<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82280</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2020 13:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2020 13:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โอละพ่อ! ส.ต.ท. ชูป้ายด่า &#039;นายหักหัวคิว&#039; ที่แท้เข้าใจผิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ต.ค.63 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำตัว ส.ต.ท.วุฒิชัย หงษ์สำโรง ผู้บังคับหมู่กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2 (จว.สุรินทร์) ซึ่งเป็นชุดควบคมฝูงชุดที่ปฎิบัติหน้าที่บริเวณสถานทูตเยอรมัน เมื่อวันที่ 26 ต.ค. และปรากฎภาพชูป้ายข้อความ &amp;lsquo;ทำงานแทบตายนายแดกหัวคิว&amp;rsquo; ลงในโซเซียลมิเดีย มาแถลงยืนยันข้อเท็จจริงถึงเหตุการณ์ในวันดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.ต.ท.วุฒิชัย ยืนยันว่าในวันเกิดเหตุวันที่ 26 ต.ค.63 ขณะนั่งรถกลับจากการปฏิบัติหน้าที่ และระหว่างลงจากรถได้เห็นป้ายข้อความติดอยู่ข้างรถบัสที่ใช้ขนส่งกำลังพล จำนวน 2 แผ่น จึงได้ดึงออก เพื่อจะนำเอาไปทิ้งถังขยะ แต่มีเพื่อนที่อยากเห็นจึงยกข้อความชูให้เพื่อนดู โดยทราบว่ามีการถ่ายภาพและแชร์กันในกลุ่มไลน์เพื่อน แต่ไม่ทราบว่าภาพหลุดลงโซเซียลได้อย่างไร หลังเป็นกระแสข่าว ทางผู้บังคับบัญชาได้เรียกเข้าไปพูดคุย ซึ่งตนได้ยืนยันข้อเท็จจริงว่าไม่มีเจตนาทำให้หน่วยเสียหาย เนื่องจากได้เบี้ยเลี้ยงเต็มจำนวน วันละ 200 บาท ไม่มีการอมหัวคิวและไม่ได้ถูกผู้บังคับบัญชาบังคับให้แต่งเรื่องมาพูด รวมถึงไม่ได้ถูกลงโทษทางวินัย หรือสั่งขังตามที่ปรากฎเป็นข่าวแต่อย่างใด ส่วนเรื่องอาหารระบุเพียงว่าผมขอไม่พูดดีกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. สั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นพบว่า ในวันเกิดเหตุมีป้ายข้อความติดที่รถกำลังพลทุกคัน โดยไม่ทราบว่าใครเป็นคนทำ แต่ยืนยันว่าไม่ใช่ฝีมือของ ตชด.21 ที่เขียนและเอามาชู เพื่อประท้วงผู้บังคับบัญชา ซึ่งผู้บังคับบัญชาสั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้ ส.ต.ท วุฒิชัย มาชี้แจงด้วยตนเอง ยืนยันว่า ส.ต.ท จะไม่ได้ถูกลงโทษ แต่ถูกให้เขียนรายงานชี้แจงข้อเท็จจริงเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกตร. กล่าวว่า จะมีการตรวจสอบขยายผลถึงเรื่องดังกล่าว เพราะเชื่อว่ามีการทำเป็นขบวนการที่มีการนำป้ายมาติดที่รถทุกคัน ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนดำเนินคดี ส่วนกรณีที่ ส.ต.ท.วุฒิชัย ไม่ตอบสื่อเรื่องอาหารการกินนั้น ชี้แจงว่า เรื่องอาหารเป็นเรื่องรสนิยมการกินที่แตกต่างกัน ของตำรวจที่มาแต่ละพื้นที่ ซึ่งฝ่ายที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการปรับปรุงเพื่อให้ตำรวจที่มาปฎิบัติหน้าที่พึงพอใจ&lt;/p&gt;


	&amp;#39;อดีตรองอธิการบดีมธ.&amp;#39;จับตา3นิ้วป่วนรับปริญญา
	หนาวแน่! &amp;#39;บุญเกื้อ&amp;#39; โวได้กุญแจสำคัญไขสู่ความลับ จึงไม่แปลกใจเห็น &amp;#39;ช่อ&amp;#39; ตีหน้าเศร้าบนศาล
	รุมโต้&amp;#39;อานันท์&amp;#39; &amp;#39;ชัยวุฒิ&amp;#39; ลั่น &amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39; ถอยให้แล้วหลายเรื่องแต่บางข้อเสนอทะลุเพดานทำให้ไม่ได้
	ดร.ปิยบุตร โอดสมัยเป็นอาจารย์ใช้เสรีภาพได้เต็มที่ พอมาเป็นนักการเมืองถูกดำเนินคดี!
	น้องๆฟังทางนี้ &amp;#39;แทนคุณ&amp;#39; ออกโรงเตือน สุขที่สะใจจะนำมาซึ่ง​ทุกข์​ที่ยิ่งใหญ่​เสมอ


&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82280</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, หักหัวคิว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201030/image_big_5f9bb75e0f73e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67275</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2020 15:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2020 15:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจแถลงเบื้องต้นไม่พบเจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวหักหัวคิวสถานกักกันตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ค.63 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร.กล่าวถึงการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องการหักหัวคิวสถานกักตัวการแพร่ระบาดไวรัสโควิด -19 ว่า ได้รับรายงานจาก พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ภ.2 จากการสืบสวนสอบสวนเบื้องต้นน่าจะมีการกระทำความผิดจริง อยู่ระหว่างประสานงานกับหน่วยงานที่เสียหายที่ถูกกล่าวอ้างคือกระทรวงสาธารณสุขมาร้องทุกข์กล่าวโทษกับผู้ที่กล่าวอ้าง ว่าสามารถใช้วิธีการใดๆให้โรงแรมสามารถเข้าเงื่อนไขขึ้นเป็นสถานที่กักตัว แต่เบื้องต้นยังไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐกี่ยวข้องในการกระทำความผิด ฉะนั้นจะเป็นการร้องทุกข์หมิ่นประมาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนรายละเอียดทั้งหมดต้องรอความชัดเจนในการร้องทุกข์ในพื้นที่รับผิดชอบ อย่างไรก็ตามถ้าสืบสวนสอบสวนใครเกี่ยวข้องต้องดำเนินการให้หมด ดำเนินการไปตามพยานหลักฐาน ยืนยันเจ้าหน้าที่ไม่ได้กังวล เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ให้นโยบายมาแล้วใครเกี่ยวข้องดำเนินคดีให้หมด ไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น เพียงแต่ว่าวันนี้ยังไม่พบเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67275</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, สถานกักตัว, หักหัวคิว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200529/image_big_5ed0ca93cd32b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67251</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2020 17:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2020 11:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่มีทางรอด&#039;อนุทิน&#039;ลั่นคนเรียกหักหัวคิวกินแกลบกันเป็นแถวคนจ่ายมีความผิดด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ค.63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมศบค.ชุดใหญ่ ว่า ที่ประชุมจะหารือรายละเอียดมาตรการผ่อนปรนต่างๆ โดยก่อนหน้านี้เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และปลัดกระทรวงต่างๆ ได้หารือในคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 มาแล้ว ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้กำชับปลัดสธ.ไว้ว่าความปลอดภัยของประชาชนต้องมาเป็นลำดับแรก ขณะนี้ผู้ป่วยติดเชื้อตัวเลขกลับมาเป็นสองหลักต้องมาดูว่าตัวเลขสองหลักมาจากสถานที่กักกันตัวของรัฐทั้งหมด เป็นคนที่มาจากต่างประเทศที่เป็นประเทศมีการติดเชื้อสูงและให้เข้ามา 200-300 คน ต่อวัน เมื่อคนไทยจะกลับบ้านเราก็ต้องอำนวยความสะดวกให้เพราะอยู่ที่เมืองไทยดีกว่าที่เมืองนอก แต่เราไม่เคยประมาทและต้องมั่นใจว่าเมื่อเข้ามาแล้วจะไม่ไปที่ใด ต้องมากักตัว 14 วันตามกติกา ใครติดเชื้อต้องรักษาพยาบาล และในช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ไม่มีการติดเชื้อจากในประเทศกันเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้หากมีการผ่อนปรนระยะที่ 3 แล้ว ยังต้องปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดคือ สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง ไม่ไปในที่เสี่ยง เป็นสิ่งที่ยังต้องทำต่อไป โดยปฏิบัติให้เป็นชีวิตวิถีใหม่ แต่หากมีวัคซีนแล้วอาจจะไม่ต้องใส่หน้ากากออกจากบ้านก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีบุคคลแอบอ้างและหักหัวคิวสถานที่ที่ต้องการจะมาเป็นที่กักกันตัวของรัฐ จะมีความชัดเจนเรื่องนี้อย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ชัดเจนอยู่แล้ว ใครจะทำคงรับประทานแกลบกันเป็นแถว ทุกคนรู้อยู่แล้วใครจะกล้าทำ และคนที่จะอนุมัติงบเหล่านี้ต้องเอาแว่นขยายส่อง ไม่มีทางรั่วไหล&amp;nbsp; ส่วนคนที่จ่ายไปแล้วก็ซวยไป และถือว่ามีความผิดด้วย เพราะร่วมกันทุจริตในราชการ หากมีเหตุแบบนี้เกิดขึ้นเราจะรู้ได้อย่างไร เพราะอาจจะมีการแอบอ้างได้ว่าเป็นญาติ เช่น มีคนกระทำผิดแอบอ้างว่าเป็นคู่เขยตน ทั้งที่ตนไม่มีเมีย แล้วจับเป็นคู่เขยได้อย่างไร ไปของานหรือบีบคั้นราชการได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เมื่อถามว่าทราบหรือยังว่าคนที่แอบอ้างเป็นใคร นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องไปทราบในส่วนนั้น ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขจะไม่ทนต่อการทุจริต ไม่ว่าจะเป็นใครก็ไม่มีทางรอด เพราะจะต้องมีการคัดกรองและผ่านการเซ็นอนุมัติในหลายขั้นตอน
&amp;nbsp;
เมื่อถามว่า เมื่อสิ้นสุดการบังคับใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯในวันที่ 1 ก.ค.นี้ จะมีกฎหมายใดที่เข้ามาควบคุมเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด นายอนุทิน กล่าวว่า ยังมีพ.ร.บ.โรคติดต่อ และประกาศให้โควิด-19 เป็นโรคระบาดร้ายแรงอยู่ ตนได้เรียนนายกรัฐมนตรี ว่าแม้จะไม่มีพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็ยังต้องคงคณะทำงานที่ร่วมทำงานในระหว่าง 3-4 เดือนที่ผ่านมาไว้ เพื่อทำงานร่วมกันต่อไป เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องระดับชาติ และนายกรัฐมนตรีก็ยังมีอำนาจสั่งการในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดของการบริหาราชการแผ่นดิน สามารถสั่งการได้ทุกเรื่อง เราไม่ได้ใส่ใจกับคำว่าพ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่ใส่ใจกับคำว่าสปิริตการทำงานร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในเดือนมิ.ย.จะเป็นเดือนสุดท้ายใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนไม่มีสิทธิ์ไปตอบ แต่เรื่องโควิด-19 สำคัญกว่าเรื่องการเมือง เรื่องศักดิ์ศรีอำนาจใดๆ ทั้งสิ้น อะไรที่ทำให้ประชาชนปลอดภัยจากการติดเชื้อตนยอมหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67251</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบาดของไวรัสโควิด-19, นายอนุทิน ชาญวีรกุล, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, สถานที่กักตัวของรัฐ, หักหัวคิว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200529/image_big_5ed087d0f1f8d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67186</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2020 15:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2020 15:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โฆษกกลาโหม&#039; ลั่นลากคอ &#039;ไอ้โม่ง&#039; ชักใยนายหน้างาบหัวคิวเลือกสถานกักกันของรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ค.63 - ความคืบหน้ากรณี การติดตามกลุ่มคนเกี่ยวข้องเรียกเก็บค่าหัวคิวจากเจ้าของโรงแรม ที่เป็นสถานที่กักตัวกลุ่มเสี่ยงโควิด-19 ของรัฐ (State Quarantine) จ.ชลบุรี ล่าสุด พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า ตนได้ลงพื้นที่พบผู้ประกอบการโรงแรมในพื้นทีภาคตะวันออกที่จัดเป็น state quarantine เมื่อที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งผู้ประกอบการได้ให้ข้อมูล รายชื่อ ไลน์ที่ได้พูดคุยในการเรียกรับเปอร์เซ็นต์ เงื่อนไขต่างๆ จึงได้ส่งไปให้ พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 หมดแล้ว ขั้นตอนจากนี้เป็นการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดังกล่าวมีผู้เสียหายทั้ง 3 ส่วน คือ ผู้ประกอบการโรงแรมที่ไม่ได้รับค่าห้องพักเต็มราคา ผู้กักตัวอาจถูกตัดปริมาณอาหาร หรือไม่ได้รับบริการอย่างเต็มที่ และ รัฐที่ได้รับความสูญเสียในเรื่องงบประมาณ และภาพลักษณ์ในการจัดหาพื้นที่ State Quarantine จึงเป็นหน้าที่ของกระทรวงกลาโหม ซึ่งดูแลในภาพรวมต้องค้นหาว่าใครอยู่เบื้องหลังผลประโยชน์ และตอนนี้ก็อยู่ในขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการตรวจสอบและขยายผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้าพบว่า ทหาร ตำรวจ หรือคนของกระทรวงสาธารณสุข ก็ให้จัดการให้หมด ผมบอกผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาคที่ 2 และ พลตำรวจโท ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าต้องเปิดเผยเลยว่าใครเข้าไปเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นตัวใหญ่ เบอร์ใหญ่ขนาดไหนก็ต้องเปิดออกมา เพราะเป็นเรื่องตัวบุคคลที่ไปแสวงหาผลประโยชน์ ในขณะที่องค์กร และ รัฐ มีนโยบายในการแก้ไขปัญหาในเรื่องโควิด -19&amp;rdquo;โฆษกกระทรวงกลาโหม ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ภายหลังที่กระทรวงกลาโหม ได้ส่งมอบหลักฐานและรายชื่อ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเรียกรับค่าหัวคิวจากโรงแรมที่ใช้เป็นสถานที่กักตัวของคนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ ไปให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ทาง สตช. มอบให้ ตำรวจภูธรภาค2 ไปดำเนินการ เนื่องจากเป็นพื้นที่รับผิดชอบ โดยได้ตั้งพนักงานสอบสวน มีรองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ชลบุรี และ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา รวมถึงชุดพนักงานสอบสวน ร่วมหาข้อเท็จจริง โดยเบื้องต้น มีผู้เกี่ยวข้อง 9 ราย เป็นเซลล์ติดกับผู้ประกอบการโรงแรมโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับขั้นตอนในการเลือก State Quarantine ในเดือนเมษายน เริ่มจาก 1.กระทวงสาธารณสุข (สธ.) จะประชาสัมพันธ์เชิญชวนเอกชน ผู้ประกอบการ โรงแรมที่พัก พร้อมแจ้งคุณสมบัติ และ ความต้องการ รวมถึงราคาห้องพักไปทางช่องทางต่างๆ 2. ผู้ประกอบการเสนอตัวเข้ามาทางเว็บไซต์ว่ามีคุณสมบัติตามกรอบที่กำหนด 3. สธ. ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสเปค ถ้าผ่านขั้นตอนนี้ 4.ชุดของ ทหาร ตำรวจ และ เจ้าหน้าที่ สธ. จะลงพื้นที่ไปดูเรื่องการวางระบบการรักษาความปลอดภัย การบริหารจัดการ 5.รอการแจ้งจากกระทรวงการต่างประเทศเพื่อแจ้งเที่ยวบินและจำนวนคนที่จะส่งไปโรงแรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ในช่วงแรกที่โรงแรมที่เสนอตัวเข้ามา พบว่าโรงแรมส่วนใหญ่ไม่ผ่านคุณสมบัติที่ สธ.กำหนด เพราะไม่มีใบอนุญาต หรือ ใบอนุญาตไม่ถูกต้อง ทำให้หาโรงแรมได้ไม่เพียงพอ อีกทั้ง มีคนไทยที่อยู่ต่างประเทศลงทะเบียนขอกลับประเทศเป็นจำนวนมาก พบว่าจนถึงกลางเดือน มิ.ย มียอดผู้ลงทะเบียนถึง 1.5-2 หมื่นคนต่อเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปริมาณห้องพักในการรองรับผู้เดินทางกลับมีแค่วันละ 200 คน รัฐจึงอยากขยายการหาห้องพักให้ได้วันละ 400 คน ดังนั้นจึงต้องเร่งหาโรงแรมเอกชนเพิ่ม ทำให้ช่วงต้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมามีการพูดกันแบบปากต่อปากอย่างไม่เป็นทางการว่า ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องช่วยกันหา ใครรู้จักโรงแรมไหนก็ให้เสนอมา ซึ่งอาจเป็นช่องโหว่ให้เครือข่าย โดยเฉพาะนายหน้า หรือ เซลล์ ซึ่งรู้ข้อมูลในพื้นที่มาติดต่อและรับไปประสานงานกับผู้ประกอบการ และเรียกรับหัวคิว&amp;rdquo; แหล่งข่าวระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67186</URL_LINK>
                <HASHTAG>State Quarantine, กลุ่มเสี่ยงโควิด-19, พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์, สถานกักกัน, หักหัวคิว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200526/image_big_5ecc90cf780f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67150</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2020 10:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2020 10:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรี&#039; รุกหนักเปิดแชทลับรู้กันทั้งบางเจ้าของโรงแรมต้องจ่ายใต้โต๊ะ 30 % ยกเว้นรองนายกฯบางคนที่ไม่รู้!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ค.63 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์แคปเจอร์จากแซทกลุ่มไลน์ ที่มีข้อความว่า &amp;quot;ศรีสุวรรณโทรมาหาผมเรื่องกระทรวง...ก็เลยเล่าให้ฟังว่ามันมีมานานแล้ว ใครจะมาประชุมก็ต้องจ่ายใต้โต๊ะ 30%? แต่นี่เห็นว่ามี Covid 19 เจ้าของโรงแรมจึงทนไม่ได้&amp;nbsp;และออกมาโวยครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ โพสต์ด้วยว่า &amp;quot;ถามหาพวกหักหัวคิวการกักตัวหาโควิด-19 เจ้าของโรงแรมต่างรู้กันทั้งนั้น ยกเว้นรองนายกฯบางคนทำไขสือว่าไม่รู้... แม้แต่โรงแรมใน กทม.ก็ไม่เว้น...&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67150</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอร์รัปชัน, ทุจริต, ศรีสุวรรณ, หักหัวคิว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200123/image_big_5e28f8a69061c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66867</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2020 13:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2020 13:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;เต้นสั่งควานหาตัวคนรีดหัวคิวรร.กักตัวโควิด กห.ยันไม่ใชทหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ค. 63 - เมื่อเวลา 11.45 น. ที่กระทรวงกลาโหม พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมสภากลาโหมที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ถึงกรณีที่มีข่าวว่ามีการแอบอ้างหักหัวคิวโรงแรมที่ใช้เป็นสถานที่กักตัวคนไทยที่กลับจากต่างแดน (State Quarantine) ว่า เป็นความตั้งใจของกระทรวงกลาโหม กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทยที่ได้ทำงานร่วมกันในการจัดหาโรงแรมเพื่อใช้เป็นสถานที่กักตัว ยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีนโยบายเรียกรับผลประโยชน์ สิ่งที่ดำเนินการคือการให้ผู้ประกอบการได้รับผลประโยชน์สูงสุด และนำคนไทยที่ตกค้างอยู่ต่างประเทศกลับประเทศ ยืนยันว่าคนเหล่านี้ไม่ใช่คนป่วย เพียงแต่ต้องเข้าสู่กระบวนการควบคุมโรค 14 วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งก่อนหน้านี้ทางกระทรวงสาธารณสุขได้แถลงถึงเรื่องการหักหัวคิวไปแล้ว หากใครพบเบาะแสสามารถแจ้งไปยังกระทรวงสาธารณสุขได้ ทั้งนี้จากที่ตนได้พูดคุยกับนายกสมาคมธุรกิจโรงแรมภาคตะวันออกทราบว่าเป็นเรื่องจริง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างทยอยให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ และต้องไปดูข้อมูลเพิ่มเติมว่ามีใครอยู่เบื้องหลังหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยืนยันว่ารัฐไม่มีนโยบายเก็บค่าหัวคิว เพราะเรื่องดังกล่าวเราดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 4 ก.พ. ต่อกลุ่มคนไทยที่กลับจากฮูฮั่น จนถึงปัจจุบันก็ไม่เคยมีปัญหาเรื่องนี้ ทราบว่าคนที่ดำเนินการเรื่องนี้เป็นนายหน้าที่ไปติดต่อกับโรงแรมโดยตรงและเรียกรับผลประโยชน์&amp;ldquo; พล.ท.คงชีพ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การหักค่าหัวคิว 40 เปอร์เซ็นต์ไม่ใช่คนของกองทัพใช่หรือไม่ พล.ท.คงชีพ กล่าวยืนยันว่า ไม่มี หากพบว่าเป็นคนของกองทัพหรือกระทรวงสาธารณสุขเข้าไปเกี่ยวข้องสามารถแจ้งข้อมูลมาได้โดยตรง ซึ่งจะต้องถูกลงโทษทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด เพราะเรื่องดังกล่าว ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาครัฐ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะลงพื้นที่ไปตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า มีคนชักจูงอยู่เบื้องหลังหรือไม่ พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า ต้องดูความเชื่อมโยงกลุ่มเหล่านี้ว่ามีใครอยู่เบื้องหลัง เพราะทำให้เกิดความเสียหายต่อภาครัฐและประชาชนส่วนรวม ขณะที่ผู้ประกอบการควรได้รับสิทธิ์ตรงนี้อย่างเต็มที่ สำหรับผู้ที่เข้ารับการกักตัวก็ต้องได้รับการดูแลเป็นอย่างดี หากมีการหักค่าหัวคิวก็จะทำให้การดูแลไม่ดีพอ เพราะอาหารก็จะต้องถูกตัดไปด้วย ขณะนี้กำลังตามหาตัวอยู่ และนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้เร่งดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้พล.อ.ประยุทธ์ยังขอให้ผู้ประกอบการโรงแรมพิจารณาเป็นโรงแรมท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ ภายหลังจากที่มีการเปิดประเทศแล้ว ในขณะที่นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศนั้นยังคงต้องกักตัว 14 วัน โดยจะต้องออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66867</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กตู่, พล.ท.คงชีพ  ตันตระวาณิชย์, รร.กักตัวโควิด, สภากลาโหม, หักหัวคิว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191021/image_big_5dad3526c17e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
