<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98343</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2021 09:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2021 09:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;กมว.&quot;รื้อใหม่ขึ้นสู่ตำแหน่งผอ.รร. รองรับพ.ร.บ.ศึกษาชาติ เปลี่ยนเรียก&quot;หัวหน้าสถานศึกษา&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

5เม.ย.64-&amp;nbsp;กมว. ทบทวน กรณีผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา ไม่จำเป็นต้องจบป.โท บริหารการศึกษา &amp;quot;เอกชัย&amp;quot; เผย อนาคต ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษาจะไม่มี เน้นประสบการณ์ &amp;nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับพ.ร.บ.การศึกษาชาติฉบับใหม่ ที่ยกเลิกคำว่า&amp;quot;ผู้อำนวยการ&amp;quot;ให้ใช้คำว่า&amp;quot;หัวหน้าสถานศึกษา&amp;quot;แทน

นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (ประธาน กมว.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในที่ประชุม กมว.ได้มีการพิจารณาร่างมาตรฐานวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษาและการศึกษา ซึ่งที่ประชุมมีความเห็นว่าอาจจะต้องมีการพิจารณาทบทวน กรณีผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา ไม่จำเป็นต้องจบปริญญาโท สาขาบริหารการศึกษา แต่จะต้องมีประสบการณ์การบริหารการศึกษา โดยจากนี้คณะอนุกรรมการฯ ชุดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจะนำความเห็นนี้ไปดำเนินการปรับปรุงร่างมาตรฐานวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษาและการศึกษา เมื่อแล้วเสร็จจะเสนอให้ที่ประชุมสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ แห่งประเทศไทยพิจารณา และขั้นตอนต่อไปก็จะจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นแบบกลุ่ม (Focus Group) โดยเชิญผู้อำนวยการ ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เข้าร่วม เมื่อได้ข้อสรุปทั้งหมดแล้ว ก็จะนำเข้าพิจารณาในที่ประชุม กมว. ก่อนจะเสนอให้คณะกรรมการคุรุสภา พิจารณาและประกาศเป็นข้อบังคับ

ประธานกมว.กล่าวอีกว่า าเหตุที่ต้องปรับร่างมาตรฐานวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษาและการศึกษา เพื่อที่จะทำให้ทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป และเน้นเรื่องสมรรถนะให้มากขึ้น อีกทั้งร่างนี้ฯ จะเป็นแนวทางให้มหาวิทยาลัยนำไปใช้ในการออกแบบหลักสูตร ซึ่งการปรับในครั้งนี้จะสอดคล้องกับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.... ที่กำหนด ให้คำว่า ผู้อำนวยการสถานศึกษา ใช้คำว่า หัวหน้าสถานศึกษาแทน และจะใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพกับหัวหน้าสถานศึกษาไม่ได้ ดังนั้น จากนี้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษาจะไม่มี และผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา จะต้องมีประสบการณ์การบริหาร และผ่านการดำรงตำแหน่งผู้ช่วยหัวหน้าสถานศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;เรื่องนี้จะช่วยแก้ปัญหามหาวิทยาลัยที่เร่งเปิดหลักสูตรบริหารสถานศึกษา เพื่อรับผู้เรียนจำนวนมากจนไม่มีประสิทธิภาพ และปัญหาที่ครูจบใหม่ ศึกษาต่อเพื่อให้ได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อจะสอบเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน&amp;quot;นายเอกฃัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สาเหตุส่วนหนึ่งที่ พ.ร.บ.การศึกษาชาติฉบับใหม่&amp;nbsp; ยังไม่คลอดออกมามีผลบังคับใฃ้ เนื่องจาก มีเสียงคัดค้านไม่เห็นด้วย ที่จะเปลี่ยนแปลงคำเรียกตำแหน่ง &amp;quot;ผู้อำนวยการโรงเรียน&amp;quot; เป็น&amp;quot;ครูใหญ่ &amp;quot;โดยผู้ร่างกม.ระบุว่าผู้อำนวยการโรงเรียน ไม่ได้เป็นเพียงผู้บริหารโรงเรียนเท่านั้น แต่ต้องมีจิตสำนึกความเป็นครูด้วย &amp;nbsp;แต่ก็มีเสียงคัดค้านไม่เห็นด้วยมาตลอด ทำให้ต้องมีการปรับปรุงแก้ไขร่างพ.ร.บ.การศึกษาชาติหลายคร้ั้ง ในที่สุดมาลงตัวที่ การเปลี่ยนจากผู้อำนวยการโรงเรียน มาเป็น &amp;quot;หัวหน้าสถานศึกษา&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98343</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ผู้อำนวยการโรงเรียน, #พ.ร.บ.การศึกษาชาติ, กมว., หัวหน้าสถานศึกษา, เอกชัย กี่สุขพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200515/image_big_5ebe43f84aeec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
