<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57674</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2020 07:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2020 07:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนาธร&#039; ร่ายยาวเหตุผลปล่อยกู้อนาคตใหม่ ปลุกสาวกรวมตัวฟังคำวินิจฉัยศาลรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.พ.63 - นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า คำชี้แจงจากใจ ย้อนหลังกลับไปเมื่อเราประกาศว่าจะตั้งพรรคการเมือง เราจินตนาการไว้ว่า พรรคที่เราอยากสร้างต้องมีลักษณะเป็นพรรคมวลชน กล่าวคือเป็นพรรคที่มีฐานสมาชิกที่เข้าใจในอุดมการณ์ของพรรค ทำงานขยายฐานความคิดและแนวร่วมเพื่อสร้างอุดมการณ์นั้นร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราได้รับสถานะเป็นพรรคการเมืองที่เป็นนิติบุคคลและได้รับการรองรับจากคณะกรรมการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2561 ตั้งแต่วันนั้น เราเริ่มงานการสร้างพรรคอย่างจริงจัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราตระหนักดีว่าการสร้างพรรคการเมืองจำเป็นต้องใช้เงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้กฎกติกาของรัฐธรรมนูญปี พ.ศ. 2560 ที่กำหนดให้พรรคจะส่งผู้สมัครลงแข่งขัน ส.ส. ได้ ต้องมีสาขาพรรคอย่างน้อย 4 สาขา สาขาละ 500 คน โดยมีตัวแทนพรรคประจำจังหวัดทุกจังหวัด และสมาชิกพรรคจังหวัด 100 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราจึงจำเป็นต้องมีที่ทำการพรรคทุกจังหวัดเพื่อหาสมาชิกทั่วประเทศ ที่ทำการมีค่าเช่า มีค่าน้ำค่าไฟ แต่ละจังหวัดต้องมีเจ้าหน้าที่ธุรการเพื่อทำงานเอกสารและขยายฐานมวลชน เราต้องมีเอกสารแนะนำพรรค ทีมสื่อสารออนไลน์เพื่อให้ประชาชนทราบถึงแนวอุดมการณ์และนโยบายเพื่อชักชวนให้พวกเขาสมัครสมาชิกพรรค เราจำเป็นต้องมีอุปกรณ์สำนักงานเบื้องต้น เช่น เครื่องปรับอากาศ, โต๊ะ, เก้าอี้ และอุปกรณ์อื่นๆ ในสำนักงานทุกจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราต้องมีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ทั้งค่าที่พักและค่าน้ำมันในการลงพื้นที่ เพื่อดูแลสอดส่องความเดือดร้อนและสภาพปัญหาความเป็นจริงหน้างาน จากพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อนำมาพัฒนาเป็นนโยบายพรรค เรายังต้องมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ และซอฟท์แวร์ต่างๆ เพื่อใช้ในการเก็บข้อมูลและประเมินผลอย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งหมดนี้ พรรคมีทางเลือกสองทาง คือ แบบที่หนึ่ง ใช้เงินส่วนตัวของผมในการจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ เป็นทางเลือกที่สะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และไม่มีความยุ่งยากในการทำเอกสารบันทึก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เราเลือกทางที่ยากกว่า นั่นคือการให้ค่าใช้จ่ายเหล่านั้นเป็นค่าใช้จ่ายของพรรค โดยให้พรรคกู้เงินจากผม ทางเลือกนี้เกิดความยุ่งยากในการจัดการมากขึ้น แต่โปร่งใสและตรวจสอบได้มากกว่า ทุกคนจะรู้ว่าในพรรคมีเงินกู้เท่าไหร่ และร่วมกันจ่าย ร่วมกันหาเงิน เพื่อสนับสนุนกิจกรรมพรรค เอาเงินมาไว้ตรงกลาง หน่วยงานไหนจะใช้จ่ายอย่างไรต้องผ่านกรรมการ มิใช่บุคคลใดบุคคลหนึ่งอนุมัติได้เหมือนทางเลือกแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าคนที่มีความฝันอยากเห็นประเทศไทยแบบเดียวกัน อยากมีตัวแทนของพวกเขาในสภาผู้แทนฯ ทุกคนต้องร่วมกันสร้าง ร่วมกันจ่าย ใครไม่มีเงินจ่ายก็ลงเป็นแรงในรูปแบบอาสา นี่คือพรรคการเมืองแบบที่เราอยากให้เป็น พรรคที่มีศักยภาพจะพัฒนาตัวเองเป็นสถาบันทางการเมือง เป็นพรรคของประชาชน เป็นความหวังของผู้ทุกข์ยาก เป็นเสาหลักของเรื่องประชาธิปไตยและความเท่าเทียมในประเทศไทยได้ในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลับมาที่เหตุของกรณีการยุบพรรคที่จะมีการอ่านคำวินิจฉัยในวันที่ 21 กุมภาพันธ์นี้ ต้นเหตุคือมีผู้นำคำที่ผมอภิปรายสาธารณะที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT) ว่าผมให้เงินพรรคกู้ แล้วไปฟ้องกับ กกต. ว่าเงินกู้นั้นเป็นนิติกรรมอำพราง แท้จริงแล้วเป็นเงินบริจาค ซึ่งผิดกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ในเนื้อหาเรื่องกฎหมายนั้น ผมไม่ขอพูดซ้ำอีกในทีนี้ เนื่องจากผมและอาจารย์ปิยบุตร ได้พูดและเขียนไว้ในโอกาสอื่นหลายครั้งแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าเราทำแบบปกปิดมุบมิบ ผู้ร้องไปหาเจอเอาเอง และนำไปสู่การร้องกับ กกต. อาจจะอนุมานได้ว่านี่เป็นนิติกรรมอำพรางจริง แต่ผู้ร้องเอาคำอภิปรายของผมที่กระทำในที่เปิดเผย ย่อมแสดงให้ว่าธุรกรรมนี้เป็นไปโดยเจตารมย์ อย่างตรงไปตรงมา เปี่ยมไปด้วยความซื่อสัตย์ ความโปร่งใส และพร้อมเปิดเผย อีกทั้งการที่ผมพูดถึงเรื่องเงินกู้ ความสำคัญของการระดมทุน ในหลายที่หลายโอกาสอย่างสม่ำเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมมักพูดเสมอว่า ผมเป็นลูกจ้างของสมาชิกพรรค ค่าสมาชิกพรรคคือเงินเดือนของพนักงาน เงินทำพรรค หน้าที่ของผมคือการรับใช้สมาชิกด้วยการทำนโยบายและอุดมการณ์ของพรรคให้เป็นจริง ผมจึงชักชวนมาโดยตลอดให้พี่น้องประชาชนที่สนับสนุนเรา ลงทุนด้วยกัน เป็นเจ้าของด้วยกัน ช่วยกันสมัครเป็นสมาชิกพรรค, ช่วยกันบริจาค และช่วยกันอุดหนุนซื้อสินค้าพรรค เพื่อเป็นทุนในการสร้างพรรคและคืนเงินกู้หัวหน้าพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลักฐานการให้ความสำคัญกับการระดมทุนเป็นที่ประจักษ์มากมาย ทั้งภาพการจัดกิจกรรมและภาพวิดีโอว่าพรรคนี้ เราจริงจังกับการระดมทุนจากสาธารณะ เราปฏิเสธเงินก้อนใหญ่จากทุนผูกขาดที่มาจากเลือดเนื้อประชาชนเพราะขัดต่อแนวอุดมการณ์ของพรรค โดยที่เราไม่ต้องการตอบแทนกลุ่มทุนเหล่านี้ หากวันใดเมื่อเรามีอำนาจทางการเมือง เราจะได้เป็นตัวของตัวเองที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คงไม่กล่าวเกินเลยความเป็นจริงว่ารอบปีที่ผ่านมาพรรคอนาคตใหม่เป็นพรรคที่จริงจังที่สุดในการจัดกิจกรรมเพื่อการระดมทุน ซึ่งหากนับตั้งแต่วันที่เราได้รับการรับรองพรรคตามกฎหมายวันแรกในเดือนตุลาคมปี 2561 จนถึงสิ้นปี 2562 เราได้เงินจากค่าสมาชิก บริจาค และระดมทุนเป็นจำนวน 70+138 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเยอะมากทีเดียวสำหรับพรรคการเมืองเกิดใหม่ที่ระดมทุนจากประชาชน โดยยอดทั้งหมดนี้พรรคจะต้องส่งให้ กกต. ซึ่งน่าจะเป็นตัวยืนยันคำกล่าวของผมได้ดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เหตุใดที่การกระทำแบบนี้กลับกลายเป็นดาบหอกทิ่มเราเสียเอง ทำให้เราต้องเผชิญกับความเสี่ยงยุบพรรค, ตัดสิทธิ์กรรมการบริหาร และติดคุกติดตารางเพราะความต้องการสร้างพรรคการเมืองแบบใหม่ที่ซื่อสัตย์, เจตนาดีและโปร่งใสอย่างนี้หรือ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรากลายเหมือนผู้ร้าย ไม่รอบคอบ และตั้งใจบิดเบือนกฎหมาย เราไม่ได้รับแม้แต่สิทธิในการพิจารณาคดีอย่างถูกต้อง และสิทธิในการสู้คดีอย่างที่พลเมืองในสังคมที่มีนิติรัฐ นิติธรรมควรจะได้รับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมฝากทุกท่านที่สนับสนุนพวกเรา ช่วยกันกดชื่นชม ช่วยกันกดแบ่งปันข้อความนี้ของผม ช่วยกันอธิบายถึงความตั้งใจของพวกเรา ช่วยกันอธิบายถึงความไม่ถูกต้องชอบธรรมของกระบวนการทางกฎหมาย ให้คนที่ยังคลางแคลงสงสัยให้เข้าใจด้วยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคอนาคตใหม่ตั้งขึ้นเพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลงผ่านสภาผู้แทนราษฎร และเราได้ทำให้ทุกคนเห็นถึงศักยภาพและความเป็นมืออาชีพของเราใน 7 เดือนของสภาสมัยนี้แล้ว เราทำงานการเมืองที่สร้างสรรค์เพื่อต้องการดึงความเชื่อมั่นของผู้คนให้กลับมาศรัทธาในระบบรัฐสภาของประเทศไทยอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมได้แสดงความจริงใจถึงเหตุผลที่ผมและกรรมการบริหารให้พรรคกู้เงินอย่างครบถ้วนในที่นี้แล้ว ซึ่งหากผู้อ่านไม่มีอคติจนเกินไป ท่านจะเห็นว่าไม่มีเหตุผลในด้านเจตนาอันใดเลยในการที่จะยุบพรรคอนาคตใหม่ได้ อีกทั้งหากพิจารณาถึงข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง ก็ไม่มีเหตุผลทางกฎหมายใดที่จะทำให้พรรคถูกยุบได้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ นี้ ศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยคดีเงินกู้ ขอผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับความอยุติธรรมนี้ มาร่วมฟังคำวินิจฉัยและแสดงพลัง ที่สำนักงานใหญ่พรรคอนาคตใหม่ เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57674</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดียุบพรรคอนาคตใหม่, คดีเงินกู้พรรคอนาคตใหม่, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190722/image_big_5d35cbe3d1782.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52515</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/12/2019 13:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/12/2019 13:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อนธนาธรชี้เปรี้ยงจาก&#039;ขุน&#039;กลายสภาพเป็น&#039;หมาก&#039;ของทักษิณเรียบร้อยแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ธันวาคม 2562 - &amp;nbsp;นายพิชิต ไชยมงคล อดีตโฆษกกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) และเพื่อนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ที่เคยเคลื่อนไหวด้วยกันสมัยอยู่ สนนท. โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;จากขุนจะเป็นหมาก&amp;rdquo; ระบุว่า กรณีชุมนุมราชประสงค์ปีนั้น จากช่วยทักษิณ พยายามยกระดับเป็นเพื่อประชาธิปไตย ท้ายสุดก็ก้าวข้ามไม่ได้ ทั้งที่มีหลายปีกพยายามเอาสถานการณ์นี้ยกระดับทั้งนี้เพราะว่าจุดเริ่มต้นไม่ได้มาจากส่วนรวม ความชอบธรรมในการอธิบายไม่มากพอ ได้แค่ความชอบใจ&amp;nbsp;
ครั้งนี้ย่อมคล้ายกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ต้องย้อนความถึงคดีที่ อนาคตใหม่โดน แต่ผมคิดว่า ถ้าจุดเริ่มต้นมาจาก &amp;quot;ประโยชน์ส่วนรวมไม่ใช่จากการเสียประโยชน์ส่วนตน&amp;quot; จึงคิดว่าเป็นการสู้เพื่อประชาธิปไตย แน่นอนมีนักวิชาการ (สายเคลื่อนไหวในโซเชียล) พยายามยกระดับทางวิชาการ ดึงองค์อธิบายทางวิชาการมาประกอบว่านี่คือจุดเริ่มต้น ในการไล่เผด็จการ หลายคนบอกว่า ไม่ชอบ ธนาธร แต่ก็ไม่ชอบลุงตู่มากกว่า จึงออกมาร่วม (ผมนี่ชอบธนาธรไม่ชอบลุง แต่ไม่เข้าร่วม) เป็นตัวจุดกระแสการเคลื่อนไหว แต่ผมคิดว่ายังไม่ง่าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่แค่จุดเริ่มต้นกระแสแรกมักมีความหวังเสมอ แต่อย่าลืมไม่มีรัฐบาลไหนเป็นฝ่ายตั้งรับฝ่ายเดียว ไปถามรุ่นพี่ๆ นปช. พธม.กปปส.ก็ได้ นี่ไม่กล้าคิดถึงขนาด ม็อบชนม็อบ แล้วอะไรจะเกิด เพราะผมก็ไม่อยากให้เกิดแต่ไม่มีอำนาจขนาดนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความชอบธรรมมีความจำเป็นมาก ตอนเลือกตั้ง และมีผลการเลือกตั้งจน พวกคุณตั้งรัฐบาลลมหลังเลือกตั้ง ตอนนั้น พวกคุณได้รับความชอบธรรมอยู่ใช่ไหม?&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมวิเคราะห์ระยะยาว เกมส์นี้เพื่อไทยและทักษิณ ชินวัตร ได้ประโยชน์เต็มๆ เพราะนี่คือการขับเขี้ยวของพรรคการเมือง ไม่มีมิตรแท้ในหมู่นักการเมือง ผลักเพื่อนเป็นหมากลงถนน ตนนั่งบนภูเก็บผลพลอยได้ เพราะ ทักษิณ ก็ได้รับบทเรียนมาแล้วเช่นกัน &amp;nbsp;สุดท้ายเอกจะเป็น&amp;quot;ผู้ชนะในความพ่ายแพ้&amp;quot; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธนาธร คุณกำลังเดินตามเกมส์เขาแล้วละ เกมส์ของเพื่อน(พรรคร่วม)และเกมส์ของฝั่งตรงข้าม &amp;quot;จากขุนกลายเป็นหมาก&amp;quot; ยินดีต้อนรับสู่ถนนอย่างเป็นทางการ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52515</URL_LINK>
                <HASHTAG>คปท., ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, พิชิต ไชยมงคล, สนนท., หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่, อดีตโฆษกกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย, อนค., เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191215/image_big_5df5d4df5296e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49936</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/11/2019 14:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/11/2019 14:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ทอน”  ลั่น แม้โดนถอดคุณสมบัติ ก็จะเดินหน้าทำการเมืองต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อวันที่ 10 พ.ย.ที่ศูนย์ประสานงานพรรคอนาคตใหม่ ฝั่งธนบุรี &amp;nbsp;นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เปิดเผยว่า สำหรับแคมเปญกิจกรรม &amp;quot;อยู่ไม่เป็น&amp;quot; เป็นกิจกรรมของพรรคอนาคตใหม่ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 16 พ.ย.ที่จะถึงนี้ จึงขอเชิญชวนผู้ที่สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ไปร่วมงานในวันดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า กิจกรรมที่จะมีขึ้นในวันที่ 16 พ.ย.จะมีนัยยะต่อคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินในวันที่ 20 พ.ย.หรือไม่ นายธนาธร กล่าวว่า เป็นกิจกรรมของพรรคที่เราจัดประจำ และต้องเรียนตรงๆว่าพรรคอนาคตใหม่ไม่มีอำนาจปืน ไม่มีอำนารถถัง ไม่มีอำนาจยุติธรรม ไม่มีอำนาจตำรวจ เราไม่มีอำนาจเงินทุน ดังนั้น เรื่องของกระบวนการตัดสินในศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไรเราคงไม่อาจไปก้าวก่ายได้ เราไม่มีอำนาจจะไปทำอย่างนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า มีความสนใจกับตำแหน่งกรรมาธิการวิสามัญพิจาณาศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายธนาธร กล่าวว่า ภายในพรรคกำลังศึกษากันอยู่ คณะกรรมาธิการวิสามัญดังกล่าว พรรคจะวางตัวนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค เป็นตัวหลักแน่นอน แต่สำหรับตนเองนั้นขณะนี้มีภารกิจในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2563 ดังนั้น การทำงานจากตอนนี้ถึงสิ้นปีคงจะมีเวลาออกไปทำเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญน้อยลง เพราะเวลาส่วนใหญ่จะอยู่ในคณะกรรมาธิารการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หลังวันที่ 20 พ.ย.ไม่ว่าผลการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไร จะยังคงทำงานการเมืองในสภาต่อไปใช่หรือไม่ นายธนาธร กล่าวว่า แน่นอน เพราะตนต้องเรียนทุกท่านว่าพรรคอนาคตใหม่ตั้งขึ้นมาเพื่อสร้างสรรค์เปลี่ยนแปลง การได้เป็นส.ส.หรือไม่ได้เป็นส.ส.ไม่ได้หยุดยั้งให้พวกเราไม่ก้าวเดินไปข้างหน้า เรายังก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและแน่วแน่ เพื่อสร้างความฝันของเราให้เป็นจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หากผลคดีวันที่ 20 พ.ย.ทำให้ไม่ได้เป็นส.ส.จะทำให้สถานะของพรรคมีผลกระทบอย่างไรบ้าง นายธนาธร กล่าวว่า ไม่มีหรอก ทุกคนตีความกันไปต่างนานาว่าจะยุบพรรค ผมต้องเรียนว่าคนที่พูดว่าพรรคเราจะโดนยุบทั้งหมด เคยศึกษาบ้างหรือไม่ว่าพรรคอนาคตใหม่โดนคดี โดนข้อร้องเรียนอะไรบ้างที่จะนำไปสู่การยุบพรรคได้ เรื่องการถือหุ้นสื่อไม่ได้เกี่ยวกับอะไรกับการยุบพรรค เป็นแค่ธนาธรมีคุณสมบัติเป็นส.ส.หรือไม่ ไม่เกี่ยวอะไรกับการยุบพรรค แล้วคดีที่มีอยู่ทั้งหมดจะนำไปสู่การยุบพรรคได้ก็ยากมาก เพราะการยุบพรรคจะเขียนไว้ชัดเจนว่าจะต้องมีกรณีใดบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เราเชื่อมั่นว่าคนที่พูดเรื่องยุบพรรค สื่อมวลชน หรือคนไม่หวังดีพูดเรื่องยุบพรรค มีเป้าประสงค์ทางการเมืองเพื่อทำให้คนไม่กล้ามาร่วมงานกับพรรคอนาคตใหม่ เพื่อที่จะทำให้ส.ส.ของเราหวั่นไหวลังเลจะได้มีการซื้อกันได้ง่ายมากขึ้น ดังนั้น ต้องบอกว่าคนที่พูดถึงเรื่องยุบพรรคทั้งหมดต้องกลับไปดูจริงๆว่าตกลงที่เราโดนทั้งหมดมีกรณีใดที่นำไปสู่ยุบพรรคได้บ้าง ซึ่งพรรคอนาคตใหม่ยืนยันในความบริสุทธิ์ของพวกเรา โดยไม่ได้ตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาเพื่อประโยชน์ของตัวเอง แต่เราตั้งขึ้นมาเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงและสร้างความเท่าเทียมเสมอภาคและสร้างสังคมที่ทุกคนมีเสรีภาพและสร้างสังคมที่เป็นประชาธิปไตยและดอกผลของการพัฒนาแจกจ่ายและกระจายให้ถึงคนทุกคนเท่ากัน นั่นคือสังคมที่เราฝัน&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49936</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอดคุณสมบัติ ส.ส., ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191022/image_big_5daed6b92a3ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48608</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2019 17:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2019 17:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทอน&#039;เจ็บปวดมาก!เพราะงบฯ63เกิดจากรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ต.ค.62 - &amp;nbsp;นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ร่วมวงเสวนา &amp;ldquo;ปฏิสังขรณ์ประเทศไทย&amp;rdquo; ซึ่งจัดขึ้นที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เผยประสบการณ์หาเสียงเจอแต่คนบ่นปัญหาปากท้อง สวนทางงบประมาณปี 63 ไม่ตอบโจทย์ ชี้เหตุรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากประชาชนย่อมไม่แคร์ประชาชน ย้ำต้องแก้รัฐธรรมนูญพร้อมลดอำนาจกองทัพ กระจายอำนาจ นำประชาธิปไตยกลับมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายธนาธรระบุว่าในรอบ 7 วันที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่ตนหดหู่มาก ได้รับมอบหมายจากพรรคให้ทำหน้าที่ในเรื่องการช่วยผู้สมัครหาเสียงเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดนครปฐม กับการคุมทีมอภิปราย พ.ร.บ.รายจ่ายงบประมาณประจำปี 2563 ตอนช่วงเช้าเวลาได้ออกไปเคาะประตูเจอกับผู้คน สิ่งที่ได้ฟังจากชาวบ้านมันเจ็บปวดมาก ทุกคนต่างมาระบายให้ได้ฟังถึงปัญหาเศรษฐกิจ หลายคนสิ้นหวัง บางคนไม่มีงานทำ ค้าขายในตลาดยอดลดลง คนทำงานโรงงานไม่มีโอที และเมื่อกลับจากหาเสียงมาเจอกับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ก็ยิ่งหดหู่เข้าไปใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่เป็นปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นประเทศ ไปเดินเคาะประตูเสร็จตอนเย็นกลับมาทำการบ้านเรื่องงบประมาณ ว่างบประมาณ 3.2 ล้านล้านบาทจะทำให้ชีวิตของคนที่ไปเจอมาดีขึ้นได้อย่างไร ข้อสรุปที่เรามีก็คือใช้งบประมาณแบบนี้ทำให้ชีวิตคนส่วนใหญ่ดีขึ้นไม่ได้เลย มันเจ็บปวดและเราเจ็บใจ เรามีงบประมาณเพียงพอ แต่งบประมาณไม่ตอบสนองชีวิตและความต้องการของชีวิตประชาชน เราเห็นเลยว่าเรามีเงินพอที่จะเลี้ยงดูผู้ป่วย ที่จะทำให้การศึกษาของเด็กและเยาวชนดีกว่านี้ ทำให้ปัญหาท้องถิ่น การจัดการน้ำ ที่ดิน ฝุ่น PM2.5 ปัญหาสิ่งแวดล้อมในชุมชนฯลฯ ดีกว่านี้ แต่เราไม่เห็นการจัดการงบประมาณเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นี่เป็นเรื่องการเมืองและเรื่องรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องของอำนาจ หลังการเลือกตั้งองค์กรที่ชื่อ คสช.หายไปแล้วก็จริง แต่ระบอบ คสช.ยังอยู่กับเราในรูปแบบรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่มาของอำนาจของกลุ่มชนชั้นนำ คือกลุ่มทุน ระบบราชการ รถถัง ปืน กองทัพ กฎหมาย ตุลาการ แสดงออกผ่าน ส.ว.250 คน ไม่ได้มาจากประชาชน ดังนั้นการจัดสรรงบประมาณของเขาจึงไม่ต้องเอาไปจัดสรรเพื่อประชาชน นี่คือเหตุผลว่าทำไมเขาถึงกล้าถวายสัตย์เช่นนั้น เพราะเขาไม่แคร์ประชาชน นี่คือเหตุผลว่าทำไมเขาถึงกล้าตั้งรัฐมนตรีที่มีข้อครหาเรื่องยาเสพติด เพราะเขาไม่ต้องแคร์ประชาชน ประชาชนไม่ได้อยู่ในสมการของเขา&amp;rdquo; นายธนาธรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธรกล่าวต่อว่าในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา การใช้งบประมาณเพื่อไปหล่อเลี้ยงระบบราชการที่ใหญ่เทอะทะ เต็มไปด้วยงบดำเนินการ ค่าสัมมนา ค่าเบี้ยเลี้ยง เบี้ยประชุม ค่าที่พัก ฯลฯ จากการทำการบ้านเรื่องงบประมาณที่ผ่านมา เราเห็นงบแบบนี้เยอะไปหมด ถูกเอาไปหล่อเลี้ยงกองทัพ ไปเอื้อกลุ่มทุน นี่คือสิ่งที่เราเห้นแล้วเรารู้สึกเจ็บปวด ชีวิตของประชาชนมันยากเย็นและต้องต่อสู้ดิ้นรน แต่เราไม่มีอำนาจที่จะไปช่วยเหลือเขาได้เลย ทั้งๆที่เรารู้ว่าประเทศไทยมีทรัพยากรเพียงพอที่จะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเขาดีขึ้นได้มากกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งๆที่งบประมาณประเทศ 3.2 ล้านล้านบาท มีหน้าที่ตอบโจทย์ปัญหาของประเทศที่ผ่านมา และพาประเทศก้าวไปข้างหน้า แต่ด้วยงบประมาณแบนี้ตนว่าล้มเหลวทั้งสองด้าน แต่พวกเขาไม่แคร์ เพราะพวกเขาไม่ได้มาจากประชาชน นี่คือกลไกที่วางเอาไว้หมดแล้ว นี่คือความเจ็บปวด เมื่อเราเห็นความเป็นจริงกับงบประมาณปี 63&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่องว่างระหว่างความเป็นจริงกับงบประมาณปี 63 คือความอ่อนแอของประชาธิปไตย ดังนั้นเวลาเราพูดถึงประชาชนมันมีความหมาย ความแข็งแกร่งของประชาชนและประชาธิปไตยต้องดูว่าความต้องการของประชาชนมันได้รับการตอบสนองหรือไม่ เราจะปฏิสังขรณ์และพาประเทศไทยไปข้างหน้าอย่างไร แน่นอนที่สุดรัฐธรรมนูญ 2560 ต้องได้รับการแก้ไข แต่จะพาไปข้างหน้ามากกว่านี้ต้องจัดการสิ่งที่ตนเรียกว่า &amp;ldquo;3D&amp;rdquo; คือ Demilitarization - ลดบทบาทกองทัพทางการเมือง, Decentralization - ลดอำนาจระบบราชการรวมศูนย์ที่ส่วนกลาง, และ Democratization - พาประเทศไทยกลับสู่การเป็นประชาธิปไตยอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าไม่จัดการ 3D นี้ประเทศไทยไปต่อไม่ได้ จะทำสามอย่างนี้ได้ต้องเริ่มต้นที่รัฐธรรมนูญ และต่อให้ทำ 3D นี้สำเร็จ นี่ก็จะยังไม่ใช่จุดจบของการเดินทาง ถ้าแก้รัฐธรรมนูญได้แต่ลดบทบาทกองทัพไม่ได้ก็กลับไปเท่าเดิม อย่างคนที่ต่อสู้ในพฤษภาคมปี 2535 มา ลืมทำในสิ่งหนึ่งไปคือการปฏิรูปกองทัพ สุดท้ายก็เกิดรัฐประหารปี 2549 ถ้าไม่ลดบทบาทของกองทัพการรัฐประหารก็จะกลับมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดังนั้นผมฝากไว้ ประเทศเราไม่มีทางไปต่อข้างหน้าได้เลย ถ้าเราไม่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างที่เขายังเอาระบอบ คสช.ไว้อยู่ และอย่าฝากความหวังไว้กับคน แต่จงลุกชึ้นมาทำและเปลี่ยนแปลงด้วยมือของเราเอง&amp;rdquo; นายธนาธรกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48608</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณ, ธนาธร จึงรุงเรืองกิจ, หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่, เจ็บปวด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191022/image_big_5daed6b92a3ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48376</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2019 07:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2019 07:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทอน&#039;จมดิน!&#039;วิสา คัญทัพ&#039;ตอกหน้าหงาย ผิดเป็นครู ผิดบ่อยเป็นภารโรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค.62- นายวิสา คัญทัพ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน กวีเสื้อแดง ลี้ภัยในเยอรมัน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;nbsp;Visa Khanthap ถึงนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่พาดพิงนายทักษิณ ชินวัตร เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนในศาลรัฐธรรมนูญว่า คำขอโทษ ! ผิดเป็นครู ผิดบ่อยเป็นภารโรง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48376</URL_LINK>
                <HASHTAG>กวีเสื้อแดง, ขอโทษ, ทักษิณ, ธนาธร จึงรุงเรืองกิจ, ผิดบ่อยเป็นภารโรง, วิสา คัญทัพ, หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190514/image_big_5cda161a5827c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41603</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2019 13:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2019 13:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนาธร&#039;ชี้เปรี้ยงไทยเป็นแบบนี้เพราะไม่เคยมีประชาชนอยู่ในประเทศ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค.62 - นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ในการเสวนา &amp;ldquo;ทางออกในการแก้ไขปัญหาวิกฤติของชาติ&amp;rdquo;ของ 7 พรรคฝ่ายค้านเมื่อวานนี้ ว่าสำหรับตนแล้ว สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับประเทศไทยในปัจจุบันเป็นวิกฤติที่หนักมาก สิ่งที่ตนรู้สึกเศร้าใจมากที่สุด คือเรากำลังจะส่งสังคมที่แย่กว่านี้ให้กับลูกหลานของเรา ถ้าเราไม่ทำอะไรวันนี้ ลูกหลานของเราจะได้รับสังคมที่แย่กว่านี้ แน่นอนที่สุด หนึ่งในวิกฤติที่หนักที่สุดคือความเหลื่อมล้ำในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาที่เพิ่มขึ้นมาก ขณะที่ GDP ของประเทศไทยเติบโตขึ้นถึง 15% แต่รายได้ภาคแรงงานเติบโตแค่ 5% รายได้ภาคเกษตรติดลบถึง 3% หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น 28% แต่คนรวยที่สุดในประเทศไทยมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นถึง 68% ดังนั้นทุนผูกขาดกับความเหลื่อมล้ำจึงเป็นสองด้านบนเหรียญเดียวกันที่แยกจากกันไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธร กล่าวว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นผลโดยตรงมาจากการบริหารประเทศภายใต้นโยบายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนใหญ่ ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ได้ใช้ ม.44 เพื่อออกมาตรการช่วยเหลือกลุ่มทุนจำนวนมาก ตัวอย่างเดียวที่ตนขอยกในวันนี้คือกรณีการยืดหนี้และลดดอกเบี้ยให้กับกลุ่มทุนทีวีดิจิทัล ซึ่งถ้าคิดในทางกลับกัน ถ้าชาวนาไม่มีเงินจ่ายหนี้ ธกส. ชาวนาจะมีโอกาสได้รีไฟแนนซ์แบบนี้ไหม แบบที่ได้ยืดหนี้ออกไปและลดดอกเบี้ยให้ด้วย คำตอบคือชาวนาไม่เคยมีโอกาสได้รับสิทธิแบบนี้เลย แค่นี้ก็ทำให้เห็นแล้วว่าการปฏิบัติระหว่างกลุ่มทุนกับชาวบ้านไม่เท่ากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวต่อว่า ดังนั้นหากเราจะดูว่ารัฐบาลไหนมีวิธีการจัดการกับปัญหาความเหลื่อมล้ำอย่างไร เราต้องดูว่าเงินไปอยู่ที่ไหน อย่างเรื่องนโยบายการคมนาคม ที่ผ่านมารัฐบาล คสช. อนุมัติเงินไปที่โครงการรถไฟเชื่อมสามสนามบิน ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา ซึ่งถามจริงๆ ว่าในชีวิตจริง จะมีกี่คนที่นั่งเครื่องบินจากสนามบินสุวรรณภูมิไปเปลี่ยนเครื่องที่ดอนเมืองหรืออู่ตะเภา ถ้าจะลดความเหลื่อมล้ำทำไมไม่เอาเม็ดเงินก้อนนี้ไปทำการคมนาคมสาธารณะให้ต่างจังหวัด ทุกวันนี้จังหวัดท่องเที่ยวใหญ่ๆรถขนส่งสาธารณะเข้าเมืองยังแทบไม่มี ทำไมเราไม่เอาเงินไปทำระบบขนส่งสาธารณะในต่างจังหวัดเชื่อมระหว่างตลาด ชุมชน สถานที่ราชการ แต่กลับเอาเงินไปทำรถไฟเชื่อมสามสนามบินเพื่อเอื้อกับกลุ่มทุนใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขา กล่าวว่าสิ่งเหล่านี้คือตัวอย่างที่ชัดเจน ว่าการพัฒนาที่ผ่านมาไม่ใช่การพัฒนาเพื่อประชาชน คำถามคือการดูว่าประเทศที่เจริญและพัฒนาแล้วเราต้องดูที่ไหน แน่นอนว่าไม่ใช่การดูที่รถเฟอรารี่วิ่งบนถนนกี่คัน ตนเห็นว่าเราไปดูแค่บนฟุตปาธนับตั้งแต่ก้าวเท้าออกจากบ้านก็พอ การดูว่าประเทศไหนที่เจริญแล้วดูง่ายๆ เลย อย่างทุกวันนี้ประเทศไทยกำลังเป็นสังคมผู้สูงอายุ เราดูง่ายๆว่าคนแก่ที่นั่งวีลแชร์สามารถเดินทางออกจากบ้านไปตลาดด้วยตัวเองคนเดียวบนฟุตปาธได้หรือไม่ ประเทศที่เจริญแล้วต้องดูที่ตรงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่เป็นแบบนี้เพราะไม่เคยมีประชาชนอยู่ในประเทศ เมื่อไม่มีประชาธิปไตยก็ไม่มีประชาชน การพัฒนาที่เกิดขึ้นก็จะเป็นการพัฒนาที่มองไม่เห็นประชาชนอย่างที่ผ่านมา เพราะรัฐไทยไม่เคยมองเห็นประชาชน เรื่องนี้จึงตอบโจทย์ที่ว่าพรรคฝั่งที่อยู่กับประยุทธ์จะพูดเหมือนกันหมด ว่าประชาธิปไตยไม่ต้องสนใจ แก้ปัญหาเศรษฐกิจก่อน นี่คือการหลอกลวง เพราะระบบการเมืองที่ดีเท่านั้นถึงจะทำให้ระบบเศรษฐกิจดีได้&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธร กล่าวด้วยว่าขณะนี้ถึงเวลาแล้ว ที่เราต้องมาทบทวนว่าระบบการเมืองที่ดีคืออะไร ระบบการเมืองที่ดีคือระบบที่คนเห็นต่างจะอยู่ร่วมกันได้สันติ และมีประชาชนอยู่ในประเทศ เป็นคนที่ต้องได้รับผลประโยชน์จากการพัฒนาที่แท้จริง นี่คือภารกิจของคนรุ่นเรา ที่เราจะต้องแก้ให้ได้เพื่อส่งสังคมที่ดีกว่านี้ให้ลูกหลานของเราให้ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41603</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ประชาธิปไตย, หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190514/image_big_5cda6c2b57a2d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41516</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2019 14:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2019 14:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “ธนาธร” ดิ้นยันคำร้อง ม.49 ศาลรธน.ไม่มีอำนาจยุบพรรค </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21 ก.ค. 2562 ที่โรงแรมแลงคาสเตอร์ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์หลังงานเสวนาถึงกรณีเตรียมการชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมในเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องของนายณฐพร โตประยูร ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่าพรรคอนาคตใหม่ และคณะกรรมการบริหารพรรค ใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 ว่า ไกลที่สุดที่ศาลรัฐธรรมนูญจะทำได้คือศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้เราหยุดการกระทำดังกล่าว ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจที่จะยุบพรรคภายใต้คำร้องนี้ จึงอยากเรียนไปยังพ่อแม่พี่น้อง รวมถึงประชาชนที่สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ว่าขอให้ไว้วางใจได้ว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ขอชี้แจงไปยังพี่น้องประชาชนอีกประเด็นหนึ่งว่าเมื่อมีคำร้องนี้เกิดขึ้นทำให้ประชาชนเข้าใจไปว่าจะคำร้องนี้อาจนำไปสู่การยุบพรรคอนาคตใหม่ นั่นหมายความว่าประชาชนไม่มั่นใจในกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย และเห็นว่าเอะอะอะไรก็มีการยุบพรรค เอะอะก็ใช้กระบวนการยุติธรรมมาเล่นงานพรรคการเมืองที่มีจุดยืนต่อต้านการสืบทอดอำนาจเผด็จการ ตนจึงอยากตั้งคำถามไปว่าเหตุใดประชาชนจำนวนมากจึงคิดอย่างนี้ และศาลยุติธรรมต่างๆ มีความยุติธรรมจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตามตนยังไม่เห็นคำร้อง ซึ่งหากมีการพิจารณานอกเหนือจากมาตรา 49 ก็คือเป็นการพิจารณาเกินเลยอำนาจไปแล้ว เพราะการร้องในมาตรา 49 ให้อำนาจศาลในการพิจารณา แต่ไม่ได้ให้อำนาจในการยุบพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าช่วงหนึ่งที่พูดบนเวทีเสวนาเรื่องทางออกในการแก้ปัญหาวิกฤตชาติว่าหากมีการรัฐประหารจริงสถานที่ที่จะนัดรวมกันคือรัฐสภาทำให้คนอาจตีความได้ว่าเป็นการส่งสัญญาณอะไรหรือไม่ นายธนาธร กล่าวว่า เป็นการส่งสัญญาณแน่นอน แต่เป็นการส่งสัญญาณว่าพรรคอนาคตใหม่และพรรคฝ่ายค้านอื่นๆ พร้อมที่จะต่อสู้กับการทำรัฐประหารหากมีขึ้นในอนาคต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41516</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, รัฐธรรมนูญมาตรา 49, หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190717/image_big_5d2eea65780d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
