<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16727</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2018 20:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2018 20:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บาร์ซ่าดุยิง8ลูกปาดเรอัลขึ้นนำฝูงลาลีกาก่อนเบรกทีมชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
เรอัล มาดริด ที่วันเสาร์ ถล่ม เลกาเนส ไป 4-1 อาจคิดว่ายังไงก็คงรักษาตำแหน่งจ่าฝูงไว้ได้ก่อนเบรกทีมชาติ&amp;nbsp; แต่ บาร์เซโลน่า สามารถผงาดเป็นทีมนำ หลังยิงคู่แข่งไปถึง 8 ประตู ปาดหน้าแซงขึ้นไปรั้งหัวแถวด้วยประตูได้เสียที่เหนือกว่าทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเกมที่ คัมป์ นู เมื่อคืนวันอาทิตย์ อูเอสกา ทำเซอร์ไพร์ส บุกไปขึ้นนำทีมแชมป์ได้ตั้งแต่ 3 นาทีแรก จาก คูโช เอร์นันเดซ ที่ยืมตัวมาจาก วัตฟอร์ด แต่ บาร์ซ่า ก็ตามตีเสมอได้เร็ว จาก ลิโอเนล เมสซี่ ในนาทีที่ 16 และ ทำได้อีกประตู น.61 โดยอีก 6 ประตู ที่ เจ้าบ้าน ได้มาจาก ฆอร์เก ปูลิโด ทำเข้าประตูตัวเอง น.24, หลุยส์ ซัวเรซ น.39, 93 (จุดโทษ) อูสมัน เดมเบเล่ น.48, อิวาน ราคิติช น.52 และ ฆอร์ดี้ อัลบา น.81 ส่วน ทีมเยือนได้อีกหนึ่งประตูปลอบใจจาก อเลยันโดร กัลลาร์ ฟัลกูเอร่า น.42&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุปตารางคะแนน ก่อนเบรกทีมชาติ บาร์เซโลน่า กับ เรอัล มาดริด มี 9 คะแนนเท่ากัน แต่ บาร์ซ่า นำเป็นจ่าฝูง เพราะประตูได้เสียดีกว่าอยู่ 2 ลูก อันดับ 3 เป็น เซลตา บีโก มี 7 คะแนน ตามด้วยอีก 14 ทีมที่มี 4 คะแนนเท่ากัน โดย เลบันเต้ กับ เซบีญา รั้งที่ 4 กับ 5 ประตูได้เสียก็บวก 2 ลูก เท่ากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16727</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ฆอร์ดี้ อัลบา, บาร์เซโลน่า, ฟุตบอล, ลาลีกา, ลิโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ, อิวาน ราคิติช, อูสมัน เดมเบเล่, อูเอสกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180903/image_big_5b8d3596ec976.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12114</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2018 00:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2018 00:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัสเซียเสียฟอร์ม!อุรุกวัยถล่ม3ลูกคว้าท็อปกลุ่มเอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
หลุยส์ ซัวเรซ นำ อุรุกวัย เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ในฐานะแชมป์กลุ่ม เอ เมื่อคืนวันจันทร์ หลังเบิกสกอร์แรก พาทีมจอมโหดจากอเมริกาใต้ ถล่มชนะเจ้าภาพ รัสเซีย ที่เหลือผู้เล่น 10 คน ไป 3-0
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟรีคิกจากสตาร์บาร์เซโลน่า ในนาทีที่ 10 บวกกับ ลูกยิงแฉลบของ ดิเอโก ลักซอลท์ โดน เดนิส เชรีเชฟ แฉลบเข้าประตูตัวเอง ช่วยให้ อุรุกวัย นำห่าง 2-0 ตั้งแต่ 23 นาทีแรก ในเกมที่ ซามาร่า ก่อนที่ เอดินสัน คาวานี่ จะมาบวกประตูที่สาม ในนาทีสุดท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน รัสเซีย เกมนี้เหลือ 10 คน เกิดขึ้นในนาทีที่ 36 มาจาก แบ็คขวา อิกอร์ สมอลนิคอฟ โดนใบเหลือง 2 ครั้งติดกันภายในระยะเวลาเพียง 8 นาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ อุรุกวัย นับเป็นครั้งแรก ที่พวกเขาชนะรวด 3 เกมในรอบแบ่งกลุ่ม เวิลด์ คัพ ไฟนอลส์
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12114</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018, กีฬา, ทีมชาติรัสเซีย, ทีมชาติอุรุกวัย, ฟุตบอล, หลุยส์ ซัวเรซ, เอดินสัน คาวานี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180626/image_big_5b312364d1c5e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11801</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2018 00:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2018 00:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ซัวเรซ&quot;กดชัยอุรุกวัยลอยลำ/ซาอุฯ-อียิปต์ร่วง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุรุกวัย ตบเท้าลอยลำตาม ชาติเจ้าภาพ รัสเซีย เข้ารอบเป็นทีมที่สองของศึกเวิลด์คัพ 2018 หลัง หลุยส์ ซัวเรซ พังประตูชัย พาทีมเฉือนเอาชนะ ซาอุดิ อาระเบีย 1-0 ในเกมนัดที่สองของทั้งสองทีมในกลุ่ม เอ ที่ รอสตอฟ อารีน่า เมื่อคืนวันพุธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลุยส์ ซัวเรซ กับ เอดินสัน คาวานี่ นำทัพ อุรุกวัย ที่ขนผู้เล่นลงเต็มสูบหวังเก็บชัยชนะเพื่อตีตั๋วล่วงหน้าสู่รอบน็อคเอาท์ หากชนะ พวกเขาก็จะผ่านเข้าสู่รอบต่อไปแน่นอนแล้ว หลังชนะ อียิปต์ มาในเกมแรก ขณะที่ ซาอุดิ อาระเบีย หวังแก้ตัวหลังโดน เจ้าภาพรัสเซีย ถล่มยับในนัดเปิดสนาม เกมนี้หวังช็อคทีมจากอเมริกาใต้ แต่ก็ทำไม่สำเร็จ และแพ้ไปด้วยประตูเดียวที่เกิดขึ้นในเกมนี้จากการยิงของ หลุยส์ ซัวเรซ ในนาทีที่ 23 และเป็นประตูที่ 100 ในนามทีมชาติของ กองหน้าจาก บาร์เซโลนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บทสรุปกลุ่มเอ หลังเตะกันไปเพียง 2 นัด รัสเซีย กับ อุรุกวัย มี 6 คะแนนเท่ากัน ลอยลำเป็นที่เรียบร้อย ส่วน ซาอุดิ อาระเบีย กับ อียิปต์ ยังมี 0 คะแนน กอดคอกันตกรอบแน่นอนแล้วแม้เหลือเตะนัดสุดท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11801</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่ม เอ, การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018, กีฬา, ทีมชาติซาอุดิอาระเบีย, ทีมชาติอุรุกวัย, ฟุตบอล, รอสตอฟ อารีน่า, หลุยส์ ซัวเรซ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180621/image_big_5b2a8cd5bc6db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>1972</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2018 19:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2018 19:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซัวเรซป้องคูตินโญ่โชว์ไม่ออกนัดประเดิมลาลีกา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
หลุยส์ ซัวเรซ ให้สัมภาษณ์ปกป้อง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ เพลย์เมกเกอร์ตัวใหม่ของ บาร์เซโลน่า หลังจากที่เล่นไม่ออก จนต้องถูกเปลี่ยนตัวออก สุดท้ายได้ ลิโอเนล เมสซี่ ตะบันฟรีคิกคว้า 3 แต้มหวุดหวิด ในเกมกับ อลาเบส เมื่อคืนวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คูตินโญ่ แทบไม่มีส่วนร่วมกับเกมในการลงเล่นในลีกเป็นนัดแรกกับ บาร์เซโลน่า และการลงสนามเป็นตัวจริงครั้งแรกนับตั้งแต่ย้ายมาจาก ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 145 ล้านปอนด์ เมื่อต้นสัปดาห์ก่อน เขาอยู่ในสนามได้ 66 นาที ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออก ให้ ปาโก อัลคาเซอร์ ลงไปแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย ซัวเรซ ในฐานะรุ่นพี่ ที่มีประสบการณ์ย้ายจาก เมอร์ซีย์ไซด์ มาอยู่ คาตาโลเนีย มาแล้ว กล่าวปกป้องเพื่อนร่วมทีมคนใหม่ สำหรับฟอร์มในนัดนี้ &amp;quot;มันไม่ง่ายกับการประเดิมเกมแรกในลีกที่คัมป์นู ฟิลิปเป้ เล่นดีมากแล้ว เขาพยายามขับเคลื่อนเกมอย่างเต็ม ทุกคนในทีมพอใจกับความทุ่มเทของเขาอย่างมาก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ คูตินโญ่ ประเดิมเกมแรก กับ บาร์ซ๋า ไปแล้วในบ้าน แต่ในศึกโคปา เดล เรย์ เมื่อคืนวันพฤหัสฯ โดยนัดนั้นเป็นสำรอง ส่วนแมทช์นี้ ทีมเยือนขึ้นนำก่อน แต่ก็ได้ ซัวเรซ ที่ทำประตูตีเสมอ และเป็นการยิงในลาลีกาติดต่อกันเป็นนัดที่ 8 ก่อน เมสซี่ ปั่นฟรีคิกเป็นประตูชัยก่อนหมดเวลา 6 นาที
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1972</URL_LINK>
                <HASHTAG>บาร์เซโลน่า, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, หลุยส์ ซัวเรซ, อลาเบส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180129/image_big_5a6f0de28d28f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
