<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117833</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2021 19:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2021 19:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐไฟเขียวปล่อยตัวทายาท&#039;หัวเว่ย&#039; แลกจีนคืนอิสรภาพ2พลเมืองแคนาดา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เมิ่ง หว่านโจว ผู้บริหารที่เป็นทายาทของผู้ก่อตั้งบริษัท หัวเว่ย ได้รับอิสรภาพจากการถูกกักบริเวณนาน 3 ปี และเดินทางกลับจีนในวันเสาร์ ภายหลังอัยการสหรัฐทำความตกลงระงับข้อกล่าวหาคดีฉ้อโกง เปิดทางให้แคนาดาปล่อยตัวเธอ ส่วนจีนก็ปล่อยตัวพลเมืองแคนาดา 2 คนที่ถูกคุมขังข้อหาเป็นสายลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เมิ่ง หว่านโจว ซีเอฟโอหัวเว่ย ออกจากบ้านที่แวนคูเวอร์เพื่อไปขึ้นศาลเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2564&amp;nbsp; (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันเสาร์ที่ 25 กันยายน กล่าวว่า ทางการแคนาดาปล่อยตัวเมิ่ง หว่านโจว ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากอัยการสหรัฐประกาศเมื่อวันศุกร์ว่าได้บรรลุข้อตกลงกับเมิ่ง โดยฝ่ายเมิ่งยินยอมรับคำแถลงข้อเท็จจริงของคดี เพื่อแลกกับการที่สหรัฐระงับข้อกล่าวหาของเธอจนถึงปี 2565 และจะยกเลิกในที่สุดหากเมิ่งปฏิบัติตามเงื่อนไขในข้อตกลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (ซีเอฟโอ) ของหัวเว่ยวัย 49 ปี เป็นบุตรีของเหริน เจิ้งเฟย อภิมหาเศรษฐีชาวจีนผู้ก่อตั้งบริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่แห่งนี้ เธอโดนทางการแคนาดาจับกุมที่สนามบินแวนคูเวอร์เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2561 ตามคำร้องขอของทางการสหรัฐ ที่ต้องการให้แคนาดาส่งตัวเธอเป็นผู้ร้ายข้ามแดนมาดำเนินคดีฉ้อโกงและละเมิดกฎหมายคว่ำบาตรอิหร่าน เธอถูกกักบริเวณที่บ้านระหว่างรอการพิจารณาคดีส่งผู้ร้ายข้ามแดนมาสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจับกุมเมิ่งจุดชนวนความขัดแย้งทางการทูตระหว่างแคนาดากับจีน โดยไม่กี่วันต่อมา ทางการจีนจับกุมไมเคิล คอฟริก อดีตนักการทูตแคนาดา และไมเคิล สปาวอร์ นักธุรกิจชาวแคนาดา ด้วยข้อหาจารกรรม ที่นักวิจารณ์กล่าวกันว่าเป็น &amp;quot;การทูตจับตัวประกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังได้รับการประกันตัว เมิ่งขึ้นเครื่องบินเดินทางกลับนครเซินเจิ้นของจีนทันที โดยเธอโพสต์ข้อความ &amp;quot;ขอบคุณพรรคและรัฐบาล&amp;quot; ลงโซเชียลมีเดียของจีนขณะอยู่บนเครื่องบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ของแคนาดา ประกาศว่า พลเมืองแคนาดาทั้ง 2 ขึ้นเครื่องบินเดินทางพ้นจากน่านฟ้าของจีนแล้ว และกำลังมุ่งหน้ากลับบ้านในวันเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐยืนเคียงข้างประชาคมระหว่างประเทศ ในการต้อนรับการตัดสินใจปล่อยตัวชายทั้งสอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐกล่าวหาเมิ่ง &amp;quot;เจ้าหญิงแห่งหัวเว่ย&amp;quot; ว่าฉ้อโกงและหลอกลวงธนาคารเอชเอสบีซี โดยบอกว่าเมิ่งพยายามปิดบังกรณีที่บริษัท สกายคอม ที่เป็นบริษัทย่อยของหัวเว่ย ฝ่าฝืนกฎหมายคว่ำบาตรอิหร่านของสหรัฐ แต่จีนระบุว่าข้อกล่าวหาและจับกุมเธอเป็น &amp;quot;เหตุการณ์ทางการเมืองล้วนๆ&amp;quot; โดยเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ต่อต้านบริษัท หัวเว่ย ที่สหรัฐกล่าวว่าใกล้ชิดกับรัฐบาลจีนและกองทัพจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กาย เซนต์-ฌากส์ อดีตเอกอัครราชทูตแคนาดาประจำจีน กล่าวกับเอเอฟพีว่า การปล่อยตัวคอฟริงและสปาวอร์ในเวลาประจวบเหมาะกับการปล่อยตัวเมิ่ง &amp;quot;ยืนยันว่านี่คือการทูตจับตัวประกัน&amp;quot; และยังหมายความว่า ขวากหนามความสัมพันธ์ทวิภาคีลดลงไปหนึ่งอย่าง แต่ความสัมพันธ์ระหว่างแคนาดาและจีนคงจะไม่กลับมาเหมือนแต่ก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117833</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีนปล่อยพลเมืองแคนาดา, หัวเว่ย, อัยการสหรัฐ, เมิ่ง หว่านโจว, แคนาดาปล่อยตัวผู้บริหารหัวเว่ย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210925/image_big_614f185c17959.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113005</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2021 19:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2021 19:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนบีบแคนาดา ตัดสินจำคุก11ปีนักธุรกิจข้อหาจารกรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ไงล่ะ ศาลจีนพิพากษาจำคุกไมเคิล สปาวอร์ นักธุรกิจชาวแคนาดา เป็นเวลา 11 ปี ฐานจารกรรม&amp;nbsp; หนึ่งวันคล้อยหลังการตัดสินประหารชีวิตพลเมืองแคนาดาอีกคนคดียาเสพติด นายกฯ จัสติน ทรูโด ประณาม &amp;quot;รับไม่ได้ไม่ยุติธรรม&amp;quot; ทูตแคนาดาโยงกับการไต่สวนคดีลูกสาวผู้ก่อตั้งหัวเว่ยที่สหรัฐขอให้แคนาดาส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ผู้ประท้วงชูภาพของไมเคิล สปาวอร์ (ซ้าย) และไมเคิล คอฟริก ขณะประท้วงเรียกร้องให้จีนปล่อยตัวทั้งคู่ ด้านนอกศาลสูงบริติชโคลัมเบียของแคนาดา ที่กำลังพิจารณาคดีของเมิง ว่านโจว ผู้บริหารของหัวเว่ย เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2562 (Photo by Karen Ducey/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไมเคิล สปาวอร์ โดนทางการจีนจับกุมคุมขังในเวลาไล่เลี่ยกับไมเคิล คอฟริก อดีตนักการทูตแคนาดา เมื่อเดือนธันวาคม 2561 ไม่กี่วันหลังจากทางการแคนาดาจับกุมเมิ่ง ว่านโจว หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของบริษัท หัวเว่ย ซึ่งเป็นบุตรีของเหริน เจิ้งเฟย ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของบริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่แห่งนี้ ที่สนามบินแวนคูเวอร์ตามประกาศจับของสหรัฐที่ต้องการให้แคนาดาส่งตัวเธอเป็นผู้ร้ายข้ามแดนมาดำเนินคดีละเมิดมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งสปาวอร์และคอฟริกโดนตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ฐานจารกรรม ทั้งคู่โดนแยกพิจารณาคดีเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยสปาวอร์ ซึ่งใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่เมืองตานตงใกล้ชายแดนเกาหลีเหนือ ถูกพิจารณาคดีที่ศาลตานตงโดยเป็นการไต่สวนที่ใช้เวลาเพียง 1 วัน กระทั่งศาลมีคำตัดสินเมื่อวันพุธที่ 11 สิงหาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีและรอยเตอร์อ้างแถลงการณ์ของศาลประชาชนระดับกลางของเมืองตานตงว่า สปาวอร์ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานจารกรรมและจัดหาความลับทางราชการอย่างผิดกฎหมาย ศาลตัดสินจำคุกเขา 11 ปี และยึดทรัพย์สินของเขาอีก 50,000 หยวน เขาจะถูกเนรเทศภายหลังรับโทษครบแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดมินิก บาร์ตัน เอกอัครราชทูตแคนาดาประจำจีน ซึ่งอยู่ในห้องพิจารณาคดีฟังคำพิพากษาโทษเมื่อวันอังคารด้วย เชื่อมโยงคดีของสปาวอร์ซึ่งตามฐานความผิดอาจถูกจำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึง 20 ปี และคดีของพลเมืองแคนาดาอีกคนที่โดนตัดสินประหารชีวิตในคดียาเสพติดเมื่อวันอังคาร ว่าเกี่ยวข้องกับการไต่สวนคดีของเมิ่งที่กำลังดำเนินอยู่ที่เมืองแวนคูเวอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่ถือว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญ ที่เราได้ยินคำตัดสินสองคดีนี้ ในขณะที่การพิจารณาคดีนั้นกำลังดำเนินอยู่&amp;quot; ทูตแคนาดากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีทรูโดของแคนาดาประณามคำตัดสินและคำพิพากษาโทษของสปาวอร์ว่า ไม่ยุติธรรมและยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง และว่า คำตัดสินของสปาวอร์มีออกมาหลังจากการคุมขังตามอำเภอใจนานกว่า 2 ปีครึ่ง, การขาดความโปร่งใสในกระบวนการทางกฎหมาย และการพิจารณาคดีที่ไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐานแม้แต่ในระดับต่ำสุดตามที่กฎหมายระหว่างประเทศกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สปาวอร์ยังสามารถอุทธรณ์คำตัดสิน ซึ่งทูตบาร์ตันกล่าวว่า เกิดขึ้นหลังจากอัยการนำหลักฐานภาพถ่ายหลายภาพมาแสดงต่อศาล รวมถึงภาพถ่ายที่สนามบินหลายแห่ง สถานที่หลายแห่งที่ไม่ควรถ่ายภาพ รวมถึงภาพของอากาศยานทางทหารด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงปักกิ่งก็ประณามคำตัดสินนี้เช่นกัน โดยกล่าวว่า การพิจารณาคดีของเขาและของคอฟริกนั้นเป็นความพยายาม &amp;quot;ใช้มนุษย์เป็นเครื่องต่อรอง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครอบครัวสปาวอร์ออกแถลงการณ์ภายหลังคำตัดสิน ยืนยันว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ สปาวอร์เป็นนักธุรกิจที่สร้างความสัมพันธ์เชิงสร้างสรรค์ระหว่างแคนาดา, จีน และเกาหลีเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สปาวอร์เป็นผู้จัดการเดินทางเยือนทางวัฒนธรรมไปกรุงเปียงยาง ซึ่งเขาได้พบกับคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ และช่วยสานมิตรภาพระหว่างคิมกับเดนนิส ร็อดแมน อดีตนักบาสเกตบอลเอ็นบีเอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจับกุมผู้บริหารของหัวเว่ยส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างแคนาดากับจีนแย่ลงถึงขีดสุด รัฐบาลจีนปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับคดีเหล่านี้ โดยยืนกรานว่าการคุมขังชาวแคนาดาทั้งสองนั้นชอบด้วยกฎหมายของจีน ส่วนคดีของเมิ่ง จีนระบุว่าเป็น &amp;quot;เหตุการณ์ทางการเมืองล้วนๆ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่เมิ่งโดนจับกุม จีนตัดสินประหารชีวิตพลเมืองแคนาดาแล้ว 4 คน ด้วยความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ได้แก่ ฟาน เว่ย, เย่ เจี้ยนหุย, ซวี เว่ยหง และคนล่าสุดคือโรเบิร์ต เชลเลนเบิร์ก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113005</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อหาจารกรรม, พลเมืองแคนดา, ศาลจีนตัดสินจำคุก, หัวเว่ย, เมิ่ง ว่านโจว, ไมเคิล คอฟริก, ไมเคิล สปาวอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210811/image_big_6113c574e85ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97126</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2021 13:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2021 13:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;มช.&quot;จับมือ&quot;หัวเว่ย&quot; ประกาศเป็นมหาวิทยาลัยอัจฉริยะ 5G แห่งแรกในอาเซียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค.64 - ศ. คลินิก นพ.นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่(มช.) และ นายอาเบล เติ้ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ยเทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการว่าด้วย &amp;ldquo;5G Powered Smart University Enabledwith Cloud and AI&amp;rdquo; วันที่ 22 มีนาคม 2564 เวลา 10.00 น. ณ สำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับและติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีและการใช้เทคโนโลยี 5G ภายในพื้นที่มหาวิทยาลัย เพื่อให้มีห้องเรียนอัจฉริยะและโซลูชั่นเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนให้ดียิ่งขึ้นนอกเหนือไปจากการมีความร่วมมือด้านวิจัยที่กว้างขึ้นแล้ว ยังให้บริการเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น Big Data และบริการ Cloud ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อกับหน่วยงานอื่น ๆ ภายในมหาวิทยาลัย เช่น คณะวิศวกรรมศาสตร์ แพทยศาสตร์ เกษตรศาสตร์ ศูนย์บริหารและการจัดการเมืองอัจฉริยะ สำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ และโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคณะแพทยศาสตร์ จะกลายเป็นโรงพยาบาลอัจฉริยะโดยได้รับประโยชน์จากนวัตกรรมดิจิทัลล่าสุดและบริการขั้นสูงด้วยเทคโนโลยี 5G และเทคโนโลยีด้านอื่น ๆบันทึกข้อตกลงฉบับนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีเป้าหมายที่จะเป็นมหาวิทยาลัยดิจิทัลชั้นนำในภูมิภาคอาเซียนและเป็นผู้นำด้านการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่เพิ่มพูนเทคโนโลยีและการพัฒนาทักษะซึ่งนอกเหนือจากข้อได้เปรียบทางวิชาการแล้วยังเป็นแบบอย่าง สำหรับอุตสาหกรรมอื่นๆที่จะรับทราบถึงประโยชน์ของโซลูชันที่รวดเร็วและมีความน่าเชื่อถือ &amp;nbsp; ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ได้กับธุรกิจเฉพาะของตน &amp;nbsp;และความร่วมมือของ มช. กับ หัวเว่ย ในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยที่จะนำความทันสมัยของเทคโนโลยี 5G มาขับเคลื่อนพัฒนาการศึกษาพร้อมทั้งถ่ายทอดเทคโนโลยีสนับสนุนการวิจัยที่รองรับการเติบโตของโลกยุคดิจิทัลและนำมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก้าวสู่การเป็นมหาวิทยาลัยอัจฉริยะ 5G แห่งแรกในอาเซียน CMU : MovingForward to &amp;ldquo;5G Campus : First in ASEAN&amp;rdquo; (The First 5G campus in ASEAN) ยกระดับมาตรฐานการศึกษาของไทยให้ดียิ่งขึ้น &amp;quot;ศ.คลินิก นพ.นิเวศน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการลงนามบันทึกข้อตกลงดังกล่าว &amp;nbsp;ได้รับเกียรติ จากศ.เกียรติคุณ นพ. เกษม วัฒนชัย องคมนตรีและนายกสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีพร้อมด้วย นายพิริยะ เข็มพลอดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง ปัจจุบันดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และรองศาสตราจารย์ประเสริฐ ศีลพิพัฒน์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ. เกียรติคุณ นพ. เกษม วัฒนชัย นายกสภา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ &amp;nbsp; สำหรับการพัฒนาในยุคดิจิทัลเทคโนโลยี 5G &amp;nbsp;นับว่าเป็นกุญแจสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกๆ อุตสาหกรรมเพื่อรองรับการก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านเชิงดิจิทัลในทุกๆ ด้าน อาทิ Smart Agriculture, Smart Hospital,Smart City, Smart Port, Smart Campus, Smart Store และ Smart Entertainment &amp;nbsp; เพื่อสร้างการเติบโตทั้งต่อเศรษฐกิจและสังคมของไทย ตลอดจนการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี 5G &amp;nbsp; เพื่อการศึกษาและนำไปสู่ Digital Transformation ซึ่งเป็นเป้าหมายที่จะพัฒนาให้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก้าวไปเป็นมหาวิทยาลัยดิจิทัลชั้นนำ และยังตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาประเทศได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของศ. &amp;nbsp;ดร. นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล รองอธิการบดี ได้กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่และหัวเว่ยประสบความสำเร็จในการเป็นพันธมิตรทางวิชาการเป็นอย่างดีและผมมั่นใจว่าความร่วมมือในวันนี้จะก่อให้เกิดความสำเร็จในการนำเทคโนโลยี 5G มาประยุกต์ใช้ไม่เพียงแต่ด้านการศึกษา แต่รวมทั้งการพัฒนาในด้านอื่นๆ ต่อไปเพราะนโยบายของเราคือการเป็นมหาวิทยาลัยดิจิทัลโดยเราจะสร้างความร่วมมือกับองค์กรทั้งในภาครัฐและเอกชนต่างๆ เพื่อการเป็น&amp;amp;#39;มหาวิทยาลัยชั้นนำที่มุ่งมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาที่ยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอาเบล เติ้ง ประธานกรรมการบริหาร หัวเว่ย กล่าวว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่อีกครั้งหัวเว่ยมีความกระตือรือร้นที่จะพัฒนางานร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งมีจำนวนนักศึกษากว่า 35,000 คน โดยการนำเทคโนโลยี 5G มาใช้ จะก่อให้เกิดประโยชน์ในระยะยาวไม่เพียงแต่นักศึกษา อาจารย์และบุคลากรเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสังคม ท้องถิ่น และประเทศโดยรวม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการลงนาม บันทึกความร่วมมือดังกล่าว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ลงนามกับหัวเว่ยครั้งแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2563 &amp;nbsp;เพื่อพัฒนาผู้เชี่ยวชาญด้าน ICT ผ่านโครงการ Huawei ICT Academyซึ่งเปิดสอนหลักสูตรภาคปฏิบัติและการฝึกอบรมภาคปฏิบัติสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับอาชีพที่ประสบความสำเร็จในยุคดิจิทัลต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97126</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศ. คลินิก นพ.นิเวศน์ นันทจิต, ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย, หัวเว่ย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605ad9c7ee2ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71574</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2020 22:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2020 22:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อังกฤษสั่งแบนเครือข่าย5จี&#039;หัวเว่ย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลอังกฤษมีคำสั่งให้บริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตยุติการซื้ออุปกรณ์เครือข่าย 5 จีของบริษัทหัวเว่ย และอุปกรณ์ที่ติดตั้งไปแล้วให้ถอดออกภายในปี 2570&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประกาศเรื่องนี้ของนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษ เมื่อวันอังคารที่ 14 กรกฎาคม มีขึ้นระหว่างการประชุมของคณะรัฐมนตรีอังกฤษกับสภาความมั่นคงแห่งชาติอังกฤษ โดยมีคำสั่งให้บริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตยุติการซื้ออุปกรณ์เครือข่ายอินเทอร์เน็ต 5 จี จากบริษัทหัวเว่ย เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 ส่วนอุปกรณ์เครือข่ายนี้ที่ติดตั้งไปแล้ว ให้ถอดออกให้หมดภายในปี 2570&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โอลิเวอร์ ดาวเดน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลของอังกฤษ แถลงเรื่องนี้ต่อรัฐสภาเมื่อวันอังคารว่า การตัดสินใจเรื่องนี้ไม่ง่าย แต่จำเป็นต้องทำ เพื่อเครือข่ายโทรคมนาคมของอังกฤษและเพื่อความมั่นคงแห่งชาติและเศรษฐกิจของเรา การยกเลิกใช้อุปกรณ์เครือข่าย 5 จีของหัวเว่ย ทำให้ชาวอังกฤษจะใช้เครือข่าย 5 จี อย่างเต็มรูปแบบช้าออกไปราว 2-3 ปี และมีค่าใช้จ่ายราว 2,000 ล้านปอนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา นายกฯ จอห์นสันทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่พอใจ และทำให้สมาชิกพรรคอนุรักษนิยมบางคนไม่สบายใจ เมื่อเขาอนุญาตให้หัวเว่ยมาช่วยพัฒนาเครือข่าย 5 จี ในสหราชอาณาจักร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลิว เสี่ยวหมิง เอกอัครราชทูตจีนประจำอังกฤษ โพสต์ทางทวิตเตอร์ว่า การตัดสินใจเรื่องนี้ของอังกฤษน่าผิดหวังและเป็นการตัดสินใจที่ผิด และต้องตั้งคำถามว่า อังกฤษเป็นประเทศที่เปิดให้มีการทำธุรกิจที่เปิด, เป็นธรรม และไม่เลือกปฏิบัติสำหรับบริษัทต่างชาติหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัว ชุนอิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน แถลงเมื่อวันพุธตอบโต้ที่อังกฤษแบนเครือข่าย 5 จี ของหัวเว่ยว่า&amp;nbsp; จีนจะมีมาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องผลประโยชน์และสิทธิที่ถูกต้องตามกฎหมายของบริษัทจีน การตัดสินใจและการปฏิบัติของอังกฤษครั้งนี้ มีราคาที่ต้องจ่าย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71574</URL_LINK>
                <HASHTAG>5จี, หัวเว่ย, อังกฤษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200715/image_big_5f0f1c3ed3a7b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59571</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2020 12:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2020 12:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หัวเว่ย&quot;มอบระบบวิดีโอ เทเลคอนเฟอเรนซ์แบบเรียลไทม์เพื่อการแพทย์ให้กรมควบคุมโรคสู้โควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12มี.ค.63- ในโอกาสที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เข้าเยี่ยมชมศูนย์สารสนเทศ กรมควบคุมโรค โดยนายกรัฐมนตรีได้ให้กำลังใจและกล่าวขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ที่ประจำการอยู่ ณ จุดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สถาบันบําราศนราดูร, โรงพยาบาลบางพลีและท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี(ประเทศไทย) จำกัด ได้มอบระบบวิดีโอ เทเลคอนเฟอเรนซ์แบบเรียลไทม์เพื่อการแพทย์ (Huawei Telemedicine Video Conferencing Solution) ให้แก่ กรมควบคุมโรคและโรงพยาบาลในประเทศไทย เพื่อช่วยสนับสนุนประชาชนไทยในการต่อสู้กับโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวขอขอบคุณทางหัวเว่ย ว่า ได้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับประเทศไทยในการรับมือกับโควิด-19 ผ่านความเชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีของบริษัท หวังว่าทางบริษัทจะสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของประเทศไทยและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยต่อไปในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ นวัตกรรม ระบบวิดีโอ เทเลคอนเฟอเรนซ์แบบเรียลไทม์เพื่อการแพทย์นี้ มีมูลค่ารวมประมาณ 10 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วยระบบ Telepresence จำนวน 7 ชุด และสามารถรองรับบัญชีผู้ใช้สำหรับเจ้าหน้าที่ผ่านอุปกรณ์สมาร์ทดีไวซ์ได้ถึง 200 บัญชี โดยปฏิบัติการผ่านแพลตฟอร์ม CloudLink ของหัวเว่ย ทั้งนี้ ทีมงานจากหัวเว่ยสามารถติดตั้งอุปกรณ์และระบบต่างๆ ใน 5 สถานที่สำคัญได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;แพลตฟอร์มดังกล่าวจะทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์จากทั่วประเทศไทยสามารถทำงานร่วมกับแพทย์และเจ้าหน้าที่ภาคสนาม ในการให้คำปรึกษาออนไลน์ทางไกลกับผู้ป่วย ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการวินิจฉัยและรักษา &amp;nbsp;ยิ่งไปกว่านั้น แพทย์และพยาบาลยังสามารถเฝ้าระวังอาการของผู้ป่วยจากที่ไหนก็ได้ ผ่านอุปกรณ์สมาร์ทดีไวซ์ จึงลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ นอกจากนี้ ระบบ teleconsultation หรือการให้คำปรึกษาทางไกลและการฝึกอบรมแบบอินเตอร์แอคทีฟ ยังสามารถช่วยเสริมศักยภาพในการควบคุมโรคตามพื้นที่ต่างๆ ในประเทศอีกด้วย
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ผมขอเป็นกำลังใจให้กับทุกภาคส่วนที่ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยในการสู้กับโรคระบาดในครั้งนี้ และทุกท่านที่เสียสละทำงานอยู่เบื้องหลัง หัวเว่ยพร้อมเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนประเทศไทยในการต่อสู้ครั้งนี้ &amp;nbsp;ประเทศไทยสู้ๆ!&amp;rdquo; นายอาเบล เติ้ง ประธานกรรมการบริหาร หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59571</URL_LINK>
                <HASHTAG>#นายกรัฐมนตรี, #โควิด-19, กรมควบคุมโรค, หัวเว่ย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200312/image_big_5e69ce2d867a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55352</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2020 21:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2020 21:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักแสดงแฉ รับค่าจ้างชูป้ายหนุนคุณหนู &#039;หัวเว่ย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กลุ่มผู้ประท้วงด้านหน้าศาลแคนาดาเรียกร้องให้ปล่อยตัวเมิ่ง ว่านโจว ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงินของหัวเว่ย เผยกับสื่อท้องถิ่นว่า พวกเขาได้รับว่าจ้างมา โดยเข้าใจว่ามาเป็นตัวประกอบในการถ่ายทำภาพยนตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ม็อบชูป้ายประท้วงด้านนอกศาลแวนคูเวอร์เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการเริ่มพิจารณาคดีว่าจะส่งตัวเมิ่ง ว่านโจว ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงินของหัวเว่ยและลูกสาวคนโตของเหริน เจิ้งเฟย ผู้ก่อตั้งหัวเว่ย ไปให้สหรัฐในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนหรือไม่ ที่ศาลเมืองแวนคูเวอร์ เมื่อวันจันทร์ที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา มีกลุ่มวัยรุ่นชายและหญิงมากกว่า 10 คน ชุมนุมด้านหน้าศาลพร้อมกับแผ่นป้ายประท้วงเขียนด้วยลายมือ มีข้อความว่า &amp;quot;ปล่อยตัวเมิ่ง&amp;quot; และ &amp;quot;ทรัมป์หยุดรังแกเรา&amp;quot; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีรายงานว่า คนกลุ่มนี้ไม่ยอมให้สัมภาษณ์ที่หน้าศาล แต่คนกลุ่มนี้ 2-3 คนเผยกับสื่อแคนาดาว่า พวกเขาได้รับการติดต่อทางเฟซบุ๊กหรือจากคนรู้จักให้มาที่หน้าศาล โดยได้รับค่าจ้างคนละ 100-150 ดอลลาร์แคนาดา หรือราว 2,340-3,470 บาท ในการทำงาน 2 ชั่วโมง ซึ่งพวกเขาเข้าใจว่าเป็นการแสดงเป็นตัวประกอบในการถ่ายทำภาพยนตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จูเลีย แฮคสตาฟ์ เผยกับสถานีซีบีซีช่องสาธารณะของแคนาดาว่า ตอนที่อยู่หน้าศาล และเริ่มมีผู้สื่อข่าวเข้ามาสอบถามความเห็นจากเธอ ทำให้รู้ว่าไม่ใช่การถ่ายทำภาพยนตร์ แต่เป็นเหตุการณ์จริง และไม่มีผู้กำกับตะโกนสั่ง &amp;quot;แอคชั่น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคน บอนสัน ผู้ประท้วงอีกรายหนึ่งบอกว่า รู้สึกละอายใจและอับอายที่โดนหลอกจ้างมาหน้าศาล เธอไม่รู้จักด้วยซ้ำว่าเมิ่งเป็นใคร หรือโดยฟ้องคดีอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สหรัฐต้องการให้แคนาดาส่งเมิ่งมาพิจารณาคดีในข้อหาฉ้อโกงที่เกี่ยวข้องกับการคว่ำบาตรอิหร่าน สหรัฐกล่าวหาว่าเมิ่งโกหกธนาคารเอชเอสบีซีเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของหัวเว่ยกับสกายคอม บริษัทลูกที่มีสำนักงานในอิหร่าน ทำให้ธนาคารเอชเอสบีซีเสี่ยงละเมิดมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านของสหรัฐ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55352</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ้างม็อบ, ศาลแคนาดา, หัวเว่ย, เมิ่ง ว่านโจว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200123/image_big_5e29ae4196d9c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48188</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หัวเว่ย: เมื่อต้องแข่งกันระดับโลก  ความขัดแย้งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวเว่ยของจีนเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ทางด้านธุรกิจดิจิทัลที่กำลังเป็นประเด็นความขัดแย้งระหว่างจีนกับสหรัฐฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้ก่อตั้งและประธานคือ คุณเหริน เจิ้งเฟย์ ซึ่งประกาศจุดยืนพร้อมจะชนกับแรงกดดันจากอเมริกาทุกวิถีทาง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทิศทางและแนวทางการเดินหน้าของหัวเว่ยโดยเฉพาะการพัฒนาระบบ 5G ซึ่งเห็นหัวหอกในการขยายตลาดไปทั่วโลกเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คุณเหริน เจิ้งเฟย์ให้สัมภาษณ์กับสื่อหลายแห่งในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา ผมได้รับคำแปลเป็นภาษาไทยจากหัวเว่ยในประเทศไทยนี้ เห็นว่าน่าจะได้แบ่งปันกันทำความเข้าใจกับความเป็นไปในบริษัทโทรคมนาคมใหญ่ระดับโลกแห่งนี้ ไม่ว่าเราจะเห็นด้วยหรือไม่ คนไทยก็ควรจะต้องรับทราบว่านักธุรกิจอดีตนายทหารในกองทัพจีนคนนี้คิดอย่างไรและมีแนวทางการทำธุรกิจจากนี้ไปอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บทสัมภาษณ์ของเหริน เจิ้งเฟย์กับสกายนิวส์เมื่อวันที่ 13 สิงหาคมปีนี้ มีหลายคำถามคำตอบที่ควรแก่การแบ่งปันเช่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถามว่าเคยคิดหรือไม่ว่าหัวเว่ยจะกลายเป็นบริษัทที่มีความขัดแย้งมากที่ในโลกขณะนี้ เคยคิดไหมว่าทำไมต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหริน เจิ้งเฟย์ตอบว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;บางทีผมอาจจะเคยหรือไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลยก็ได้ แต่ผมคงคิดไม่ถึงว่าความขัดแย้งจะรุนแรงได้ถึงขนาดนี้ เรารู้ว่าหากมีทีมสองทีมปีนขึ้นเขาจากคนละข้าง เราก็ต้องเจอกันบนยอดเขาในที่สุด และอาจจะมีกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่เราแค่ไม่ได้คิดว่าการกระทบกระทั่งจะรุนแรงและบานปลายไปสู่ความขัดแย้งระหว่างกลไกรัฐของประเทศหนึ่งกับอีกบริษัทหนึ่งเช่นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เราคงไม่อาจคาดการณ์ล่วงหน้าได้ว่าการกระทบกระทั่งจะรุนแรงแค่ไหน เรายังซ่อมแซมรูโหว่ทั้งหลายบน &amp;#39;เครื่องบิน&amp;#39; หรือธุรกิจของเราไม่เสร็จเลยด้วยซ้ำ มันน่าจะต้องใช้เวลาสองสามปีที่จะซ่อมแซมความเสียหายทั้งหมด แล้วก็ต้องใช้เวลาอีกห้าปีในการจะนำพาบริษัทคืนสู่ความรุ่งโรจน์อีกครั้ง แต่แน่นอนว่าในช่วงระหว่างนี้เราจะยังค่อยๆ เติบโตต่อไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นักข่าวถามว่าได้ข่าวว่าเหริน เจิ้งเฟยได้เตรียมการก่อนหน้านี้แล้วเมื่อสิบปีก่อน ทำไมจึงคาดการณ์ว่าจะเกิดความขัดแย้งขึ้นได้อย่างนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหริน เจิ้งเฟย์ตอบว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;บริษัทเราไม่มีความต้องการอื่นใดนอกจากการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ดีกว่าและทำงานของเราให้สำเร็จลุล่วง เรามีเพียงเป้าหมายเดียวและจดจ่ออยู่กับเป้าหมายนี้มาโดยตลอด เราเชื่อว่าการลงทุนลงแรงในด้านหนึ่งเป็นเวลาหลายทศวรรษจะทำให้เราก้าวขึ้นเป็นผู้นำได้ในที่สุด เมื่อตอนที่เรามีกำลังคนกว่าร้อยคน เราก็มุ่งพัฒนาเพื่อจะเปิด &amp;#39;ประตูเมือง&amp;#39; ไปสู่ตลาดโลก พอเรามีกำลังหลายพันคน เราก็ยังคงมุ่งมั่นอยู่ที่เป้าหมายเดิม และเมื่อเรามีคนหลายหมื่นคน จนตอนนี้หลายแสนคน เรายังคงมุ่งพัฒนาไปสู่จุดหมายนี้ร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เราใช้งบ 1.5-2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปีลงทุนด้าน R&amp;amp;D ดังนั้นเราจึงเชื่อว่าเราน่าจะเป็นผู้นำของโลกในด้านนี้ได้ ซึ่งมันอาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งกับบริษัทข้ามชาติชั้นนำอื่นๆ รวมไปถึงบางประเทศ ด้วยเหตุผลทั้งหลายเหล่านี้ เราจึงรู้ว่าเราต้องมีการเตรียมการเพราะความขัดแย้งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนหนึ่งเหริน เจิ้งเฟย์บอกว่าตัวเขาเองเป็นคนค่อนข้างประนีประนอมและยอมคน &amp;quot;ผมไม่ค่อยเก่งในเรื่องการต่อสู้นักหรอก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เขาเล่าว่าสิบกว่าปีก่อน เขาวางแผนจะขายหัวเว่ยให้โมโตโรล่าในราคา 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เราได้เซ็นสัญญาทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว แต่คณะกรรมการบริษัทของโมโตโรล่ากลับไม่อนุมัติการซื้อขายครั้งนั้น เราก็มานั่งพูดคุยกันว่าเราจะยังทำธุรกิจนี้ต่อไปหรือจะขายบริษัทดี ผู้บริหารรุ่นหลังของเราทั้งหมดมีความรู้พื้นฐานด้านอิเล็กทรอนิกส์และต้องการทำธุรกิจในอุตสาหกรรมนี้ต่อ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมก็ได้พูดไปว่าเราสามารถขายบริษัทนี้ออกไปได้ง่ายๆ เลยนะ และย้ายไปทำอุตสาหกรรมอื่นแทน แต่พวกเขายืนกรานที่จะทำงานในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ต่อไป พวกเราโหวตและลงมติกัน เมื่อได้ข้อสรุป ผมก็บอกพวกเราว่า ถ้าเรายังทำงานในอุตสาหกรรมนี้ต่อไป ในอีก 10 ปีข้างหน้าเราจะต้องแข่งกับสหรัฐฯ อย่างแน่นอน เราก็ต้องเตรียมตัว นั่นคือขั้นตอนที่เกิดขึ้น และก็เป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงไม่แตกแยกกันเมื่อต้องเผชิญความยากลำบาก แต่กลับรวมกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันมากกว่าครั้งไหนๆ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; (พรุ่งนี้: หัวเว่ยปะทะสหรัฐฯ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48188</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, สุทธิชัย หยุ่น, หัวเว่ย, หัวเว่ย: เมื่อต้องแข่งกันระดับโลก  ความขัดแย้งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
