<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90806</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2021 07:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2021 07:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไทยภักดี&#039;ประกาศรับสมัครหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มกราคม 2564 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำกลุ่มไทยภักดี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom &amp;nbsp;และ ไทยภักดี ประเทศไทย โพสต์ข้อความประกาศรับสมัคร &amp;ldquo;หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ&amp;rdquo; ของพรรคไทยภักดี มีเนื้อความดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศรับสมัคร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการจัดตั้งพรรคไทยภักดี ต้องการรับสมัคร ผู้ร่วมอุดมการณ์ ที่มีอุดมการณ์ เพื่อประชาชนและประเทศชาติอย่างแท้จริง&amp;nbsp;
ตำแหน่ง : หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ&amp;nbsp;
คุณสมบัติ&amp;nbsp;
1.ต้องมีความเชื่อว่า ประเทศชาติจะดำรงอยู่ได้ ต้องมีสถาบันพระมหากษัตริย์และนักการเมืองที่มีคุณธรรม&amp;nbsp;
2.มีความรู้และประสบการณ์เศรษฐศาสตร์มหภาค&amp;nbsp;
3.มีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า ที่จะยกระดับคุณภาพชีวิต ของเกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน อย่างยั่งยืน&amp;nbsp;
4.พร้อมที่จะร่วมเป็นผู้นำ นำการแก้ไขกฎหมาย และระเบียบ ที่เอื้อให้เกิดการผูกขาด&amp;nbsp;
5.มีคุณสมบัติไม่ขัดที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี หรือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;
สามารถส่งประวัติ และ ความใฝ่ฝันมาที่ warongd@yahoo.com&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90806</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, รับสมัคร, หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ, ไทยภักดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210123/image_big_600b71d864f45.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80242</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2020 15:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2020 15:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; ควง 3 รมต.เศรษฐกิจ ลั่นอย่าทำลายศักยภาพไทย วอนรักษาบ้านเมืองให้สงบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ควง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;รมต.ทีมเศรษฐกิจขนาบข้างแถลงข่าว ลั่นอย่าทำลายศักยภาพไทย วอนรักษาบ้านเมืองให้สงบ เคารพกม. ย้ำคนไทยในแผ่นดินต้องร่วมกันสร้างชาติ ด้าน &amp;quot;สุพัฒนพงษ์&amp;quot; ชี้คนไทยมีส่วนร่วมรบ.ฟื้นฟูศก. สร้างความเชื่อมโยง ตั้งเป้าสร้างเม็ดเงิน 2 แสนล้านบาทในไตรมาสที่ 4 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ต.ค.63 -&amp;nbsp;ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ได้นำทีมรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ประกอบด้วย นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯและรมว.พลังงาน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง และนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดยนายกฯกล่าวว่า ให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเศรษฐกิจยืนขนาบซ้ายขวากับหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ซึ่งเมื่อวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ต.ค.ที่ผ่านมาได้นำนายอาคมเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณเรียบร้อยแล้ว เราได้รัฐมนตรีใหม่เข้ามาถือว่านายอาคมเป็นรัฐมนตรีหน้าใหม่ในวันนี้ และวันนี้ตนได้นำทีมเศรษฐกิจมาเพื่อสร้างความมั่นใจกับทุกท่าน ทั้งในส่วนสื่อสังคม ประชาชนโดยรวม ว่าเราจะทำงานอย่างเต็มที่จะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้ได้อย่างระมัดระวังที่สุด มาตรการต่างๆที่ทำไปจะครอบคลุมทุกกลุ่ม โดยทีมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีจะแถลงรายละเอียดให้ทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวอีกว่า วันนี้ที่ประชุมครม.ได้อนุมัติหลายเรื่องทางด้านเศรษฐกิจ และเรื่องสำคัญที่อยากจะแจ้งให้ทุกคนทราบในภารกิจที่มุ่งเน้นอย่างมากในช่วงเวลาที่ผ่านมา นั่นคือการดูแลบรรเทาปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง ช่วยคนไทยหลายสิบล้านคนให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้ และในส่วนของคนไทยที่อยู่ในต่างประเทศก็ได้ทยอยเดินทางกลับมาจำนวนหลายแสนคนในขณะนี้ ตรงนี้เป็นการดำเนินการต่อเนื่อง ทั้งนี้สิ่งที่รัฐบาลประชุมในศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&amp;nbsp;(ศบศ.) ได้มีการปรับปรุงมาตรการบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตที่เกิดขึ้นทั่วโลก ปรับปรุงมาตรการต่างๆให้ดีขึ้น และมีมาตรการใหม่ๆออกมาเพิ่มเติม&amp;nbsp;เราต้องทำหลายๆอย่าง หลายๆมาตรการไปพร้อมๆกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เป้าหมายหลักคือการช่วยคนที่มีรายได้น้อยให้พอมีเงินใช้จ่ายและช่วยให้คนที่มีรายได้มาก คนที่มีเงิน แต่ไม่อยากใช้ได้ออกมาใช้เงินไปด้วย เพื่อดึงเงินเข้าหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งจะมีทั้งผู้ผลิต การแปรรูปตลาด ทุกคนต้องช่วยกัน อย่าไปรังเกียจรังงอนซึ่งกันและกัน ผมขอขอบคุณผ่านสื่อไปยังภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นสมาคมภาคธุรกิจต่างๆที่เข้าร่วมเวิร์คช้อปที่รัฐบาลหรือผมให้จัดตั้งขึ้น เพื่อนำเสนอความคิดเห็นให้ผมได้ทราบโดยตรงถึงความต้องการและปัญหาอุปสรรค ซึ่งในช่วงเดือนที่ผ่านมา หลายคนหลายภาคธุรกิจได้นำเสนอความคิดผ่านคณะกรรมการต่างๆ ถือว่ามีประโยชน์อย่างมากในการที่รัฐบาลจะนำมาวิเคราะห์หาวิธีดำเนินการให้เกิดผลสัมฤทธิ์ได้โดยเร็ว แต่ต้องช่วยกันเพื่อให้ตรงจุดตรงความต้องการ เหมือนกับมาตรการที่ภาครัฐ เอกชน ร่วมกัน โดยรัฐบาลจะดูแลเรื่องภาษีอะไรอย่างไร กระทรวงการคลังจะชี้แจงเพิ่มเติมต่อไป&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่เราใช้คำว่ารวมไทยสร้างชาติใช่หรือไม่ ทุกคนที่เป็นคนไทย ตนย้ำทุกคนที่เป็นคนไทยเกิดในแผ่นดินไทย จะต้องจับมือร่วมกันทุกภาคส่วน ช่วยกันคิดช่วยกันทำเพื่อจะช่วยกันนำพาประเทศไทยของเราก้าวไปข้างหน้า วันนี้&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มาตรการสำคัญที่จะกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ โดยที่ประชุมครม.ได้อนุมัติแล้ว ได้แก่&amp;nbsp;1.มาตรการเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ประชาชน&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ล้านคน คนละ&amp;nbsp;1,500&amp;nbsp;บาท ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการดำเนินการ&amp;nbsp;2.มาตรการคนละครึ่ง กระตุ้นค่าใช้จ่ายโดยประชาชนจ่ายครึ่งหนึ่งรัฐบาลช่วยออกอีกครึ่งหนึ่ง นี่คือผู้มีรายได้น้อย ร้านค้าปลีกแต่ต้องขึ้นทะเบียน จะเป็นการจ่ายเงินตรงด้วยระบบอีวอลเล็ท&amp;nbsp;3.มาตรการช้อปดีมีคืน ประชาชนสามารถนำค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้า&amp;nbsp;30,000&amp;nbsp;บาท ไปลดภาษีได้ แต่ถ้าขอ&amp;nbsp;50,000&amp;nbsp;บาทคงไม่ไหว อันนี้จะให้ช่วยกันซื้อสินค้าคงทน อันแรกเป็นการซื้อสินค้าทั่วๆไป ซึ่งจะเห็นได้ว่าจะมีมาตรการเฉพาะกลุ่มออกมา และจะทยอยออกมาเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวอีกว่า ทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มาตรการดังกล่าว เป้าหมายเพื่อดึงเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ เมื่อมีการใช้จ่าย มีการผลิต มีการจ้างงาน สามารถดำรงชีพอยู่ได้ แต่ถ้าดำรงชีพด้วยการใช้จ่ายที่ไม่เกิดประโยชน์มันก็คือปัญหา หนี้ครัวเรือนก็เกิด ช่วงนี้ต้องใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ขอฝากไว้ด้วย&amp;nbsp;ทั้งนี้เพื่อให้คนซื้อมีเงินซื้อสินค้า ผู้บริการสินค้า ผู้ผลิตสามารถขายของได้ เกิดการซื้อขายกระจายเงินสร้างรายได้ทั้งระบบ ไม่ใช่ดูเฉพาะส่วนมันเป็นไปไม่ได้ รัฐบาลต้องมองทั้งระบบ ฉะนั้นเราต้องทำหลายๆมาตรการไปพร้อมๆกัน และทยอยออกมาอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องคนไทยให้ได้ ซึ่งวันนี้ตนได้ติดตามจากประเทศอียู ประเทศตะวันตก สหรัฐอเมริกา จีน และนำมาเปรียบเทียบของเรา ซึ่งมีหลายส่วนที่เหมือนกัน เพียงแต่เขาเป็นประเทศใหญ่เงินมากกว่าเรา ซึ่งของเราต้องให้เหมาะสมกับงบประมาณที่มีอยู่ โดยรองนายกฯ และรมว.คลังดูตรงนี้อยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้ทุกประเทศกำลังเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจ หลายประเทศแย่กว่าเรา เรายังมีศักยภาพอยู่ ฉะนั้นอย่าทำลายศักยภาพของเราเองด้วยเรื่องที่มันไม่ควรจะทำ ความเชื่อมั่นต่างๆมันหายไปแล้วจะทำอย่างไร จะเอาอะไรกลับคืนมา มันเอากลับมาไม่ได้แล้วถ้ามันเสียหายตอนนี้ เพราะช่วงนี้เป็นช่วงของการแข่งขัน เป็นช่วงของการแก้ปัญหาโควิด-19&amp;nbsp;เป็นช่วงการดำเนินการหลังโรคโควิด-19&amp;nbsp;ถ้าทำลายกันตอนนี้ถึงเวลาจะฟื้นกลับมาไม่ได้เลย เพราะเราจะไม่ทันเขาแน่นอน ขอฝากถึงพี่น้องประชาชนทุกคนด้วย ขอให้รักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองให้มากที่สุด ช่วยกันเคารพกฎหมายเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับคนอื่นแค่นั้นเอง อันนี้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ดำเนินการอยู่แล้ว ผมคงไม่ต้องสั่งอะไรเพิ่มเติม โอเคนะครับ ขอบคุณครับมีอะไรให้ซักถามทีมเศรษฐกิจ&amp;rdquo;นายกฯกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้การแถลงข่าวของนายกรัฐมนตรีไม่ตอบคำถามสื่อในประเด็นการเมืองและอื่นๆที่สื่อส่งคำถามไปตามปกติ&amp;nbsp;อีกทั้งไม่เปิดให้สื่อซักถามใดๆหลังการแถลงเสร็จ โดยนายกฯเดินออกจากโพเดี้ยมด้วยสีหน้าเคร่งครึมและทำมือส่งสัญญาณไม่ตอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า วันนี้มีนายอาคมมาเติมเต็ม หลายท่านที่มีความห่วงกังวลในเรื่องของการดำเนินการตามแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจที่นายกฯนำเรียนสื่อมวลชนไปแล้ว วันนี้ปลอดความกังวลในเรื่องนี้ไปได้เลย การดำเนินการตามมาตรการอย่างนี้จะเป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นไปตามเป้าหมาย และไม่ใช่เพียงแค่ 3 คนที่เกี่ยวข้องทางเศรษฐกิจเท่านั้น โดยนายกฯได้กำชับในที่ประชุมครม.ให้ช่วยกันสนับสนุนมาตราต่างๆในการฟื้นฟูเศรษฐกิจให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและให้มีประโยชน์เต็มที่ในทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นมาตรการคนละครึ่งที่จะต้องมีการกระจายไปให้ทั่วภูมิภาคประเทศไทย ในโครงการช้อปดีมีคืน ที่สามารถนำค่าใช้จ่ายไปลดภาษีได้ ก็ขอให้กระจายตัวให้ทั่วถึงเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ฉะนั้น สื่อมวลชนก็จะเห็นภาพที่จะเชื่อมโยงและต่อเนื่องกันไปในไตรมาส 4 นี้ โดยเม็ดเงินที่จะเข้าสู่เศรษฐกิจประมาณ 2 แสนล้านบาท เป็นงบประมาณของรัฐ 6 หมื่นกว่าล้านบาท ส่วนที่เหลือจะเป็นในส่วนของรวมไทยสร้างชาติ ประชาชนคนไทยทุกคนมีส่วนร่วมกับรัฐบาลในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ นำประเทศไทยให้กลับมาแข็งแรงมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ในปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวตอนท้ายว่า วันนี้มาครบทั้งตน นายอาคม และนายสันติ เราจะมาช่วยกัน ส่วนของตนนอกจากดูเรื่องกระตุ้นเศรษฐกิจแล้วก็ต้องดูเรื่องการเจริญเติบโตอื่นๆ ในเรื่องของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติด้วย ซึ่งรมว.คลังจะมาเสริมตนในเรื่องของการหามาตรการดีๆเข้ามาเสริมในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ มาตรการต่างๆที่จะมาช่วยกัน และกำลังสำคัญคือศบศ.ในส่วนของรมช.คลังจะมาสนับสนุน รมว.คลัง ในการช่วยกันดูแลเสถียรภาพความมั่นคงทางด้านการคลังของประเทศ เรามีวินัยการคลังที่จะต้องดูแลให้ดีที่สุด เพื่อวันที่โควิด-19 จบสิ้นหรือการควบคุมการแพร่ระบาดได้ดีแล้ว ประเทศไทยจะมีความเข้มแข็งและแข็งแกร่งทางการเงิน ที่จะเดินหน้าเติบโตต่อไปได้ นั่นคือวิถีของการทำงานตามนโยบายของนายกฯที่กล่าวถึง รวมไทยสร้างชาติ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80242</URL_LINK>
                <HASHTAG>บ้านเมืองสงบ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สันติ พร้อมพัฒน์, สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์, หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ, อาคม เติมพิทยาไพสิฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201012/image_big_5f841591d18c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
