<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115711</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2021 22:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุนบิ๊กตู่ปรับครม. โพลเชียร์เขี่ยรมต.ขี้เหร่/จับตา10ก.ย.โหวตรัฐธรรมนูญวาระ3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โพลหนุนบิ๊กตู่ปรับ ครม. แนะอัปเปหิ เขี่ยทิ้งพวกภาพลักษณ์ไม่ดีออกให้หมด จี้ต้องจัดการจุดอ่อน-หอกข้างแคร่ พท.ขึงขังเอาผิด ส.ส.แหกโผ โหวตแก้ รธน.บัตร 2 ใบวาระสามศุกร์นี้ &amp;nbsp;สูตรใหม่พรรคเล็กสูญพันธุ์เกลี้ยง เหตุต้องได้ขั้นต่ำ 3.5 แสนคะแนนถึงได้ปาร์ตี้ลิสต์ 1 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 ก.ย. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ผลการลงมติออกเสียงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านไป &amp;nbsp;ถือว่าคะแนนยังเกาะกลุ่มกัน ซึ่งถือว่ายังสะท้อนความเป็นเอกภาพในรัฐบาลอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเห็นต่อสถานการณ์ของรัฐบาลอย่างไรว่าจะอยู่ครบเทอมหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ไม่สามารถตอบได้ว่าจะอยู่ครบเทอมหรือไม่ครบเทอม แต่อย่างน้อยที่สุด สิ่งหนึ่งที่เราควรถือเป็นหลักกันไว้ก็คือ ไม่ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ ขึ้นมา สมมติถ้ามันจะเกิด ก็ขอให้เป็นการเปลี่ยนแปลงไปตามวิถีทางไปตามระบบ ถ้าทุกคนยึดหลักอันนี้ คิดว่าการเมืองก็ไปต่อได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงสัญญาณการปรับคณะรัฐมนตรี นายจุรินทร์กล่าวว่า สำหรับประชาธิปัตย์ยังไม่ได้รับสัญญาณใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนเรื่องการจะมี ส.ส.ขอย้ายเข้ามาสังกัดพรรค ปชป.นั้นก็มี แต่ไม่ขอตอบรายละเอียดว่าเป็นใคร จังหวัดไหน เขตไหน แต่มีสมาชิกและบุคคลที่มีศักยภาพที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคในปัจจุบันที่ประสงค์จะเดินเข้ามาร่วมกับพรรค ปชป.ในการเลือกตั้งครั้งหน้า มีแจ้งความจำนงมา แต่อยู่ที่พรรคจะพิจารณาต่อไป โดยมีทั้งคนรุ่นใหม่ คนที่มีศักยภาพ นักธุรกิจ นักกฎหมาย ผู้บริหาร มีหลายวงการที่จะเข้ามา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก อภิปรายให้ตายนายกฯ ก็ยังอยู่ ซึ่งต้องไล่และเขียนรัฐธรรมนูญประชาชนไปพร้อมกัน โดยเห็นว่าคุณหญิงสุดารัตน์คงจะผิดหวังกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ที่นายกฯ ได้ไปต่อ เพราะอยากจะอาศัยจังหวะนี้มาตีกินทางการเมือง แต่พอไม่ได้ก็ออกมาปั่นให้ประชาชนออกมาไล่นายกฯ ถือว่าเป็นนักการเมืองไม่ใช่มืออาชีพ ยืนยันว่าพลเอกประยุทธ์จะยังคงทำหน้าที่ต่อจนครบวาระ ซึ่งหากคุณหญิงสุดารัตน์อยากเข้ามาเป็นรัฐบาล ขอให้ไปสู้ตามกระบวนการตามรัฐธรรมนูญในสนามเลือกตั้ง แต่ขอให้ระวังไว้ว่าหากยังมีพฤติกรรมที่จะเล่นแต่การเมือง ไม่ทำประโยชน์อะไร ประชาชนอาจเบื่อหน่าย เลือกตั้งครั้งต่อไปอาจไม่มีโอกาสเข้ามาอีกก็ได้ ซ้ำร้ายคุณหญิงสุดารัตน์อาจจะตกม้าตาย เพราะความไม่ยึดมั่นในกติกาชอบหาวิธีเรียนลัดเข้าสู่อำนาจเสียจนเคยชินด้วยวิธีคิดแคมเปญทำลายคนอื่น &amp;nbsp; ประชาชนเขาจับได้ไล่ทัน จะเสียผู้เสียคนเอาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสกสกลกล่าวอีกว่า ส่วนนายจาตุรนต์ ฉายแสง จากกลุ่มก้าว ต่อไปเพื่อประชาธิปไตย ออกมาวิพากษ์วิจารณ์คะแนนโหวตอภิปรายฯ สะท้อนความขัดแย้งในรัฐบาล และปัญหาต่อไปจะมีนายกรัฐมนตรีที่บริหารล้มเหลวอย่างร้ายแรงนั้น ก็เห็นว่าต่อให้นายกฯ ทำดีแค่ไหนนายจาตุรนต์ก็คงไม่ยอมรับ จึงไม่ควรให้ค่าให้ราคาในคำพูดนายจาตุรนต์ โดยหากนายจาตุรนต์ว่างมาก ควรเอาเวลาไปปรึกษากับนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำสู้แล้วรวย เพื่อเตรียมจัดตั้งพรรคใหม่ ซึ่งน่าจะเปลี่ยนชื่อพรรคใหม่เป็น &amp;quot;พรรคเผาบ้านเผาเมือง&amp;quot; จะดีกว่า เพราะทราบข่าวว่าที่ทำงานพรรคใหม่จดทะเบียนที่บ้านนายณัฐวุฒิ จ.นครศรีธรรมราช เพราะความคิดของนายจาตุรนต์คงเหมือนกัน เอาความคิดเผาทำลายคนอื่นได้ทุกสิ่งจริงๆ จึงทำให้ด้อยค่าตัวเองเสื่อมศรัทธาในสายตาประชาชนตกต่ำไปเรื่อยๆ ความคิดไม่สมราคาที่เคยผ่านการเป็นรองนายกฯ และ รมต.มาแล้ว ยิ่งคิดยิ่งน่าอับอายขายขี้หน้าประชาชน​ ประชาชนไม่ได้โง่ ฉลาดรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมนักการเมืองปลิ้นปล้อนกันหมดแล้ว จะมาใช้วาจาเล่นวาทะตีกินทางการเมืองและด้อยค่าคนอื่นเช่นนี้บ่อยๆ จะยิ่งไม่เหลือค่าราคาความเป็นผู้ใหญ่ในวงการการเมืองอีกต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย พ.ศ.2565 จากพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ตามที่นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวหา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จ่ายเงินให้ ส.ส.หัวละ 5 ล้านบาทที่อาคารรัฐสภา ชั้น 3 เมื่อวันที่ 2 ก.ย.นั้น เห็นว่าคำกล่าวหาดังกล่าวพูดถึงการกระทำที่เกิดขึ้นนอกห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร แม้ผู้พูดจะอยู่ในห้องประชุม แต่น่าจะไม่ได้รับความคุ้มครองรัฐธรรมนูญ มาตรา &amp;nbsp;124 อาจเป็นการพูดใส่ร้ายที่ขัดต่อข้อบังคับการประชุมของสภา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเรืองไกรกล่าวว่า ตามมาตรฐานทางจริยธรรมที่ใช้กับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จึงมีข้อกำหนดไว้หลายข้อ หากมีข้อเท็จจริงตามที่นายวิสารกล่าวหา เรื่องนี้จะเป็นความผิดทางอาญาตามมาได้ ทั้งตัวนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกกล่าวหาว่าให้เงิน และตัว ส.ส. ที่ถูกกล่าวหาว่ารับเงินคนละ 5 ล้านบาท เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องใหญ่ ที่จะพูดโดยไม่รับผิดชอบโดยอ้างเอกสิทธิ์หาได้ไม่ เพราะกระทบความน่าเชื่อถือทั้งฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงตามมาได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จึงเห็นว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช.ต้องรีบเข้ามาไต่สวนโดยเร็ว โดยหากไม่มีมูลความจริง และเป็นการใส่ร้าย บิดเบือน ก็ควรดำเนินการกับนายวิสาร ตามมาตรฐานทางจริยธรรม แต่หากมีมูล ก็ต้องดำเนินการกับนายกรัฐมนตรี และ ส.ส.ที่เกี่ยวข้อง ตามมาตรฐานทางจริยธรรมและดำเนินการทางอาญา ด้วยเหตุผลข้างต้น จึงต้องร้องให้ ป.ป.ช.ไต่สวนข้อเท็จจริงจากนายวิสารก่อนเป็นลำดับแรก จึงจะส่งหนังสือถึง ป.ป.ช.ในวันที่ 6 ก.ย.นี้&amp;quot; นายเรืองไกรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านท่าทีพรรคฝ่ายค้าน นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่ผู้นำรัฐบาลได้คะแนนไว้วางใจมาเป็นลำดับที่ 4 เกือบรั้งท้าย คะแนนโหวตไม่ไว้วางใจนำโด่งมาเป็นอันดับหนึ่ง เสียรังวัดมากขนาดไหน ยังจะดันทุรังอยู่ต่อ คะแนนไว้วางใจที่ได้มา มาจากอุดมกล้วยหรืออุดมการณ์ มาจากฝีมือหรือล็อบบี้เสนอผลประโยชน์ พล.อ.ประยุทธ์ถูกขึงพืด รุมถล่ม 4 วันเต็ม ประชาชนทั้งประเทศจะลุกขึ้นมายกระดับขับไล่ จนรัฐบาลอยู่ไม่ได้
โพลจี้บิ๊กตู่ปรับครม.กู้ศรัทธา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจภาคสนามเรื่อง ศึกอภิปรายฯ ในสายตาประชาชน โดยสำรวจจาก 1,146 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 3-5 กันยายน 2564&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลสำรวจพบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 89.8 เข้าใจการทำงานของรัฐบาลมากขึ้น โดยส่วนใหญ่หรือร้อยละ 88.9 ระบุ อภิปรายเรื่องเดิมๆ ที่รู้อยู่แล้ว ใช้คำพูดเสียดสี หยาบคาย ไม่สร้างสรรค์ ไม่เกิดประโยชน์ใดๆ ต่อประชาชนและประเทศชาติ ในขณะที่ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 81.1 ระบุหลังได้ข้อมูลชี้แจงจากรัฐบาลทำให้เข้าใจและเชื่อมั่นรัฐบาลมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงเรื่องการเมืองในบรรยากาศศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ พบว่า ส่วนใหญ่หรือ 98.9 ระบุพรรคร่วมรัฐบาลบางคนบางกลุ่มต้องการต่อรองอำนาจและผลประโยชน์ทางการเมือง รองลงมาคือร้อยละ 98.3 ระบุคนในฝ่ายรัฐบาลไม่เป็นหนึ่งเดียวกัน ต่อรองราคา และสมประโยชน์กัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าพิจารณาคือ ก้าวต่อไปของรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 98.6 ระบุนำแนวทางสร้างสรรค์จาก ส.ส. กลุ่มการเมืองใหม่ไปเร่งแก้วิกฤต พลิกฟื้นเศรษฐกิจ สะสางปัญหาปากท้องของประชาชนและวิกฤตโควิดให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลสำรวจยังเปิดเผยประเด็นที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 81.9 เห็นด้วยต่อการปรับคณะรัฐมนตรี เพราะต้องการให้ปรับคนไม่มีผลงาน ทำงานไม่ดี ไม่ตอบสนองความต้องการของประชาชน ไม่โปร่งใสและมีปัญหาภาพลักษณ์ ทำให้เกิดวิกฤตศรัทธาของประชาชน เป็นต้น ในขณะที่ร้อยละ 11.2 ไม่แน่ใจ และร้อยละ 6.9 ไม่เห็นด้วย เพราะปรับไปก็เท่านั้น ไม่เกิดประโยชน์ และอื่นๆ เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.ซูเปอร์โพลกล่าวว่า ผลโพลครั้งนี้ชี้ว่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจรัฐบาลมากขึ้น และยังเชื่อมั่นการบริหารงานของ พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี ขณะที่ส่วนใหญ่เช่นกัน ต้องการให้รัฐบาลนำข้อมูลที่เป็นประโยชน์ไปปรับปรุงการทำงาน ตอบสนองประชาชนในการแก้ปัญหาโควิดให้เร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เร่งแก้วิกฤตเศรษฐกิจฐานราก &amp;nbsp;ปลดล็อกทุกกลุ่มครอบคลุมเป้าหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่เบื่อหน่ายและไม่พอใจต่อการอภิปรายในสภาของ ส.ส.บางคนที่ไม่สร้างสรรค์ รับไม่ได้กับกลุ่มการเมืองเก่าที่มีพฤติกรรมใส่ร้าย ด่าทอ หยาบคายและให้ข้อมูลเท็จ เพื่อหวังผลสร้างความเกลียดชัง นำมาซึ่งความเสื่อมถอยของสภาผู้ทรงเกียรติ นอกจากนี้ ส่วนใหญ่เห็นว่าความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นทั้งภายในพรรค รวมทั้งพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคร่วมฝ่ายค้านแม้เป็นเรื่องปกติ แต่รับไม่ได้กับการต่อรองที่ติดยึดกับอำนาจผลประโยชน์เฉพาะตนและพวกพ้องโดยไม่เห็นหัวประชาชน ถ้าไม่สยบจุดอ่อนของรัฐบาลนี้ได้ มันอาจจะพังกันทั้งประเทศ เพราะเนื้อร้ายหรือหอกข้างแคร่ของรัฐบาลที่ถูกปล่อยไว้ให้กัดกร่อนรัฐบาล และอาจจะลุกลามไปยังเสาหลักของชาติอื่นๆ ได้&amp;rdquo; ผอ.ซูเปอร์โพลกล่าว
โหวตแก้รธน.บัตรสองใบศุกร์นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ได้นัดประชุมร่วมรัฐสภา (ส.ส.และ ส.ว.) เพื่อลงมติให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญรายมาตรา เรื่องการเปลี่ยนระบบการเลือกตั้ง ส.ส.จากบัตรใบเดียวเป็นบัตรสองใบและเปลี่ยนระบบการคิดคะแนนผลการเลือกตั้งในวันศุกร์ที่ 10 ก.ย.นี้ ซึ่งเป็นการโหวตวาระสาม ซึ่งร่างแก้ไข รธน.ที่จะผ่านจากรัฐสภา จะต้องได้เสียงเห็นชอบจากสมาชิกรัฐสภาที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่เกินกึ่งหนึ่งขึ้นไป และในจำนวนดังกล่าวต้องมี สมาชิกวุฒิสภาด้วยไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 หรือไม่น้อยกว่า 84 เสียง ร่างแก้ไข รธน.ดังกล่าวจึงจะผ่านความเห็นชอบ และจากนั้นจะมีการนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์ นิติตะวัน ​ประธาน กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างแก้ไข รธน.รายมาตราดังกล่าวจากพรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;กล่าวถึงการลงมติวาระ 3 วันศุกร์นี้ว่า เรื่องนี้ชัดเจนอยู่แล้ว พรรคสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่ต้องยืนยันอีกแล้ว ทุกคนถึงเวลาวาระ 3 ก็โหวตเห็น ชอบทุกคน ส่วนการโหวตของพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ ก็แล้วแต่เขา แต่พรรคประชาธิปัตย์คงเห็นด้วยหมด ส่วนทางพรรคฝ่ายค้านก็มีพรรคเพื่อไทย ในส่วนของสมาชิกวุฒิสภาก็ได้เสียงมากพอสมควร การพิจารณาวาระที่ 3 จะได้เสียงมากขึ้นเพราะการพิจารณาในวาระที่ 2 สมาชิกสภาอาจมาไม่ครบ แต่ในวาระที่ 3 ส่วนใหญ่จะมา ฉะนั้นเสียงโหวตจะมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความมั่นใจว่าการพิจารณาลงมติวาระที่ 3 ของร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมในวันที่ 10 ก.ย.นี้จะผ่านฉลุยใช่หรือไม่ นายไพบูลย์กล่าวว่า ผ่าน เป็นไปตามหลักเกณฑ์แน่นอน เพราะไม่มีปัญหาอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวถึงเรื่องนี้เช่นกันว่า การลงมติวาระ 3 วันศุกร์นี้ ดูแล้วน่าจะผ่านความเห็นชอบไปได้ โดยในส่วนของ ส.ว.นั้น ส่วนใหญ่ไม่มีใครขัดข้องเรื่องการแก้ไขระบบเลือกตั้ง ส.ส.เพราะ ส.ว.เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของ ส. ส.ที่อยากได้ระบบเลือกตั้งแบบไหน อีกทั้ง ก็เห็นกันแล้วว่าระบบเลือกตั้งบัตรใบเดียวและการคิดคำนวณจำนวนที่นั่ง ส.ส.ในสภาที่เขียนไว้ใน รธน.ฉบับปี 2560 เป็นระบบที่สร้งปัญหามาก ทำให้หากเทียบกับที่เสนอแก้ไข แม้จะถอยหลังกลับไปใช้กติกาตอนปี 2540 และตอนปี 2554 แต่โดยรวมก็ยังดีกว่าที่เขียนใน รธน.ปัจจุบัน เพราะทุกอย่างชัดเจน ไม่สลับซับซ้อน การคำนวณคะแนนทำได้ง่ายกว่า จึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่าของเดิม เพราะเห็นกันแล้วว่าระบบบัตรใบเดียวมันสร้างปัญหามากมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงเสียงทักท้วง ข้อเป็นห่วงว่าระบบเลือกตั้ง ส.ส. ที่แก้ไขจะทำให้เกิดระบบเผด็จการรัฐสภาเสียงข้างมากแบบในอดีต เพราะการตรวจสอบฝ่ายบริหารจะทำไม่ได้ พล.อ.เลิศรัตน์กล่าวว่า หากดูจาก รธน.ฉบับปี 2560 ผู้ร่าง รธน.ระมัดระวังเรื่องเผด็จการรัฐสภาไว้แล้ว เลยเขียนไว้ว่าการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกและรัฐมนตรีให้ใช้เสียง ส.ส.ฝ่ายค้านแค่ 1 ใน 5 คือ 100 คนขึ้นไปเท่านั้นในการลงชื่อเสนอญัตติขออภิปรายรัฐมนตรี ซึ่งเชื่อว่ายังไงฝ่ายค้านก็เกิน 100 เสียงอยู่แล้ว ขนาดเลือกตั้งปี 2548 ที่ไทยรักไทยได้ ส.ส.มากถึง 377 เสียงเพียงพรรคเดียว ตอนนั้นฝ่ายค้านก็ยังมี 123 เสียง อีกทั้งเผด็จการรัฐสภาจะเกิดขึ้นได้ หลักคือจะเกิดการรวมพรรคกันหลังเลือกตั้ง เห็นได้จากตอนไทยรักไทย ที่ไปนำพรรคการเมืองอื่นมารวมเข้าด้วยกัน (ความหวังใหม่-เสรีธรรม-ชาติพัฒนา) โดยพรรคที่ไปรวมก็เห็นว่าไปรวมดีกว่า ไม่ต้องไปหาเสียง ไม่ต้องควักเงิน ก็เลยโดดเรือลำเดียวกัน แต่วันนี้มันยากมาก เพราะพรรคการเมืองปัจจุบันมีความหลากหลายมากกว่าอดีต โอกาสจะไปรวมกันเป็นพรรคเดียว มันเลยยาก หรือถึงต่อให้ไม่รวม แต่ตอนตั้งรัฐบาล ก็ไม่เชื่อว่าฝ่ายรัฐบาลจะใช้วิธีตั้งรัฐบาลให้ได้ ส.ส.เกิน 400 เสียงเพื่อไม่ให้ฝ่ายค้านอภิปราย เพราะทำแบบนั้นโควตารัฐมนตรีก็ต้องถูกแบ่งออกไปหลายพรรค อย่างมากก็ตั้งรัฐบาลแค่ 300 เสียง เผด็จการรัฐสภาจึงไม่น่าเป็นห่วงมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.เลิศรัตน์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ในร่างแก้ไข รธน.ที่เสนอมา มีการให้ลดจำนวน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ จาก 150 คนเหลือ 100 คน แล้วไปเพิ่ม ส.ส.เขตจาก 350 เป็น 400 เขต ทำให้โอกาสที่จะมีพรรคการเมืองไหนจะได้ ส.ส.เขตเกิน 300 คนจากระบบเขต มันยากมาก จำนวนส.ส.เขตจะกระจายไปยังพรรคต่างๆ เพราะประชาชนมีทางเลือกมากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ระบบที่เสนอแก้ไขครั้งนี้ จะทำให้ไม่มีพรรคการเมืองที่ได้ ส.ส.หนึ่งคนเข้ามาเยอะ ที่ผ่านมาพรรคการเมืองที่มี ส.ส.บัญชีรายชื่อหนึ่งคนเข้ามาหลายพรรค ก็เกิดจากการคำนวณคะแนนเลือกตั้งแบบปัดเศษ แต่ที่เสนอแก้ไข มีการลดจำนวนส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ลงเหลือ 100 คน จะทำให้การมีเศษมันจะน้อยลง เพราะของเดิมมัน 150 คน มันก็เลยไปแบ่งคะแนนกันให้หลายพรรคการเมือง แต่เมื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว คะแนนที่จะปัดไปให้พรรคเล็กมันจะยากขึ้น เพราะจากปาร์ตี้ลิสต์ &amp;nbsp;100 คน คำนวณแล้วการจะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน จะต้องได้คะแนนขั้นต่ำ ประมาณ 350,000 คะแนน ที่คิดจากคะแนนของประชาชนที่มาลงคะแนนเสียงเลือกตั้งทั่วประเทศโดยประมาณ จึงจะได้เก้าอี้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 1 คน ทำให้พรรคการเมืองที่เคยได้คะแนนเลือกตั้ง 30,000-40,000 คะแนนแล้วได้ ส.ส. 1 คนอย่างที่เป็นมา ต่อไปจะไม่มีทางได้ปัดเศษแน่นอน เพราะหากจะปัดเศษกันจริงๆ ก็จะเหลือเต็มที่ก็จะประมาณกว่า 200,000 คะแนน ที่ก็จะเหลือแค่ 6-7 เก้าอี้เท่านั้นจาก 100 เก้าอี้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ จะไม่ใช่เศษแบบ 30,000-40,000 คะแนนแบบที่ผ่านมาอีกแล้ว ทำให้โอกาสที่จะเกิดพรรคการเมืองได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์พรรคละ 1 คนจะไม่มีเกิดขึ้นอีกแล้ว&amp;quot; พล.อ.เลิศรัตน์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.เลิศรัตน์ยอมรับว่า อย่างไรก็ตาม ก็ยังมี ส.ว.บางส่วนเห็นว่าระบบสัดส่วนผสมยังดีกว่าที่จะแก้ไขใหม่ โดยบางคนเกรงจะเกิดเผด็จการรัฐสภาหากแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างที่เสนอกัน แต่หากพิจารณาจากที่อธิบายเผด็จการรัฐสภา มันไม่ได้เกิดขึ้นง่าย แต่สิ่งที่ใช้อยู่ตอนนี้มันทำให้เกิดพรรคการเมืองขนาดเล็กจำนวนมาก ดูอย่างการเลือกตั้งรอบที่แล้วปี 2562 มีอย่างที่ไหนในโลก ที่มีผู้สมัครส.ส.เขตทั่วประเทศกว่า 10,000 คน และปาร์ตี้ลิสต์ยื่นชื่อไปอีกกว่า 2,000 คน มีพรรคการเมืองส่งคนลงเลือกตั้งกว่า 80 &amp;nbsp;พรรค มีพรรคได้ ส.ส.รวม 29 พรรคการเมือง เป็นสถิติโลกเลย ในโลกนี้มีที่ไหนเป็นแบบนี้ มันไม่มี แต่มันเกิดขึ้นก็เพราะช่องโหว่ที่เปิดเอาไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณี ส.ส.พรรคเพื่อไทย 7 คน ไม่ดำเนินการตามมติพรรคในการลงมติโหวตไม่ไว้วางใจว่า วันที่ 6 ก.ย. คณะกรรมการจริยธรรมพรรคเพื่อไทยจะประชุมดำเนินการ จะเรียก ส.ส.ทั้ง 7 คนมาชี้แจงเหตุผล จะรับฟังและให้ความเป็นธรรมกับทุกคน เนื่องจากทั้ง 7 คนมีกรณีที่แตกต่างกันไป ทั้งไม่มาประชุม ลงมติแตกต่างกัน นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายก แจ้งมายังตนแล้วว่าติดโควิด ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมสภาได้ ถ้าเหตุผลฟังขึ้น คงลงโทษไม่ได้ ถ้าเหตุผลฟังไม่ขึ้น พรรคจะพิจารณาดำเนินการตามข้อบังคับอย่างเด็ดขาด ส่วนกรณี ส.ส.ที่แถลงข่าวให้ร้ายพรรค แม้จะไม่เกี่ยวกับการลงมติ ก็จะพิจารณาลงโทษเช่นเดียวกัน เพราะทำให้พรรคเพื่อไทยเสียหาย ยืนยันครั้งนี้พรรคเพื่อไทยเอาจริง ไม่มีมวยล้มต้มคนดู วันที่ 10 ก.ย. ที่จะมีการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 ทางพรรคเพื่อไทยก็จะประชุมเพื่อมีมติให้ ส.ส.ของพรรคโหวตไปในทิศทางเดียวกันเหมือนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115711</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, รมว.พาณิชย์, รองนายกรัฐมนตรี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, โพลหนุนบิ๊กตู่ปรับ ครม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210904/image_big_61332aeda55c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109531</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2021 10:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2021 09:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช่วยประชาชน 10 จังหวัด  Lockdown ! จุรินทร์ ปล่อยคาราวานโมบายพาณิชย์ ลดราคา! ช่วยประชาชน &quot;จัดหนัก กรุงเทพ วันนี้&quot; แบบขายถูกและปลอดภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 12 กรกฎาคม 2564 เวลา 13.30 น.&amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และ นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปล่อยคาราวานโมบายพาณิชย์ ลดราคา! ช่วยประชาชน Lockdown 10 จังหวัด ณ บริเวณเสาธง(ริมแม่น้ำ) หน้าตึกสำนักงานปลัด กระทรวงพาณิชย์ โดยนายจุรินทร์&amp;nbsp; เป็นประธาน และ ได้ทำการตรวจสอบรายการสินค้าที่จะนำไปขายถูกให้ประชาชนในการลดค่าของชีพช่วยครั้งนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้เป็นการเปิดโครงการโมบายพาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน สำหรับ 10 จังหวัดล็อกดาวน์ซึ่งมีกรุงเทพมหานคร ปริมณฑลและจังหวัดชายแดนภาคใต้ 4 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดสงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส โดยวันนี้จะเริ่มต้นปล่อยรถโมบายพาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน 10 จังหวัดล็อกดาวน์ เฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยจะมีรถโมบายที่จำหน่ายสินค้าราคาถูกจำนวน 50 คัน ออกจำหน่ายสินค้า 30 วัน สินค้าที่นำไปจำหน่ายประกอบด้วยสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าที่จำเป็นต่อการป้องกันโควิด รวม 85 รายการโดยมีสินค้าไฮไลท์สำคัญ 10 รายการ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ข้าวหอมไทย 5 กิโลกรัม 120 บาท ตก 24 บาทต่อกิโลกรัม 2.ไข่ไก่ แผงละ 30 ฟอง ราคา 89 บาท ตกฟองละ 2.97 บาท 3.น้ำมันพืช 1 ลิตร ขวดละ 42 บาท 4.น้ำตาลทรายกิโลกรัมละ 20 บาท 5.ปลากระป๋องจากกระป๋องละ 15 บาท เหลือกระป๋องละ 8 บาท&amp;nbsp; 6.บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปซองละ 5 บาท 7.หน้ากากอนามัย 50 ชิ้น กล่องละ 55 บาท ตกชิ้นละ 1.10 บาท 8.เจลล้างมือขนาด 30 มิลลิลิตร ขวดละ 10 บาท จากราคาปกติ 15 บาท 9.สเปรย์แอลกอฮอล์ขนาด 100 มิลลิลิตร ราคา30 บาท ลดจากปกติ 45% และ10.ยาลดไข้ทั้งชนิดเม็ดและชนิดน้ำ ลดราคา 17-27%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสินค้าอื่นๆ เช่น น้ำผลไม้ทิปโก้จากปกติกล่องละ 72 บาท เหลือ 50 บาท โจ๊กกึ่งสำเร็จรูป จาก 15 บาท เหลือ 10 บาท คนอร์จากกล่องละ 55 บาท เหลือ 44 บาท เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จะตระเวนออกไปจำหน่ายสินค้าราคาพิเศษตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยทั้ง 10 จังหวัดล็อกดาวน์ จะมีรถโมบายรวมทั้งสิ้น 300 คัน สำหรับอีก 9 จังหวัดที่เหลือจะเริ่มต้นในวันพุธที่จะถึงนี้ โดยทุกคันที่ออกไปจำหน่ายสินค้าจะปฏิบัติให้เป็นมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขเช่น 1.คนขับรถ เจ้าหน้าที่จำหน่ายสินค้าทุกคนต้องได้รับการตรวจเชื้อว่าปลอดโควิดและมีการตรวจเชื้อซ้ำทุกสัปดาห์&amp;nbsp;2.สินค้าทั้งหมดในรถมีการฉีดพ่นฆ่าเชื้อพนักงานคนขายทั้งหมดต้องสวมหน้ากากอนามัย ถุงมือและล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์และน้ำตลอดเวลา รวมทั้งมีการวัดอุณหภูมิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการสั่งซื้อจะไม่เปิดให้ผู้ซื้อไปเลือกหยิบสินค้าด้วยตนเองแต่จะมีใบสั่งซื้อ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่ปลอดเชื้อเป็นผู้จัดสินค้าใส่ถุงและส่งให้กับผู้ซื้อทุกคน เป็นมาตรการกำหนดไว้เพื่อเป็นไปตามมาตรฐานเพื่อไม่ให้รถนี้กลายเป็นรถที่แพร่เชื้อโควิด คาดว่าจะช่วยเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาทตลอดโครงการ และจะมีการจ้างงานไม่ต่ำกว่า 900 คน &amp;quot; รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมการค้าภายใน ระบุว่าสามารถติดตามรถโมบายพาณิชย์ลดราคา! แบบเรียลไทม์ได้จาก QR Code และที่ LINE@ mobilepanich รวมถึงเว็บไซต์ https://โมบายพาณิชย์.com/&amp;nbsp; ส่วนรานงานกระทรวงพาณิชย์แจ้งว่า นอกจากนี้นายจุรินทร์ยังมีแผนต่อไปที่จะส่งรถโมบายพาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน ไปยังส่วนภูมิภาคทั้ง 76 จังหวัด ตั้งเป้าหมายทั่วประเทศ&amp;nbsp; 1,000 คัน ด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109531</URL_LINK>
                <HASHTAG>Lockdown, mobilepanich, กระทรวงพาณิชย์, ขายถูกและปลอดภัย, คาราวานโมบายพาณิชย์, จัดหนัก กรุงเทพ วันนี้, ช่วยประชาชน, นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร, นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม, รถโมบายพาณิชย์ลดราคา, ลดราคา, หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, อธิบดีกรมการค้าภายใน, โครงการโมบายพาณิชย์ลดราคา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210713/image_big_60ed006a30157.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105406</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2021 11:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2021 11:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดฉากเอเปค ! &quot;จุรินทร์&quot; หนุน WTO ถกยกเว้นการคุ้มครองสิทธิบัตรวัคซีนโควิด ให้ประเทศด้อยพัฒนาทำวัคซีนได้เอง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มิ.ย.64 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ดร.สรรเสริญ สมะลาภา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ร่วมแถลงข่าวภายหลังการประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปค Ministers Responsible for Trade Meeting หรือ MRT ประจําปี 2564 ผ่าน ระบบ Video Conference ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการโสมสวลี ชั้น 11 สํานักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ สิ้นสุดลงกลางดึกที่ผ่านมาตามเวลาในประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมวันที่ 2 ของการประชุมเอเปคซึ่งมีนิวซีแลนด์เป็นเจ้าภาพ เอเปคมีสมาชิกทั้งหมด 21 เขตเศรษฐกิจ เมื่อวานเป็นการประชุมวันแรกร่วมระหว่างรัฐมนตรีการค้าเอเปคกับสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจของเอเปคคือภาคเอกชน วันนี้เป็นการประชุมระหว่างรัฐมนตรีการค้าเอเปคโดยเฉพาะร่วมกับผู้อำนวยการองค์การการค้าโลก ซึ่งประเด็นที่ผมได้นำเสนอต่อที่ประชุมในวันนี้ ประกอบด้วย 2 ประเด็นสำคัญ เรื่องแรกการรับมือกับวิกฤตโควิด เรื่องที่สองเกี่ยวกับระบบการค้าแบบพหุภาคีภายใต้การกำกับของ WTO ซึ่งตนได้เสนอความเห็นในนามรัฐมนตรีการค้าประเทศไทยโดยสรุปมี 6 ประเด็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่หนึ่ง ประเทศไทยสนับสนุนการเคลื่อนย้ายวัคซีนและสินค้าจำเป็นต่อการแก้ปัญหาโควิดให้สะดวกปราศจากปัญหาอุปสรรคและมาตรการในการจำกัดการส่งออก เพื่อให้ทุกประเทศเข้าถึงวัคซีนและสินค้าจำเป็นต่อการแก้ปัญหาโควิดโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่สอง ประเทศไทยยืนยันที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงในการอำนวยความสะดวกทางการค้าภายใต้กติกาของ WTO&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่สาม ประเทศไทยจะเร่งฉีดวัคซีนให้กับประชาชนให้ทั่วถึงตามเป้าหมายโดยเร็วที่สุด และสนับสนุนการเข้าถึงวัคซีนของทุกประเทศในโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่สี่ ประเทศไทยยืนยันการสนับสนุนการทำ CL คือการให้สิทธิเป็นกรณีพิเศษสำหรับการผลิตวัคซีนโดยเหตุผลของสุขภาพอนามัยของประชาชนในประเทศนั้นๆโดยไม่ถือเป็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในช่วงวิกฤติโควิด และที่ประเทศไทยอยากเห็นคือมีการยกเว้นการคุ้มครองสิทธิบัตรหรือทรัพย์สินทางปัญญาของผู้ผลิตวัคซีน ตามข้อตกลงทริปส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่ห้า ประเทศไทยสนับสนุนบทบาทของ WTO ในการเร่งหารือกับ WHO ในเรื่องการผลิตวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่หก ประเทศไทยสนับสนุน WTO ในการเร่งหาข้อสรุปที่ค้างคาจากการประชุมคราวที่แล้วในหลายประเด็น เช่น หาสรุปเรื่องการอุดหนุนการประมง การยกเว้นภาษีชั่วคราวด้านอีคอมเมิร์ซ ว่าจะยกเว้นต่อไปหรือมีกติกาอย่างไร รวมทั้งเรื่องการอุดหนุนสินค้าการเกษตรและการปฏิรูปองค์กร WTO ที่เป็นประเด็นค้างคายังไม่ได้ข้อสรุป และเรื่ององค์กรอุทธรณ์ที่ WTO ได้ตัดสินกลับประเทศผู้พิพาทแล้วสามารถอุทธรณ์ได้ แต่องค์กรอุทธรณ์สมาชิกว่างอยู่นานแล้วยังไม่สามารถเลือกสมาชิกได้ ทำให้องค์กรไม่สามารถทำหน้าที่พิจารณาคดีพิพาทได้ให้เร่งดำเนินการให้จบโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ผลการประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปควันนี้ส่งผลให้มีแถลงการณ์ร่วมทั้งหมด 3 คือ ฉบับที่ 1 แถลงการณ์ร่วมรัฐมนตรีการค้าประจำปี 2564 ซึ่งมีสาระสำคัญ 3 ส่วน คือ กลไกการค้าเป็นกลไกสำคัญในการต้อสู้กับโควิด-19 ระบบการค้าพหุภาคีที่เสรี และ ทิศทางสู่ความมั่งคั่งของเอเปค &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉบับที่ 2 แถลงการณ์เอเปคเรื่องห่วงโซ่อุปทานวัคซีนโควิด-19 ซึ่งมีสาระสำคัญคือการอำนวยความสะดวกการค้าสินค้าวัคซีนโควิด-19 และสินค้าจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉบับที่ 3 แถลงการณ์เอเปคเรื่องการบริการเพื่อสนับสนุนการเคลื่อนย้ายสินค้าจำเป็น เน้นการอำนวยความสะดวกทางการค้าขนส่งและโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของห่วงโซ่อุปทาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105406</URL_LINK>
                <HASHTAG>CL วัคซีน, การผลิตวัคซีนเอง, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210606/image_big_60bc4ad8c1782.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101005</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2021 10:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2021 10:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จบแล้ว!จุรินทร์ชี้คำสั่งนายกฯยุติให้ปชป.ดูแลใต้เหมือนเดิม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 เม.ย.2564 - นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวถึงคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 85/2564 เรื่อง มอบหมายให้รัฐมนตรีรับผิดชอบแนวคิดการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับพื้นที่จังหวัดว่า เรื่องนี้น่าจะยุติได้แล้ว เป็นที่ทราบกันดีว่าคำสั่งนี้แบ่งเป็น 2 ฉบับ คือ ฉบับที่หนึ่งคำสั่งเดิมที่ไม่มีปัญหา และคำสั่งฉบับที่สอง คือฉบับที่กำลังเป็นปัญหา เมื่อวันที่ 27 เม.ย.นายกรัฐมนตรีแจ้งให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีรับทราบว่าให้ยึดถือคำสั่งแรกไปก่อน และขอให้ทุกคนอย่าเพิ่งทำอะไร โดยนายกฯมอบหมายให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ไปดูแลปรับปรุง จากนั้นให้เสนอมายังนายกฯเพื่อตัดสินใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมได้หารือกับนายวิษณุ ซึ่งผลหารือให้ยึดคำสั่งฉบับที่ไม่มีปัญหาไปก่อน แล้วนายวิษณุจะดำเนินการทำข้อเสนอไปยังนายกฯเพื่อพิจารณาและลงนามต่อไป โดยถือหลักให้ทุกอย่างเหมือนคำสั่งฉบับที่หนึ่ง ยกเว้นส่วนที่รัฐมนตรีคนใหม่เข้ามาดำรงตำแหน่ง ซึ่งจำเป็นต้องปรับปรุง รวมทั้งถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลงในส่วนที่รัฐมนตรีแต่ละคนจะแลกเปลี่ยนภารกิจกันเป็นการส่วนตัว ฉะนั้น ผมจึงคิดว่าทุกอย่างน่าจะยุติได้แล้ว&amp;rdquo; นายจุรินทร์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101005</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์, ปชป., ภาคใต้, รองนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์, หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210428/image_big_6088d17fd70e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68865</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2020 17:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2020 17:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039;ไม่ติดใจ 6 ส.ส. กินข้าว&#039;พีระพันธุ์&#039;คาดเรียกประชุมใหญ่พรรคก.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มิ.ย.63- ที่พรรคประชาธิปัตย์ มีการประชุมส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โดยมีนายประกอบ รัตนพันธ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช เป็นประธานที่ประชุม ขณะที่ส.ส.พรรคต่างๆเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนเข้าร่วมการประชุม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;เปิดเผยว่า เป็นการประชุมส.ส.ตามปกติเพื่อพิจารณาวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฏร ที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้(17 มิ.ย.) ส่วนการนัดผู้ช่วยรัฐมนตรี ผู้ช่วย ที่ปรึกษา เลขานุการรัฐมนตรี ก็เพื่อให้ทุกคนตระหนักในภารกิจ นอกจากดูแลงานในกระทรวงแล้วจะต้องดูแลเรื่องต่างๆที่ประชาชนฝากผ่านส.ส.มาให้บรรลุผลในภาระหน้าที่ในกระทรวงนั้นๆ ส่วนการรับฟังความเห็นส.ส.ในพรรคมีการแลกเปลี่ยนกันเป็นระยะอยู่แล้ว แต่วันนี้ต้องการให้ทุกคนได้ตระหนักในภารกิจมากขึ้น ใครที่ทำครบถ้วนสมบูรณ์ก็เป็นเรื่องดี ส่วนที่ใครขาดตกบกพร่องก็ปรับปรุงเพื่อความเข้มข้นในการทำงานต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า สำหรับความขัดแย้งภายในพรรค โดยเฉพาะกรณีมีส.ส.ไปรับประทานอาหารกับนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และอดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์นั้น คงไม่สอบถามอะไร ใครจะไปพูดคุยอะไรกับใครไม่สามารถตอบล่วงหน้าได้ &amp;nbsp;และตนเองไม่มีอะไรติดใจ เพราะส.ส.ก็มีเพื่อนข้ามพรรคได้ ทุกคนมีสิทธิ์พบปะหารือทานข้าวด้วยกันเป็นเรื่องธรรมดา ไม่มีอะไรที่จะคิดว่าเป็นประเด็นขึ้นมาโดยไม่จำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกระแสข่าวล่ารายชื่อคณะกรรมการบริหารพรรคเกินครึ่ง เพื่อเปิดทางให้เลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เช่นเดียวกับพรรคพลังประชารัฐ นายจุรินทร์ กล่าวว่า เป็นคนละพรรคจะใช้โมเดลเดียวกันคงไม่ได้ แต่ละพรรคมีที่มาที่ไป มีฐานราก มีความแตกต่างกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พรรคประชาธิปัตย์ก็ยังเป็นพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้แปลว่าถ้าพรรคหนึ่งมีปรากฎการณ์อย่างหนึ่งพรรคเราจะต้องเป็นอย่างนั้นด้วย อันนั้นไม่ใช่ ผมมองว่าเป็นเพียงกระแสข่าว แต่โดยข้อเท็จจริงยังไม่มีอะไรเป็นไปตามนั้น และการแลกเปลี่ยนความเห็นระหว่างเลขาธิการพรรค รองหัวหน้าพรรคกับสมาชิกพรรคก็ดำเนินการอยู่ เพียงแต่ว่าอาจจะขาดเกินบ้างแล้วแต่กรณี เพราะ2-3 เดือนมานี้ก็เป็นช่วงปิดสมัยประชุม ฉะนั้นการพบปะพร้อมๆกันระหว่างส.ส.กับกรรมการบริหารพรรค และรัฐมนตรี อาจจะขาดช่วงไปบ้าง และเป็นช่วงโควิด-19 ด้วย แต่พอเปิดสมัยประชุมสภาก็คงจะเจอกันมากขึ้น&amp;rdquo; หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68865</URL_LINK>
                <HASHTAG>6 ส.ส., จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200616/image_big_5ee8974b35167.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55221</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2020 12:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2020 12:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิพิฎฐ์&#039;หอบเอกสารแจงยิบมัด&#039;นาที&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ม.ค.2563 - &amp;nbsp;นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และอดีต ส.ส.พัทลุง แถลงว่า ขณะนี้มีข้อมูลเกี่ยวกับการใช้กดบัตรแทนกันของนางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.)โดยพบว่านางนาทีและคณะได้เดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปยังเมืองเจิ้งโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ในวันที่ 11 ม.ค.2563 ด้วยสายการบินไทยสมายล์เที่ยวบิน WE680 ซึ่งช่วงเวลาเดียวกับการประชุมสภาพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2563 แต่กลับปรากฏชื่อของนางนาทีในการลงคะแนนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า นางนาทีเดินทางผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 15.28 น. แต่เมื่อตรวจสอบย้อนกลับไปถึงการลงมติพบว่าในเวลา 15.46 น. ได้ลงมติในมาตรา 49 ว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายประสำหรับแผนงานบูรณาการพัฒนาและส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก &amp;nbsp;มาตรา 48 ว่าด้วยงบประมาณสำหรับแผนงานบูรณาการพัฒนาพื้นที่ระดับภาค เวลา 15.19น. มาตรา 47 ว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายสำหรับแผนงานบูรณาการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ เวลา 15.17 น. มาตรา 46 ว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายสำหรับแผนงานบูรณาการพัฒนาผู้ประกอบการและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสู่สากล เวลา 14.56น. และมาตรา 45 ว่าด้วยงบประมาณสำหรับแผนงานบูรณาการพัฒนาด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ เวลา 14.51 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมเพียงแต่มาแถลงความจริงว่ากระบวนการตราร่างกฎหมายไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญเท่านั้น ส่วนส.ส.จะดำเนินการอย่างไรก็แล้วแต่ส.ส. เพราะผมไม่มีสิทธิยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ผมต้องการขอแถลงข้อเท็จจริงต่อประชาชน ไม่เพียงแต่จะทำให้ร่างพระราชบัญญัติไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และเจ้าของบัตรอาจมีความรับผิดทางอาญาเนื่องจากรู้เห็นเป็นใจให้บุคคลอื่นใช้สิทธิแทนคน&amp;quot; นายนิพิฏฐ์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่ากำลังพยายามคิดช่วยอยู่ว่าจะให้ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2563 ไม่เป็นโมฆะ แต่พรรคภูมิใจไทย ต้องยอมเสียอวัยวะเพื่อรักษาร่างกาย โดยทั้งนางนาทีและนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย ต้องยอมรับสารภาพว่าไม่ได้กดบัตรลงด้วยตัวเองในมาตราใดบ้าง เพื่อที่จะให้ศาลรัฐธรรมนูญแยกการพิจารณาออกมาได้และเพื่อไม่ให้กระทบเสียงส่วนใหญ่ของการพิจารณางบประมาณ แต่หากทั้งสองคนไม่ยอมรับเท่ากับว่าจะเป็นไปแนวทางที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55221</URL_LINK>
                <HASHTAG>นาที รัชกิจประการ, นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, ปชป., พรรคภูมิใจไทย, พัทลุง, ภท., ส.ส.บัญชีรายชื่อ, หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200122/image_big_5e27db910b0ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52163</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/12/2019 13:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2019 12:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039;ยันต้องสะเดาะกุญแจรื้อหมวดแก้รธน.เปิดทางยำใหญ่รัฐธรรมนูญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ธ.ค.62-นายจุรินทร์ ลักษณ์วิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงจุดยืนการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาธิปัตย์ ว่า พรรคของเรามีจุดยืนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง พรรคเข้าร่วมรัฐบาลมีเงื่อนไขหนึ่ง คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม รวมไปถึงพรรคพลังประชารัฐ ก็ยอมรับเงื่อนไขนี้ตั้งแต่ต้นคู่กับนโยบายประกันราคา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เมื่อเข้าสู่การพิจารณาของสภาและกระบวนการไปอย่างไรและได้ข้อสรุปอย่างไรก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องนำมาประกอบการพิจารณาตัดสินใจต่อไป พรรคประชาธิปัตย์ชัดแล้วว่าจะแก้ไขมาตราอะไร ลงลึกขนาดนั้นแล้ว ศึกษามาครบแล้ว อย่างน้อยที่สุดหมวดว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องได้รับการแก้ไข เพราะถ้าไม่แก้ไขหมวดนี้ก่อน สุดท้ายรัฐธรรมนูญแก้ไขไม่ได้เลย ต้องสะเดาะกุญแจดอกนี้ออกก่อน ประตูประชาธิปไตยถึงจะเปิดได้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงจะเริ่มต้นได้ ประชาธิปัตย์ชัดเจนมาตั้งแต่ต้น ชัดตั้งแต่ก่อนตัดสินใจร่วมรัฐบาล&amp;quot; นายจุรินทร์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ควรจบลงแค่การทำรายงานและส่งรัฐบาลเท่านั้นใช่หรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า &amp;quot;ต้องนำไปสู่ภาคปฏิบัติต่อไป นี่ก็ชัดแล้วนะครับ ผมคิดว่าไม่ได้ตอบอะไรไม่ชัดนะครับ&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52163</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์, หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, แก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191210/image_big_5def250d76c73.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
