<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115151</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2021 14:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2021 14:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมเจ้าท่าเร่งแก้ปัญหาทรายชายหาดพัทยาไหลลงทะเล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ส.ค.2564 นายสมพงษ์ จิรศิริเลิศ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า (จท.)ด้านปฏิบัติการ พร้อมด้วยนายพิสุทธิ์ อมรยุทธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 6 นายเอกราช คันธโร ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพัทยา ลงตรวจพื้นที่ชายหาดพัทยา และร่วมหารือกับนายพัฒนา บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา, รองปลัดเมืองพัทยา และผู้อำนวยการกองช่างเมืองพัทยาเกี่ยวกับปัญหาพื้นที่ชายหาดพัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นชายหาดทราย แหล่งท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกที่สำคัญของประเทศไทย ซึ่งได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมถนนเลียบชายหาดพัทยาแล้วไหลระบายลงสู่ชายหาด ชะล้างทรายชายหาดได้รับความเสียหายซ้ำซากในช่วงฤดูฝน

สำหรับชายหาดพัทยา กรมเจ้าท่าได้จ้างสถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศึกษาออกแบบก่อสร้างเสริมทรายชายหาดตามแผนแม่บทเพื่อพัฒนาเมืองพัทยา ในรูปแบบการเสริมทราย(BEACHNOURISHMENT) โดยการนำทรายจากแหล่งอื่นมาถมชายหาดที่หายไปเพื่อเสริมส่วนที่ถูกกัดเซาะให้กลับมามีสภาพเดิม ซึ่งเป็นแนวทางที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายหาดทราย เพื่อใช้ประโยชน์เป็นแหล่งท่องเที่ยวและสันทนาการที่สำคัญของจังหวัดชลบุรีและของประเทศไทย มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวชายหาดพัทยาปีละ 9 ล้านคน สร้างรายได้ให้กับจังหวัดชลบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โดยกรมเจ้าท่าได้ก่อสร้างด้วยการเสริมทรายชายหาดพัทยากว้าง 35 เมตร ความยาวประมาณ 2,800 เมตร ครอบคลุมพื้นที่ชายหาดพัทยาเหนือตั้งแต่โรงแรมดุสิตถึงชายหาดพัทยาใต้ รวมระยะทาง 2.8 กิโลเมตร ใช้งบประมาณค่าก่อสร้าง 429 ล้านบาท จนแล้วเสร็จส่งมอบให้เมืองพัทยาเปิดใช้งานเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 สามารถช่วยกระตุ้นและส่งเสริมเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวของชายหาดพัทยาและของประเทศให้กลับมาคึกคัก สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศและเมื่อเข้าสู่ฤดูฝนชายหาดพัทยาจะประสบปัญหาน้ำท่วมเมืองพัทยา และไหลระบายลงสู่ชายหาดพัทยา ทำให้หาดทรายได้รับความเสียหายซ้ำซาก

อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบพบความเสียหายตลอดแนวชายหาดพัทยา ได้แก่1. บริเวณ พัทยาเหนือ ซอย 5 ความเสียหายความกว้างประมาณ 10 เมตร เป็นร่องลึกประมาณ 3 เมตร2. บริเวณ พัทยาเหนือ ซอย 6 ความเสียหายความกว้างประมาณ 15 เมตร เป็นร่องลึกประมาณ 3 เมตร3. บริเวณ พัทยากลาง ความเสียหายความกว้างประมาณ 8 เมตร เป็นร่องลึกประมาณ 2 เมตร4. บริเวณ พัทยากลาง ซ.9 (หน้า Central) ความเสียหายความกว้างประมาณ 15 เมตร เป็นร่องลึกประมาณ 3 เมตร+และ5. บริเวณ พัทยากลาง ซ.10 ความเสียหายความกว้างประมาณ 8 เมตร เป็นร่องลึกประมาณ 2 เมตร

นายสมพงษ์ กล่าวว่าจากปัญหาดังกล่าว ได้มีการหารือแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว ร่วมกับรองนายกเมืองพัทยา โดยทางเมืองพัทยาจะเร่งเสริมทรายในจุดที่เสียหายให้กลับสู่สภาพชายหาด และในระยะสั้นทางเมืองพัทยาจะป้องกันชายหาดด้วยการนำวัสดุ(แผ่นยาง/แผ่นGeotextile) คลุมชายหาดบริเวณจุดระบายน้ำล้นขณะฝนตกหนักเพื่อป้องกันกระแสน้ำชะล้างทรายบริเวณชายหาด และจัดเก็บเมื่อระดับน้ำกลับสู่สภาวะปกติ ส่วนในระยะยาวจะหาแนวทางไม่ให้เกิดน้ำท่วมถนนเลียบชายหาดพัทยา เช่นสร้างอุโมงค์น้ำที่ถนนเลียบชายหาดเป็นจุดรับน้ำไปสู่จุดระบายน้ำขนาดใหญ่ของเมืองพัทยา

ทั้งนี้จะมีการหารือการบริหารจัดการน้ำกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เนื่องจากพัทยาเป็นจุดต่ำที่น้ำฝนไหลมาจากเขตพื้นที่อื่นมาที่เมืองพัทยา ทั้งนี้ เป็นการร่วมบูรณาการระหว่างหน่วยงานเพื่อส่งเสริมศักยภาพด้านการท่องเที่ยว พลิกฟื้นหาดทรายให้กลับคืนสภาพสวยงามดังเดิมอย่างยั่งยืน พร้อมรองรับนักท่องเที่ยววิถีใหม่จากทั่วทุกมุมโลก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115151</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมเจ้าท่า, การเติมทรายแก้ปัญหากัดเซาะชายฝั่ง, หาดพัทยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210831/image_big_612dd94fa2535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82385</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2020 17:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2020 09:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ‘เสริมทราย’ป้องกันกัดเซาะชายฝั่ง  ชุบชีวิต&quot;หาดท่องเที่ยว&quot;แจ้งเกิดใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชายหาดจอมเทียน ก่อนเริ่มงานเสริมทรายป้องกันกัดเซาะชายหาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ชายฝั่งของประเทศไทยมีความยาวกว่า 3,100 กิโลเมตร แต่พบว่า ชายหาดกว่า 830 กิโลเมตร เผชิญปัญหากัดเซาะชายฝั่งจนสภาพเสื่อมโทรม สาเหตุหลักเกิดจากธรรมชาติและน้ำมือมนุษย์ ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ อันตรายต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ อีกทั้งกระทบการท่องเที่ยว เพราะนักท่องเที่ยวร้อยละ 90 เลือกท่องเที่ยวชายหาด นี่คือ ทรัพยากรธรรมชาติและต้นทุนท่องเที่ยวที่สำคัญ สร้างรายได้เข้าประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระทรวงคมนาคม โดยกรมเจ้าท่า เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่มีภารกิจแก้ปัญหากัดเซาะชายฝั่ง ปัจจุบันมีคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ มีรองนายกฯ เป็นประธาน ตั้งคณะอนุกรรมการบูรณาการแผนงานและโครงการแก้ปัญหา ล่าสุด กรมเจ้าท่าเดินหน้าต่อกับโครงการเสริมทรายชายหาดจอมเทียน แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของเมืองพัทยา เป็นแห่งที่สอง เริ่มตั้งแต่บริเวณครัวลุงไสวถึงซอยนาจอมเทียน 11 ความยาว 3,575 เมตร หลังนำร่องฟื้นฟูชายหาดพัทยาระยะทาง 2,800 เมตร ตั้งแต่ชายหาดพัทยาเหนือ บริเวณหน้าโรงแรมดุสิตธานี จนถึงชายหาดพัทยาใต้ บริเวณวอล์คกิ้ง สตรีท จนได้ชายหาดกลับมาสวยงามเหมือนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;วิทยา ยาม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วิทยา ยาม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่า กล่าวว่า ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในประเทศไทยมีมาโดยตลอด ทั้งฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน บางพื้นที่กัดเซาะ 5-10 เมตรต่อปี แล้วแต่บริบทและพลังคลื่นของแต่ละพื้นที่ กรมเจ้าท่ามีแนวทางแก้ปัญหาตั้งแต่กรณีฉุกเฉินเร่งด่วน พื้นที่ไม่ซับซ้อน จะออกแบบกำแพงป้องกันกัดเซาะชายฝั่ง ดำเนินการได้ทันที กรณีปัญหาซับซ้อนอยู่ในพื้นที่คุ้มครอง จะจ้างที่ปรึกษาเพื่อทำโครงการที่เหมาะสม จัดทำรายงานอีไอเอก่อนก่อสร้าง ส่วนกรณีชายหาดทรายที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ประสบปัญหากัดเซาะ ใช้วิธีเสริมทรายชายหาดดีที่สุดและเหมาะกับหาดแหล่งท่องเที่ยวของบ้านเรา&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับสภาพปัญหาการกัดเซาะชายหาดของหาดจอมเทียน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ และมีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งของไทย วิทยากล่าวว่า จากรายงานการศึกษาและจัดทำแผนแม่บทแก้กัดเซาะชายฝั่งพื้นที่อ่าวไทยฝั่งตะวันออก โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ปี 2552 พบว่า ชายหาดจอมเทียนเผชิญปัญหากัดเซาะอย่างรุนแรงและต่อเนื่องเช่นเดียวกับชายหาดพัทยา ทำให้ชายหาดถดถอยและลดขนาดลงไปทุกปี&amp;nbsp; จนเหลือพื้นที่ทรายชายหาดจอมเทียนไม่เพียงพอรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อนบนชายหาดได้ บางช่วงชายหาดเมื่อน้ำขึ้น ชายหาดจะจมอยู่ใต้ระดับน้ำทะเลทั้งหมด จะส่งผลต่อจำนวนนักท่องเที่ยวให้มีแนวโน้มลดลงในอนาคต หากปล่อยทิ้งไว้ไม่ถึง 10 ปี ชายหาดจอมเทียนจะไม่มีทรายเหลืออยู่เลย จึงมีโครงการเสริมทรายในระยะที่ 1 รวมกว่า 3.5 กิโลเมตร เริ่มวันที่ 29 พฤษภาคม 2563 ถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2565 เมื่อเสร็จแล้ว จะเข้าสู่ระยะที่ 2 อีก 2.4 กม. เพื่อเสริมทรายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สภาพชายหาดจอมเทียนในปัจจุบัน พบกับปัญหากัดเซาะชายฝั่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อธิบดีกรมเจ้าท่า ระบุว่า ปี 2558 กรมเจ้าท่าได้จ้างสถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดำเนินการศึกษาวางแผนแม่บทและสำรวจออกแบบการเสริมทรายชายหาดจอมเทียน เพื่อแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในระยะยาว และสามารถฟื้นฟูสภาพชายหาดจอมเทียนให้กลับมาสวยงามดังเดิม พร้อมทั้งจัดทำรายงานการวิเคราะห์กระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการนำเสนอ และขอรับการอนุมัติหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการศึกษาโครงการเห็นชอบปี 2562 ก่อนว่าจ้างบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ดำเนินโครงการงานเสริมทรายป้องกันการกัดเซาะชายหาดจอมเทียน ระยะที่ 1 พื้นที่โครงการอยู่ในเขตชุมชนหนาแน่น อีกทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง ประกอบกิจกรรมหลากหลายประเภทในพื้นที่โครงการ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบ และสอดคล้องตามมาตรการผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ปรากฏในรายงาน คณะกรรมการกำกับ ดูแล และติดตามการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในบริเวณพื้นที่ อ.บางละมุง และ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงจัดประชุมสัมมนาระดับประเทศครั้งนี้ขึ้น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; หลังฟื้นฟูชายหาดจอมเทียนเสร็จ ชายหาดจะมีขนาดความกว้างเฉลี่ย 50 เมตร สวยงาม มีพื้นที่พักผ่อน เล่นกีฬาชายหาดได้มากกว่าเดิม ผลศึกษาพบว่าโครงการคุ้มค่า เงิน 1 บาทที่ลงทุนไป จะสร้างเม็ดเงินกลับคืนมาในระบบ 3.20 บาท สำหรับงานเสริมทรายนอกจากแก้ปัญหากัดเซาะชายฝั่ง ยังเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำหลบคลื่นลม การท่องเที่ยววิถีใหม่ชายหาดจะสร้างรายได้ให้ชุมชนและการท่องเที่ยวของประเทศ คาดหวังให้เสริมทรายชายหาดจอมเทียนเป็นต้นแบบชายหาดที่ยั่งยืน โดยมีแผนจะเสริมทรายชายหาดบางแสน ชลบุรี, ชายหาดชะอำ จ.เพชรบุรี และชายหาดเขาหลัก จ.พังงา ทุกพื้นที่ต้องศึกษาและออกแบบอย่างเหมาะสม กระทบสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด ส่วนฝั่งอันดามันตั้งแต่ระนอง สตูล ตรัง ก็มีปัญหากัดเซาะเช่นกัน&amp;nbsp; กรมเจ้าท่ามีบทบาทดูแลรักษาชายหาดจึงต้องดำเนินการในระยะต่อไป &amp;quot; วิทยา กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชายหาดพัทยาที่กรมเจ้าท่าได้ดำเนินโครงการเสริมทรายระยะทาง 2.8 กม. จนสำเร็จหาดสวยงามกลับมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน ศ.ดร.ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล ผู้ออกแบบโครงการเสริมทราย กล่าวว่า โครงการก่อสร้างเสริมทรายป้องกันกัดเซาะชายหาด ข้อดีเป็นการเลียนแบบธรรมชาติ ใช้โครงสร้างน้อย และมีความยั่งยืน นอกจากป้องกันชายหาดยังเติมทรายให้ชายหาดใกล้เคียงเหมาะสมกับชายหาดเพื่อการท่องเที่ยว อย่างหาดไมอามี สหรัฐ หรือหาดสเปน กว่า 90% ใช้วิธีเสริมทราย วิธีนี้ช่วยฟื้นฟูทรัพยากรกลับมา แต่ข้อเสียไม่สามารถใช้แก้ปัญหาในทุกพื้นที่ได้เพราะค่าใช้จ่ายสูง ต้องดูแลเสริมทรายทุก 10 ปี ตามกรอบที่ออกแบบไว้ ใช้เวลาดำเนินการ 1-2 ปี ไม่สามารถนำข้อมูลจากการออกแบบในหาดหนึ่งไปใช้กับหาดอื่นๆ ได้ ต้องศึกษาออกแบบใหม่เฉพาะหาดเท่านั้น โครงการนี้สอดรับยุทธศาสตร์ที่ 2 และยุทธศาสตร์ที่ 5 ของแผนปฏิรูปประเทศ 20 ปี ด้านสร้างการเติบโตบนคุณภาพที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและการแก้ปัญหากัดเซาะชายฝั่งอย่างยั่งยืน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศ.ดร.ธนวัฒน์ กล่าวว่า โครงการเสริมทรายหาดจอมเทียนมีความแตกต่างกับหาดพัทยา คือ ไม่มีแนวกระสอบทรายใต้ดิน ความกว้างที่ออกแบบไว้กว้างกว่าพัทยา ซึ่งพัทยากว้าง 35 เมตร ผ่านมา 1 ปีเพิ่มมาเป็น 40 เมตร&amp;nbsp; และมีพื้นที่แหล่งสำรองทรายชายหาด กรณีมีพายุเข้าจะมีสต๊อกทรายไว้ให้กับท้องถิ่นดูแลเสริมทรายได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; ข้อควรระวังจะต้องแก้ไขปัญหาการระบายน้ำท่วมลงสู่ชายหาด เพราะเราไม่ได้ออกแบบการเสริมทรายไว้รองรับการระบายน้ำ ปัญหาเมืองพัทยา น้ำท่วมเมือง ระบายไม่ทัน จะระบายลงหาด ซึ่งในการออกแบบไม่ได้เผื่อเรื่องน้ำท่วม ทำให้อายุการใช้งานของหาดสั้นลง สิ่งที่ต้องแก้เร่งด่วนกรมเจ้าท่าต้องหารือกับเมืองพัทยาวางแนวทางแก้ปัญหา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ศ.ดร.ธนวัฒน์ ย้ำการเสริมทรายในครั้งต่อไปต้องดำเนินการโดยกรมเจ้าท่าเท่านั้น และไม่ควรอนุญาตให้ท้องถิ่นและประชาชนขอใช้พื้นที่จากการเสริมทรายผิดประเภท เช่น พื้นที่จอดรถ อาจจะมีปัญหาตามมาภายหลัง เพราะเป็นการถมทะเล หรือแม้กระทั่งการบุกรุกพื้นที่ชายหาดใช้ประโยชน์ กรมเจ้าท่าควรปักขอบเขตที่แน่นอนว่าบริเวณไหนเกิดจากโครงการเสริมทราย การมีโครงการต่างๆ กรมเจ้าท่าต้องดูแลและส่งมอบให้ท้องถิ่นบริหารจัดการต่อไป อย่างไรก็ตาม ตนเสนอเพิ่มว่า ในพื้นที่ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูงก็ควรใช้วิธีเสริมทรายเช่นกัน ไม่เพียงหาดท่องเที่ยว เพราะเทคโนโลยีนี้สามารถพัฒนาต่อยอดได้ อนาคตเราอาจขายองค์ความรู้นี้ให้กับประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนสถานการณ์กัดเซาะชายฝั่งในภาคตะวันออกแนวโน้มไม่ดีขึ้น บางพื้นที่รุนแรงขึ้น อีกทั้งพื้นที่ที่มีโครงสร้างป้องกัน ดูภายนอกเหมือนนิ่ง ไม่กัดเซาะแล้ว แต่ไม่ได้แปลว่าหยุด มีการกัดเซาะพื้นท้องน้ำ ดังนั้น วิธีที่ดีสุดคือการเสริมทราย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;การประชุมสัมมนาระดับประเทศ กรมเจ้าท่ากับการท่องเที่ยววิถีใหม่ ชายหาดยั่งยืน เมื่อวันก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เวทีสัมมนาระดับประเทศครั้งนี้เปิดให้ทุกภาคส่วนแสดงความคิดเห็นต่อโครงการเสริมทรายชายหาด ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ชายหาดพัทยาอดีตพื้นที่หาดกว้างขวาง&amp;nbsp; แต่กัดเซาะชายหาดรุนแรงจนขนาดหาดติดกับพื้นที่ทางเดิน เมื่อมีโครงการเสริมทราย ตนจับตามองและเห็นว่า เกิดประโยชน์ ชายหาดกลับมา เป็นพื้นที่พักผ่อนของครอบครัว ชุมชน ช่วยฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยว สร้างรายได้ เหมือนเราได้สวนสาธารณะกลับมา จากที่เคยยับเยินในอดีต เมื่อทำแล้วคุ้มค่าก็เห็นด้วยในการขยายโครงการสู่ชายหาดจอมเทียน คิดว่าจะบรรเทาปัญหากัดเซาะ อย่างไรก็ตาม ยังมีกรณีหาดแสงจันทน์ จ.ระยอง ฝากให้กรมเจ้าท่าที่แก้ปัญหาด้วยการทำโครงสร้างแข็ง แต่หลังแนวกันคลื่นมีชายหาดทรายธรรมชาติ ซึ่งร้านค้าจับจอง แทนที่จะเป็นพื้นที่ชายหาดให้คนพักผ่อนทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดร.ธรณ์ยังชี้ข้อควรระวังว่า จุดดูดทราย แหล่งทรายบริเวณทิศตะวันตกของเกาะรางเกวียน ห่างจากหาดจอมเทียนบริวณเสริมทรายไปทางทะเล 15 กิโลเมตร ณ วันนี้การขุด ดูดทราย ตะกอนต่างๆ ยังไม่มีผลกระทบกับแนวปะการัง แต่จะต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง หาดพัทยายาวจนถึงชายหาดจอมเทียน เป็นหาดท่องเที่ยวสำคัญ หลังโควิดจะมีนักท่องเที่ยวกลับมาเกือบ 10 ล้านคนต่อปี ฝากให้เตรียมพร้อมรองรับการท่องเที่ยววิถีใหม่ อยากเสนอให้กรมเจ้าท่าจัดทำโรดแมปที่ชัดเจน 5-10 ปี ในการพัฒนาพื้นที่ตะวันออก สร้างผลประโยชน์สูงสุด ลดผลกระทบให้มากที่สุด มนุษย์ได้ประโยชน์โดยกระทบธรรมชาติในระดับที่ยอมรับได้ ความยั่งยืนหมายถึง กิจการอยู่ได้ ธรรมชาติอยู่ได้และคนอยู่ได้ เพราะกิจกรรมทางเศรษฐกิจจะมากขึ้น ปริมาณนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลจะเข้ามาเพิ่มขึ้นจากโครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคมที่ลงสู่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ผมคิดว่า ตอนนี้เรายังมีปัญหา สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่แค่ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น ทำให้เกิดปัญหากัดเซาะรุนแรงเท่านั้น แต่รวมคลื่นลมที่รุนแรงมากขึ้น พายุถี่ขึ้น อยากให้มองทิศทางแก้ไขปัญหาครบทุกมิติ &amp;quot; ดร.ธรณ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82385</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมเจ้าท่า, กัดเซาะชายฝั่ง, นสพ.ไทยโพสต์, หาดจอมเทียน, หาดพัทยา, เสริมทรายชายหาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201031/image_big_5f9d37468b64d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50284</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชลบุรี น่าเที่ยวทุกซีซั่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ชมแสงยามเย็นที่หาดบางเสร่)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อไหร่ที่อยากจะไปเที่ยวทะเลใกล้ๆ กรุงเทพฯ เดินทางไม่กี่ชั่วโมง เชื่อว่าหลายคนคงเลือกไปบางแสน ไม่ก็พัทยา จังหวัดชลบุรีแน่ๆ แต่สำหรับชลบุรีไม่ได้มีแค่ทะเลเท่านั้น แต่ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ เยอะมาก ทั้งในพื้นที่อำเภอเมือง บางละมุง ศรีราชา สัตหีบ บางคนมาที่นี่มากกว่า 3 รอบ เพราะไม่เบื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ดำน้ำดูปะการัง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; คณะเดินทางได้ออกจากกรุงเทพฯ ประมาณ 8 โมงกว่าๆ มุ่งหน้าสู่จังหวัดชลบุรี เลี่ยงรถติดในช่วงวันหยุดที่หลายคนเตรียมออกจากเมืองกรุงไปเที่ยวต่างจังหวัด ประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าๆ ก็มาถึงจุดหมายแรกที่ร้านกาแฟอะกาลิโก ต.อ่างศิลา อ.เมือง ที่ตั้งอยู่ติดกับถนนใหญ่ ด้านหน้าตกแต่งด้วยไม้เลื้อย ต้นไม้ต่างๆ โดดเด่นแทรกตัวอยู่ท่ามกลางอาคารพาณิชย์ ส่วนด้านในแม้จะไม่ได้กว้างมาก แต่ก็ถูกจัดสรรพื้นที่ให้นั่งดื่มกาแฟกันอย่างสบายๆ หรือใครอยากจะชมวิธีการสกัดกาแฟก็สามารถนั่งตรงบาร์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(พี่เอก เจ้าของร้านอะกาลิโอ กำลังสกัดกาแฟให้กับลูกค้า)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เจ้าของร้านที่หลงรักในรสชาติของกาแฟ พงศ์พิสุทธิ์ สุพร หรือพี่เอก ได้เล่าให้ฟังว่า จากความชอบกาแฟสกัดเย็น และกาแฟดริป ทำให้เกิดความคิดอยากที่จะเปิดร้านกาแฟ ในสไตล์ของตัวเอง และนำเมล็ดกาแฟจากหลายแห่งทั้งในไทย อย่างที่ดอยตุง ผาฮี้ หรือในต่างประเทศที่เอธิโอเปีย และอีกหลายประเทศ มาทดลองสกัดในวิธีต่างๆ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของร้าน ทำให้ร้านมีกลุ่มลูกค้าที่ชอบเหมือนกับตนต้องเดินทางมาลิ้มลอง ใครที่กินกาแฟไม่เป็นก็มีเมนูน้ำอื่นๆ ด้วยนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(คนเยอะมากในวันหยุดที่ตลาดประมงพื้นบ้าน อ่างศิลา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จากร้านกาแฟ ไม่ควรพลาดไปตลาดประมงพื้นบ้าน อ่างศิลา แหล่งรวมของทะเลสดๆ อาหารทะเลแห้ง ร้านขนมของฝากมากมาย พอมาถึง ชาวคณะก็มุ่งไปที่ตลาดแบบไม่รีรอ กุ้ง ปลาหมึก ปู ปลาตัวใหญ่ เนื้อแน่นๆ สดใหม่ วางเรียงรายให้เลือกซื้อราคากิโลละไม่ถึง 300 บาท มาทั้งทีก็ขอลองกินยำแมงกะพรุนสักหน่อย เพราะยั่วยวนล่อตาล่อใจเหลือเกิน นอกจากความสดแล้ว น้ำจิ้มยังแซ่บซี้ดสุดๆ แถมยังได้เยอะ บรรยากาศในวันหยุดและยังเป็นช่วงวันที่ทุกคนเดินทางมาใช้สิทธิ์ชิมช้อปใช้ ทำให้ตลาดดูจะคึกคักเป็นพิเศษ ได้พูดคุยกับแม่ค้า เขาบอกว่าวันธรรมดาค่อนข้างเงียบ วันหยุดพอได้ลูกค้าหน่อย ยิ่งมีคนเดินทางมาใช้สิทธิ์ก็พอขายได้ ดีกว่าเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(หาดพัทยา โซนปรับปรุงใหม่ สะอาดตาน่าเล่นน้ำมากๆ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ไปต่อที่ชายหาดพัทยา ซึ่งตรงโซนที่เราจะเดินทางไปนั้นเป็นโซนที่ปรับปรุงใหม่ อยู่ตรงข้ามห้างสรรพสินค้าเดอะเบย์ ตั้งแต่พัทยาเหนือไปจนถึงพัทยาใต้ ยาวตลอด 2.8 กิโลเมตร แถมยังมีการถมทรายเพิ่มกว่า 3 เมตร ตรงจุดนี้มีเกาอี้ ร่ม เตียง ที่ได้มีการปรับโฉมใหม่ เตียงเป็นเตียงพับพลาสติกอย่างดี ปูด้วยเบาะยางสีเขียว เพื่อให้ได้มาตรฐานการบริการสำหรับนักท่องเที่ยวที่มี 188 ล็อก กว่า 2,800 ที่นั่ง จะนั่งจะนอนสบายๆ เลย ในราคาตัวละ 100 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ร่ม เตียง โฉมใหม่ ให้บริการนักท่องเที่ยวได้มาตรฐาน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; และยังมีบริการนวดเท้า นวดตัว ทำเล็บ ราคาเริ่มต้นที่ 200 บาท หรือจะทานอาหาร แต่เรามาถึงก็ใช้บริการนวดซะหน่อย หมอนวดที่นี่ได้รับการลงทะเบียนที่สำนักงานสาธารณสุขของจังหวัด มีใบรับรอง และสวมใส่ยูนิฟอร์มเป็นทีมเรียบร้อยทุกคน ไม่ต้องกลัวหมอนวดปลอม &amp;nbsp;ลมเย็นๆ มีคนมานวดให้ทำให้เราเกือบจะเคลิ้มหลับหากฝนไม่เทลงมาซะก่อน ต้องรีบแยกย้าย แพลนที่วางไว้วันนั้นจึงต้องพับเก็บไปตามระเบียบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ที่พักบ้านพิมพิสา (1))&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทานข้าวเที่ยงเสร็จเราก็มุ่งหน้าเดินทางเข้าที่พักที่ บ้านพิมพิสา บางเสร่ บูติก เรสซิเดนซ์ ห่างจากหาดบางเสร่ไม่มากนัก ด้วยสไตล์การตกแต่งที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นคล้ายกับมาพักที่บ้าน ทำให้ที่นี่ดูมีเสน่ห์มากๆ ห้องที่เราพักเป็นแบบ 2 เตียง การตกแต่งง่ายๆ สบายตา ราคาก็ไม่แพง เริ่มต้นคืนละ 900 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(บรรยากาศในห้อง ตกแต่งเรียบง่าย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พักผ่อนสักพักเราก็ออกไปเดินเล่นริมชายหาดบางเสร่ยามเย็น ยลแสงอาทิตย์กำลังจะลับขอบทะเล ยังคงมีเด็กๆ เล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน บ้างก็นั่งเล่นอยู่ริมชายหาด รับลมทะเลพอชื่นใจเราก็ไปเดินถนนคนเดินบางเสร่ที่อยู่ติดกับหาดเลย จะมีแค่ทุกวันอาทิตย์แรกของเดือน ส่วนใหญ่จะเป็นร้านอาหารหลากหลายเมนู เดินไปช้อปไป เหนื่อยก็หยุดพักดูการแสดงของน้องๆ โยกย้ายไปมาตามจังหวะ สร้างบรรยากาศให้ตลาดครึกครื้นได้ดีทีเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มื้อเย็นเรามาทานอาหารกันที่ร้านปรีชาซีฟู้ด ส้มตำปูม้ารสจัดจ้าน ไข่เจียว เมนูง่ายๆ ที่ขาดไม่ได้ ทั้งปูนึ่ง กุ้งอบ กับน้ำจิ้มซีฟู้ด อิ่มจนท้องกาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(เกาะเป็ด บรรยากาศที่สวยงามและเหมือนจะเงียบสงัด)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เช้าอีกวันกับโปรแกรมสุดท้าย ดำน้ำดูปะการัง ซึ่งเราได้โดยสารเรือประมงลำใหญ่ของพี่อุดม จิตถนอม ประธานชุมชนจันทสาโรบางเสร่ กลุ่มประมงบางเสร่ บอกว่า โดยทั่วไปตามโปรแกรมที่จัดไว้คือ ไปให้อาหารลิงแสมกว่า 1 พันตัวที่เกาะเป็ด หรืออีกชื่อ เกาะเป็ดแก้ว และไปดำน้ำต่อที่เกาะครามน้อยและเกาะครามใหญ่ ซึ่งอยู่ในบริเวณไม่ไกลกันมากนัก ราคาเหมาจะอยู่ที่ประมาณ 9,000 บาท (ราคาขึ้นอยู่กับกิจกรรมที่เลือกทำด้วยนะ) หรือเรือท้องกระจก ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 26,000 บาท มีเรือสปีดโบ๊ต ครึ่งวัน ราคาประมาณ 4,000 บาท ใครสนใจมาใช้บริการก็ติดต่อได้ที่พี่อุดม 08-6312-3376&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(วิวเกาะครามน้อย เกาะครามใหญ่)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; คุยพอหอมปากหอมคอเราก็มานั่งชมวิวท้องทะเลสีมรกตเย็นๆ แล้วก็มาถึงกิจกรรมแรกที่เกาะเป็ด เราต้องถ่ายคนลงไปที่เรือเล็กเพื่อให้ง่ายกับการลงไปให้อาหารลิง พวกเราชุดแรกอาสาลงไปก่อน อย่าลืมกล้วยเชียวนะ จากเกาะที่โล่งและดูท่าจะเงียบสงัด พอเสียงเรือที่เข้าใกล้ฝั่ง ฝูงลิงแสมก็วิ่งกรูเข้ามาหาทันที เรือวนกลับมารับเราและเพื่อนที่เหลือ พอเรือเข้าใกล้ฝั่งเราถอดใจไม่ลงไป เพราะภาพพวกเราชุดแรกที่มาคือเจ้าลิงทั้งไต่ตัว ขึ้นบ่า กระโดดไปมาประหนึ่งเป็นต้นไม้ บางตัวยังมานั่งเปิดฝาน้ำดื่มเองบนเรืออย่างสบายใจเฉิบ ท่าทางมันช่างแสนรู้เสียจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ขึ้นเรือไปให้อาหารลิงแสม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เสร็จภารกิจให้อาหารลิง เราล่องเรือไปต่อที่เกาะครามน้อย ร่างกายพร้อม สวมเสื้อชูชีพ อุปกรณ์ดำน้ำตื้นเสร็จ พวกเราก็กระโดดลงทะเลกันเลย ใต้ท้องทะเลที่เต็มไปด้วยมวลหมู่ปะการังสมอง ปะการังเขากวาง และฝูงปลาแหวกว่ายไปมา นี่แหละหนาคือความสวยงามของใต้ท้องทะเลจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ลิงแสมที่เกาะเป็ดมากินกล้วยจากนักท่องเที่ยว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เรากำลังเคลื่อนย้ายไปยังจุดดำน้ำอีกเกาะ แต่ฝนก็ตกลงมาซะงั้น ทำเอาเราต้องหยุดเดินเรือไปกว่า 20 นาทีเลย พอฝนซาๆ เรือก็มุ่งหน้าเข้าฝั่งทันที เพราะฝนอาจจะตกหนักลงมาอีกรอบได้ นึกแล้วก็เสียดายที่พลาดดำน้ำอีกเกาะ แต่คราวหน้าจะต้องกลับมาดำน้ำให้ครบทุกเกาะให้ได้เลย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50284</URL_LINK>
                <HASHTAG>บางละมุง, บ้านพิมพิสา, พงศ์พิสุทธิ์ สุพร, ศรีราชา, สัตหีบ, หาดพัทยา, อ่างศิลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191114/image_big_5dcd3c1a338dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14553</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2018 08:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2018 08:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตะลึง!น้ำถ้ำหลวงเป็นสีฟ้ามรกต คาดเป็นผลพลอยได้จากการช่วยทีมหมูป่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ส.ค.61- เพจ หน่วยซีลราชสิทธฯ โพสต์รูปและข้อความระบุว่า วันนี้น้ำที่ &amp;nbsp;ตาน้ำขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย น้ำได้ผุดออกมาเป็นสีฟ้ามรกต ปกติน้ำจะมีใสไม่ใช่สีฟ้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านเล่าว่า ในอดีตนานมาแล้วน้ำที่ขุนน้ำนางนอนแห่งนี้ก็เคยมีสีฟ้ามรกตอย่างในวันนี้..และพอเวลาผ่านไป น้ำก็ไม่ได้เป็นสีฟ้าอีกเลย &amp;nbsp;จนกระทั่งวันนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คาดการณ์กันว่าเมื่อไม่กี่วันก่อน มีการสูบน้ำออกจากถ้ำหลวงไปแล้ว และเป็นการ สูบเอาตะกอนดินในถ้ำออกมาด้วยดังนั้นจึงเหลือทรายที่สะอาดบริสุทธิ์ในถ้ำเหมือนเมื่อก่อน...สายน้ำได้ไหลผ่านชั้นทรายแท้ๆน้ำที่ออกมาจึงมีสีฟ้า เพราะในถ้ำหลวงมีหาดทรายสีขาวละเอียดสวยงามมากเรียกว่า &amp;quot;หาดพัทยา&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนด้านนอกถ้ำตรงที่ขุนน้ำผุดออกมาใกล้ๆกันก็มีถ้ำเล็กๆชื่อว่า&amp;quot;ถ้ำทรายทอง&amp;quot;ในถ้ำนี้ก็มีทรายขาวสะอาดบริสุทธิ์จำนวนมากเช่นกัน ในอดีตชาวบ้านมักจะตักทรายในถ้ำนี้ไปถวายวัดในช่วงสงกรานต์ ดังนั้นในวันนี้สีของน้ำเป็นสีฟ้าเช่มเดิมแบบในอดีต หมายความว่าระบบนิเวศธรรมชาติของถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนแบบในอดีตได้กลับมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14553</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดเชียงราย, ถ้ำทรายทอง, ถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน, น้ำสีมรกต, ระบบนิเวศน์, หาดพัทยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180802/image_big_5b625f38b4330.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12435</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2018 19:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2018 19:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข่าวดีมาก!หน่วยซีลรุกคืบเหลืออีก1ก.ม.ถึงหาดพัทยาเตรียมดำน้ำ800 เมตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
30 มิ.ย.61-เพจ ราชสีห์ จิตอาสา เปิดเผยว่า เวลา &amp;nbsp;17:30 น. อีก 1 กม. หน่วยซีลจะเข้าถึงหาดพัทยาแล้ว
หน่วยซีลเข้าถึงโถงที่ 3 ได้แล้ว กำลังลำเลียงถังอากาศเข้าไปและตั้งบก. ที่โถง3 เพื่อปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือ และเตรียมดำน้ำระยะทาง 800 เมตร ไปยังสามแยกเพื่อไปยังหาดพัทยา ระยะทาง 1.3 กิโล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12435</URL_LINK>
                <HASHTAG>13 ชีวิต, ถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน, ทีมหมูป่า, หน่วยซีล, หาดพัทยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180630/image_big_5b3772fabf7cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12167</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2018 21:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2018 20:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปฏิบัติการหน่วยซีลกู้ภัย 24 ชั่วโมงช่วย&#039;ทีมหมูป่า&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มิ.ย.61- ความคืบหน้าประจำวันที่ 26 มิ.ย.61 ของชุดช่วยเหลือและค้นหา (หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ/SEAL) เยาวชนทีมฟุตบอลหมูป่า 13 คน ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง - ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปฏิบัติของชุดปฏิบัติการพิเศษ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ (ชพส.นสร.กร./NAVY SEAL) จำนวน 17 นาย โดยมี นาวาเอกอนันต์ สุราวรรณ์ ผู้บังคับกรมรบพิเศษ 1 นสร.กร. เป็น หน.ชุดปฏิบัติการ ได้ดำเนินการค้นหา ช่วยเหลือเยาวชนทีมฟุตบอลหมูป่า 13 คน ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง - ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย มีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุดช่วยเหลือและค้นหาฯ เดินทางถึงโถง 4 ห่างหาดพัทยา 400 เมตร อุปสรรคคือน้ำที่มีความขุ่น มองเห็นได้แค่ระยะ 10 - 15 เซนติเมตร (หาดพัทยาคือเนินทรายที่อยู่ข้างในถ้ำ ลึกไปประมาณ 7 กิโลเมตรจากปากถ้ำ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นสร.กร. กำลังส่งชุดช่วยเหลือและค้นหาฯ เพิ่มเติม จำนวน 22 นาย โดยมี พล.ร.ต.อาภากร &amp;nbsp;อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (ผบ.นสร.กร.) เป็นหัวหน้าคณะฯ เดินทางไปที่เกิดเหตุโดยเครื่องบินลำเลียงแบบ 2 (แอมแบร์:EMB-135) ของกองทัพเรือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์สนับสนุนเจ้าหน้าที่และรถโมบายเข้ามาในพื้นที่บริเวณถํ้าหลวง - ขุนนํ้านางนอน และได้ติดตั้งเครือข่ายโทรศัพท์ และทำการขยายสัญญาณให้ไกลยิ่งขึ้น รวมทั้งได้ปรับจูนสัญญาณจากสถานีฐานใกล้เคียงด้วยการหันจานสายอากาศ (antenna) ไปยังบริเวณถ้ำ และติดตั้งอุปกรณ์ทวนสัญญาณ (repeater) เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการสื่อสารในการช่วยเหลือและค้นหาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพฝนในเชียงราย ฝนตกตลอดวัน แต่ไม่หนักเท่ากับเมื่อคืนวันที่ 25 มิ.ย.61 โดยอุปสรรคที่สำคัญ คือ ชุดปฏิบัติการพิเศษ นสร.กร. (SEAL) ที่ดำน้ำเข้าไปชุดแรก ไม่สามารถสื่อสารกับหน่วยที่อยู่ปากถ้ำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากถํ้าขุนหลวง - นํ้านางนอน เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ นสร.กร. (SEAL) ที่กำลังปฏิบัติการค้นหา &amp;nbsp;พบอุปสรรคจากโคลนดูด และระดับนํ้าที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากภายในถํ้ายังมีตานํ้า (ทางน้ำใต้ดินที่มีน้ำไหลไม่ขาดสาย) ขนาดใหญ่จำนวนหลายตา ซึ่งตอนนี้ก็มีการเดินเครื่องสูบนํ้ากันตลอด 24 ชั่วโมง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ&amp;nbsp;หน่วยซีลราชสิทธฯ,ราชสีห์ จิตอาสา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12167</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความช่วยเหลือ, ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน, ทีมหมูป่า, หน่วยซีล, หาดพัทยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180626/image_big_5b32479bce21f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
