<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>61615</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2020 19:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2020 19:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศักดิ์สยาม&#039;สั่งทุกหน่วยตัดงบ10% ช่วยโควิดมั่นใจไม่กระทบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 มี.ค. 2563 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ผ่านระบบวีดิโอคอนเฟอร์เร้นซ์ว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้หน่วยงานต่างๆกลับไปพิจารณาปรับลดงบประมาณของหน่วยงานตนเองประมาณ 10%เพื่อที่จะได้นำเงินเหล่านี้ไปช่วยรัฐบาล เรื่องดังกล่าวนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้สูงมาก ได้มีการพูดคุยในคณะรัฐมนตรี(ครม.) เรื่องดูแลสุขภาพประชาชนซึ่งต้องมาก่อนเรื่องอื่น เพราะฉะนั้นหน่วยงานในกระทรวงคมนาคมจะต้องเร่งไปดำเนินการ โดยภายในสัปดาห์หน้าแต่ละหน่วยงานต้องไปตกลงกับสำนักงบประมาณ ในการจัดทำแผนปรับลดงบประมาณของกระทรวงคมนาคมลง&amp;nbsp;ซึ่งไม่ได้มีปัญหาในการพัฒนางานต่างๆ เพราะสามารถที่จะดำเนินการทำเป็นงบประมาณผูกพัน2 ปีได้
&amp;nbsp;
นอกจากนี้สำหรับมาตรการเรื่องโควิด-19 ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานไปดูงานต่างๆเพื่อที่จะทำงานที่บ้าน สำหรับงานที่ไม่ต้องเดินทางมาที่สำนักงานเพื่อลดความเสี่ยงโอกาสที่จะติดเชื้อหรือแพร่เชื้อ ขณะเดียวกันให้มีการประชุมที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่คือการประชุมวีดีโอคอนเฟอร์เร้นซ์ แต่ละหน่วยก็รับนโยบายไปดำเนินการ ขณะเดียวกันให้มีการรายงานผลการดำเนินการ ในเวลา 10.00 น.ทุกวัน และต้องยึดหลักตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี คือ1.ให้ทำงานโดยการบูรณาการ 2.ทำงานด้วยความรวดเร็ว เชิงรุก รอบครอบ และ3.ต้องมีความโปร่งใส และมีประสิทธิภาพ

ด้านนายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) กล่าวว่า จากที่ได้รับนโยบายกระทรวงคมนาคมมานั้น ในส่วนของ รฟท. ไม่มีปัญหาพร้อมที่จะดำเนินการตามนโยบายทุกประการ โดยในวันที่ 1 เม.ย.นี้จะเรียกประชุมส่วนงานที่เกี่ยวข้องมาหารือร่วมกัน ส่วนงบประมาณที่ รฟท. ได้รับจัดสรรในปี 63 นั้นจะอยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านไม่เกิน 2,000 ล้านบาท ซึ่งส่วนมากเป็นงบประมาณโครงการ ที่ใช้เงินกู้เป็นหลัก และมั่นใจว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อโครงการที่จะดำเนินการ และโครงการลงทุนของ รฟท. แต่อย่างใด

ส่วนนายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) กล่าวว่า ในส่วนของกรมทางหลวงนั้นในปีงบประมาณ 63 ได้รับการจัดสรรงบประมาณรวมที่ 113,883 ล้านบาท ซึ่งหากดำเนินการตามนโยบายของรัฐฐาลที่จะให้พิจารณาตัด 10%ก็จะประมาณ 10,000 ล้านบาท ซึ่งทาง ทางหลวงพร้อมดำเนินการทุกประการและยืนยันว่าจะไม่ตัดงบประมาณในโครงการใหม่แต่อย่างใด แต่จะไปพิจารณาตัดจากในงบประมาณที่กรมทางหลวง ได้รับงบผูกพันธ์กว่า 42,000 ล้านบาท ใน 200 กว่าโครงการ และยังมีงบประมาณที่เหลือค้างท่ออีก 8,000 ล้านบาท รวมแล้วประมาณ 50,000 ล้านบาท หากโครงการใดมาเบิกจ่ายล่าช้า ที่น่าจะไม่ทันเดือน ก.ย.63ก็ให้นำไปเบิกในปีถัดไปได้ซึ่งในส่วนนี้ก็จะดำเนินการตัดทันทีซึ่งการตัด 10%ก็จะอยู่ในส่วนนี้ คือ 10,000 ล้านบาท


&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61615</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ, หั่นงบกระทรวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200330/image_big_5e81f8be3c0a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61300</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2020 10:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2020 10:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายค้านแนะใช้เงินในกระเป๋าลดกู้ ชี้หั่นงบซื้ออาวุธ ,ดูงาน ,ซื้อรถประจำตำแหน่งก็มีเงินเหลือราว 2 แสนล้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มี.ค.2563 น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีรัฐบาลเตรียมกำหนดแนวทางการออกพระราชกำหนดกู้เงินกว่า 2 แสนล้านบาท เพื่อนำเงินมาใช้ลดผลกระทบทางเศรษฐกิจว่า หากรัฐบาลมีงบประมาณไม่เพียงพอและมีความจำเป็นต้องกู้ย่อมสามารถกระทำได้ แต่อยากให้พิจารณาข้อเสนอที่พรรคเพื่อไทยได้แถลงไปก่อนหน้านี้ ว่าควรใช้เงินในกระเป๋าตัวเองก่อนจะดีกว่าหรือไม่ วันนี้รัฐบาลมีงบกลางที่กันไว้ใช้ยามฉุกเฉินเหลืออยู่พอสมควร หากบวกเข้ากับโครงการในงบประมาณปี 63 หลายรายการที่ชะลอได้ จะมีตัวเลขกลมๆเกือบ 2 แสนล้านบาท ขณะนี้ทั่วโลกประสบปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดเหมือนกัน ดังนั้นการชะลอโครงการที่ไม่จำเป็นย่อมทำได้ไม่ยาก เช่นโครงการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพ โครงการฝึกศึกษาและดูงานต่างประเทศ โครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานแห่งใหม่ โครงการเช่าซื้อรถประจำตำแหน่ง ฯลฯ เป็นต้น หากโยกงบเหล่านี้มาใช้ก่อนจะทำให้ภาระการกู้ลดลงเหลือเพียงเท่าที่จำเป็นเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเห็นด้วยกับมาตรการทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลกำหนดออกมา เพื่อช่วยเหลือประชาชนและลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ หากมีความจำเป็นต้องกู้เงิน ก็ควรกู้เท่าที่จำเป็นและใช้เงินในกระเป๋าตัวเองให้คุ้มค่าเสียก่อน แม้ฐานะการคลังของประเทศจะแข็งแรงและไม่มีปัญหากับการกู้เงินครั้งนี้ก็ตาม แต่การที่รัฐบาลตั้งใจนำเงินกู้มาแก้ปัญหาทั้งหมด โดยไม่ใช้เงินในกระเป๋าตัวเอง ผมคิดว่าอาจไม่ใช่วิธีการที่ฉลาดและดีที่สุด&amp;rdquo;นอ.อนุดิษฐ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า สนับสนุนมาตรการชดเชยรายได้ของรัฐบาลและอยากให้เร่งดำเนินการแจกให้ถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุด แต่การแจกเงินเพียงอย่างเดียว ยังไม่เพียงพอกับการแก้ไขปัญหา เพราะเงินที่อัดฉีดให้ประชาชนเปรียบเสมือนน้ำมันหล่อลื่น หากฟันเฟืองธุรกิจต่างๆยังไม่หมุน อัดฉีดไปเท่าไหร่เศรษฐกิจก็ไม่ฟื้น เพราะประชาชนยังทำมาหากินไม่ได้ ดังนั้นนอกจากมาตรการแจกเงินแล้ว รัฐบาลต้องหาวิธีการให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตและทำมาหากินได้ตามปกติ โดยเริ่มจากธุรกิจที่สามารถควบคุมได้และไม่กระทบกับการป้องกันการแพร่ระบาด เพื่อให้ธุรกิจและแรงงานที่เปรียบเสมือนฟันเฟืองน้อยใหญ่เหล่านี้หมุนไปข้างหน้า โดยมีเงินชดเชยของรัฐบาลช่วยหล่อลื่นให้คล่องตัวและหมุนเร็วขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเกรงว่าถ้าปล่อยไปแบบนี้ เศรษฐกิจจะพังพินาศย่อยยับไปเรื่อยๆ การปิดเมืองเป็นเรื่องที่ถูกต้องแต่ต้องมีมาตรการรองรับ ไม่ใช่ตัดสินใจปิดเมืองแล้วให้ทุกคนอยู่บ้านเพียงอย่างเดียว ขณะนี้เมื่อประชาชนเรียนรู้การป้องกันตัวได้แล้ว รัฐบาลควรเร่งผ่อนคลายธุรกิจที่ไม่อันตรายก่อน ก่อนหน้านี้รัฐบาลยอมให้ธุรกิจบางประเภทเช่นร้านสะดวกซื้อเปิดบริการได้ จึงมั่นใจว่ารัฐบาลย่อมพิจารณาธุรกิจอื่นๆให้เปิดบริการได้เช่นกัน โดยเฉพาะธุรกิจที่ไม่มีการปฏิสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด หรือธุรกิจที่สามารถเว้นระยะเพื่อป้องกันความเสี่ยง หากธุรกิจใดไม่กระทบกับการแพร่ระบาดหรือมีมาตรการป้องกันที่รัดกุม รัฐบาลควรเร่งพิจารณาโดยด่วน เพราะหากปล่อยให้สภาพเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ คนส่วนใหญ่อาจอดตายก่อนเป็นโควิดตายก็ได้&amp;rdquo; น.อ.อนุดิษฐ์กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61300</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคเพื่อไทย, ลดกู้เงิน, หั่นงบกระทรวง, อนุดิษฐ์ นาครทรรพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191017/image_big_5da828b32cb73.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
