<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>85490</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2020 13:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2020 13:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หอการค้าไทย-จีนเผยศก.ไทยปี 64 โต 2.5-3.5%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ย. 2563 หอการค้าไทย-จีน เปิดผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยปี 2564 กว่า 41.% คาดว่าเศรษฐกิจไทยโต 2.5-3.5 % โดยเศรษฐกิจจีนจะกลับมาฟื้นตัวสูงและมีส่วนขับเคลื่อนศก.ไทยโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนพร้อมกลับมามากขึ้น ขณะที่สถานการณ์การค้าโลกผ่อนคลาย หลังสหรัฐฯได้ประธานาธิบดีคนใหม่สอดรับIMF ที่ประเมินศก.จีนและไทยโต 8.2% และ 4% ตามลำดับ ปูพรมเปิดความร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศจีน (ไทย) สร้างเครือข่าย อำนวยความสะดวก สร้างเส้นทางการค้า-ลงทุนในอนาคต

นายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานกรรมการ หอการค้าไทย-จีน เปิดเผยว่า&amp;nbsp; หอการค้าได้จัดทำดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย-จีน ไตรมาส 1/2564&amp;nbsp; ซึ่งสำรวจจากความเห็นของคณะกรรมการหอการค้าไทย -จีน เครือข่ายสมาพันธ์หอการค้าไทย-จีน&amp;nbsp; สมาคมธุรกิจต่างๆของจีน กว่า 60 สมาคมฯ&amp;nbsp; รวมทั้งนักธุรกิจรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการขนาดเล็ก ขนาดกลาง และ ขนาดใหญ่&amp;nbsp; และชาวจีนโพ้นทะเล ผ่านการประมวลผลข้อมูล Google Survey From โดยแบบสอบถามประกอบด้วย 4 ส่วน คือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1) ความสัมพันธ์ระหว่างเศรษฐกิจไทย-จีน&amp;nbsp; 2) ตัวชี้วัดภาวะเศรษฐกิจไทย&amp;nbsp; 3)&amp;nbsp; ตัวชี้วัดปัจจัยเกื้อหนุน และ/4) ประเด็นเฉพาะกิจ หรือเหตุการณ์ โดยพบว่า&amp;nbsp; 61.5 % ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ มั่นใจว่าเศรษฐกิจจีนจะเติบโตสูงขึ้น สอดคล้องกับสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในประเทศจีนเนื่องจากจีนสามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด 19 ได้เป็นอย่างดี

ขณะที่ 50 % ของผู้ถูกสำรวจต่างคาดการณ์ จะมีนักลงทุนจีนเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และแนวโน้มนักท่องเที่ยวจากจีนน่าจะเริ่มกลับมายังประเทศไทยอีกครั้ง และกล่าวได้ว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนนั้นน่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจไทยพลิกฟื้นได้ ในไตรมาสที่หนึ่งปี 2564 ซึ่งสอดคล้องกับการประเมินของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ ที่คาดการณ์ว่าปี 2564 เศรษฐกิจโลกจะกลับมาฟื้นตัวราว5.2%ส่วนเศรษฐกิจจีน จะขยายตัว 8.2%และเศรษฐกิจไทย จะขยายตัวที่ 4.0%

สำหรับมุมมองต่อภาวะเศรษฐกิจไทยพบว่าผลสำรวจ 44.1 %&amp;nbsp; คาดการณ์ว่าอัตราการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2564 จะโตน้อยกว่า 2.5 %&amp;nbsp; และ 41.3 %&amp;nbsp; คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะโตอยู่ระหว่าง 2.5-3.5 %&amp;nbsp; เนื่องจากผลสำรวจ สัดส่วน 43.3 % มองว่าเศรษฐกิจการค้าการลงทุนของไทยโดยรวมในไตรมาสแรกของปี 2564 โดยเฉพาะในภาคธุรกิจพาณิชย์ อิเล็กทอนิกส์ สินค้าเกษตร บริการโลจิสติกส์&amp;nbsp; บริการสุขภาพ และ สินค้าเกษตรแปรรูป จะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย&amp;nbsp; ขณะที่อุตสาหกรรมที่ต้องเผชิญกับความท้าทาย ได้แก่ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ การก่อสร้าง และ อุตสาหกรรมการผลิต เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องมีมาตรการการสนับสนุนจากภาครัฐ เพื่อให้เกิดการกระตุ้นการขับเคลื่อนของธุรกิจดังกล่าว

&amp;nbsp; ทั้งนี้ในความเคลื่อนไหวทางด้านการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ 46.7 % คาดการณ์ว่าไตรมาสที่ 1 ปี 2564 มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ในส่วนอัตราแลกเปลี่ยน กลุ่มสำรวจ 70 % มองว่าผู้ค้ากับต่างประเทศต้องเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ความเสี่ยงของค่าเงินบาท ที่อาจจะมีทิศทางแข็งค่ามากขึ้น เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2563 อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจไทยอาจจะต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 6 เดือน ในการฟื้นตัวกลับมาดีขึ้น แม้ว่าจะมีการค้นพบวัคซีนก็ตาม

&amp;nbsp;นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า จากผลการเลือกตั้งสหรัฐอเมริกา ที่ได้นายโจ ไบเดน เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ เชื่อว่าจะทำให้มีความขัดแย้งระหว่างประเทศสหรัฐและจีนผ่อนคลายลง ซึ่งกลุ่มสำรวจใน 70 %&amp;nbsp; เห็นว่าความชัดเจนดังกล่าวจะส่งผลดีต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของระหว่างสองประเทศทำให้การค้าโลกผ่อนคลายมากขึ้น ที่จะมีส่วนทำให้ไทยได้รับผลดีตามไปด้วยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2564&amp;nbsp; อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดของนักลงทุน โดยเฉพาะสถานการณ์ทางการเมืองไทย และมาตรการผ่อนปรนของรัฐบาลในการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;

มูลค่าการค้าระหว่างไทย-จีน ในรอบ 10 เดือนแรกของปี 2563 (ม.ค.-ต.ค. 2563)&amp;nbsp; มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 64,763 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ คิดเป็น 17.89 % ของมูลค่าการค้ารวมของไทย โดยมีการส่งออกไปยังประเทศจีน มูลค่า 24,542 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 2.7 % คิดเป็น 12.76% ของการส่งออกของไทย&amp;nbsp; นอกจากนี้ เพื่อส่งเสริมและอำนวยความสะดวกทางการค้าให้กับสมาชิกหอการค้าไทย-จีน ได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู)&amp;nbsp; ระหว่างหอการค้าไทยจีน กับธนาคารแห่งประเทศจีน (ไทย) จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทั้งทางด้านเศรษฐกิจ และ โอกาสทางธุรกิจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมถึงการเข้าถึงการบริการของธนาคารแห่งประเทศจีนทั่วโลก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85490</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีดีพี, หอการค้าไทยจีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201130/image_big_5fc492a867e76.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76906</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 11:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 11:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หอการค้าไทย-จีนมั่นใจศก.Q4ฟื้นแต่ยังห่วงปัจจัยการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย. 2563 นายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานกรรมการ หอการค้าไทย-จีน เปิดเผยว่าประเมินผล
ทางเศรษฐกิจไตรมาส 4 พบผู้ประกอบการส่วนใหญ่มองเศรษฐกิจจีนทั้งการค้าและการ
ลงทุนไตรมาส 4 ปี 2563 จะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2563 ส่งผลให้การนำเข้าและส่งออกระหว่างไทยกับจีนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ขณะที่มุมมองต่อเศรษฐกิจไทยและทิศทางตลาดหุ้นไตรมาสสุดท้ายปีนี้มีโอกาสทรงตัวและปรับตัวดีขึ้นมากกว่าโอกาสที่จะถดถอย โดยแนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยนคาดจะเคลื่อนไหวระหว่าง 30.85-31.35 บาทต่อเหรียญสหรัฐอเมริกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;ldquo;รอบ 7 เดือนแรกของปีนี้(ม.ค.-ก.ค.63 ) การส่งออกไทยไปตลาดจีนขยายตัว 4.5%หรือเป็นสัดส่วน 12.8% ของการส่งออกทั้งหมดของไทย จึงมีส่วนที่จะเป็นปัจจัยในการขับเคลื่อนการส่งออกไทยได้ระดับหนึ่งและเมื่อเศรษฐกิจจีนมีทิศทางดีขึ้นก็ย่อมส่งผลต่อการค้าและส่งออกของไทยกับจีนจะเติบโตเช่นกัน แต่ในมุมมองเศรษฐกิจไทยไตรมาสสุดท้ายปีนี้ ยอมรับว่าผลสำรวจไม่มีมติเป็นเอกฉันท์ว่าจะดีขึ้นหากแต่โอกาสที่จะลดลงมีไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับโอกาสที่จะทรงตัวและดีขึ้นรวมกัน&amp;rdquo;นายณรงค์ศักดิกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ทั้งนี้แม้ว่าเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 2 ปีนี้จะหดตัว 12.2% แต่ก็เริ่มมีสัญญาณบวกจากความสามารถในการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี แต่ก็ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามใกล้ชิด ขณะเดียวกันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรัฐบาลควรเร่งแก้ไขไตรมาส 4 โดยเร็วด้วยการเร่งแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน รวมถึงมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศที่แม้ว่ารัฐบาลจะได้ดำเนินการอยู่แต่ยังไม่เพียงพอที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยได้จึง จำเป็นต้องผลักดันมาตรการผ่อนคลายการเดินทางเข้าไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติในไตรมาส 4ปี 2563 นี้ด้วย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการเข้ามาพำนักในประเทศไทยในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;อย่างไรก็ตามเมื่อได้มีการสอบถามถึงการเปิดให้ต่างชาติมาท่องเที่ยวในไทยเกินครึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามให้ข้อคิดเห็นว่านักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาต้องมาจากพื้นที่ที่ปลอดจากโควิด ระยะเวลาที่เหมาะสมตามที่ทางการแพทย์ยอมรับได้และต้องมีการกักตัวในระยะสั้น และระยะเวลาการกักตัวนั้นขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยงของประเทศ ทั้งนี้ ต้องมีการหารือในระดับท้องที่เพื่อให้ประชาชนในท้องถิ่นให้ความยอมรับในการเปิดพื้นที่ และมีการจำกัดบริเวณการเดินทางให้อยู่เฉพาะภายในพื้นที่ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นอกจากนี้จากการสอบถามถึงความเชื่อมั่นในการงทุนพบว่า ปัจจัยสำคัญสุดคือการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ทางการเมืองและการประท้วงหากคลี่คลายได้จะสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนซึ่งให้ความสำคัญมากกว่าปัจจัยลำดับที่สองคือการทดลองวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในคนได้อย่างสมบูรณ์ โดยคาดว่าจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 9-12 เดือนที่จะทำให้เกิดความมั่นใจในการลงทุนเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;quot; ไตรมาสสุดท้ายของปี 2563 นักธุรกิจหอการค้าไทยจีนยังมีความเชื่อมั่นในธุรกิจออนไลน์ ธุรกิจพืชผลทางการเกษตร บริการสุขภาพ โลจิสติกส์ และธุรกิจสินค้าเกษตรแปรรูปที่ยังสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ในทางตรงกันข้ามได้ตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องเร่งแก้ไขอย่างเร่งด่วนในธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้าง และภาคอุตสาหกรรมการผลิต &amp;ldquo;นายณรงค์ศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76906</URL_LINK>
                <HASHTAG>#เศรษฐกิจไทย, หอการค้าไทยจีน, เศรษฐกิจไทย ไตรมาส 4</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f585bd8980fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66748</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2020 08:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2020 08:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วธ.ใช้&#039;โต่วยิน&#039;  แอพฯ ยอดนิยมจากจีน ขาย&quot;สินค้าวัฒนธรรม-การท่องเที่ยว-ศิลปะ&quot; ดึงศิลปินดังช่วยโปรโมท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เปิดเผยว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) &amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้สนับสนุนนโยบายการพัฒนาสู่ประเทศไทย 4.0 ของรัฐบาล โดยการส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ วัฒนธรรมและบริการที่มีมูลค่าสูงใน 5&amp;nbsp;ด้าน หรือ 5F ได้แก่ อาหาร ภาพยนตร์ แฟชั่น มวยไทย และเทศกาล ประเพณี เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ สร้างอาชีพและรายได้สู่ประชาชน ชุมชนและประเทศ โดยเฉพาะการนำอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์มาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาศักยภาพการแข่งขันของประเทศและสร้างจุดยืนที่แข็งแกร่งในเวทีโลก ดังนั้น เพื่อเป็นการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวและเพื่อเตรียมฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทยหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019&amp;nbsp;(COVID-19) โดยการนำมิติทางวัฒนธรรมมาเป็นเครื่องมือในการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว รวมทั้งเนื่องในวาระครบรอบความสัมพันธ์ทางการทูต 45&amp;nbsp;ปี ระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน กระทรวงวัฒนธรรมจึงร่วมกับหอการค้าไทยในจีน จัดงานเทศกาลไทย Live Stream Thailand x Tiktok ระหว่างวันที่ 23&amp;nbsp;- 26&amp;nbsp;&amp;nbsp;พฤษภาคม 2563&amp;nbsp;โดยจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวของไทยและการนำเสนอศิลปวัฒนธรรม ผลิตภัณฑ์ สินค้าและบริการทางวัฒนธรรมที่มีศักยภาพของไทยผ่านแอปพลิเคชัน TikTok เครือข่ายจีน หรือโต่วยิน (Douyin) ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันที่ได้รับความนิยมมากที่สุดขณะนี้ในตลาดออนไลน์ของจีน ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการสูงถึง 400ล้านคนต่อวัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิทธิพล กล่าวว่า สำหรับงานเทศกาลไทย Live Stream Thailand x Tiktok มีรูปแบบการจัดงานในลักษณะการจัดรายการถ่ายทอดสดออนไลน์ (Live Stream) ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ไทยน่าเที่ยว ไทยน่าชม และไทยน่าซื้อ&amp;rdquo; โดยนำเสนอการแสดงศิลปวัฒนธรรมของไทย สถานที่ท่องเที่ยว สินค้า และบริการทางวัฒนธรรมของไทย อาทิ การแสดงดนตรีไทย ละครไทย การแสดงมวยไทย และสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมของชาวจีน เน้นกลุ่มผู้ชมซึ่งเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ของจีน โดยมีศิลปิน ดารา นักแสดงของไทยที่มีชื่อเสียงในจีน เป็นผู้ดำเนินรายการ อาทิ นาว ทิสานาฏ ศรศึก, เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา, ออกแบบ ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง, นนกุล ชานน สันตินธรกุล และ ติช่า กันติชา ชุมมะ ดำเนินรายการโดยเมืองภูมิ หาญศิริเพชร หรือ หันปิง พิธีกรรายการผู้ทรงอิทธิพล (Key Opinion Leader: KOL) บนโลกออนไลน์ของจีน เป็นต้น พิธีเปิดงานฯ ในวันที่ 23&amp;nbsp;&amp;nbsp;พฤษภาคมที่ผ่านมา ผ่านแอปพลิเคชันโต่วยิน (Daojin) หรือ Tiktok เวอร์ชั่นจีนแผ่นดินใหญ่ ทั้งนี้ การจัดงานดังกล่าวจะเป็นการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม เศรษฐกิจ การค้าระหว่าง ๒ ประเทศ และเตรียมเปิดตลาดการท่องเที่ยวในประเทศไทยหลังจากผ่านพ้นวิกฤติสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และยังเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวจีนอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ วธ.ยังได้เตรียมแผนการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ไทย ผ่านแอปพลิเคชันโต่วยิน (Douyin) ของกระทรวงวัฒนธรรม (ID: mculture) อย่างต่อเนื่อง โดยจะเผยแพร่สื่อด้านศิลปวัฒนธรรมไทยที่มีศักยภาพ 5F ทุกสัปดาห์ ๆ ละ 3&amp;nbsp;คลิป เพื่อนำเสนอเนื้อหาด้านศิลปวัฒนธรรมไทย ผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย และองค์ความรู้ต่างๆ ที่เป็นเสน่ห์ของประเทศไทย เพื่อให้ชาวจีนที่ชื่นชอบประเทศไทยได้มีโอกาสสัมผัสและชื่นชมกับประเทศไทยในมิติต่างๆ ในระหว่างที่ยังไม่สามารถเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยได้อย่างปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66748</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงวัฒนธรรม, หอการค้าไทยจีน, อิทธิพล คุณปลื้ม, โตว่ยิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200524/image_big_5ec9cb21dd858.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
