<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>37255</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2019 21:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2019 21:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มหาเธร์&#039; แนะเอเชียตะวันออกทิ้งดอลลาร์ ใช้สกุลเงินเดียวกันค้าขาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายกฯ มหาเธร์ โมฮัมหมัด เสนอให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกใช้เงินตราสกุลเดียวกันสำหรับทำการค้าระหว่างประเทศ โดยให้ผูกติดกับทองคำ แทนดอลลาร์สหรัฐที่ไม่เสถียร นอกจากนี้เขายังยืนกรานว่ามาเลเซียจะใช้สินค้าของหัวเว่ยมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ไม่กลัวโดนสปายอย่างที่สหรัฐหวาดกลัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ มหาเธร์ โมฮัมหมัด แสดงสุนทรพจน์ในที่ประชุมนานาชาติว่าด้วยอนาคตของเอเชียครั้งที่ 25 ที่กรุงโตเกียว เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีมาเลเซียกล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุม &amp;quot;อนาคตของเอเชีย&amp;quot; ที่กรุงโตเกียว เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 30 พฤษภาคม 2562 โดยกล่าวว่า เงินตราสกุลเดียวกันที่เขาเสนอนี้สามารถใช้สำหรับการนำเข้าและส่งออกในภูมิภาคเอเชียตะวันออก แต่ไม่ใช่สำหรับการทำธุรกรรมของแต่ละประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในภูมิภาคตะวันออกไกล หากพวกท่านต้องการร่วมแรงร่วมใจกัน ก็ควรเริ่มต้นด้วยการใช้เงินตราค้าขายสกุลเดียวกัน ไม่ใช่สำหรับใช้ภายในประเทศ แต่เพื่อจุดประสงค์ในการตกลงค้าขาย&amp;quot; มหาเธร์กล่าว &amp;quot;ณ เวลานี้ เราต้องอิงอยู่กับสกุลดอลลาร์สหรัฐ แต่ดอลลาร์สหรัฐก็ไม่เสถียรเช่นกัน ฉะนั้น เงินตราที่เราเสนอควรยึดตามทองคำเป็นหลัก เพราะทองคำเสถียรกว่ามาก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำอาวุโสวัย 93 ปี กล่าวอีกว่า ระบบอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศในปัจจุบันนั้น เงินตราสกุลท้องถิ่นได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกและโดนปั่นค่า ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนที่เขาเสนอเป็นเงินตราของภูมิภาคนั้นจะ &amp;quot;เชื่อมโยง&amp;quot; กับการชำระหนี้ของแต่ละประเทศ และจะช่วยให้การค้าของภูมิภาคมีความกลมกลืนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มหาเธร์เคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาเลเซียนานถึง 22 ปี ก่อนจะลาออกเมื่อปี 2546 แต่เขากลับลงสมัครรับเลือกตั้งอีกครั้งเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว และนำพรรคร่วมฝ่ายค้านโค่นรัฐบาลผสมบาริซันเนชั่นแนลของนาจิบ ราซัค ที่เผชิญเรื่องอื้อฉาวคอร์รัปชัน ลงได้ และได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครั้งที่เป็นผู้นำมาเลเซียสมัยแรกนั้น มหาเธร์มักวิจารณ์การค้าเงินตราระหว่างประเทศ และยังเคยกล่าวโทษจอร์จ โซรอส พ่อมดการค้า ว่าเก็งกำไรค่าเงินเอเชีย ในช่วงที่เอเชียเผชิญวิกฤติการเงินช่วงปี 2541 มหาเธร์ไม่สนใจคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญระหว่างประเทศ และประกาศตรึงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราริงกิตของมาเลเซียกับเงินดอลลาร์สหรัฐ และใช้นโยบายควบคุมเงินทุน มาเลเซียยกเลิกการตรึงเงินริงกิตไว้ที่ 3.8 ริงกิตต่อดอลลาร์สหรัฐในปี 2548&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อต้นสัปดาห์นี้ รัฐบาลสหรัฐประกาศว่า ไม่มีประเทศคู่ค้าของสหรัฐรายใหญ่ชาติใดที่เข้าเกณฑ์ถูกขึ้นบัญชีประเทศบิดเบือนอัตราแลกเปลี่ยนของกระทรวงการคลังสหรัฐ แต่รายงานยังจัดให้มาเลเซียอยู่ใน 9 ประเทศที่ต้องได้รับการตรวจสอบอย่างใกล้ชิด และทำให้ธนาคารกลางของมาเลเซียแถลงตอบโต้เมื่อวันพุธว่า การแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราของมาเลเซียนั้นเป็นไปอย่างจำกัดเพื่อจัดการกับความผันผวนที่มากเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวทีประชุมนี้ มหาเธร์ยังกล่าวถึงบริษัทหัวเว่ย ที่โดนรัฐบาลสหรัฐสั่งห้ามทำธุรกิจกับสหรัฐด้วยว่า มาเลเซียจะยังคงใช้ผลิตภัณฑ์ของหัวเว่ยต่อไปให้ได้ &amp;quot;มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้&amp;quot; โดยระบุว่า ความวิตกด้านความมั่นคงที่ทำให้สหรัฐหวั่นเกรงนั้น ไม่สามารถยับยั้งมาเลเซียไม่ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของหัวเว่ยได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวเว่ยกำลังต่อสู้ทางกฎหมายผ่านศาลสหรัฐเพื่อให้ล้มเลิกคำสั่งห้าม แต่นอกจากสหรัฐ ก็ยังมีชาติพันธมิตรของสหรัฐหลายชาติที่ห้ามหัวเว่ยเข้าร่วมการพัฒนาเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า หัวเว่ยเข้าถึงการค้นคว้าวิจัยได้กว้างไกลกว่าการวิจัยแบบเดียวกันของมาเลเซียทั้งหมด มาเลเซียจึงจะพยายามใช้เทคโนโลยีของหัวเว่ยให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มหาเธร์ยอมรับว่า อาจจะมีการสปายกันบ้าง แต่พวกนั้นจะมาจารกรรมอะไรจากมาเลเซียได้ มาเลเซียเปิดกว้างอยู่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37255</URL_LINK>
                <HASHTAG>มหาเธร์ โมฮัมหมัด, หัวเว่ยสับแอปเปิลเป็นชิ้นๆ, อนาคตของเอเชีย, เงินตราสกุลเดียว, เอเชียตะวันออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190530/image_big_5cefe416a921b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36542</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หัวเว่ยสับแอปเปิลเป็นชิ้นๆ?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันก่อนขณะที่สงครามการค้าระหว่างปักกิ่งกับวอชิงตันกำลังเดินหน้าอย่างร้อนแรง นักการทูตจีนคนหนึ่งเอารูปนี้ขึ้นทวิตเตอร์พร้อมกับแซวแรงๆ ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;สังเกตไหมครับว่า โลโก้ของหัวเว่ยนั้นก็คือการเอาลูกแอปเปิลมาสับเป็นชิ้นๆ นั่นแหละ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความหมายก็คือว่า หัวเว่ยของจีนนั้นกำลังแซงหน้าแอปเปิลของอเมริกาอย่างชัดเจน ชิงส่วนแบ่งการตลาดและโดดเด่นกว่าคู่แข่งที่มีสัญชาติอเมริกันหลายขุมแล้ว!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สหรัฐฯ เล่นเกมแรงแล้วถอย สะท้อนชัดเจนว่าการที่ Google ประกาศ &amp;quot;ตัดสัมพันธ์&amp;quot; กับ Huawei&amp;nbsp; จนเป็นข่าวเกรียวกราวไปทั่วโลกนั้นเป็นเพียงกลเม็ดและลูกเล่นของการเจรจาเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะยังไม่ทันจะถึง 24 ชั่วโมงหลัง Google หย่าร้างกับ Huawei อันเนื่องมาจากคำสั่งใหม่ของรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การใช้วิธีการกดดันแบบโดนัลด์ ทรัมป์ กระทรวงพาณิชย์มะกันก็ถอยกรูด...ออกข่าวว่าได้อนุญาตให้ Huawei มีใบอนุญาตชั่วคราวในการพัฒนาสินค้าที่มีอยู่ในตลาดตอนนี้ไป 90 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใบอนุญาต &amp;quot;ชั่วคราว&amp;quot; นี้จะมีผลถึงแค่วันที่ 19 สิงหาคมนี้เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ในความเห็นของผม นี่เป็นแค่การถอยเอาเชิงของทรัมป์ เพื่อให้การเจรจาระหว่างรัฐบาลจีนและสหรัฐฯ ที่ลากยาวมากว่า 6 เดือนกลับมาหาทางออกร่วมกันอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทรัมป์รู้ดีว่าการเล่นงาน Huawei ครั้งนี้จะมีผลกระทบไม่เพียงต่อจีนเท่านั้น แต่สำหรับอเมริกาเองก็โดนแรงสั่นสะเทือนไม่น้อย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถึงวันนี้ก็ยังประเมินไม่ถูกว่าการเหวี่ยงแหซัดจีนอย่างดุดันนั้น เอาเข้าจริงใครจะเสียหายมากกว่ากัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อมีการต่อลมหายใจไป 90 วัน ย่อมแปลว่า Google, Intel, Qualcomm และเจ้าอื่นๆ ที่มีข่าวตัดสัมพันธ์ไปก่อนหน้านี้ก็จะยังคงร่วมงานกับ Huawei ได้จนกว่าจะหมดสัญญานี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่าได้แปลกใจหาก Huawei ก็ประกาศว่าได้พัฒนาระบบ Operating System ของตัวเองขึ้นมาเองได้ เพราะก่อนหน้านี้มีการยืนยันว่าเขาได้ทดสอบระบบที่ชื่อ Hong Meng ขึ้นมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มาถึงจุดนี้ยักษ์ใหญ่อย่างจีนย่อมถอยไม่ได้ ต้องมีแผนหนึ่งแผนสองและแผนสามที่เรียกว่า Plan A,&amp;nbsp; Plan B และ Plan C เตรียมตั้งรับเอาไว้แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเล่นเกมกดดันของทรัมป์อย่างนี้ อย่าได้นึกว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบจะเป็นเพียงจีน เพราะธุรกิจของสหรัฐฯ ไม่น้อยรวมถึงชาวไร่ชาวนาที่ต้องพึ่งพาตลาดของจีนก็กำลังเดือดร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข่าวล่าสุดบอกว่าบริษัทที่เกี่ยวกับแฟชั่นกีฬายี่ห้อดังๆ ของอเมริกา ไม่ว่าจะเป็น Nike, Under&amp;nbsp; Armour, Adidas, Foot Locker, Ugg และ Off Broadway Shoe Warehouse รวมแล้วกว่า 170 ราย&amp;nbsp; พร้อมใจกันเขียนจดหมายเรียกร้องถึงทรัมป์บอกให้ยกเลิกมาตรการภาษีเสียก่อนที่พวกเขาจะต้องเสียหายไปมากกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จดหมายเปิดผนึกบอกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;นี่คือภัยพิบัติของผู้บริโภค, ธุรกิจและเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาทั้งระบบ&amp;quot; (&amp;quot;catastrophic for our&amp;nbsp; consumers, our companies and the American economy as a whole.&amp;quot;)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จดหมายร้องเรียนอย่างนี้ไม่ค่อยจะได้เห็นกันในเศรษฐกิจเปิดอย่างสหรัฐฯ และต้องส่งผ่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องให้ได้รับรู้ไปพร้อมๆ กันด้วย เพราะกลัวว่าทรัมป์จะไม่ได้รับ หรือไม่ได้อ่านหรือไม่สนใจเพียงพอที่จะใส่ใจกับความเดือดร้อนของธุรกิจแบรนด์ดังๆ ของสหรัฐฯ เอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำเนาจดหมายนี้จึงส่งไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง Steve Mnuchin, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ Wilbur Ross และผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ Larry Kudlow&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ในนามของลูกค้านับล้าน และพนักงานนับแสนคน เราขอเรียกร้องให้ยุติการขึ้นภาษีทันที การเพิ่มภาษีทำให้ผู้บริโภคชาวอเมริกันต้องจ่ายค่าสินค้าแพงขึ้น นั่นคือเหตุผที่ทำให้เราต้องเลิกสงครามการค้าให้เร็วที่สุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้เชี่ยวชาญบางสำนักประเมินว่า การขึ้นภาษีนี้อาจจะทำให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นจนมีผลให้ผู้บริโภคอเมริกันชนต้องซื้อของแพงขึ้นกว่า 300,000 ล้านเหรียญทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่เว้นแม้คนมะกันที่ต้องซื้อรองเท้าทุกประเภท เช่น รองเท้าทำงาน, รองเท้ากีฬา และเดือดร้อนไปถึงรองเท้าแตะกันทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สมาคมอุตสาหกรรมรองเท้าในสหรัฐอเมริกา (The Shoe Industry&amp;rsquo;s Trade Association) และกลุ่มผู้จัดจำหน่ายรองเท้าและผู้ค้าปลีกแห่งอเมริกา (The Footwear Distributors and Retailers of&amp;nbsp; America) ออกข่าวแล้วว่าถ้าอัตราภาษีขึ้นไปที่ 25% จริง ลูกค้าชาวอเมริกันจะต้องจ่ายค่ารองเท้าเพิ่มคิดเป็นเงินปีละกว่า 7,000 ล้านเหรียญ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นั่นแปลว่าจะต้องมีผลกระทบกับยอดขายของแบรนด์รองเท้าชื่อดังอย่างไม่ต้องสงสัย และนั่นแปลว่าอาจต้องมีพนักงานในวงการนี้ตกงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เกมนี้ไม่ใช่ Zero Sum Game หรือการที่ผู้ชนะจะกวาดรางวัลไปทั้งหมดแต่เพียงฝ่ายเดียว เพราะการสาดกระสุนใส่กันอย่างบ้าเลือดนั้นแปลว่าจะต้องบาดเจ็บกันทั้งคู่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อยู่ที่ใครมีสายป่านและอำนาจต่อรองมากกว่ากันเท่านั้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36542</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, สงครามการค้าสหรัฐ-จีน, สุทธิชัย หยุ่น, หัวเว่ย-แอปเปิล, หัวเว่ยสับแอปเปิลเป็นชิ้นๆ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
