฤศจิกายนปีนี้ ประกาศชัดเจนอีกครั้งระหว่างการปราศรัยที่มิชิแกนวันเดียวกันนั้นว่า เขาหวังว่าจะมีผู้ว่าการรัฐประกาศผ่อนคลายมาตรการเพิ่มขึ้นอีกหลายรัฐ เพราะหากไม่ทำสิ่งที่ถูกต้อง ประเทศนี้ก็จะพังครืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ยังต้องการให้โบสถ์และศาสนสถานกลับมาเปิดได้อีกครั้งด้วย เดิมทีเขาตั้งความหวังให้ชาวอเมริกันเข้าโบสถ์ประกอบพิธีทางศาสนาได้ตั้งแต่วันอาทิตย์อีสเตอร์เมื่อต้นเดือนเมษายน แต่สถานการณ์การแพร่ระบาดในสหรัฐยังคงรุนแรง นอกจากนี้ทรัมป์ยังสั่งให้หน่วยงานของรัฐบาลกลางลดธงชาติลงครึ่งเสาเป็นเวลา 3 วันเริ่มแต่วันศุกร์ เพื่อไว้อาลัยแด่ผู้สังเวยโควิด-19 ในสหรัฐซึ่งใกล้แตะหลักแสนศพแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนผู้ติดเชื้อในสหรัฐถึงวันศุกร์อยู่ที่ 1,577,758 ราย เสียชีวิตแล้ว 94,729 ราย วันพฤหัสบดีสหรัฐมีคนเสียชีวิตเพิ่มรายวันอีก 1,255 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะที่สถานการณ์ของยุโรปเริ่มทรงตัวและหลายประเทศเพิ่มขึ้นประกาศผ่อนคลายข้อบังคับ รัสเซียและหลายชาติลาตินอเมริกายังคงพบผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รัสเซียมีผู้ติดเชื้อมากเป็นอันดับ 2 ของโลก โดยในวันศุกร์มีผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 8,894 คน ยอดรวมเป็น 326,448 คน และมีผู้เสียชีวิตรายวันมากเป็นสถิติใหม่ของประเทศที่ 150 คน ยอดรวมเป็น 3,249 ศพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บราซิลมีผู้ติดเชื้อมากเป็นอันดับ 3 ของโลก ที่ 310,087 ราย แต่จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นวันเดียวมากกว่า 18,500 รายเมื่อวันพฤหัสบดี ทำให้มีความเป็นไปได้ที่บราซิลอาจแซงรัสเซียขึ้นอันดับ 2 ขณะเดียวกัน ผู้ป่วยโควิด-19 ในบราซิลก็เสียชีวิตเกิน 20,000 ศพแล้ว โดยมียอดสังเวยสูงสุดในวันเดียวถึง 1,188 ศพ ทำให้ยอดรวมเป็น 20,047 ศพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในภูมิภาคอาเซียน สิงคโปร์มีผู้ติดเชื้อไวรัสเกิน 30,000 คนแล้วเมื่อวันศุกร์ หลังจากมีผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 614 คน ทำให้ยอดสะสมเพิ่มเป็น 30,426 คน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานที่พักรวมกันในหมู่อาคารหอพักแรงงานข้ามชาติ แต่สิงคโปร์มีผู้เสียชีวิตเพียง 23 คน ส่วนอินโดนีเซียก็มีตัวเลขติดเชื้อผ่านหลัก 20,000 คนในวันเดียวกัน โดยมีผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 634 ราย ยอดสะสมเพิ่มเป็น 20,796 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 48 คน รวมเป็น 1,326 ศพ ฟิลิปปินส์มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 163 คนในวันศุกร์ ยอดสะสมเป็น 13,597 ราย เสียชีวิตอีก 11 ราย ยอดรวมเป็น 857 ศพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาเลเซียมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 78 คน เสียชีวิตเพิ่ม 1 คน ยอดติดเชื้อสะสม 7,137 คน ยอดเสียชีวิต 115 ศพ รายงานแชนเนลนิวส์เอเชียวันเดียวกันกล่าวว่า นายกฯ มูห์ยิดดิน ยัสซิน ของมาเลเซีย ต้องกักกันโรคนาน 14 วันเริ่มแต่วันศุกร์ หลังจากเจ้าหน้าที่คนหนึ่งที่เข้าร่วมการประชุมที่สำนักนายกฯ ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ โดยทุกคนที่ร่วมการประชุมกับเจ้าหน้าที่ผู้นี้ได้รับคำแนะนำให้ตรวจเชื้อและกักกันตัวที่บ้านนาน 14 วัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66660</URL_LINK>
                <HASHTAG>หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หลี่ เค่อเฉียง, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200522/image_big_5ec7ccb717273.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53194</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/12/2019 20:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/12/2019 20:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนเจ้าภาพจัดซัมมิตกาวใจผู้นำเกาหลีใต้-ญี่ปุ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;จีนเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดสามฝ่ายพร้อมผู้นำเกาหลีใต้และญี่ปุ่นที่เมืองเฉิงตูเมื่อวันอังคาร เปิดโอกาสให้ &amp;quot;มุน แจอิน&amp;quot; และ &amp;quot;ชินโซ อาเบะ&amp;quot; พบปะทวิภาคีครั้งแรกในรอบ 15 เดือนท่ามกลางความบาดหมางจากอดีต ผู้นำสามชาติประกาศจุดยืนหนุนการรื้อฟื้นเจรจาระหว่างสหรัฐ-เกาหลีเหนือ และทำให้คาบสมุทรเกาหลีปลอดนิวเคลียร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากซ้าย ประธานาธิบดีมุน แจอิน, นายกฯ หลี่ เค่อเฉียง และนายกฯ ชินโซ อาเบะ ก่อนเริ่มการประชุมไตรภาคี เมื่อวันอังคาร / Japan Pool via Jiji Press / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า นายกฯ หลี่ เค่อเฉียง ของจีน, ประธานาธิบดีมุน แจอิน ของเกาหลีใต้ และนายกฯ ชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่น ประชุมสุดยอดไตรภาคีที่เมืองเฉิงตูในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีนเมื่อวันอังคารที่ 24 ธันวาคม หรือหนึ่งวันก่อนวันคริสต์มาส ที่คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือเคยขู่ไว้ว่าจะมี &amp;quot;ของขวัญคริสต์มาส&amp;quot; หากรัฐบาลสหรัฐยังไม่ยอมโอนอ่อนผ่อนตามความต้องการของเกาหลีเหนือก่อนสิ้นปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิเคราะห์และเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐเชื่อกันว่า ของขวัญคริสต์มาสของคิมอาจเป็นการทดสอบมิสไซล์เชิงยั่วยุอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประชุมสุดยอดที่เฉิงตูครั้งนี้เปิดโอกาสให้มุนและอาเบะเจรจาทวิภาคีกันเป็นครั้งแรกในรอบ 15 เดือน หลังจากความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้านเอเชียตะวันออกคู่นี้ตกต่ำถึงขีดสุด สืบเนื่องจากประเด็นทางการค้าและข้อพิพาทที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในอดีตสมัยที่ญี่ปุ่นยึดครองคาบสมุทรเกาหลียาวนาน 35 ปี ระหว่างปี 2453-2488&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ รัฐบาลสหรัฐพยายามเรียกร้องให้พันธมิตรสำคัญของตนสองชาตินี้ระงับความบาดหมาง ด้วยเกรงว่าความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่ระหว่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เพิ่มความยุ่งยากซับซ้อนต่อการดำเนินการทางการทูตในภูมิภาคเอเชีย แต่สหรัฐกลับไม่ได้ทำหน้าที่เป็นคนกลางไกล่เกลี่ยโดยตรง ในขณะที่จีนเข้ามาอุดช่องว่างนี้ด้วยการเป็นเจ้าภาพจัดให้ทั้งสองฝ่ายพบปะกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮารุโกะ ซาโตะ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองจีนจากมหาวิทยาลัยโอซากา กล่าวกับเอเอฟพีว่า จีน ในฐานะมหาอำนาจในภูมิภาคนี้ หวังจะแสดงให้โลกเห็นบทบาททางการทูตของตน ที่ชักพาผู้นำญี่ปุ่นและเกาหลีใต้มาร่วมโต๊ะเจรจากันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนเดินทางมาจีน อาเบะกล่าวไว้กับผู้สื่อข่าวว่า ความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้ยังคง &amp;quot;รุนแรง&amp;quot; แต่เมื่ออยู่ในที่ประชุมที่เฉิงตู อาเบะและมุนต่างยิ้มแย้มจับมือและถ่ายภาพคู่กันก่อนเข้าสู่การเจรจา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาเบะกล่าวไว้กับเอ็นเอชเคว่า เขาหวังจะปรับปรุงความสัมพันธ์ที่สำคัญระหว่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้แถลงเมื่อวันอังคารว่า มุนมองว่าเกาหลีใต้และญี่ปุ่นเป็นประเทศเพื่อนบ้านใกล้ชิดที่สุดทางภูมิศาสตร์, ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความสัมพันธ์ระหว่างสองชาตินี้ถูกปกคลุมจากความขัดแย้งในประวัติศาสตร์ครั้งที่ญี่ปุ่นปกครองคาบสมุทรเกาหลีอย่างโหดร้าย รวมถึงการบังคับใช้แรงงานและทาสบำเรอกาม ซึ่งชาวเกาหลีใต้ยังเจ็บแค้นถึงปัจจุบัน ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาความขัดแย้งเขม็งเกลียวขึ้นอีก เมื่อศาลเกาหลีใต้สั่งให้บริษัทญี่ปุ่นจ่ายชดเชยการบังคับใช้แรงงานชาวเกาหลีใต้ในสมัยนั้น แต่ญี่ปุ่นยืนกรานว่าปัญหาเหล่านี้แก้ไขแล้วตามสนธิสัญญาปี 2508&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกาหลีใต้ตอบโต้ด้วยการขู่ถอนตัวจากข้อตกลงแบ่งปันข่าวกรองทางทหาร ก่อนจะกลับลำเมื่อเดือนพฤศจิกายนโดยยอมขยายเวลาข้อตกลงนี้อย่างมีเงื่อนไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการหารือทวิภาคี อาเบะกล่าวว่า เป็นความรับผิดชอบของเกาหลีใต้ที่จะแก้ไขปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านการหารือไตรภาคี ผู้นำทั้งสามแถลงว่า ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้สนับสนุนการรื้อฟื้นการเจรจาระหว่างสหรัฐกับเกาหลีเหนือ ที่หยุดชะงักมาแต่ต้นปีนี้หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และคิม จองอึน ประชุมสุดยอดกันที่เวียดนาม นอกจากนี้ผู้นำสามชาติยังให้คำมั่นว่าจะช่วยส่งเสริมการสานเสวนาเพื่อกำจัดอาวุธนิวเคลียร์ให้หมดจากคาบสมุทรเกาหลี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53194</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ชินโซ อาเบะ, ญี่ปุ่น, ประชุมสามฝ่ายน, มุน แจอิน, หลี่ เค่อเฉียง, เกาหลีใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191224/image_big_5e02147b0efd0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52615</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2019 20:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2019 20:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แคร์รี แลม&#039; ใจชื้น ผู้นำจีนยืนยันยังหนุนหลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนยังเชื่อมั่นในตัวแคร์รี แลม ผู้บริหารหญิงของฮ่องกง ที่เดินทางมาพบที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันจันทร์ ประกาศชัดรัฐบาลปักกิ่งยังสนับสนุนอย่างแน่วแน่ให้แลมบริหารฮ่องกงต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แคร์รี แลม พบกับนายกฯ หลี่ เค่อเฉียง ที่มหาศาลาประชาชนเมื่อวันจันทร์&amp;nbsp; / Hong Kong Government / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขตปกครองพิเศษฮ่องกงเผชิญกับวิกฤติทางการเมืองมายาวนาน 6 เดือน จากการชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลที่เกิดการปะทะรุนแรงหลายครั้ง เดือนที่ผ่านมาฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลยังพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นอย่างราบคาบ และต้นเดือนนี้ ชาวฮ่องกงมากกว่า 800,000 คนออกมาเดินขบวนเรียกร้องประชาธิปไตย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าประชาชนจำนวนมากยังสนับสนุนความเคลื่อนไหวนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562 แคร์รี แลม ผู้บริหารสูงสุดของเขตปกครองพิเศษฮ่องกงของจีนที่ตกเป็นเป้าหมายประท้วงขับไล่ด้วย ได้พบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และนายกฯ หลี่ เค่อเฉียง โดยผู้นำทั้งสองยังคงยืนยันให้การหนุนหลังเธอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีสีกล่าวกับแลมระหว่างการพบกันที่มหาศาลาประชาชนว่า รัฐบาลกลางยอมรับถึงความกล้าหาญและความรับผิดชอบที่แลมได้แสดงให้เห็นในช่วงเวลาพิเศษเช่นนี้ในฮ่องกง &amp;quot;เราจะยังคงให้การสนับสนุนอย่างแน่วแน่ต่อท่าน ในการนำรัฐบาลเอสเออาร์ (เขตปกครองพิเศษ) บริหารต่อไปตามกฎหมาย&amp;quot; สีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านแลมขอบคุณสีที่แสดงความห่วงใยสถานการณ์ของฮ่องกง และขอบคุณที่สีชี้แนะแนวทาง และเชื่อมั่นและสนับสนุนรัฐบาลฮ่องกงและตัวเธอในการรับมือกับวิกฤติครั้งใหญ่เช่นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าพบสี แลมได้พบกับนายกฯ หลี่ ซึ่งยอมรับว่ารัฐบาลของแลมพยายามอย่างเต็มความสามารถแล้ว เพื่อรักษาเสถียรภาพในสังคม ท่ามกลางสถานการณ์ที่ซับซ้อนและรุนแรงอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ขณะเดียวกัน หลี่ก็เรียกร้องให้รัฐบาลของแลมเร่งทำการศึกษาความขัดแย้งที่ฝังรากลึกและปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมของฮ่องกง เพื่อฟื้นฟูความสงบในฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฮ่องกงยังไม่หลุดพ้นสถานการณ์เลวร้าย รัฐบาลเอสเออาร์ต้องทำงานหนักต่อไป ยุติความรุนแรงและเอาชนะความโกลาหลวุ่นวายด้วยกฎหมาย และพื้นฟูความสงบเรียบร้อย&amp;quot; หลี่กล่าวกับแลม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แลมแถลงข่าวที่กรุงปักกิ่งหลังจากนั้นว่า สถานการณ์ในฮ่องกงปีนี้ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทำให้เธอต้องใช้เวลาชี้แจงต่อผู้นำปักกิ่งมากขึ้น แต่เธอรู้สึกได้รับกำลังใจจากการที่ประธานาธิบดีสีเข้าใจถึงแรงกดดันที่เธอได้รับในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา และการยอมรับถึงความรับผิดชอบและความกล้าหาญที่เธอแสดงให้เห็น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52615</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ประธานาธิบดีจีน, ผู้บริหารฮ่องกง, สี จิ้นผิง, หลี่ เค่อเฉียง, ฮ่องกง, แคร์รี แลม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191216/image_big_5df78b1b71546.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49571</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2019 13:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2019 13:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ฝากสุภาษิตให้&#039;หลี่ เค่อเฉียง&#039;มดน้อยบางครั้งก็สามารถช่วยพญาราชสีห์และพญาคชสารได้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
5 พ.ย.62- &amp;nbsp; ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้การต้อนรับ นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล โดยจัดพิธีตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ต้อนรับอย่างสมเกียรติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างพิธีตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ ที่สนามหญ้าด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ปรากฎว่ามีนกนางแอ่นบินวนบนท้องฟ้าบริเวณดังกล่าวจำนวนหนึ่ง ซึ่งคาดว่าเนื่องจากสภาพอากาศที่เย็นลงและเข้าสู่ฤดูหนาว แต่อย่างไรก็ตาม ตามความเชื่อของชาวม้งในตอนใต้ของจีน เชื่อว่านกนางแอ่นเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นมงคล และคู่นกนางแอ่นจะซื่อสัตย์ต่อกันไปจนวันตาย นำมาซึ่งความสุขสู่ชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 10.25 น. นายหลี่ เค่อเฉียง ลงนามในสมุดเยี่ยมของรัฐบาลและชมของที่ระลึกที่ทั้งสองฝ่ายมอบให้แก่กัน ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า จากนั้นเป็นการหารือข้อราชการเต็มคณะ ที่ตึกภักดีบดินทร์ พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี โดยฝ่ายไทยประกอบด้วย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคณะรัฐมนตรีฝ่ายจีน ประกอบด้วย นายเซียว เจี๋ย มนตรีแห่งรัฐและเลขาธิการคณะรัฐมนตรี นายหลิว คุน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายจาง หย่ง รองประธานคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ นายเล่อ ยู่เฉิง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายหลี่ว เจี้ยน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และนายหยู เจี้ยนหัว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์และรองผู้แทนการค้าระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือข้อราชการเต็มคณะ ผู้นำทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน 3 ฉบับ ได้แก่ 1.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการส่งเสริมความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ วิชาการและนวัตกรรม 2.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการแลกเปลี่ยนข่าวและข้อมูลข่าวสารระหว่างกรมประชาสัมพันธ์ กับสำนักข่าวซินหัว และ 3.บันทึกความเข้าใจระหว่างบริษัท เอสซีจี จำกัด มหาชน กับศูนย์ความร่วมมือทางนวัตกรรมแห่งสถาบันบันฑิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเวลา 11.45 น. ที่ตึกสันติไมตรี (หลังใน) เป็นการแถลงข่าวร่วมกันของสองนายกฯ โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในนามของรัฐบาลไทยและประชาชนชาวไทย ตนรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติที่ได้ต้อนรับ นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง ในการเยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล ซึ่งเป็นการเยือนที่เกิดขึ้นในปีที่มีความสำคัญ เป็นปีที่ไทยได้จัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 มีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง รวมถึงเป็นประธานอาเซียน ขณะที่จีนก็เฉลิมฉลองการครบรอบ 70 ปีแห่งการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในสภาวะความผันแปรของสภาวะเศรษฐกิจโลก ตนและนายกรัฐมนตรีหลี่ได้หารือกันอย่างกว้างขวางทั้งในเรื่องเศรษฐกิจ การเมืองและความมั่นคง วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม และสังคมและวัฒนธรรม ตลอดจนสถานการณ์ในภูมิภาคและในโลก ตนและท่านนายกรัฐมนตรีหลี่เห็นความสำคัญของการส่งเสริมให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างกันมากขึ้น โดยเฉพาะระหว่างยุทธศาสตร์และกรอบความร่วมมือด้านความเชื่อมโยงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน ค.ศ. 2025 (MPAC 2025) และ ACMECS เป็นต้น กับข้อริเริ่ม &amp;ldquo;หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง&amp;rdquo; ของจีน ซึ่งก็คล้องกับยุทธศาสตร์ &amp;ldquo;Connecting the Connectivities&amp;rdquo; ที่ไทยเสนอ เรายังเห็นพ้องที่จะเชื่อมระหว่างเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ของไทยกับกรอบความร่วมมือเขตอ่าวกวางตุ้ง &amp;ndash;มาเก๊า &amp;ndash; ฮ่องกง หรือ GBA ของจีนผ่านโครงการความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สองฝ่ายเห็นพ้องที่จะจัดตั้งกลไกหารือระดับสูงระหว่างกันเพื่อขับเคลื่อนเรื่องนี้ ตนได้เชิญชวนให้จีนขยายการลงทุนในไทย ขณะเดียวกัน ก็ได้ฝากให้นายกรัฐมนตรีหลี่ช่วยดูแลภาคเอกชนไทยที่ลงทุนในจีน และดูแลเรื่องสินค้าเกษตร โดยเฉพาะข้าวและยางพารา นอกจากนี้ได้ย้ำความตั้งใจของรัฐบาลไทยที่จะปรับปรุงมาตรฐานการให้ความคุ้มครองและดูแลนักท่องเที่ยว ซึ่งจีนได้แสดงความพร้อมที่จะถ่ายทอดแนวปฏิบัติที่ดีของจีนในเรื่องการขจัดความยากจนให้ไทย พร้อมเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและเมืองอัจฉริยะ เพื่อสนับสนุนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการแก้ไขปัญหาหมอกควัน/PM 2.5&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวอีกว่า ส่วนในด้านการเมืองและความมั่นคง เห็นพ้องกันให้ส่งเสริมความร่วมมือด้านการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ และจะสนับสนุนการดำเนินความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมาย การเยือนไทยของท่านนายกรัฐมนตรีหลี่ฯ และการลงนามความตกลงต่าง ๆ ระหว่างทั้งสองฝ่ายเมื่อสักครู่ สะท้อนถึงพัฒนาการของความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านระหว่างไทย - จีน ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการสร้างความเจริญรุ่งเรืองของทั้งสองประเทศ ประชาชนและภูมิภาคโดยรวม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายหลี่ เค่อเฉียง กล่าวว่า ขอบคุณที่ทางการไทยให้การต้อนรับอย่างมีน้ำใจ ซึ่งวันนี้ได้หารือกันหลายประเด็นจนประสบความสำเร็จตามที่นายกรัฐมนตรีไทยได้แจ้งให้ทุกคนทราบแล้ว พวกเราได้บรรลุการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกัน สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจด้านการเมือง โดยจีนพร้อมผลักดันไทยทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นโครงการอีอีซี รวมถึงส่งเสริมเสริมความร่วมมือด้านการค้าข้าว อีคอมเมิร์ซ โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ซึ่งจีนมีศักยภาพในการส่งเสริมการพัฒนาของไทยเป็นอย่างมาก โดยช่วงที่มาเยือนประเทศไทย ได้เห็นเรือพาณิชย์วิ่งอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยาจำนวนมาก ทำให้คิดว่าหากทางการไทย-จีน ร่วมมือกัน จะเปรียบเสมือนเป็นเรือใหญ่ วิ่งเร็ว วิ่งไกลอย่างมั่นคง ซึ่งในอนาคตจะต้องวิ่งให้เร็วเหมือนเรือหางยาวอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายหลี่ เค่อเฉียง กล่าวอีกว่า ขอแสดงความยินดีกับไทยอีกครั้งที่ประสบความสำเร็จในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 ขณะที่วานนี้ได้มีการประชุมผู้นำ 15 ประเทศผ่านเวทีอาร์เซ็ปต์ (RCEP) และได้บรรลุข้อตกลงร่วมกัน จะเห็นได้ว่าในภูมิภาคนี้ เรามีประชากรมากที่สุด มีศักยภาพในการพัฒนามากที่สุด และมีความพร้อมในการสร้างเขตการค้าเสรีในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจโลกชะลอตัว แต่เราจะร่วมมือกันในการรักษาความมั่นคงเพื่อพัฒนาภูมิภาค เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนต่อไป ซึ่งการแสวงหาความร่วมมือในเวที RCEP ต้องใช้ความขยันหมั่นเพียรและอดทน การเจรจาระหว่างกันก็เหมือนการเตะบอลเข้าประตู ซึ่งขณะนี้บอลกำลังจะเข้าประตูแล้ว ตัวเองจึงได้ย้ำกับพล.อ.ประยุทธ์ไปว่า เราต้องใช้ความพยายามต่อไป ต้องผลักดันให้ลูกบอลตกลงสู่พื้น เพื่อเข้าประตูไปในเร็ววัน และเรามั่นใจว่าปีหน้า RCEP จะประกาศข้อตกลงร่วมกันอย่างเป็นทางการ และคิดว่าบอลที่เตะเข้าประตูไปแล้วจะเปิดกว้างไปสู่ทุกประเทศทั่วโลก ซึ่งรวมถึงเรื่องอื่นๆด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายหลี่ เค่อเฉียง ยังกล่าวด้วยว่า จีนยังคงแสวงหาความร่วมมือกับไทยต่อไป สร้างมิตรภาพระหว่างกันให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น เราจะเคารพบทบาทการเป็นศูนย์กลางอาเซียนของไทย ซึ่งได้พูดไปตั้งแต่แรกแล้วว่า จีนกับไทยได้ร่วมพายเรือลำเดียวกัน ถือเป็นพี่น้องกัน มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นต่อกัน ต่อไปเราจะมุ่งไปข้างหน้าที่มีอนาคตกว้างไกลรออยู่ โดยอาศัยหลักการที่มีความเสมอภาคต่อกัน เป็นหุ้นส่วนที่ดีต่อกัน จังหวะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอบรับทันทีว่า &amp;ldquo;โอเค เราเป็นเรือใหญ่ที่ต้องวิ่งให้เร็วเหมือนเรือหางยาวต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในช่วงท้าย พล.อ.ประยุทธ์ได้ฝากสุภาษิตให้กับ นายหลี่ เค่อเฉียง ว่า มดน้อยบางครั้งก็สามารถช่วยพญาราชสีห์และพญาคชสารได้ ซึ่งนี่คือสุภาษิตไทยที่ขอฝากไว้ และอยากฟังสุภาษิตจีนบ้าง ซึ่งนายหลี่ เค่อเฉียง กล่าวว่า ตนได้พูดตั้งแต่ต้นแล้วว่าจีนกับไทยได้นั่งเรือลำเดียวกัน ซึ่งทั้งจีนและไทยมีความเหมือนกัน ถ้าดูจากประชากรและสภาพทางการเมือง การต่างประเทศก็ตรงกัน ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายต่างๆ เราจึงต้องมุ่งไปข้างหน้าเพื่อให้มีอนาคตที่กว้างไกลมากยิ่งขึ้น เราต้องอาศัยหลักการความเสมอภาคต่อกันเอื้อประโยชน์ต่อกัน เป็นหุ้นส่วนที่ดี และมีความเจริญก้าวหน้าด้วยกัน แม่น้ำเจ้าพระยาก็สามารถเชื่อมต่อไปถึงประเทศจีนได้ ซึ่งทั้งสองประเทศก็จะเจริญก้าวหน้าไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวตอบ &amp;ldquo;จะเป็นเรือเหล็กหรือเรือหางยาวเราก็จะไปด้วยกัน&amp;rdquo; ทั้งนี้บรรยากาศในการแถลงข่าวเป็นไปด้วยความชื่นมื่น เป็นกันเอง มีรอยยิ้มของสองนายกฯ ต่อจากนั้นเป็นงานเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อเป็นเกียรติแก่ นายหลี่ เค่อเฉียง ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ก่อนที่นายหลี่ เค่อเฉียง และคณะจะเดินทางกลับ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49571</URL_LINK>
                <HASHTAG>การประชุมอาเซียนครั้งที่ 35, จีน, นายกฯ, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หลี่ เค่อเฉียง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191105/image_big_5dc11a6091594.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49505</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2019 17:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2019 17:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;เตรียมต้อนรับ&#039;หลี่ เค่อเฉียง&#039;เยือนไทย พร้อมหารือข้อราชการก่อนแถลงร่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 5 พ.ย.นี้ เวลา 08.00 น. นาง Kristalina Georgieva กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) จะเข้าเยี่ยมคารวะและพบปะหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ห้องรับรอง ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล จากนั้นเวลา 10.10 น. รัฐบาลไทย โดย พล.อ.ประยุทธ์ จะให้การต้อนรับ นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของรัฐบาล ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยจะมีพิธีตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ก่อนที่จะมีการหารือข้อราชการเต็มคณะที่ตึกภักดีบดินทร์ ซึ่งภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ จะเชิญนายกรัฐมนตรีจีนไปยังตึกสันติไมตรีหลังใน เพื่อเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงระหว่างไทย-จีน และจะมีการแถลงข่าวร่วมกัน จากนั้นนายกรัฐมนตรีจะเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวัน ให้แก่นายกรัฐมนตรีจีนและคณะ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49505</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์, หลี่ เค่อเฉียง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191104/image_big_5dbff8d0e2043.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34557</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประยุทธ์หารือ‘สี’ หนุนแนวคิด‘BRI’ เชื่อมThailand4.0</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ร่วมถกเวทีข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง หารือทวิภาคีทั้ง &amp;ldquo;หลี่ เค่อเฉียง-สี จิ้นผิง&amp;rdquo; ยืนยันไทยพร้อมสนับสนุนแนวคิด BRF สอดรับ &amp;ldquo;ไทยแลนด์ 4.0-อีอีซี&amp;rdquo; ย้ำเร่งโครงการรถไฟไทย-จีนตามกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 26 เม.ย. เวลา 06.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา และคณะ เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเข้าร่วมการประชุมเวทีข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (BRF) ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 26-27 เม.ย. โดยมีนางหลิว ยู่ฟาง รองเลขาธิการสภาประชาชนกรุงปักกิ่ง รอให้การต้อนรับ&amp;nbsp;
โดยในเวลา 08.00 น. คณะของ พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินเข้ามาโรงแรมที่พักเพื่อรับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับการประชุม ก่อนในเวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์จะร่วมพิธีเปิดการประชุมเวทีข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง และกล่าวสุนทรพจน์ระหว่างการประชุมระดับสูง ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติจีน โดยนายหาน เจิ้ง รองนายกฯ จีน จะเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงอาหารกลางวัน ณ เรือนรับรองเตี้ยวหยูไถ
พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงสุนทรพจน์ของ พล.อ.ประยุทธ์ว่า นายกฯ ได้ขอบคุณรัฐบาลจีนที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น และชื่นชมยินดีที่ได้เห็นจีนพัฒนาเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดด จนเป็นตัวแปรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเอเชียและของโลก และแจ้งว่าไทยในฐานะประธานอาเซียนมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนความสัมพันธ์ที่สำคัญนี้ให้ก้าวหน้าต่อไปภายใต้แนวคิดร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล และยั่งยืน
พล.ท.วีรชนกล่าวว่า นายกฯ เห็นว่ายุทธศาสตร์สายแถบและเส้นทาง (BRI) เป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่จะกำหนดทิศทางการพัฒนาเชิงยุทธศาสตร์ของโลก และสอดคล้องกับเป้าหมายหลักการของอาเซียน และประเทศในภูมิภาค เพราะจะช่วยส่งเสริมความร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ เพื่อความเจริญรุ่งเรือง สันติภาพและอนาคตร่วมกัน พร้อมยืนยันว่าไทยจะยังมุ่งสร้างความร่วมมือกับหุ้นส่วนทั้งในและนอกภูมิภาค บนพื้นฐานของความโปร่งใสและผลประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งสอดคล้องกับหลักการของ BRI
&amp;ldquo;ไทยและอาเซียนเล็งเห็นความสำคัญของการเชื่อมต่ออาเซียนสู่โลกผ่าน BRI นอกจากนี้ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) จะเป็นหนึ่งในโครงการแม่แบบในการสร้างฐาน เพื่อเชื่อมโยงไทยเข้ากับประเทศเพื่อนบ้านและภูมิภาคใกล้เคียง จึงขอเชิญชวนจีนให้เข้ามาเป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาของ ACMECs เพื่อขับเคลื่อน BRI ในอาเซียน ขณะที่ด้านกฎระเบียบส่งเสริมความเชื่อมโยงทางการค้า จะเร่งรัดการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ที่ไทยตั้งเป้าที่จะผลักดันให้ได้ข้อสรุปภายในปีนี้ รวมทั้งด้านดิจิทัลไทยยินดีที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมสนใจจะร่วมมือกับจีนและฮ่องกง ในโครงการเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกระบบใหม่&amp;rdquo; พล.ท.วีรชนกล่าวถึงสุนทรพจน์ของ พล.อ.ประยุทธ์
พล.ท.วีรชนกล่าวอีกว่า นายกฯ ยังย้ำว่าไทยต้องการเห็นยุทธศาสตร์ BRI ประสบความสำเร็จ และต้องการเห็นไทย อาเซียน จีน และมิตรประเทศทุกประเทศ ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดอย่างฉันมิตรสร้างสรรค์ เพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน เพื่อสันติภาพของภูมิภาคและของโลก และเพื่อการพัฒนามั่งคั่งของพลเมืองของเรา
ต่อมาเวลา 15.55 น. ตามเวลาท้องถิ่น พล.อ.ประยุทธ์หารือกับนายหลี่ เค่อเฉียง นายกฯ จีน ในระหว่างเข้าร่วมการประชุมเวทีข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง โดย พล.ท.วีรชนระบุว่า ในการหารือนายกฯ ระบุว่าข้อริเริ่มหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของไทยที่ให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงในภูมิภาค และไทยพร้อมเป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างจีน ประเทศกลุ่ม ACMECS และอาเซียน จึงหวังว่าทุกฝ่ายจะร่วมกันส่งเสริมความเชื่อมโยงด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ดิจิทัล เทคโนโลยีและนวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐานระหว่างกัน&amp;nbsp;
พล.ท.วีรชนกล่าวว่า นายกฯ ยังกล่าวชื่นชมวิสัยทัศน์ของผู้นำจีนที่พัฒนาและปฏิรูปประเทศจนมีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว และยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนชาวจีน ไทยหวังว่าจะได้ร่วมมือกับจีนเพื่อเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกันต่อไป ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงความสัมพันธ์ทวิภาคี โดยผู้นำไทยและจีนต่างยินดีที่ทั้งสองประเทศ มีความสัมพันธ์ที่ราบรื่นและใกล้ชิดกันมาอย่างยาวนาน ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ดีสำหรับการสร้างความร่วมมือที่ใกล้ชิด และผลักดันความร่วมมือเชิงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่รอบด้าน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและความเชื่อมโยง ให้มีผลเป็นรูปธรรม พร้อมกล่าวเชิญนายหลี่มาเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ในช่วงการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกครั้งที่ 14 ที่ไทยด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในโอกาสนี้ นายกฯ ยังกล่าวเชิญชวนผู้ประกอบการของจีนเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย Made in China 2025 ของจีน และยังเน้นย้ำว่าไทยได้เร่งรัดให้โครงการรถไฟไทย-จีน ให้คืบหน้าตามกำหนด จึงขอให้ทั้งสองฝ่ายร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดต่อไป&amp;rdquo; พล.ท.วีรชนระบุ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในเวลา 18.15 น. พล.อ.ประยุทธ์หารือทวิภาคีกับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ มหาศาลาประชาชน ภายหลังการหารือ พล.ท.วีรชนระบุว่า นายกฯ แสดงความชื่นชมต่อการจัดเวทีหารือที่น่าสนใจครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นกิจกรรมด้านการต่างประเทศของจีนที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง และยินดีที่มาเข้าร่วมการประชุมในฐานะผู้นำของไทยและประธานอาเซียน ทั้งนี้ ยังได้ชื่นชมจีนที่มีพัฒนาการหลายด้าน ภายใต้การนำของประธานาธิบดีสี โดยเฉพาะความสำเร็จในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการพัฒนาสังคม การลดความยากจน และการแก้ไขปัญหามลพิษของจีน ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ไทยประสงค์จะศึกษาเรียนรู้ด้วย พร้อมขอบคุณรัฐบาลจีนสำหรับมิตรภาพและความช่วยเหลืออย่างเสมอมา&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ทั้งสองฝ่ายต่างย้ำเจตนารมณ์ที่จะผลักดันความสัมพันธ์ไทย-จีน และความร่วมมือเชิงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่รอบด้านให้เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและความเชื่อมโยงที่จะสอดคล้องกับ Thailand 4.0 และ BRI และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองฝ่ายร่วมกันทำงานอย่างแข็งขันต่อไป ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดไทย-จีน จะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาคให้ก้าวหน้าต่อไป&amp;rdquo; พล.ท.วีรชนระบุ&amp;nbsp;
พล.ท.วีรชนกล่าวว่า ด้านประธานาธิบดีจีนพร้อมแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ และให้ความร่วมมือในสาขาที่จีนมีความเชี่ยวชาญ และจีนพร้อมสนับสนุนบทบาทการเป็นประธานอาเซียนของไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรียืนยันเดินหน้าการดำเนินการตามแนวคิดหลักร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล และยั่งยืน โดยเฉพาะการสานต่อข้อริเริ่มต่างๆ ของอาเซียนให้บรรลุผลเป็นรูปธรรม และหวังให้จีนสนับสนุนให้มีการสรุปผลการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคภายในปีนี้ ซึ่งสอดคล้องกับความตั้งใจของจีนและไทย พร้อมแสดงความขอบคุณการสนับสนุนของจีนในการเปิดสำนักงานเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกงประจำประเทศไทย เพื่อเติมเต็มกลไกการประสานงานระหว่างไทย-ฮ่องกง-จีน ในยุคใหม่.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34557</URL_LINK>
                <HASHTAG>Thailand4.0, ทวิภาคี, สายแถบและเส้นทาง, สี จิ้นผิง, หนังสือพิมพ์, หลี่ เค่อเฉียง, ไทยแลนด์ 4.0-อีอีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190426/image_big_5cc31242cd387.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
