<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119010</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 21:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 21:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐเปิดเผยจำนวนหัวรบนิวเคลียร์ครั้งแรกในรอบ4ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเปิดเผยจำนวนหัวรบนิวเคลียร์ที่มีอยู่ในคลังแสงของประเทศเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี หลังจากรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปิดบังข้อมูลดังกล่าวและเกือบทำให้ข้อตกลงควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ที่ทำไว้กับรัสเซียถึงกาลอวสาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีปติดหัวรบนิวเคลียร์ไททันอยู่ในไซโลของสหรัฐที่แอริโซนา (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีอ้างคำแถลงของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเมื่อวันอังคารที่ 5 ตุลาคม ตามเวลาของกรุงวอชิงตัน ว่า นับถึงวันที่ 30 กันยายน 2563 กองทัพสหรัฐมีหัวรบนิวเคลียร์ทั้งที่อยู่ในประจำการและนอกประจำการ รวมทั้งสิ้น 3,750 หัวรบ ลดลง 55 หัวรบจากวันเดียวกันของปี 2562 และลดลง 72 หัวรบจากปี 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนดังกล่าวนับว่าอยู่ในระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่คลังแสงนิวเคลียร์ของสหรัฐเคยอยู่ในระดับสูงสุดช่วงสงครามเย็นกับรัสเซียเมื่อปี 2510 โดยตอนนั้นสหรัฐมีหัวรบนิวเคลียร์ถึง 31,255 หัวรบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเปิดเผยจำนวนหัวรบนิวเคลียร์ของสหรัฐครั้งนี้มีออกมาในช่วงที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโจ ไบเดน พยายามรื้อฟื้นการเจรจาควบคุมอาวุธกับรัสเซียอีกครั้ง หลังจากหยุดชะงักไปในยุคของทรัมป์ &amp;quot;การเพิ่มความโปร่งใสของคลังแสงนิวเคลียร์ของสหรัฐมีความสำคัญต่อความพยายามไม่แพร่กระจายอาวุธและการลดอาวุธ&amp;quot; แถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงที่ทรัมป์เป็นประธานาธิบดี สหรัฐถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ที่ 6 ชาติมหาอำนาจทำไว้กับอิหร่าน และถอนตัวจากสนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง (ไอเอ็นเอฟ) ที่สหรัฐทำไว้กับรัสเซีย ปีที่แล้ว สนธิสัญญานิวสตาร์ทที่เป็นข้อตกลงควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ที่สำคัญอีกฉบับก็เกือบหมดอนาคตเช่นกัน แต่ทันทีที่ไบเดนรับตำแหน่ง เขาดำเนินการให้ต่ออายุสนธิสัญญาออกไปอีก 5 ปี ก่อนที่สัญญาจะหมดลงในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ซึ่งประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน รับลูกทันควัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์รีรอกับการต่อสัญญานิวสตาร์ทโดยตั้งแง่ให้ดึงจีนเข้าร่วมด้วย แม้ว่าจีนจะมีหัวรบน้อยกว่ามาก&amp;nbsp; ข้อตกลงฉบับนี้กำหนดว่าสหรัฐและรัสเซียต้องมีหัวรบนิวเคลียร์ประจำการไม่เกิน 1,550 หัวรบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามข้อมูลที่สถาบันวิจัยสันติภาพระหว่างประเทศสตอกโฮล์มรวบรวม ถึงเดือนมกราคม 2564 จำนวนหัวรบนิวเคลียร์ อันรวมถึงที่ปลดประจำการแล้ว ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐไม่ได้นับรวมไว้ด้วย สหรัฐมีหัวรบนิวเคลียร์ 5,550 หัวรบ, รัสเซียมี 6,255 หัวรบ, จีนมี 350 หัวรบ, อังกฤษ 225 หัวรบ และฝรั่งเศส 290 หัวรบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอินเดีย, ปากีสถาน และเกาหลีเหนือ มีหัวรบนิวเคลียร์รวมกันประมาณ 460 หัวรบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119010</URL_LINK>
                <HASHTAG>สนธิสัญญานิวสตาร์ท, สหรัฐเปิดเผยจำนวนหัวรบนิวเคลียร์, หัวรบนิวเคลียร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211006/image_big_615db4b83f658.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56410</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2020 22:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2020 21:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรือดำน้ำสหรัฐเริ่มติดตั้งมิสไซล์หัวรบนิวเคลียร์จิ๋ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เพิ่มความเสี่ยงสงครามนิวเคลียร์ กระทรวงกลาโหมสหรัฐประกาศติดตั้งมิสไซล์พิสัยไกลรุ่นใหม่ติดหัวรบนิวเคลียร์ขนาดค่อนข้างเล็กที่มีอานุภาพทำลายล้างต่ำไว้ในเรือดำน้ำ เพื่อตอบโต้การทดสอบอาวุธคล้ายกันของรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เรือดำน้ำยูเอสเอส โอไอโอ ติดมิสไซล์นำวิถีของสหรัฐ (Photo by Dave Fliesen/U.S. Navy via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ กล่าวว่า นักวิจารณ์หลายรายแสดงความวิตกว่าอาวุธนิวเคลียร์ขนาดเล็กลงยิ่งเพิ่มความเป็นไปได้ของการถูกใช้งาน เนื่องจากสร้างความเสียหายน้อยกว่า ฉะนั้น จึงทำให้เกณฑ์กำหนดเส้นแบ่งความขัดแย้งด้านนิวเคลียร์ลดต่ำลงไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของจอห์น รู้ด ผู้ช่วยรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา กล่าวว่า การวางกำลังอาวุธนิวเคลียร์อานุภาพทำลายต่ำ W76-2 มีความจำเป็นต่อการป้องปรามประเทศที่อาจเป็นศัตรูของสหรัฐ เช่น รัสเซีย จากความเชื่อที่ว่าการที่คู่แข่งมีอาวุธนิวเคลียร์อานุภาพต่ำ จะทำให้ได้เปรียบสหรัฐและชาติพันธมิตร โดยทึกทักเอาว่า การมีเพียงอาวุธนิวเคลียร์ขนาดใหญ่อานุภาพทำลายล้างสูงในคลังแสงสหรัฐจะไม่ตอบโต้ประเทศอื่นที่ใช้อาวุธนิวเคลียร์เชิง &amp;quot;ยุทธวิธี&amp;quot; ขนาดเล็กในการโจมตีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิลเลียม อาร์กิน และฮานส์ คริสเต็นเซ็น เขียนบทความลงเว็บไซต์ของสหพันธ์นักวิทยาศาสตร์อเมริกันว่า หัวรบนิวเคลียร์ W76-2 มีอานุภาพขนาดประมาณ 5 กิโลตัน ในขณะที่หัวรบนิวเคลียร์ที่สหรัฐติดตั้งบนเรือดำน้ำปกตินั้นมีอานุภาพทำลายขนาด 455 กิโลตัน และ 90 กิโลตัน เปรียบเทียบกับระเบิดปรมาณู 2 ลูกที่สหรัฐทิ้งลงเมืองฮิโรชิมาและนางาซากิของญี่ปุ่นช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 2488 ซึ่งมีขนาด 15 กิโลตัน และ 21 กิโลตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งคู่กล่าวว่า หัวรบนิวเคลียร์ใหม่ที่มีขนาดค่อนข้างเล็กนี้ถูกติดตั้งไว้กับเรือดำน้ำ ยูเอสเอส เทนเนสซี ที่ลาดตระเวนอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ เพนตากอนเคยกล่าวไว้ในรายงานทบทวนท่าทีด้านนิวเคลียร์ ปี 2559 ว่าสหรัฐจะวางกำลังอาวุธนิวเคลียร์ที่มีขนาดเล็ก ท่าทีนี้เกิดขึ้นจากทัศนะที่ว่ารัสเซียกำลังพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธวิธี ด้วยความคาดหมายว่าจะสามารถใช้ได้โดยไม่ยั่วยุให้เกิดการโจมตีระดับทำลายล้าง ซึ่งเป็นพื้นฐานของหลักการป้องปรามนิวเคลียร์สมัยสงครามเย็นที่ว่า การทำลายล้างที่สร้างความพินาศด้วยกันทั้งสองฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การวางกำลังหัวรบนิวเคลียร์ขนาดเล็กในเรือดำน้ำครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังสหรัฐถอนตัวจากสนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลางเมื่อปีที่แล้ว ข้อตกลงกับรัสเซียที่ทำไว้ตั้งแต่ยุคสงครามเย็นนี้มีเป้าหมายลดความเสี่ยงของความขัดแย้งทางนิวเคลียร์ด้วยการห้ามขีปนาวุธและมิสไซล์ครูซชนิดยิงจากพื้นที่สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ พิสัยระหว่าง 500-5,500 กิโลเมตร โดยสหรัฐอ้างว่ารัสเซียละเมิดข้อตกลงจากการพัฒนามิสไซล์ SSC-8&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ สหรัฐและรัสเซียกำลังอยู่ระหว่างตัดสินใจด้วยว่าจะต่ออายุสนธิสัญญาลดอาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธศาสตร์ใหม่ ปี 2553 หรือไม่ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56410</URL_LINK>
                <HASHTAG>W76-2, นิวเคลียร์อานุภาพทำลายต่ำ, หัวรบนิวเคลียร์, เพนตากอน, เรือดำน้ำสหรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200205/image_big_5e3ad82bef57d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43893</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2019 20:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2019 20:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐทดสอบมิสไซล์พิสัยกลาง รัสเซีย-จีนโวยกระตุ้นแข่งอาวุธ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ฉีกสัญญาไอเอ็นเอฟแล้วทำได้ สหรัฐยิงทดสอบมิสไซล์ครูซที่สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ชนิดยิงจากภาคพื้นดินเมื่อวันอาทิตย์ รัฐบาลรัสเซียและจีนเตือนสหรัฐเพิ่มความตึงเครียดทางทหารและเสี่ยงต่อการจุดชนวนการแข่งขันด้านอาวุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐ (DoD) แสดงการยิงทดสอบมิสไซล์ตามแบบชนิดยิงจากพื้นดิน จากเกาะซานนิโคลัสนอกชายฝั่งแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2562&amp;nbsp; / DoD / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงกลาโหมสหรัฐแถลงเมื่อวันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม 2562 ว่าสหรัฐยิงทดสอบมิสไซล์ครูซตามแบบ ที่โจมตีเป้าหมายในระยะไกลมากกว่า 500 กิโลเมตร ซึ่งเป็นการยิงทดสอบมิสไซล์พิสัยกลางที่เคยถูกห้ามไว้ภายใต้สนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง (ไอเอ็นเอฟ) เป็นครั้งแรกนับแต่สหรัฐถอนตัวจากสนธิสัญญาสมัยสงครามเย็นฉบับนี้เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม สหรัฐอ้างเหตุผลในการฉีกสัญญานี้ว่ารัสเซียละเมิดข้อตกลงก่อน แต่รัสเซียปฏิเสธและกล่าวหาสหรัฐในแบบเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไอเอ็นเอฟห้ามทั้งรัสเซียและสหรัฐใช้มิสไซล์ชนิดยิงจากภาคพื้นดินที่มีพิสัยระหว่าง 500-5,500 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามทวีปยุโรปในช่วงเวลานั้น แต่รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า ข้อห้ามจากปี 2530 ฉบับนี้ไม่มีผลผูกมัดถึงมหาอำนาจชาติอื่นๆ โดยเฉพาะจีน ที่พัฒนาอาวุธนี้ได้อย่างเสรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารกล่าวว่า มิสไซล์ลูกนี้ถูกยิงจากฐานปล่อยบนเกาะซานนิโคลัสที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพเรือสหรัฐ นอกชายฝั่งรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยเป็นมิสไซล์โทมาฮอว์กชนิดที่สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ได้ กองทัพสหรัฐยกเลิกประจำการมิสไซล์โทมาฮอว์คชนิดยิงจากภาคพื้นดินนับแต่ให้สัตยาบันไอเอ็นเอฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อต้นเดือนนี้ มาร์ก เอสเปอร์ รัฐมนตรีกลาโหมคนใหม่ของสหรัฐ เคยกล่าวไว้ว่า สหรัฐได้เริ่มพัฒนาระบบขีปนาวุธและมิสไซล์ครูซชนิดยิงจากภาคพื้นดินที่เป็นอาวุธตามแบบและเคลื่อนย้ายได้ และเนื่องจากขณะนี้สหรัฐถอนตัวจากไอเอ็นเอฟแล้ว กระทรวงกลาโหมจะเดินหน้าเต็มสูบเพื่อพัฒนามิสไซล์ชนิดยิงจากภาคพื้นดินเพื่อโต้ตอบการกระทำรัสเซีย แต่เขายืนกรานว่าสหรัฐไม่ได้เริ่มต้นการแข่งขันอาวุธครั้งใหม่
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ภายหลังคำประกาศทดสอบของสหรัฐ เซอร์เกย์ เรียบคอฟ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของรัสเซีย กล่าวกับสำนักข่าวทาสส์ของรัสเซียว่า เห็นได้ชัดว่าสหรัฐกำลังเดินหน้าสู่การเพิ่มความตึงเครียดทางทหาร แต่รัสเซียจะไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้กับการยั่วยุนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราจะไม่ยอมถูกดึงเข้าสู่การแข่งขันด้านอาวุธที่ฟุ่มเฟือย&amp;quot; เขากล่าว พร้อมกับโจมตีสหรัฐว่า การทดสอบครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า สหรัฐทำโครงการมิสไซล์นี้มานานก่อนที่จะถอนตัวจากไอเอ็นเอฟอย่างเป็นทางการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรุงปักกิ่ง เกิ้ง ซวง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน กล่าวว่า การกระทำของสหรัฐจะกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันอาวุธรอบใหม่ ที่จะนำไปสู่การเผชิญหน้าทางทหารมากยิ่งขึ้น เขาเตือนด้วยว่า การทดสอบของสหรัฐจะส่งผลกระทบเชิงลบอย่างร้ายแรงต่อสถานการณ์ด้านความมั่นคงระหว่างประเทศและระดับภูมิภาค สหรัฐควรละทิ้งความคิดแบบสงครามเย็น แล้วทุ่มเททำสิ่งที่สร้างสรรค์ต่อสันติภาพและความสงบสุขในระดับสากลและระดับภูมิภาคให้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าที่สหรัฐจะประกาศข่าวการทดสอบมิสไซล์เมื่อวันจันทร์ ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย กล่าวขณะเยือนกรุงปารีสว่า รัสเซียจะวางกำลังมิสไซล์พิสัยกลางหรือพิสัยใกล้กว่านั้น ก็ต่อเมื่อต้องทำเพื่อตอบโต้การวางกำลังของสหรัฐเท่านั้น &amp;quot;หากสหรัฐผลิตระบบเชิงรุกแบบนี้ เราก็จะทำในแบบเดียวกัน&amp;quot; ปูตินกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การทดสอบของสหรัฐเกิดไม่กี่สัปดาห์คล้อยหลังเหตุระเบิดที่ฐานทดสอบอาวุธของรัสเซีย ที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์เสียชีวิต 5 คน และก่อความวิตกเรื่องกัมมันตภาพรังสีปนเปื้อนในอากาศ ผู้เชี่ยวชาญกล่าวกันว่า รัสเซียกำลังพัฒนามิสไซล์ครูซพลังงานนิวเคลียร์ &amp;quot;บูเรเวสต์นิก&amp;quot; ที่ปูตินเคยคุยไว้เมื่อต้นปีนี้ แต่รัสเซียยังปิดปากเงียบเรื่องอุบัติเหตุนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43893</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ทดสอบมิสไซล์, มิสไซล์พิสัยกลาง, รัสเซีย, สหรัฐ, หัวรบนิวเคลียร์, แข่งขันอาวุธ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190820/image_big_5d5bf395cc1c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
