<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46307</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หากสับสนกันแบบนี้...ไม่มีทางจะสู้ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 7.5pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 7.5pt;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลได้เริ่มต้นทำงานไปหลายเรื่องแล้ว และเรื่องเหล่านั้นบางอย่างก็จบสิ้นเห็นผลแล้ว บางอย่างก็อยู่ในกระบวนการของการดำเนินงาน รวมทั้งเรื่องการช่วยเหลือประชาชนเรื่องน้ำท่วม แต่ปรากฏว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่ารัฐบาลทำอะไรไปบ้าง ทำให้ฝ่ายค้านถือโอกาสโจมตีว่ารัฐบาลไม่ทำหน้าที่บ้าง ทำงานไม่เป็นบ้าง แก้ปัญหาไม่ได้บ้าง ทำงานล่าช้าบ้าง เมื่อเป็นเช่นนี้ทำให้สื่อบางรายไปถามรัฐมนตรีที่ทำหน้าที่กำกับดูแลสื่อของรัฐว่าทำไมสื่อของรัฐอย่างช่อง 9 และช่อง 11 ไม่เผยแพร่การทำงานของรัฐบาล รวมทั้งกรมประชาสัมพันธ์ ทำไมถึงไม่ช่วยประชาสัมพันธ์การทำงานของรัฐบาล รัฐมนตรีท่านตอบว่าจะโทษช่อง 9 ช่อง 11 ไม่ได้ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของโฆษกรัฐบาล พอได้ยินท่านพูดอย่างนี้ ในฐานะคนสอนประชาสัมพันธ์ และทำงานด้านประชาสัมพันธ์ให้กับบริษัทเอกชนหลายแห่ง รู้สึกตกใจว่าการที่ท่านพูดอย่างนั้นท่านคงไม่เข้าใจคำว่า &amp;ldquo;ประชาสัมพันธ์&amp;rdquo; และท่านยังสับสนเกี่ยวกับบทบาทและหน้าที่ของฝ่ายต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลและหน่วยงานราชการต่างๆ ทำให้เกิดความสงสัยว่า นอกจากท่านรัฐมนตรีท่านจะสับสนแล้ว เจ้าหน้าที่ผู้ทำหน้าที่ด้านประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานราชการทั้งหลายสับสนด้วยหรือเปล่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันนี้ขออนุญาตลงรายละเอียดของฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประชาสัมพันธ์ให้ทุกฝ่ายที่รับผิดชอบการประชาสัมพันธ์ภาครัฐได้ตระหนักในบทบาทหน้าที่ของตนเองได้อย่างถูกต้อง ไม่สับสน แล้วทำหน้าที่ของตนเองให้มีประสิทธิภาพ หากยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้อาจจะมีการละเลยหน้าที่ของตน หรืออาจจะเรียกร้องให้บางฝ่ายมาทำหน้าที่บางอย่างที่ไม่ใช่หน้าที่ของพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายแรกที่อยากจะพูดถึงคือ &amp;ldquo;โฆษก&amp;rdquo; ที่เป็นผู้นำเสนอ (presenter) เรื่องราวที่ทางรัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐต้องการประกาศให้ประชาชนได้รับทราบ เป็นเรื่องที่มีข้อยุติแล้ว ดังนั้นโฆษกไม่ใช่คนทำหน้าที่ให้สัมภาษณ์เรื่องที่ยังไม่มีข้อยุติ หรือเรื่องราวที่ประชาชนอยากจะรู้แนวโน้มว่าประเด็นดังกล่าวจะลงเอยอย่างไร ดังนั้นจงให้ &amp;ldquo;โฆษก&amp;rdquo; ทำหน้าที่แถลงสิ่งที่ยุติแล้ว เป็นมติแล้วเท่านั้น อย่าให้ &amp;ldquo;โฆษก&amp;rdquo; ทำหน้าที่สัมภาษณ์หรือทำหน้าที่วางแผนการประชาสัมพันธ์ เพราะเขาไม่ใช่นักยุทธศาสตร์ เขาถูกเลือกให้เป็น &amp;ldquo;โฆษก&amp;rdquo; ไม่ใช่เพราะเขาเป็นนักยุทธศาสตร์ด้านประชาสัมพันธ์ แต่เป็นเพราะเขามีบุคลิกดี (personable) พูดจาดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับคนที่จะเป็น &amp;ldquo;ผู้ให้สัมภาษณ์&amp;rdquo; ควรจะเป็นผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจกำหนดทิศทางของการทำงานในกรณีที่มีประเด็นที่ยังหาข้อยุติไม่ได้ ประชาชนต้องการรู้ความคืบหน้า แนวโน้มที่จะเป็น โอกาสที่จะเกิดขึ้น หรืออุปสรรคของการดำเนินงานด้านใดด้านหนึ่ง ดังนั้นในกรณีดังกล่าวนี้ผู้ให้สัมภาษณ์จะต้องเป็นรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้อำนวยการ เลขาธิการสำนัก อย่าใช้ &amp;ldquo;โฆษก&amp;rdquo; ที่ไม่มีอำนาจในการตัดสินใจในเรื่องที่ประชาชนอยากรู้เป็นผู้ให้สัมภาษณ์ เพราะคนเป็น &amp;ldquo;โฆษก&amp;rdquo; จะพูดได้แต่เฉพาะเรื่องที่มีข้อยุติแล้วเท่านั้น หรืออาจจะอธิบายเพิ่มเติมในกรณีที่ผู้สื่อข่าวเข้าใจไม่กระจ่างแจ้ง แต่ &amp;ldquo;โฆษก&amp;rdquo; ไม่สามารถตอบคำถามสื่อมวลชนว่าประเด็นที่กำลังถกเถียงนั้นมีแนวโน้มจะไปในทิศทางใด เพราะเหตุใด ดังนั้น &amp;ldquo;โฆษก&amp;rdquo; จึงไม่ใช่ &amp;ldquo;ผู้ให้สัมภาษณ์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่อง 9 และช่อง 11 เป็นองค์กรสื่อ ทำหน้าที่เป็น &amp;ldquo;ช่องทาง&amp;rdquo; ของการนำเสนอข่าวสาร แต่ทั้งช่อง 9 และช่อง 11 ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ &amp;ldquo;ฝ่ายประชาสัมพันธ์&amp;rdquo; เพราะเขาทำหน้าที่เป็นเพียง &amp;ldquo;ช่องทาง&amp;rdquo; ที่จะนำเสนอข่าวสารที่ &amp;ldquo;ฝ่ายประชาสัมพันธ์&amp;rdquo; ได้วางแผนว่าจะใช้ช่อง 9 และช่อง 11 เป็นช่องทางในการนำเสนอข่าวสาร ถ้าหากการทำงานของรัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐมี &amp;ldquo;ค่าควรแก่การเป็นข่าว&amp;rdquo; ช่อง 9 และช่อง 11 ก็จะนำเสนอข่าวดังกล่าวนั้น แต่การนำเสนอข่าวดังกล่าวนั้นก็ไม่ใช่การทำหน้าที่ &amp;ldquo;ประชาสัมพันธ์&amp;rdquo; เป็นเพียงการทำหน้าที่ &amp;ldquo;เสนอข่าว&amp;rdquo; เหตุการณ์ที่มี &amp;ldquo;ค่าควรแก่การเป็นข่าวเท่านั้น&amp;rdquo; ไม่มีการวาง &amp;ldquo;ยุทธศาสตร์การประชาสัมพันธ์&amp;rdquo; แต่อย่างใด เมื่อเรื่องใดมี &amp;ldquo;ค่าควรแก่การเป็นข่าว&amp;rdquo; คนที่เป็นบรรณาธิการเขาก็เลือกเสนอข่าวนั้นเท่านั้นเอง ดังนั้นถ้าหาก &amp;ldquo;การประชาสัมพันธ์ของรัฐ&amp;rdquo; ไม่ดี คงจะโทษช่อง 9 และช่อง 11 ที่เป็น &amp;ldquo;ช่องทาง&amp;rdquo; ของการเสนอข่าวสารไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;กรมประชาสัมพันธ์&amp;rdquo; มีหน้าที่ 2 อย่าง คือ เป็นทั้งคนที่ต้อง &amp;ldquo;วางยุทธศาสตร์การประชาสัมพันธ์&amp;rdquo; และทำหน้าที่กำกับดูแล &amp;ldquo;ช่องทางการประชาสัมพันธ์ที่อยู่ในกำกับ&amp;rdquo; ได้แก่โทรทัศน์และวิทยุ ดังนั้นถ้าหากการประชาสัมพันธ์ของรัฐอ่อน ก็คงพอจะโทษ &amp;ldquo;กรมประชาสัมพันธ์&amp;rdquo; ได้บ้างว่าทำไมไม่วางยุทธศาสตร์การเสนอผลงานของรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐทั้งในเรื่องของ &amp;ldquo;เนื้อหา&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;การกระจายข่าวสาร&amp;rdquo; ผ่านช่องทางของรัฐที่มีอยู่ เพียงแต่การทำงานต้องระมัดระวัง เพราะสื่อของกรมประชาสัมพันธ์ เป็น &amp;ldquo;สื่อของรัฐ&amp;rdquo; ไม่ใช่ &amp;ldquo;สื่อของรัฐบาล&amp;rdquo; ถ้าหากทำเกินความพอดีจะถูกกล่าวหาว่าเป็นกระบอกเสียงของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;คณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานราชการ&amp;rdquo; ถ้าประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลหรือของหน่วยงานของรัฐอ่อนต้องโทษฝ่ายดังกล่าวนี้ เพราะพวกเขาต้องทำหน้าที่เป็น &amp;ldquo;นักยุทธศาสตร์&amp;rdquo; ที่จะต้องวางยุทธศาสตร์การประชาสัมพันธ์ทั้งด้าน &amp;ldquo;ยุทธศาสตร์เนื้อหา (message strategy)&amp;rdquo; ว่าจะต้องนำเสนอเรื่องอะไร และจะนำเสนอในรูปแบบใด ให้ใครเป็นคนนำเสนอ และกลุ่มเป้าหมายที่ควรรู้เป็นใคร&amp;nbsp; (What to say, and how to say, who will say to who,) และเมื่อมียุทธศาสตร์ด้านเนื้อหาแล้ว จะต้องมี &amp;ldquo;ยุทธศาสตร์การเผยแพร่ (distribution strategy)&amp;rdquo; ว่าจะเผยแพร่ผ่านช่องทางใด ตอนไหน และมีความถี่มากน้อยเพียงใด (where to say, when to say, how often) ถ้าหากฝ่ายนี้ไม่ทำงาน ไม่มีแผนยุทธศาสตร์การประชาสัมพันธ์ที่ดีก็ไม่มีทางที่จะเกิดขึ้น ดังนั้นจงทำหน้าที่ของตนเองให้ถูกต้อง ฝ่ายประชาสัมพันธ์คือ &amp;ldquo;ฝ่ายยุทธศาสตร์&amp;rdquo; ด้านเนื้อหาและการเผยแพร่ ผู้บริหารคือ &amp;ldquo;ผู้ให้สัมภาษณ์&amp;rdquo; โฆษกคือ &amp;ldquo;ผู้นำเสนอ&amp;rdquo; เรื่องที่ยุติแล้ว สื่อของรัฐเป็น &amp;ldquo;ช่องทาง&amp;rdquo; ในการเผยแพร่ หากยังเข้าใจบทบาทหน้าที่กันไม่ถูกต้อง การประชาสัมพันธ์ของรัฐไม่มีทางมีประสิทธิภาพ.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46307</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิดเหนือกระแส, ดร.เสรี วงษ์มณฑา, หากสับสนกันแบบนี้...ไม่มีทางจะสู้ได้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37689e30db2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
