<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113663</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2021 22:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2021 22:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปริญญ์ แนะรัฐปรับตัวเร่งพัฒนา e-Government เพิ่มประสิทธิภาพบริการ ปชช. ในยุคราชการเวิร์คฟอร์มโฮม #WFH ไม่เวิร์ค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค.2564&amp;nbsp;นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย พรรคประชาธิปัตย์ ห่วงประชาชนที่เดือดร้อนจากการทำงานแบบเวิร์คฟอร์มโฮม (Work from home) ของหน่วยงานรัฐ และเจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องปรับรูปแบบการทำงานกะทันหันในช่วงวิกฤตโควิด-19 แนะรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาทันท่วงที พร้อมจัดสรรงบประมาณปี 65 มาพัฒนา e-Government ขับเคลื่อนแผนพัฒนารัฐบาลดิจิตอลให้มีประสิทธิภาพอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อปรับตัวเข้าสู่ยุค 4.0 ที่แท้จริง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ กล่าวว่า เมื่อไม่นานมานี้ตนได้รับการร้องเรียนจากประชาชนทั่วไปและผู้ประกอบการธุรกิจว่า ได้รับความความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก จากการที่หน่วยงานของภาครัฐต้องปิดให้บริการ และเจ้าหน้าที่รัฐต้องทำงานแบบเวิร์คฟอร์มโฮมตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด &amp;ndash; 19 ของ ศบค. อย่างเคร่งครัด เพราะขั้นตอนการยื่นเอกสาร การทำธุรกรรม รวมถึงการขอความช่วยเหลือต่าง ๆ เช่น ทำพาสปอร์ต ติดต่อซ่อมระบบไฟฟ้า - ประปา และการขอเอกสารประกอบการทำธุรกิจ เป็นไปอย่างล่าช้ามาก และไม่ได้รับความสะดวกเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งสาเหตุสำคัญเกิดจากการที่มีเจ้าหน้าที่รัฐจำนวนมากยังไม่พร้อมทำงานจากบ้าน เพราะมีข้อจำกัดด้านอุปกรณ์ เช่น ไม่มีคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ไม่มี Fax อินเทอร์เน็ตช้าหรือไม่เสถียร เป็นต้น งานบางตำแหน่งไม่สามารถทำจากที่บ้านได้ รวมทั้งข้อมูลของแต่ละหน่วยงานยังไม่เชื่อมต่อกัน ทำให้การบริการประชาชนเกิดปัญหาอย่างต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ตาม การที่หน่วยงานภาครัฐเวิร์คฟอร์มโฮมก็มีข้อดี คือช่วยลดการแพร่ระบาดของโรคลงได้ ช่วยลดรายจ่ายส่วนตัวในชีวิตประจำวัน&amp;nbsp; และลดรายจ่ายโดยรวมของสำนักงานในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นรัฐบาลควรเร่งหาทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของดังกล่าวของประชาชนอย่างทันท่วงที ทั้งในระยะสั้น อาทิ ร่วมกับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและเอกชน ในการสนับสนุนอินเทอร์เน็ตบ้าน อินเทอร์เน็ตมือถือ และค่าโทรศัพท์มือถือราคาประหยัด ติดตั้งฟรี WiFi ให้ครอบคลุม ลดค่าน้ำ-ไฟ และช่วยเหลือในระยะยาวด้วย เพราะเรายังต้องอยู่กับโควิดไปอีกนาน โดยควรจัดสรรงบประมาณประจำปี 2565 มาพัฒนารัฐบาลดิจิตอล e-Government ให้เกิดขึ้นได้จริงในเร็ววัน ดังนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. พัฒนาทักษะและสมรรถนะใหม่ให้กําลังคนภาครัฐและประชาชนให้ใช้เทคโนโลยีทันสมัยได้ ผ่านการเทรนนิ่งรูปแบบต่าง ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. นำระบบบล็อกเชน (Blockchain) มาใช้เพิ่มความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และขจัดการคอรัปชั่นในกระบวนการทำงานของภาครัฐ เช่น กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ให้มีธรรมาภิบาล &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. เดินหน้านโยบาย Paperless กับทุกหน่วยงาน แปลงเอกสารเป็นข้อมูลดิจิทัล ลด/งดการใช้กระดาษ ลดค่าใช้จ่าย ลดการส่งเอกสารระหว่างหน่วยงานรัฐ เพิ่มการบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลและการดำเนินงานร่วมกันระหว่างหน่วยงาน และลดภาระของประชาชนที่ต้องเจอกับขั้นตอนมากมายของระบบราชการที่ซ้ำซ้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. สนับสนุนให้เกิด Digital Lean Management ในหน่วยงาน นำเทคโนโลยีดิจิทัลที่เหมาะสมมาปรับใช้กับการทำงาน&amp;nbsp; เช่น นำหุ่นยนต์ AI มาช่วยงานในโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ปรับเปลี่ยนรูปแบบบริการของหน่วยงานรัฐให้เป็นออนไลน์ทั้งหมด เช่น การที่กระทรวงพาณิชย์ปรับหลักสูตรการเทรนนิ่งต่าง ๆ เป็นรูปแบบออนไลน์ Gen Z CEO และการที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าปรับการบริการหลายด้านให้เป็นออนไลน์ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้ประชาชน เป็นต้น และควรพัฒนาแอปพลิเคชัน &amp;quot;ทางรัฐ&amp;quot; ให้รวมทุกบริการของภาครัฐมมาไว้ในที่เดียว &amp;ldquo;One Stop Service&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. พัฒนาระบบการทำงานของภาครัฐให้สามารถทำงานจากที่ใดก็ได้ รองรับ Remote Working และการเวิร์คฟอร์มโฮมถาวรในอนาคต เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายของหน่วยงานภาครัฐ อย่างที่รัฐวิสาหกิจและเอกชนหลายแห่งกำลังทำอยู่ตอนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. การบูรณาการข้อมูลข้ามหน่วยงานและใช้ Big Data เพื่อเป็นประโยชน์กับการตัดสินใจและเพิ่มประสิทธิภาพการบริการประชาชน เช่น ประชาชนที่มีสิทธิ์ควรได้รับการคืนภาษีโดยอัตโนมัติและไม่ต้องยื่นเรื่องขอเอง รวมถึงการเข้าถึงรัฐสวัสดิการที่ควรสะดวกขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. พัฒนาระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัย Cyber Security เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการใช้บริการรัฐบาลดิจิตอล &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9. การปรับ/ตัดกฎหมาย กฎระเบียบให้เอื้อต่อการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิตอล เช่นการเบิกจ่าย การใช้บัตรประชาชนดิจิตอล &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลมีแผนพัฒนารัฐบาลดิจิตอล 2563-2565 ที่ชัดเจนแล้วแต่ยังขาดการบูรณาการในการขับเคลื่อนให้แผนดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในยุค &amp;ldquo;New Normal&amp;rdquo; ที่มาถึงเร็วกว่าที่หลายคนคาดจากการเกิดวิกฤติโควิด ดังนั้นภาครัฐต้องเร่งแผนการขับเคลื่อนและจัดสรรงบประมาณให้เหมาะสมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้โดยด่วน &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113663</URL_LINK>
                <HASHTAG>Blockchain, e-Government, Paperless, Work from Home, การทำงานแบบเวิร์คฟอร์มโฮม, ขับเคลื่อนแผนพัฒนารัฐบาลดิจิตอล, จัดสรรงบประมาณปี 65, นายปริญญ์ พานิชภักดิ์, พรรคประชาธิปัตย์, พัฒนา e-Government, ยุค 4.0, ระบบบล็อกเชน, หน่วยงานรัฐ, หัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย, ห่วงประชาชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210817/image_big_611bcf0355758.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69555</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2020 10:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2020 10:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลือดใหม่ปชป.แนะงบปี2564ต้องหั่นรายจ่ายเพิ่มเติม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มิ.ย.2563 - นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;แถลงถึงกรณีร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 วงเงิน 3.3 ล้านล้านบาท ว่าการจัดงบประมาณรอบนี้ ภาครัฐคาดการณ์จัดเก็บรายได้เหลือ 2.67 ล้านล้านบาท เท่ากับรายได้หายไป 1 แสนล้านบาท ดังนั้น ทีมเศรษฐกิจพรรค ปชป.จึงอยากฝากถึงคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณต้องพิจารณาปรับลดรายได้ให้เหมาะกับสถานการณ์ที่แท้จริง โดยวงเงินกู้ชดเชยการขาดดุล 523,000 ล้านบาท ปรับเป็น 623,000 บาท ซึ่งใกล้เพดานที่กำหนดว่าวงเงินกู้ชดเชยการขาดดุลต้องไม่เกิน 20% ของวงเงินงบประมาณรายจ่าย หากเกินจะทำให้มีปัญหาทางวินัยการเงินการคลังของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้อเสนอทางเทคนิคที่สำคัญ คือ นอกจากการปรับรายได้ รายจ่ายต้องปรับลดเช่นกัน ซึ่งการปรับจะต้องไม่กระทบกับเศรษฐกิจฐานราก เช่น งบยุทโธปกรณ์ ซึ่งรัฐบาลได้ลดแล้วแต่ยังลดน้อยไป รายจ่ายจากการเดินทางต่างประเทศ รัฐบาลลดแล้วเช่นกัน แต่ต้องปรับลดลงอีก นอกจากนี้ ผมเห็นด้วยกับการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม เก็บSale Tax กับแพลตฟอร์มต่างชาติยักษ์ใหญ่ รวมถึงการเก็บภาษีออกนอกประเทศ การเก็บภาษีสิ่งแวดล้อม (ซีโอทู) จากโรงงานใหญ่&amp;rdquo; นายปริญญ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปริญญ์ กล่าวอีกว่า วันนี้ เศรษฐกิจท้องถิ่นเจ็บตัว ภาษีทุกบาทต้องลงไปในจังหวัดที่ยากจนที่สุด โครงการเที่ยวปันสุขแจก 3,000 บาทช่วยค่าที่พัก ช่วยเฉพาะโรงแรมห้าดาว แต่โรงแรมขนาดเล็กหนักสุด ตายเรียบ ขอเรียกร้องว่าต้องช่วยตัวเล็กๆ ด้วย การแจกสามพันบาทต้องเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจท่องเที่ยวท้องถิ่น ทั้งนี้ อยากฝากด้วยว่างบประมาณรอบนี้ลงท้องถิ่นจำนวนมาก ซึ่งเป็นเรื่องดี แต่ประเด็นการตรวจสอบ โปร่งใส ก็สำคัญ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69555</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปชป., ปริญญ์ พานิชภักดิ์, พรรคประชาธิปัตย์, พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564, หัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200318/image_big_5e72314ecfec7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40348</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2019 12:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2019 12:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ทีมเศรษฐกิจทันสมัย”ฟิตส่งการบ้าน 2 รมต.ปชป. เร่งสางปัญหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 10.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรค ปชป. &amp;nbsp;หัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย แถลงว่า หลังจากทีมเศรษฐกิจทันสมัยได้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาของเกษตรกรในพื้นที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาคอีสาน ที่ จ.ขอนแก่น ร้อยเอ็ด มหาสารคาม พบปัญหาหลักที่สำคัญที่ต้องเร่งแก้ไข ทั้งในระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว &amp;nbsp;เช่น ปัญหาแหล่งน้ำที่หลายพื้นที่เกิดความขาดแคลนเนื่องจากฝนแล้ง แม้จะมีการแก้ไขด้วยการทำฝนเทียมแต่ไม่สามารถช่วยเหลือได้ทุกที่ เช่น อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด พื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ถือเป็นพื้นสำคัญในการทำเกษตร ตนจะทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อประสานในการทำฝนเทียม ส่วนระยะยาวควรมีการสร้างแก้มลิง 1ที่นา 1 แก้มลิง เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ได้ตลอดปี โดยจะเสนอไปยัง รมว.เกษตรและสหกรณ์ที่มาจากพรรค ปชป.ให้ดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปริญญ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังพบปัญหาเรื่องหนี้สินเกษตรกร ซึ่งมีเกือบทุกชุมชนที่ยังไม่สามารถไขปัญหาได้อย่างจริงจัง โดยทางทีมงานจะมีการหารือกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ในการปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ทั้งระบบ การพักหนี้ การสร้างองค์ความรู้ให้กับเกษตรกร สร้างวินัยการออมเพื่อมิให้ก่อหนี้เพิ่มขึ้น และที่สำคัญต้องมีการเพิ่มรายได้ หรือเพิ่มเงินในกระเป๋าให้กับเกษตรกร เพื่อลดภาระหนี้สิน อาทิ จัดทำแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรในชุมชน การแปรรูปสินค้าเกษตรให้มีมูลค่าระดับพรีเมียม เช่น เน้นการเกษตรอินทรีย์ &amp;nbsp;การนำเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาเพิ่มช่องทางการขายผลผลิตการเกษตร เช่นทางออนไลน์ ซึ่งที่ผ่านมาเกษตรกรไม่มีความรู้ในเรื่องเทคโนโลยี หรืออีคอมเมิร์ช โดยกระทรวงพาณิชย์เป็นตัวหลักในการเข้ามาช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวว่า ส่วนปัญหาของชาวนา โดยเฉพาะสายพันธุ์ข้าวที่พบว่ามีความพยายามพัฒนาสายพันธุ์ข้าวใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น แต่กลับไม่ได้คุณภาพ ตนเห็นว่าเราควรจะเน้นพัฒนาสายพันธุ์ข้าวที่มีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นโดยสองกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงเกษตรฯและกระทรวงพาณิชย์ ควรจะหารือร่วมกัน ทั้งนี้ แนวทางแก้ปัญหาเหล่านี้จะต้องมีเป้าหมายคือสร้างความยั่งยืน ไม่ฉาบฉวย เพราะมิเช่นนั้นก็จะเจอปัญหาแบบเดิมๆ เพื่อเศรษฐกิจดีขึ้น คุณภาพชีวิตของประชาชนที่ดีก็จะตามมา เชื่อว่ารัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์จะสามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40348</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปริญญ์ พานิชภักดิ์, พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.), หัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190707/image_big_5d2185700b0a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
