<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116762</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2021 10:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2021 10:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศึกสายเลือดจุฬาฯ’หมอยง’ตอบคำถาม’หมอธีระ’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย.2564 - ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;โควิด 19 วัคซีน&amp;rdquo; ระบุว่า หนึ่งในหน้าที่ของอาจารย์มหาวิทยาลัย นอกจากการเรียนการสอน งานบริการแล้ว จะต้องทำงานวิจัยให้เกิดองค์ความรู้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ประเทศชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การศึกษาวิจัยเรื่อง covid-19 จึงเป็นหน้าที่สำคัญอย่างหนึ่ง ในภาวะวิกฤต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การติดเชื้อแล้วกระตุ้นภูมิต้านทาน เป็นวิทยาศาสตร์พื้นฐานที่ต้องเรียนรู้ และต่อยอดงานวิจัยเพื่อนำมาใช้เป็นประโยชน์ ในการดูแลประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอบคำถาม &amp;ldquo;วาทกรรม&amp;rdquo; หมอธีระ วรธนารัตน์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ตกลงฉีด 2 เข็มนั้นไปทำไม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัคซีนทุกชนิดลดการป่วยตาย และความรุนแรงของโรคได้ การให้วัคซีน 2 เข็มในประเทศไทย ลดความรุนแรง การป่วยตาย โปรดศึกษาการติดเชื้อของทั่วโลก เช่น อเมริกา อิสราเอล ฉีดวัคซีนครอบคลุม &amp;nbsp;ก็ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้แบบสมบูรณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.หาตัวที่ฉีด 1-2 เข็ม แล้วลดโอกาสติดเชื้อได้ ลดป่วยลดตายได้ จะดีกว่าไหม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัคซีนทุกตัวที่ใช้อยู่ในประเทศไทยขณะนี้ สามารถลดการติดเชื้อ ลดป่วย ลดตาย &amp;nbsp;ภูมิต้านทานจะลดลงตามกาลเวลา ไม่ว่าวัคซีนตัวไหน ลดความรุนแรงของโรคได้ ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้สมบูรณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรค covid 19 ระยะฟักตัวสั้น ดังนั้นการลดโอกาสติดเชื้อ จึงเป็นไปได้ยาก แต่สามารถลดการตาย และอาการหนักได้&amp;nbsp;
3 ถ้าฉีดแล้วติดเชื้อคนติดเชื้อคงไม่หวังอยากได้ภูมิสูงปรี๊ดหรอก แต่คนติดเชื้อคงอยากรู้ว่าเขาป่วยแค่ไหน จะตายหรือไม่ตายต่างหาก และหากเลือกได้เขาคงไม่อยากติดเชื้ออย่างแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แน่นอนคงไม่มีใครอยากติดเชื้อ ทุกคนจึงมีความต้องการวัคซีน การฉีดวัคซีนแล้ว จะต้องปฏิบัติตนในการป้องกันการติดเชื้อ มากกว่าที่จะหวังผลจากวัคซีนไม่ให้ติดเชื้อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การศึกษาผลของภูมิต้านทานหลังการติดเชื้อ เพื่อประโยชน์ในการวางแผนป้องกันการติดเชื้อซ้ำ และความจำเป็นในการให้วัคซีนหลังการติดเชื้อ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การตอบสนองภูมิต้านทานและการคงอยู่ของภูมิต้านทาน จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีการศึกษา เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรคอุบัติใหม่จำเป็นต้องมีการศึกษาอย่างละเอียดด้วยงานวิจัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การสร้างองค์ความรู้ใหม่ด้วยการวิจัย จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง แต่สิ่งที่ไม่ควรทำคือ การสร้างความสับสนให้กับประชาชน ควรบอกสิ่งที่มีประโยชน์และแนวปฏิบัติตามองค์ความรู้ทางการแพทย์ที่มีอย่างถูกต้อง ทันกับเหตุการณ์.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116762</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะแพทยศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ, หมอธีระ วรธนารัตน์, หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210523/image_big_60a9f2aa8621f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109606</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>WHOติงสลับวัคซีน!ไทยยันปลอดภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หมอยง&amp;quot; ชี้ไวรัสกลายพันธุ์ตลอดเวลา เปิดผลการศึกษาฉีดวัคซีนซิโนแวคสลับกันกับแอสตร้าฯ ใน 1,200 คน ภูมิต้านทานเทียบเท่าได้รับแอสตร้าฯ 2 เข็ม ยันไม่พบอาการข้างเคียงรุนแรง &amp;quot;หมอประสิทธิ์&amp;quot; แนะคนที่มีโรคร่วมไม่ควรรอ mRNA ควรฉีดไปก่อนค่อยกระตุ้นภายหลัง องค์การอนามัยโลกระบุประเทศต่างๆ ใช้วัคซีนต่างชนิดจากผู้ผลิตคนละแห่ง แต่จะอันตรายและวุ่นวายนิดหน่อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวง​สาธารณสุข​ วันที่ 13กรกฎาคม ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ​ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แถลงถึงวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ว่าประเทศไทยเริ่มฉีดวัคซีนมาตั้งแต่ 28 ก.พ.2564 หลังจากนั้นเราก็รณรงค์​การฉีดวัคซีนกันเรื่อยมา วันนี้เรายังฉีดวัคซีนไม่ถึง 13 ล้านโดส เนื่องจากปริมาณ​วัคซีน​มีจำกัด จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องบริหารวัคซีนให้ประโยชน์​สูงสุด โดยการศึกษาวิจัยรูปแบบการให้วัคซีน​ในประเทศไทยจึงมีความจำเป็น ระยะแรกวัคซีนทุกบริษัท​ผลิตจากต้นแบบสายพันธุ์ไวรัสโคโรนาที่มีต้นกำเนิดมาจากอู่ฮั่น​ ซึ่งการผลิตออกมาได้ใช้​เวลาร่วม 1 ปี แต่ในระยะเวลา 1 ปี ไวรัสมีการเปลี่ยนแปลงตัวมันเอง มีการกลายพันธุ์​เพื่อหนีออกจากระบบภูมิต้านทานของเรา จึงเห็นว่าบริษัทไหนก็ตามแต่ที่ผลิตวัคซีนได้ก่อน การศึกษาในประสิทธิภาพ​วัคซีนจะได้สูง แต่ถ้าบริษัทไหนที่ใช้สายพันธุ์​เดิม แล้วมาศึกษาวิจัยในระยะหลังๆ ประสิทธิภาพ​วัคซีนก็จะเริ่มต่ำลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.นพ.ยงกล่าวว่า ในประเทศไทยเมื่อมีข้อจำกัดเรื่องวัคซีน เราใช้วัคซีนรูปแบบเชื้อตายกับรูปแบบไวรัสเวกเตอร์ โดยวัคซีนเชื้อตายเป็นของซิโนแวค ส่วนไวรัสเวกเตอร์คือแอสตร้า​เซน​เน​ก้า​ ซึ่งวัคซีนทั้ง 2 รูปแบบต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่เดิมจะเห็นได้ว่าวัคซีน​ชนิดเชื้อตาย การกระตุ้นภูมิต้านทาน​จริงๆ ได้น้อยกว่า การกระตุ้นภูมิต้านทาน​ของไวรัสเวกเตอร์ แต่อย่าลืมว่าไวรัสมีการกลายพันธุ์ตลอดเวลา ซึ่งปัจจุบันนี้การศึกษาของเราทำให้รู้ว่าเมื่อให้ครบ 2 เข็มของวัคซีนเชื้อตายนี้แล้วภูมิต้านทานได้เท่ากับคนที่หายจากโรค โดยเฉพาะหายจากการติดเชื้อโควิดสายพันธุ์อู่ฮั่นดั้งเดิม แต่เมื่อมาติดเชื้อสายพันธุ์ใหม่ ไม่ว่าอัลฟาหรือเดลตา มันต้องการภูมิต้านทานที่สูงขึ้น จึงทำให้ประสิทธิภาพของวัคซีนลดลง และลดลงทุกตัว เพราะฉะนั้นในทางปฏิบัติ ​จึงต้องพิจารณา​ดูว่า ถ้าเราฉีดวัคซีนแอสต​ร้า​ฯ 2 เข็ม ห่างกัน 10 สัปดาห์​ เรารู้ว่าถ้าฉีดไวรัส​เวกเตอร์​ 2 เข็ม ห่างกันน้อยกว่า 6 สัปดาห์​ภูมิต้านทานที่กระตุ้นขึ้นสูงไม่ดี เท่ากับที่ห่างกันเกินกว่า 6 สัปดาห์​ ยิ่งห่างนานเท่าไหร่ยิ่งดี ซึ่งแต่เดิมคิดว่าไวรัสเวกเตอร์หรือแอนตร้าฯ เข็มเดียวก็เพียงพอที่สามารถป้องกันไวรัสสายพัน​ธุ์อู่ฮั่นเดิมได้ แต่พอมาเจอไวรัสเดลตาเข้า วัคซีนแอสตร้าฯ เข็มเดียวไม่สามารถป้องกันได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรารู้ว่าถ้าใช้วัคซีนเชื้อตายซิโนแ​วค​ 2 เข็ม ภูมิต้านทานสูงไม่พอที่จะป้องกันไวรัสที่มีการกลายพันธุ์มาถึงเดลตาแล้ว แต่ในขณะเดียวกันแอสตร้าฯ เข็มเดียวก็ไม่เพียงพอป้องกันไวรัสเดลตา กว่าจะรอ 2 เข็มก็ช้าไป จึงเป็นที่มาของการทำการศึกษาว่า ถ้าเช่นนั้นเราจึงฉีดวัคซีนเชื้อตายก่อนค่อยตามด้วยไวรัสเวกเตอร์​ ซึ่งการฉีดไวรัสเชื้อตายก่อนเปรียบเสมือนทำให้ร่างกายเราติดเชื้อ แล้วไปสอนนักรบ หรือสอนหน่วยความจำของร่างกายไว้ หลังจากนั้น 3-4 สัปดาห์​ค่อยไปกระตุ้นด้วยวัคซีนที่เป็นไวรัสเวกเตอร์ ที่มีอำนาจในการกระตุ้น​เซลล์​ของร่างกายมากกว่า ผลปรากฏ​ว่าผลกระตุ้นสูงกว่า และเร็วกว่าที่เราคาดคิดไว้ ถึงแม้จะกระตุ้นได้ไม่เท่าแอสตร้าฯ 2 เข็ม แต่ก็จะให้ภูมิต้านทานที่สูงในเวลาแค่ 6 สัปดาห์&amp;quot; ศ.นพ.ยงระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.นพ.ยงยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้คนไข้เรามากกว่า 40 คนที่เราได้ติดตามมา จะเห็นได้ว่ากลุ่มก้อนแรกถ้าเราฉีดซิ​โน​แวค 2 เข็ม ภูมิต้านทานที่เกิดขึ้นจะสูงเท่ากับคนไข้ที่หายแล้ว แต่เนื่องจากปัจจุบันเป็นสายพันธุ์​เดลตา จึงทำให้ภูมิในขณะนี้ป้องกันไม่ได้ แต่ถ้าเราฉีดแอสตร้าฯ 2 เข็มแล้ววัดภูมิต้านทานอีก 1 เดือนหลังจากนั้น แสดงว่าห่างกัน 10 สัปดาห์ แล้ววัดที่ 14 สัปดาห์​ ภูมิต้านทาน​จะสูงเพียงพอหรือพอสมควรป้องกันไวรัสที่กลายพันธุ์​ได้ แต่เราต้องใช้เวลาถึง 14 สัปดาห์​ จึงทำ​ให้​ภูมิสูงขนาดนั้น แต่ถ้าเรามาฉีดวัคซีน 2 เข็มที่สลับกัน โดยวัคซีนเข็มแรกเป็นซิโนแวค แล้วเข็มสองเป็นแอสตร้าฯ จะเห็นได้ว่าภูมิต้านทานขึ้นมาใกล้เคียงกับการฉีดแอสตร้าฯ 2 เข็ม ถึงแม้จะน้อยกว่ากันนิดเดียว โดยฉีดแอสตร้าฯ 2 เข็มภูมิต้านทานอยู่ที่ 900 แต่ถ้าฉีดสลับกันเหมือนที่กล่าวข้างต้น ภูมิต้านทานอยู่ที่ 800 ซึ่งเปรียบเทียบกับการฉีดซิโนแวค 2 เข็มอยู่ที่ประมาณ 100 แต่ถ้าการติดเชื้อในธรรมชาติจะอยู่ระหว่าง 70-80 ถ้าเป็นแบบนี้ไวรัสที่กลายพันธุ์​ก็มีโอกาสป้องกันได้มีมากกว่า แล้วผลสัมฤทธิ์​ในระดับภูมิต้านของร่างกายให้สูงขึ้นใช้เวลาเพียง 6 สัปดาห์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เพราะฉะนั้นในสถานการณ์​ในการระบาดของโรคที่เป็นไปอย่างรุนแรง เรารอเวลา 12 สัปดาห์ไม่ได้ การที่ต้องการให้ภูมิสูงขึ้นเร็ว การฉีดวัคซีนสลับเข็มเรามีภูมิที่สูงใกล้เคียงกับวัคซีนที่ใช้เวลาถึง 12 สัปดาห์​ จึงน่าจะเป็นประโยชน์สูงสุดสำหรับประเทศไทย ณ เวลานี้ แต่ในอนาคต ถ้ามีวัคซีนอื่นที่ดีกว่า พัฒนาที่ดีกว่า เราค่อยหาวิธีการที่ดีกว่า หรือไวรัสกลายพันธุ์​ไปมากกว่านี้ก็อาจจะมีวัคซีนที่จำเพาะเจาะจงกับสายพันธุ์​นั้นๆ ยกตัวอย่างเช่นไข้หวัดใหญ่ ที่ต้องมีการฉีดทุกปี เพราะฉะนั้นเวลาทุกวันของเรามีค่ามากในการต่อสู้กับโรคร้าย จึงขอ​นับสนุนให้เห็นว่าข้อมูลทางวิชาการที่ศึกษามาจะเป็นประโยชน์ในการใช้จริง&amp;quot; ศ.นพ.ยงกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เชื้อกลายพันธุ์​ในขณะนี้มีความคืบหน้าอย่างไร และมีผลต่อการฉีดวัคซีนในไทยหรือไม่ ศ.นพ.ยงกล่าวว่า เราได้ทดสอบการ Blocking antibody จะเห็นได้ว่าการเปรียบเทียบซิโนแวค 2 เข็มกับซิโนแวคบวกกับแอตร้าฯ ที่สลับกันแล้ว เปอร์เซ็นต์​การขัดขวางตัวไวรัสขึ้นไปได้ถึงสูงทีเดียว จากการศึกษาเรื่องความปลอดภัยเบื้องต้น มีการฉีดวัคซีน​สลับกันแบบนี้ในประเทศไทยมากกว่า 1,200 คน แล้วที่ฉีดมากที่สุดคือ รพ.จุฬาลงกรณ์ ​โดยที่ถูกลงบันทึกในแอปหมอพร้อม โดยให้บันทึกอาการข้างเคียงลงไป ปรากฏว่าไม่มีใครในจำนวนนี้มีอาการข้างเคียงรุนแรง เพราะฉะนั้นจึงยืนยันว่าการให้วัคซีนที่สลับกันมีความปลอดภัยในชีวิตจริง ส่วนการศึกษาของเราจะมีการนำออกมาอีกครั้งหนึ่ง ขอให้ผู้ปฏิบัติสบายใจว่า เราไม่ได้มีการฉีดสลับเป็นคนแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ขณะนี้ทั่วโลกผู้ผลิตวัคซีนกำลังเร่งพัฒนาวัคซีนเจเนอเรชั่น 2 ที่คาดว่าจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น และปลอดภัยกว่าเดิม โดยบางบริษัทก็นำเอาเอไอเข้ามาจับ เพื่อหวังทั้งประสิทธิภาพ ครอบคลุมทุกสายพันธุ์ และมีความปลอดภัย คาดว่าวัคซีนที่ได้รับการพัฒนาเจเนอเรชั่น 2 นี้ จะเริ่มฉีดได้จริงต้นปีหน้า 2565 ดังนั้นขณะนี้ไม่อยากให้ประชาชนกังวล หรือรอเลือกวัคซีนถึงจะฉีด เพราะในจำนวนคนป่วยของ รพ.ศิริราชที่เป็นผู้ป่วยหนัก ส่วนใหญ่ ได้รับวัคซีนแค่ 1 เข็ม ยังไม่ครบ 2 เข็ม บางคนก็ยังไม่รับวัคซีนเพราะอยากรอวัคซีนทางเลือก mRNA ไฟเซอร์ โมเดอร์นา ทั้งที่ความจริงตนเองมีโรคร่วม ไม่ควรรอ เบาหวาน, ความดันโลหิตสูง ควรฉีดวัคซีนก่อน จากนั้นค่อยฉีดกระตุ้นในภายหลังได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์อ้างคำเตือนจาก ดร.โสมยา สวามีนาธาน หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ขององค์การอนามัยโลก ซึ่งกล่าวต่อที่ประชุมทางออนไลน์ของดับเบิลยูเอชโอที่นครเจนีวาเมื่อวันจันทร์ว่า ขณะนี้กำลังเกิดแนวโน้มที่ประเทศต่างๆ ใช้วิธีฉีดวัคซีนโควิด-19 โดยผสมวัคซีนต่างชนิดกันจากผู้ผลิตคนละแห่งกัน ถือเป็นแนวโน้มที่อันตรายนิดหน่อย เนื่องจากเรายังไม่มีข้อมูลและหลักฐานเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนแบบผสมสูตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มันจะเป็นสถานการณ์ที่โกลาหลวุ่นวายในประเทศต่างๆ หากประชาชนเริ่มตัดสินใจว่าเมื่อใดและใครจะได้รับยาโดสที่ 2, ที่ 3 และ 4&amp;quot; กุมารแพทย์ชาวอินเดียผู้นี้กล่าวเตือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ได้มีการนำคลิปวิดีโอของ ดร.โสมยา ที่พูดถึงการผสมสูตรวัคซีน เพราะยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบด้านสุขภาพ มาเปิดให้ที่ประชุมชม จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้พูดถึงมติคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ที่จะให้มีการฉีดสลับยี่ห้อได้ โดยระบุว่าเรื่องดังกล่าวให้หมอเป็นผู้ตัดสินใจ และนำข้อมูลของ&amp;nbsp;WHO&amp;nbsp;มาประกอบการพิจารณาให้ถี่ถ้วน ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข กล่าวเสริมว่า คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติที่เป็นผู้พิจารณาเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่หมอในกระทรวงสาธารณสุข แต่มีหมอจากหลายภาคอยู่ในนั้นด้วย. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109606</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมอประสิทธิ์, หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก, ไวรัสกลายพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210612/image_big_60c4618d9d1b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108112</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 08:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 08:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘หมอยง’เตือนความหวังภูมิต้านทานหมู่ต้องรีบฉีดวัคซีนให้เด็กๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย.2564 - ศ.นพ.ยง &amp;nbsp;ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;โควิด 19 วิกฤตโรค จะลดน้อยลง เด็กจะต้องมีภูมิต้านทานด้วย&amp;rdquo; ระบุว่า ในขณะนี้ การป้องกันส่วนใหญ่ เราป้องกัน การเสียชีวิต หรือเจ็บป่วยร้ายแรงที่ต้องเข้าโรงพยาบาล ส่วนใหญ่ปัญหานี้จะเกิดขึ้นในผู้ที่มีอายุเกิน 40 ปีขึ้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในผู้ที่มีอายุน้อย และกลุ่มประชากรเด็ก ความรุนแรงของโรคจะน้อยกว่ามาก และมีจำนวนมากติดเชื้อแบบไม่มีอาการหรือมีอาการเป็นเพียงแค่หวัดเล็กน้อย แต่สามารถแพร่กระจายโรคได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความหวังในการให้เกิดภูมิต้านทานหมู่ ที่จะลดการระบาดของโรคให้ได้มากที่สุด จึงจำเป็นที่จะต้องให้ผู้ที่มีอายุน้อย วัยรุ่น และเด็ก มีภูมิต้านทานเพื่อป้องกันการระบาดของโรค ภูมิต้านทานหมู่จะเกิดขึ้นได้ จึงต้องรวมประชากรกลุ่มเด็กด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงไม่แปลกที่ขณะนี้มีการศึกษา วัคซีนที่จะใช้ในเด็กรายการป้องกันหรือให้เกิดภูมิต้านทานขึ้น และคาดว่าภายในสิ้นปีนี้ หรืออย่างช้า เด็กอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป จะได้มีวัคซีนใช้แน่นอน เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันกลุ่มในทุกวัย&amp;nbsp;การให้วัคซีนในเด็ก โรคนี้ไม่รุนแรงในเด็ก ดังนั้นวัคซีนในเด็ก จะต้องเน้น &amp;quot;ความปลอดภัย&amp;quot; ของวัคซีนเป็นหลัก มากกว่าสิ่งอื่นใด &amp;nbsp;เด็กจะได้กลับมาใช้ชีวิตปกติ และไปโรงเรียนตามวิถีชีวิตของเด็ก #หมอยง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108112</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ศ.นพ.ยง  ภู่วรวรรณ, หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก, เด็ก, เฟซบุ๊ก, โควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210607/image_big_60bdd8b4228f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107316</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2021 07:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2021 07:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘หมอยง’จี้เร่งฉีดวัคซีนแม้ไวรัสจะเริ่มกลายพันธุ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มิ.ย.2564 &amp;ndash; ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก &amp;nbsp;ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ &amp;nbsp;คณะแพทยศาสตร์ &amp;nbsp;จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;โควิด 19 วัคซีน การเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมของไวรัส&amp;rdquo; ระบุว่า เมื่อวานได้ร่วมแถลงข่าวกับท่านอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เราได้มีการศึกษาการกลายพันธุ์ของไวรัสในประเทศไทย อาทิตย์ละหลายร้อยตัวอย่าง ซึ่งถือว่าเป็นตัวแทนของประเทศ อย่างแน่นอน และในขณะเดียวกันที่ศูนย์เองก็สามารถทำได้อย่างรวดเร็วในเกือบทุกตัวอย่างหลายร้อยตัวอย่างเช่นเดียวกัน และมีจำนวนที่มากพอที่ได้ข้อมูลตรงกันว่าขณะนี้ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ของสายพันธุ์ที่ระบาดอยู่ในประเทศไทยเป็นสายพันธุ์อังกฤษ หรือสายพันธุ์แอลฟา ส่วนน้อยประมาณ 10% เป็นสายพันธุ์อินเดียหรือเดลต้า และประมาณเกือบ 1 เปอร์เซ็นต์เป็นสายพันธุ์แอฟริกาใต้หรือเบต้า &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สายพันธุ์เดลต้า ที่พบส่วนใหญ่ยังพบในกลุ่มคนงาน ที่มีอายุน้อย แรงงานที่อยู่เป็นกลุ่มก้อน สายพันธุ์ เดลต้า จะค่อยๆเพิ่มขึ้นทีละน้อย นับตั้งแต่เริ่มพบมาเป็นเวลากว่าเดือน และคงจะใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือน จึงจะมาเป็นไวรัสส่วนใหญ่ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น การให้วัคซีนที่ใช้ในประเทศไทยในขณะนี้ ยังมีประสิทธิภาพดี ในการป้องกันสายพันธุ์แอลฟา ส่วนในอนาคต การติดตามสายพันธุ์ มีความจำเป็นเพื่อปรับกลยุทธ์ในการป้องกันโรคให้เหมาะสมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สายพันธุ์ที่กลัวว่าจะหลบหลีกวัคซีนได้มาก คือสายพันธุ์เบต้า ขณะนี้ยังพบในวงจำกัดอยู่ในบริเวณภาคใต้ แต่เนื่องจากสายพันธุ์นี้มีการแพร่ระบาดได้ต่ำกว่าสายพันธุ์อื่น ความน่ากลัวของสายพันธุ์นี้ ที่จะระบาดอย่างกว้างขวางจึงน้อยลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัคซีนในปัจจุบันทุกบริษัททำมาจากสายพันธุ์ดั้งเดิม คือสายพันธุ์อู่ฮั่น และแน่นอนเมื่อมีสายพันธุ์เดลต้าเกิดขึ้นแล้ว ในอนาคตก็คงจะมีสายพันธุ์ใหม่เกิดขึ้นอีก เป็นวงจรที่เปลี่ยนไปตามพันธุกรรมของ RNA &amp;nbsp;ไวรัส และเชื่อว่าในปีหน้า จะมีวัคซีนใน Generation ที่ 2 &amp;nbsp;เพื่อให้ตรงกับสายพันธุ์ที่คาดการณ์ว่าจะระบาดในปีหน้า เช่นเดียวกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ เพราะการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ในวัคซีนจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6 เดือน สำหรับวัคซีนทุกตัวที่จะใช้ในปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราต้องรีบให้วัคซีนเพื่อป้องกันเหตุการณ์ขณะนี้ให้เร็วที่สุด ถึงแม้ว่าไวรัสจะเปลี่ยนแปลงพันธุกรรม วัคซีนที่ใช้อยู่ก็ยังสามารถป้องกันได้แต่อาจจะมีประสิทธิภาพลดลงบ้าง อย่างน้อยก็ลดความรุนแรงของโรค และลดอัตราการเสียชีวิตลงได้อย่างแน่นอน #หมอยง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107316</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, วัคซีน, ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ, หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608f3e3a02f5b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100998</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2021 09:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2021 09:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘หมอยง’ย้ำอย่ากลัวไวรัสกลายพันธุ์วอนผู้ป่วยชายหายแล้วบริจาคพลาสมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 เม.ย.2564 - ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;โควิด-19 การรักษาด้วยพลาสมาจากผู้ที่หายป่วยแล้ว&amp;rdquo; มีเนื้อหาว่า ขณะนี้พลาสมาจากผู้ที่หายป่วยแล้ว ได้หมดแล้ว (จากการที่เก็บไว้มากกว่า &amp;nbsp;200 ถุง) ได้รับการรักษาไปแล้วมากกว่า &amp;nbsp;160 คน ในรอบเดือนเมษายนนี้ ความต้องการขณะนี้สูงมาก มีผู้ป่วยที่รออยู่เป็นจำนวนมาก เราจะนำพลาสมาที่มีภูมิต้านทานสูง มาให้กับกลุ่มเสี่ยงสูง ที่เริ่มมีอาการปอดบวม และมีภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำ เท่ากับหรือน้อยกว่า &amp;nbsp;94% &amp;nbsp;ทำให้การรักษาเริ่มแรกในช่วงที่ผู้ป่วยยังไม่สามารถสร้างภูมิต้านทานต่อไวรัสได้ เพื่อลดจำนวนไวรัส และจะลดการดำเนินโรคให้รุนแรงน้อยลง มีโอกาสรอดชีวิตได้มากขึ้น มีผู้ป่วยจำนวนมากที่รออยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ต้องเกรงว่าไวรัสจะกลายพันธ์อย่างที่มีผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ให้ข่าว เพราะคนไข้ทุกคนอยู่ในโรงพยาบาล ไม่สามารถไปแพร่เชื้อให้ใครได้ เราต้องการรักษาแต่เริ่มแรกในกลุ่มเสี่ยงสูง จึงมีความต้องการมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยากจะเชิญชวนขอให้ผู้ที่หายแล้ว &amp;nbsp;โดยเฉพาะผู้ชาย &amp;nbsp;ติดต่อศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย&amp;nbsp;ทาง Online ทางศูนย์ฯ จะได้ติดต่อมาตรวจวัดภูมิต้านทาน และรายละเอียดต่าง ๆ ตามกฎเกณฑ์ การบริจาคพลาสมาเพื่อการรักษา ผู้ที่หายแล้วมาช่วยกันบริจาคพลาสมาเพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่รอท่านอยู่&amp;nbsp;https://www.facebook.com/260541607390273/posts/3685919241519142/?d=n
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100998</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, พลาสมา, ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ, หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210420/image_big_607e6584b3b7a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98655</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2021 15:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2021 15:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘หมอยง’บอกผลสอบเบื้องต้นไวรัสทองหล่อมาจากเชื้อกลายพันธุ์อังกฤษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 เม.ย.2564 - &amp;nbsp;ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กสั้นๆ พร้อมรูประบุว่า &amp;nbsp;โควิด-19 สายพันธุ์ที่ระบาดที่สถานบันเทิง จากการตรวจเบื้องต้นเป็นสายพันธุ์อังกฤษ รอการยืนยันด้วยการถอดรหัส #หมอยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ภาพที่ นพ.ยงโพสต์ไว้เป็นผลการศึกษาของศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสคลินิก คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย &amp;nbsp;ได้ตรวจพันธุกรรมเชื้อไวรัสย่านบางแคและทองหล่อ โดยสรุปว่าสายพันธุ์ที่ระบาดอยู่ในขณะนี้ที่สาบันเทิง คือ สายพันธุ์อังกฤษ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98655</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะแพทยศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ, หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606d68eceb2f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97833</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2021 07:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2021 07:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘หมอยง’ย้ำฉีดวัคซีนช่วยป้องกันการแพร่กระจายโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 มี.ค.2564 - &amp;nbsp;ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก ว่าโควิดวัคซีน ช่วยป้องกันการแพร่กระจายเชื้อได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นที่ทราบกันดีว่า วัคซีนลดความรุนแรงของโรค ทำให้ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล และไม่เสียชีวิต &amp;nbsp;แต่ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ 100%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมาพบว่าการแพร่กระจายเชื้อในผู้ที่มีอาการของโรค ที่รุนแรง จะแพร่กระจายเชื้อได้มากกว่า ผู้ที่มีอาการน้อย หรือไม่มีอาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นเมื่อวัคซีนสามารถป้องกันความรุนแรงของโรค ก็เท่ากับ ลดการแพร่กระจายเชื้อไปด้วย การฉีดวัคซีนในหมู่มาก เมื่อผู้รับเชื้อส่วนใหญ่จะมีอาการน้อย หรือไม่มีอาการ ก็จะมีโอกาสแพร่เชื้อได้น้อยกว่า ถึงแม้จะแพร่เชื้อไป ถ้าคนส่วนใหญ่ฉีดวัคซีน ก็จะไม่เกิดความรุนแรงของโรค &amp;nbsp;ต่อไปก็จะเป็นโรค ที่ไม่รุนแรงไปในตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นจึงมีความต้องการ ที่จะให้วัคซีนมีประชากรหมู่มาก เพื่อลดการแพร่กระจายและลดความรุนแรงของโรค
#หมอยง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97833</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, วัคซีน, ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ, หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210322/image_big_6057eddd6ce45.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
