<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115911</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2021 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2021 16:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชาวเลราไวย์&#039; ติดเชื้อโควิดทะลุ 220 ราย จวกภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ไร้การเยียวยาทำเดือดร้อนหนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ย.64 - นายสนิท แซ่ซั่ว ชาวเลชุมชนหาดราไวย์ จ.ภูเก็ต เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่ชุมชนอยู่ในขั้นวิกฤติ แม้ชาวบ้านร้อยละ 90 จะได้รับการฉีดวัคซีนชิโนแวคครบ 2 เข็มแล้ว โดยพบมีผู้ติดเชื้อที่กำลังรักษาตัว 220 คน ซึ่งอยู่ในโรงพยาบาลสนาม 44 คน อยู่ในหอผู้ป่วยเฉพาะกิจ(Hospital) 165 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดวันนี้เพิ่งตรวจพบเชื้ออีก 11 คน และคาดว่าจะมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอีกทุกวัน เพราะหน่วยงานสาธารณสุขยังไม่ได้เข้ามาตรวจคัดกรองผู้ติดเชื้อแบบปูพรม ทำให้เชื่อว่ายังผู้ติดเชื้อที่มีอาการเล็กน้อยและผู้ป่วยไม่แสดงอาการแฝงอยู่เป็นจำนวนมาก และลักษณะชุมชนที่แออัดทำให้เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ ล่าสุดมีชาวเลเสียชีวิตไปแล้ว 1 ราย นอกจากนี้ชุมชนชาวเลอื่นในเกาะภูเก็ตก็ยังพบการระบาดของโรคอย่างหนักไม่แพ้กัน เช่น ชุมชนแหลมตุ๊กแกพบผู้ติดเชื้อมากกว่า 100 ราย ชุมชนชาวเลบ้านสะปำมีคำสั่งจังหวัดภูเก็ตให้ปิดชุมชน รวมถึงชาวเลตามเกาะในทะเลอันดามันก็ส่งข่าวมาว่ามีผู้ติดเชื้อจำนวนมากและได้รับผลกระทบหนักไม่แพ้กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การประกาศให้เป็นภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ทั้งโควิดยังระบาดหนัก นักธุรกิจใหญ่เท่านั้นที่ได้ประโยชน์ นักท่องเที่ยวลงมาก็ไปเที่ยวตามโปรแกรมหรือสถานที่ที่กำหนดไว้ แต่ชาวบ้านยังติดเชื้อเพิ่มทุกวัน และไม่สามารถประกาศเป็นพื้นที่สีแดงได้ ถ้าประกาศสีแดงได้ อย่างน้อยชาวบ้านจะได้รับการช่วยเหลือเต็มที่ตามมาตรการของรัฐเหมือนจังหวัดอื่น&amp;rdquo;นายสนิท กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนิท กล่าวต่อว่า ตอนนี้ชาวบ้านทุกครัวเรือนกำลังเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะผู้ติดเชื้อกระจายไปทั่วชุมชน โดยเฉพาะคนที่เป็นหัวหน้าครอบครัวป่วยต้องไปรักษาหรือกักตัว ทำให้การออกเรือหาปลาต้องหยุดชะงัก ขณะที่งานอื่นๆ ก็หาได้ยากในสถานการณ์แบบนี้ เพราะคนข้างนอกไม่อยากเข้าใกล้ชาวบ้านที่มาจากราไวย์เพราะรู้ว่าโควิดระบาดหนัก การช่วยเหลือมีเพียงเครือข่ายสิทธิชุมชนพัฒนาภูเก็ตที่ตั้งศูนย์ทำข้าวกล่องมาแจกให้ชาวบ้านแต่ยังไม่เพียงพอ จึงอยากวิงวอนให้หน่วยงานท้องถิ่นหรือทางจังหวัดเร่งมาช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้าน โดยแจกเครื่องยังชีพ ข้าวสารอาหารแห้ง รวมถึงเร่งตรวจคัดกรองทั้งชุมชนเพื่อแยกผู้ติดเชื้อออกจากชุมชน ก่อนที่เชื้อจะแพร่กระจายไปทั้งหมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แม้ว่าเราออกหาปลามาได้ ก็ไม่มีใครอยากซื้อเพราะเขากลัวติดโควิด พวกเราก็ไม่รู้จะทำอย่างไร สถานการณ์ตอนนี้ชาวบ้านลำบากกันจริงๆ&amp;rdquo;นายสนิท กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านครูแสงโสม หาญทะเล ชาวเลเกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล กล่าวว่า ตอนนี้มีผู้ติดเชื้อรวมมากกว่า 200 คน จากจำนวนประชากรทั้งผู้ประกอบการและชาวบ้านรวมประมาณ 2,000 คน ส่งผลให้ต้องมีมาตรการปิดเกาะมานานกว่า 1 เดือนแล้ว เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด แต่อย่างไรก็ตามวิกฤตการณ์โควิดที่ยาวนานส่งผลต่อเศรษฐกิจของชุมชนอย่างมาก เนื่องจากการท่องเที่ยวที่หยุดชะงัก ทำให้ชาวบ้านที่ขับเรือท่องเที่ยวรับจ้าง ลูกจ้างโรงแรมตกงาน ต้องกลับมาออกเรือหาปลาแต่ทำได้ไม่เต็มที่ เพราะร้านอาหารบนเกาะปิดทั้งหมดทำให้ราคาอาหารทะเลตกต่ำ ส่งไปขายบนฝั่งตลาดก็ไม่มีความต้องการสูงเหมือนเดิม การออกทะเลจึงเป็นเพียงการหาปลาเพื่อนำมาบริโภคประทังชีวิตเป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ชาวบ้านจะออกจากเกาะไปหางานทำก็ไม่ได้ เพราะต้องกักตัว ปิดเกาะ หลายคนตกงาน ไม่มีเงินจ่ายค่าไฟปั่นหน่วยละ 18 บาทให้เอกชน ค้างจ่ายไม่ได้ก็ต้องถูกตัดไฟ บางครอบครัวถูกตัดไฟมา 3-4 เดือนแล้ว โรงเรียนต้องเป็นสถานที่กักตัวเพราะคนติดเชื้อเยอะมาก ชาวบ้านต้องตั้งศูนย์ต้านโควิดด้วยสมุนไพร แต่ตอนนี้สถานการณ์เริ่มดีขึ้นบ้าง หลายหน่วยงานได้ลงมาช่วยและกระจายการฉีดวัคซีนมากขึ้น&amp;rdquo; ครูแสงโสม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นางสาวพรสุดา ประมงกิจ ชาวเลชุมชนแหลมตงบนเกาะพีพี จ.กระบี่ กล่าวว่า แม้ชาวเลบนเกาะพีพีจะไม่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 แต่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตอย่างมาก เนื่องจากชาวบ้านบางส่วนที่มีอาชีพพึงพาการท่องเที่ยว เช่น พนักงานโรงแรมหรือร้านอาหารต้องถูกเลิกจ้างหรือลดเงินเดือนลงครึ่งหนึ่ง ชาวบ้านผู้ชายต้องอาศัยออกเรือหาปลามาขายและใช้เป็นอาหารในครัวเรือน ผู้หญิงออกหาหอยตามโขดหินประคับประคองตามสถานการณ์ การใช้จ่ายในครัวเรือต้องประหยัดอย่างที่สุด ขณะที่ปัญหาที่ดินนั้น ทางอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพีแจ้งกับชาวบ้านว่า ชุมชนตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติฯ ตาม พรบ.อุทยานแห่งชาติ ฉบับใหม่ มีสิทธิอยู่อาศัยและทำกินได้ไม่เกิน 20 ปี ซึ่งชาวบ้านรู้สึกตกใจว่าในอนาคตชุมชนอาจถูกขับไล่ออกจากเกาะ ซึ่งเป็นพื้นที่ชุมชนดั้งเดิมของชาวเล จึงร่วมมือกับเครือข่ายในการผลักดัน ร่าง พรบ.ส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาสิทธิชุมชนของชาวเลในอันดามันทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โควิดทำให้ไม่มีเรือเมล์วิ่งมาที่เกาะพีพี เหลือแต่เรือขนส่งสินค้าสัปดาห์ละครั้ง เกาะพีพีอยู่ห่างไกลมาก การช่วยเหลือหรือการดูแลอาจไม่ทั่วถึง โชคดีที่ฝั่งหาดแหลมตงยังไม่มีชาวเลติดเชื้อ แต่ก็ต้องอยู่อย่างลำบาก กินแต่ปลา ข้าวก็หุงน้อยลงเพราะราคาแพง ที่น่าเป็นห่วงคือหากมีชาวบ้านป่วยหนัก คนที่ไม่มีเงินหรือไม่มีเรือหางก็จะไปหาหมอลำบากบนฝั่งลำบากเพราะเรือเมล์ไม่มีวิ่ง ตอนนี้ชาวบ้านก็เตรียมพร้อมหาสมุนไพรมาปลูก เผื่อไว้รักษาอาการป่วย&amp;rdquo; นางสาวพรสุดา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางปรีดา คงแป้น กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) กล่าวว่า ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ชาวเลในอันดามันที่เป็นกลุ่มที่มีปัญหาด้านสิทธิชุมชนอยู่แล้วก็ยังได้รับผลกระทบจากโควิดซ้ำเติมด้วย โดยมีการร้องเรียนเข้ามาหลายกรณี เช่น ปัญหาที่ดินชุมชนบนเกาะหลีเป๊ะที่มีข้อพิพาทกับเอกชนและอุทยานฯ กำลังเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง ขณะที่กรณีเร่งด่วนที่มีการร้องเรียนล่าสุด คือ กรณีเกาะจำ จ.กระบี่ ที่ทางอุทยานแห่งชาติฯ แจ้งกับชาวบ้านให้รื้อถอนบาฆัด (ที่อยู่อาศัยและใช้เก็บอุปกรณ์หาปลาตามวิถีดั้งเดิมของชาวเล) ออกภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2564 แต่ยังไม่มีการดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งตามข้อมูลการสำรวจชาวบ้านตั้งบากัสมากว่า 60-70 ปีแล้ว รวมไปถึงเกาะพีพีด้วย ซึ่งจะหมุนเวียนเข้าไปใช้บาฆัดหนีลมมรสุม โดยเรื่องนี้อาจเป็นการละเมิดสิทธิชุมชน ตาม พรบ.อุทยานแห่งชาติ และเป็นข้อขัดแย้ง ทาง กสม.จะเข้าไปตรวจสอบด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115911</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดภูเก็ต, ชาวเล, ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์, หาดราไวย์, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210907/image_big_61372cba0d396.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44316</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2019 15:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2019 15:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชาวเลราไวย์&#039; ชุมนุมทวงถามคืบหน้าแก้ปัญหาข้อพิพาทนายทุนรุกที่ดิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ส.ค.62 - เวลา 10.45 น. นายนิรันดร์ หยังปาน ตัวแทนชุมชนชาวเลราไวย์ นายสุภาพ บู่ทอง ผู้ประสานงานเครือข่ายสิทธิชุมชนพัฒนาภูเก็ต และ ชาวเลราไวย์ กว่า 50 คน รวมตัวกันที่สนามชัยภูเก็ตและเดินทางไปร่วมชุมนุมหน้าศาลากลางจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;เพื่อยื่นหนังสือขอให้ตรวจสอบแนวเขตที่สาธารณะหน้าหาดราไวย์ และขอติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบคลองหลาโอนหน้าหาดราไวย์ และขอคัดค้านการทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการโรงแรม ซาเทรียม โฮเต็ล ราไวย์บีช ของบริษัท บารอน เวิลด์เทรด จำกัด ในที่ดินข้อพิพาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีว่าที่ร้อยตรีวิกรม จากที่ นายอำเภอเมืองภูเก็ต รับหนังสือ&amp;nbsp;พร้อมขอตัวแทนชาวบ้านจำนวน 10 คนเข้าประชุมเสนอปัญหาข้อเรียกร้องเพื่อหาแนวทางแก้ไข โดยมีนายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุม&amp;nbsp; มีนายอำเภอเมืองภูเก็ต เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต ร่วมประชุมกับตัวแทนชาวเลราไวย์และตัวแทนเครือข่ายสิทธิชุมชนพัฒนาภูเก็ต&amp;nbsp;ณ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิรันดร์&amp;nbsp;หยังปาน ตัวแทนชุมชนชาวเลราไวย์ กล่าวว่าพื้นที่หน้าหาดราไวย์ ขณะนี้มีการรื้อแนวเขื่อนกันคลื่นออกแล้ว เป็นพื้นที่มีข้อพิพาทกับเอกชน จึงขอให้ทางจังหวัดทำการตรวจสอบและรังวัดพื้นที่สาธารณะหน้าหาดราไวย์ เพื่อให้เป็นพื้นที่สาธารณะ&amp;nbsp;รวมทั้งการถมคลองหลาโอน พบว่า บริเวณปากคลองหลาโอน เอกชนได้ขุดปากคลองให้ลึก แต่ถมพื้นที่เข้าไปบริเวณริมคลองมากขึ้นจึงขอให้ตรวจสอบเร่งด่วน&amp;nbsp;และ ขอคัดค้านการทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม EIA ของโครงการ โรงแรม ซาเทรียม โฮเต็ล ราไวย์บีชภูเก็ต โดย บริษัท บารอน เวิลด์ เทรด จำกัด ที่ดำเนินการในพื้นที่ที่อยู่ในระหว่างมีข้อพิพาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสุภาพ บู่ทอง ผู้ประสานงานเครือข่ายสิทธิชุมชนพัฒนาภูเก็ต กล่าวว่าเครือข่ายสิทธิชุมชนพัฒนาภูเก็ต&amp;nbsp;มีสมาชิกหลายกลุ่ม กรณีปัญหาพื้นที่ชายหาดหน้าหาดราไวย์พบว่า เอกชนถมคลองหลาโอน จึงขอให้รังวัดให้เป็นที่สาธารณะชัดเจนมากขึ้น&amp;nbsp;กรณีชุมชนสระต้นโพธิ์ ถูกไล่รื้อและจังหวัดรับปากจัดหาพื้นที่อยู่อาศัยให้ทางชุมชนฯได้งบประมาณจาก พอช.มาแล้วแต่ยังไม่มีพื้นที่อยู่อาศัย ตามที่จังหวัดรับปากไว้ ชุมชนพื้นที่หลังสะพานหินถูกขับไล่จากเทศบาลนครภูเก็ต พื้นที่ชุมชนธนิตธุรกิจ ถูกฟ้องร้องบุกรุกป่าชายเลน ชุมชนมะลิแก้ว มีพิพาทกับเอกชนและชาวบ้านขอให้รังวัดพื้นที่ให้ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอให้จังหวัดนัดประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าในเรื่องต่างๆเหล่านี้ ที่ผ่านมา ผู้ว่าฯภูเก็ตรับปากว่าจะให้มีการประชุมทุก 2 เดือน แต่ไม่มีการประชุมแต่อย่างใด จึงมาทวงถามจากจังหวัดเรียกคณะกรรมการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุมและแจ้งให้ชาวบ้านรับทราบว่าขั้นตอนถึงไหนอย่างไร และขั้นตอนต่อไปจะดำเนินการอย่างไรเพื่อได้รับทราบความคืบหน้า&amp;quot;นายสุภาพ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่ากรณีพิพาทชุมชนราไวย์กับเอกชน อยู่ในความดูแลของคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ (กบร.) และ มาตรการการแก้ไขผู้ถูกร้องคดี ป่าชุมชน ส่วนใหญ่อยู่ในความดูแลของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เราไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้แก้ปัญหาตามอำนาจหน้าที่และกรอบกฏหมาย บางเรื่องอยู่ระหว่างดำเนินการ บางเรื่องอยู่ในคำพิพากษาของศาล ทางจังหวัดไปก้าวล่วงศาลไม่ได้ โดยชุมชนต่างๆที่เดือดร้อนได้ขอให้เร่งติดตามความคืบหน้าของเรื่องต่างๆเหล่านี้&amp;nbsp;สำหรับพื้นที่ชายหาดที่ทางชุมชนราไวย์มีข้อพิพาทกับบริษัทบารอนฯ ในพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่โฉนดของบริษัทบารอนฯ และชาวบ้านกล่าวว่า ที่บารอนทับที่ศาสนสถาน&amp;nbsp;ทางที่ดินจังหวัดภูเก็ต อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ส่วนการถมคลองหลาโอน ได้มอบให้นายอำเภอเมืองภูเก็ตไปตรวจสอบ และ จะมีการประชุมติดตามเรื่องนี้อีกครั้งในวันที่ 5 กันยายน 2562&amp;quot;นายสุพจน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น ตัวแทนชาวบ้านที่ร่วมประชุมกับทางจังหวัดได้แจ้งผลการประชุมแก่ผู้มาร่วมชุมนุมต่างพอใจสลายการชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44316</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อพิพาทชาวเลกับนายทุน, จ.ภูเก็ต, ชาวเลราไวย์, ถมคลองหลาโอน, นายทุนออกโแนดทับสุสาน, หาดราไวย์, เครือข่ายสิทธิชุมชนพัฒนาภูเก็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190826/image_big_5d639a4930454.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
