<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>60455</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2020 18:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2020 18:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บ่นๆ ไป สองวันสุดท้ายในฉงชิ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
อนุสาวรีย์เสรีภาพและจัตุรัสจีฟางเป่ย ใจกลางเขตหยูจ้วง นครฉงชิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รถทัวร์เดินทางกลับออกมาจากอุทยานแห่งชาติอูหลงราวๆ 4 โมงเย็น เท่ากับว่าเรามีเวลาอยู่ในอุทยานเพียง 4 ชั่วโมงกว่าๆ เท่านั้น ได้ท่องไปใน 2 หลุมฟ้า เชื่อมกันโดย 3 สะพานสวรรค์ และรอยแยกอัศจรรย์บรรจุถ้ำและน้ำตกมากมายไว้ภายใน ด้วยเวลาที่จำกัดนี้ทำเอาไม่มีเวลาเพ่งพิศความงามจุดใดจุดหนึ่งได้อย่างเป็นเรื่องเป็นราว &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติอูหลง โดยเฉพาะโซน &amp;ldquo;หลุมฟ้าสะพานสวรรค์&amp;rdquo; น่าทึ่งและงามยิ่ง หากวิกฤตการณ์โรคระบาดโควิด-19 สิ้นสุดลงแล้ว อาจเป็นปีนับจากนี้หรือนานกว่านั้น ท่านผู้อ่านลองนำอูหลงไปพิจารณาเพื่อหาเวลามาเยือน และจะให้ดีควรนอนค้างในตัวเมืองของเขตอูหลงสัก 1 หรือ 2 คืน เพื่อใช้เวลากับสถานที่ท่องเที่ยวในแนวภูเขาหินปูน &amp;ldquo;อูหลงคาสต์&amp;rdquo; อย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากที่ผมกล่าวถึงไปแล้ว อูหลงยังมีที่เที่ยวอีกหลายแห่ง อาทิ แม่น้ำฟูหรง ถ้ำฟูหรง อุทยานเขานางฟ้า และเขาม้าขาว แหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้ทำให้ชาวอูหลงมีฐานะทางเศรษฐกิจดีขึ้นอย่างรวดเร็วหลังเปิดตัวสู่สายตาชาวโลกไม่นาน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รถทัวร์จีนของเราจอดให้เข้าห้องน้ำ 1 ครั้ง แล้ววิ่งรวดเดียวราว 200 กิโลเมตร ใช้เวลา 3 ชั่วโมงนิดๆ ถึงตัวเมืองฉงชิ่ง รถจอดคนละจุดกับที่ขึ้นเมื่อตอนเช้า เพราะเวลานี้รถคงไม่สามารถวิ่งเข้าไปในย่านจีฟางเป่ยใกล้ๆ ที่พักของเรา ระหว่างเดินไปได้ราวครึ่งกิโลฯ เจียห่าวเพื่อนจากมณฑลกวางตุ้งชวนกินข้าวที่ร้านริมทาง ผมเห็นด้วยเพราะหิวเต็มที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​​​​​​​มุมมองจากใต้สะพานเชียนซือเหมินฝั่งเขตหยูจ้วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจียห่าวสั่งกับข้าวกับพ่อครัวโดยไม่ต้องถามไถ่ผมให้มากความ สักพักอาหารก็มาเสิร์ฟ 2 จานใหญ่ๆ ล้วนเป็นผัดผัก จานหนึ่งคือมะระผัดไข่ อีกจานเป็นผักที่ผมไม่รู้จัก ฝานเป็นชิ้นอยู่ในจานคล้ายแตงกวาผสมฟัก ผัดกับเนื้อหมูดูเหมือนแฮม แต่แผ่นใหญ่และหนากว่า กินกับข้าวสวยถ้วยใหญ่และน้ำซุปผัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รสชาติอร่อยเหลือเชื่อจนพวกเรากินไม่เหลือแม้แต่น้ำซุป เจียห่าวสั่งมาแบบดับเบิล ปกติกับข้าวจานละ 13 หยวน เขาสั่งจานละ 25 หยวน ส่วนน้ำซุปแถมฟรี ผมขอจ่าย แต่เขาเดินเอามือถือไปสแกนคิวอาร์โค้ดอย่างรวดเร็ว ทั่วทุกมุมเมืองที่ทำการค้าจะมีการจ่ายด้วยการสแกนคิวอาร์โค้ด ส่วนใหญ่เป็นของ Alipay และ WeChat แม้แต่แม่ค้ารุ่นคุณยายหาบผลไม้ขายก็มีป้ายคิวอาร์โค้ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมขอหารครึ่งค่าอาหารเจียห่าวก็ไม่ยอม ตอนแวะซื้อของในร้านมินิมาร์ท เขายอมให้ผมเลี้ยงคืนแค่น้ำเปล่า 1 ขวด จึงขอยกยอดไปเมืองไทย บอกเขาว่าไปเที่ยวเมื่อไหร่ห้ามปิดบังโดยเด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราเดินอีกครึ่งกิโลฯ ก็ถึงเกสต์เฮาส์ นั่งคุยกันอีกพักใหญ่ เจียห่าวแนะให้ผมโหลดแอปของจีน (เขาเรียกว่า &amp;ldquo;เอพีพี&amp;rdquo;) สามารถจองที่พักได้ในราคาถูก คืนก่อนผมโหลด Qunar และ Fliggy มาแล้ว แต่ล้วนไม่มีภาษาอังกฤษ คืนนี้เขาให้ผมโหลดอีก มี Ctrip และอีกหลายแอป ผมเพียงแสร้งทำว่าจะโหลดเท่านั้น เพราะไม่อยากให้แอปเหล่านี้กินพื้นที่ในโทรศัพท์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรือน้อยในเมืองใหญ่ มองจากถนน Jiabin ไปยังฝั่งตรงข้ามแม่น้ำเจียหลิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แพ็กเกจอินเทอร์เน็ตที่ซื้อมาจากเมืองไทยกำลังจะหมดอายุในอีก 2-3 วันข้างหน้า ถึงเวลานั้นจะต้องใช้อินเทอร์เน็ตจากสัญญาณ Wi-fi ของที่พักเพียงอย่างเดียว ก่อนนี้ได้ขอ VPN มาจากเพื่อน VPN ย่อมาจาก Virtual Private Network หมายถึงเครือข่ายส่วนตัวเสมือน ใช้สำหรับหลอกสัญญาณอินเทอร์เน็ตว่าเราไม่ได้อยู่เมืองจีน สามารถที่จะเข้าเว็บไซต์ต่างๆ ที่ทางการจีนบล็อก เช่น Google, Facebook, Line เป็นต้น แต่ด้วยความโลว์เทคของผมหรืออาจจะผิดพลาดอย่างอื่น ทำให้ไม่สามารถเข้า VPN ได้ ผมจึงโหลด Baidu เสิร์ชเอ็นจินของจีนเอาไว้ใช้แทน Google แต่หน้าเว็บมีเฉพาะตัวหนังสือจีน รู้สึกว่าใช้งานยาก แทบไม่มีประโยชน์ใดๆ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอปเดียวที่ผมโหลดในคืนนี้คือ &amp;ldquo;วีแชท&amp;rdquo; (WeChat) โซเชียลมีเดียยอดนิยมของจีน และผมก็มีเจียห่าวเป็นเพื่อนคนแรก จนถึงปัจจุบัน หรือกว่า 4 เดือนผ่านไป ผมมีเพื่อนเพิ่มเข้ามาอีกเพียง 3 คน แอปนี้เมื่อเรากดที่ข้อความภาษาจีนของคู่สนทนา มันก็จะแปลเป็นภาษาไทยหรืออังกฤษตามที่ต้องการได้ แต่เจียห่าวจะใช้วิธีเขียนจีนก่อนแล้วค่อยแปลเป็นภาษาอังกฤษส่งมาให้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช้าวันต่อมาหลังจากกินไข่ต้ม 2 ฟอง และกาแฟร้อนในมินิมาร์ทย่านจีฟางเป่ย นั่งเล่น เดินเล่น คิดเรื่องการเดินทางไปยังจุดหมายต่อไป ผมได้ตัดเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ออกไปก่อนเดินทางมาจากกรุงเทพฯ เพราะคำนวณเวลาแล้วมีไม่พอ บริษัทที่รับยื่นวีซ่าเตือนว่าแม้เราจะได้วีซ่าเป็นระยะเวลา 30 วัน แต่เราไม่ควรอยู่เกิน 15 วัน สถานทูตจีนมีสิทธิ์ที่จะสงสัยได้ว่าเราแอบเข้าไปทำงานบางชนิดอันจะนำไปสู่ปัญหาในการขอวีซ่าครั้งต่อไป การตัดอู่ฮั่นออกได้กลายเป็นเรื่องดีในภายหลังตามที่ทราบกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเดินทางออกจากเมืองหล่าวกาย ตะวันตกเฉียงเหนือของเวียดนาม เข้าสู่จีนที่เมืองเหอโข่ว มณฑลยูนนาน ต่อไปยังนครคุนหมิง แล้วขึ้นมายังนครฉงชิ่ง ดูคล้ายเป็นเส้นตรงทแยงไปทางขวาบนของแผนที่ จากฉงชิ่งผมจะเดินทางลงใต้เกือบเป็นเส้นตรงไปทางด้านล่าง ออกจากจีนที่เขตปกครองตนเองมณฑลกว่างสีจ้วง เข้าสู่ตะวันออกเฉียงเหนือของเวียดนาม เส้น 2 เส้นนี้จะมีลักษณะคล้ายตัว V กลับหัว มีฉงชิ่งอยู่ที่จุดปลายสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​​​​​​​แม่น้ำเจียหลิง สะพานเชียนซือเหมิน และหงหยาตง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลาร่อยหรอลงผมก็ต้องตัดเมืองกุ้ยหยาง มณฑลกุ้ยโจว และเมืองกุ้ยหลิน เขตปกครองตนเองกว่างสีจ้วงออกไป สองเมืองดังกล่าวอยู่ในเส้นทางฉงชิ่งและหนานหนิง เวลานี้จำต้องปรับแผนเดินทางตรงดิ่งไปยังหนานหนิง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้เป็นวันศุกร์ ผมยังไม่ได้ซื้อตั๋วรถไฟไปหนานหนิง เพราะยังไม่ได้เขียนคอลัมน์เบื้องหน้าที่ปรากฏ กำหนดส่งในวันเสาร์ จึงคิดว่าจะอยู่ต่อในฉงชิ่งอีกคืนเพื่อเขียนเสียให้เสร็จ นั่งรอรีเซฟชั่นสาวเจ้าของหมายักษ์อยู่เป็นชั่วโมงเธอก็ไม่โผล่มา เนื่องจากว่าเวลานี้ทั้งเกสต์เฮาส์มีผู้เข้าพักเพียงผมและเจียห่าวเท่านั้น เธอก็เลยไม่จำเป็นต้องวนไปเวียนมาแถวบริเวณล็อบบี้หรือพื้นที่ส่วนกลาง เมื่อหมายักษ์พันธุ์ไซบีเรียนฮัสกีนั่นไม่อยู่ ผมคิดว่าเธอก็ไม่อยู่เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมตัดสินใจเข้าไปอาบน้ำในห้องพักแล้วเก็บกระเป๋าเอาไว้เผื่อๆ ตอนแรกกะว่าจะต่อราคาห้องพัก เพราะเมื่อวันก่อนผมได้ต่อจากคืนละ 200 หยวน เหลือ 2 คืน 350 หยวนมาแล้ว เมื่อเธอไม่มาซะทีก็ตัดสินใจจองที่พักใหม่อยู่ห่างออกไปราว 1 กิโลเมตร ระบุขอห้องที่มีโต๊ะเก้าอี้เขียนหนังสือ ห้องพักปัจจุบันของผมมีโต๊ะตัวใหญ่ แต่เก้าอี้เตี้ยไป ไม่เหมาะสำหรับนั่งพิมพ์คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​​​​​​​แผงผลไม้ในนครฉงชิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจียห่าวพักในห้องนอนรวม แต่เช้านี้ยังไม่โผล่มาให้เห็น เข้าใจว่าออกไปกินข้าว เขามีแผนเดินทางไปเฉิงตูไม่วันนี้ก็พรุ่งนี้ เวลาเที่ยงตรงผมเขียนข้อความลงในกระดาษทิชชู่ว่า &amp;ldquo;Thank you&amp;rdquo; เอากุญแจห้องและคีย์การ์ดวางทับไว้บนเคาน์เตอร์รีเซฟชั่น เปิดประตูออกจากเกสต์เฮาส์ เข้าลิฟต์ลงจากตึกเดินไปทางทิศตะวันตกบนถนน Xinhua สู่ที่พักแห่งใหม่ชื่อ Idea Jar Hotel อยู่ในกลุ่มอาคาร Ume ใช้เวลาหาอยู่นาน เพราะมี 2 อาคาร ตั้งอยู่บนชั้น 4 ของตึกด้านตะวันตก ตึกนี้มีลักษณะที่เรียกว่าคอมเพล็กซ์ ออกแบบเป็นรูปตัว U เป็นที่ตั้งของร้านอาหาร ยิมออกกำลังกาย และสถานบันเทิงหลายประเภท ผมมองเข้าไปในห้องหนึ่งเห็นคนนั่งเล่นไพ่ท้าสายตาประชาชนกันอยู่ริมกระจก ผ้าม่านเปิดออกเหมือนจะเชื้อเชิญแขกขึ้นไปร่วมวงเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ค่าห้องที่พักใหม่ 128 หยวน รีเซฟชั่นขอค่ามัดจำคีย์การ์ดด้วย รวมแล้วต้องจ่าย 300 หยวนก่อนเข้าพัก ห้องที่ได้มีกลิ่นบุหรี่ค่อนข้างแรง ผมเดินกลับออกมาขอเปลี่ยน เพราะตอนจองได้ระบุไว้แล้วว่าขอห้องปลอดบุหรี่ ห้องใหม่ที่ได้ก็ยังมีกลิ่นบุหรี่ แต่ไม่แรงนัก หันไปเห็นที่เขี่ยบุหรี่วางอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือ ผมไม่คิดว่าจะมีห้องปลอดบุหรี่จริงๆ จึงยอมปลงใจกับห้องใหม่นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ที่นี่จะใช้ชื่อว่า Hotel แต่มีลักษณะเป็นโฮสเทลมากกว่า มีห้องเป็นจำนวนมากและขนาดห้องค่อนข้างเล็ก โดยเฉพาะห้องน้ำถึงขั้นเรียกได้ว่าเล็กจิ๋ว แต่ชดเชยได้ด้วยราคาที่ไม่แพงและสะอาดสะอ้านเป็นระเบียบ ขัดใจอยู่นิดเดียวก็แค่เรื่องกลิ่นบุหรี่ พื้นที่ส่วนกลางมีขนาดใหญ่ จัดไว้หลายมุม โต๊ะเก้าอี้หลายตัว ชั้นวางหนังสือรอบด้านจนเหมือนเป็นห้องสมุดขนาดย่อม แยกโซนสูบบุหรี่ออกไปตรงระเบียง จึงยังไม่ค่อยเข้าใจว่าเหตุใดยังมีที่เขี่ยบุหรี่ไว้ในห้องพัก ตอนหลังทราบว่าคนจีน โดยเฉพาะคนหนุ่มสาวสูบบุหรี่กันเยอะมาก ไม่เตรียมที่เขี่ยบุหรี่ไว้ให้ก็อาจจะเขี่ยลงในโถส้วม จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมลงไปซื้อขนมและกาแฟในร้านมินิมาร์ทด้านล่างตึกขึ้นมานั่งกินและเขียนคอลัมน์บริเวณล็อบบี้ได้ไม่นานก็ย้ายกลับเข้าไปเขียนในห้องพัก เพราะสนใจสิ่งรอบตัวจนไม่ค่อยมีสมาธิ ตอนค่ำเดินไปห้าง Raffles City เข้าแผนกซูเปอร์มาร์เก็ต ซื้อซูชิ 1 กล่องใหญ่ ชุดสลัดผัก และเบียร์ Volfas Engelman จากลิทัวเนีย แบบ IPA และ Hefeweizen (ทำจากข้าวสาลี) อย่างละกระป๋องขนาด 568 มิลลิลิตร หันไปเห็นอาหารกล่องปรุงสุกพร้อมรับประทาน ข้างในมีไก่อบ กระเพาะไก่ เต้าหู้สไลด์ และผักกวางตุ้ง ก็หยิบมาจนเกือบจะหอบไปจ่ายเงินไม่ไหว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเดินออกไปนั่งกินบนม้านั่งในจัตุรัสเชาเทียนเหมิน จุดบรรจบของแม่น้ำแยงซีและแม่น้ำเจียหลิง นั่งมองสีสันยามค่ำคืนของบรรดาตึกฝั่งตรงข้าม เรือดินเนอร์ครูซล่องไปมา และสะพานโค้งเชาเทียนเหมิน 1 ใน 38 สะพานข้ามแม่น้ำของนครฉงชิ่ง ในจำนวนนี้มีถึง 17 สะพานที่ทำสถิติโลกด้านต่างๆ ผมกินหมดแค่ซูชิก็อิ่มแปล้ เก็บอาหารที่เหลือใส่เป้ เดินถือเบียร์แบบ IPA ที่ยังเหลือครึ่งกระป๋องเลียบแม่น้ำเจียหลิงขึ้นไป ลอดใต้สะพานเชียนซือเหมิน หงหยาตง-กลุ่มอาคารสไตล์โบราณอาบสีทองโดดเด่นพิงเนินเขาอยู่ทางซ้ายมือ ซึ่งผมได้พูดถึงไปแล้วตั้งแต่ตอนแรกที่มาถึงฉงชิ่ง &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​​​​​​​อาคารพิพิธภัณฑ์ศิลปะฉงชิ่ง (Chongqing Guotai Arts Center)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถนน Jiabin ขนาด 4 เลน มีเกาะกลาง คั่นระหว่างแม่น้ำเจียหลิงและหงหยาตง นักท่องเที่ยวแออัดยัดเยียดกันอยู่บนทางเท้าฝั่งริมน้ำ เพราะต้องการถ่ายภาพกลับไปยังหงหยาตงให้เต็มเฟรม บริเวณหน้าหงหยาตงไม่มีทางข้ามไป-มา หากมีรถคงติดหนักทั้ง 2 ฝั่ง ติดกับซุ้มขายของเล็กๆ มี 3 หนุ่มใหญ่นั่งเล่นไพ่กันอยู่บนโต๊ะ หน้าตักมีเงินเดิมพันวางอยู่เย้ยสายตา สาวหมวยสวมแว่นเดินผ่านแล้วยิ้มให้กับความกล้าของนักพนัน ผมเดินผ่านพวกเขาไปและเดินไปอีกไกลกว่าจะข้ามไปอีกฝั่งได้ และเนื่องจากแผนที่กูเกิลไม่แม่นยำทำให้หลงทาง จนสุดท้ายต้องเดินกลับมายังหงหยาตง ค่อยๆ ขึ้นไปทีละชั้นจนออกสู่ถนน Cangbai จากชั้นบนสุดของหงหยาตง แล้วเดินกลับที่พักไปเขียนคอลัมน์ต่อจนถึงประมาณตี 3 จึงได้นอน ส่วนเบียร์ทั้ง 2 กระป๋องหมดไปก่อนนานแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันต่อมาตื่นค่อนข้างสาย ข้าวกล่องน่าจะบูดไปแล้ว เพราะในห้องไม่มีตู้เย็น กินสลัดแล้วออกไปซื้อไข่ต้มของที่พักกินกับกาแฟ จองตั๋วรถไฟเที่ยวข้ามคืนไปยังหนานหนิง แล้วกลับเข้าห้องพักไปอาบน้ำ ระหว่างแต่งตัวไฟก็ตัด เพราะถึงเวลา 12.00 น. ได้เวลาเช็กเอาต์ โชคดีมากที่อาบน้ำเสร็จแล้ว ไม่อยากจะนึกภาพหากไฟตัดตอนยังมีแชมพูและสบู่อยู่บนตัว รีเซฟชั่นไม่ได้แจ้งเรื่องนี้ไว้ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเช็กเอาต์ ฝากกระเป๋าแล้วออกไปเดินเล่นย่านจีฟางเป่ย วันนี้ฝนตกลงมาตั้งแต่เช้า ถึงตอนบ่ายซาเม็ดลงไปแล้ว แต่ยังโปรยละอองไม่ขาด ลองซื้อแยมโรลชุบหมูหยองมา 3 ชิ้นใหญ่ ชิ้นละ 9 หยวน เดินไปนั่งกินที่ลานขั้นบันไดหน้าห้าง Park108 ดึงฮู้ดจากแจ็กเกตขึ้นคลุมหัวกันฝนดูอนาถา หากคนไทยด้วยกันเดินมาเห็นถ้าไม่เสนอความช่วยเหลือก็คงเบือนหน้าหนี เพราะกลัวสบสายตาเพื่อนร่วมชาติผู้ตกยากในต่างแดน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราวบ่าย 3 โมง ผมกลับไปรับกระเป๋าที่ฝากไว้กับรีเซฟชั่น เมื่อคืนวานเจียห่าวหาข้อมูลรถเมล์ไว้ให้ มีรถสาย G01 จากย่านจีฟางเป่ยไปยังสถานีฉงชิ่งตะวันตก รถไฟไปหนานหนิงจะออกจากที่นั่น เดินทางจากย่านจีฟางเป่ย 54 นาที ค่ารถ 15 หยวน แต่ผมไม่เสี่ยง เพราะไม่รู้ว่าป้ายรถเมล์อยู่ตรงไหนกันแน่ เดินไปขึ้นรถไฟใต้ดิน เปลี่ยนสาย 1 ครั้งไปโผล่ที่สถานี Railway Station &amp;ndash; North Square ซึ่งเชื่อมกับสถานีรถไฟฉงชิ่งเหนือ (Chongqingbei Railway Station) รับตั๋วที่จองไว้ทางอินเทอร์เน็ตจากเจ้าหน้าที่ช่องซ้ายสุด ทั้งตั๋วฉงชิ่งเหนือไปยังฉงชิ่งตะวันตก และตั๋วฉงชิ่งตะวันตกไปยังหนานหนิง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานีฉงชิ่งตะวันตก (Chogqingxi Railway Station) เป็นชุมทางการเดินรถของจีนไปยังภาคตะวันตกเฉียงเหนือและตะวันตกเฉียงใต้ มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของจีนฝั่งตะวันตกรองจากสถานีซีอานเหนือ เปิดใช้เมื่อ 2 ปีก่อน ตอนที่รถไฟความเร็วสูงจากสถานีฉงชิ่งเหนือมาถึงฉงชิ่งตะวันตก ผมเหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมงในการทรานสิตและเตรียมตัวเดินทางไปกับรถไฟความเร็วธรรมดาออกจากฉงชิ่งตะวันตกเวลา 18.00 น. กำหนดถึงสถานีหนานหนิง 09.15 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หยิบมือถือขึ้นมาพิมพ์ข้อความในวีแชท อำลาและอวยชัยให้เจียห่าว เพื่อนใหม่จากกวางตุ้ง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60455</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่องเที่ยว, ฉงชิ่ง, ท่องเที่ยวจีน, รอยแยกอัศจรรย์, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, สะพานสวรรค์, หลุมฟ้า, หลุมฟ้า-สะพานสวรรค์, เบื้องหน้าที่ปรากฎ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088baf5c3e6.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59753</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2020 18:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2020 18:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุทยานหลุมฟ้าสะพานสวรรค์ (จบ)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อูหลงเป็นเขตปกครองในสังกัดเทศบาลนครฉงชิ่ง มีชื่อเสียงขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดสิบกว่าปีมานี้หลังจากได้นำเสนออุทยานแห่งชาติ &amp;ldquo;หลุมฟ้า-สะพานสวรรค์&amp;rdquo; สู่สายตานักท่องเที่ยวทั้งในจีนและทั่วโลก อุทยานหลุมฟ้าสะพานสวรรค์นี้มีลักษณะภูมิประเทศที่เรียกว่า &amp;ldquo;คาสต์&amp;rdquo; (Karst) เกิดจากภูเขาหินปูนถูกน้ำกัดกร่อนจนมีรูปร่างแปลกแตกต่างกันไป บางครั้งก็ถึงขั้นดูน่าอัศจรรย์เหมือนไม่ใช่ฝีมือธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อุทยานหลุมฟ้าสะพานสวรรค์เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติทางธรณีวิทยาอูหลง (Wulong Karst Geological Park) ได้รับเกรด AAAAA ซึ่งเป็นระดับสูงสุดที่ทางการจีนมอบให้แก่สถานที่ท่องเที่ยว อยู่ในเขตแนวภูมิประเทศแบบคาสต์ของจีนตอนใต้ (South China Karst) ทั้งหมดได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก ป่าหินชือหลิน (Shilin Stone Forest) ที่นครคุนหมิงก็อยู่รวมในกลุ่มเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
หลังลงจากลิฟต์แก้วก็จะเจอกับวินเกี้ยวเข้าคิวคอยผู้โดยสาร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในเขต &amp;ldquo;อูหลงคาสต์&amp;rdquo; มีอยู่ด้วยกัน 3 แห่ง คือ อุทยานหลุมฟ้าสะพานสวรรค์ ฝรั่งเรียก &amp;ldquo;สะพานธรรมชาติทั้งสาม&amp;rdquo; (Three Natural Bridges), รอยแยกหลงฉุ่ยเสีย (Longshuixia Fissure) และถ้ำฟูหรง (Furong Cave) โลกใช้เวลาเพียง 2.6 ล้านปี ในการสร้างภูมิประเทศอันเหลือเชื่อนี้ขึ้นมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อูหลงคาสต์ตั้งอยู่บนความสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 480-2,033 เมตร อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 17.4 องศาเซลเซียส มีต้นไม้ปกคลุมถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ระดับความเข้มข้นของออกซิเจนประจุลบ ซึ่งดีต่อร่างกายมีสูงมาก อุดมไปด้วยพืชและสัตว์หายาก มีพืชอยู่ 1,058 สปีชีส์ สัตว์ป่า 326 สปีชีส์ เป็นผลให้ระบบนิเวศในเขตนี้สมบูรณ์อย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
โรงเตี๊ยมในตำนาน ภาพถ่ายยอดนิยมของทุกคนที่มาเยือนหลุมฟ้าสะพานสวรรค์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในตอนที่แล้วผมได้เขียนถึงแค่พิพิธภัณฑ์หินที่จัดแสดงตัวอย่างหินจากพื้นที่ South China Karst และระเบียงพื้นกระจกใสชมวิวแบบเสียวไส้ ห้อยอยู่บนหน้าผาสูง 298 เมตร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานหลุมฟ้าสะพานสวรรค์ แล้วเรื่องก็จบลงแค่นั้นตอนเวลาใกล้เที่ยงวัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมได้บอกไปแล้วว่าได้ร่วมคณะทัวร์จีนมากับคนจีนทั้งหมด จาห่าวเพื่อนใหม่จากมณฑลกวางตุ้ง ผู้ร่วมเกสต์เฮาส์เป็นผู้หาซื้อแพ็กเกจทัวร์นี้มา ยามที่ไกด์จีนบรรยายเขาก็จะแปลเป็นภาษาอังกฤษให้ผมฟังในส่วนที่เป็นข้อมูลสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เสร็จจากระเบียงริมผา รถทัวร์พาเราไปส่งยังประตูทางเข้าอุทยานหลุมฟ้าสะพานสวรรค์ มีตัว &amp;ldquo;บัมเบิลบี&amp;rdquo; หุ่นยนต์ยักษ์สีเหลืองดำจากภาพยนตร์เรื่อง Transformers ยืนจังก้าอยู่ด้านหน้า ภาพยนตร์ Transformers ภาค 4 ตอน Age of Extinction มีฉากการต่อสู้สำคัญอยู่ในอุทยานหลุมฟ้าสะพานสวรรค์ ภายในอุทยานยังมีหุ่นยนต์ไดโนเสาร์จากภาพยนตร์เรื่องเดียวกันจัดแสดงอยู่กลางหุบเขาอีกตัว ให้ภาพขัดแย้งในความรู้สึกไปบ้าง แต่นักท่องเที่ยวนิยมถ่ายรูปกับหุ่นยนต์พวกนี้จนพวกมันแทบไม่มีเวลาได้ยืนเดี่ยวๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมเกาะจาห่าวไม่ห่าง ไปไหนไปด้วย เข้าคิวขึ้นลิฟต์แก้วก็ต้องยืนติดกัน ลงจากลิฟต์แก้วแล้วก็เดินไปตามทางเดินที่ทำขึ้นอย่างดี มีเครื่องหมายบอกทาง แม้เดินคนเดียวก็คงไม่หลงไปไหน กลุ่มผู้ชายทั้งหนุ่มแน่นไปจนถึงรุ่นคุณลุงนั่งรอ-ยืนรอลูกค้าที่ขาเข่าไม่อำนวยหรือขี้เกียจเดิน พวกเขาจะหามขึ้นเกี้ยวแบกขึ้นบ่าพาชมไปตามเส้นทางทัวร์ เสียดายที่ไม่ได้ขอให้จาห่าวถามว่าค่าความสบายนี้ต้องจ่ายเท่าไหร่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
สะพานธรรมชาติมังกรเขียว ถูกหุ่นยนต์ไดโนเสาร์จากหนัง Transformers บุกรุกเสียแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากจุดที่วินเกี้ยวตั้งอยู่นี้เราเดินลงไปเรื่อยๆ ลอดใต้สะพานธรรมชาติแห่งแรก เรียกว่า &amp;ldquo;สะพานมังกรฟ้า&amp;rdquo; เมื่อมองลงไปก็จะเห็น &amp;ldquo;โรงเตี๊ยมเทียนฟู&amp;rdquo; อยู่ในหลุมฟ้า หรือหุบเขาลึกมีชื่อว่า &amp;ldquo;หยางฉ่วยเขอ&amp;rdquo; โรงเตี๊ยมหลังคาสีดำกำแพงเทาๆ นี้เป็นกลุ่มอาคารโบราณ สร้างล้อมเป็นสี่เหลี่ยม มีลานตรงกลาง ใต้สะพานมังกรฟ้าถือเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมอันดับหนึ่ง หลายคนมาเยือนอูหลงหรือแม้แต่ฉงชิ่งก็เพื่อจะได้ภาพโรงเตี๊ยมเทียนฟูเป็นฉากหลัง-ฉากล่างไปฝากเพื่อนฝูง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางคนเดียวและเกรงใจไม่กล้าฝากให้คนอื่นถ่ายภาพตัวเองกับวิวโรงเตี๊ยมก็ไม่ต้องกังวล ฝ่ายการท่องเที่ยวอูหลงหรืออาจจะเป็นเอกชนที่ได้รับสัมปทานตั้งกล้องพร้อมอุปกรณ์ขาตั้งกล้องอยู่ตรงนี้ ทุกคนสามารถเข้าคิวถ่ายภาพแล้วรับบัตรหมายเลขเพื่อไปรับภาพที่ปรินต์เคลือบพลาสติกเรียบร้อยแล้วบริเวณทางออกอุทยาน ติดมากับบัตรหมายเลข คือพวงกุญแจรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าคล้ายล็อกเก็ตขนาด 1X2 นิ้ว มีกระจกใส 2 แผ่นสำหรับปิดเข้าและเปิดออกทั้ง 2 ด้าน จุดถ่ายภาพที่เขาจัดไว้มีอยู่ด้วยกัน 4 จุด แบ่งเป็นโซนหลุมฟ้าสะพานสวรรค์ 2 จุด และโซนรอยแยกหลงฉุ่ยเสียอีก 2 จุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
มองไปดูคล้ายพญาเหยี่ยวกำลังกางปีก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โรงเตี๊ยมเทียนฟูคือสถานที่รับและส่งต่อข่าวสารของทางการเมื่อครั้งโบราณ ตั้งอยู่ระหว่างเมืองฝูโจวและเฉียนโจว สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ถัง ป้ายประวัติระบุว่า สร้างในปี ค.ศ.619 หรือปีที่ 2 ในการครองราชย์ของจักรพรรดิเกาจู่ ภายหลังได้รับความเสียหายอย่างหนักจากศึกสงคราม กระทั้งถูกสร้างขึ้นมาใหม่ในปี ค.ศ.2005 บนจุดเดิมตามลักษณะโครงสร้างเดิมที่เหลืออยู่ อีกทั้งวัสดุและรายละเอียดก็สร้างตามร่องรอยประวัติศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;จางอี้โหมว&amp;rdquo; ผู้กำกับ Curse of the Golden Flower แปลไทยว่า &amp;ldquo;ศึกโค่นบัลลังก์วังทอง&amp;rdquo; (เข้าฉายปี ค.ศ.2006) เลือกใช้โรงเตี๊ยมในหุบเขาลึกนี้เป็นฉากสำคัญในหนัง หลายท่านคงจำได้ ภาพการบุกจู่โจมจากรอบทิศทางโดยนักรบชุดดำจำนวนมากโหนสลิงพุ่งลงไปยังโรงเตี๊ยม ขณะดูหนังหลายคนคงไม่คิดว่าสถานที่แห่งนี้มีอยู่จริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พวกเราตามไกด์สาวที่ถือธงเดินนำลงไปยังโรงเตี๊ยมเทียนฟู เธอบรรยายของเธอไปเรื่อย ใครอยู่ห่างไปก็ไม่ได้ยิน เพราะมีนักท่องเที่ยวเต็มไปหมดและส่งเสียงเซ็งแซ่ จาห่าวก็ไม่ได้ตามติดเธอตลอดเวลา ถึงเวลานี้แค่คอยสังเกตธงของเธอก็พอว่าอยู่ตรงไหนแล้วพยายามรักษาระยะไม่ให้ห่างจนเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
สะพานธรรมชาติมังกรดำ แต่ไฉนดูคล้ายคิงคอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากโรงเตี๊ยมมองเงยหน้าย้อนหลังกลับไปก็จะเห็นสะพานธรรมชาติ &amp;ldquo;มังกรฟ้า&amp;rdquo; ดูคล้ายซุ้มประตูหินขนาดยักษ์ ในโรงเตี๊ยมมีภาพยนตร์ฉายอยู่ตรงกำแพงด้านหนึ่ง รูปปั้นม้าตั้งอยู่อย่างน้อย 2 ตัว น่าจะเป็นการสื่อว่าม้าคือผู้นำส่งข่าวสารในอดีต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมอยู่ในนี้ได้เพียงครู่เดียว จาห่าวเดินมาฉุดให้ตามคณะไป จากสะพานมังกรฟ้าสู่สะพานมังกรเขียว ป้ายเขียนบรรยายว่าในวันฝนตกจะมีน้ำตกลงมาจากหน้าผากลายเป็นหมอก เมื่อฝนหยุดหมอกจะกลายเป็นสีรุ้ง ประสานกับสะพานธรรมชาติรูปคล้ายมังกรสีเขียวทะยานขึ้นฟ้าแลดูอัศจรรย์น่าเกรงขาม ตัวสะพานมังกรเขียวนี้สูงถึง 281 เมตร ถือเป็นสะพานธรรมชาติที่สูงที่สุดในโลก ปัจจุบันมีตัวหุ่นยนต์ไดโนเสาร์จาก Transformers 4 มาแยกเขี้ยวคุมเชิงมังกรอยู่ใกล้ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จาห่าวคว้าเอาโดรนออกมาจากเป้ จัดการต่ออุปกรณ์เข้ามือถือแล้วพยายามจะนำโดรนขึ้นบินเพื่อถ่ายภาพในมุมมองที่ไม่ได้หาง่ายๆ แต่ลองแล้วลองอีกก็ไม่สำเร็จ เขาบอกว่าไม่มีสัญญาณ ผมไม่มีความรู้เรื่องนี้จึงไม่เข้าใจว่าเขาต้องการสัญญาณอะไรในการบังคับโดรนขึ้นบิน สุดท้ายก็เก็บกลับเข้าเป้ด้วยความผิดหวัง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
รอยแยกหลงฉุ่ยเสีย ส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติทางธรณีวิทยาอูหลง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สะพานถัดไปชื่อสะพานมังกรดำ แต่มีคนมองเป็นกอริลลายักษ์มากกว่า ถึงขั้นมีป้ายเขียนบรรยายความคล้ายกับคิงคองไว้ โดยเฉพาะดวงตาทั้งคู่ สะพานนี้มีน้ำพุธรรมชาติอยู่ด้านบนไหลลงสู่เบื้องล่างให้ภาพต่างกัน บ้างเป็นม่านน้ำตก บ้างเป็นแผ่นละอองน้ำ ตอนสัมผัสเหมือนโดนฉีดสเปรย์บางๆ นอกจากบรรดาน้ำตกแล้วตลอดทางเดินก็ยังมีลำธารและสะพานหินสวยงามข้ามไปมา ช่วงท้ายๆ ลำธารขยายออกเป็นสระ เพราะมีฝายกั้นไว้ด้านบน แต่ดูไม่ลึก ด้านข้างบางจุดมีหาดทรายและโขดหินให้ลงไปเดินเล่น ส่วนในสระปลาคาร์พแหวกว่ายอยู่เต็มไปหมด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนจะออกจากโซนหลุมฟ้ามีห้องน้ำอย่างดีให้เข้าไปทำธุระ จากนั้นออกมาเจอกับซุ้มภาพถ่าย ตากล้อง 2 คนได้ถ่ายเราไว้กับฉากหลังสวยงามบริเวณใต้สะพานมังกรฟ้าและสะพานมังกรสีเขียว เรายื่นบัตรหมายเลขที่ได้จากตากล้องให้เจ้าหน้าที่สาว เธอนำรูปขนาดประมาณ 6X8 นิ้วที่ปรินต์เคลือบพลาสติกเรียบร้อยแล้วมาให้ดู น่าจะเป็นกระดาษปอนด์ธรรมดา บอกราคาขาย 20 หยวนต่อภาพ หรือตกราวๆ 100 บาท ผมทำท่าจะควักตังค์ซื้อ จาห่าวบอกว่าไม่ต้องซื้อ แพงไป แล้วขอรูปเล็กมาแทน รูปเล็ก 2 รูปนี้ฟรี เอาไปใส่ในพวงกุญแจล็อกเก็ตที่ผมพูดถึงก่อนหน้านี้ รู้สึกเสียดาย โดยเฉพาะภาพที่มีฉากหลังเป็นโรงเตี๊ยมในหลุมฟ้า เพราะผมไม่มีรูปตัวเองกับวิวนี้ อันที่จริงผมไม่มีรูปตัวเองแม้แต่รูปเดียวในอุทยานแห่งนี้ นอกจากรูปเล็กจิ๋วในพวงกุญแจ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
น้ำตกกาแล็กซี่ภายในรอยแยกหลงฉุ่ยเสีย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เราตามคณะทัวร์ไม่ทันไปสักพักแล้ว จุดเปลี่ยนก็คือตอนที่จาห่าวพยายามนำอากาศยานของเขาขึ้นบิน แย่ไปกว่านั้นจาห่าวไม่ยอมซื้อตั๋วรถชัทเทิลพลังงานไฟฟ้า คล้ายๆ รถกอล์ฟราคา 15 หยวน เพื่อนั่งไปยังโซนถัดไประยะทางกิโลเมตรกว่าๆ เขาบอกว่านั่นสำหรับสตรีและคนชรา แล้วเราก็พากันเดิน บางช่วงก็วิ่ง แม้ว่าทางเดินจะทำไว้ดีมาก แต่ลาดชันจนทำให้เหนื่อย รถกอล์ฟคันแล้วคันเล่าวิ่งแซงเราไป ตอนเริ่มเดินเขาถามผมว่า &amp;ldquo;ไหวไหม&amp;rdquo; แต่พอเดินไปสักพักผมได้ยินเสียงเขาหอบดังชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรามาช้ากว่าที่นัดกับไกด์สาวเอาไว้ประมาณ 10 นาที เธอจัดให้เข้าแถวขึ้นรถบัสของอุทยานสำหรับไปชม &amp;ldquo;รอยแยกหลงฉุ่ยเสีย&amp;rdquo; ส่วนคณะผู้สูงอายุที่มากับพวกเราล่วงหน้าไปก่อนแล้ว และสถานที่ต่อไปไกด์สาวไม่ได้เดินทางไปด้วย เธอจะไปรออยู่ที่ทางออกพร้อมรถทัวร์ในเวลา 4 โมงเย็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่กี่นาทีก็ถึงทางเข้ารอยแยกหลงฉุ่ยเสีย (Longshuixia Fissure) มีป้ายเขียนไว้ว่า &amp;ldquo;การเดินทางสู่ใจกลางโลก&amp;rdquo; ช่วงแรกๆ เราเดินในถ้ำ จากนั้นก็ออกมาเดินเลียบผาหิน เบื้องบนคือยอดผา เบื้องล่างคือหลุมลึก แสงอาทิตย์ส่องลงมาได้เพียงบางเบา มีน้ำตกให้รู้สึกตื่นตาตื่นใจหลายแห่ง โดยเฉพาะน้ำตกที่ชื่อ &amp;ldquo;น้ำตกกาแล็กซี่&amp;rdquo; ตกลงมาแล้วก็รวมกับลำธารแคบ ไหลเซาะไปตามหินใหญ่น้อยรูปร่างแปลกตา บางช่วงเราต้องเดินงอตัวไปตามช่องเขาแคบๆ โค้งๆ เกือบจะยื่นมือไปแตะผาอีกฝั่งได้ ไม่ง่ายนักที่จะทำทางเดินบันไดหินมีราวจับแข็งแรงตลอดเส้นทาง โดยรวมแล้วรอยแยกนี้ก็คือแคนยอนที่เรียกว่าแคนยอนระดับตัดลึกถึงตัดกลาง ความยาวรวม 5 กิโลเมตร แต่ทางเดินที่สร้างขึ้นช่วยย่นระยะให้เหลือ 2 กิโลเมตร มีความลึกจากยอดผาถึงก้นหลุมระหว่าง 200 เมตร ถึง 350 เมตร ส่วนที่แคบสุดห่างกันเพียง 1 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
น้ำตกม่านลูกปัดในรอยแยกหลงฉุ่ยเสีย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เราถ่ายรูป 2 จุด 2 รูปกับตากล้องมืออาชีพ รับบัตรหมายเลขและพวงกุญแจล็อกเก็ตอีกครั้ง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ซื้อ รับมาแต่รูปจิ๋วแจกฟรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้ำฟูหรงที่เป็น 1 ใน 3 สถานที่ท่องเที่ยวหลักของอูหลงคาสต์อยู่ค่อนข้างห่างออกไปจาก 2 แห่งแรก คณะทัวร์ของเราจึงไม่มีเวลาไปเยือน เราออกจากอุทยานไปเจอกับแผงขายของกินจำพวกมันปิ้ง ข้าวโพดต้ม และผลไม้หลายชนิด แต่ละแผงล้วนขายเหมือนกันทั้ง 2 ฝั่งทางเดิน มีห้องน้ำและคาเฟ่อยู่มุมหนึ่ง เราไม่เจอคณะที่มาด้วยกัน แต่ผมเดินหารถทัวร์ของเราจนเจอ จาห่าวโทรศัพท์หาไกด์สาว เธอโผล่มาโดยที่ยังไม่ได้รับโทรศัพท์ คณะที่เหลือทยอยออกมาจากห้องน้ำ เมื่อพร้อมแล้วก็ออกเดินทางกลับตัวเมืองฉงชิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากเราไม่ใช้รถทัวร์ แต่ใช้เฮลิคอปเตอร์หรือโดรนขึ้นบินแล้วมองกลับไปยังอุทยานอูหลงก็จะเห็นหลุมและรอยแยกแซมอยู่ตามสีเขียวพืดของขุนเขา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหมาะนักที่ยักษียักษาจะเล่นซ่อนหากันในนั้น.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59753</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉงชิ่ง, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, สะพานสวรรค์, หลุมฟ้า-สะพานสวรรค์, อุทยานหลุมฟ้าสะพานสวรรค์, อุทยานหลุมฟ้าสะพานสวรรค์ (จบ), อูหลง, เบื้องหน้าที่ปรากฎ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088baf5c3e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
