<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117768</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>27ก.ย.ลุ้นเปิด10กิจการ ห้าง-เซเว่นฯขายถึง3ทุ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; หัวโต๊ะ ศบค.ชุดใหญ่ 27 ก.ย. จ่อเคาะคลายล็อก 10 กิจการ &amp;quot;ศูนย์เด็กเล็ก-ห้องสมุด-พิพิธภัณฑ์-หอศิลป์-ฟิตเนส-ทำเล็บ-สัก-นวด-โรงหนัง-เล่นดนตรีในร้าน&amp;quot; &amp;nbsp;ขณะที่ห้าง-ร้านสะดวกซื้อ-ตลาดเตรียมเฮเปิดได้ถึง 3 ทุ่ม เปิดพื้นที่สีฟ้านำร่องท่องเที่ยว ไทยติดเชื้อใหม่ 12,697 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 132 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 กันยายน ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 12,697 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ &amp;nbsp;12,516 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 11,313 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 1,203 ราย และมาจากเรือนจำ 170 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 11 ราย หายป่วยเพิ่มขึ้น 13,540 ราย อยู่ระหว่างรักษา 127,392 ราย อาการหนัก 3,377 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 743 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 132 ราย เป็นชาย 69 ราย หญิง 63 ราย เป็นผู้เสียชีวิตที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 85 ราย มีโรคเรื้อรัง 33 ราย มีหญิงตั้งครรภ์ 1 รายที่ จ.นราธิวาส มีผู้เสียชีวิตนอกโรงพยาบาล 2 คน ที่ กทม.และลำพูน พบผู้เสียชีวิตมากสุดอยู่ใน กทม. 31 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมยืนยันตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,508,447 ราย มียอดหายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,393,902 ราย มียอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 16,016 ราย ขณะที่ สถานการณ์โลก มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 231,386,985 ราย เสียชีวิตสะสม 4,742,610 ราย &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด วันที่ 24 ก.ย. ได้แก่ กทม. 2,239 ราย ชลบุรี 897 ราย สมุทรปราการ 758 ราย ยะลา 675 ราย ระยอง 556 ราย สงขลา 555 ราย นราธิวาส 439 ราย ราชบุรี 365 ราย ตาก 294 ราย และนครราชสีมา 270 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) เตรียมเสนอแนวทางผ่อนคลายมาตรการกิจการ กิจกรรมต่างๆ ต่อที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในฐานะ ผอ.ศบค.เป็นประธานการประชุม ในวันที่ 27 ก.ย.นี้ โดยจะเสนอให้พิจารณาขยายระยะเวลาการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปอีก 2 เดือน หรือถึงวันที่ 30 พ.ย. และจะเสนอให้เลื่อนการเปิดพื้นที่ Sandbox ในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ที่ก่อนหน้านี้เตรียมจะให้ 5 จังหวัดเป็นพื้นที่นำร่อง จากเดิมที่วางแผนไว้ว่าจะเปิดในวันที่ 1 ต.ค.นี้ ขยับไปเป็นวันที่ &amp;nbsp;1 พ.ย. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้จะเสนอให้ผ่อนคลายกิจการ กิจกรรมที่ถูกสั่งปิดเพิ่มขึ้น 10 ประเภท ได้แก่ 1.ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และวัยก่อนเรียน 2.ห้องสมุดสาธารณะ ห้องสมุดเอกชน ห้องสมุดชุมชน 3.พิพิธภัณฑ์ แหล่งประวัติศาสตร์ โบราณสถาน 4.ศูนย์การเรียนรู้ ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม หอศิลป์ 5.กีฬาในร่ม ในห้องที่มีระบบปรับอากาศ ฟิตเนส 6.ร้านทำเล็บ 7.ร้านสัก 8. ร้านนวด สปา เพื่อสุขภาพ 9.ธุรกิจโรงภาพยนตร์ ฉายภาพยนตร์ และ 10.การเล่นดนตรีในร้านอาหาร โดยผู้ประกอบการต้องมีการตรวจสอบและปรับปรุงระบบหมุนเวียนอากาศ และจัดสถานที่ให้เป็นไปตามมาตรการ COVID-Free Setting ก่อนเปิดบริการ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า สถานที่กลุ่มกีฬากลางแจ้ง ที่ร่มโล่งมีอากาศถ่ายเทสะดวก การซ้อมของนักกีฬาทีมชาติไทยทุกประเภท และร้านสะดวกซื้อ ตลาดสด ตลาดนัด ให้เฉพาะที่จำหน่ายเครื่องอุปโภคบริโภค และ ขยายเวลาเปิดให้บริการไม่เกินเวลา 21.00 น. จากเดิมที่เปิดบริการได้ถึง 20.00 น. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน จะเสนอให้พิจารณาให้ปรับเวลาออกนอกเคหสถานหรือเคอร์ฟิว จากเดิม 21.00 น. ถึง 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ขยับเป็นเวลา 22.00 น. ถึงเวลา 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น และจะเสนอปรับลดระยะเวลาในการกักตัวในสถานที่กักกันของรัฐ โดยให้ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศไทยในทุกช่องทางที่มีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนครบตามเกณฑ์มาแล้วอย่างน้อย 14 วัน ให้กักตัวอย่างน้อย 7 วัน และต้องตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR 2 ครั้ง ครั้งแรก วันที่ 0-1 ครั้งสอง วันที่ 6-7 ส่วนผู้ที่เดินทางเข้าประเทศซึ่งโดยสารมาทางเครื่องบิน และไม่มีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน ให้กักตัวอย่างน้อย 10 วัน และต้องตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR 2 ครั้ง ครั้งแรก วันที่ 0-1 ครั้งสอง วันที่ 8-9 &amp;nbsp; ขณะที่ผู้เดินทางเข้าประเทศไทยทางช่องทางบก และไม่มีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน ให้กักตัวอย่างน้อย 14 วัน และตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR 2 ครั้ง ครั้งแรกวันที่ 0-1 ครั้งสองวันที่ 12-13 ทั้งนี้ จะมีผลบังคับใช้วันที่ 1 ต.ค. &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ประชุม ศปก.ศบค.ยังจะเสนอให้พิจารณาแนวทางการเปิดพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยวในพื้นที่ที่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 น้อยมาก หรือพื้นที่สีฟ้า โดยกำหนดรูปแบบการท่องเที่ยวขึ้นอยู่กับลักษณะและความพร้อมของพื้นที่สีฟ้า คือ การจัดพื้นที่ที่สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ทั้งจังหวัด รวมถึงการจัดพื้นที่ที่สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ทั้งอำเภอ ตำบล หรือหมู่บ้าน ซึ่งขึ้นอยู่กับความพร้อมของพื้นที่ นอกจากนี้ยังต้องดูเรื่องการจัดพื้นที่ที่สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ เฉพาะสถานที่ เฉพาะพื้นที่หรือระหว่างสถานที่ ระหว่างสถานที่หรือระหว่างพื้นที่ โดยระบบการเดินจะต้องเป็นแบบ Bubble and Seal ที่เรียกว่า Sealed Route&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ที่ประชุม ศปก.ศบค.เห็นว่า การพิจารณาผ่อนคลายกิจการ กิจกรรมครั้งนี้ จะต้องตอบโจทย์เรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจควบคู่กับการควบคุมโรคอย่างเหมาะสม โดยต้องมีแผนเตรียมการและทรัพยากรรองรับสถานการณ์ ทางด้านการจัดการด้านการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อให้เกิดความปลอดภัย ป้องกันการแพร่ระบาด รวมทั้งสร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่เป็นหลัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถานว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 170 ราย เป็นผู้ต้องขังในเรือนจำสีแดง 159 ราย และผู้ต้องขังรับใหม่ในห้องแยกกักโรค 11 ราย รักษาหายเพิ่ม 268 ราย เสียชีวิต 1 ราย ทำให้มีผู้ติดเชื้อที่ยังอยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 6,037 ราย แยกเป็นผู้ติดเชื้อกลุ่มสีเขียว 87 เปอร์เซ็นต์ สีเหลือง 12.6 เปอร์เซ็นต์ และสีแดง 0.4 เปอร์เซ็นต์ เป็นเรือนจำพื้นที่กรุงเทพมหานคร 314 ราย (รวมทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์) ปริมณฑล 69 ราย และต่างจังหวัด 5,654 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีเรือนจำที่พ้นจากการระบาดเพิ่ม 2 แห่ง คือ เรือนจำอำเภอธัญบุรี และเรือนจำกลางนครสวรรค์ โดยไม่มีเรือนจำระบาดใหม่ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง ส่งผลให้เรือนจำสีแดงลดลงอยู่ที่ 24 แห่ง และเรือนจำสีขาว 118 แห่ง โดยมีผู้ติดเชื้อรักษาหายสะสม 60,428 ราย หรือ 88.5 เปอร์เซ็นต์ของผู้ติดเชื้อสะสม 68,265 ราย เสียชีวิตสะสม 146 ราย คิดเป็นอัตรา 0.2 เปอร์เซ็นต์ของผู้ติดเชื้อสะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า หลังจาก สปสช.เริ่มกระจายชุดตรวจโควิด-19 antigen test kit (ATK) แบบ Self-test สำหรับแจกให้ประชาชนไปตรวจที่บ้านตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย.2564 ที่ผ่านมา พบว่าผู้ที่ได้รับชุดตรวจไปแล้วได้นำไปตรวจหาเชื้อและรายงานผลการตรวจกลับมาในสัดส่วนที่เพิ่มมากขึ้นจาก 3% ในช่วงแรกเป็น 46% ของผู้ที่รับชุดตรวจไปทั้งหมดในปัจจุบัน สำหรับอีก 54% ที่เหลือนั้นมีทั้งกลุ่มที่ตรวจแล้ว แต่ยังอยู่ระหว่างการอัปเดตข้อมูล และอีกกลุ่มคือกลุ่มที่รับไปแล้วแต่ยังไม่ได้ตรวจ ซึ่งต้องขอแนะนำว่า เมื่อรับชุดตรวจ ATK ไปแล้ว ควรรีบตรวจหาเชื้อและบันทึกผลกับหน่วยบริการที่แจกชุดตรวจโดยเร็ว นอกจากนี้ยังพบข้อร้องเรียนว่ามีบางคนเมื่อรับ ATK ไปแล้ว นำไปขายต่อ ซึ่งทำให้เสียสิทธิ์และถือว่ามีความผิดตามกฎหมายด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากข้อมูลการแจกชุดตรวจ ATK ให้กับประชาชนล่าสุด เมื่อวันที่ 24 ก.ย.2564 เวลา 14.00 น. มีประชาชนรับชุดตรวจ ATK แล้ว 122,412 ราย รวม 244,825 ชุด ในจำนวนนี้เป็นการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง จำนวน 121,777 ราย และเป็นการแจกโดย อสม. 635 ราย ตรวจโควิดและบันทึกผล 55,634 ราย หรือร้อยละ 46 เป็นผลบวก จำนวน 379 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ในต่างจังหวัด พบว่าที่จังหวัดสมุทรปราการ ตัวเลขติดเชื้อลดลง โดยติดเชื้อใหม่ 758 ราย เสียชีวิต 12 ราย ส่วน จ.สมุทรสาคร ติดเชื้อเพิ่ม 261ราย เสียชีวิต 4 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ จ.กระบี่ พบผู้ติดเชื้อใหม่ 109 คน เสียชีวิต 1 ราย &amp;nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ทีมสอบสวนโรค สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองกระบี่ เร่งคัดกรองกลุ่มเสี่ยงตรวจหาเชื้อจากพ่อค้าแม่ค้าโซนขายอาหาร ภายในตลาดสดมหาราชเทศบาลเมืองกระบี่ และลูกค้า รวมกว่า 100 คน หลังจากพบแม่ค้าขายอาหารติดโควิด-19 ซึ่งเทศบาลเมืองกระบี่ได้ประกาศปิดตลาดสดมหาราชเป็นรอบที่ 3 ระหว่างวันที่ 24-25 ก.ย.นี้ เพื่อทำความสะอาดฆ่าเชื้อ และพ่อค้าแม่ตั้งแผงขายสินค้าบริเวณรอบนอกตลาด นอกจากนี้ได้เร่งตรวจหาเชื้อกลุ่มเสี่ยงจากคลัสเตอร์ตำรวจจราจร สังกัด สภ.เมืองกระบี่ 2 นายติดโควิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.พังงา นายวิชัย ชูจิต สาธารณสุขอำเภอเมืองพังงา พร้อมด้วยปลัดอำเภอเมืองพังงา นายจิระวัตร เพิ่มทรัพย์ ผอ.รพ.สต.ตากแดด และผู้นำท้องที่ แบ่งทีมเจ้าหน้าที่สาธารณสุข อสม. ลงพื้นที่สอบสวนโรคพร้อมคัดกรองเชิงรุกในพื้นที่ตำบลตากแดด หลังจากพบผู้ป่วยยืนยันแล้ว 14 ราย และมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงกว่า 50 ราย ซึ่งผู้ป่วยยืนยันรายแรกเป็นแม่บ้านในที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ตากแดด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ จ.ปัตตานี สถานการณ์ยังคงน่าเป็นห่วง พบผู้ติดเชื้อพุ่งอีก 270 คน เสียชีวิต 1 คน โดยนายนิอันนุวา สุไลมาน นายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี เปิดเผยว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นวันละ 200-300 คน เนื่องจากมีการผ่อนคลายมาตรการลง และเมื่อไปตรวจดูตามร้านอาหารต่างๆ ปรากฏว่ามีการนั่งในร้านกันอย่างหนาแน่น ถ้าปล่อยไว้ก็มีความเสี่ยงที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก จึงอยากให้ทุกคนช่วยดูแลป้องกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117768</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ่อเคาะคลายล็อก 10 กิจการ, ทำเล็บ, นวด, พิพิธภัณฑ์, ฟิตเนส, ศูนย์เด็กเล็ก, สัก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หอศิลป์, ห้องสมุด, เล่นดนตรีในร้าน, โควิด-19, โรงหนัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210524/image_big_60ab2ef6b1e3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92644</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2021 19:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2021 19:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประมวลภาพ &#039;3 นิ้วตีหม้อ&#039; ไล่เผด็จการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.พ. 64 - กลุ่มที่เรียกตัวเองว่า &amp;quot;ราษฎร&amp;quot; จัดกิจกรรม &amp;quot;ตีหม้อไล่เผด็จการ&amp;quot;ที่บริเวณหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92644</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ตีหม้อไล่เผด็จการ, หอศิลป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210210/image_big_6023c78074f41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80368</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2020 17:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2020 17:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชุมนุมด่วน! &#039;เพนกวิน&#039;นัดระดมพลหอศิลป์ บี้ปล่อยตัว&#039;ไผ่-แอมมี่&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค. 63 - นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และแกนนำกลุ่มคณะราษฎร ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ชุมนุมด่วน !&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้ทุกคนรวมตัวกันที่ลานหน้าหอศิลป์กรุงเทพ สี่แยกปทุมวัน เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวเพื่อนเรา ตอนนี้ เวลานี้ เราจะเดินขบวนให้ปล่อยเพื่อนเรา แล้วพบกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;*หมายเหตุ สามารถเดินทางได้โดยใช้ BTS ลงสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80368</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะราษฎร, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์, ม็อบ, หอศิลป์, เพนกวิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200911/image_big_5f5b0c59523ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67906</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2020 15:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2020 15:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพนกวิน&#039; คับแค้น! ครวญจะเอาให้ตายทั้งหมดเลยใช่ไหม นัดม็อบทวงความยุติธรรมให้ &#039;วันเฉลิม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย.63 - นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ นักศึกษามหาลัยธรรมศาสตร์ และนักกิจกรรมทางการเมือง&amp;nbsp;โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ &amp;quot;เพนกวิน - Parit Chiwarak&amp;quot; ว่า ขอเชิญทุกคนมาทวงความเป็นธรรมให้วันเฉลิมที่สกาย วอล์ค หอศิลป์ฯ ปทุมวันวันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน เวลา 17.00-18.00 น. โปรดเตรียมดอกไม้และหัวใจที่คับแค้นจากความอยุติธรรมมาด้วย พร้อมติดแฮชแท็ก #Saveวันเฉลิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ นายพริษฐ์ ทวีตข้อความว่า &amp;quot;จะเอาเราให้ตายหมดทุกคนเลยใช่มั้ยถึงจะพอ&amp;quot; และ &amp;quot;จากที่ตัวเองเคยโดนขู่ฆ่า และต้องเห็นบรรดาคนรู้จักโดนจับ โดนตี โดนฆ่า มันรู้สึกแค้นดับเหลือเกิน ทำไมคนฝ่ายประชาธิปไตยต้องมาเจ็บต้องมาตายอยู่บ่อยๆ และก็เจ็บก็ตายอยู่ฝ่ายเดียว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67906</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพริษฐ์ ชิวารักษ์, นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์, ลี้ภัยการเมือง, หอศิลป์, เพนกวิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200605/image_big_5eda08387a380.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10331</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2018 10:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2018 16:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยังไม่พับแผนยึดหอศิลป์!สภากรุงเทพฯยำมูลนิธิฯ-ผุด11กรรมการศึกษาการดำเนินงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เม.ย. 61 - ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 2 (ครั้งที่ 9) ประจำปี พ.ศ. 2561 โดยมีคณะสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ ปลัดกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภาส ภาสสัทธา สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ได้เสนอญัตติขอให้สภากรุงเทพมหานครตั้งคณะกรรมการวิสามัญการศึกษาการดำเนินงานของหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร เพื่อให้การดำเนินงานของหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครเกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและมีผลสัมฤทธิ์สูงสุดตามวัตถุประสงค์ เนื่องจากหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครซึ่งตั้งอยู่สี่แยกปทุมวัน เป็นที่รองรับการแสดงออกทางผลงานและเก็บรักษาผลงานตลอดจนเป็นที่รวมกลุ่มศิลปิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งเป็นศูนย์กลางแหล่งเรียนรู้ทางศิลปวัฒนธรรมแก่เด็กเยาวชนและผู้สนใจในศิลปะ เป็นทางเลือกที่น่าสนใจให้ประชาชนทุกกลุ่มโดยเฉพาะเยาวชนที่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรมต่างๆ รวมทั้งสามารถแสวงหาความรู้ และได้แสดงออกด้านศิลปะตามที่ตนถนัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภาส กล่าวว่าอย่างไรก็ตามเมื่อแรกเริ่มดำเนินการ กรุงเทพมหานครมีแนวคิดให้หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครบริหารงานโดยไม่ยึดติดรูปแบบระบบราชการ จึงใช้การบริหารงานโดยมูลนิธิหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เพื่อให้เกิดความคล่องตัว มีประสิทธิภาพ ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าไปใช้บริการทั้งในและนอกเวลาราชการ และให้มีการบริหารจัดการที่เป็นอิสระสามารถพึ่งพาตนเองได้โดยใช้งบประมาณกรุงเทพมหานครสนับสนุนเท่าที่จำเป็นภายใต้กรอบข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครและมูลนิธิหอศิลป์ฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่การบริหารงานของหอศิลป์ฯ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณของกรุงเทพมหานครปีละหลายสิบล้านบาทผ่านทางสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว โดยสภากรุงเทพมหานครเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบงบประมาณในแต่ละปี ซึ่งการบริหารจัดการดังกล่าวขององค์กรภายนอกยังไม่มีความชัดเจนถึงการใช้จ่ายงบประมาณของหอศิลป์ฯ ว่าคุ่มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดอย่างไร ทำให้สภากรุงเทพมหานครไม่อาจพิจารณาถึงปัจจัยอันจะนำไปสู่การให้ความเห็นชอบและอนุมัติงบประมาณของหอศิลป์ฯ ให้เกิดผลสัมฤทธิ์แท้จริง ด้วยเหตุดังกล่าวจึงเห็นว่าควรมีการศึกษาการดำเนินงานของหอศิลป์ฯให้เกิดผลสัมฤทธิ์แท้จริง ให้เกิดประสิทธิภาพ คุ้มค่า โปร่งใสและเกิดประโยชน์สูงสุดอย่างชัดเจน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.โกจนาท จุณณะภาต สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร กล่าวว่า สืบเนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการร้องเรียนเกี่ยวกับการนำหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครไปใช้ประโยชน์ในทางอื่น ซึ่งกรุงเทพมหานครมหานครเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณและมีมูลนิธิหอศิลป์ฯเป็นผู้บริหารจัดการ โดยวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งหอศิลป์ฯ ได้ระบุไว้ชัดเจนว่า ต้องการให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมทางด้านศิลปะและวัฒนธรรม ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครได้สนับสนุนงบประมาณแก่หอศิลป์ และไม่เก็บค่าเข้าชมแต่อย่างใด ซึ่งข้อเท็จจริงแล้วมูลนิธิหอศิลป์ฯจะต้องทำการบริหารจัดการใหม่ให้สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ไม่ต้องรับการสนับสนุนงบประมาณจากกทม.ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายคำรณ โกมลศุภกิจ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครจะได้รับเงินสนับสนุนจากกรุงเทพมหานครปีละประมาณ 40 ล้านบาท อย่างน้อย 3-4 โครงการ รวมค่าน้ำและค่าไฟ อีกทั้งยังมีการใช้เงินในงบประมาณนี้ส่วนหนึ่ง จ่ายเป็นค่าเดินทางให้กับหน่วยงานอื่น ซึ่งไม่ใช่หน่วยงานกรุงเทพมหานครกว่า 50% ซึ่งการจ่ายเงินให้กับหน่วยงานภายนอกที่ไม่ใช่หน่วยงานของกรุงเทพมหานคร อาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งตามมาตรา 96 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 ระบุว่า ในกรณีจําเป็นกรุงเทพมหานครอาจมอบให้เอกชนกระทํากิจการซึ่งอยู่ในอํานาจหน้าที่ของกรุงเทพมหานครและเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ค่าบริการหรือค่าตอบแทน ที่เกี่ยวข้องแทน กรุงเทพมหานครได้แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภากรุงเทพมหานคร และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทยเสียก่อน ซึ่งตั้งแต่ปี 2554 ผู้บริหารกรุงเทพมหานครได้ดำเนินการตามนี้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายเชนทร์ วิพัฒน์บวรวงศ์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร กล่าวว่า โดยหลักการ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เป็นสมบัติของกรุงเทพมหานคร ซึ่งก่อสร้างจากภาษีประชาชน ในพื้นที่ที่มีมูลค่าสูง(Prime area) ถึง 1,000 ล้านบาทขึ้นไป และการให้ผู้ใดใช้ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานเอกชนหรือองค์กรต่างๆ ก็เป็นหน้าที่ของกรุงเทพมหานครเช่นกัน ซึ่งการของบประมาณในปี 2554 ถึงปัจจุบัน กรุงเทพมหานครได้อนุมัติงบประมาณไปเป็นจำนวนมาก แต่ปัจจุบันกรุงเทพมหานครตระหนักดีว่า เงินทุกบาททุกสตางค์เป็นเงินภาษีของประชาชน จึงต้องทำการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งการทำบันทึกข้อตกลง (MOU) เมื่อพิจารณาดูแล้วมีความไม่ชัดเจน และกฎหมายที่ใช้ในการบริการจัดการทรัพย์สินไม่สอดคล้องกับฉบับปัจจุบัน นอกจากนี้ตามข้อตกลงในข้อ 10 ระบุว่า ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามผู้ให้สิทธิ ผู้ให้สิทธิสามารถบอกเลิกสัญญาได้ทันทีโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และจะไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหายชดเชยใดๆจากผู้ให้สิทธิทั้งสิ้น และในสัญญานี้ กรุงเทพมหานครไม่ได้มีสิทธิให้เงินสนับสนุนแต่อย่างใด ซึ่งมูลนิธิหอศิลป์ฯ ต้องดำเนิการจัดกิจกรรมต่างๆเพื่อให้เกิดรายได้ขึ้นเอง ซึ่งเรื่องนี้ต้องศึกษาให้ครอบคลุมอย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าผลการประชุมสภากรุงเทพมหานคร มีมติเห็นชอบกับญัตติฯ ดังกล่าว และให้ตั้งคณะกรรมการวิสามัญพิจารณา จำนวน 11&amp;nbsp;คน ประกอบด้วยฝ่ายบริหาร 4 &amp;nbsp;คน และฝ่ายนิติบัญญัติ 7 คน กำหนดพิจารณาศึกษาภายในระยะเวลา 90 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10331</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., สก., สภากรุงเทพมหานคร, หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร, หอศิลป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180530/image_big_5b0e6ee05b54e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9208</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2018 11:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2018 11:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เนาวรัตน์&#039;ร่ายกลอนปกป้องหอศิลป์  วอนเปิดที่ให้ไม้ดอกได้งอกงาม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ค.61 - นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ ได้แต่งบทกลอนให้กำลังใจแด่การรณรงค์ปกป้องหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร หลังกรุงเทพมหานครจะเข้าบริหารจัดการแทนามูลนิธิหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
โดบทกลอนของเนาวรัตน์ ระบุว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;หอศิลป์คืออุทยานงานศิลปะ &amp;nbsp;ต้นไม้แห่งธรรมะจะเติบใหญ่&amp;nbsp;
หวังผลอย่าเด็ดดอก...อย่าเด็ดใจ &amp;nbsp;เปิดที่ให้ไม้ดอกได้งอกงาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9208</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., กทม.ยึดหอศิลป์, ผู้ว่ากรทม., พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, หอศิลป์, เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180202/image_big_5a74323ce4130.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9157</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2018 17:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2018 17:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองผู้ว่ากทม.แจงยิบปมฮุบหอศิลป์! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ค.61 - นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;(กทม.)&amp;nbsp;ในฐานะดูแลรับผิดชอบสำนักวัฒนธรรม กีฬาและการท่องเที่ยวกล่าวว่า ผู้บริหารกทม.จะมีการประชุมพิจารณาเกี่ยวกับแนวทางการบริหารหอศิลป์ฯ ในที่ประชุมผู้บริหารกทม. ครั้งที่ 12/2561 วันที่ 15 พฤษภาคม โดยสำนักวัฒนธรรม กีฬาและการท่องเที่ยวจะรายงานรายละเอียดเพิ่มเติมในที่ประชุม สำหรับแนวคิดการนำหอศิลป์ฯ กลับมาบริหารเองนั้น ได้มีการพูดคุยกันหลายครั้ง เนื่องจากกทม.ต้องอุดหนุนงบประมาณปีละ 40 ล้านบาทเกือบทุกปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;จนสภากทม.ไม่เห็นชอบให้กทม.อุดหนุนงบประมาณเหมือนปีที่ผ่านมา เนื่องจากมองว่างบประมาณดังกล่าวทางมูลนิธิหอศิลป์ฯ น่าจะนำไปทำกิจกรรมให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน ทำให้หอศิลป์ฯ ได้รับการอุดหนุนงบประมาณในส่วนของรายจ่ายอื่นเท่านั้น อาทิ ค่าน้ำ ค่าไฟ เป็นต้น ประกอบการถูกสภากทม.ตั้งข้อสังเกตว่าการลงนามความร่วมมือ&amp;nbsp;(เอ็มโอยู)&amp;nbsp;เมื่อปี 2554 เพื่อมอบสิทธิให้มูลนิธิหอศิลป์ฯ เป็นผู้บริหารจัดการเป็นเวลา 10 ปี โดยจะสิ้นสุดในปี 2564 ขณะที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม.เล็งเห็นความยากลำบากของบรรดาของเหล่านักเรียนและนักศึกษาในการเข้ามาใช้ประโยชน์ในพื้นที่หอศิลป์ฯ ตามที่ให้ข่าวไปแล้วก่อนหน้านี้ คือ พื้นที่เรียนรู้ที่ทางหอศิลป์ฯ จำเป็นต้องจัดหา แต่ที่ผ่านมากลับไม่มีการนำงบประมาณไปใช้ให้เกิดประโยชน์เท่าที่ควร จึงมีแนวคิดดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทวีศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนกระแสข่าวการนำหอศิลป์ฯ กลับมาบริหารเอง เพื่อเลี่ยงการจัดกิจกรรมและการเคลื่อนไหวทางการเมืองนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะหากย้อนกลับไปดูวัตถุประสงค์การจัดตั้งหอศิลป์ฯ แล้ว เพื่อเป็นพื้นที่ส่งเสริมความรู้ด้านศิลปะและวัฒนธรรมหลากหลายแขนงแก่ประชาชน รวมถึงเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามาใช้สอยดำเนินการกิจกรรมต่างๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด หากถามต่อว่าเมื่อกทม.นำหอศิลป์ฯกลับมาบริหารเองแล้ว จะบริหารจัดการอย่างไรบ้างนั้น กทม.โดยสำนักวัฒนธรรมฯ จะต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหนึ่งชุดเข้ามาบริหารจัดการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งกทม.อยากให้มีพื้นที่เรียนรู้เรียนรู้สำหรับเด็กและเยาวชนเพิ่มขึ้น ส่วนพื้นที่ด้านศิลปะหรือการจัดกิจกรรมอื่นใดยังคงเป็นไปตามวัตถุประสงค์เดิม ซึ่งพล.ต.อ.อัศวิน มีแนวคิดเพียงอยากปรับปรุงให้ดีขึ้น โดยรายละเอียดต่างๆ นั้น ผู้บริหารกทม.และผู้เกี่ยวข้องจะร่วมพิจารณาโดยละเอียดต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9157</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์, หอศิลป์, หอศิลป์กรุงเทพฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180514/image_big_5af96482c84d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
