<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21229</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/11/2018 18:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/11/2018 16:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตัวเลขล่าสุดญี่ปุ่นป่วยหัดเยอรมัน  1.4พันราย  ส่วนไทยตั้งแต่ต้นปี-ต.ค.269ราย  ยังไม่มีผู้เสียชีวิตน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ย.61- นพ.สุวรรณชัย &amp;nbsp;วัฒนายิ่งเจริญชัย &amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรณีที่มีรายงานข่าวการระบาดของโรคหัดเยอรมันที่ประเทศญี่ปุ่น นั้น จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น พบว่าในปีนี้ประเทศญี่ปุ่นมีรายงานผู้ป่วยโรคหัดเยอรมันเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่เดือนสิงหาคมจนถึงปัจจุบัน ปัจจุบันมีรายงานทั้งหมด 1,468 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 24 ตุลาคม 2561) &amp;nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสถานการณ์ของโรคหัดเยอรมันในประเทศไทย ข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค พบว่ามีรายงานผู้ป่วยลดลงอย่างต่อเนื่อง ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เฉลี่ยประมาณ 200 รายต่อปี โดยในปี 2560 ตลอดทั้งปีมีผู้ป่วย 261 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต ส่วนในปี 2561 ตั้งแต่ 1 มกราคม &amp;ndash; 25 ตุลาคม 2561 มีรายงานผู้ป่วย 269 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเช่นกัน &amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งในขณะนี้กรมควบคุมโรค ได้ติดตามสถานการณ์ของโรคหัดเยอรมันในต่างประเทศอย่างใกล้ชิด และทำการประเมินความเสี่ยงเพื่อกำหนดและดำเนินมาตรการที่เหมาะสม &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า โรคหัดเยอรมัน เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ติดต่อจากการไอ จาม หรือใกล้ชิดกับคนที่ติดเชื้อ &amp;nbsp;ส่วนอาการสำคัญคือมีไข้ร่วมกับมีผื่นประมาณ 2-3 วัน &amp;nbsp;ทั้งนี้ โรคนี้ไม่ใช่โรคติดต่อร้ายแรง &amp;nbsp;แต่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ เพราะหากหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อแล้ว ทารกในครรภ์อาจเกิดภาวะพิการแต่กำเนิด หูหนวก ตาเป็นต้อกระจก เป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด มีภาวะผิดปกติทางสมอง และอวัยวะภายในไม่สมบูรณ์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข คือการให้วัคซีนเพื่อป้องกันโรค ซึ่งประเทศไทยเริ่มมีการให้วัคซีนป้องกันโรคหัดเยอรมัน ตั้งแต่ปี 2529 แก่เด็กนักเรียนหญิง ชั้น ป.6 (ปัจจุบันกลุ่มนี้อายุประมาณ 44 ปี) &amp;nbsp;และในปี 2536 &amp;nbsp; มีการให้วัคซีนทั้งนักเรียนชายและหญิง ป.1 (ปัจจุบันกลุ่มนี้อายุประมาณ 32 ปี) &amp;nbsp;โดยในปัจจุบันพบว่ามีความครอบคลุมของการได้รับวัคซีนป้องกันโรคหัดเยอรมันสูงมากกว่าร้อยละ 95 &amp;nbsp;นอกจากนี้ กรมควบคุมโรคได้เพิ่มความเข้มข้นในมาตรการเฝ้าระวังที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศมาโดยตลอด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมควบคุมโรค &amp;nbsp;ขอให้คำแนะนำผู้ที่จะเดินทางไปยังประเทศที่มีการระบาดของโรคหัดเยอรมัน ดังนี้ 1.ติดตามข้อมูลสถานการณ์และพื้นที่การระบาดของโรคหัดเยอรมัน ก่อนเดินทางและขณะเดินทางอย่างใกล้ชิด &amp;nbsp;2.ประชาชนที่ยังไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดเยอรมัน หรือไม่เคยป่วยเป็นโรคหัดเยอรมัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาการฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดเยอรมันอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนการเดินทาง &amp;nbsp;3.หญิงตั้งครรภ์ควรปรึกษาแพทย์เรื่องการป้องกันตนเองก่อนที่จะเดินทางไปยังประเทศที่มีการระบาด และควรหลีกเลี่ยงที่จะเข้าไปยังพื้นที่ระบาดของโรคถ้าไม่เคยฉีดวัคซีนป้องกันหรือไม่เคยเป็นหัดเยอรมันมาก่อน &amp;nbsp;และ 4.ผู้ที่เดินทางกลับจากประเทศที่มีการระบาด ควรสังเกตอาการและหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับหญิงตั้งครรภ์และเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 9 เดือน หากมีอาการไข้ออกผื่นภายใน 21 วันควรไปพบแพทย์และแจ้งประวัติการเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โรคหัดเยอรมันสามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน ซึ่งตามแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของกระทรวงสาธารณสุข จะฉีดวัคซีนรวมป้องกันโรคหัด-คางทูม-หัดเยอรมัน &amp;nbsp;โดยเข็มแรกเมื่อเด็กอายุ 9 เดือน และเข็มที่สองเมื่ออายุ 2 ปีครึ่ง หากยังไม่ได้รับวัคซีนหรือรับวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์ ผู้ปกครองสามารถพาไปรับวัคซีนได้ที่สถานบริการสาธารณสุขของรัฐทุกแห่ง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422&amp;rdquo; นพ.สุวรรณชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21229</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมโรค, นพ.สุวรรณชัย  วัฒนายิ่งเจริญชัย, หัดเยอรมันระบาดญี่ปุ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180806/image_big_5b681883b7a10.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21171</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2018 19:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2018 19:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทัวร์ญี่ปุ่นหงอยแน่ กรมควบคุมโรคเตือนควรเลี่ยงเดินทางช่วงนี้  ป้องกันได้รับเชื้อหัดเยอรมัน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp; ที่กรมควบคุมโรค(คร.) กระทรวงสาธารณสุข นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค(คร.) กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) แถลงข่าวเตือนการเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น หลังจากสำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค(คร.) ออกเอกสารแจ้งเตือนประชาชนที่จะเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น ที่โรคหัดเยอรมันกำลังระบาด ว่า หลายประเทศจะมีการติดตาม เฝ้าระวังและควบคุมโรคระบาด&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งแบ่งเป็น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ระดับ ได้แก่ ระดับที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;&amp;nbsp; Travel watch&amp;nbsp;&amp;nbsp;ระดับจับตา ซึ่งไม่ห้ามการเดินทาง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ระดับที่&amp;nbsp;2 Travel Alert&amp;nbsp;&amp;nbsp;ระดับการเฝ้าระวังและแจ้งเตือน ซึ่งไม่ได้ห้ามเดินทางเช่นกัน แต่จะมีคำแนะนำการปฏิบัติตัวเมื่อต้องเดินทางเข้าไปยังพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;และระดับที่&amp;nbsp;3 Travel Warning&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นระดับเตือนภัย คือการห้ามเข้าไปยังพื้นที่ระบาด&amp;nbsp;โดยสำหรับสถานการณ์การระบาดของโรคหัดเยอรมันในประเทศญี่ปุ่นนั้นประเทศไทย มีการแนะนำอยู่ในระดับ2&amp;nbsp;คือ เรื่องการปฏิบัติตัวทั้งคนไทยที่จะเดินทางเข้ายังประเทศญี่ปุ่น และคนไทยหรือคนต่างชาติที่เดินทางจากญี่ปุ่นมายังประเทศไทย เช่นเดียวกับศูนย์ป้องกันควบคุมโรคแห่งสหรัฐอเมริกาก็ประกาศเตือนที่ระดับ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;คนไทยหลายคนได้รับการฉีดวัคซีนมาตั้งแต่เด็กแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่คนที่ยังไม่ได้ฉีด หากจำเป็นต้องไปญี่ปุ่นก็ขอให้ปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อรับวัคซีนป้องกัน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ หากไม่จำเป็นก็ควรหลีกเลี่ยงไปประเทศญี่ปุ่นในช่วงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องในประเทศญี่ปุ่นพบว่า จำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจาก184&amp;nbsp;รายเมื่อวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;กันยายน มาเป็น&amp;nbsp;362&amp;nbsp;รายในวันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;กันยายน และเดือนตุลาคมก็เพิ่มขึ้นอีก จนกระทั่งเมื่อวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ตุลาคมที่ผ่านมามีรายงาน&amp;nbsp;1,468&amp;nbsp;ราย ทำให้ ทางกรมควบคุมโรค(คร.)ต้องประเมินสถานการณ์เป็นระยะ ประกอบกับสัปดาห์ที่ผ่านมาทาง ศูนย์ป้องกันควบคุมโรคของสหรัฐอเมริกา (&amp;nbsp;US CDC)&amp;nbsp;ก็ยกระดับการเตือนประชาชนของประเทศสหรัฐอเมริกาจากระดับที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นระดับ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;หลังจากมีการติดตามมาอย่างใกล้ชิด โดยมีคำแนะนำให้ผู้ที่จะเดินทางไปญี่ปุ่นได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดเยอรมัน และแนะนำให้หญิงตั้งครรภ์หลีกเลี่ยงการเดินทางไปญี่ปุ่น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสำนักระบาดวิทยา&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่า ในหญิงตั้งครรภ์ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากหากติดเชื้อหัดเยอรมัน จะส่งผลต่อทารกในครรภ์ เสี่ยงพิการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกิดภาวะหัวใจรั่ว อวัยวะภายในไม่สมบูรณ์ ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงเดินทางไป โดยพื้นที่ต้องระมัดระวัง คือ พื้นที่ตัวเมืองอย่างเมืองหลวงโตเกียว และรอบๆ เมืองโตเกียว โดยความเสี่ยงหากนับเป็นเปอร์เซ็นต์ว่ามีความเสี่ยงให้ทารกในครรภ์พิการมากน้อยแค่ไหนนั้นก็พูดยาก เพราะขึ้นอยู่กับอายุครรภ์ แม้ความเสี่ยงไม่เต็ม&amp;nbsp;100&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ถือว่าสูงมากกว่าคนทั่วไป แต่ที่ต้องระมัดระวังคือ หญิงท้องที่มีอายุครรภ์น้อยกว่า&amp;nbsp;20&amp;nbsp;สัปดาห์จะเสี่ยงมาก ซึ่งไม่ได้หมายความว่าอายุครรภ์อื่นจะไม่เสี่ยง ดังนั้น ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม หญิงตั้งครรภ์ทุกคนขอให้หลีกเลี่ยงดีที่สุด แต่หากจำเป็นขอให้ปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำ ทั้งนี้หัดเยอรมันสามารถติดต่อจากทางเดินหายใจ ด้วยการไอ จาม และจากการสัมผัสสารคัดหลั่ง ซึ่งติดต่อง่ายกว่าไข้หวัดทั่วไป แต่ก็ไม่ใช่โรคร้ายแรงจนต้องหวาดวิตก เนื่องจากมีวัคซีนป้องกัน อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่เดินทางกลับมาจากญี่ปุ่นให้เฝ้าสังเกตอาการ&amp;nbsp;21&amp;nbsp;วันว่ามี ไข้ ออกผื่นหรือไม่ หากมีให้ไปพบแพทย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีเด็กเล็กหากไปญี่ปุ่นแล้วเกิดติดเชื้อ จะมีความพิการหรือไม่ นพ.นคร กล่าวว่า ไม่พิการ แต่เด็กเล็ก อาการจะรุนแรงกว่าผู้ใหญ่ จะเสี่ยงเกิดโรคแทรกซ้อน และมีไข้ออกผื่น ติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ เป็นกลุ่มเสี่ยงที่ควรหลีกเลี่ยงเช่นกัน ทั้งนี้สำหรับคนทั่วไปที่จะเดินทางไปญี่ปุ่นขอให้ไปปรึกษาแพทย์ และรับวัคซีนป้องกันอย่างน้อยก่อน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สัปดาห์ที่จะเดินทางไป อย่างไรก็ตามขอย้ำว่า แม้ขณะนี้จะมีการระบาดของโรคหัดเยอรมันในญี่ปุ่น แต่ยังไม่พบผู้เสียชีวิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ชนินันท์ สนธิไชย หัวหน้ากลุ่มพัฒนางานวัคซีนพื้นฐาน กรมควบคุมโรค กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากการติดตามสถานการณ์ในไทยพบว่า&amp;nbsp; 5&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมาประเทศไทยได้รับรายงานผู้ป่วยปีละ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ราย โดยปี&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;มีรายงานผู้ป่วย&amp;nbsp;261&amp;nbsp;ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;และข้อมูลล่าสุดถึงวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ตุลาคม มีรายงานผู้ป่วย&amp;nbsp; 269&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ป่วยส่วนใหญ่ในไทยจะเป็นอายุ&amp;nbsp;24-54&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เกิดในผู้หญิงและผู้ชายใกล้เคียงกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยประเทศไทยได้ให้วัคซีนป้องกันโรคหัดเยอรมันมาตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2529&amp;nbsp;โดยให้ในนักเรียนหญิงชั้นประถมศึกษาปีที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ซึ่งกลุ่มนี้จะมีภูมิต้านทาน ซึ่งปัจจุบันคือ ผู้หญิงที่อายุประมาณ&amp;nbsp;44&amp;nbsp;ปีลงมา หลังจากนั้นในปี&amp;nbsp;2536&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประเทศไทยก็ขยายการให้วัคซีนโรคหัดเยอรมันแก่นักเรียนทั้งชายและหญิงชั้นประถมศึกษาปีที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มคนไทยต่ำกว่า&amp;nbsp;32&amp;nbsp;ปีลงมา ซึ่งภาพรวมการได้รับวัคซีนป้องกันโรคหัดเยอรมันครอบคลุมสูงกว่าร้อยละ&amp;nbsp;95&amp;nbsp;และหากใครฉีดวัคซีนไปแล้ว&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ครั้งจะมีภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;97&amp;nbsp;อยู่ได้ตลอดชีวิต โดยปัจจุบันประเทศไทยได้ให้วัคซีนกับทารกทุกคน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เข็ม โดยเข็มแรกให้เมื่ออายุ&amp;nbsp;9&amp;nbsp;เดือน และเข็มที่สองให้อายุ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ขวบครึ่ง ดังนั้น ผู้ปกครองพาบุตรหลานมารับวัคซีนตามที่นัดหมายด้วย&amp;nbsp;ขณะนี้จากการติดตามการแจ้งเตือนของสถานทูตญี่ปุ่นในไทย ณ วันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;ระบุว่าคนไทยสามารถเดินทางไปญี่ปุ่นได้ แต่ขอให้มีการทำประกันสุขภาพ ซึ่งยังไม่เห็นคำแนะนำเพิ่มเติม ขออย่าวิตก แต่หากจะเดินทางไปให้เช็กประวัติว่าเคยฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดเยอรมันหรือไม่ และหากไม่เคยก็สามารถพบแพทย์เพื่อฉีดวัคซีน ยกเว้นหญิงตั้งครรภ์อาจต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ&amp;rdquo; นพ.ชนินันท์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21171</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมโรค, หัดเยอรมันระบาดญี่ปุ่น, เตือนเลี่ยงเดินทางไปญี่ปุ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180601/image_big_5b111cc968b02.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
