<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>18889</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2018 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2018 09:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อธิบดีกรมศิลป์ฯยันยังไม่พบวัตถุโบราณที่หอระฆัง วัดพระยาทำวรวิหารสูญหาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2ต.ค.61-อธิบดีกรมศิลป์ แจงยังไม่พบร่องรอยของหาย &amp;nbsp;จากหอระฆัง วัดพระยาทำวรวิหาร &amp;nbsp;เผยมีการทำงานเปนระบบ ตรวจเช็คทำบัญชีโบราณวัตถุ ก่อนบุรณณะ &amp;nbsp; และตรวจสอบอีกครั้ง ยังไม่พบมีอะไรหาย อย่างที่ชาวบ้านเข้าใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
กรณีชาวบ้านชุมชนวัดพระยาทำวรวิหาร ถนนอรุณอมรินทร์ กว่า 30 คน รวมตัวจี้ถามผู้เกี่ยวข้องเรื่องพระเครื่อง โบราณวัตถุ ภายในหอระฆัง วัดพระยาทำวรวิหาร หายไป โดยอ้างว่ามีคนหยิบติดมือกลับบ้านแล้วเกิดอาถรรพณ์ รวมถึงให้กรมศิลปากรชี้แจงกระบวนการทำงานบูรณะนั้น เมื่อวันที่ 1 ต.ค. นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ได้รับรายงานจากกองโบราณคดีถึงการดำเนินการบูรณะโบราณสถาน โดยผู้รับจ้างได้มีการกำหนดขั้นตอนดำเนินงานขุดตรวจทางโบราณคดี พร้อมทั้งบันทึกภาพถ่ายสภาพก่อนการขุดตรวจ ระหว่างการขุดตรวจและหลังจากเสร็จการขุดตรวจในแต่ละระดับชั้น อีกทั้งมีการบันทึกลักษณะชั้นดินทางโบราณคดี การบันทึกเก็บข้อมูลหลักฐานทางโบราณคดี และวิเคราะห์หลักฐานที่จากการขุดตรวจทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายอนันต์กล่าวว่า จากการขุดตรวจชั้นฐานเดิมของเจดีย์ เป็นชั้นดินทรายถมผสมดินร่วน พบโบราณวัตถุประเภทเศษเครื่องถ้วยขลิบสีเหลือง สีเขียว และลวดลายเบญจรงค์ โดยรอบบริเวณพื้นที่ขุดตรวจ นอกจากนี้ยังพบร่องรอยของเท้ายักษ์และร่องรอยของลำตัวพญานาค ที่ประดับด้วยเครื่องถ้วยลายครามด้านทิศเหนือของเจดีย์ ซึ่งยังคงเหลือลวดลายปูนปั้นเกล็ดพญานาคและชิ้นกระเบื้องถ้วยลายครามที่ใช้ประดับ โดยการดำเนินงานจัดเก็บหลักฐานทางโบราณคดีพบเพียงการเรียงอิฐครอบ ซึ่งฐานดังกล่าวที่พบประดับด้วยเศษชิ้นส่วนกระเบื้องถ้วยลายคราม ถ้วยปูและถ้วยปลา ตลอดทั้งแนวรอบเจดีย์หอระฆัง มีความสูงประมาณ 30 เซนติเมตร ทั้งนี้ จากลวดลายของเครื่องถ้วยสันนิษฐานว่าเป็นเครื่องถ้วยแหล่งผลิตเตาเดียวกับวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายอนันต์กล่าวด้วยว่า จากการตรวจสอบและประเมินสภาพชุดฐานหอระฆัง วัดพระยาทำวรวิหาร ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นเดิมในสมัยแรกสร้าง โดยมีการประดับกระเบื้องเคลือบนั้น พบว่าสภาพปูนที่ยึดติดกระเบื้องเคลือบมีความเสื่อมสภาพ โดยสังเกตได้จากกระเบื้องเคลือบที่ถูกนำมาตีให้แตกบนพื้นผิวปูนบางชิ้นหลุดร่วง รวมถึงบริเวณบางด้านของหอระฆังก็แทบไม่หลงเหลือร่องรอยการประดับส่วนนี้ ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าถูกรบกวนตั้งแต่เมื่อสร้างมีการซ่อมบูรณะปรับเปลี่ยนฐานในสมัยที่ 2 ดังนั้น การจัดเก็บหลักฐานทางโบราณคดีจะดำเนินการโดย 2 วิธี โดยวิธีแรก เป็นการตัดยกการเข้าเฝือก เป็นขั้นตอนการป้องกันไม่ให้พังขณะตัดยก และวิธีที่สอง เป็นการเก็บรายชิ้น เป็นวิธีการเก็บหลักฐานทางโบราณคดีในแต่ละชิ้นที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ทั้งนี้ กรมศิลปากรได้มีการจัดทำทะเบียนรายละเอียดของโบราณวัตถุชิ้นต่างๆ มีการบันทึกภาพ ระดับ ตำแหน่ง จำนวนชิ้น และวิธีการบูรณะแต่ละส่วนเอาไว้ทั้งหมดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมคิดว่าการดำเนินการบูรณะโบราณสถานของกรมศิลปากรมีขั้นตอนการทำงานที่เป็นอย่างเป็นระบบ มีแบบแผนงานการบูรณะ เพื่อให้การบูรณะออกมาดังเดิม ทั้งนี้ อาจจะมีกระเบื้องประดับบางชิ้นส่วนที่แตกหรือเสียหาย เราได้มีการเก็บมาทำความสะอาดและเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี เพื่อเป็นต้นแบบของการบูรณะ และจัดทำชิ้นส่วนใหม่ กรณีที่มีการแตกสลายไป ซึ่งจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่พบว่าชิ้นส่วนโบราณวัตถุสูญหายไปแต่อย่างใด ดังนั้น อยากให้ชาวบ้านเข้าใจถึงการทำงานของกรมศิลปากรด้วย นอกจากนี้ ขอให้ไม่ต้องกังวลถึงภายในโบราณสถานจะมีกรุพระ เพราะเท่าที่ตรวจสอบไม่พบว่ามีการบรรจุไว้แต่อย่างใด&amp;rdquo; อธิบดีกรมศิลปากรกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18889</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศิลปากร, นายอนันต์ ชูโชติ, หอระฆัง วัดพระย่าทำวรวิหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180228/image_big_5a968a880b5c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
