<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117406</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2021 16:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ททท.พัทยาอัดแคมเปญ มีความสุข@ พัทยา ย้ำเที่ยวสนุก และปลอดภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ททท.สำนักงานพัทยาขานรับการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ย้ำเที่ยวสนุกได้ แต่ต้องปลอดภัย เน้นให้ตระหนักถึงการดูแลตัวเอง และยกระดับมาตรฐานการบริการของผู้ประกอบการท่องเที่ยวสู่ SHA และSHA PLUS+ พร้อมจัด 3 แคมเปญ ท่องเที่ยวอย่างมีความสุขทั้งพัทยาและชลบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายขจรเดช&amp;nbsp; อภิชาติตรากุล&amp;nbsp; ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพัทยา รับผิดชอบพื้นที่จังหวัดชลบุรี&amp;nbsp; เปิดเผยถึงสถานการณ์ท่องเที่ยวในจังหวัดชลบุรีว่า ภายหลังจากการที่รัฐบาลมีประกาศผ่อนคลายมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 พบว่ามีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและพัทยาเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยดำเนินการตามมาตรการทางสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;เครื่องหมายรับรองมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้อำนวยการททท.สำนักงานพัทยา กล่าวว่า&amp;nbsp; ขณะนี้ททท. ได้เดินหน้าแผนการตลาด อย่างต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงปลายปีนี้&amp;nbsp; โดยในกลุ่มคนไทย จะมีการสื่อสารผ่านสื่อต่างๆ โดยเฉพาะ ทางช่องทางออนไลน์&amp;nbsp;โดย ททท.สำนักงานพัทยา ทำการแจ้งข่าวสาร&amp;nbsp; ความเคลื่อนไหว และ ข้อมูลของการท่องเที่ยว&amp;nbsp; เช่น การเปิดปิดสถานที่ท่องเที่ยว ตารางเรือโดยสารข้ามไปเที่ยวเกาะต่างๆ&amp;nbsp;คำสั่งต่างๆของจังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;รวมทั้งการเล่าเรื่องแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ที่ไม่ควรพลาด ผ่านทางเพจFacebook: ททท.สำนักงานพัทยา &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;บรรยากาศสวยงามชายหาดพัทยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของพัทยาได้แก่กลุ่มชายหาดและเกาะ เช่น หาดจอมเทียน&amp;nbsp; เป็นชายทะเลที่เพียบพร้อมด้วยร้านอาหารมากมาย อาทิ ร้านปูเป็น ร้านลุงไสว &amp;nbsp;และ ชายหาดพัทยา&amp;nbsp; ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งร้านอาหารและที่พักในทุกระดับ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เกาะล้าน เกาะยอดนิยมของนักท่องเที่ยว มีชายหาดขาวสะอาด น้ำทะเลใสดังกระจก และการเดินทางที่สะดวกสบาย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ชายหาดจอมเทียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;แหล่งท่องเที่ยวในเขตทหารเรือ&amp;quot; อำเภอสัตหีบ เป็นที่ตั้งของฐานทัพเรือ ซึ่งจุดท่องเที่ยวต่างๆ ให้ไปชมเช่น เรือรบหลวงจักรีนฤเบศร เรือรบขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย , หาดเตยงาม อยู่ในบริเวณฐานทัพ มีหาดทรายสีขาวทอดยาวสุดสายตา น้ำใส ลงเล่นน้ำได้ มีความปลอดภัย เป็นที่นิยมของกลุ่มครอบครัว เหมาะกับการไปแหวกว่ายคลายร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;เรือรบหลวงจักรีนฤเบศร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับกลุ่มครอบครัว ยังมีสวนน้ำรามายณะ ,สวนน้ำ Cartoonnetwork ให้ได้สนุกสนานกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;เกาะสีชัง&amp;quot;&amp;nbsp; สถานตากอากาศเก่าแก่ ท่ามกลางบรรยากาศสงบเงียบ อากาศบริสุทธิ์ มีสถานที่ ท่องเที่ยวอันงดงาม อีกทั้งยังเต็มไปด้วยเรื่องราวของความรัก ว่ากันว่า... ใครที่อยากเติมความหวานให้ชีวิตยามเช้าให้ชวนกันมาเติมพลังแห่งรักกับแสงแรกของวัน ณ ปลายสะพานแห่งรัก (สะพานอัษฏางค์) และยามพระอาทิตย์ตกให้ไปอธิษฐานขอพรกลางช่องอิศริยภรณ์ (ช่องเขาขาด) ซึ่งที่ผ่านมาได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;สะพานอัษฏางค์ เกาะสีชัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับคนชอบต้นไม้ใบหญ้าแนะนำ &amp;nbsp;&amp;quot;สวนนงนุชพัทยา &amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สวนไม้ดอกที่รวบรวมพืชนานาพันธุ์บนพื้นที่กว่า 1,700 ไร่ มีโซนเรียนรู้ธรรมชาติมากมาย ไม่ว่าจะเป็น สวนยุโรป สวนปาล์ม สวนตะบองเพชร สวนกระถาง อีกทั้งยังมีหุบเขาไดโนเสาร์ แหล่งเรียนรู้สิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์สำหรับเด็กๆ ที่รวบรวมสัตว์ดึกดำบรรพ์ไว้มากมายหลายชนิด และมีบริการรีสอร์ทที่พักส่วนตัวให้นักท่องเที่ยวใช้บริการอีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;สวนนงนุช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้จังหวัดชลบุรี&amp;nbsp; ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น ปราสาทสัจธรรม&amp;nbsp; ,สวนสัตว์เปิดเขาเขียว&amp;nbsp; ,ตลาดน้ำ 4 ภาค&amp;nbsp; , หาดบางแสน&amp;nbsp; ,เมืองจำลอง , เกาะแสมสาร ฯลฯ&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ปราสาทสัจธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;เกาะแสมสาร จ.ชลบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนสายกิน ก็พลาดไม่ได้กับตลาดหนองมน&amp;nbsp; ตลาดที่มีของฝาก ประเภทอาหารการกินและขนมมากมายให้เลือกชิม ทั้งห่อหมก ข้าวหลาม กล้วยฉาบ เผือกฉาบ ผลไม้กวนแช่อิ่ม&amp;nbsp; อาหารทะเลแห้ง ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้อำนวยการททท.สำนักงานพัทยา กล่าวว่า ททท.ยังทำการสื่อสารผ่าน เว็บไซต์&amp;nbsp; www. Pattayadeald.com&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่มุ่งเน้นการนำเสนอ รวมโปรโมชันดี ๆ จาก ททท. สำนักงานพัทยา ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด&amp;nbsp; โดยเฉพาะ3 แคมเปญ ที่เริ่ม ตั้งแต่บัดนี้ไปจนถึง 15&amp;nbsp; ธันวาคม 2564&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประกอบด้วยแคมเปญที่ 1&amp;nbsp; &amp;quot;เช็คอินกินฟรี อัดฉีดความสุข @ พัทยา&amp;quot;&amp;nbsp; ด้วยการมอบบัตรฟู้ดคอร์ท มูลค่า100 บาท&amp;nbsp; เมื่อเช็คอินพร้อมแสดงหลักฐาน&amp;nbsp; ที่ได้รับการ&amp;rdquo;นัด&amp;ldquo;หรือ&amp;rdquo;ฉีด&amp;rdquo; วัคซีนแล้ว กับทางโรงแรมที่เข้าร่วมรายการ ก็รับไปเลยบัตรรับประทานอาหาร มูลค่า 100 บาท ฟรี!&amp;nbsp; และใช้บริการ ที่ศูนย์อาหาร Pier21 ณ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 พัทยา&amp;nbsp; โดยมีร้านอาหารเข้าร่วมด้วยกว่า 32 ร้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;หลากแคมเปญแห่งความสุข @ พัทยา-ชลบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แคมเปญที่2&amp;nbsp;&amp;quot; 31 ลายแทงคาเฟ่พัทยา แจกส่วนลด 500.-&amp;nbsp; ROAD TRIP TO PATTAYA CAFE&amp;quot; ด้วยการแจกส่วนลดถึง 500 บาท&amp;nbsp; จากคาเฟ่ในโซนพัทยาเข้าร่วมกว่า 30 ร้าน&amp;nbsp; และ ยังประทับแสตมป์จากร้านคาเฟ่ดังกล่าวแล้ว ยังมีสิทธิ์ลุ้นของรางวัลใหญ่มูลค่ากว่า 10,000 บาทอีกด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;และ แคมเปญที่ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp;เอาใจคนฉีดวัคซีนด้วย &amp;quot;โปรดี 1 แถม 1 สุดปัง! อัดฉีดความสุข เที่ยวสนุกทั่วชลบุรี&amp;nbsp;นอกจากได้เพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวแล้ว ยังได้ผ่อนคลายสบายอารมณ์ไปกับการนวดสปา&amp;nbsp; ทั้งนี้สำหรับ 3 แคมเปญติดตามเงื่อนไขและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.pattayadeald.com&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้อำนวยการททท. สำนักงานพัทยา&amp;nbsp; ยังกล่าวถึงความพร้อมเปิดเมืองท่องเที่ยวให้ต่างชาติเข้ามาโดยไม่ต้องกักตัวระยะที่2 ในเดือนตุลาคมนี้ ในพื้นที่ 5 จังหวัดตามนโยบายของรัฐบาลว่า&amp;nbsp;ในส่วนของจังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;จะเปิดพื้นที่เฉพาะเมืองพัทยา อำเภอบางละมุง อำเภอสัตหีบ&amp;nbsp;ภายใต้ โครงการ &amp;quot;Pattaya Moves On&amp;quot;&amp;nbsp;โดยขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ จังหวัดชลบุรี เมืองพัทยา&amp;nbsp; ททท. ได้เตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน&amp;nbsp; รวมทั้งเสนอแผนการท่องเที่ยวในรูปแบบต่างๆ และ มาตรการสาธารณสุขอย่างรอบด้าน&amp;nbsp; ภายใต้แผนSOP หรือ คู่มือปฏิบัติของนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวแต่ประเภทที่สมัครใจเข้าร่วม โดยจะมีมาตรการสำคัญในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp; ซึ่งอยู่ระหว่างการนำเสนอเพื่อให้ ศบค.หรือศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พิจารณาเห็นชอบต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนการทำความเข้าใจของประชาชนใน3 พื้นที่ดังกล่าว ก็ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยชาว ชุมชน ก็พร้อมให้ต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่แล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้&amp;nbsp; ในส่วนของททท.สำนักงานพัทยา ยังเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวใน10&amp;nbsp; ประเภท กิจการ เข้าร่วมโครงการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางด้านสุขอนามัย หรือ Amazing Thailand Safety &amp;amp; Health Administration (SHA)&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยขณะนี้มีผู้ประกอบการในจังหวัดชลบุรี ผ่านการรับรองแล้ว 647&amp;nbsp;&amp;nbsp; ราย &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการมาตรฐาน SHA เกิดขึ้นจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยททท.ร่วมกับกรมควบคุมโรค กรมอนามัย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข มีเป้าหมายเพื่อยกมาตรฐานการบริการที่มีความปลอดภัยด้านสุขอนามัย&amp;nbsp;&amp;nbsp; ได้เชิญชวนผู้ประกอบการและสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องแต่ละพื้นที่เข้าร่วมโครงการ ผู้ที่ผ่านมาตรฐานการประเมิน จะได้รับเครื่องหมาย SHA เป็นสัญลักษณ์เพื่อเพิ่มความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครอบคลุมกิจการท่องเที่ยว 10 ประเภท&amp;nbsp; ได้แก่ 1.ภัตตาคาร ร้านอาหาร 2.โรงแรม ที่พัก สถานที่จัดประชุม 3.นันทนาการและสถานที่ท่องเที่ยว 4.ยานพาหนะ 5. บริษัทนำเที่ยว 6.สุขภาพและความงาม 7.ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า 8.กีฬาเพื่อการท่องเที่ยว 9.โรงละคร โรงมหรสพ การจัดกิจกรรม และ 10.ร้านค้าของที่ระลึกและร้านค้าอื่นๆ เพื่อเตรียมตัวรับกระแสโลกที่เน้นการท่องเที่ยวปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;เครื่องหมายรับรองมาตรฐาน SHA PLUS+&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะเดียวกัน ยังเร่งเตรียมความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ด้วยการยกระดับผู้ประกอบการใน 10 กิจการ ที่ได้มาตรฐาน SHA ไปแล้ว และให้เข้าสู่การยกระดับ&amp;nbsp;&amp;nbsp; SHA Plus+ อันเป็นมาตรฐานที่รับรองว่าสถานประกอบการมีมาตรการทางสุขอนามัยในการควบคุมโรคโควิด -19 &amp;nbsp; อีกทั้งมีพนักงานในสถานประกอบการได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบ 2 เข็มแล้วเกินกว่า 70% เพิ่มขึ้นให้มากที่สุด&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;เกาะล้าน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยมีผู้ประกอบการท่องเที่ยวในจังหวัดชลบุรี โดยเฉพาะใน3 พื้นที่คือ เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง อำเภอสัตหีบ ได้สมัครเข้าสู่&amp;nbsp; SHA Plus+ แล้วจำนวน 47 ราย ผ่านการรับรองแล้ว 20 ราย และ มั่นใจว่าในสิ้นเดือนกันยายนนี้&amp;nbsp; จะมีผู้ประกอบการได้รับมาตรฐาน ไม่น้อยกว่า 80 รายตามเป้าหมายที่วางไว้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;แหลมบาลีฮาย พัทยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;quot; ขณะนี้ได้ มีผู้ประกอบการกำลังทยอยร่วมสมัครเข้าสู่มาตรฐาน SHA Plus+อย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับกิจการตัวเองและยังสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวที่กำลังจะตัดสินใจเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวใน3 พื้นที่ดังกล่าวในจังหวัดชลบุรี ภายใต้โครงการ Pattaya Moves On&amp;nbsp; ในเดือนตุลาคมนี้ หากมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาจำนวนมากก็จะเป็นผลดีต่อการช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยรวม&amp;quot; ผู้อำนวยการททท.สำนักงานพัทยา กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้สนใจเรื่องราวการท่องเที่ยวของจังหวัดชลบุรี และ ความคืบหน้าของการเปิดเมืองท่องเที่ยวต้อนรับต่างชาติแบบไม่กักตัวที่ เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง อำเภอสัตหีบ ผ่าน เพจ&amp;nbsp; Facebook: ททท.สำนักงานพัทยา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และ ติดตามโปรโมชั่นสุดปังต่างๆ ผ่านเว็บไซต์&amp;nbsp; www. Pattayadeald.com&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จาก ททท. สำนักงานพัทยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;สรณะ รายงาน &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117406</URL_LINK>
                <HASHTAG>Amazing Thailand Safety &amp; Health Administration (SHA), Pattaya Moves On, ROAD TRIP TO PATTAYA CAFE, SHA, SHA Plus+, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, จังหวัดชลบุรี, ททท., นายขจรเดช  อภิชาติตรากุล, ผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์, มีความสุข@ พัทยา, สำนักงานพัทยา, หาดจอมเทียน, เช็คอินกินฟรี อัดฉีดความสุข @ พัทยา, เที่ยวสนุก และปลอดภัย, โปรดี 1 แถม 1 สุดปัง! อัดฉีดความสุข เที่ยวสนุกทั่วชลบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_61499ab6b5cfb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82385</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2020 17:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2020 09:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ‘เสริมทราย’ป้องกันกัดเซาะชายฝั่ง  ชุบชีวิต&quot;หาดท่องเที่ยว&quot;แจ้งเกิดใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชายหาดจอมเทียน ก่อนเริ่มงานเสริมทรายป้องกันกัดเซาะชายหาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ชายฝั่งของประเทศไทยมีความยาวกว่า 3,100 กิโลเมตร แต่พบว่า ชายหาดกว่า 830 กิโลเมตร เผชิญปัญหากัดเซาะชายฝั่งจนสภาพเสื่อมโทรม สาเหตุหลักเกิดจากธรรมชาติและน้ำมือมนุษย์ ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ อันตรายต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ อีกทั้งกระทบการท่องเที่ยว เพราะนักท่องเที่ยวร้อยละ 90 เลือกท่องเที่ยวชายหาด นี่คือ ทรัพยากรธรรมชาติและต้นทุนท่องเที่ยวที่สำคัญ สร้างรายได้เข้าประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระทรวงคมนาคม โดยกรมเจ้าท่า เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่มีภารกิจแก้ปัญหากัดเซาะชายฝั่ง ปัจจุบันมีคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ มีรองนายกฯ เป็นประธาน ตั้งคณะอนุกรรมการบูรณาการแผนงานและโครงการแก้ปัญหา ล่าสุด กรมเจ้าท่าเดินหน้าต่อกับโครงการเสริมทรายชายหาดจอมเทียน แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของเมืองพัทยา เป็นแห่งที่สอง เริ่มตั้งแต่บริเวณครัวลุงไสวถึงซอยนาจอมเทียน 11 ความยาว 3,575 เมตร หลังนำร่องฟื้นฟูชายหาดพัทยาระยะทาง 2,800 เมตร ตั้งแต่ชายหาดพัทยาเหนือ บริเวณหน้าโรงแรมดุสิตธานี จนถึงชายหาดพัทยาใต้ บริเวณวอล์คกิ้ง สตรีท จนได้ชายหาดกลับมาสวยงามเหมือนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;วิทยา ยาม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วิทยา ยาม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่า กล่าวว่า ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในประเทศไทยมีมาโดยตลอด ทั้งฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน บางพื้นที่กัดเซาะ 5-10 เมตรต่อปี แล้วแต่บริบทและพลังคลื่นของแต่ละพื้นที่ กรมเจ้าท่ามีแนวทางแก้ปัญหาตั้งแต่กรณีฉุกเฉินเร่งด่วน พื้นที่ไม่ซับซ้อน จะออกแบบกำแพงป้องกันกัดเซาะชายฝั่ง ดำเนินการได้ทันที กรณีปัญหาซับซ้อนอยู่ในพื้นที่คุ้มครอง จะจ้างที่ปรึกษาเพื่อทำโครงการที่เหมาะสม จัดทำรายงานอีไอเอก่อนก่อสร้าง ส่วนกรณีชายหาดทรายที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ประสบปัญหากัดเซาะ ใช้วิธีเสริมทรายชายหาดดีที่สุดและเหมาะกับหาดแหล่งท่องเที่ยวของบ้านเรา&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับสภาพปัญหาการกัดเซาะชายหาดของหาดจอมเทียน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ และมีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งของไทย วิทยากล่าวว่า จากรายงานการศึกษาและจัดทำแผนแม่บทแก้กัดเซาะชายฝั่งพื้นที่อ่าวไทยฝั่งตะวันออก โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ปี 2552 พบว่า ชายหาดจอมเทียนเผชิญปัญหากัดเซาะอย่างรุนแรงและต่อเนื่องเช่นเดียวกับชายหาดพัทยา ทำให้ชายหาดถดถอยและลดขนาดลงไปทุกปี&amp;nbsp; จนเหลือพื้นที่ทรายชายหาดจอมเทียนไม่เพียงพอรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อนบนชายหาดได้ บางช่วงชายหาดเมื่อน้ำขึ้น ชายหาดจะจมอยู่ใต้ระดับน้ำทะเลทั้งหมด จะส่งผลต่อจำนวนนักท่องเที่ยวให้มีแนวโน้มลดลงในอนาคต หากปล่อยทิ้งไว้ไม่ถึง 10 ปี ชายหาดจอมเทียนจะไม่มีทรายเหลืออยู่เลย จึงมีโครงการเสริมทรายในระยะที่ 1 รวมกว่า 3.5 กิโลเมตร เริ่มวันที่ 29 พฤษภาคม 2563 ถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2565 เมื่อเสร็จแล้ว จะเข้าสู่ระยะที่ 2 อีก 2.4 กม. เพื่อเสริมทรายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สภาพชายหาดจอมเทียนในปัจจุบัน พบกับปัญหากัดเซาะชายฝั่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อธิบดีกรมเจ้าท่า ระบุว่า ปี 2558 กรมเจ้าท่าได้จ้างสถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดำเนินการศึกษาวางแผนแม่บทและสำรวจออกแบบการเสริมทรายชายหาดจอมเทียน เพื่อแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในระยะยาว และสามารถฟื้นฟูสภาพชายหาดจอมเทียนให้กลับมาสวยงามดังเดิม พร้อมทั้งจัดทำรายงานการวิเคราะห์กระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการนำเสนอ และขอรับการอนุมัติหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการศึกษาโครงการเห็นชอบปี 2562 ก่อนว่าจ้างบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ดำเนินโครงการงานเสริมทรายป้องกันการกัดเซาะชายหาดจอมเทียน ระยะที่ 1 พื้นที่โครงการอยู่ในเขตชุมชนหนาแน่น อีกทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง ประกอบกิจกรรมหลากหลายประเภทในพื้นที่โครงการ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบ และสอดคล้องตามมาตรการผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ปรากฏในรายงาน คณะกรรมการกำกับ ดูแล และติดตามการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในบริเวณพื้นที่ อ.บางละมุง และ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงจัดประชุมสัมมนาระดับประเทศครั้งนี้ขึ้น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; หลังฟื้นฟูชายหาดจอมเทียนเสร็จ ชายหาดจะมีขนาดความกว้างเฉลี่ย 50 เมตร สวยงาม มีพื้นที่พักผ่อน เล่นกีฬาชายหาดได้มากกว่าเดิม ผลศึกษาพบว่าโครงการคุ้มค่า เงิน 1 บาทที่ลงทุนไป จะสร้างเม็ดเงินกลับคืนมาในระบบ 3.20 บาท สำหรับงานเสริมทรายนอกจากแก้ปัญหากัดเซาะชายฝั่ง ยังเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำหลบคลื่นลม การท่องเที่ยววิถีใหม่ชายหาดจะสร้างรายได้ให้ชุมชนและการท่องเที่ยวของประเทศ คาดหวังให้เสริมทรายชายหาดจอมเทียนเป็นต้นแบบชายหาดที่ยั่งยืน โดยมีแผนจะเสริมทรายชายหาดบางแสน ชลบุรี, ชายหาดชะอำ จ.เพชรบุรี และชายหาดเขาหลัก จ.พังงา ทุกพื้นที่ต้องศึกษาและออกแบบอย่างเหมาะสม กระทบสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด ส่วนฝั่งอันดามันตั้งแต่ระนอง สตูล ตรัง ก็มีปัญหากัดเซาะเช่นกัน&amp;nbsp; กรมเจ้าท่ามีบทบาทดูแลรักษาชายหาดจึงต้องดำเนินการในระยะต่อไป &amp;quot; วิทยา กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชายหาดพัทยาที่กรมเจ้าท่าได้ดำเนินโครงการเสริมทรายระยะทาง 2.8 กม. จนสำเร็จหาดสวยงามกลับมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน ศ.ดร.ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล ผู้ออกแบบโครงการเสริมทราย กล่าวว่า โครงการก่อสร้างเสริมทรายป้องกันกัดเซาะชายหาด ข้อดีเป็นการเลียนแบบธรรมชาติ ใช้โครงสร้างน้อย และมีความยั่งยืน นอกจากป้องกันชายหาดยังเติมทรายให้ชายหาดใกล้เคียงเหมาะสมกับชายหาดเพื่อการท่องเที่ยว อย่างหาดไมอามี สหรัฐ หรือหาดสเปน กว่า 90% ใช้วิธีเสริมทราย วิธีนี้ช่วยฟื้นฟูทรัพยากรกลับมา แต่ข้อเสียไม่สามารถใช้แก้ปัญหาในทุกพื้นที่ได้เพราะค่าใช้จ่ายสูง ต้องดูแลเสริมทรายทุก 10 ปี ตามกรอบที่ออกแบบไว้ ใช้เวลาดำเนินการ 1-2 ปี ไม่สามารถนำข้อมูลจากการออกแบบในหาดหนึ่งไปใช้กับหาดอื่นๆ ได้ ต้องศึกษาออกแบบใหม่เฉพาะหาดเท่านั้น โครงการนี้สอดรับยุทธศาสตร์ที่ 2 และยุทธศาสตร์ที่ 5 ของแผนปฏิรูปประเทศ 20 ปี ด้านสร้างการเติบโตบนคุณภาพที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและการแก้ปัญหากัดเซาะชายฝั่งอย่างยั่งยืน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศ.ดร.ธนวัฒน์ กล่าวว่า โครงการเสริมทรายหาดจอมเทียนมีความแตกต่างกับหาดพัทยา คือ ไม่มีแนวกระสอบทรายใต้ดิน ความกว้างที่ออกแบบไว้กว้างกว่าพัทยา ซึ่งพัทยากว้าง 35 เมตร ผ่านมา 1 ปีเพิ่มมาเป็น 40 เมตร&amp;nbsp; และมีพื้นที่แหล่งสำรองทรายชายหาด กรณีมีพายุเข้าจะมีสต๊อกทรายไว้ให้กับท้องถิ่นดูแลเสริมทรายได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; ข้อควรระวังจะต้องแก้ไขปัญหาการระบายน้ำท่วมลงสู่ชายหาด เพราะเราไม่ได้ออกแบบการเสริมทรายไว้รองรับการระบายน้ำ ปัญหาเมืองพัทยา น้ำท่วมเมือง ระบายไม่ทัน จะระบายลงหาด ซึ่งในการออกแบบไม่ได้เผื่อเรื่องน้ำท่วม ทำให้อายุการใช้งานของหาดสั้นลง สิ่งที่ต้องแก้เร่งด่วนกรมเจ้าท่าต้องหารือกับเมืองพัทยาวางแนวทางแก้ปัญหา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ศ.ดร.ธนวัฒน์ ย้ำการเสริมทรายในครั้งต่อไปต้องดำเนินการโดยกรมเจ้าท่าเท่านั้น และไม่ควรอนุญาตให้ท้องถิ่นและประชาชนขอใช้พื้นที่จากการเสริมทรายผิดประเภท เช่น พื้นที่จอดรถ อาจจะมีปัญหาตามมาภายหลัง เพราะเป็นการถมทะเล หรือแม้กระทั่งการบุกรุกพื้นที่ชายหาดใช้ประโยชน์ กรมเจ้าท่าควรปักขอบเขตที่แน่นอนว่าบริเวณไหนเกิดจากโครงการเสริมทราย การมีโครงการต่างๆ กรมเจ้าท่าต้องดูแลและส่งมอบให้ท้องถิ่นบริหารจัดการต่อไป อย่างไรก็ตาม ตนเสนอเพิ่มว่า ในพื้นที่ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูงก็ควรใช้วิธีเสริมทรายเช่นกัน ไม่เพียงหาดท่องเที่ยว เพราะเทคโนโลยีนี้สามารถพัฒนาต่อยอดได้ อนาคตเราอาจขายองค์ความรู้นี้ให้กับประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนสถานการณ์กัดเซาะชายฝั่งในภาคตะวันออกแนวโน้มไม่ดีขึ้น บางพื้นที่รุนแรงขึ้น อีกทั้งพื้นที่ที่มีโครงสร้างป้องกัน ดูภายนอกเหมือนนิ่ง ไม่กัดเซาะแล้ว แต่ไม่ได้แปลว่าหยุด มีการกัดเซาะพื้นท้องน้ำ ดังนั้น วิธีที่ดีสุดคือการเสริมทราย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;การประชุมสัมมนาระดับประเทศ กรมเจ้าท่ากับการท่องเที่ยววิถีใหม่ ชายหาดยั่งยืน เมื่อวันก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เวทีสัมมนาระดับประเทศครั้งนี้เปิดให้ทุกภาคส่วนแสดงความคิดเห็นต่อโครงการเสริมทรายชายหาด ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ชายหาดพัทยาอดีตพื้นที่หาดกว้างขวาง&amp;nbsp; แต่กัดเซาะชายหาดรุนแรงจนขนาดหาดติดกับพื้นที่ทางเดิน เมื่อมีโครงการเสริมทราย ตนจับตามองและเห็นว่า เกิดประโยชน์ ชายหาดกลับมา เป็นพื้นที่พักผ่อนของครอบครัว ชุมชน ช่วยฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยว สร้างรายได้ เหมือนเราได้สวนสาธารณะกลับมา จากที่เคยยับเยินในอดีต เมื่อทำแล้วคุ้มค่าก็เห็นด้วยในการขยายโครงการสู่ชายหาดจอมเทียน คิดว่าจะบรรเทาปัญหากัดเซาะ อย่างไรก็ตาม ยังมีกรณีหาดแสงจันทน์ จ.ระยอง ฝากให้กรมเจ้าท่าที่แก้ปัญหาด้วยการทำโครงสร้างแข็ง แต่หลังแนวกันคลื่นมีชายหาดทรายธรรมชาติ ซึ่งร้านค้าจับจอง แทนที่จะเป็นพื้นที่ชายหาดให้คนพักผ่อนทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดร.ธรณ์ยังชี้ข้อควรระวังว่า จุดดูดทราย แหล่งทรายบริเวณทิศตะวันตกของเกาะรางเกวียน ห่างจากหาดจอมเทียนบริวณเสริมทรายไปทางทะเล 15 กิโลเมตร ณ วันนี้การขุด ดูดทราย ตะกอนต่างๆ ยังไม่มีผลกระทบกับแนวปะการัง แต่จะต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง หาดพัทยายาวจนถึงชายหาดจอมเทียน เป็นหาดท่องเที่ยวสำคัญ หลังโควิดจะมีนักท่องเที่ยวกลับมาเกือบ 10 ล้านคนต่อปี ฝากให้เตรียมพร้อมรองรับการท่องเที่ยววิถีใหม่ อยากเสนอให้กรมเจ้าท่าจัดทำโรดแมปที่ชัดเจน 5-10 ปี ในการพัฒนาพื้นที่ตะวันออก สร้างผลประโยชน์สูงสุด ลดผลกระทบให้มากที่สุด มนุษย์ได้ประโยชน์โดยกระทบธรรมชาติในระดับที่ยอมรับได้ ความยั่งยืนหมายถึง กิจการอยู่ได้ ธรรมชาติอยู่ได้และคนอยู่ได้ เพราะกิจกรรมทางเศรษฐกิจจะมากขึ้น ปริมาณนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลจะเข้ามาเพิ่มขึ้นจากโครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคมที่ลงสู่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ผมคิดว่า ตอนนี้เรายังมีปัญหา สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่แค่ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น ทำให้เกิดปัญหากัดเซาะรุนแรงเท่านั้น แต่รวมคลื่นลมที่รุนแรงมากขึ้น พายุถี่ขึ้น อยากให้มองทิศทางแก้ไขปัญหาครบทุกมิติ &amp;quot; ดร.ธรณ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82385</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมเจ้าท่า, กัดเซาะชายฝั่ง, นสพ.ไทยโพสต์, หาดจอมเทียน, หาดพัทยา, เสริมทรายชายหาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201031/image_big_5f9d37468b64d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73295</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2020 16:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2020 16:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านแห่เก็บ &#039;หอยแมลงภู่&#039; ลอยเกลื่อนหาดจอมเทียน หลังเกิดคลื่นลมแรงติดต่อหลายวัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ส.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดปรากฏการณ์ประหลาด พบหอยแมลงภู่จำนวนมหาศาล&amp;nbsp;ลอยมาเกยติดชายหาดจอมเทียน เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ทอดเป็นแนวยาวกว่า 100 เมตร สร้างความแตกตื่นเป็นที่ฮือฮา จนชาวบ้านเชื่อว่า ปรากฏการณ์ครั้งนี้ คงเป็นเพราะท้องทะเลบันดาลโชคให้ประชาชนได้มีอาหารทะเลกินโดยไม่ต้องซื้อจากท้องตลาดที่มีราคาแพงถึง 30-90 บาทต่อกิโลกรัม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ภายหลังมีผู้มาพบหอย ได้มีการถ่ายภาพโพสต์ลงสื่อโซเซียล จนเป็นข่าวแพร่ไปอย่างรวดเร็ว ทำให้มีประชาชนนับร้อยแห่กันมายังชายหาด เพื่อเก็บหอยนำกลับไปทำอาหารกิน ซึ่งแต่ละคนก็สามารถเก็บกลับไปได้คนละหลายกิโลกรัม สามารแบ่งเบาภาระค่าอาหาร ส่วนสาเหตุของการพบหอยจำนวนมหาศาลนั้น ยังคงปริศนาและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ ที่บางคนมองว่าอาจเป็นลางร้าย แต่บางส่วนเชื่อว่า เกิดจากขณะนี้ ชายฝั่งตะวันออก ได้มีฝนฟ้าคะนอง ในทะเลมีมรสุมคลื่นสูงกว่า 3 เมตร เข้าซัดชายฝั่งติดต่อหลายวัน ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้หอยแมลงภู่ในทะเล ถูกพัดพามาเกยติดชายฝั่ง หรือท้องทะเลได้กำลังบันดาลโชค ให้ประชาชนได้มีอาหารกิน บรรเทาความทุกข์ยากในช่วงโควิ ก็เป็นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73295</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ชลุบรี, หอยแมลงภู่, หาดจอมเทียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200803/image_big_5f27d24557f98.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
