<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69747</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2020 23:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2020 22:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝรั่งเศสเปิดหอไอเฟลรับนักท่องเที่ยว ขณะWHOเตือนไวรัสหวนคืนยุโรป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ฝรั่งเศสเปิดหอไอเฟลรับนักท่องเที่ยวครั้งแรกในรอบ 3 เดือนเมื่อวันพฤหัสบดี ขณะดับเบิลยูเอชโอเตือนไวรัสโควิด-19 ฟื้นคืนชีพในหลายประเทศยุโรป ส่วนสหรัฐและบราซิลมีผู้ติดเชื้อรายใหม่รวมกันวันเดียวเกือบ 80,000 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน นักท่องเที่ยวต่างถิ่นและชาวปารีสมีโอกาสขึ้นไปชมทัศนียภาพมุมสูงของกรุงปารีสบนหอไอเฟลเป็นครั้งแรกในรอบ 104 วัน นับแต่สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของฝรั่งเศสแห่งนี้ปิดเพราะโรคโควิด-19 ซึ่งเป็นการปิดยาวนานที่สุดนับจากสงครามโลกครั้งที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักท่องเที่ยวหลายสิบคนต้องเดินขึ้นบันไดเหล็กไปได้ถึงชั้นที่ 2 ของหอคอย เนื่องจากลิฟต์ยังไม่เปิดให้บริการตามมาตรการเว้นระยะห่างจนกว่าจะถึงช่วงฤดูร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ระบุเมื่อวันพุธที่ 24 มิถุนายนว่า ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ราว 30 ประเทศในทวีปยุโรปมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน ในประเทศเหล่านี้มี 11 ประเทศที่อัตราการแพร่เชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนเสี่ยงที่ไวรัสจะกลับมาแพร่ระบาดใหม่อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในยุโรปยังเทียบทวีปอเมริกาไม่ติด ในวันพุธ บราซิลมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ถึง 42,725 ราย ส่วนสหรัฐมีผู้ติดเชื้อรายใหม่มากกว่า 35,900 ราย สหรัฐมีผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็นมากกว่า 2,381,000 รายแล้วในวันพฤหัสบดี จากผู้ติดเชื้อทั่วโลกมากกว่า&amp;nbsp; 9,440,000 ราย ส่วนบราซิลมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 1,188,000 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายมลรัฐของสหรัฐเตรียมใช้มาตรการล็อกดาวน์อีกครั้งหลังจากมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น ขณะที่รัฐนิวยอร์ก, นิวเจอร์ซีย์ และคอนเนตทิคัต สั่งให้ผู้ที่เดินทางมาจาก 8 มลรัฐที่มีการแพร่เชื้อเพิ่มขึ้นขณะนี้ กักกันตัวเอง 14 วัน มลรัฐเหล่านี้ประกอบด้วย แอละแบมา, อาร์คันซอ, แอริโซนา, ฟลอริดา, นอร์ทแคโรไลนา, เซาท์แคโรไลนา, เทกซัส และยูทาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ทำนายผลกระทบทางเศรษฐกิจจากโรคระบาดนี้ว่า อัตราจีดีพีของโลกปีนี้จะดิ่งลง 4.9% และจะก่อความสูญเสียทางเศรษฐกิจ 12 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงเวลา 2 ปี นอกจากนี้หลายประเทศจะประสบภาวะเศรษฐกิจตกต่ำรุนแรงกว่าช่วงวิกฤติการเงินโลกปี 2551-2552 ถึง 2 เท่า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69747</URL_LINK>
                <HASHTAG>บราซิล, ฝรั่งเศส, ยุโรป, สหรัฐ, หอไอเฟล, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200625/image_big_5ef4cc655b327.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62764</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จะสู้ Covid-19 แบบ หอไอเฟล, จอมปลวกหรือหลังเต่า?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าจะให้เห็นภาพว่าประเทศไทยเราที่กำลังสู้กับ Covid-19 นั้นต้องการจะเห็นภาพเป็นสงครามแบบไหนก็ต้องฟังคำอธิบายจากคุณหมอทวี โชติพิทยสุนนท์ ที่ปรึกษากรมควบคุมโรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมคุยกับคุณหมอทวีวันก่อน ได้รับคำอธิบายที่ชัดเจนว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราต้องเลือกระหว่างทำสงครามแบบ &amp;ldquo;หอไอเฟล&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;จอมปลวก&amp;rdquo; หรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;rdquo;หลังเต่า&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าเลือกแบบหอไอเฟลอันตรายครับ จะเดินแบบอิตาลี, สเปน, ฝรั่งเศส, อังกฤษและอเมริกา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นคือปล่อยให้ตัวเลขคนป่วยและเสียชีวิตพุ่งขึ้นไปถึงจุดสูงสุดแล้วจึงลดลงมา คือชันทั้งขาขึ้นและชันทั้งขาลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สูตรนี้หมอฝรั่งเรียก Herd Immunity หรือ &amp;ldquo;ภูมิคุ้มกันหมู่&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลักทฤษฎีด้านระบาดวิทยาบอกว่า หากปล่อยให้คนติดเชื้อได้ประมาณ 60% ของประชากรเมื่อใด ประชาชนส่วนใหญ่ก็จะมีภูมิคุ้มกันเองโดยธรรมชาติ ไม่ต้องไปทำอะไรมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่วิธีอย่างนี้คนไทยคงรับไม่ได้ เพราะต้องยอมให้มีคนตายเป็นจำนวนมาก และไม่มีอะไรรับรองว่าเมื่อใดจะถึงจุดสูงสุดก่อนที่เส้นกราฟจะร่วงลงมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แบบที่สองเป็นรูป &amp;ldquo;จอมปลวก&amp;rdquo; คือจำนวนคนป่วยและเสียชีวิตน้อยกว่าสูตรแรกด้วยการใช้มาตรการควบคุมอย่างหลวมๆ ไม่ใช้วิธีบังคับเข้มงวด ประคองให้วิถีชีวิตประจำวันยังเป็นปกติส่วนใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิธีสองนี้ก็มีความเสี่ยงเช่นกัน เพราะหากพลาดท่าเสียที เส้นกราฟแบบ &amp;ldquo;จอมปลวก&amp;rdquo; ก็อาจจะแปลงเป็น &amp;ldquo;หอไอเฟล&amp;rdquo; ได้ทันที เพราะไม่มีอะไรรับรองว่าจะสามารถควบคุมให้เส้นที่วิ่งขึ้นนั้นเบนออกไปทางขวาให้เป็นรูปจอมปลวกได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิธีที่สามคือ &amp;ldquo;หลังเต่า&amp;rdquo; ซึ่งหมายถึงการลงมือควบคุมอย่างจริงจัง ค่อนข้างเข้มงวด ตรวจและแยกคนป่วยอย่างรวดเร็วและเข้มข้น ต้องใช้ทั้งมาตรการเคอร์ฟิวและจำกัดเสรีภาพของการใช้ชีวิตของผู้คนพอสมควร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อดีของวิธีนี้คือ คนติดเชื้อและเสียชีวิตมีจำนวนที่ &amp;ldquo;ไม่สูงเกินกว่าที่จะรับได้&amp;rdquo; และสามารถประคองให้ความเสียหายที่เกิดจากโรคระบาดกับเศรษฐกิจของชาติพอจะถ่วงดุลกันได้ในระดับหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แน่นอนว่าสูตรที่ดีที่สุดคือสูตรที่สี่....ที่มีรูปเป็น &amp;ldquo;ขอบฟ้าอันราบเรียบของทะเลสีคราม&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่นั่นอาจจะเป็นความฝันลมๆ แล้งๆ มากไปหน่อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะแม้ในยามปกติชีวิตของคนในโลกนี้ก็ไม่มีความสงบราบคาบเหมือนทะเลวันปราศจากคลื่นอยู่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำเตือนของหมอยง ภู่วรวรรณ แห่งคณะแพทยศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่าเรายังต้องอยู่กับไวรัสตัวนี้อีกระยะหนึ่ง จึงเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกคนต้องใส่ใจเพื่อนำมาปรับใช้กับชีวิตประจำวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหมอยงเขียนในเฟซบุ๊กของท่านตอนหนึ่งเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การระบาดของโรค จำต้องมีมาตรการต่างๆ ตามความเหมาะสม ลดความรุนแรงของการระบาดและการสูญเสียต่อการเจ็บป่วยและเสียชีวิต และให้กระทบต่อคนทั่วไปน้อยที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังการระบาดใหญ่ที่สนามมวย และสถานเริงรมย์ ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าเป็นห่วง จึงมีมาตรการเพิ่มขึ้น เพื่อควบคุมโรคให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แนวโน้มของโรคลดลง และวันนี้พรุ่งนี้ก็เชื่อว่าจะลดลงอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะนี้เราจะเห็นว่าแนวโน้มของโควิด-19 ทรงตัว และดูเหมือนจะดีขึ้นกว่าหลายประเทศ แต่ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ ถ้าดูในเชิงคณิตศาสตร์ อัตราการเพิ่มอำนาจการกระจายโรค ในธรรมชาติของโรค จะอยู่ที่ 2.5 หมายความว่า ผู้ป่วย 1 คน แพร่กระจายไปได้ 2.5 คน แต่ช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตัวเลขนี้อยู่ที่ประมาณ 1.5 แสดงให้เห็นว่า ผู้ป่วย 1 คน แพร่กระจายไปได้ 1.5 คน ลดลงจากการกระจายตามธรรมชาติ ด้วยมาตรการต่างๆ ที่เข้มแข็งขึ้น แต่ตัวเลขนี้ก็ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ เราต้องการให้เหลือ 1 หรือน้อยกว่า 1 ให้ได้ โรคจึงจะลดลงและค่อยๆ หมดไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเติมตัวเลขการระบาดให้สูงขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผู้ที่นำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะทางยุโรปและอเมริกา และเพื่อนบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนหนึ่งเกิดจากการติดต่อภายในประเทศ จากแหล่งชุมชน เราจึงพยายามปิดทุกช่องทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเองเชื่อและหวังว่า ผู้ที่ติดเชื้อวันนี้และพรุ่งนี้จะต้องน้อยลงอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักข่าวถามผมว่า มาตรการของรัฐบาล ถ้าคะแนนเต็ม 10 จะให้เท่าไหร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมตอบได้ทันทีเลยว่า ถ้าจะให้คะแนน ต้องให้คะแนนกับพวกเราทุกคน รวมทั้งนักข่าวเองด้วย ว่าจะให้คะแนนตัวเราเท่าไหร่ เรามาลองให้คะแนนตัวเราดูก็ได้ว่า จะให้กี่คะแนน ถ้าคะแนนเต็ม 10
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งที่มีความหวัง ถ้าทุกคนทำได้เต็มสิบ ตามมาตรการที่มีอยู่ขณะนี้ ตัวเลขแต่ละวันจะต้องลดลงอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การต่อสู้ครั้งนี้ยังอีกยาวไกล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงและยาวไกล แต่หากเราสามารถทำให้เป็นการต่อสู้แบบ &amp;ldquo;หลังเต่า&amp;rdquo; ได้ก็น่าจะไม่หนักหนาสาหัสเกินไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งยังจะได้เรียนรู้บทเรียนมากมายจนสามารถกล่าว &amp;ldquo;ขอบคุณโควิด...เราอยู่ห่างๆ กันไว้ก็ดีนะ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62764</URL_LINK>
                <HASHTAG>Covid-19, กาแฟดำ, หอไอเฟล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
