<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>20782</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/10/2018 21:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2018 21:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชินโซ อาเบะ&#039; เยือนจีน พ่วงดีลธุรกิจ 2,600 ล้าน$</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเยือนจีนนาน 3 วัน ปรับปรุงความสัมพันธ์ที่เคยมึนตึงระหว่างสองประเทศ หนีบนักธุรกิจร่วม 1,000 คนติดสอยห้อยตามเพื่อลงนามความตกลงหลายร้อยฉบับ มูลค่ารวม 2,600 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ ชินโซ อาเบะ (ซ้าย) แถลงข่าวร่วมกับนายกฯ หลี่เค่อเฉียงที่มหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเดินทางเยือนจีนของผู้นำญี่ปุ่นซึ่งมีไม่บ่อยครั้งนัก เกิดขึ้นในช่วงยามที่ทั้งสองประเทศกำลังเผชิญปัญหาท้าทายทางการค้าแบบเดียวกันจากรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เก็บภาษีศุลกากรสินค้าส่งออกของจีนปริมาณมหาศาล โดยหวังลดการขาดดุลทางการค้า ส่วนญี่ปุ่นก็โดนสหรัฐขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมโดยไม่ยกเว้นเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า อาเบะเดินทางถึงจีนเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม 2561 และในวันศุกร์ นายกฯ หลี่เค่อเฉียง ของจีนได้จัดพิธีต้อนรับเขาที่ด้านนอกมหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่งที่อยู่ตรงข้ามกับจัตุรัสเทียนอันเหมิน และพาตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ ก่อนที่ทั้งคู่จะเข้าไปเจรจากันภายใน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ 2 อันดับแรกของเอเชียปรับปรุงขึ้นในช่วงไม่กี่ปีมานี้ หลังจากตกต่ำขีดสุดเมื่อปี 2555 เมื่อญี่ปุ่นเข้ายึดครองหมู่เกาะที่เป็นข้อพิพาทกับจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ระหว่างการแถลงข่าวร่วม อาเบะกล่าวว่า เขาและหลี่เห็นพ้องกันว่า ญี่ปุ่นและจีนจะแสดงบทบาทอย่างสร้างสรรค์เพื่อสันติสุขและความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาคนี้ และตัวเขาเชื่อว่า การค้าคล่องระหว่างทั้งสองประเทศจะยิ่งกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนทั้งสองฝั่งมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านหลี่ซึ่งเพิ่งเยือนญี่ปุ่นเมื่อเดือนพฤษภาคม กล่าวว่า ปัจจุบันสภาพการณ์ระหว่างประเทศไม่มีเสถียรภาพ ความไม่แน่นอนมีมากขึ้น ความร่วมมือทางเศรษฐกิจจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการค้าเสรีของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การมาเยือนจีนเที่ยวนี้ของอาเบะ ซึ่งเป็นการเยือนครั้งแรกของผู้นำญี่ปุ่นนับแต่ปี 2554 มีผู้แทนจากบริษัทญี่ปุ่นเกือบ 1,000 คนร่วมคณะมาด้วย หลี่เปิดเผยว่า นักธุรกิจของญี่ปุ่นบรรลุความตกลง 500 ฉบับกับจีน มูลค่ารวม 2,600 ล้านดอลลาร์ (86,136 ล้านดอลลาร์) แต่เขาไม่ได้เปิดเผยรายละเอียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า บริษัทของญี่ปุ่นอยากเข้าถึงตลาดขนาดมโหฬารของจีนมากขึ้น ส่วนจีนก็สนใจความรู้ความชำนาญด้านบริษัทและเทคโนโลยีของญี่ปุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลี่และอาเบะยังได้เป็นสักขีพยานการลงนามความตกลงทางการเมืองหลายฉบับด้วย รวมทั้งความตกลงธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตรา และกลไกเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกันโดยไม่ได้ตั้งใจระหว่างกองทัพของสองฝ่าย ซึ่งมักจะประจันหน้ากันในพื้นที่พิพาทในทะเลจีนตะวันออกบ่อยครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง (ขวา) จับมือกับนายกฯ ชินโซ อาเบะ ระหว่างการพบกันเมื่อวันศุกร์&amp;nbsp; / JIJI PRESS / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การมาเยือนของอาเบะเปิดโอกาสความเป็นไปได้ที่ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีน จะเดินทางเยือนญี่ปุ่นปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สีและอาเบะเคยพบกันนอกรอบการประชุมสุดยอดเมื่อปี 2557 แต่การพบหน้ากันครั้งนี้มีความงุ่มง่ามเคอะเขิน หลังจากนั้นรัฐบาลทั้งสองได้ส่งรัฐมนตรีเยือนแลกเปลี่ยนกันหลายครั้ง และใช้วาทกรรมที่โอนอ่อนลง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20782</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ชินโซ อาเบะ, ญี่ปุ่น, นายกฯ ญี่ปุ่น, สีจิ้นผิง, หลี่เค่อเฉียง, เยือนจีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181026/image_big_5bd32244c8511.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15819</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2018 21:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2018 21:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มหาเธร์&#039;หวังจีนเห็นใจปัญหาหนี้มาเลเซีย ต้นเหตุล้มเมกะโปรเจ็กต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายกฯ มหาเธร์ โมฮัมหมัด เยือนจีนเจรจาต่อรองหรืออาจยกเลิกเมกะโปรเจ็กต์ทุนจีนมูลค่ามากกว่า 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์ เผยหลังจากหารือนายกฯ หลี่เค่อเฉียงของจีน หวังว่าจีนจะเห็นอกเห็นใจและช่วยมาเลเซียแก้ไขปัญหาการเงินการคลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มหาเธร์ โมฮัมหมัด (ซ้าย) จับมือกับหลี่เค่อเฉียง ภายหลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าวที่มหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่ง เมื่อวันจันทร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ มหาเธร์ได้สั่งระงับโครงการขนาดใหญ่ที่มีมูลค่ามากกว่า 727,400 ล้านบาทที่รัฐบาลมาเลเซียในสมัยของนายกฯ นาจิบ ราซัค ทำสัญญาไว้กับบริษัทจีนหลายแห่งที่รัฐบาลจีนเป็นเจ้าของ ซึ่งรวมถึงโครงการรถไฟเชื่อมกับภาคใต้ฝั่งตะวันออกของไทย โดยผู้นำวัย 93 ปีรายนี้ได้ให้คำมั่นไว้ว่าเขาจะหยิบยกประเด็นปัญหาเกี่ยวกับสัญญาบางอย่างที่เขามองว่าเป็นเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรม ขึ้นหารือกับผู้นำของจีนระหว่างการเดินทางเยือนจีนนาน 5 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานว่า ในวันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม มหาเธร์ได้พบกับนายกฯ หลี่เค่อเฉียงของจีนที่มหาศาลาประชาชนในช่วงเช้า ก่อนหน้าการพบกับประธานาธิบดีสีจิ้นผิงในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ภายหลังการหารือกับหลี่ ทั้งคู่ได้แถลงข่าวร่วมกัน โดยมหาเธร์ย้ำว่า เขาไม่เห็นดีเห็นงามเรื่องการเผชิญหน้ากับประเทศใดทั้งสิ้น แต่การทำการค้ากับจีนมากขึ้น การเปิดรับเทคโนโลยีและความเป็นผู้ประกอบการของจีนจะช่วยให้มาเลเซียได้รับประโยชน์มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราหวังเช่นกันว่า จีนจะเข้าใจปัญหาที่มาเลเซียเผชิญอยู่ในปัจจุบัน&amp;quot; มหาเธร์ซึ่งชนะการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคมได้กลับมาเป็นผู้นำมาเลเซียอีกครั้งอย่างเหลือเชื่อ กล่าวระหว่างการแถลงข่าวร่วมกับหลี่ &amp;quot;และผมก็เชื่อว่าจีนจะทบทวนปัญหาที่เราต้องแก้ไขด้วยความเห็นอกเห็นใจ และบางทีจีนอาจช่วยเราแก้ไขปัญหาการเงินการคลังในประเทศของเราได้บ้าง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มหาเธร์เคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้ว่า รัฐบาลของเขากำลังพยายามลดหนี้สินของประเทศ ซึ่งมีมากถึง 2.5 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 8.26 ล้านล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำอาวุโสรายนี้ไม่ได้กล่าวถึงเมกะโปรเจ็กต์ ที่เขากล่าวไว้ก่อนออกเดินทางว่า &amp;quot;ไม่เป็นธรรม&amp;quot; และเสี่ยงที่จะทำให้มาเลเซีย &amp;quot;เป็นหนี้&amp;quot; จีน โครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานขนาดใหญ่เหล่านี้ตกลงไว้ในสมัยของนาจิบ ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเร่งรีบทำข้อตกลงกับรัฐบาลจีน เพื่อแลกกับการที่จีนช่วยชำระหนี้สินที่เกี่ยวโยงถึงเรื่องอื้อฉาวทางการเงินในกองทุนวันมาเลเซียดีเวลอปเมนต์เบอร์ฮัด (วันเอ็มดีบี) ที่เป็นต้นเหตุให้เขากระเด็นพ้นเก้าอี้ที่ครองอำนาจมานาน 9 ปี และกำลังถูกสอบสวนดำเนินคดีคอร์รัปชันอยู่ขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากโครงการทางรถไฟจากชายแดนไทยไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์แล้ว มหาเธร์ยังได้สั่งระงับโครงการสร้างท่อส่งน้ำมันที่จีนสนับสนุนเงินทุน หลังจากกล่าวหาว่ามาเลเซียได้จ่ายเงินไปเกือบครบถ้วนแล้วแต่การก่อสร้างเพิ่งคืบหน้าแค่เล็กน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกฯ หลี่กล่าวว่า รัฐบาลจีนหวังว่าการขยายความสัมพันธ์ทางการค้ากับมาเลเซียมากขึ้นจะส่งผลให้การค้าทวิภาคีมีความสมดุลมากขึ้น และจีนก็พร้อมจะขยายการนำเข้าสินค้าน้ำมันปาล์มและสินค้าเกษตรอื่นๆ ของมาเลเซียอีกมากมายเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลี่ยังกล่าวด้วยว่า ทั้งสองฝ่ายมีความเห็นพ้องกันระหว่างการพูดคุย และการลงนามบันทึกความเข้าใจอีกหลายฉบับ อาทิ ข้อตกลงการสวอปเงินตราต่างประเทศระหว่างสองฝ่าย, น้ำมันปาล์ม, ยางพาราและทุกเรียน เป็นการส่งสารว่าจีนและมาเลเซียยังคงรักษามิตรภาพต่อกันในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มหาเธร์ได้กล่าวขอบคุณจีนที่นำเข้าสินค้าเกษตรของมาเลเซียเพิ่มขึ้น แต่เมื่อถูกถามว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันเรื่องการสนับสนุนการค้าเสรีหรือไม่ มหาเธร์ชี้ว่าการค้าเสรีควรเป็นการค้าที่เป็นธรรมด้วย และประเทศที่ร่ำรวยไม่ควรใช้ความร่ำรวยเอาเปรียบประเทศที่ด้อยพัฒนากว่า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15819</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ปัญหาหนี้สิน, มหาเธร์ โมฮัมหมัด, มาเลเซีย, หลี่เค่อเฉียง, เมกะโปรเจ็กต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180820/image_big_5b7acbfd37ec3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13969</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2018 22:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2018 22:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนเจอวัคซีนพิษสุนัขบ้าไม่ได้มาตรฐาน &#039;นายกฯ หลี่&#039; ลั่นปราบจริงจัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายกฯ หลี่เค่อเฉียง ประกาศจะดำเนินการอย่างจริงจังกับเรื่องอื้อฉาวในอุตสาหกรรมยาของจีน ภายหลังตรวจพบวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทวัคซีนพากันร่วงระนาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ นายกฯ หลี่เค่อเฉียง / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการอาหารและยาของจีน (ซีเอฟดีเอ) ประกาศเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม 2561 ว่าได้สั่งการให้บริษัท ฉางชุนฉางเซิงไบโอเทคโนโลยี ซึ่งเป็นผู้ผลิตวัคซีนรายใหญ่ที่สุดของจีน และเป็นศูนย์กลางของเรื่องอื้อฉาวล่าสุดนี้ ยุติการผลิตยาวัคซีนทั้งหมดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์กล่าวว่า นายกฯ หลี่ออกแถลงการณ์เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของรัฐบาลเมื่อคืนวันอาทิตย์ว่า เรื่องอื้อฉาวล่าสุดเป็นการล้ำเส้นศีลธรรมของมนุษย์ และประกาศลั่นว่าจะสอบสวนอย่างละเอียดถี่ถ้วน และจะลงโทษสถานหนักหากพบการกระทำผิดกฎหมายหรือความหย่อนยานในการกำกับดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่แล้ว คณะกรรมการตรวจสอบกล่าวกันว่า พวกเขาได้สั่งให้บริษัทจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีนแห่งนี้ ระงับการผลิตวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า หลังจากตรวจพบการปลอมแปลงบันทึกข้อมูลและปัญหาอื่นๆ ระหว่างการตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราคาหุ้นของบริษัทผู้ผลิตวัคซีนรายใหญ่ๆ ของจีนพากันดิ่งลงในการซื้อขายเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ตลาดหุ้นเซิ่นเจิ้น ราคาหุ้นของบริษัท วัลแวกซ์ ไอโอเทคโนโลยี ซึ่งผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่และวัคซีนอีกหลากหลายชนิด ดิ่งลง 10% ตามกรอบจำกัดเพดานความเคลื่อนไหวของหุ้น เช่นเดียวกับหุ้นของบริษัทที่จัดหาวัคซีน ทั้งเซิ่นเจิ้น คังไท่ ไบโอโลจิคอล โปรดักต์ส และฉงชิ่ง จีเฟย ไบโอโลจิคอล โปรดักต์ส มิพักต้องกล่าวถึงหุ้นของบริษัทแม่ของฉางชุน ฉางเซิง ที่ตกลง 10% ตามข้อจำกัดต่ำสุดของเพดาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขวดบรรจุวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าถูกวางเรียงไว้ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในมณฑลกว่างซี เมื่อวันจันทร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซีเอฟดีเอกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า วัคซีนพิษสุนัขบ้าที่มีปัญหานั้นยังไม่ได้ส่งออกจากโรงงานของฉางเซิง แต่สื่อของทางการจีนกลับรายงานตรงกันข้าม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทนี้เผยเมื่อวันอาทิตย์ด้วยว่า บริษัทได้ระงับการผลิตวัคซีนป้องกันโรคคอตีบ, บาดทะยัก และไอกรนแล้วตั้งแต่ปีกลาย ภายหลังเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่าไม่ได้มาตรฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากวัคซีนของบริษัทนี้ เจ้าหน้าที่ในมณฑลเหอเป่ยประกาศเมื่อวันจันทร์ว่า มีประชาชนเกือบ 150,000 ราย ได้รับวัคซีนป้องกันโรคคอตีบ, บาดทะยัก และไอกรน ที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งผลิตโดยบริษัท หวูฮั่น อินสติติวต์ ออฟ ไบโอโลจิคอล โปรดักต์ และทางการได้ดำเนินการเพื่อจัดหาวัคซีนให้ประชาชนใหม่แล้ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13969</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ฉางชุนฉางเซิงไบโอเทคโนโลยี, วัคซีน, หลี่เค่อเฉียง, โรคพิษสุนัขบ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180723/image_big_5b55ec6053a54.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5274</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2018 20:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2018 20:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาตรายางจีนรับรอง &#039;หลี่เค่อเฉียง&#039; นั่งนายกฯ อีกสมัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สภาตรายางจีนลงมติอย่างเป็นเอกฉันท์เมื่อวันอาทิตย์ รับรอง &amp;quot;หลี่เค่อเฉียง&amp;quot; เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 อีก 5 ปี หลังจากวันก่อนเพิ่งเลือก &amp;quot;สีจิ้นผิง&amp;quot; เป็นประธานาธิบดีต่ออีกสมัยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;หลี่เค่อเฉียง สาบานตนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจีน เมื่อวันอาทิตย์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปักกิ่ง (เอเอฟพี) / เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18&amp;nbsp; มีนาคม ที่ประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีน ณ มหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่ง มีมติรับรองหลี่เค่อเฉียงเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 อีก 5 ปี โดยได้รับเสียงรับรอง 2,964 เสียง จากสมาชิกทั้งหมด 2,970 คน มีเสียงคัดค้านเพียง 2 เสียงเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันเสาร์สภาตรายางจีนแห่งนี้เพิ่งรับรองสีจิ้นผิงเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 และให้หวังฉีซาน วัย 69 ปี อดีตเลขาธิการคณะกรรมการตรวจสอบวินัยส่วนกลางของพรรคคอมมิวนิสต์ เป็นรองประธานาธิบดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนที่หลี่เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยแรกเมื่อปี 2556 เขาให้สัญญาว่าจีนจะปฏิบัติอย่างเป็นธรรมต่อบริษัทต่างชาติที่จะเข้ามาขยายตลาดในจีน รวมถึงจะมีการปฏิรูปโครงสร้างต่างๆ ของประเทศ แต่สหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรประบุว่าบริษัทต่างชาติยังคงเผชิญกับอุปสรรคต่างๆ มากมายที่จะเข้าไปเจาะตลาดและเจริญเติบโตในจีนซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ บริษัทที่จะเข้ามาตั้งในจีนถูกบังคับว่าจะต้องอยู่ในรูปแบบของการร่วมลงทุนกับบริษัทท้องถิ่น และต้องมีการแบ่งปันเทคโนโลยีให้บริษัทท้องถิ่นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกปัญหาสำคัญของจีนในสมัยแรกของหลี่คือ การที่รัฐบาลต้องแบกรับภาระหนี้เสียจำนวนมาก ซึ่งนักวิเคราะห์เกรงว่าอาจจะนำไปสู่วิกฤติทางการเงินและอาจส่งผลสะท้อนไปทั่วโลก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5274</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, นายกฯ สมัยที่ 2, ประธานาธิบดีสมัยที่ 2, สภาตรายาง, สภาผู้แทนประชาชนจีน, สีจิ้นผิง, หลี่เค่อเฉียง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180318/image_big_5aae6c11ea21f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4336</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2018 20:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2018 20:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนตั้งงบประมาณกลาโหมเกิน 1 ล้านล้านหยวน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;จีนประกาศแผนจัดทำงบประมาณด้านกลาโหมประจำปี 2561 เมื่อวันจันทร์ โดยเพิ่มขึ้น 8.1% จากปีก่อน แตะที่ระดับเกิน 1 ล้านล้านหยวนเป็นครั้งแรก หลังจากชะลอการขยายงบทางทหาร 2 ปีก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;ทีวีจอยักษ์ฉายภาพนายกฯ หลี่เค่อเฉียง ขณะแถลงรายงานต่อที่ประชุมสภาผู้แทนประชาชน เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2561 ภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานของเอเอฟพีเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2561 กล่าวว่า แผนงบประมาณด้านกลาโหม 1.11 ล้านล้านหยวน (1.75 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 5.45 ล้านล้านบาท) นี้ประกาศไว้ในรายงานงบประมาณประจำปี 2561 ที่เสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนประชาชนจีนประจำปี ซึ่งเปิดฉากในวันเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ หลี่เค่อเฉียง กล่าวในรายงานต่อที่ประชุมว่า จีนจะยึดมั่นเส้นทางของจีนในการเสริมสร้างกองทัพ, พัฒนาการฝึกทหารและการเตรียมพร้อมสำหรับทำสงครามให้ก้าวหน้าในทุกแง่มุม และปกป้องอธิปไตย ความมั่นคงและผลประโยชน์ด้านการพัฒนาของประเทศอย่างหนักแน่นและแน่วแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่จีนกำลังปรับปรุงกองทัพของตนให้ทันสมัย ด้วยการลดกำลังภาคพื้นดินแล้วเพิ่มการใช้จ่ายด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ล้ำสมัยมากขึ้น ประเทศเพื่อนบ้านทั้งหลายของจีนและสหรัฐก็กำลังเฝ้าจับตาอย่างระมัดระวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลี่กล่าวว่า กองทัพจีนบรรลุเป้าหมายในการลดจำนวนทหารบกลง 300,000 นายแล้ว และทำให้ปัจจุบันกองทัพปลดแอกประชาชนจีน (พีแอลเอ) เหลือกำลังพล 2 ล้านนาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในขณะเดียวกัน จีนก็กำลังแสดงสิทธิของตนเหนือดินแดนทางทะเลอันกว้างใหญ่ของทะเลจีนใต้อย่างดุดันมากขึ้น และยังเผชิญหน้ากับญี่ปุ่นในการอ้างสิทธิเหนือหมู่เกาะพิพาทในทะเลจีนตะวันออก ไปจนถึงเขตแดนทางบกบนเทือกเขาหิมาลัยที่มีความขัดแย้งกับอินเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แผนงบประมาณรายจ่ายด้านกลาโหมปี 2561 เป็นการตั้งงบเพิ่มขึ้น 8.1% จากปีที่แล้ว เปรียบเทียบกับปี 2560 และ 2559 ที่จีนเพิ่มงบประมาณกลาโหม 7% และ 7.6% ตามลำดับ และเป็นการเพิ่มงบกลาโหมไม่เกินตัวเลข 2 หลักอีกครั้ง กระนั้น งบกลาโหมของจีนในปีนี้ก็เพิ่มขึ้นเกินระดับ 1 ล้านล้านหยวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามข้อมูลของสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการศึกษายุทธศาสตร์ หน่วยงานคลังสมองจากอังกฤษ ปีที่แล้ว พีแอลเอได้งบประมาณ 1.51 แสนล้านดอลลาร์ (4.745 ล้านล้านบาท) ซึ่งเป็นการใช้จ่ายด้านกลาโหมมากเป็นอันดับ 2 ของโลก แต่ก็ยังน้อยว่างบกลาโหม 6.03 แสนล้านดอลลาร์ของสหรัฐเกือบ 4 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมของจีนนั้นสอดคล้องกับผลผลิตมวลรวมทางเศรษฐกิจของจีนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลจีนประกาศเมื่อวันจันทร์ด้วยว่า จีนตั้งเป้าหมายการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี 2561 ไว้ที่ประมาณ 6.5% เทียบกับการขยายตัว 6.9% ของปี 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงเคยกล่าวเตือนไว้ในวันฉลองครบรอบ 90 ปี การสถาปนาพีแอลเอ เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้วว่า จีนจะปกป้องสิทธิอธิปไตยของตน ไม่ว่าจาก &amp;quot;บุคคลใด, องค์กรใด หรือพรรคการเมืองใด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับแต่ขึ้นสู่อำนาจในปี 2555 ประธานาธิบดีสีได้ป่าวร้องถึงความจำเป็นของการสร้างกองทัพพร้อมรบที่แข็งแกร่งขึ้น และในการประชุมพรรคคอมมิวนิสต์เมื่อเดือนตุลาคม สียังให้คำมั่นว่า จีนจะสร้างกำลังรบ &amp;quot;ระดับเวิลด์คลาส&amp;quot; ภายในปี 2593.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4336</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบกลาโหม, จีน, ล้านล้านหยวน, สภาผู้แทนประชาชนจีน, สีจิ้นผิง, หลี่เค่อเฉียง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180305/image_big_5a9d45ccb99c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
