<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>6477</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2018 20:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่าโอ๋ส่งทนายฟ้อง 2สารวัตร&#039;ขืนใจ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จ่าโอ๋ลุยแหลก ส่งทนายยื่นฟ้องศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ เอาผิด 2 สว.คู่กัด ใน 2 ข้อหาโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต ศาลนัดฟังคำสั่ง 24 เม.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 4 เมษายนนี้ ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนนนครไชยศรี นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความ ได้รับมอบอำนาจจาก จ.ส.ต.เลอศักดิ์ นนท์ขุนทด หรือจ่าโอ๋ อดีต ผบ.หมู่ สส.สน.พหลโยธิน เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.ต.ชลากร ปานแดง และ พ.ต.ต.เอกราช โอมาก อดีต สว.สส.สน.พหลโยธิน ที่ปัจจุบันถูกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ที่ สน.ดอนเมือง และ สน.สายไหม เป็นจำเลยที่ 1-2 ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจข่มขืนใจหรือจูงใจให้ผู้อื่นมอบทรัพย์สินให้ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต และปฏิบัติหน้าที่มิชอบฯ หรือโดยทุจริตฯ ตามมาตรา 157 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับ 2,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 28 ก.พ.-5 มี.ค.2561 เวลากลางวัน ต่อเนื่องกัน จำเลยทั้งสองในฐานะผู้บังคับบัญชาของโจทก์ ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบโดยกระทำต่อโจทก์ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ และร่วมกันกระทำโดยทุจริตทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษ รวมทั้งตำรวจชั้นประทวนอีกหลายนาย โดยอาศัยอำนาจจากการดำรงตำแหน่ง สว.สืบสวน สน.พหลโยธิน ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของโจทก์และตำรวจชั้นประทวนในฝ่ายสืบสวนของ สน.พหลโยธิน ได้ร่วมกันออกคำสั่ง ข่มขู่บังคับให้หักเบี้ยเลี้ยงของโจทก์และผู้ใต้บังคับบัญชาคนอื่นจำนวน 11 คน โดยให้ไปถอนเงินเบี้ยเลี้ยงมาส่งมอบให้กับจำเลยทั้งสอง อันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบเกี่ยวกับการจ่ายเบี้ยเลี้ยงของทางราชการ โดยมีเจตนาเพื่อให้โจทก์และผู้ใต้บังคับบัญชาได้รับความเสียหายเป็นพิเศษ ไม่ได้รับเงินเบี้ยเลี้ยงตามระเบียบของทางราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ จำเลยทั้งสองยังมีเจตนาร่วมกันที่จะนำเอาเงินเบี้ยเลี้ยงของโจทก์และผู้ใต้บังคับบัญชาไปซื้อเครื่องปรับอากาศเพื่อประโยชน์ของจำเลยทั้งสองและบุคคลอื่น ซึ่งจำเลยทั้งสองไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะกระทำได้ โดยจำเลยทั้งสองร่วมกันมีคำสั่งให้โจทก์และตำรวจชั้นประทวนทุกนายได้รับเบี้ยเลี้ยงเท่ากันทุกนายเพียงคนละ 2,500 บาท ส่วนที่เกินให้ไปถอนเงินมาส่งมอบให้กับ ร.ต.อ.สุนทร ไตรเวช และ ร.ต.อ.สัญญลักษ์ สังขะภักดี ซึ่งดำรงตำแหน่ง รอง สว.สืบสวน เพื่อรวบรวมเงินไปส่งมอบให้กับจำเลยทั้งสอง หากโจทก์และผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ทำตามจะถูกจำเลยทั้งสองกลั่นแกล้งหรือโดนโยกย้าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อโจทก์และตำรวจชั้นประทวน 11 คนได้รับทราบคำสั่ง ทุกคนต่างไม่ยินยอมและไม่พอใจ แต่โจทก์และตำรวจชั้นประทวนทุกนายจำยอมต้องไปถอนเงินของตนจากบัญชีของแต่ละคนมาส่งมอบให้กับจำเลยทั้งสองในจำนวนที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ 140 บาท-6,300 บาท โดยผลของการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของจำเลยทั้งสองได้ไป ซึ่งเงินสดจากโจทก์จำนวน 3,220 บาท และเมื่อรวมเงินทั้งหมดที่จำเลยทั้งสองได้ไปจากโจทก์และตำรวจชั้นประทวนรวม 11 คน รวมเป็นเงิน 25,300 บาท รายละเอียดปรากฏตามสำเนาเอกสารการสนทนาในกลุ่มไลน์ของฝ่ายสืบสวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากที่โจทก์และตำรวจชั้นประทวนรวม 11 นาย ถูกบังคับให้หักเบี้ยเลี้ยงตามฟ้อง โจทก์และตำรวจชั้นประทวนทั้ง 11 นาย ได้รับความเสียหาย ตำรวจฝ่ายสืบสวนชั้นประทวนทั้งหมดจึงมอบหมายให้โจทก์ไปดำเนินคดีกับจำเลยทั้งสอง โดยเมื่อวันที่ 27 มี.ค.2561 โจทก์จึงร้องทุกข์ต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริตอันเป็นความผิดต่อตำแหน่งของเจ้าพนักงาน และกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ซึ่งเป็นต้นสังกัดของโจทก์ แต่ต่อมาเมื่อวันที่ 29 มี.ค.2561 เวลากลางคืน โจทก์ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับคดีนี้ ต่อมา บช.น.ได้แถลงข่าวว่าจะสอบสวนทางวินัยกับโจทก์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การกระทำดังกล่าวของจำเลยทั้งสอง จึงเป็นการร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มีเจตนาเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ และเป็นการแสวงหาประโยชน์จากเงินของโจทก์และผู้ใต้บังคับบัญชา โดยมีเจตนาทุจริตเพื่อนำเงินไปซื้อเครื่องปรับอากาศเพื่อประโยชน์ของจำเลยทั้งสองและบุคคลอื่นโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่กระทำได้ และเป็นการข่มขืนใจโจทก์ให้ส่งมอบทรัพย์สินให้กับจำเลยทั้งสอง การกระทำของจำเลยทั้งสองไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของทางราชการแต่อย่างใด เพราะหากจะมีการซื้อเครื่องปรับอากาศมาติดในห้องทำงานหรือห้องสืบสวนจะต้องผ่านกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของทางราชการ ไม่ใช่มาบีบบังคับโจทก์ซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาให้นำเงินเบี้ยเลี้ยงมาชำระค่าเครื่องปรับอากาศ อันเป็นการสร้างความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสกับโจทก์และตำรวจชั้นประทวน การกระทำของจำเลยทั้งสองมีเจตนาเพื่อให้เกิดความเสียหายเป็นพิเศษแก่โจทก์และผู้ใต้บังคับบัญชา เหตุเกิดที่แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเดชากล่าวว่า มาฟ้องกรณีเรื่องเงินเบี้ยเลี้ยง ไม่มีเรื่องส่วยหรือความขัดแย้งอื่นมาเกี่ยวข้อง ซึ่งในส่วนของจ่าโอ๋ โดนหักเงินจำนวน 3,220 บาท ส่วนตำรวจชั้นประทวนอีก 10 คน โดนหักไม่เท่ากัน รวมเป็นเงิน 25,300 บาท ยืนยันได้รับแจ้งจากจ่าโอ๋ว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด โดยมีหลักฐานเป็นการคุยแช้ตไลน์ และการนำคดีมาฟ้องไม่ใช่เพื่อจะไปการเจรจาต่อรองกับผู้บังคับบัญชา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังยื่นฟ้องแล้ว นายเดชาเปิดเผยว่า ศาลรับไว้เป็นคดีดำ อท.81/2561 โดยศาลนัดฟังคำสั่งวันที่ 24 เม.ย.นี้ เวลา 09.00 น. เพื่อจะมีคำสั่งว่าจะรับคดีไว้ไต่สวนมูลฟ้องหรือไม่รับฟ้อง หรือยังต้องแก้ไขคำฟ้องเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ จ.ส.ต.เลอศักดิ์ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) รวมทั้งร้องเรียนต่อกองบัญชาการตำรวจนครบาล ถึงกรณีที่ 2 สารวัตรสืบสวนหักเงินเบี้ยเลี้ยงไปซื้อเครื่องปรับอากาศดังกล่าว กระทั่ง พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. มีคำสั่งย้าย พ.ต.ต.ชลากร ปานแดง สว.สส.สน.พหลโยธิน ไปเป็น สว.สส.สน.ดอนเมือง พ.ต.ต.เอกราช โอมาก สว.สส.สน.พหลโยธิน ไปเป็น สว.สส.สน.สายไหม และย้าย จ.ส.ต.เลอศักดิ์ไปเป็น ผบ.หมู่ (สส.) สน.ทุ่งสองห้อง ระหว่างรอผลการสอบสวน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6477</URL_LINK>
                <HASHTAG>2 สว.คู่กัด, ข่มขู่บังคับ, จ่าโอ๋, ตำรวจชั้นประทวน, ทุจริต, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หักเบี้ยเลี้ยง, โทษสูงสุดถึงประหารชีวิต, ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180404/image_big_5ac4d8648fe62.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6378</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2018 18:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2018 18:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนาวทั้งสน.!เพราะแอร์ตัวเดียว ผบช.น.สั่งเด้ง&#039;จ่าโอ๋&#039;กับ 2 สารวัตรพ้นพหลโยธิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 เม.ย.61- ความคืบหน้ากรณี จ.ส.ต.เลอศักดิ์ นนท์ขุนทด ผบ.หมู่ สส.สน.พหลโยธิน นำเอกสารร้องเรียนขอความเป็นธรรม สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) หลัง พ.ต.ต.ชลากร ปานแดง สว.สส.สน.พหลโยธิน และ พ.ต.ต.เอกราช โอมาก สว.สส.สน.พหลโยธิน ใช้อำนาจหน้าที่สั่งการขอหักเงินเบี้ยเลี้ยง จากตำรวจชั้นผู้น้อย 11 นาย เพื่อใช้จัดซื้อเครื่องปรับอากาศ ติดตั้งในห้องสืบสวน สน.พหลโยธิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดพล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น.ได้ลงนามหนังสือบันทึกข้อความ ที่ 0015.112/4246 วันที่ 31 มี.ค.61 เรื่อง ข้าราชการตำรวจปฏิบัติหน้าที่ ตามหนังสือ บก.น.2 ที่ 0015.(บก.น.2) 12/921 ลงวันที่ 31 มี.ค.61 เสนอ บช.น.อนุมัติให้ข้าราชการตำรวจในสังกัด ไปปฏิบัติราชการนอกเขตพื้นที่รับผิดชอบ ความแจ้งแล้วนั้น เพื่อให้การปฏิบัติราชการในภาพรวมของ บช.น.เป็นไปด้วยความเรียบร้อยมีประสิทธิภาพ และมิให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น อาศัยอำนาจตาม ม.14 แห่ง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 , ระเบียบ ก.ต.ช.ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติราชการของผู้บัญชาการในฐานะเป็นอธิบดีหรือแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2551 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2555 , ระเบียบ ตร.ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2552&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงสั่งการดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.พ.ต.ท.สมภพ นามบัณฑิต สว.สส.สน.ดอนเมือง ไปปฏิบัติราชการในตำแหน่ง สว.สส.สน.พหลโยธิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.พ.ต.ท.ณธัชพงศ์ ภิรัมย์ สว.สส.สายไหม ไปปฏิบัติราชการในตำแหน่ง สว.สส.สน.พหลโยธิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.พ.ต.ต.ชลากร ปานแดง สว.สส.สน.พหลโยธิน ไปปฏิบัติราชการในตำแหน่ง สว.สส.สน.ดอนเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.พ.ต.ต.เอกราช โอมาก สว.สส.สน.พหลโยธิน ไปปฏิบัติราชการในตำแหน่ง สว.สส.สน.สายไหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.จ.ส.ต.เลอศักดิ์ นนท์ขุนทด ผบ.หมู่ (สส.) สน.พหลโยธิน ไปปฏิบัติราชการในตำแหน่ง ผบ.หมู่ (สส.) สน.ทุ่งสองห้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นับแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.ชาญเทพ เผยว่าได้ลงนามคำสั่งตามที่ บก.น.2 ได้มีการเสนอผ่านมาจาก พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.2 โดยได้สั่งการให้แยกกันออกมาจากพื้นที่ก่อน ส่วนเหตุผลที่ให้แยกขาดออกมาจากพื้นที่นั้น เนื่องจากกรณีดังกล่าวอยู่ระหว่างการสอบสวน และไม่ให้เกิดความแตกแยกกัน ในการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขากล่าวว่าได้สั่งการให้ฝ่ายอำนวยการ บก.อก.บช.น.ทำการสำรวจวัสดุอุปกรณ์ ที่มีสิ่งเสียหายและจำเป็นต้องซ่อมแซมเร่งด่วนแล้ว โดยจะทำหนังสือสั่งการให้ทุกหน่วย เร่งดำเนินการตรวจสอบแล้ว เพื่อพิจารณาหาแนวทางแก้ไข เพื่อไม่ให้ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6378</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผบช.น., สน.พหลโยธิน, หักเบี้ยเลี้ยง, เครืองปรับอากาศห้องสอบสวน, เซ่นแอร์ห้องสอบสวน, เด้ง3ตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180403/image_big_5ac3627488ce0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6093</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2018 21:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่าชนนายรับอึดอัด เผยอาจขอลาออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จ่าพหลโยธินสุดท้ายกลายเป็นแกะหลงฝูง เจ้านายแถลงปิดคดี ระบุเพื่อนตำรวจส่วนใหญ่ยินดีให้หักเบี้ยเลี้ยงซื้อแอร์ ยุติสอบวินัยเอาผิดใครทั้งสิ้น แค่เข้าใจผิดเท่านั้น เจ้าตัวรับต่อไปอยู่ยาก อาจตัดสินใจลาออก บิ๊กแป๊ะหงุดหงิดไปร้องนอกหน่วย โยน ผกก.รับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.พหลโยธิน วันที่ 29 มีนาคมนี้ พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 พร้อมด้วย พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ วงษ์หอมหวล ผู้กำกับการ สน.พหลโยธิน ได้เปิดแถลงชี้แจงกรณีผู้ใต้บังคับบัญชาขัดแย้งกันเรื่องหักเงินเบี้ยเลี้ยงตกเบิกซื้อเครื่องปรับอากาศติดตั้งในห้องประชุมของฝ่ายสืบสวน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยการสอบปากคำตำรวจฝ่ายสืบสวนทั้ง 10 นาย ที่ถูกหักเงินเป็นค่าซื้อแอร์ ต่างให้การสอดคล้องกันว่าให้หักเงินด้วยความสมัครใจ ยกเว้น จ.ส.ต.เลอศักดิ์ นนท์ขุนทด ผู้บังคับหมู่งานสืบสวน ผู้ร้องเท่านั้นที่ไม่สมัครใจและไม่เห็นด้วย แต่กรณีนี้เป็นเรื่องภายในที่เกิดจากความเข้าใจผิดกัน เชื่อว่าไม่กระทบการทำงานภายใน และยืนยันว่าจะไม่มีการดำเนินการทางวินัยต่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด และผู้บังคับบัญชาจะคืนเงินให้แก่ผู้ที่ไม่สมัครใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน จ.ส.ต.เลอศักดิ์ชี้แจงต่อสื่อมวลชนทันทีหลังผู้บังคับบัญชาชี้แจงจบ โดยยืนยันว่าตนเองไม่สมัครใจให้เงินจำนวนดังกล่าวแต่แรก เพราะเงินจำนวนนี้เป็นสิทธิ์ของตนเองที่ได้มาจากเบี้ยเลี้ยงตกเบิกการตั้งด่านความมั่นคงช่วงกลางปีที่แล้ว และที่ผ่านมาไม่เคยถูกหักเงินเป็นค่าซ่อมบำรุงอุปกรณ์ที่ชำรุดในที่ทำงาน ทั้งยอมรับเงินเดือนปกติไม่ได้มาก ชีวิตไม่ได้สบาย และยังต้องมาเจอเหตุการณ์บั่นทอนกำลังใจในการทำงานแบบนี้ รู้สึกเสียใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จ.ส.ต.เลอศักดิ์ยืนยันว่าจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปตามที่ได้ร้องเรียนไปก่อนหน้านี้แล้ว ส่วนชีวิตการทำงานหลังจากนี้ยอมรับกังวลใจในบรรยากาศการทำงาน และกำลังพิจารณาโยกย้ายปรับเปลี่ยนการทำงาน หรืออาจลาออกจากอาชีพข้าราชการตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณี จ.ส.ต.เลอศักดิ์ นนท์ขุนทด ผบ.หมู่ สส.สน.พหลโยธิน นำเอกสารร้องเรียนขอความเป็นธรรมสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) หลัง พ.ต.ต.ชลากร ปานแดง และ พ.ต.ต.เอกราช โอมาก สว.สส.สน.พหลโยธิน ใช้อำนาจหน้าที่สั่งการขอหักเงินเบี้ยเลี้ยงจากตำรวจชั้นผู้น้อย 11 นาย เพื่อจัดซื้อเครื่องปรับอากาศติดตั้งในห้องสืบสวน สน.พหลโยธิน ว่า เรื่องนี้ถ้าจะมองว่าเป็นเรื่องเล็กก็ไม่เล็ก มองว่าเป็นเรื่องใหญ่ก็ไม่ใหญ่ เป็นเรื่องการปกครองภายใน ต้องดูเจตนาของสารวัตรด้วยว่าเจตนาดีหรือไม่ดี ถ้าเจตนาดีก็อีกเรื่องหนึ่ง เจตนาไม่ดีก็ดูไม่ดี ว่าไปหักเบี้ยเลี้ยงลูกน้องทำไม เรื่องนี้ ผกก.หัวหน้าสถานีต้องไปดูแลลูกน้องอย่างใกล้ชิดด้วย อะไรที่ขาดเหลือต้องดูแล ไม่ใช่ปล่อยลักษณะเรี่ยไรอย่างนี้ ต้องลงไปแก้ไข อุปกรณ์ขาดเหลือก็ต้องเสนอขอมาในระดับ บก. บช. ตามลำดับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่ถ้าเหตุเร่งด่วน แอร์เสีย น้ำไม่ไหล เป็นเรื่องปกติ แต่บางทีผู้บังคับบัญชาเด็กๆ อาจอึดอัด สิ่งเหล่านี้พูดจากันได้ในโรงพัก ยิ่งฝ่ายสืบสวนมีไม่กี่คนหรอก สามารถพูดจากันได้ ไม่ควรจะไปที่หน่วยอื่น จริงๆ ก็แล้วแต่ ผมไม่ได้ปกป้องใคร แต่ผมมองว่าให้ดูที่เจตนา ถ้าทุกคนเห็นว่าแอร์เสีย เอามาใช้ส่วนรวม ไม่ได้เอาไปติดที่ห้องสารวัตรคนเดียว หรือห้อง ผกก. อย่างนี้ก็ไม่ได้ ไม่ถูกเรื่อง&amp;quot; ผบ.ตร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ผบ.ตร.มีความเห็นว่าไม่ควรไปร้องที่ ป.ป.ท.ใช่หรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า ผู้บังคับบัญชามีตั้งหลายระดับชั้นที่จะให้ความเป็นธรรม ตั้งแต่ ผกก. รอง ผบก. ผบก.น.2 หรือไปที่ บช.น.ก็ได้ ผู้บังคับบัญชาจะได้รับรู้ปัญหาด้วย การร้องทุกข์ร้องเรียนต่อหน่วยอื่นจะมีความผิดตามระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือไม่ ให้ผู้บังคับบัญชาในนครบาลไปว่ากัน ที่ตนบอกมันไม่ใช่เรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ มองเป็นเรื่องปกติก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าการเรี่ยไรเงินในสถานีตำรวจแบบนี้เป็นเรื่องปกติ ธรรมเนียมปฏิบัติ หรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า อย่าไปเรียกว่าเรี่ยไรเงิน แต่อะไรที่มันเสีย ต้องซ่อมแซมให้ใช้ได้โดยไม่สามารถรองบประมาณปกติ ก็ต้องดำเนินการไป ตนเชื่อว่ามีอยู่หลายร้อยโรงพักที่ดำเนินการลักษณะแบบนี้ ตำรวจในโรงพักช่วยกันระดมทุนแบบนี้ต้องขึ้นอยู่กับหัวหน้าหน่วยบริหารจัดการและทำความเข้าใจ เรื่องนี้ตนขอพูดในภาพรวม แต่ก็จะสั่ง พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวส ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ไปดู ลักษณะแบบนี้จะเป็นอุทาหรณ์ ก็ขยายความไปในโซเชียลมีเดีย มีการแสดงความคิดเห็นต่างๆ นานา ขยายความไปเรื่อยๆ ส่วนที่ตอนนี้มีข่าวว่าตำรวจที่เป็นผู้ไปร้องเรียนอาจจะรู้สึกผิด อึดอัดในการอยู่ในโรงพัก ก็เป็นเรื่องที่ ผบช.น.ต้องไปจัดการ อะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้เกิดความแตกแยก แตกความสามัคคี หน่วยมีกฎระเบียบอยู่แล้ว เรื่องนี้ผู้บังคับบัญชาต้องเอาใจใส่ ตนเน้นย้ำเรื่องการใช้งบประมาณมาตลอด เรื่องนี้ตนไม่ทราบรายละเอียดว่าการเรี่ยไรของผู้บังคับบัญชาเป็นการสมัครใจหรือไม่ อย่างไร ย้ำว่าตนไม่ก้าวก่าย แต่หากตำหนิ ต้องตำหนิหัวหน้าหน่วย ไม่ตำหนิเด็กอยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เปิดเผยว่า หลังรับเรื่องร้องเรียน ป.ป.ท.ได้ส่งเรื่องให้สำนักปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 5 ซึ่งรับผิดชอบงานด้านตำรวจ ดำเนินการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน ส่วนจะเรียกตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 11 นาย เข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติมหรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของพนักงานสอบสวน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เรื่องยังไม่ถึงบอร์ด ป.ป.ท. ส่วนตัวเห็นว่าการที่จะพิจารณาว่ามีการกระทำที่ทุจริตหรือไม่นั้น ต้องดูว่าการกระทำเป็นการกระทำผิดต่อตำแหน่งราชการ หรือกระทำผิดต่อความยุติธรรมหรือไม่ ทั้งนี้ ยังต้องพิจารณาว่าผู้บังคับบัญชาใช้อำนาจหน้าที่เกินกว่าเหตุในการหักเงินผู้ใต้บังคับบัญชาหรือไม่ กรณีที่เงินเข้าบัญชีส่วนบุคคลแล้ว หากผู้ใต้บังคับบัญชาไม่สมัครใจก็ไม่สามารถหักเงินได้ เพราะไม่ใช่เงินขององค์กร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีนี้ไม่ควรเป็นกรณีศึกษา และไม่ควรเป็นตัวอย่าง แต่เป็นข้อจำกัดของการทำงาน ซึ่งผู้บริหารองค์กรสามารถตั้งงบประมาณในการจัดซื้อจัดจ้างได้ โดยผู้บริหารจะต้องสอดส่องดูแล ในด้านกฎหมาย ผมไม่ขอออกความเห็น มันอยู่ที่ระบบคุณธรรมและจริยธรรมของผู้บริหาร&amp;quot; พล.ต.อ.จรัมพรกล่าว.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6093</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ่าพหลโยธิน, ป.ป.ท., พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์, พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หักเบี้ยเลี้ยง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180329/image_big_5abcf0866ac3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6018</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งกก.สอบซื้อแอร์ จ่อย้ายจ่าท้าชนสว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผบก.น.2 สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว กรณีจ่าพหลโยธินร้องเรียน 2 สารวัตรหักเบี้ยเลี้ยงเป็นค่าแอร์ติดห้องสอบสวน ด้าน ผกก.พหลโยธินเตรียมย้ายจ่าคู่กรณีไปอยู่ฝ่ายปราบปรามเพื่อลดแรงกดดัน เจ้าตัวลั่นไม่ลาออกแน่ แต่จะสู้เพื่อความถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 วันที่ 28 มีนาคมนี้ พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ วงษ์หอมหวล ผกก.สน.พหลโยธิน เข้าพบ พ.ต.อ.ยรรยง สันติปรีชาวัฒน์ รอง ผบก.น.2 เพื่อชี้แจงกรณีที่ จ.ส.ต.เลอศักดิ์ นนท์ขุนทด ผู้บังคับหมู่งานสืบสวนสอบสวน สน.พหลโยธิน เข้าร้องเรียนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. และกองบัญชาการตำรวจนครบาล กรณีถูกผู้บังคับบัญชาซึ่งเป็นสารวัตรสืบสวน 2 นาย บังคับหักเงินเบี้ยเลี้ยงเพื่อซื้อเครื่องปรับอากาศติดตั้งในห้องสืบสวนของ สน.พหลโยธิน ซึ่งเป็นการบังคับขู่เข็ญผู้ใต้บังคับบัญชาโดยไม่เต็มใจ เบื้องต้นมีการหารือถึงแนวทางการตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง เพื่อการบริหารงานภายในหลังจากนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ยอมรับว่า เพิ่งทราบปัญหาที่เกิดขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมา ผู้ใต้บังคับบัญชาไม่เคยมาปรึกษา แต่เมื่อทราบเรื่องก็ได้เรียกตำรวจสืบสวนทุกนายใน สน.พหลโยธินมาสอบถาม และพบว่าส่วนใหญ่สมัครใจช่วยลงขันซื้อเครื่องปรับอากาศ ส่วนจะมีความขัดแย้งระหว่างกันมาก่อนหน้านี้หรือไม่ อยู่ระหว่างตรวจสอบ โดยยังไม่มีการโยกย้ายฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด และยืนยันว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจะไม่ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผกก.สน.พหลโยธินเปิดเผยด้วยว่า จ.ส.ต.เลอศักดิ์ได้ยื่นใบขอลาพักร้อน ส่วนสารวัตรสืบสวน 2 นาย และชั้นประทวนอีก 10 นาย ยังปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายสืบสวนตามปกติ ขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งย้ายใดๆ แต่มีแนวคิดที่จะย้ายเจ้าหน้าที่ชั้นประทวน จากฝ่ายสืบสวนไปฝ่ายปราบปรามเพื่อลดความกดดัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ จ.ส.ต.เลอศักดิ์กล่าวว่า ขณะนี้ยื่นใบลาพักตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค.-3 เม.ย. ซึ่งมีกระแสข่าวว่าตนจะถูกย้ายจากฝ่ายสืบสวนไปฝ่ายปราบปราม แต่ยังไม่มีเอกสารออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อลดความกดดัน ทั้งนี้ ยังไม่พบสารวัตรสืบสวนทั้ง 2 นาย โดยยืนยันว่าจะไม่ลาออกราชการ จะสู้เพื่อความยุติธรรมให้ถึงที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.ยรรยงค์เปิดเผยว่า วันนี้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 ได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง โดยตนเป็นหัวหน้าชุด หลังจากนี้จะเรียกตำรวจที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ข้อมูล แต่ยังไม่สามารถระบุวันได้ในขณะนี้ อยู่ระหว่างการหารือกับคณะกรรมการฯ โดยจะให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย ส่วนจะมาจากความขัดแย้งส่วนตัวหรือมาจากสาเหตุอื่นหรือไม่ ต้องตรวจสอบก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ต.เอกชัย&amp;nbsp;บุญวิสุทธิ์&amp;nbsp;ผบก.น.2&amp;nbsp;กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.ยรรยงค์เป็นผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากห้วงเวลาที่เกิดเหตุเป็นขณะที่ พ.ต.อ.ยรรยงค์เป็น ผกก.สน.พหลโยธิน คาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะสามารถสรุปเรื่องราวทั้งหมดได้ ทั้งนี้ ได้กำชับให้ทุกพื้นที่กวดขันและดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ เบื้องต้นเชื่อว่าไม่กระทบกับการทำงานดูแลประชาชนแน่นอน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6018</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ส.ต.เลอศักดิ์ นนท์ขุนทด, พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ วงษ์หอมหวล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หักเบี้ยเลี้ยง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180328/image_big_5abb947776c01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
